สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 776 อนาคตอันมืดมนและมืดมิด
ห้วงเวลาหมื่นมิติ
เส้นเวลาด้านหลังหลินหยวนกลับคืนสู่ความเสถียรอีกครั้ง
“ขั้นบันไดหยกขาวสายนั้น…” สีหน้าหลินหยวนครุ่นคิดชั่วครู่
ร่างอนาคต ที่เขาอัญเชิญมา อยู่บนขั้นบันไดหยกขาว อันไร้สิ้นสุดสายหนึ่ง
และขั้นบันไดหยกขาวสายนี้ ร่างสูงใหญ่สีแดงสดจากกาลอวกาศอนาคต
เห็นได้ชัดว่ารู้จัก และยังให้คำตอบเช่น ‘ฉากสำคัญในอนาคต’ ‘ไม่จำเป็นเลย’
เห็นได้ชัดว่า ขั้นบันไดหยกขาวมีชื่อเสียงอย่างมากในอนาคตมิฉะนั้นคงไม่
ทำให้จ้าวฯ ในตำนานองค์หนึ่งแสดงท่าทีเช่นนั้นออกมา
“ในเส้นเวลาอนาคตที่เราสังเกตการณ์ ไม่มีขั้นบันไดหยกขาวสายนี้ ภาพ
ส่วนใหญ่ที่สังเกตเห็นล้วนเลือนรางบิดเบี้ยว กระทั่งมืดมิดสนิท…”
หลินหยวนส่ายหัวเล็กน้อย
ตอนที่เพิ่งเข้าสู่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา การมองดูเส้นเวลาอนาคตราบรื่น
ไม่มีอุปสรรค
แต่พร้อมกับการยกระดับพลังและการเพิ่มขึ้นของขอบเขตประโยชน์ของ
เส้นเวลาอนาคตก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ
เพราะภาพมากมาย ข้อมูลมากมายเกี่ยวข้องกับการหลุดพ้นหรือเกี่ยวข้อง
กับเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดโดยพื้นฐานแล้วจะไม่
แสดงในเส้นเวลา มีเพียงต้องประสบด้วยตนเองเท่านั้น
สถานการณ์เช่นนี้ยิ่งเห็นได้ชัดในหมู่จ้าวฯ ในตำนาน
ทั้
จ้าวฯ ในตำนานทุกองค์ย่อมต้องสำรวจเส้นทางหลุดพ้นทั้งสองสาย
‘อนันตภาวะกำเนิด’ และ ‘อนันตทุกข์’ อย่างลึกซึ้ง
อนาคตของพวกพระองค์ อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ทุกเมื่อเพราะเส้น
ทางหลุดพ้นทั้งสองสายนี้ ส่งผลให้ภาพอนาคตมืดมิดสนิท
เส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตภาวะกำเนิด’ ยิ่งสำรวจไปถึงช่วงเวลาโบราณมาก
เท่าใด เหตุไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นง่ายก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นยิ่งมีความเป็นไปได้ที่จะ
หลงทางในอดีตหรือดับสูญในอดีต
‘อนันตทุกข์’ ยิ่งเป็นเช่นนั้น ช่วงสุดท้ายคือ 303,000,000 ทุกข์ทุกข์แต่ละ
ครั้งล้วนเป็นการเดินอยู่บนเส้นแบ่งความเป็นความตายหากประมาทเพียงเล็ก
น้อยก็คือร่างและวิญญาณดับสิ้น
“อย่างน้อยการอัญเชิญครั้งนี้ ก็ทำให้เรารู้ว่าในอนาคต ‘เรา’ น่าจะอยู่ดี”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหลินหยวน
เขาไม่รู้ว่าอดีต ปัจจุบัน อนาคตของจ้าวเสวี่ยไห่ถูกลบล้างไปจนหมดสิ้น
แต่จากภาพเมื่อครู่ ร่างอนาคตของจ้าวเสวี่ยไห่ เผชิญหน้าร่างอนาคตของ
ตนเอง ไม่มีพลังต่อต้านแม้แต่น้อย
ก็บ่งบอกว่าพลังในอนาคตของตนเองน่าจะน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด
นี่เป็นเพียงร่างอนาคตที่หลินหยวนอัญเชิญมาหลังจากผ่านไปหลายล้านปี
เท่านั้น
“จ้าวเสวี่ยไห่”
ความคิดของหลินหยวนหดกลับ มองไปยังศพสามร่างที่ลอยอยู่ไกลออกไป
ไม่ว่าพลังของตนเองในอนาคตจะเป็นอย่างไร ตอนนี้หลินหยวนยังไม่ใช่
กระทั่งจ้าวฯ เพิ่งจะหลุดพ้นจากสถานะ ‘ยากจน’ ได้ไม่นาน
ศพของจ้าวฯ สามองค์สำหรับเขาแล้ว ถือเป็นทรัพย์สมบัติมหาศาล ย่อม
ต้องเก็บเข้ามาทันที
ซวบ
ศพสามร่างของจ้าวเสวี่ยไห่และพวกถูกหลินหยวนเก็บเข้าสู่จักรวาล
ภายในร่างกาย
พร้อมกันนั้น หลินหยวนก็เริ่มตรวจสอบทันที
“ศาสตราวุธระดับจ้าวฯ ห้าชิ้น”
หลินหยวนค้นพบศาสตราวุธห้าชิ้นที่ซ่อนอยู่ในศพทั้งสาม
ในจำนวนนั้น ศาสตราวุธชิ้นหนึ่งเป็นของจ้าวเทียนสือ วางรวมอยู่กับร่าง
เนื้อของจ้าวเทียนสือ
ศาสตราวุธระดับจ้าวฯ ห้าชิ้น ชิ้นที่ล้ำค่าที่สุดคือ ‘ทะเลทมิฬ’ ศาสตราวุ
ธระดับจ้าวฯ ชิ้นนี้ อยู่ในระดับตำนาน
‘ทะเลทมิฬ’ เป็นศาสตราวุธประเภทกดขี่ ขณะเดียวกันก็มีฤทธิอำพราง
จ้าวเสวี่ยไห่วางกับดักในห้วงเวลาหมื่นมิติ อำพรางเป็นกลิ่นอายของสถานที่
แห่งวาสนาสำคัญ ก็อาศัย ‘ทะเลทมิฬ’ นี่เอง
“คราวนี้รวยแล้ว”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหลินหยวน
ศาสตราวุธระดับจ้าวฯ ห้าชิ้น นอกจาก ‘ทะเลทมิฬ’ แล้ว อีกสี่ชิ้นแต่ละชิ้น
มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 80 ล้านชั่ง
ศาสตราวุธระดับจ้าวฯ ทั่วไปมีมูลค่าเพียงไม่กี่แสนถึงไม่กี่ล้านชั่งแต่จ้าวเส
วี่ยไห่ในฐานะจ้าวฯ ระดับที่ 2 ขั้นสูงสุด จ้าวเทียนสือก็อยู่ระดับเดียวกัน จ้าวซวี
หลิง จ้าวอวี้เจี่ยอ่อนแอกว่าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ห่างกันมากนัก
ศาสตราวุธจ้าวฯ ของพวกพระองค์ ไม่รู้ว่าทุ่มเทแรงกายแรงใจไปเท่าใด
ย่อมเหนือกว่าศาสตราวุธระดับจ้าวฯ ทั่วไปมากนัก
ส่วน ‘ทะเลทมิฬ’ ชิ้นนั้น? ในฐานะศาสตราวุธจ้าวฯ ระดับตำนานคาดว่ามี
มูลค่า 200,000,000 ชั่ง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ศาสตราวุธระดับจ้าวฯ ห้าชิ้น มูลค่ารวมเท่ากับ 520 ล้าน
ชั่ง
นอกจากนี้ ยังมีสมบัติล้ำค่าและของวิเศษอื่นๆ อีกประปราย แต่ก็มีมูลค่า
เพียงหนึ่งถึง 2,000,000 ชั่งเท่านั้น
ต้องรู้ว่า แม้จะมีวาสนามากมายในห้วงเวลาหมื่นมิติ ของที่หลินหยวนได้
มาก่อนหน้านี้ทั้งหมดรวมกัน ก็เป็นเพียงสมบัติมูลค่าสามสิบสี่สิบล้านชั่งเท่านั้น
แต่ตอนนี้?
ได้ของที่มีมูลค่าเกินห้าร้อยล้านชั่งโดยตรงรึ?
“น่าเสียดาย…”
หลินหยวนอดรู้สึกเสียดายในใจไม่ได้
จ้าวเสวี่ยไห่และจ้าวฯ อีกสององค์วางกับดัก ก่อนหน้าจ้าวเทียนสือ ย่อม
ต้องมีจ้าวแห่งกาลเวลาจำนวนไม่น้อยประสบเคราะห์ร้าย
จ้าวแห่งกาลเวลาเหล่านี้คาดว่าเลือกที่จะจ่ายทรายแห่งกาลเวลาเพื่อ
รักษาร่างเนื้อไว้ แต่ทรายแห่งกาลเวลาเหล่านั้น? ย่อมต้องทำธุรกรรมกันเสร็จ
สิ้นนอกห้วงเวลาหมื่นมิติแล้ว
ภายในห้วงเวลาหมื่นมิติ จ้าวแห่งกาลเวลาทั้งหลายก็ไม่น่าจะพกพาทราย
แห่งกาลเวลามากมายขนาดนั้น
กระทั่งศาสตราวุธระดับจ้าวฯ ห้าชิ้นที่หลินหยวนได้รับ ก็เป็นความ
เปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง ตามสถานการณ์ปกติ จ้าวฯ ทั้งหลายเข้าสู่ห้วงเวลา
หมื่นมิติ จะไม่พกพาศาสตราวุธที่ล้ำค่าเกินไป
วี่
ที่
ุ
แต่จ้าวเสวี่ยไห่และจ้าวฯ อีกสององค์กลับทำตรงกันข้าม มีร่างอนาคตที่
ก้าวเข้าสู่ระดับตำนานแล้วเป็นทางถอย ถึงกล้าพกพาศาสตราวุธสี่ชิ้นเข้ามา ใน
จำนวนนั้นชิ้นหนึ่งยังเป็นศาสตราวุธจ้าวฯระดับตำนาน
ส่วนจ้าวเทียนสือกลับมีท่าทีลองดู อย่างไรเสียก็ซ่อนเร้นพลังทีแท้จริงไว้
จ้าวฯ ในตำนานไม่ออกมา จ้าวฯ องค์อื่นยากที่จะสร้างภัยคุกคามที่แท้จริงต่อ
ท่านได้
“ร่างเนื้อสามร่างนี้ บวกกับร่างเนื้อของจ้าวเทียนสือ ก็มีมูลค่ามหาศาลเช่น
กัน”
หลินหยวนคิดในใจ การจะหลอมร่างเนื้อต่อสู้ขึ้นมาร่างหนึ่ง ไม่รู้ว่าต้องใช้
แรงกายแรงใจและต้นทุนเท่าใด
ประโยชน์ที่หยาบที่สุด คือการนำร่างเนื้อสี่ร่างนี้คืนสู่ต้นกำเนิดหลอมกลับ
เป็นพลังต้นกำเนิดอีกครั้ง หรือหลอมเป็นศาสตราวุธระดับจ้าวฯ ห้าชิ้นโดยตรง
ส่วนประโยชน์อื่นๆ ทางเลือกที่ดีที่สุดย่อมเป็นการขายคืนให้กับเจ้าของ
ร่างเนื้อ
ร่างเนื้อต่อสู้ของจ้าวฯ ไม่เพียงแต่หมายถึงการทุ่มเทแรงกายแรงใจ แต่ยัง
แฝงไว้ซึ่งความลับมากมายของตนเอง เพื่อไถ่ร่างเนื้อต่อสู้คืน เจ้าของร่างเนื้อ
ย่อมยินดีซื้อ ‘เพิ่มราคา’ อย่างแน่นอน
ขณะที่หลินหยวนเก็บศพของจ้าวเสวี่ยไห่และพวก ตรวจสอบของที่ยึดมา
ได้อยู่นั้น
จ้าวแห่งกาลเวลาจำนวนมากต่างก็มองดูฉากนี้ตาไม่กะพริบ ไม่กล้า
เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
จ้าวแห่งกาลเวลาทุกองค์ล้วนรู้ดีว่า ศพสามร่างของจ้าวเสวี่ยไห่และพวก
แฝงไว้ซึ่งทรัพย์สมบัติมหาศาล
แต่กลับไม่มีจ้าวแห่งกาลเวลาองค์ใดกล้าฉวยโอกาสลงมือ เมื่อครู่ขั้นบันได
หยกขาวที่หลินหยวนอัญเชิญมา และร่างที่หันหลังให้พวกท่านบนขั้นบันได
นั้
สื้
รั้
หยกขาวนั้น การสะบัดแขนเสื้อครั้งเดียวลบล้างร่างปัจจุบันและร่างอนาคตของ
จ้าวเสวี่ยไห่ ได้สลักลึกลงในจิตวิญญาณของจ้าวแห่งกาลเวลาทุกองค์แล้ว ยาก
ที่จะลืมเลือนไปชั่วชีวิต
มีบทเรียนจากจ้าวเสวี่ยไห่ ใครจะกล้าฉวยโอกาสลงมือในตอนนีรึ?
“จ้าวเสวี่ยไห่ผู้ยิ่งใหญ่กลับตายอย่างง่ายดายเช่นนี้รึ? ร่างเนื้อต่อสู้ตายใน
ห้วงเวลาหมื่นมิติ?”
มีจ้าวแห่งกาลเวลาพึมพำกับตนเอง ราวกับกำลังฝันอยู่
เรื่องที่จ้าวเสวี่ยไห่บนเส้นเวลาทั้งหมดถูกลบล้างไปจนหมดสิ้นต่อให้เป็น
จ้าวฯ ในตำนาน ก็ยากที่จะตรวจจับได้ ดังนั้นจ้าวแห่งกาลเวลาจำนวนมากใน
สนามจึงคิดเพียงว่าจ้าวเสวี่ยไห่ดับสูญไปเพียงร่างเนื้อต่อสู้ร่างหนึ่งเท่านั้น
ถึงกระนั้น ก็ยังน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่งยวดแล้ว
“ที่ดับสูญไปไม่ใช่เพียงจ้าวเสวี่ยไห่ ยังมีร่างอนาคตของพระองค์ร่าง
อนาคตที่ก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน”
“คือจ้าวฯ องค์ใดกันแน่? พลังในอนาคตน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ไปถึง
ระดับใดใน 303,000,000 ทุกข์ช่วงสุดท้ายรึ? ทุกข์ครั้งที่ 200,000,000 รึ? หรือ
ทุกข์ครั้งที่ 300,000,000 รึ?”
จ้าวแห่งกาลเวลาทีละองค์ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งตกตะลึง จิตใจยากที่จะสงบลงได้
เป็นเวลานาน
ทุกย่างก้าวของจ้าวแห่งกาลเวลาล้วนเดินอยู่บนเส้นแบ่งความเป็นความ
ตาย จ้าวฯ ในตำนานยิ่งเป็นเช่นนั้น หากต้องการมีพลังที
แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ก็ต้องผ่านทุกข์ที่มากขึ้น และทุกข์แต่ละครั้ง ก็มีความ
เสี่ยงที่จะดับสูญ
ช่องว่างระหว่างมิติ อันกว้างใหญ่
ภายในตำหนักแห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในมิติพิเศษ
ชื่
ยู่
ร่างจริงของจ้าวเทียนสือเบิกตา ปรากฏสีหน้าเหลือเชื่อ
“จ้าวเสวี่ยไห่อัญเชิญร่างอนาคตที่ก้าวเข้าสู่ระดับตำนานออกมากดขี่ร่าง
เนื้อต่อสู้ของข้า หลังจากนั้นจ้าวฯ องค์หนึ่งที่ชมการต่อสู้อยู่ข้างๆ ก็อัญเชิญร่าง
อนาคตออกมา ลบล้างร่างปัจจุบันและร่างอนาคตของจ้าวเสวี่ยไห่ไปอย่างตาม
อำเภอใจรึ?”
จ้าวเทียนสือกะพริบตา ผ่านจ้าวแห่งกาลเวลาที่อยู่ใกล้เคียง ท่านก็ได้
ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากตนเองถูกกดขี่แล้ว
เรียกได้ว่าพลิกผันสามตลบ
“อนาคตของจ้าวฯ ที่ชมการต่อสู้ท่านนั้น…”
จ้าวเทียนสือไม่อยากจะเชื่อ ท่านเคยปะทะกับร่างอนาคตของจ้าวเสวี่ยไห่
ด้วยตนเอง แม้สุดท้ายจะถูกกดขี่ แต่ก็ทราบถึงวิถีอันน่าสะพรึงกลัวของอีกฝ่าย
เป็นอย่างดี
การดำรงอยู่เช่นนั้น ก็สามารถถูกลบล้างได้ตามอำเภอใจรึ?
“ร่างเนื้อต่อสู้ของข้า ตกอยู่ในมือของจ้าวฯ ที่ชมการต่อสู้ท่านนั้นรึ?”
จ้าวเทียนสืออดรู้สึกปวดหัวไม่ได้ ร่างเนื้อต่อสู้ตกอยู่ในมือจ้าวเสวี่ยไห่ จ้าว
เทียนสือแม้จะรู้สึกไม่สบายใจ แต่ในใจก็พอจะคาดเดาได้ รู้ว่าจะต้องจ่ายค่า
ตอบแทนเท่าใดถึงจะไถ่คืนมาได้
แต่ตกอยู่ในมือของจ้าวฯ ลึกลับท่านนั้นรึ?
จ้าวเทียนสือไม่รู้อะไรเกี่ยวกับจ้าวฯ ลึกลับท่านนั้นเลยแม้แต่น้อยและ
อนาคตอันน่าสะพรึงกลัวของอีกฝ่าย ก็ทำให้พระองค์รู้สึกไม่มั่นใจอย่างยิ่ง ไม่รู้
เลยว่าจะ ‘ไถ่คืน’ ร่างเนื้อต่อสู้ได้อย่างไร?
ตั้งราคาสูงไปรึ? ตนเองอาจจะจ่ายไม่ไหว?
ตั้งราคาต่ำไปรึ? ทำให้ฝ่ายไม่พอใจ เช่นนั้นจุดจบคาดว่าจะไม่ดีนัก
“ไม่ว่าอย่างไร ก็ยังต้องลองดู”
จ้าวเทียนสือตั้งสติ ร่างเนื้อต่อสู้ยังคงปล่อยไว้ข้างนอกไม่ได้พระองค์ต่อให้
ต้องเสียเลือดเนื้อมาก ก็ต้องพยายาม ‘ไถ่คืน’
ส่วนลึกที่สุดของห้วงเวลาหมื่นมิติ
เมื่อจ้าวเสวี่ยไห่อัญเชิญร่างอนาคตของตนเอง ก็ได้ปลุกการดำรงอยู่หลาย
องค์ ณ ที่แห่งนี้แล้ว
เกี่ยวข้องกับพลังระดับจ้าวฯ ในตำนานระดับที่ 3 ต่อให้ห่างไกลเพียงใดก็
ยังสามารถสัมผัสได้บ้าง
“จ้าวฯ ในตำนานอีกองค์แล้ว”
“เป็นจ้าวฯ ในตำนานจากอนาคตรึ?”
“ลงมือในกาลอวกาศปัจจุบัน เป็นการวางหมาก หรือเป็นการชดเชยข้อ
บกพร่องของตนเองรึ?”
จ้าวฯ ในตำนานหลายองค์ในส่วนลึกที่สุดของห้วงเวลาหมื่นมิติไม่ได้ใส่ใจ
มากนัก
จ้าวฯ ในตำนานนานๆ ครั้งจะมุ่งหน้าไปยังกาลอวกาศอดีตเพื่อลงมือ ไม่ใช่
เรื่องที่น่าประหลาดใจเกินไปนัก
ตราบใดที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบใหญ่หลวงเกินไป จ้าวฯ ในตำนานองค์อื่น
ก็ขี้เกียจจะไปยุ่งเกี่ยว
อย่างไรเสียจ้าวฯ ในตำนานจากอนาคตลงมือในกาลอวกาศปัจจุบัน ก็เท่า
กับจ้าวฯ ในตำนานปัจจุบันลงมือในกาลอวกาศอดีต
“คือเสวี่ยไห่… เจ้านั่นในอนาคตกลายเป็นตำนานแล้วรึ?”
จ้าวฯ ในตำนานหลายองค์สังเกตการณ์จากระยะไกล พูดคุยกัน
ที่
อนาคตที่จ้าวฯ ในตำนานสังเกตการณ์ได้ ส่วนใหญ่เป็นภาพเลือนรางมืด
มิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับจ้าวฯ ในตำนานองค์อื่น
จ้าวฯ ในตำนานแต่ละองค์ ล้วนเดินอยู่บนเส้นทางหลุดพ้นอย่างลึกซึ้ง
เกี่ยวข้องกับการหลุดพ้น ยากที่จะสังเกตการณ์
จากนั้น
พร้อมกับที่หลินหยวนเริ่มอัญเชิญร่างอนาคต
สีหน้าของจ้าวฯ ในตำนานทุกองค์ล้วนเปลี่ยนไป
“นี่คือ?”
“อิทธิพลและการกดขี่ต่อกาลอวกาศเช่นนี้?”
จ้าวฯ ในตำนานหลายองค์สีหน้าจริงจัง ยังมีจ้าวฯ ในตำนานอีกหลายองค์
ที่ยังคงอยู่ในสภาวะตรัสรู้แจ้งก็ตื่นขึ้นเช่นกัน มองไปยังทิศทางที่เส้นเวลาปั่น
ป่วน
ขั้นบันไดหยกขาวอันไร้สิ้นสุด
ร่างที่หันหลังให้สรรพสิ่ง ก้าวขึ้นบันไดไป
ภาพการสะบัดแขนเสื้อลบล้างร่างปัจจุบันและร่างอนาคตของจ้าวเสวี่ยไห่
ช่วงเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้จ้าวฯ ในตำนานทุกองค์
ถึงกับหายใจไม่ออก
“สังหารในพริบตา ร่างตำนานอนาคตของจ้าวเสวี่ยไห่ก็ต้านทานไม่ได้รึ?
การลงมือข้ามช่วงเวลาที่ต่างกัน อานุภาพย่อมถูกกดขีจำกัดอยู่แล้ว ยังคงไปถึง
ระดับนี้ได้ พลังของการดำรงอยู่ของท่านนี …”
“ย่อมไม่ด้อยกว่าการดำรงอยู่ของจ้าวว่านเว่ย อย่างแน่นอน คาดว่าใกล้จะ
สำรวจจนถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุดพ้นสายใดสายหนึ่งแล้ว”
ขั้
นั่
“คือผู้ใดกันแน่? แล้วขั้นบันไดหยกขาวนั่น ไม่เคยเห็นมาก่อนมาจากห้วง
มิติแห่งใดรึ?”
จ้าวฯ ในตำนานจำนวนมากจิตใจสั่นสะเทือนไม่หยุด พวกพระองค์ไม่ได้
ใส่ใจร่างตำนานอนาคตของจ้าวเสวี่ยไห่มากนัก เพราะโดยพื้นฐานแล้วอยู่ใน
ระดับเดียวกัน กระทั่งยังด้อยกว่าพวกพระองค์
แต่ร่างบนขั้นบันไดหยกขาวอันไร้สิ้นสุดนั้น ช่องว่างระหว่างมิติอันกว้าง
ใหญ่ โดยพื้นฐานแล้วจ้าวฯ ในตำนานจะไม่เปิดเผยร่องรอยต่อภายนอก แต่
จ้าวฯ ในตำนานที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ กระทั่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะเหนือกว่า
จ้าวว่านเว่ย…
“การดำรงอยู่จากกาลอวกาศอนาคตอันน่าสะพรึงกลัวท่านนี้ร่างอดีตคือ
ท่านผู้นั้นรึ?”
จ้าวฯ ในตำนานจำนวนมากสายตามองไปยังหลินหยวนจากระยะไกล
ตกใจในใจ: “ไม่ใช่จ้าวฯ แต่กลับมีพลังเทียบเคียงกับระดับที่ 2 ขั้นสูงสุด…”
“ไม่รู้ว่าการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวท่านนั้น มาจากอนาคตหลังจากผ่าน
ไปกี่ปี”
“ไม่ว่าจะเป็นอนาคตหลังจากผ่านไปกี่ปี พลังระดับนี้คาดว่าช่องว่าง
ระหว่างมิติอันกว้างใหญ่ก็มีอยู่ไม่กี่องค์”
“ถูกต้อง ต่อให้รวม ‘เฒ่าโบราณ’ ที่เก็บตัวเหล่านั้นทั้งหมดเข้าไปด้วย ผู้ที่
สามารถเทียบเคียงกับท่านผู้นี้ได้เกรงว่าก็มีไม่มาก”
จ้าวฯ ในตำนานในส่วนลึกที่สุดของห้วงเวลาหมื่นมิติพูดคุยกันอย่าง
รวดเร็ว
ห้วงเวลาหมื่นมิติในปัจจุบัน มีจ้าวฯ ในตำนานที่เทียบเคียงหรือกระทั่ง
เหนือกว่าจ้าวว่านเว่ยอยู่หรือไม่?
ย่อมต้องมีอย่างแน่นอน
ยิ่
แต่ย่อมต้องหาได้ยากยิ่งยวด
จ้าวฯ ในตำนานระดับสูงเช่นนี้ ใกล้จะเห็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุดพ้น
สายใดสายหนึ่งแล้ว นอกจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการหลุดพ้นของตนเองแล้ว
น้อยครั้งที่จะแบ่งใจไปสนใจเรื่องภายนอก
“ขั้นบันไดหยกขาวสายนั้น?”
จ้าวฯ ในตำนานองค์หนึ่งที่แผ่แสงสีม่วงออกมาใบหน้าจริงจังท่านกวาดตา
มองจ้าวฯ ในตำนานองค์อื่น: “เมื่อเร็วๆ นี้อนาคตที่พวกเราสังเกตการณ์ได้ หลัง
จากผ่านไปหนึ่งแสนถึงหนึ่งล้านปี จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่เส้นเวลาจะมืดมนและ
มืดมิดอย่างยิ่งยวด ยากที่จะสังเกตการณ์ข้อมูลใดๆ ได้…”
เส้นเวลาอนาคตที่จ้าวแห่งกาลเวลาสังเกตการณ์ได้ ส่วนใหญ่จะเลือนราง
มืดมิด หมายถึงข้อมูลข่าวสารที่ตนเองต้องการรู้เลือนรางมืดมิด
ส่วนภาพอนาคตที่ยุ่งเหยิงมากมาย—สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นและภาพ
ส่วนย่อยที่เกี่ยวข้องกับจ้าวแห่งกาลเวลาทั่วไป ยังคงพอมองเห็นได้บ้าง
อย่างไรเสียก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหลุดพ้น หรือไม่เคยเชื่อมโยงกับการ
หลุดพ้นมากเกินไป…
ทว่า เส้นเวลาอนาคตที่จ้าวฯ ในตำนานทุกองค์ในพื้นที่เห็นหลังจากผ่านไป
หนึ่งแสนถึงหนึ่งล้านปี กลับอยู่ในสภาพมืดมนอย่างยิ่งยวดเหมือนกันหมด?
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หนึ่งแสนถึงหนึ่งล้านปีข้างหน้า จะเกิดเรื่องใหญ่ที่ส่งผลก
ระทบต่อพื้นที่ช่องว่างระหว่างมิติอันกว้างใหญ่ขึ้น เรื่องใหญ่นี้มีความเป็นไปได้
อย่างยิ่งที่จะเกี่ยวข้องกับการหลุดพ้น ถึงจะทำให้จ้าวฯ ในตำนานเช่นพวก
พระองค์ได้ผลการสังเกตการณ์เช่นนี้
“ความหมายของท่านคือ ขั้นบันไดหยกขาวสายนั้น เกี่ยวข้องกับอนาคต
อันมืดมนและมืดมิดที่เราสังเกตการณ์ได้รึ?”
จ้าวฯ ในตำนานอีกองค์สีหน้าครุ่นคิด
นั้
“เป็นเช่นนั้น”
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงพยักหน้า กล่าวต่อ: “ข้าก็เพียงแค่คาดเดา”
…..
(จบตอน)
………..
โอ้ยยยยยยยยยยย วันนี้โคตรมันส์
เจอกันใหม่พรุ่งนี้นะค้าบ น้องจะรีบมาาาา
ขอบพระคุณทุกๆการสนับสนุนจากผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านน้าา
…………
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด (至高规 则大道意
志 (Zhìgāo Guīzé Dàdào Yìzhì) ) หรือก็คือ มหาเต๋ากฎสูงสุด
มหาเต๋ากฎสูงสุด ( 至高规则大道 – Zhìgāo Guīzé Dàdào) มีความหมาย
ดังนี้ครับ:
至高 (Zhìgāo – จื้อเกา): แปลว่า สูงสุด, ยิ่งใหญ่ที่สุด, เหนือกว่าทุกสิ่ง
(Supreme, Highest, Paramount)
规则 (Guīzé – กุยเจ๋อ): แปลว่า กฎ, กฎเกณฑ์, กติกา, ระเบียบ
大道 (Dàdào – ต้าเต้า): แปลว่า หนทางอันยิ่งใหญ่, หลักการอันยิ่งใหญ่,
มรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ หรือ “มหาเต๋า” (Great Way, Grand Principle)
เมื่อรวมกัน มหาเต๋ากฎสูงสุด จึงหมายถึง:
“หลักการ/หนทาง/มรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด”
ในบริบทของนิยายกำลังภายใน/เทพเซียน มักจะหมายถึง:
กฎพื้นฐานแห่งจักรวาล: เป็นกลไก กฎเกณฑ์ หรือหลักการพื้นฐานที่
ควบคุมความเป็นไปทั้งหมดของจักรวาล สรรพสิ่ง หรือมิติทั้งหมดในเรื่องนั้นๆ
เป็น “กฎฟิสิกส์” หรือ “ระบบปฏิบัติการ” ของโลก
พลังอำนาจสูงสุด (แต่ไร้ตัวตน): โดยทั่วไปแล้ว “มหาเต๋ากฎสูงสุด” ไม่ใช่
เทพเจ้าที่มีบุคลิกหรืออารมณ์ความรู้สึกเหมือนมนุษย์แต่เป็นพลังงานนามธรรม
กฎธรรมชาติ หรือกลไกที่เป็นกลางและอยู่เหนือทุกสิ่ง อาจมี “เจตจำนง” (意志
– Yìzhì) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกลไกอัตโนมัติเพื่อรักษาสมดุลหรือความเป็น
ระเบียบของจักรวาลมากกว่าจะเป็นความปรารถนาส่วนตัว
ผู้กำหนดขีดจำกัดและบททดสอบ: มักจะเป็นผู้กำหนดขีดจำกัดของพลัง
อำนาจ เส้นทางการบำเพ็ญเพียร และเป็นผู้มอบ “ทุกข์” หรือ “เคราะห์กรรม”
(劫难 – Jiénàn) ให้กับผู้บำเพ็ญเพียรทีแข็งแกร่งขึ้น เพื่อทดสอบหรือควบคุม
ไม่ให้พลังเสียสมดุล
สิ่งที่ต้องก้าวข้ามเพื่อการ “หลุดพ้น” ที่แท้จริง: ในหลายๆ เรื่องการ “หลุด
พ้น” (超脱 – Chāotuō) หมายถึงการก้าวข้ามหรืออยู่เหนือกฎเกณฑ์ของ “มหา
เต๋ากฎสูงสุด” นี้
โดยสรุป “มหาเต๋ากฎสูงสุด” คือ กฎเกณฑ์พื้นฐานอันเป็นที่สุดที่ควบคุมทุก
สิ่งทุกอย่างในจักรวาล