สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 918 สองสุขมาเยือน
กู้เสี่ยวเปั่าเป็นแขกประจำของตำหนักเหรินโซ่ว
กู้เจียวอุ้มเขาไว้ ได้ใช้สิทธิพิเศษในการเข้าวังโดย
ใช้การจดจำใบหน้า
กู้เสี่ยวเปั่าใช้พลังงานหมดไปกับการตามหาพี่สาว
ในตรอกปีสุ่ย ตอนนี้เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะเดินต่อ
กู้เจียวมีกำลังมากจึงยินดีอุ้มเขาไว้
อวี้หยาเอ๋อร์ช่วยกู้เจียวถือของและเดินเข้าวังไป
ด้วยความเบิกบานใจ
ไทเฮาจวงไม่สนใจราชกิจในตอนนี้ นางชอบไป
เล่นไพ่ที่ตรอกปีสุ่ยเมื่อว่างเว้น ใช้ชีวิตอย่าง
สบายๆ แต่ช่วงก่อนนางเป็นห่วงกู้เจียวมากจน
ปั่วยหนัก อาการของนางก็เริ่มดีขึ้นหลังจากได้รับ
ข่าวชัยชนะจากชายแดน
“ท่านย่า” กู้เสี่ยวเปั่าสนิทกับท่านย่ามาก เข้าไป
ในห้องบรรทมก็เอื้อมมือไปหานาง
ท่านย่ารำคาญเด็กงอแง แต่กู้เสี่ยวเปั่าไม่เคย
ร้องไห้ เขาเป็นเด็กน้อยที่เงียบสงบไม่เหมือนเด็ก
ทั่วไป
ท่านย่าอนุญาตให้ฉินกงกงอุ้มเขามาหานาง
ฉินกงกงยิ้มกว้างและเดินเข้ามาหา “ท่านกลับมา
แล้ว ไทเฮาคิดถึงท่านมาก พระองค์ไม่เสวย ไม่
ดื่มชาเลย หากท่านไม่กลับอีก ไทเฮาก็คงต้อง…”
ไปแคว้นเยี่ยนเพื่อตามหาท่านแล้ว
ฉินกงกงกลืนคำพูดนั้นลงคออย่างชาญฉลาด
“ให้ข้าอุ้มเถอะ” ฉินกงกงยื่นมือไปอุ้มกู้เสี่ยวเปั่า
กู้เสี่ยวเปั่าหมุนตัวอย่างรวดเร็ว
ไม่ให้อุ้ม
ฉินกงกงร้องเสียงโอ้ย
“ข้าเอง” กู้เจียวเอ่ย
“ข้าขอตัวไปชงชาก่อน” ฉินกงกงยิ้มแล้วถอย
กลับไป พาเหล่านางสนมในตำหนักบรรทมไป
ด้วย
ไทเฮาจวงนั่งดื่มชาอยู่ที่ริมหน้าต่าง กู้เจียวเดิน
เข้ามา นั่งลงข้างๆ ทักทายเบาๆ “ท่านย่า”
ไทเฮาจวง “เหอะ”
อวี้หยาเอ๋อร์คุกเข่าลงถวายบังคม “ไทเฮา”
ไทเฮาจวง “อืม”
กู้เจียวถามไทเฮาจวงว่าเหตุใดถึงปฏิบัติต่อนาง
และอวี้หยาเอ๋อร์ต่างกัน
กู้เสี่ยวเปั่าปีนขึ้นไปนั่งบนตักไทเฮาจวง แต่รู้สึก
เบื่อ เลยปีนลงมา
อวี้หยาเอ๋อร์วางกล่องอาหารไว้บนโต๊ะแล้วอุ้มเขา
ออกไปเล่น
กู้เจียวเปิดกล่องอาหาร หยิบของที่อยู่ข้างใน
ออกมาทีละอย่าง “ท่านปูั่ทำผลไม้อบแห้ง แม่ข้า
ทำขนมเปียะกุหลาบ”
ไทเฮาจวงหน้าบูดบึ้ง ไม่สนใจอะไรเลย
กู้เจียวหยิบกล่องเล็กๆ ที่อยู่ชั้นล่างสุดออกมา
“ขนมเปียกปูน ข้าทำเอง”
สีหน้าของไทเฮาจวงดีขึ้นเล็กน้อย
แต่แล้วเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา นางขมวดคิ้วแน่น
“ใครให้นางเข้าห้องครัว ขาดขนมเปียกปูนหรือไร
คิดว่าของที่นางทำมันอร่อยมากหรือไร”
กู้เจียวกลั้นเสียงหัวเราะ ยื่นมือไปคว้ากล่องขนม
เปียกปูน “อ้อ งั้นข้าเอาคืนก็แล้วกัน”
ไทเฮาจวงกอดกล่องขนมเปียกปูนไว้ มองนาง
ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
กู้เจียวหัวเราะจนตัวโยนบนเก้าอี้
แสงแดดเจิดจ้า รอยยิ้มของหญิงสาวช่างงดงาม
ไทเฮาจวงหัวเราะเบาๆ มุมปากเผลอยกยิ้มขึ้น
ดวงตากลับมีน้ำตาคลอ
เจียวเจียวของนางกลับมาแล้ว
กลับมาครบถ้วนสมบูรณ์
ระหว่างที่กู้เจียวไม่อยู่ในเมืองหลวงมากกว่าหนึ่ง
ปี เกิดเรื่องราวมากมายขึ้น ก่อนอื่นคือไท่จื่อเฟย
เวินหลินหลังเสียชีวิตจากอาการปั่วย จากนั้น
เซียวฮองเฮาก็ทรงคัดเลือกสนมเอกสองคนให้กับ
องค์ชาย กู้เจียวรู้สึกประหลาดใจที่หนึ่งในสนม
เอกนั้นเป็นน้องสาวแท้ๆ ของรุ่ยอ๋องเฟย
กู้เจียวพอจะคุ้นเคยกับตู้เสี่ยวอวิ๋นบ้าง เพราะว่า
ตอนที่นางมาอยู่เมืองหลวงใหม่ๆ เคยเจอตู้เสี่ย
วอวิ๋นหลายครั้ง ตู้เสี่ยวอวิ๋นเป็นผู้พิทักษ์ของเวิน
หลินหลัง มองเวินหลินหลังเป็นเหมือนเทพธิดา
ในใจ
ไม่รู้ว่าตอนที่นางถูกเลือกให้เข้าไปเป็นสนมเอกใน
ตำหนักบูรพา นางรู้สึกอย่างไร
ตู้เสี่ยวอวิ๋นตั้งท้องเร็วมาก เข้าวังแค่สามเดือนก็
ตั้งท้องแล้ว ตอนนี้ท้องได้ห้าเดือนแล้ว
เซียวฮองเฮาเคยพูดกับไทเฮาจวงว่า ถ้าตู้เสี่ย
วอวิ๋นสามารถให้กำเนิดพระโอรสให้กับไท่จื่อได้
จะทูลขอเลื่อนยศให้นางเป็นฮองเฮาของไท่จื่อ
นอกจากนี้ รุ่ยอ๋องยังได้แสดงฝีมือในราชสำนัก
ได้รับความชื่นชมจากฮ่องเต้ ฮ่องเต้จึงแต่งตั้งเขา
เป็นราชทูต มุ่งหน้าสู่ภาคใต้เพื่อตรวจสอบสภาพ
ความเป็นอยู่ของประชาชน
รุ่ยอ๋องเฟยและลูกสาวก็ออกเดินทางไปกับเขา
ด้วย
หวงฝูั่เสียนขึ้นเหนือล่องใต้ไปกับเขา แต่ที่น่า
ประหลาดใจคือเขาสามารถเดินด้วยขาเทียมได้
แล้ว
“แล้วหนิงอ๋องเล่า” กู้เจียวถาม
ไทเฮาจวงถอนหายใจ “เหมือนเดิม ถูกกักขังอยู่
ในตำหนัก ตั้งแต่ฉู่เย่ว์หย่าร้างกับเขา นิสัยของ
เขาเปลี่ยนไปมาก ข้าได้ยินมาว่าเขาส่งคนไปสืบ
หาข่าวคราวของฉู่เย่ว์อยู่เสมอ แต่น่าเสียดายที่
ไม่ได้อะไรกลับมาเลย”
ในใจของหนิงอ๋องมีหนิงอ๋องเฟยอยู่เสมอ
ความรู้สึกที่มีต่อเวินหลิงหลังคือสิ่งที่เอื้อมไม่ถึง
ยามเป็นเด็กหนุ่ม น่าเสียดายที่เขารู้ตัวช้าไป
ไม่รู้ว่าฉู่เย่ว์ไปอยู่ที่ใด เขาตามหาอย่างไรก็หาไม่
พบ
“แล้วจวงอวี้เหิงเล่า มีข่าวคราวของเขาบ้างไหม”
กู้เจียวถามอีก
“เจ้าห่วงใยคนเยอะเสียจริง” ไทเฮาจวงเอ่ย แต่
ในใจนางก็เข้าใจว่ากู้เจียวเป็นห่วงเป็นใยแทน
นาง
ไม่ว่าจะเป็นหนิงอ๋องหรืออันจวิ้นอ๋อง ต่างก็เป็น
เด็กที่นางรักมาโดยตลอด ใครจะคิดว่าราชครูจวง
ซึ่งเป็นปูั่ของหนิงอ๋อง แทนที่จะสั่งสอนหนิงอ๋อง
อย่างดี กลับยุยงให้หนิงอ๋องก่อกบฏ
หนิงอ๋องพ่ายแพ้ ราชครูจวงล้มเหลว สมาชิก
ตระกูลจวงถูกเนรเทศ
จวงอวี้เหิงถูกราชครูจวงขับไล่ออกจากบ้านก่อน
ต่อมาเขาก็สร้างผลงานไว้มากมาย เขาสามารถ
อยู่ในเมืองหลวงได้ แต่เขาก็เลือกที่จะถูกเนรเทศ
ไปด้วย โดยไม่ลังเล
เมื่อตระกูลจวงรุ่งเรือง เขาก็ละทิ้งความร่ำรวย
และออกจากตระกูลจวง
เมื่อตระกูลจวงตกต่ำ เขาก็ละทิ้งอนาคตที่สดใส
และกลับมาที่ตระกูลจวง
เมื่อนึกถึงเขา ไทเฮาจวงก็รู้สึกทั้งสงสารและ
เสียดาย
นางเก็บความรู้สึกไว้ในใจ แต่คนอื่นไม่กล้าถาม
ไม่กล้าพูดถึง มีเพียงกู้เจียวเท่านั้นที่ทำให้นางพูด
ได้
ไทเฮาจวงถอนหายใจยาวเหยียด “เขาไปเป็นครู
สอนหนังสือที่โรงเรียนสอนหนังสือส่วนตัวเล็กๆ
ชายแดน กลางวันสอนหนังสือ ตอนกลางคืนก็
รับจ้างเขียนจดหมายและคัดลอกเอกสารราชการ
หาเงินอันน้อยนิดมาประทังชีวิต”
แม้จะถูกเนรเทศ แต่จวงอวี้เหิงไม่ได้เป็นนักโทษ
ประหารชีวิต ดังนั้นเขาจึงสามารถไปสอนหนังสือ
ที่โรงเรียนสอนหนังสือส่วนตัวได้
แม้จะเป็นเช่นนั้น ชีวิตของเขาก็ยากลำบากมาก
จวงอวี้เหิงเองไม่ได้รู้สึกทรมาน เมื่อคนของไทเฮา
จวงไปถามเขาว่าเป็นอย่างไร เขาบอกว่าความ
ทุกข์เหล่านี้ เซียวลิ่วหลังเคยเผชิญมาก่อนแล้ว
เซียวลิ่วหลังผ่านมันมาได้ เขาก็ทำได้เช่นกัน
ไทเฮาจวงฮึดฮัด “ยังเอาแต่แข่งกับลิ่วหลังอีก
เหรอ ว่าแต่ หลานเสี่ยวเซี่ยงเขียนจดหมายมาหา
นางแล้วนะ”
กู้เจียว “อืม”
ไทเฮาจวงขี้เกียจลุก เลยชี้ไปที่จดหมาย กู้เจียวจึง
เดินไปหยิบมาให้
จดหมายมีทั้งหมดหกฉบับ
สมัยก่อนการเดินทางลำบาก จดหมายฉบับหนึ่ง
อาจใช้เวลาส่งนานถึงสองสามเดือน กู้เจียวไม่อยู่
บ้านหนึ่งปีครึ่ง แต่ได้รับจดหมายถึงหกฉบับ
แสดงว่าเซวียหนิงเซียงเขียนจดหมายมาหาบ่อย
เซวียหนิงเซียงเขียนจดหมายเล่าถึงเรื่องราวที่
เกิดขึ้นบนเขาหลังบ้าน และเล่าถึงชีวิตประจำวัน
ของนางที่ชนบท
“เขียนเก่งกว่าข้าอีกนะ…”
กู้เจียวบ่นพึมพำ
พื้นที่บนเขาหลังบ้านถูกถางปั่าแล้ว และปลูก
สมุนไพรชนิดต่างๆ ตามที่กู้เจียวต้องการ คาดว่า
ปีหน้าจะสามารถเก็บเกี่ยวสมุนไพรบางส่วนได้
โก่วหวาอายุห้าขวบแล้ว ดื้อซน ชอบวิ่งเล่นไปทั่ว
จนเซวียหนิงเซียงต้องตามหาบ่อยๆ
โก่วหวามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าสำนักหลี่ เขา
คิดว่าตัวเองเป็นลูกแท้ๆ ของเจ้าสำนักหลี่จริงๆ
เจ้าสำนักหลี่สอนเขาเขียนหนังสือ น่าแปลกใจ
ไหม เขาเรียนได้ดีทีเดียวเชียว!
จดหมายฉบับที่สองจากท้ายบอกว่า ท่านย่าส่ง
จดหมายไปหาเซวียหนิงเซียง บอกให้นางพาสามี
และโก่วหวามาเที่ยวเมืองหลวงด้วย นางบอกว่า
จะมาเร็วๆ นี้
จดหมายฉบับสุดท้ายถูกส่งตามมา เซวียหนิง
เซียงตั้งท้องแล้ว นางมาเมืองหลวงไม่ได้ชั่วคราว
รอจนคลอดลูกแล้ว ค่อยมาเยี่ยมท่านย่ากับกู้
เจียว
กู้เจียวฟังข่าวสารทั้งบ่าย แถมยังอ่านจดหมาย
ของเซวียหนิงเซียงมากมาย ทันใดนั้นนางก็รู้สึก
เหมือนผ่านมาหลายภพชาติ
ตอนที่นางมาถึงที่นี่ โก่วหวาเพิ่งจะหนึ่งขวบ แต่
ตอนนี้ห้าขวบแล้ว
ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว นางก็ใช้เวลาระยะเวลาสี่ปีที่นี่
แล้ว
ท่ามกลางความรู้สึกครุ่นคิด กู้เสี่ยวเปั่าก็เดินเข้า
มาอย่างเซื่องซาน
เขายืนอยู่ตรงหน้ากู้เจียวและไทเฮาจวง มอง
ไทเฮาจวงด้วยแววตาไร้เดียงสาและฉลาดแสนกล
“ท่านย่า” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็กน้อยน่าเอ็นดู
ไทเฮาจวงขมวดจมูก “อืม ไปก่อเรื่องอะไรมาอีก
แล้วล่ะ”
กู้เสี่ยวเปั่าวางมือสองข้างไว้ข้างหน้า ตัวขวาบีบ
นิ้วชี้ของมือซ้าย “ไม่มี”
ไทเฮาจวงเอ่ยตรงประเด็น “ถ้าเจ้าไม่ได้เล่นมือ
เจ้าก็คงไม่ได้ทำอะไรแน่”
เอ่ยจบ อวี้หยาเอ๋อร์กับนางกำนัลตำหนักเหริน
โซ่วก็วิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ
ทั้งสองก้มหน้าลง
อวี้หยาเอ๋อร์ไม่รู้ว่ามันคืออะไร และไม่รู้จะ
รายงานอย่างไร
ในที่สุด สาวใช้ตัวน้อยก็กลั้นใจเอ่ยออกมา
“ตรา… ตราหงส์แตกแล้ว”
สีหน้าของไทเฮาจวงหม่นหมองลง ดวงตาของ
นางมองอย่างดุเดือดราวกับมีมีดแหลมคมอยู่เต็ม
ไปหมด!
กู้เสี่ยวเปั่าเดินเข้าไปกอดแขนไทเฮาจวงแล้วเอ่ย
“ท่านย่า เสี่ยวเปั่ารักท่านย่า”
ไทเฮาจวงตกใจ “ใครสอนเขาพูดแบบนี้!!!”
กู้เจียวทานอาหารเย็นที่ตำหนักเหรินโซ่วเสร็จ
แล้วจึงกลับบ้าน
กู้เสี่ยวเปั่าเหนื่อยจนหลับไปแล้ว นอนหลับสบาย
อยู่ในอ้อมกอดของกู้เจียว
กู้เจียวมองดูเขาแล้วเอ่ย “อืม เด็กน้อยช่างน่ารัก
จริง”
อวี้หยาเอ๋อร์เอ่ยพลางหัวเราะ “คุณหนู ไม่ต้อง
อิจฉาหรอก ไม่นานคุณหนูก็จะมีลูกกับท่านชาย
แล้ว!”
นางมีลูกอย่างนั้นหรือ กู้เจียวอึ้งชะงักไปชั่วครู่
…
ตระกูลหยวน
ราชเลขาหยวนคุยกันอย่างสนุกสนานกับท่าน
เหล่าโหวในศาลาดอกไม้
กู้ฉังชิงรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเข็มหนามข้างๆ ท่าน
เหล่าโหว
ทันใดนั้น เขาก็เหลือบเห็นเงาดำของบุคคลหนึ่ง
ผ่านไปนอกหน้าต่าง ฝั่ายนั้นเหมือนจะมองมา
ทางเขา
เขาเข้าใจความหมาย ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ย “ขอ
อภัย ข้าขอตัวไปห้องน้ำสักครู่”
ท่านโหวไม่พอใจ เหลียวมองหลานชายด้วย
สายตาคาดโทษเอ่ย “กำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่ เหตุ
ใดต้องไปเข้าห้องน้ำด้วย”
ราชเลขาหยวนหัวเราะ ยกมือขึ้นแล้วเอ่ย “ไม่
เป็นไร ไปเถอะ จ้าวซาน พาท่านชายกู้ไปห้องน้ำ
หน่อย”
“รับทราบ”
ข้ารับใช้ที่ถูกเรียกว่าจ้าวซาน พากู้ฉังชิงไปยัง
ห้องน้ำ
กู้ฉังชิงเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ข้ารู้ทางแล้ว เจ้า
กลับไปก่อน เดี๋ยวข้าจะนานหน่อย”
“ขอรับ” จ้าวซานกลับไปที่ศาลาดอกไม้
กู้ฉังชิงหันตัวแล้วใช้วิชาเบาตัวไปยังสวนเล็กๆ
ใกล้เคียง
ที่นั่น หญิงสวมชุดคลุมนักบวชเต๋ากำลังยืนรออยู่
มานานแล้ว นางถือหนังสือเล่มใหม่ในมือ
แม่ชีปิดหนังสือที่นางอ่านค้างไว้ หันมามองกู้ฉัง
ชิงแล้วเอ่ย “เจ้ามาช้าเสียจริง ถ้าไม่มาข้าจะไป
ตามเจ้าเองแล้ว”
เขาเอ่ย “เมื่อครู่เป็นเจ้าที่เรียกข้าอย่างนั้นรึ”
“อืม” แม่ชีพยักหน้า
เขาถาม “มีธุระอะไรหรือ”
แม่ชีเหลือบมองไปทางด้านหลังเขา แล้วส่ง
สัญญาณให้กับสาวใช้ข้างกาย
สาวใช้เข้าใจความหมาย เดินออกไม่ไม่ไกลก่อน
จะส่งสัญญาณ
แม่ชีจึงถาม “ท่านปูั่ของเจ้ากับท่านปูั่ของข้าคุย
กันอย่างไรบ้าง”
“พวกเขา…” กู้ฉังชิงนึกถึงภาพที่ทั้งสองเข้ากันดี
เป็นปีเป็นขลุ่ยก็ยากจะอธิบาย “ขอโทษ ข้าก็ไม่
คิดว่าท่านปูั่จะมาสู่ขอเฟิงเหนี่ยว ข้าขอเวลา
หน่อย ข้าจะหาถอนหมั้นนี้”
หยวนเปั่าหลินชะงักครู่หนึ่ง ถามด้วยความลังเล
“เจ้าถอดหมั้นแล้ว จากนี้ไปก็ไม่อาจแต่งงานได้
อีกแล้วหรือ”
“ว่าอย่างไรนะ” กู้ฉังชิงไม่เข้าใจว่านางถามทำไม
นางอธิบาย “หมายความว่าแผนของเราตอนแรก
มีช่องโหว่ ข้าไม่อาจกลับสำนักได้สะดวก
โดยเฉพาะท่านย่าของข้าเพิ่งขู่จะฆ่าตัวตายเมื่อ
ไม่กี่วันก่อน… เจ้าก็เหมือนกัน ถึงแม้จะถอดหมั้น
กับข้าแล้ว ทางบ้านเจ้าก็จะหาคู่ครองใหม่ให้เจ้า
อยู่ดี จนกว่าเจ้าจะแต่งงาน”
กู้ฉังชิงนิ่งเงียบ
หยวนเปั่าหลินพูดถูก เขาสืบทอดตำแหน่งจวน
โหวในวันหน้า ท่านปูั่ของเขาคงไม่ยอมยกเลิก
งานแต่งงานของเขาแน่
หยวนเปั่าหลินคิดอยู่นาน ถามเขา “ตอนนี้… เจ้า
ยังไม่อยากแต่งงานเหมือนเดิมหรือ”
“อืม” กู้ฉังชิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น
หยวนเปั่าหลินเอ่ย “ข้าก็เหมือนกัน ข้าไม่อยาก
แต่งงาน ผู้ชายมีอะไรดี ผู้หญิงที่ข้าเคยเห็นที่อายุ
ยืนยาวกว่าร้อยปี ล้วนเป็นผู้ชายที่ตายก่อนเวลา
อันควร หากรักชีวิต จงหลีกหนีจากบุรุษ”
กู้ฉังชิง “…” ข้าพูดไม่ออก
หยวนเปั่าหลินกอดหนังสือที่อยู่ในมือ ดวงตาของ
นางกลอกไปมา มองเขาอย่างเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ย
“เจ้าไม่อยากแต่งงาน ข้าไม่อยากแต่งงาน
เช่นนั้นเรามาร่วมมือกันเถอะ”
กู้ฉังชิงมองนางอย่างลึกซึ้ง “เจ้าหมายความ
ว่า…”
หยวนเปั่าหลินเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว เอ่ย
ด้วยน้ำเสียงเบาหวิว “แค่หลอกพวกเขาได้ก็
พอแล้ว! วันหน้าถ้าเจ้ามีคนในใจ หรือข้ามีคนใน
ใจ ค่อยมาขอหย่ากันก็ได้ไม่สาย!”
กู้ฉังชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ย “แต่แบบนี้มันไม่
ยุติธรรมกับเจ้านะ”
สำหรับบุรุษ การหย่าร้างไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่
สำหรับสตรีแล้ว ต่างต้องเผชิญกับเสียงนินทา แม้
เจ้าจะเป็นหลานสาวแท้ๆ ของท่านราชเลขา
หยวน แต่ก็หนีไม่พ้นกรอบประเพณีนี้ไปได้
หยวนเปั่าหลินยิ้มแล้วเอ่ย “เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล
แทนข้าเลย พูดตามตรง ข้าไม่สนใจว่าคนอื่นจะ
มองข้าอย่างไร สายตาและคำพูดของพวกเขาทำ
ร้ายข้าไม่ได้ แค่บอกข้ามาว่าเจ้าจะตกลงหรือไม่ก็
พอ”
นิสัยดื้อดึงแบบนี้… คล้ายกับน้องสาวข้าอยู่
เหมือนกัน
กู้ฉังชิงขมวดคิ้ว เรื่องนี้ดีกับเขาไม่มีข้อเสีย แต่
สำหรับนางแล้วมัน…
หยวนเปั่าหลินเอ่ยขึ้นอย่างเปิดเผย “อย่ามอง
ผู้หญิงว่าอ่อนแอ และอย่าใช้ความคิดของเจ้ามา
ตัดสินข้า ข้ารู้ว่าข้าต้องการอะไร เว้นแต่เจ้าจะไม่
อยากร่วมมือกับข้า เช่นนั้นก็ถือว่าข้าไม่ได้พูด
อะไร”
กู้ฉังชิงคิดอยู่นาน มองนางด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน
ก่อนจะตัดสินใจ