สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 408 สวรรค์, โลก, มนุษย์, อสูร, เทพ,
สักการะบูชาบรรพชนแห่งวรยุทธ์
“เกิดอะไรขึ้น?”
หลินหยวนจ้องมองไปที่ประตูสู่ภพหมื่นอันยิ่งใหญ่
เขาตอบสนองทันที ความผันผวนไม่ได้มาจากประตูสู่ภพหมื่น
แต่มันถูกส่งมาจากโลกมากมายที่เชื่อมต่อกับประตูสู่ภพหมื่น
ประตูสู่ภพหมื่นเป็นเพียง ‘ตัวกลาง’ เป็นเพียง ‘สื่อกลาง’
“โลกไหนส่งมา”
หลินหยวนมองไปที่ด้านล่างของประตูสู่ภพหมื่น ซึ่งมีพิกัดโลก 10 แห่ง
สลักอยู่
ได้แก่โลกทั้ง 9 ที่หลินหยวนเคยเดินทางไป และแดนเซียนที่ยังไม่เคยไป
“โลกเทียนชิง?”
สายตาของหลินหยวนจับจ้องไปที่รอยประทับของโลกเทียนชิง
แหล่งที่มาของความผันผวนคือโลกเทียนชิง
ก่อนที่หลินหยวนจะมาถึงโลกเทียนชิง โลกนี้กำลังเผชิญกับการรุกรานของ
เทพอสูรจากต่างโลก
ในเวลานั้น หลินหยวนได้เข้าควบคุมต้นอสูร ซึ่งเป็นต้นลูกของต้นอสูร
บรรพกาล และในที่สุดก็เข้ามาแทนที่ต้นอสูรบรรพกาลแทนที่กฎเกณฑ์ของ
สวรรค์แห่งโลกเทียนชิง
นี้
กลายเป็นผู้ครอบครองโลกนี้อย่างแท้จริง
หลินหยวนประทับใจโลกเทียนชิงเป็นอย่างมาก
เพราะโลกเทียนชิงนี้นั้นเป็นเพียงโลกเล็กๆ ในความว่างเปล่าอันไร้
ขอบเขต
นอกโลกเทียนชิงคือดินแดนแห่งเทพอสูร
น่าเสียดายที่ในตอนนั้นหลินหยวนไม่มีเวลามากพอ หลังจากแทนที่สวรรค์
ของโลกเทียนชิงแล้ว เวลาอยู่อาศัยของเขาก็ใกล้จะหมดลง
ไม่สามารถสำรวจความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขตนอกโลกต่อไปได้
แต่เนื่องจากเขาได้กลายเป็นสวรรค์ของโลกเทียนชิง โดยอาศัยร่างหลัก
ของต้นอสูรบรรพกาลที่หลงเหลืออยู่
และผ่าน ‘ตัวกลาง’ ของประตูสู่ภพหมื่น หลินหยวนจึงสามารถสื่อสาร
ระหว่างสองโลกได้
แม้ว่าจะไม่ได้มาถึงโลกเทียนชิง เขาก็ยังสามารถส่งข้อมูลผ่านต้นอสูร
บรรพกาลและรับรู้สถานการณ์โดยทั่วไปของโลกเทียนชิงได้
หลังจากกลับมาจากโลกเทียนชิงใหม่ๆ หลินหยวนค่อนข้างสนใจเรื่องนี้
และมักจะถามเกี่ยวกับการพัฒนาของโลกเทียนชิง
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ปล่อยวาง ยกเว้นการรับ ‘รายงาน’ ตามกำหนด
เวลาจากต้นอสูรบรรพกาล เรื่องอื่นเขาก็ไม่ได้สนใจมากนัก
แต่ตอนนี้?
ร่างหลักของต้นอสูรบรรพกาลในโลกเทียนชิงกลับส่งข้อมูลมาให้หลิน
หยวนโดยสมัครใจ
ในวิธีการที่หลินหยวนทิ้งไว้ มีเพียงสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างยิ่งเท่านั้นที่จะ
ทำเช่นนี้ได้
“หืม?”
จิตสำนึกของหลินหยวนเริ่มรับข้อมูลจากต้นอสูรบรรพกาลตามพิกัดของ
โลกเทียนชิงทันที
“เผชิญกับการรุกรานของเทพอสูรจากต่างโลกอีกครั้ง?”
หลินหยวนครุ่นคิด อัตราส่วนความเร็วของเวลาระหว่างโลกเทียนชิงกับ
จักรวาลหลัก
คือ 600 ต่อ 1
โลกเทียนชิงผ่านไป 600 ปี
จักรวาลหลักผ่านไป 1 ปี
และนับตั้งแต่หลินหยวนสิ้นสุดการเดินทางในโลกเทียนชิง ก็ผ่านไป
ประมาณ 300 ปีแล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง โลกเทียนชิงได้ผ่านไปเกือบ 20,000 ปีแล้ว
“เป็นเทพอสูรจากต่างโลกสองตนนั้นที่กำลังรุกรานโลกเทียนชิง?”
หลินหยวนคิดในใจ หลังจากแทนที่ต้นอสูรบรรพกาล เขายังได้รับ ‘เครือ
ข่ายความสัมพันธ์’ ของต้นอสูรบรรพกาล
ในเวลานั้น นอกจากต้นอสูรบรรพกาลแล้ว ยังมีเทพอสูรโบราณจากต่าง
โลกอีกสองตนที่อาศัยอยู่นอกโลกเทียนชิง
เทพอสูรจากต่างโลกสองตนนี้น่าจะมีเทพอสูรจากต่างโลกที่ทรงพลังกว่า
หนุนหลังอยู่
หลังจากที่หลินหยวนกลายเป็นสวรรค์ของโลกเทียนชิง เขาได้สื่อสารกับ
เทพอสูรจากต่างโลกสองตนนี้ และรู้สึกเลือนรางว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่เป็น
มิตรกับเขา
นึ่
เพราะพวกมันเชิญเขาไปสำรวจดินแดนลับแห่งหนึ่งในความว่างเปล่าอัน
ไร้ขอบเขตมากกว่าหนึ่งครั้ง
แต่หลินหยวนปฏิเสธโดยตรง ในตอนนั้นเวลาอยู่อาศัยของเขาเหลือน้อย
เขาแค่อยากปกป้องโลกเทียนชิงอย่างสงบสุข
ส่วนโอกาสและดินแดนลับในความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต?
ความเสี่ยงสูงเกินไป ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของหลินหยวน
และหลินหยวนก็ระวังเทพอสูรจากต่างโลกสองตนนี้ ‘ความสัมพันธ์’
ระหว่างเทพอสูรก็แทบจะไม่มีความสัมพันธ์
หากความแข็งแกร่งเอื้ออำนวย เทพอสูรจากต่างโลกสองตนนี้คงจะกลืน
กินหลินหยวนโดยไม่ลังเล
“ผ่านไปหลายหมื่นปีแล้ว ทำไมพวกมันนึกอยากรุกรานโลกเทียนชิงขึ้น
มา?”
หลินหยวนค่อนข้างสงสัย
การที่เทพอสูรรุกรานโลกก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เช่นกัน
โลกเทียนชิงมีต้นอสูรบรรพกาลคุ้มครอง มีวิธีการต่างๆ ที่หลินหยวนทิ้งไว้
คุ้มครอง
หากเทพอสูรจากต่างโลกสองตนนี้ต้องการยึดครองโลกเทียนชิงพวกมันจะ
ต้องจ่ายราคาแพง ผลประโยชน์และราคาไม่คุ้มกันเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยเทพอสูรจากต่างโลกสองตนนี้เพียงอย่างเดียวพวกมันก็
ไม่น่าจะยึดครองโลกเทียนชิงได้ การที่พวกมันสามารถบีบบังคับให้ต้นอสูร
บรรพกาลติดต่อเขานั้น คาดว่าพวกมันได้ใช้วิธีการระดับสูงกว่าบางอย่างแล้ว
และวิธีการแบบนี้ล้ำค่ามาก การใช้มันเพื่อรุกรานโลกเทียนชิง?
ไม่คุ้มค่าเลย
ลี่
“น่าจะเป็นเพราะโลกเทียนชิงมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในช่วงหลาย
หมื่นปีที่ผ่านมา”
“หรือมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นในความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต
ทำให้เทพอสูรจากต่างโลกสองตนนี้ต้องรุกรานด้วยกำลัง”
หลินหยวนคิดในใจ
“ตอนนี้ควรทำยังไงดี?”
หลินหยวนลูบคาง
ต้นอสูรบรรพกาลส่งข้อความขอความช่วยเหลือมา บอกชัดเจนว่า
สถานการณ์ในโลกเทียนชิงเลวร้ายมาก
แย่กว่าตอนที่หลินหยวนมาถึงและต้นอสูรบรรพกาลรุกรานมากพลังของ
เทพอสูรจากต่างโลกสองตนนั้นได้บุกเข้าไปในโลกเทียนชิงแล้ว
ในกรณีนี้ หากหลินหยวนนิ่งเฉย โลกเทียนชิงทั้งหมดจะเปลี่ยนมือ
“ช่างเถอะ”
“ไปอีกครั้งก็แล้วกัน”
หลินหยวนตัดสินใจแล้ว
สำหรับหลินหยวน โลกเทียนชิงยังคงมีความลับที่ยังไม่รู้อีกมากมาย เทพ
อสูรที่ทรงพลังและน่ากลัวมากมายที่กินโลกเป็นอาหาร
ขีดจำกัดของโลกเทียนชิงนั้นไม่สูง แต่ขีดจำกัดของความว่างเปล่าอันไร้
ขอบเขตนอกโลกเทียนชิงนั้นสูงกว่ามาก
ตามที่หลินหยวนคาดการณ์ แม้ว่าความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขตทั้งหมดจะ
ไม่ดีเท่าแดนเซียน แต่มันก็ไม่ได้ห่างไกลกันมาก พลังการต่อสู้ของเทพอสูรที่
แข็งแกร่งที่สุดอาจถึงระดับ 11 ขั้นสูงสุด
นี้
ที่
รั้
คราวนี้หลินหยวนกลับมาที่โลกเทียนชิงอีกครั้งด้วยเหตุผล 3 ประการ
ประการแรกคือโลกเทียนชิงเป็นสวนหลังบ้านของเขา เส้นทางวิวัฒนาการ
วรยุทธ์ที่นี่อยู่ในระดับสูงสุด เป็นโลกที่มีผู้ฝึกวรยุทธ์มากที่สุดในบรรดาโลก
ต่างๆ ที่หลินหยวนเคยเดินทางไป
หลังจากการพัฒนามาหลายหมื่นปี ระบบการฝึกวรยุทธ์ของโลกเทียนชิง
ได้กลายเป็นเพียงระบบเดียวที่หลงเหลืออยู่ ซึ่งโลกอื่นๆ ทำไม่ได้
ในโลกอื่นๆ หลินหยวนยังคงต้องกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของจิตสำนึกของ
โลก แต่ในโลกเทียนชิง?
หลินหยวนคือจิตสำนึกของโลก!
และในโลกเทียนชิง มีผู้ฝึกวรยุทธ์จำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งทั้งหมดนีจะเป็น
กำลังสำคัญในการก้าวกระโดดสู่ขอบเขตสูงสุดของหลินหยวนในอนาคต เขาไม่
สามารถยอมแพ้ได้ง่ายๆ
ประการที่สองคือการสำรวจความลับของความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต
นอกโลกเทียนชิง
เมื่อหลินหยวนออกจากโลกเทียนชิงในตอนนั้น เขาอยู่ในระดับ 7 เท่านั้น
ไม่สามารถสำรวจความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่านี้ได้
แต่ตอนนี้หลินหยวนอยู่ในระดับ 10 แล้ว และยังเป็นระดับ 10 ทีเทียบ
เท่ากับระดับ 11 ขั้นสูงสุด
ตั้งแต่ช่วงที่ 4 ของระดับ 11 รวมถึงช่วงที่ 5 ล้วนเรียกได้ว่าเป็นระดับ 11
ขั้นสูงสุด
ส่วนช่วงที่ 6?
นั่นคือระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบ
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหยวน แม้ว่าเขาจะไม่แข็งแกร่ง
ที่สุดในความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขตทั้งหมด แต่เขาก็น่าจะใกล้เคียงกับคำว่า
ที่
ุ
แข็งแกร่งที่สุด และใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของความเร็วของเวลา
ระหว่างสองโลกเพื่อทำความเข้าใจกฎการหลอมรวมกาลอวกาศระดับ 5 โดย
เร็วที่สุด
ส่วนเหตุผลประการสุดท้ายคือคุ้มค่าเกินไป
ด้วยสถานะสวรรค์ของโลกเทียนชิง หลินหยวนเชื่อมต่อกับสองโลก หาก
เขาเลือกที่จะไปอีกครั้ง พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตที่ใช้เพียง 1 ใน 3 ของ
สาย
ใช่แล้ว
ไม่ใช่ 3 สาย
ไม่ใช่ 1 สาย
แต่เป็น 1 ใน 3 ของสาย
ต้องรู้ว่า ตอนนี้หากหลินหยวนเลือกที่จะเดินทางอีกครั้งนอกจากแดน
เซียนแล้ว เขาคงต้องใช้การ ‘กำหนด’ การเดินทางเท่านั้น
ระดับความแข็งแกร่งของหลินหยวนสูงเกินไป โลกในจักรวาลนับพันที่
สามารถช่วยเหลือหลินหยวนมีน้อยมาก
หากเลือกการเดินทางแบบสุ่ม คาดว่าการเดินทางร้อยครั้งพันครั้งคงไม่มี
ความหมาย
แต่โลกเทียนชิงนั้น ยังถือว่าเหมาะสมอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ดีเท่าแดนเซียน แต่
ราคาถูกกว่า เพียง 1 ใน 3 ของสายพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต ยังต้องการ
อะไรอีก?
และเทพอสูรจากต่างโลกเหล่านั้นมีความสามารถและสิทธิอำนาจมากมาย
ที่เกี่ยวข้องกับความลึกลับของกฎต่างๆ
ครั้งที่แล้วในโลกเทียนชิง หลินหยวนสามารถศึกษาต้นอสูรบรรพกาลได้
เท่านั้น
นี้
ขาดการสนับสนุนด้านปริมาณ คราวนี้เขาสามารถจับเทพอสูรจากต่างโลก
มาศึกษามากขึ้น ซึ่งอาจช่วยปรับปรุงการฝึกฝนของเขาได้
นั่นคือความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขตที่แตกต่างจากจักรวาลหลักและมิติที่
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลตั้งอยู่
ความแตกต่างระหว่างมิติต่างๆ แม้แต่สิ่งมีชีวิตอันยิ่งใหญ่ทีใกล้เคียงกับสิ่ง
มีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบก็ยากที่จะสัมผัสได้
มิติที่ต่ำกว่าในกระดาษเปล่านั้นเป็นผลผลิตของการสำรวจโลกมิติที่ต่ำ
กว่าของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบ
หลินหยวนสามารถศึกษาได้อย่างอิสระโดยใช้ประตูสู่ภพหมื่นแน่นอนว่า
เขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้
เนื่องจากเขาตัดสินใจที่จะกลับไปที่โลกเทียนชิงอีกครั้ง หลินหยวนจึง
เตรียมการบางอย่าง
เมื่อเดินทางข้ามโลก จิตสำนึกของหลินหยวนจะออกจากประตูสู่ภพหมื่น
ร่างกายของเขาจะกลายเป็นเปลือกว่างเปล่า
แน่นอนว่าด้วยการดูแลรักษาของประตูสู่ภพหมื่น แม้ว่าจิตสำนึกของหลิน
หยวนจะอยู่ในโลกมิติอื่น เขาก็ยังสามารถรับรู้สถานการณ์รอบๆ จิตวิญญาณ
และร่างกายที่แท้จริงของเขาได้ และเขาสามารถหยุดการเดินทางและกลับมา
ได้ทุกเมื่อหากจำเป็น
“เกือบเสร็จแล้ว”
ครู่ต่อมา จิตสำนึกของหลินหยวนก็มาถึงหน้าประตูสู่ภพหมื่นอีกครั้ง
อันที่จริง เขาไม่มีอะไรต้องเตรียม หลินหยวนได้เข้าใจพื้นที่ชี้นำทั้ง 12
แห่งบนดาวเคราะห์สีดำอย่างถ่องแท้ และร่างอวตารที่วางไว้ทีนั่นก็กลับมานาน
แล้ว
ดังนั้น แม้ว่าจิตสำนึกของเขาจะจากไป ก็จะไม่ล่าช้าอะไร
ที่
อิทธิพลเพียงเล็กน้อยคือร่างแยกที่กำลังทำความเข้าใจออโรร่าจากนอก
จักรวาลในหอคอยวิวัฒนาการเซี่ยโยว
แต่หลินหยวนเพิ่งบอกกับผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินว่าเขาต้องเรียกร่างแยก
ทั้งหมดกลับมาเพราะเหตุผลในการฝึกฝน
ภายในร่างแยกมีเจตจำนงเล็กน้อยของผู้แข็งแกร่งที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษา
สภาพของตนเอง การเรียกเจตจำนงนี้กลับมาเป็นเรื่องปกติในหมู่ผู้วิวัฒนาการ
ของอารยธรรมมนุษย์
ส่วนกลุ่มแสงทั้ง 5 ของความเข้าใจกฎการหลอมรวมกาลอวกาศของผู้
แข็งแกร่งจากเผ่าพันธุ์ต่างดาวกลุ่มแสงทั้ง 5 เหล่านี้ก็ถือเป็น ‘สิ่งของ’ หากหลิน
หยวนยินดีจ่ายพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต เขาก็สามารถนำมันเข้าไปในโลก
เทียนชิงได้ตามต้องการ
ปัจจุบันพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตที่หลินหยวนสะสมไว้ได้ใกล้เคียงกับ
1,000 สายแล้ว เรียกได้ว่าร่ำรวย เขาสามารถจ่ายพลังต้นกำเนิดทำลาย
ขอบเขตบางส่วนในการนำกลุ่มแสงทั้ง 5 เข้าไปในโลกเทียนชิงได้
“การมาถึงครั้งนี้ยังคงเป็นเวลาอยู่อาศัย 600 ปี”
“หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง จักรวาลหลักจะผ่าน
ไป 1 ปี”
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ คิดในใจอย่างเงียบๆ
“เกือบได้เวลาแล้ว”
“เริ่มกันเลย”
หลินหยวนมองไปที่ประตูสู่ภพหมื่นอันยิ่งใหญ่และเลือกที่จะเดินทางทันที
เนื่องจากความแตกต่างของความเร็วของเวลา ทุกๆ วินาทีทีจักรวาลหลัก
ผ่านไป โลกเทียนชิงจะได้รับความเร็วของเวลา 600 เท่า
ที่
และตามสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกเทียนชิงถูกเทพอสูรจากต่างโลกสองตน
นั้นบุกเข้ามา การล่าช้าทุกๆ ช่วงเวลาจะมีผลกระทบต่อโลกทั้งใบมากขึ้น
วูบ
ในวินาทีต่อมา
เจตจำนงทั้งหมดของหลินหยวนไหลเข้าสู่ประตูสู่ภพหมื่น
เจตจำนงในที่นี่รวมถึงร่างกายที่แท้จริงและจิตวิญญาณ 2 ดวง
โชคดีที่หลินหยวนได้จัดให้จิตวิญญาณ 2 ดวงอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว จะไม่มี
ปัญหาใดๆ เกิดขึ้น
โลกเทียนชิง
บนพื้นดิน หุ่นเชิดเทพอสูรจำนวนนับไม่ถ้วนอาละวาด บนท้องฟ้าปรากฏ
รอยแยกที่น่ากลัว หุ่นเชิดเทพอสูรจำนวนมากกำลังหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว
และที่รอยแยกที่น่ากลัวนั้น มีร่างอันยิ่งใหญ่สองร่างยืนอยู่โดยเลือนราง
กลิ่นอายที่แปลกประหลาดและชั่วร้ายแผ่นซ่านไปทั่วดวงตาสีแดงเลือดจ้อง
มองไปที่โลก
เพื่อต้านทานการรุกรานของเทพอสูร สิ่งมีชีวิตทั้งหมดของโลกเทียนชิง
ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมาที่ใจกลางโลก ใต้ต้นไม้โลกที่ค้ำจุนสวรรค์และ
ดิน
ภายใต้การคุ้มครองของพลังของต้นไม้โลก กิ่งก้านของเถาวัลย์ที่ทะลุฟ้า
สั่นไหวเบาๆ หุ่นเชิดเทพอสูรหลายล้านล้านตัวก็สลายไปเป็นผุยผง
หากไม่มีต้นไม้โลกนี้ โลกเทียนชิงทั้งหมดคงถูกยึดครองไปนานแล้ว จะมี
การต่อต้านได้อย่างไร?
นอกโลก
เทพอสูรจากต่างโลกสองตนที่ยิ่งใหญ่มองดู
ชื่
รั้
“วิธีการของราชันเทพอสูรช่างเหลือเชื่อจริงๆ เพียงการโจมตีครั้งเดียวก็
สามารถฉีกเกราะป้องกันของโลกนี้ได้”
เทพอสูรจากต่างโลกทางซ้ายส่งคลื่นจิตออกมาโดยมีความประหลาดใจ
เล็กน้อย
หากไม่มีวิธีการของราชันเทพอสูร พวกเขาเทพอสูรจากต่างโลกสองตนนี้
ไม่ต้องพูดถึงการบุกเข้าไปในโลกเทียนชิง แม้แต่การเข้าใกล้ก็ทำไม่ได้ พวกเขา
จะถูกต้นอสูรบรรพกาลขับไล่
ด้วยวิธีการของราชันเทพอสูร พวกเขาจึงสามารถทำร้ายต้นอสูรบรรพ
กาลได้อย่างรุนแรง และฉีกเกราะป้องกันของโลก บุกเข้าไปได้อย่างราบรื่น
“น่าเสียดาย แม้ว่าต้นอสูรบรรพกาลจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็ยังมี
พลังเหลือเฟือที่จะต้านทานแรงกดดันจากความสามารถทาง
จิตวิญญาณของพวกเรา มิฉะนั้น สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลกนี้จะติดอยู่ในโลก
แห่งฝันร้ายที่เราจัดเตรียมไว้”
เทพอสูรจากต่างโลกทางขวาพูดอย่างเสียดาย
“ต้นอสูรบรรพกาลต้นนั้น หลายหมื่นปีผ่านไป ความแข็งแกร่งของมันกลับ
แข็งแกร่งขึ้นมากขนาดนี้? แม้แต่วิธีการของราชันเทพอสูรก็ไม่สามารถฆ่ามัน
ได้?”
เทพอสูรจากต่างโลกทางซ้ายก็ประหลาดใจเช่นกัน
พวกเขารู้ดีถึงความน่ากลัวของราชันเทพอสูร เมื่อกว่า 100,000 ปีก่อน
ราชันเทพอสูรได้ยึดครองดินแดนลับแห่งหนึ่ง ความแข็งแกร่งของราชันเทพ
อสูรเพิ่มขึ้นอย่างมาก ไกลเกินกว่าที่เทพอสูรธรรมดาอย่างพวกเขาจะต้านทาน
ได้
“มันไม่มีความหมายหรอก ภายใต้วิธีการของราชันเทพอสูร มันได้รับบาด
เจ็บสาหัสแล้ว หากพวกเราไม่กลัวการบาดเจ็บ ตอนนี้พวกเราก็สามารถบุก
เข้าไปในโลกได้”
เทพอสูรจากต่างโลกทางขวาพูด ต้นอสูรบรรพกาลได้รับบาดเจ็บสาหัส
พวกเขามีความแข็งแกร่งพอที่จะบุกเข้าไปได้อย่างปลอดภัย แต่พวกเขากลัวว่า
จะได้รับบาดเจ็บจากต้นอสูรบรรพกาลทีบ้าคลั่ง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ทำต่อไป
ไม่ว่ายังไง เกราะป้องกันของโลกก็ถูกฉีกออกไปแล้ว ที่เหลือก็แค่เรื่องของ
เวลา พวกเขาแค่ต้องค่อยๆ กัดกร่อนพลังที่เหลืออยู่ของ
ต้นอสูรบรรพกาล พวกเขาก็สามารถยึดครองโลกเทียนชิงได้โดย ‘ไม่บาด
เจ็บ’
ต้นไม้โลกค้ำจุนสวรรค์และโลก ผู้ฝึกวรยุทธ์จำนวนนับไม่ถ้วนหลบอยู่บน
ลำต้น ต้านทานอิทธิพลและการปราบปรามจากความสามารถทางจิตวิญญาณ
ของเทพอสูรจากต่างโลก
หลังจากการพัฒนามาหลายหมื่นปี และภายใต้การชี้นำอย่างลับๆ ของ
หลินหยวน โลกเทียนชิงมีเพียงวรยุทธ์เท่านั้นที่เป็นใหญ่ส่วนต้นไม้โลกก็เป็น
เพียงสิ่งที่บรรพชนแห่งวรยุทธ์ทิ้งไว้
และบรรพชนแห่งวรยุทธ์คือต้นกำเนิดของวรยุทธ์ของโลกเทียนชิง หาก
ไม่มีบรรพชนแห่งวรยุทธ์ โลกเทียนชิงคงถูกทำลายไปนานแล้วจากการรุกราน
ของเทพอสูรเมื่อหลายปีก่อน
ดังนั้น สำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลกเทียนชิง สำหรับผู้ฝึกวรยุทธ์
จำนวนนับไม่ถ้วนในโลกเทียนชิง พวกเขามีความเชื่อเพียงอย่างเดียวในใจ
นั่นคือบรรพชนแห่งวรยุทธ์
ส่วนต้นไม้โลก?
การที่มันปกป้องโลกเทียนชิงมาหลายหมื่นปีก็เป็นวิธีการที่บรรพชนแห่ง
วรยุทธ์ทิ้งไว้
จุดสูงสุดของต้นไม้โลก คือบริเวณที่เรือนยอดตั้งอยู่
ที่นี่
ที่
ที่นี่
ที่นี่
ที่นี่เหมือนทวีปที่กว้างใหญ่ ผู้ฝึกวรยุทธ์จำนวนมากอาศัยอยู่ที่นี่และที่นี่ยัง
เป็นเกราะป้องกันสุดท้ายของโลกเทียนชิง
แม้ว่าดินแดนของมนุษย์จะถูกเทพอสูรยึดครอง แต่ตราบใดทีทวีปบนเรือน
ยอดไม่สูญหาย สิ่งมีชีวิตของโลกเทียนชิงก็ยังคงมีความหวัง
ใจกลางเรือนยอด มีวิหารตั้งตระหง่านอยู่ ที่นี่คือวิหารแห่งวรยุทธ์และยัง
เป็นสถานที่ที่ ‘ร่างทองคำ’ ของบรรพชนแห่งวรยุทธ์ประดิษฐานอยู่ เป็น ‘ดิน
แดนศักดิ์สิทธิ์’ ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลกเทียนชิง
ไม่มีใครในโลกเทียนชิงเคยเห็นบรรพชนแห่งวรยุทธ์ แต่ตำนานและเรื่อง
ราวเกี่ยวกับบรรพชนแห่งวรยุทธ์มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทุกๆช่วงเวลา มหาปุโรหิต
ของวิหารแห่งวรยุทธ์จะนำสิ่งมีชีวิตทั้งหมดมาสักการะบูชาบรรพชนแห่งวร
ยุทธ์
พูดให้ถูกคือ ในโลกเทียนชิง ไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตที่สักการะบูชาบรรพชนแห่ง
วรยุทธ์ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่สวรรค์และโลก ก็กำลังสักการะบูชาบรรพชน
แห่งวรยุทธ์ ทุกครั้งที่มีการสักการะบูชา สวรรค์และโลกจะส่งเสียงดังกึกก้อง
ภายในวิหารแห่งวรยุทธ์
เหล่าปุโรหิตเดินไปมา บนดินแดนของมนุษย์ถูกหุ่นเชิดเทพอสูรอาละวาด
ผู้ฝึกวรยุทธ์มากมายบนทวีปเรือนยอดก็วิตกกังวลอย่างมาก
พวกเขายังได้จัดพิธีสักการะบูชาบรรพชนแห่งวรยุทธ์หลายครั้งหวังว่าจะ
ได้รับความช่วยเหลือจากบรรพชนแห่งวรยุทธ์ ขับไล่เทพอสูรจากต่างโลก และ
ช่วยชีวิตสิ่งมีชีวิตทั้งหมดของโลกเทียนชิง
แต่จนถึงขณะนี้ มันไม่ได้ผลอะไร หุ่นเชิดเทพอสูรยังคงอาละวาดแต่สิ่งมี
ชีวิตไม่ได้สงสัยในความเชื่อที่มีต่อบรรพชนแห่งวรยุทธ์
ส่วนลึกที่สุดของวิหารแห่งวรยุทธ์
รูปปั้นชายผู้ยิ่งใหญ่องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ที่นี่ นี่คือ ‘ร่างทองคำ’ ของ
บรรพชนแห่งวรยุทธ์ ซึ่งสร้างขึ้นตามรูปลักษณ์และร่างกายบางส่วนของบรรพ
ที่
ชนแห่งวรยุทธ์ที่ได้รับจากต้นไม้โลก
อันที่จริง ‘ร่างทองคำ’ ของบรรพชนแห่งวรยุทธ์นี้ หลินหยวนสั่งให้ต้นอสูร
บรรพกาลใช้เวลากว่าหมื่นปี สร้างขึ้นโดยใช้โลกเทียนชิงทั้งหมดเป็นแม่พิมพ์
ดั่งรากฐาน และอัดแน่นด้วยพลังต้นกำเนิดจำนวนมหาศาล จนสุดท้ายก่อ
กำเนิดเป็นร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุด
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมาถึงของหลินหยวน
ด้วยวิธีนี้ หลินหยวนจึงประหยัดเวลาอันมหาศาลที่ต้องเริ่มต้นสร้างตั้งแต่
ศูนย์ โดยใช้เวลากว่าหมื่นปีของต้นอสูรบรรพกาล ผนวก
กับพลังต้นกำเนิดอันไร้ขอบเขตของโลกเทียนชิง ก่อกำเนิดร่างกายที่ทรง
พลังซึ่งเริ่มต้นก็อยู่ในระดับ 8 แล้ว
ต่อมา หลังจากการบ่มเพาะด้วยหล่อเลี้ยงและสักการะบูชามานานกว่า
หมื่นปี ร่างนี้จึงได้พัฒนาจนเข้าใกล้หรืออาจจะถึงระดับ 9 แล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง
ตราบใดที่หลินหยวนมาถึงโลกเทียนชิงอีกครั้ง เขาสามารถเข้าควบคุม
ร่างกายนี้ได้โดยตรง เทียบเท่ากับสิ่งมีชีวิตพิเศษที่เกิดมาแข็งแกร่งในจักรวาล
หลัก
และ ‘ร่างทองคำ’ ของบรรพชนแห่งวรยุทธ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยหลินหยวน
โดยรวบรวมแก่นแท้ของวรยุทธ์
มันเข้ากันได้ดีกับวรยุทธ์ เมื่อจิตสำนึกมาถึง เวลาที่ใช้ในการฟื้นความ
แข็งแกร่งอย่างสมบูรณ์จะสั้นมาก
นั่นคือการควบคุมโลกทั้งใบอย่างสมบูรณ์ หลินหยวนจึงสามารถผลาญ
ทรัพยากรและวางแผนได้เช่นนี้ มิฉะนั้น ในโลกอื่นๆ เขาจะไม่มีเงื่อนไขนี้
อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง ร่างกายเช่นนี้ที่รวบรวมแก่นแท้ของสวรรค์และโลก
นั้นเหนือกว่าสมบัติล้ำค่าใดๆ
อื่
อื่
ถ้ามันอยู่ในจักรวาลหลักหรือโลกอื่น คงถูกผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆจ้องมอง
และแย่งชิงไปนานแล้ว
แต่ในโลกเทียนชิง ด้วยการคุ้มครองของต้นอสูรบรรพกาล ‘ร่างทองคำ’
ของบรรพชนแห่งวรยุทธ์นี้จึงสามารถสร้างขึ้นได้สำเร็จจนถึงทุกวันนี้
และกลายเป็นแหล่งที่มาของความเชื่อของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลกเทียนชิง
ภายในวิหารแห่งวรยุทธ์
ผู้คนมากมายเริ่มสักการะบูชาบรรพชนแห่งวรยุทธ์อีกครั้ง
ควันธูปตลบอบอวล เหล่าสาวกนับไม่ถ้วนคุกเข่าลงและคำนับ ‘ร่างทองคำ’
ของบรรพชนแห่งวรยุทธ์ในส่วนลึกสุด โดยมีความรู้สึกอันสูงส่งแผ่ซ่านไปทั่ว
อย่างเลือนราง
“ขอให้บรรพชนแห่งวรยุทธ์เมตตาสรรพสิ่ง โปรดประทานพลังอันยิ่งใหญ่
ขับไล่เทพอสูร”
มหาปุโรหิตเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง คุกเข่าลงด้วยความเคารพและสวด
ภาวนาต่อ ‘ร่างทองคำ’ ของบรรพชนแห่งวรยุทธ์
ในเวลาเดียวกัน กิ่งก้านของต้นไม้โลกสั่นไหว กลิ่นอายลึกลับปรากฏขึ้น
การสักการะบูชาจากสวรรค์และโลกตามมาติดๆ
โลกนี้
สวรรค์, โลก, มนุษย์, อสูร, เทพ
สักการะบูชาบรรพชนแห่งวรยุทธ์ร่วมกัน
ในเวลานี้ เจตจำนงหนึ่งสาย ได้ทะลุมิติมาและหลั่งไหลเข้าสู่ ‘ร่างทองคำ’
ของบรรพชนแห่งวรยุทธ์
(จบตอน)
……………
มหาปุโรหิต หมายถึง หัวหน้าหรือผู้นำของปุโรหิต ซึ่งมีสถานะสูงสุดใน
กลุ่มนักบวชหรือผู้ทำพิธีกรรมทางศาสนา มักเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ
หรือดำเนินพิธีสำคัญระดับสูง
ปุโรหิต หมายถึง นักบวชหรือผู้ประกอบพิธีกรรม เป็นตำแหน่งของบุคคล
ที่รับผิดชอบด้านศาสนา เช่น การทำพิธีกรรม บูชาเทพเจ้า หรือการสวดมนต์
เพื่อสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
คำว่าราชันเทพอสูรขอติดไว้ก่อนนะครับ ทางจีนเขียนว่าผู้นำถ้าน้องเจอ
คำที่ใช่แล้วเดี๋ยวมาเปลี่ยนน้าา