สู่วิถีอมตะ - บทที่ 103 ขื่นขม
บทที่ 103 ขื่นขม
ฟางซิงสวมอาภรณ์เทาเสมอมา เขาเป็ นคนไม่พูดมากนัก เนื่องจากระบบการฝึกฝนของเขาแตกต่าง จึงไม่ค่อยเสวนากับผู้ใด
แต่เขาก็มิใช่ไร ้อารมณ์ แค่พูดไม่เก่งเท่านั้นเอง
จูอวี้หลิงเห็นว่าหนนี้ฟางซิงออกมา ก็ร ้องอย่างยินดี “อีกฝ่ายเป็ น ผู้ฝึกจิต! คนนี้คู่มือข้า! อย่ามาแย่งไปเชียว!”
นางใช ้พลังวิญญาณละล่องสู่สมรภูมิ
ผู้ฝึกจิตเป็ นผู้ฝึกพลังวิญญาณแขนงหนึ่ง
ผู้ฝึกตนทั่วไปก็มีพลังวิญญาณเช่นกัน ซึ่งก็คือจิตสานึก
แต่จิตส านึกของผู้ฝึ กตนทั่วไปนั้น อย่างมากก็ทาได้เพียง ประทับตรากับสิ่งของหรือตรวจสอบพื้นที่รอบข้าง
พลังวิญญาณของผู้ฝึกจิตนั้นแตกต่างออกไป พวกเขาสามารถ โจมตีได้อย่างหนักหน่วง
ยามสองผู้ฝึกจิตมาถึงบนสมรภูมิ เห็นได้ชัดว่าไร ้คลื่นพลังใด ๆ ปรากฏ แต่สายลมกลับหอบรุนแรงล้อมทั้งสอง ยกแผ่นพื้นเบื้องล่าง ขึ้นมา
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
ทุกการโจมตีล้วนเกินมองเห็น ระเบิดเปรี้ยงไปมาบนอากาศ แผ่น ศิลาปูพื้นแหลกระเบิด
ทั้งสองเปิดฉากการต่อสู้ ใช ้พลังวิญญาณโจมตีกันไปมา ดุเดือด เป็ นอย่างยิ่ง
ผู้ฝึกจิตสังหารคนไร ้ร่องรอย หากมิใช่รับรู ้ฉับไวเลิศล้า ก็ยาก ตรวจพบการโจมตีของพวกเขา
ทั้งสองลอยกลางอากาศ ใช ้พลังวิญญาณเข้าปะทะโรมรัน
ร่างของฟางซิงถอยกระเด็นอย่างต่อเนื่อง
“แค่นี้หรือ?”
จูอวี้หลิงดูเหยียดหยัน “ข้าตรวจข้อมูลของเจ้าแล้ว เจ้าปลุกพลัง วิญญาณเพราะบุพการีและครอบครัวนับพัน ๆ ชีวิตถูกสังหาร และยัง มีรายงานว่าเจ้ามีน้องสาวอยู่ผู้หนึ่ง อยากให้ข้าหาคนไปช่วยฆ่าให้ หรือไม่ บางทีอาจแข็งแกร่งขึ้นก็ได้นะ”
ได้ยินอีกฝ่ ายกล่าวถึงน้องสาว ใบหน้าเยือกเย็นของฟางซิงพลัน ปรากฏความดุดัน “วอนตาย!”
น้องสาวคือญาติร่วมสายเลือดคนสุดท้ายที่มี และยังเป็ นเกล็ด ย้อนส าหรับเขา แต่อีกฝ่ายกลับน านางมาขู่!
ม่านตาของฟางซิงแผ่ประกายประหลาด จ้องมองตรงที่ตาของ อีกฝ่าย
สองมือของจูอวี้หลิงประสานกันตรงหน้า มองจ้องตาอีกฝ่ ายตรง ๆ “คิดสู้กับข้าในห้วงจิตวิญญาณ? เอาเลย ข้าจะให้เจ้าได้รู ้ว่าแท้จริง ตนนั้นไร ้ค่าเพียงไร”
ผู้ฝึกจิตมีสองวิธีโจมตี หนึ่งคือปล่อยพลังวิญญาณ
หนึ่งคือจู่โจมวิญญาณของผู้อื่น
ขณะนี้ ทั้งสองกาลังจู่โจมวิญญาณซึ่งกันและกัน
ในโลกภายนอกไร ้การเคลื่อนไหว ผู้อื่นเห็นเพียงทั้งสองจ้องหน้า กัน มิอาจรับรู ้ถึงรายละเอียดศึก แต่ทั้งสองในขณะนี้ต่างสู้กันอยู่ใน ห้วงจิตวิญญาณแล้ว
หากพวกเขาใช ้วิธีนี้เล่นงานผู้ฝึกตนแขนงอื่น ๆ ที่มิใช่จิต อีก ฝ่ายอย่างน้อยก็คงสิ้นปัญญา หรืออาจตกตายไปเลยทันที
ไม่นานนัก ทุกคนก็เห็นโลหิตหลั่งจากจมูก ดวงตา และหูของ ฟางซิง ร่างซึ่งลอยบนอากาศสะท้านเซ
อวิ๋นหวง จินหลิน และคนอื่น ๆ ร ้อนใจขึ้นมาทันที เมิ่งจิงคว้าแขน ของเจียงผิงอันไว้แน่น
ผู้ใดก็ล้วนเห็นว่าฟางซิงเป็ นฝ่ายเสียเปรียบ
“ฮ่า ๆ โง่เอ๊ย มาประชันพลังวิญญาณกับจูอวี้หลิง รู ้หรือไม่ว่า บิดาของจูอวี้หลิงคือใคร? บิดาของนางคือจูซ่วย! ผู้ฝึ กจิตซึ่ง แข็งแกร่งที่สุดในต้าฉู่!”
อัจฉริยะจากต้าฉู่ผู้หนึ่งยอมรับออกมาตรง ๆ ว่าพวกตนมา จากต้าฉู่
เมื่อทราบตัวตนของบิดาคู่ต่อสู้ฟางซิง สีหน้าของพวกอวิ๋นหวงก็ พลันแปรเปลี่ยน สีหน้าของหมิงเฉินย่าแย่ลงทุกขณะ
มิคาดว่าต้าฉู่จะส่งอัจฉริยะเช่นนี้มา
เกาะเทวะ… คงได้ถูกชิงไปแน่แท้
ฟางซิงโอนเอน
เขาก าลังจะพ่าย
รอยยิ้มบนใบหน้าจูอวี้หลิงทวีความสว่างไสว
ทันใดนั้น โลหิตก็ทะลักจากปากของฟางซิง พลังวิญญาณเสื่อม สลาย ร่างร่วงลงสู่พื้น
ขณะเดียวกัน จูอวี้หลิงก็แผดเสียงกรีดร ้องโหยหวน โลหิตทะลัก ออกจากเจ็ดทวาร ดิ่งร่วงลงกะทันหันเช่นกัน
หมิงเฉินรีบพุ่งไปรับฟางซิงไว้
จูอวี้หลิงร่วงลงกระแทกพื้น ใบหน้าโชกชุ่มด้วยเลือด สภาพไม่ น่าดูแม้แต่น้อย
“สารเลว! เจ้าระเบิดแก่นวิญญาณของตัวเอง! แก่นวิญญาณ ของข้าจะร้าวแล้ว!”
แก่นวิญญาณคือรากฐานฝึกฝน เทียบได้กับศักยภาพของผู้ฝึก จิต
หากแก่นวิญญาณระเบิด ก็เท่ากับท าลายศักยภาพของตน สูญเสียพลังวิญญาณไป
การลงมือทิ้งท้ายของฟางซิงคือระเบิดแก่นวิญญาณของตน ท าลายแก่นวิญญาณของศัตรู
ผู้ใดกล้าคุกคามน้องสาวของเขา ต่อให้ฆ่าไม่ได้ ก็จะเล่นงานให้ สาหัส!
และนี่ยังเป็ นการทาเพื่อต้าเซี่ยด้วย ลดอัจฉริยะของศัตรูลงหนึ่ง คน เพิ่มโอกาสคว้าชัยชนะ
เพียงแค่ว่า ราคาที่ต้องจ่ายนั้นสุดสาหัส ภายหน้าก็มิอาจฝึกฝน ได้อีก
จูอวี้หลิงโยนโอสถเยียวยาวิญญาณทั้งหมดที่มีเข้าปาก แต่ก็ยัง ควบคุมการพังทลายของแก่นวิญญาณตนมิได้
นางตะคอกใส่เฉินเจิ้นอย่างลนลาน “มีโอสถเยียวยาวิญญาณ หรือไม่! เอามาให้ข้า!”
“คุณหนูจู ตาเฒ่าผู้นี้หามีโอสถเช่นนั้นไม่”
โอสถเยียวยาวิญญาณหายากและแสนแพง เฉินเจิ้นจึงไม่มีแม้ สักเม็ด
“พาข้ากลับบ้านเร็วเข้า! ในหนึ่งชั่วยาม แก่นวิญญาณเสียหาย ยังรักษาได้อยู่!” จูอวี้หลิงแผดเสียงใส่เฉินเจิ้นอย่างร ้อนใจ
“ไปไม่ทันหรอก ไกลเกินไป” เฉินเจิ้นกล่าวอย่างเสียดาย
ที่นี่ไกลจากต้าฉู่มากเกินไป ไม่อาจรักษาได้ทันกาล
จูอวี้หลิงทรุดลงกับพื้น ถลึงตามองฟางซิงอย่างดุเดือด “สารเลว! ท าลายพรสวรรค์ของข้า!”
“แต่ข้าเป็ นบุตรีเจ้าแคว้น ต่อให้ฝึกฝนไม่ได้ ก็เสวยสุขอยู่สบาย ได้ชั่วชีวิต!”
“ส่วนเจ้า! จะต้องเหลือเพียงสวะไปชั่วกาล!”
สีหน้าของฟางซิงเรียบเฉย ไร้ค่าแล้วเช่นไร เขาไม่ได้สนเลย
หมิงเฉินกล่าวปลอบฟางซิง “ฟางซิง เจ้าไม่ต้องห่วงนะ เรา แคว้นหมิงหวังจะปกป้ องเจ้าและน้องสาว ให้ทรัพยากรฝึกฝนดีที่สุด แก่นาง”
ฟางซิงท าลายการฝึกฝนของตัวเองเพื่อต้าเซี่ย ต้องมิทาให้เขา ผิดหวัง
“หากมีโอสถเยียวยาวิญญาณ จะสามารถฟื้นตัวได้หรือ?”
เจียงผิงอันพลันถามขึ้น
พลังวิญญาณของฟางซิงอ่อนโรย ทว่าสีหน้าของเขาสุขุม “ใช่ แต่สายไปแล้วล่ะ”
เขาบาดเจ็บสาหัสหนักกว่าจูอวี้หลิง แก่นวิญญาณของเขา ระเบิดอย่างสมบูรณ์ หากไม่ฟื้นตัวในครึ่งชั่วละเลียดชา ก็อย่าหวังฟื้น กลับมาได้เลย
ต่อให้กลับไปซื้อโอสถที่แคว้นหมิงหวังเดี๋ยวนี้ก็สายไป
“ขอเพียงรักษาได้ก็ดีแล้ว ข้ามีโอสถอยู่กับตัว” จิตส านึกของ เจียงผิงอันเข้าไปหาโอสถในถุงเก็บของ
ฟางซิงส่ายหัวพลางยิ้มเจื่อน “โอสถทั่วไปหามีผลไม่ แก่น วิญญาณของข้าระเบิดสิ้นแล้ว เว้นแต่จะเป็ นโอสถขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดขึ้นไป”
โอสถเช่นนี้แพงระยับจับตา เกินเอื้อมจนเขาไม่อาจซื้อไหว
เจียงผิงอันพลิกข้อมือ แล้วหนึ่งเม็ดยาอันเรืองประกายสีทองก็ ปรากฏขึ้น สาดประกายสะท้านทุกดวงใจ
ไกลออกไป ดวงตาของจูอวี้หลิงพลันเบิกกว้าง “โอสถกลั่นจิต! เจ้ามีโอสถระดับสูงเพียงนี้ได้อย่างไร!”
นางรู ้จักโอสถชั้นสูงเม็ดนี้ บิดาของนางเคยซื้อมาให้นางเพื่อ ฝึกฝนเม็ดหนึ่ง
สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนเป็ นลิงโลด “ขายให้ข้านะ! ขายโอสถ เม็ดนี้ให้ข้า! ราคาของมันคือห้าสิบล้าน ข้าให้หินวิญญาณเจ้าร ้อย ล้าน! ไม่สิ! พันล้านเลย!”
ด้วยโอสถนี้ แก่นวิญญาณของนางจะรักษาได้!
เจียงผิงอันเมินอีกฝ่าย ป้ อนมันให้ฟางซิงไปทันที
ฟางซิงกลืนโอสถ แล้วอ านาจประหลาดก็ก่อตัวบนศีรษะ แก่น วิญญาณอันพังทลายประสานตัวอย่างรวดเร็ว
ทุกคนมองเจียงผิงอันอย่างเหลือเชื่อ
เขามีโอสถล้าค่าเพียงนี้ได้อย่างไร?
เจียงผิงอันกล่าวกับฟางซิงผู้งุนงงว่า “ต้องขอบคุณค าเตือนก่อน หน้านี้ของเจ้า ที่บอกว่าพลังวิญญาณของข้าอ่อนแอ ข้าจึงไปซื้อมัน มาเผื่อไว้”
เมื่อผู้คนได้ยิน พวกเขาก็ตกตะลึง
ห้าสิบล้าน! กระทั่งสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตแปรเทวะทั่วไป ใช ้ เงินขนาดนี้ยังขูดหน้าแข้งเลือดซิบ
แต่เจียงผิงอันกลับใช ้มันซื้อโอสถที่อาจไม่ได้ใช ้ไปชั่วชีวิต
ไม่รู ้ว่ารอบคอบหรือตื่นตูมกันแน่
แต่ก็ได้ใช ้จริง ๆ
“เงินนี้ คิดบัญชีกับแคว้นหมิงหวังได้เลย”
หมิงเฉินส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งให้เจียงผิงอัน ภายในบรรจุห้า สิบล้านหินวิญญาณ
จะปล่อยผู้เสียสละเพื่อต้าเซี่ยวังเวงใจมิได้
หมิงเฉินแค่ไม่มีโอสถนี้ หาไม่ เขาก็จะให้มันกับฟางซิงเช่นกัน
“ขอบคุณมาก ข้าติดหนี้เจ้าหนหนึ่ง”
ฟางซิงซาบซึ้งอย่างยิ่ง
ไม่ว่าหมิงเฉินจะให้เงินหรือไม่ หากไร้โอสถของเจียงผิงอัน เขาก็ จะกลายเป็ นคนไร้ค่าอย่างแน่นอน
กล่าวได้ว่าผู้มอบโอกาสเกิดใหม่แก่เขาก็คือเจียงผิงอัน
“เจ้าพวกสารเลว! ข้าจะให้ท่านพ่อมาฆ่าพวกเจ้าซะ! ฆ่าให้หมด เลย!”
จูอวี้หลิงแผดเสียงอย่างเดือดดาลเมื่อเห็นฟางซิงกลืนกิน ความหวังสุดท้ายของนางไป
ท้ายที่สุด นางก็อ่อนแรงเกินหายใจ ล้มลงหมดสติ
บรรยากาศเคร่งเครียดปรากฏบนสีหน้าของอวิ๋นหวงและอัจฉริยะ คนอื่น ๆ มากมาย
อัจฉริยะสามคน สองตกตายระหว่างสู้ หนึ่งบาดเจ็บสาหัส
อีกฝ่ายตายไปเพียงหนึ่ง บาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่ง
หากมิใช่เพราะอัจฉริยะเหล่านั้นต่อสู้แลกชีวิต พวกเขาคงพ่าย หมดทั้งสามการต่อสู้
ยิ่งกว่านั้น ผู้ที่อีกฝ่ายส่งมาก่อนไม่มีทางเป็ นผู้แข็งแกร่งสูงสุด
จะสู้ต่อไปเช่นไร?
“ข้าเอง”
จิตสังหารในใจเจียงผิงอันทะยานสู่จุดยอด
อวิ๋นหวงพลันเข้ามาขวาง “เจ้ากับเยี่ยอู๋ฉิงไว้เป็ นผู้ช่วยสุดท้าย ให้ข้าไปก่อนเถอะ”