สู่วิถีอมตะ - บทที่ 141-150
บทที่ 141 ประมืออัจฉริยะสองคน
ภายใต้กฎเกณฑ์ของดินแดนลับ แท่นประลองอันพังทลายคืนตัว และขยายขนาดเป็ นสามสิบลี้อย่างรวดเร็ว
เจียงผิงอันและเซี่ยฉวินเหริ่นมองหน้ากัน สีหน้าต่างฝ่ ายล้วน เคร่งเครียด
ทั้งสองประจักษ์ความน่ากลัวในอานาจของอีกฝ่ายแล้ว
ต่างผู้ล้วนเหวี่ยงหมัดอย่างบ้าคลั่ง
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
แต่ละหมัดดังสนั่นเช่นอัสนี ส่งคลื่นกระแทกดับโสต พื้นใต้เท้าทั้ง สองแหลกระเบิด
“พละกาลังของเจียงผิงอันรับมือเซี่ยฉวินเหริ่นได้เชียวหรือ! เจ้า นี่เป็ นทายาทคนเถื่อนหรือไร?”
“มิใช่คนเถื่อน คนเถื่อนตัวไม่เล็กเช่นนี้หรอก”
“เช่นนั้นพละกาลังของเขาก็น่ากลัวเกินไปแล้ว ว่าด้วยพละกาลัง เซี่ยฉวินเหริ่นคือที่หนึ่งในหมู่ผู้ฝึ กตนขอบเขตจินตานทั้งหมดเลย นะ!”
“อย่าห่วงไป ยามนี้เซี่ยฉวินเหริ่นไม่ได้ใช ้กฎเกณฑ์เลย”
ปวงชนพยายามควบคุมการเต้นหัวใจตนมิให้แตกตื่นกันอย่าง เต็มที่
เจี่ยงจู้ เจ้าอ้วนน้อยที่ประมือเจียงผิงอันมาก่อนแทบร่าไห้ยามเห็น คนทั้งสองประชันฤทธิ์ในสมรภูมิ
เจียงผิงอันสมควรตายนี่ แข็งแกร่งยิ่งแท้ ๆ แต่ยังมารังแกเขาอีก
เซี่ยฉวินเหริ่นใช ้หมัดต้าเปิง จู่โจมต่อเนื่อง ทวีกาลังขึ้นเรื่อย ๆ
เจียงผิงอันสัมผัสความน่ากลัวของพละกาลังอีกฝ่ ายได้ ครั้งนี้จึง เร่งสุดก าลัง
ชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบจุดในกายเรืองแสงเจิดจรัส
เปรี้ยง! ตู้ม!
แท่นประลองสั่นสะท้านรุนแรง
จากแสงทองบนร่างของเจียงผิงอัน ทุกคนล้วนสับสนงุนงง
“เหตุใดตัวเจียงผิงอันจึงเรืองแสงเล่า?”
“นี่มันร่างเทวะอะไร หรือวิชาลับใดหรือเปล่า?”
“มิใช่ร่างเทวะ! นั่นแค่ปราณของเขาที่สั่งสมในจุดชีพจร! ปรากฏ ว่าเจ้านี่เปิดชีพจรได้สามร ้อยหกสิบจุด!”
เมื่อเห็นว่าชีพจรทั้งตัวของเจียงผิงอันถูกเปิ ดครบ อัจฉริยะ มากมายที่นี่ก็ตื่นตะลึงจังงัง
พวกเขาส่วนใหญ่เป็ นผู้ฝึกตนอัจฉริยะซึ่งฝึกควบทั้งกายาและ วิญญาณ จึงรู ้ว่าการเปิดชีพจรครบสามร ้อยหกสิบจุดหมายความ เช่นไร
หมายความว่าคนผู้นั้นต้องบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย รวดร ้าวเกิน ทนเป็ นร ้อย ๆ หน
อัจฉริยะผู้เดิมสบประมาทเจียงผิงอัน ยามนี้มองเจียงผิงอันด้วย สายตาเคร่งขรึม
เจียงผิงอันผู้นี้ไร ้สายเลือดสูงส่ง ต้องพากเพียรหาญกล้าอย่างยิ่ง กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้
เซี่ยฉวินเหริ่นมองแสงทองบนตัวเจียงผิงอันแล้วกล่าวอย่างเคร่ง ขรึม
“ข้าขอถอนคาพูดเมื่อครู่ ไม่ต้องขัดเกลาความอวดดีของเจ้าก็ ได้ ข้ายอมรับว่าด้านพละกาลัง เจ้าแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ข้าหามีความ มั่นใจจะก้าวข้ามเจ้าไม่”
“แต่ศึกนี้ เจ้าชนะไม่ได้หรอก ระวังด้วย!”
เซี่ยฉวินเหริ่นโคจรกฎเกณฑ์แห่งทอง ปราณแปรเปลี่ยนอย่าง มหันต์ เส้นผมสีทองปลิวไสว
เจียงผิงอันปลดปล่อยปราณวิญญาณในกายขวางกฎเกณฑ์ จากภายนอก และใช ้หมัดอู๋จี๋ตั้งรับ
ศึกทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ทุกผู้ล้วนจับจ้องไม่วางตา
หลายบุคคลยังไม่อยากเชื่อว่าเจียงผิงอันจะประชันเซี่ยฉวินเหริ่น ได้ด้วยอ านาจขอบเขตสร ้างรากฐาน!
เจียงผิงอันพินิจคู่ต่อสู้ตรงหน้าตนอย่างเยือกเย็น “ได้แค่นี้หรือ?”
“เฮือก!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหล่าอัจฉริยะต่างสูดปาก
หมายความเช่นไร?
อีกฝ่ ายเป็ นหนึ่งในอัจฉริยะผู้แข็งแกร่งสูงสุดในขอบเขตจินตาน แต่เขากลับพูดว่า ‘แค่นี้หรือ’ เนี่ยนะ
เซี่ยฉวินเหริ่นโมโหขึ้นมาเล็กน้อย เร่งอานาจในกายอย่างบ้า คลั่ง เพิ่มความรุนแรงการโจมตี
เจียงผิงอันพูดอย่างสุขุม “ไม่มีประโยชน์ มันท าลายการป้ องกัน ของข้าไม่ได้อยู่ดี ข้ายังมีปราณในตัวมากมาย ทาเช่นนี้ข้าไม่หมด แรงหรอก”
ขณะเดียวกัน เสียงดุจวารีหลากก็ดังออกจากร่าง หัวใจเต้น กระแทกดุจอัสนีฟาด จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ชวนสะพรึงโถมทะลัก ต่อเนื่อง อาภรณ์ดาสะบัดไหว
ดุจเทพสงครามปรากฏลักษณ์!
“วิชาเทียมเทพสงคราม!”
ผู้ฝึกตนซึ่งพินิจศึกอยู่ประจักษ์ทันทีว่าเจียงผิงอันทาอะไร แล้ว อุทานออกมา
ทุกคนเพิ่งนึกได้ยามนี้เองว่าจนเมื่อครู่ เจียงผิงอันยังไม่ได้ใช ้วิชา เทียมเทพสงครามเลย!
หลังใช ้วิชาเทียมเทพสงคราม พละก าลัง ความเร็ว ปฏิกิริยา… ทุกคุณสมบัติจะพูนทวี!
เปรี้ยง!
เซี่ยฉวินเหริ่นถูกเจียงผิงอันฟาดกระเด็นไปร ้อยจั้ง สร ้างรอยลาก ลึกบนพื้นในทันใด
ยามสัมผัสความเจ็บแปลบที่กาปั้น เซี่ยฉวินเหริ่นก็อดรู ้สึก เหลือเชื่อมิได้
นี่คือฤทธาผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานจริง ๆ หรือ?
เจียงผิงอันมองไปยังเหล่าผู้พินิจศึก ก่อนจะกล่าวกับเด็กสาว หน้าตาสะสวยนางหนึ่ง “พวกเจ้าทั้งสองมาด้วยกันเลย”
ทุกคนหันไปมองเด็กสาวที่เจียงผิงอันเรียก
“นั่นมันเซี่ยเหลียนนี่!”
เซี่ยชิงอยากขึ้นไปทุบเจียงผิงอันเสียเหลือเกิน เจ้าเด็กนี่คิดท้า ทายอัจฉริยะสูงสุดขอบเขตจินตานสองคนพร ้อมกันเสียได้
เซี่ยเหลียนเสมอภาคกับเซี่ยฉวินเหริ่น แต่นางว่องไวกว่า และมี พรสวรรค์ทั้งธาตุลมและไม้
เจียงผิงอันรู ้ได้อย่างไรว่าเซี่ยเหลียนแข็งแกร่งมาก?
คู่เนตรงามของเซี่ยเหลียนหรี่ลง “ผู้มาใหม่อย่างเจ้านี่บ้าบอจริง ๆ ตามใจเจ้าก็ได้”
“อย่าเข้ามา! ข้าจะประชันเขาตัวต่อตัว!” เซี่ยฉวินเหริ่นตะโกน อย่างไม่ยอมแพ้
“เจ้าสู้คนเดียวไม่ไหวหรอก ว่าด้วยพละก าลัง เขาต้องเทียบเท่าผู้ ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดแล้วแน่”
ร่างของเซี่ยเหลียนปรากฏบนแท่นประลองทันที
เซี่ยฉวินเหริ่นอ้าปากพะงาบ แต่สุดท้ายก็หุบกลับไป
แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
แต่นี่แหละสัจธรรม เจียงผิงอันผู้ใช ้วิชาเทียมเทพสงครามมิใช่ผู้ที่ เขารับมือตามล าพังได้เลย
เซี่ยเหลียนพูดอย่างสุขุม “ข้าจะสนับสนุน ส่วนเจ้าโจมตี สั่งสอน เจ้านี่เสียหน่อย อย่าให้ผู้ใดดูแคลนราชวงศ์เราได้”
สิ้นคา เถาวัลย์ก็งอกเงยจากพื้นใต้เท้าของเจียงผิงอัน รัดพันร่าง ของเขาไว้
เมื่อเห็นเถาวัลย์ สีหน้าของเจียงผิงอันพลันเปลี่ยนแปลงไป
เขาจ าได้ว่า ยามถูกทหารในอ าเภอเหลียนซานไล่ฆ่า ผู้อาวุโสห ลี่ช่วยชีวิตเขาไว้ด้วยเถาวัลย์
ทว่ายามนี้ ผู้อาวุโสหลี่ไม่อยู่แล้ว
“สู้อยู่ยังใจลอย! คิดอะไรอยู่!” หมัดของเซี่ยฉวินเหริ่นฟาดเข้าใส่ เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันเร่งใช ้ปราณวิญญาณ แล้วกาแพงพสุธาชั้นหนึ่งพลัน พุ่งขึ้นจากฟื้น กระแทกตัวเซี่ยฉวินเหริ่นสู่เวหา
ปราณโลหิตในกายเจียงผิงอันระเบิดออกมา ท าลายเถาวัลย์ ทั้งหลายไป
“มาสู้กัน!!”
ปราณของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์ ดวงตาดุจมีอัคคี เผาผลาญ
เขาจะแข็งแกร่งกว่านี้! เขาอยากทาลายแคว้นหลิงไถ!
เซี่ยเหลียนไหวกายมาอยู่เบื้องหลังเจียงผิงอัน ฟาดคมมีดวายุ แฝงกฎเกณฑ์เข้าโจมตี
เจียงผิงอันไหวกายไปอยู่เบื้องหลังเซี่ยเหลียนแล้วออกหมัดโจมตี
หนึ่งพายุหมุนบังเกิด กวาดร่างของเซี่ยเหลียนปลิวไป ขณะที่ เซี่ยฉวินเหริ่นซึ่งถูกผลักกระดอนไปเมื่อครู่พุ่งเข้ามาใส่เจียงผิงอันอีก ครั้ง
หนึ่งศึกใหญ่บังเกิดระหว่างทั้งสาม
เจียงผิงอันตั้งรับสองศัตรู หมัดอู๋จี๋ซ ้ายพิทักษ์กาย หมัดขวา เหวี่ยงกระแทกจู่โจม ใช ้อัสนีพริบตาเลี่ยงหลบ สกัดกฎเกณฑ์ด้วย ปราณวิญญาณ
แม้รับมืออัจฉริยะสองคน เขาก็หาเพลี่ยงพล้าไม่
เซี่ยชิงมองเจียงผิงอันตาค้าง
มิคาดคิดว่าเจ้าหนุ่มไม่ประสีประสาเมื่อสองปีก่อนจะเติบโตได้ เพียงนี้
ก่อนเขาจะมาฝึกฝนในดินแดนลับ เขาก็แข็งแกร่งเพียงนี้แล้ว
นางนึกสงสัยว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งขึ้นเพียงนี้ใต้จมูกนางได้ อย่างไร
เหล่าผู้เย้ยเยาะเจียงผิงอันเงียบกริบไปแล้ว
ด้วยอ านาจขอบเขตสร ้างรากฐาน เขาประชันสองผู้ฝึ กตน ขอบเขตจินตานผู้เลิศล้าเหนือใครได้ ตลอดร ้อยปี ที่ผ่านมา ใน ดินแดนลับนี้ มีผู้ทาเช่นนี้ได้อยู่เพียงหนึ่ง
หญิงชราหลังงุ ้มนางหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายเซี่ยชิง สองมือไพล่ หลัง ปราณในกายเบาบาง ดูเยี่ยงหญิงชราทั่วไป
“เสี่ยวชิง ราชบุตรเขยน้อยของเจ้ามิได้อ่อนแอไปกว่าเจ้าเลยนะ”
“ท่านย่า ข้าอาจไม่ดีเท่าเขาด้วยซ้า เขาฝึกฝนมาแค่สามปีเอง นะ” เซี่ยชิงกล่าวด้วยสีหน้าซับซ ้อน
“น่าเสียดายที่เขาเดินผิดทาง” หญิงชราราพึง สองมือยังคงไพล่ หลัง
“เดินผิดทาง? หมายความเช่นไร?” เซี่ยชิงถามอย่างสงสัย
หญิงชรามิได้เอ่ยปาก คู่เนตรเจนโลกมองไปที่เด็กหนุ่มบน สังเวียน
บทที่ 142 เดินผิดทาง
“มาดูเร็ว มีผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานผู้หนึ่งสู้กับเซี่ยเหลียน และเซี่ยฉวินเหริ่นพร ้อมกันได้!”
“ไอ้โง่ เลิกแหกตากันได้แล้ว ไม่บอกเลยล่ะว่าผู้ฝึกตนขอบเขต สร ้างรากฐานผู้นั้นสู้กับวิญญาณแรกกาเนิดไหว?”
“จริง ๆ นะ หากโกหกเจ้า ข้ายอมเป็ นหลานเจ้าเลย!”
“ไสหัวไป”
ใครบางคนกระจายข่าวต่อเหล่าสหายผู้ก าลังฝึ กฝน แต่คน เหล่านั้นหาได้เชื่อไม่
เซี่ยเหลียนและเซี่ยฉวินเหริ่นเป็ นผู้ฝึ กตนขอบเขตจินตานซึ่ง แข็งแกร่งสูงสุดสองคนของดินแดนลับ พวกเขาต่างหากที่สามารถ ต่อสู้หนึ่งประชันสองกับผู้อื่นได้ แล้วใครจะประชันคนทั้งสองไปพร ้อม กันไหว?
ยิ่งกว่านั้น อีกฝ่ายยังเป็ นเพียงผู้ฝึกตนของเขตสร ้างรากฐาน
ฟังก็รู ้แล้วว่าโกหก
“เวร! กล้าใช ้เศษกฎเกณฑ์มาเดิมพันหรือไม่ หากเป็ นเรื่องลวง ข้าให้เจ้าหนึ่งชิ้น แต่หากจริง ให้ข้ามาชิ้นหนึ่ง!”
ผู้มาส่งข่าวเห็นตนเองถูกตั้งคาถามก็หงุดหงิดนัก จึงนาเศษ กฎเกณฑ์มาเดิมพันทันที
“ก็เอาสิ ทุกคนเป็ นพยานให้ด้วยนะ!”
ผู้ฝึกตนซึ่งเชื่อไม่ลงนี้ไปยังสมรภูมิกับผู้ส่งข่าว
เมื่อเขาเห็นเจียงผิงอันประชันเซี่ยฉวินเหริ่นและเซี่ยเหลียน เขาก็ ตะลึงนิ่งไป
เขาฝันอยู่หรือ?
เจียงผิงอันใช ้กาลังตนทะลวงหมื่นกฎเกณฑ์ ใช ้หมัดอู๋จี๋ตั้งรับ เผชิญสองอัจฉริยะอย่างไม่เพลี่ยงพล้า
คู่เนตรงามของอวิ๋นหวงจ้องมองเจียงผิงอันผู้ดูราวเทพสงคราม ด้วยประกายวูบไหว
คู่บาเพ็ญในใจนางเป็ นเช่นนี้แหละ ยิ่งยงในโลกหล้า ไร ้ผู้ใด เทียบเทียม
น่าเสียดายที่เจียงผิงอันมีเมิ่งจิงแล้ว
“นี่น่าจะเป็ นขีดจากัดพลังต่อสู้ของข้าแล้ว พอแค่นี้ดีกว่า”
เจียงผิงอันตระหนักระดับพลังต่อสู้ของตนแล้ว แม้ในตัวจะยังมี ปราณวิญญาณ เขาก็ไม่อาจสู้กับคนมากไปกว่านี้ได้
แน่นอน นี่มิได้นับรวมถึงพิษและตาขวาของเขาด้วย
เขาโคจรปราณวิญญาณในกาย แล้วแดนดินในระยะสองสามลี้ พลันกลายเป็ นทราย พัดฝุ่ นฟุ้ งตลบ ปกคลุมร่างของทั้งสามจากทุก สายตา
“เจ้านี่มีปราณวิญญาณมากเพียงไรกัน ยังปลดปล่อยพายุทราย ชวนสะพรึงเช่นนี้ได้อีก!”
“หากเจ้าบอกว่าเขาอยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ข้าก็ เชื่อ!”
“ผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานเก็บปราณได้มากมายเพียงนี้ได้ อย่างไรกัน?”
อัจฉริยะทั้งหลายที่นี่ล้วนขวัญเสียกับปริมาณปราณในกายเจียง ผิงอัน
ภายในพายุทรายมีเสียงปะทะรุนแรงดังออกมาอีกหลายหน จน สุดท้ายก็เงียบสนิทไป
ฝุ่นทรายร่วงลง เจียงผิงอันยืนกลางอากาศ
เซี่ยฉวินเหริ่นและเซี่ยเหลียนกุมอกกระอักเลือด
ทั้งสองมองเจียงผิงอันด้วยสายตาซับซ ้อนอย่างยิ่ง
หัวใจปวงชนสั่นสะท้านรุนแรง
อัจฉริยะสูงสุดสองคนจากราชวงศ์กลับแพ้พ่าย
ซ้ายังพ่ายมือตัวตนขอบเขตสร ้างรากฐานผู้หนึ่ง!
ต่อให้เป็ นอัจฉริยะจากต้าเฉียนหรือแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ก็คง ทามิได้ขนาดนี้กระมัง?
เด็กหนุ่มผู้นี้ฝึกฝนเช่นไร?
อัจฉริยะนับร ้อยซึ่งพินิจศึกอยู่ต่างตะลึงเงียบกริบ
นี่เป็ นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นบุคคลน่าสะพรึงกลัวเพียงนี้ ความ หยิ่งผยองของพวกเขาถูกลบสิ้น
“เจ้าเดินผิดทางแล้ว”
หญิงชราเอามือไพล่หลัง กล่าวกับเจียงผิงอัน
ทุกคนเห็นหญิงชรา ก็รีบร ้อนคารวะ
“บรรพชน!”
เซี่ยชิงอดถามอย่างสงสัยมิได้ “ท่านย่า ท่านหมายความเช่นไร กัน? เขาเดินผิดทางเช่นไร?”
เจียงผิงอันแข็งแกร่งเพียงนี้ และเขาก็มิได้เบนไปบนเส้นทางผู้ฝึก ตนชั่วร ้าย เขาเดินผิดทางเช่นไร?
หญิงชรากล่าวช ้า ๆ “เขามีปราณในตัวมากเกินไป”
เซี่ยชิงยิ่งสับสนหนัก “นั่นมิใช่เรื่องดีหรือ?”
ทุกคนล้วนทราบว่ายิ่งมีปราณในกายมาก พลังต่อสู้ยิ่งเพิ่มสูง สามารถใช ้เคล็ดวิชาแข็งแกร่งได้อย่างไม่ต้องพะวงว่าปราณจะพอใช ้ หรือไม่
“ปัญหาอยู่ที่เขามีปราณมากเกินไปนี่แหละ ทาให้จินตานมิอาจ ทนรับ ไม่อาจสร ้างตานของตัวเองได้”
หญิงชราใช ้ชีวิตมาเนิ่นนาน นางจึงประจักษ์ปัญหาของเจียงผิง อันได้ทันที
“สร ้างตานไม่ได้!” ม่านตาของเจียงผิงอันหดตัว
อัจฉริยะทั้งหลายรายล้อมเองก็ผงะไป
“หากสร ้างตานไม่ได้ ภายหน้าก็มิอาจบรรลุวิญญาณแรกก าเนิด และแปรเทวะได้น่ะสิ?” อัจฉริยะผู้หนึ่งกล่าว
หญิงชราพยักหน้า “นั่นแหละปัญหา จึงบอกว่าเขาเดินผิดทาง”
“หากบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดไม่ได้ แข็งแกร่งไปมี ประโยชน์อะไร?”
ผู้คนซึ่งเดิมผงะไปเพราะเจียงผิงอันพลันผ่อนคลาย
พวกเขาที่นี่ แม้อ่อนแอสุดก็สร ้างวิญญาณแรกกาเนิดได้
“ฮ่า ๆ อย่างนี้เอง เจ้าบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดมิได้ ไร ้ ประโยชน์สิ้นดี!”
หลี่อี้เตาเมื่อครู่ยังริษยาในความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันอยู่ ยาม ได้ยินว่าอีกฝ่ายบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดมิได้ก็ปรีดาขึ้นมา ทันที
ในที่สุด เซี่ยชิงก็เข้าใจว่าเหตุใดเจียงผิงอันจึงไม่สร ้างตานเสียที
ปรากฏว่ามิใช่เพราะเขาไม่อยากสร ้างตาน แต่ท าไม่ได้ต่างหาก
เมื่ออวิ๋นหวงได้ยินข่าวนี้ ในใจก็รู ้สึกเศร ้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
และในที่สุด เซี่ยเหลียนและเซี่ยฉวินเหริ่นผู้ปราชัยก็รู ้สึกดีขึ้น
หญิงชราแนะเสียงเรียบ “ทิ้งวิถีนี้แล้วฝึ กฝนใหม่ แม้มันจะไม่ แข็งแกร่งเท่ายามนี้ มันก็สามารถไปได้ไกลกว่าเช่นกัน”
“เส้นทางของเจ้าเป็ นทางตัน”
เจียงผิงอันเงียบไป
เขายกแขนขึ้น มองจุดชีพจรที่เรืองแสงอ่อน ๆ ของตน
วิชาซ่อนจักรวาลมอบปราณมหาศาลแก่เขา ท าให้เขายืนยงเป็ น ผู้นาตัวตนร่วมขอบเขต ต่อให้ประชันศึกต่อเนื่อง ปราณในกายก็มี ไม่ขาด สิ้นเปลืองปราณไปเพียงไม่กี่สิบจุดชีพจรเท่านั้น
แต่เพราะเขาไม่มีระบบการฝึกฝนของนักพรตเสินซวี เส้นทางนี้ จึงไม่เป็ นผล
แม้จะอิดออดใจ แต่ก็ถึงเวลาต้องรามือแล้วจริง ๆ
ระหว่างฝึกฝนในดินแดนลับนี้ ก็สามารถฝึกฝนใหม่สู่ขอบเขต ถัดไปได้อยู่
เจียงผิงอันกุมกาปั้นคารวะ “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ”
หญิงชราพยักหน้า “เจ้ายังอายุน้อย มีโอกาสมากมาย ไม่ต้องไล่ ตามความไร ้เทียมทานชั่วขณะ ทาให้เสียเวลาไล่ตามมหาเต๋าไป หรอก”
ว่าแล้ว หญิงชราก็ปลาสนาการไป
หลี่อี้เตาตะโกน “ไอ้คนไร ้ยางอาย ใช ้วิธีน่ารังเกียจมาหลอกให้ ข้าเสียเวลาฝึกฝนไป รีบคืนเวลาฝึกฝนข้ามาได้แล้ว!”
นั่นคือเวลาฝึกฝนร ้อยวันเชียวนะ อีกฝ่ ายน ามันไปจากเขา เขา ต้องทวงคืนกลับมา มิเช่นนั้น พรุ่งนี้เขาจะถูกพาตัวออกไป
เจียงผิงอันกล่าวกับเขาเสียงเรียบ “ถ้ารับไม่ได้ ก็มาสู้กันอีกทีสิ”
“เจ้า…”
สีหน้าของหลี่อี้เตาแปรเปลี่ยนไปมา กระทั่งเซี่ยเหลียนและเซี่ยฉ วินเหริ่นยังมิใช่คู่มือเขา แล้วเขาจะสู้ได้อย่างไร
“รอข้าบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดก่อนเถอะ ข้าจะตบเจ้า ให้จมดิน!”
หลี่อี้เตากระฟัดกระเฟียดจากไปอย่างไม่เต็มใจ
ผู้คนกระจายตัวตามกัน ไม่เหลือความสนใจต่อเจียงผิงอันแล้ว
ในเมื่อบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดมิได้ ก็ไม่มีค่าให้สนใจ
หากคิดบรรลุขอบเขต ก็ต้องทิ้งปราณมหาศาลในกายไป
ยามใดทิ้งปราณ ก็หามีคุณสมบัติมาสู้กับพวกเขาไม่
คนเช่นนี้ไร ้อนาคต ไม่ควรค่าให้สนใจเลย
แท่นประลองสลายไป
เซี่ยชิงเหินมาตรงหน้าเจียงผิงอัน “รีบทิ้งเส้นทางตัน ๆ นั่นมาเดิน เส้นทางปกติเถอะ เจ้าในยามนี้มีเวลาฝึกฝนห้าร ้อยวัน เพียงพอบรรลุ ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดได้อีกครั้งนะ”
“อื้อ”
เจียงผิงอันเตรียมพร ้อมท าลายปราณวิญญาณในร่าง หวนคืนสู่ เส้นทางที่ถูกต้อง
เซี่ยชิงลูบหัวเจียงผิงอัน ก่อนจะพาเขากับอวิ๋นหวงทะยานสู่แท่น พินิจดาวด้วยกัน
ที่แท่นพินิจดาวมีห้องขนาดเล็กตั้งเรียงแน่นขนัด
ห้องตรงกลางมีขนาดใหญ่กว่า แต่ภายในก็มีปราณน่ากลัวอย่าง ยิ่ง เห็นได้ชัดว่ามีเพียงผู้แข็งแกร่งที่เข้าไปได้
ห้องรอบนอกมีขนาดเล็ก แต่ก็เพียงพออยู่ได้
ยามเจียงผิงอันมาถึงแท่นพินิจดาว ก็สัมผัสได้ทันทีว่ากฎในฟ้ า ดินกระจ่างแจ้งขึ้นมา
มันท าให้เขาประจักษ์กฎเกณฑ์ได้คล้ายตาขวาของเขา
ทว่ามันไม่ได้มีผลลัพธ ์แข็งแกร่งเท่าตาขวาของเขา
นี่อาจเป็ นเพราะการฝึกฝนของเขาต่า และบทบาทของแท่นพินิจ ดาวนั้นมีผลเกี่ยวเนื่องกับการฝึกฝน
อวิ๋นหวงยิ้มให้เจียงผิงอัน “สหายเต๋าเจียงสู้เขา ไว้พบกันครั้ง หน้า ข้าจะบรรลุให้ถึงขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด”
“สู้เขา”
เจียงผิงอันยิ้มบาง
ทั้งสองแยกย้าย เจียงผิงอันสุ่มเข้าห้องเล็ก ๆ ที่ไม่มีคนอยู่
ยามเปิดอาคมปราการ อักขระพริบพราย สร ้างเป็ นชั้นอาคมปก คลุม
ขณะที่เขากาลังจะทิ้งวิชาซ่อนจักรวาลไปนั้น เจียงผิงอันก็ อิดออดใจเล็กน้อย
เขาเงยหน้ามองหมู่ดาวผ่านหน้าต่าง
ที่นี่มองดาวได้ชัดเจนนัก ดีกว่าโลกภายนอกเป็ นไหน ๆ
แต่ดวงดาวที่นี่ไม่งดงามเช่นภายนอก มันมืดมนวังเวงกว่า
ครั้งหนึ่งผู้อาวุโสหลี่เคยกล่าวไว้ว่า ทุกดวงดาวที่เห็นแท้จริงกว้าง ใหญ่ยิ่ง ใหญ่โตกว่าทวีปที่พวกเขาใช ้ชีวิตอยู่เสียอีก
กาลก่อนยามได้ยินเช่นนั้น เจียงผิงอันไม่ได้รู ้สึกอะไรมาก แต่ เมื่อขอบเขตไต่สูง เดินทางไปไกล เขาก็ยิ่งสัมผัสได้ว่าดวงดาวที่ผู้ อาวุโสหลี่กล่าวถึงยิ่งใหญ่เพียงไร
จินตานทลายบรรพต วิญญาณแรกก าเนิดถล่มเมืองได้ง่าย ๆ ยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาผลาญทะเล……
แต่ทั้งหมดนี้เป็ นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของดาวดวงหนึ่ง
ดวงดาวใหญ่โตมโหฬาร แต่เป็ นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของ จักรวาล
“วิชาซ่อนจักรวาล… ซ่อนจักรวาล… ที่แท้นี่ก็คือความหมายของ วิชาซ่อนจักรวาล นักพรตเสินซวีช่างลึกล้ายากเข้าใจจริงแท้ แต่น่า เสียดายที่มิอาจเทียบชั้นตามรอย”
เมื่อไม่อาจเดินบนเส้นทางของนักพรตเสินซวีได้ เจียงผิงอันจึง ทาได้เพียงทิ้งวิชาซ่อนจักรวาลไป
เขาหลับตาลง เริ่มสลายการฝึกฝน เตรียมเริ่มฝึกฝนใหม่
ปราณวิญญาณหลากออกจากร่างของเขา
เมื่อสัมผัสถึงการไหลของปราณ เจียงผิงอันก็สัมผัสได้ว่าตน อ่อนแอลงเรื่อย ๆ
ทันใดนั้น เขาก็เบิกตาโพลง ดูดปราณวิญญาณที่สลายไป กลับมา
เจียงผิงอันก าหมัด เงยหน้ามองท้องนภาพร่างพราว หมู่ดาวพริบ พราย ดวงตาเรืองประกายมุ่งมั่น
“ข้าอยากเสี่ยงดูสักครั้ง!”
บทที่ 143 สัญจรบนเส้นทางตน
“ผิดแล้วเป็ นเช่นไร ไม่มีเส้นทางข้างหน้าแล้วเช่นไร”
“โลกหล้าไร ้เส้นทาง ยามใครบางคนสัญจร นั่นต่างหากจึงเรียก เส้นทาง!”
เจียงผิงอันกาหมัด ไม่เต็มใจทิ้งวรยุทธ ์ล้าเลิศนี้ไป
เขาตัดสินใจแสวงเส้นทางของตัวเอง!
แม้จะล าบากยากเข็ญ มิอาจเดินได้สุดทาง
เขาก็จะดั้นด้นให้ถึงที่สุด!
มหาจักรพรรดิเผ่ามนุษย์เบิกเส้นทางการฝึกฝน ราชันศักดิ์สิทธิ์ สร้างระบบการฝึกฝน นักพรตเสินซวีสร้างระบบของตนเอง……
เขาเทียบผู้อาวุโสทั้งหลายนี้ไม่ได้ แต่เขาพยายามและขยัน พากเพียร
ไม่ว่าอย่างไร ในเมื่อมีอีกร่างคอยค้าจุน ต่อให้ผิดพลาดก็เริ่ม ใหม่ได้อย่างไม่ยากเย็น
เจียงผิงอันไม่เคยกลัวความผิดพลาด มีแต่กลัวว่าตนจะพยายาม ไม่มากพอ
เจียงผิงอันกลืนเม็ดบงกชแจ้งวิถี หลับตาลงอีกครั้ง
จากชีพจรสามร ้อยหกสิบจุดของเขา การแสวงหนทางไปต่อมิ ต่างกับคล าหาเส้นทางในป่าอันมืดมิดไร ้แสงไฟ
ต่อให้ตกสู่ก้นเหว ต่อให้ถูกพยัคฆ์ซุ่มโจมตี เขาก็ยังจะพยายาม
อวตารของเขาก็กลืนเม็ดบงกชแจ้งวิถีลงไปเช่นกัน
น าอ านาจกฎเกณฑ์ออกมาสัมผัสตรวจสอบ
อวตารของเขาก็สืบทอดอ านาจตาขวา สามารถมองทะลุ กฎเกณฑ์ได้
กฎเกณฑ์นั้นประหลาดยิ่ง ผู้ฝึกตนทั่วไปไม่อาจมองเห็น จะพินิจ ได้ก็ต่อเมื่อถึงขอบเขตที่กาหนดไว้เท่านั้น
หรือต้องมีตาขวาพิเศษเช่นเขา
การปรากฏของกฎเกณฑ์ดูเหมือนจักรวาลย่อส่วน มีหมู่ดาว พริบพราย หมู่แสงเรืองไหล พลังพิเศษพล่านพุ่ง ลึกลับเกินคาดเดา
กฎเกณฑ์อันสมบูรณ์ เม็ดบงกชแจ้งวิถี แท่นพินิจดาว ตาขวา ……
การได้สิ่งใดในรายชื่อทั้งสี่ไปสักหนึ่งก็นับเป็ นโอกาสยิ่งใหญ่ สาหรับผู้อื่น สามารถลดเวลาฝึกฝนได้ร ้อยเท่าตัว
แต่สี่อย่างนี้อยู่กับเจียงผิงอัน!
เขาฝึกฝนหนึ่งปี แต่กลับเหมือนฝึกฝนมาแล้วสี่ร ้อยปี!
นี่ยังเป็ นเหตุผลให้เจียงผิงอันกล้าลองสร ้างการฝึกฝนใหม่
เขามีพื้นฐานพอให้ลองผิดลองถูก
ดินแดนลับของราชวงศ์คืนสู่ความสงบเช่นกาลก่อน
เมื่อครู่ ยังมีผู้คนถกเถียงเรื่องเจียงผิงอันกันอยู่ แต่เมื่อกาลเวลา ผ่านไป ก็ไม่มีผู้ใดสนใจอีก
หากเจียงผิงอันไม่ทิ้งพลังต่อสู้ทรงพลังนี้ไป เขาก็จะไม่มีทาง บรรลุถึงขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดได้
ไม่ว่าเขาจะเลือกทางใด เจียงผิงอันก็จะกลายเป็ นคนธรรมดา
ยามหลี่เฮ่อทราบว่าเจียงผิงอันเอาชนะหลี่อี้เตาได้ เขาก็ผงะ ตกใจ
แต่เมื่อทราบเหตุผลว่าเหตุใดเจียงผิงอันจึงมีพลังต่อสู้แข็งแกร่ง เขาก็ผ่อนหายใจโล่งอก
เจียงผิงอันไม่น่ากลัวแล้ว
เพื่อให้หลี่อี้เตาฝึ กฝนในดินแดนลับได้ต่อไป ตระกูลหลี่ทาได้ เพียงต้องมอบทรัพยากรมหาศาลให้กับราชวงศ์เพื่อแลกกับโอกาส ฝึกฝน
สิ่งนี้ทาให้บิดาของหลี่เฮ่อตาหนิยกใหญ่ แล้วให้เขาสานึกผิดอยู่ ที่บ้าน
เพราะเหตุนี้ หลี่เฮ่อจึงแค้นเจียงผิงอันและเซี่ยชิงหนักกว่าเก่า และเข้าพวกกับองค์ชายสี่อย่างเต็มตัว
โลกหล้าผู้ฝึกตนครึกครื้นขึ้นทุกที การปรากฏของซากโบราณ มหาจักรพรรดิทาให้สัตว์ประหลาดเฒ่าจากแดนศักดิ์สิทธิ์หลัก ตระกูลใหญ่และราชวงศ์ทั้งหลายพากันตะเกียกตะกายออกมาจาก โลง
ผู้คนเข้าไปแย่งชิงสมบัติในซากโบราณ ศาสตราเซียนประชัน ล่มดารา
การกระทบกระทั่งระหว่างขุมกาลังหลักทวีความเข้มข้น กลิ่น อายสงครามคุกรุ่นเจือจาง
ส่วนสงครามระหว่างต้าฉู่และต้าเซี่ยนั้น นอกจากคนจากสอง แดนดิน ไร ้ผู้ใดสนใจอีกว่าพวกเขาจะท าอะไรกัน
ต่อให้ทั้งสองฝ่ายพังทลายตามกัน ก็ไร ้ผู้สนใจมากนัก
เส้นทางเซียนนั้นเต็มไปด้วยการแข่งขัน ผู้ไปได้จนสุดทางจึงเป็ น ผู้โดดเด่นในฟ้ าดิน
ต้าฉู่และต้าเซี่ยก็แค่เหตุการณ์ผ่านตา
สามเดือนจากนั้น เงาร่างวิหคอมตะปรากฏขึ้นเหนือแท่นพินิจ ดาว เรืองรองไปทั่วทั้งดินแดนลับ กฎอัคคีผลาญแผ่พุ่ง รัศมีศักดิ์สิทธิ์ เรืองรอง
“ปราณนี้ศักดิ์สิทธิ์แท้ มันคืออะไรกัน?”
“วิหคอมตะ! สตรีนามอวิ๋นหวงบรรลุขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิดแล้ว!”
“น่ากลัวนัก เพิ่งบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดก็มีปราณ เช่นนี้แล้ว”
อัจฉริยะมากมายถูกนิมิตนี้ดึงความสนใจ กระทั่งสัตว์ประหลาด เฒ่ากลุ่มหนึ่งยังหันมามอง
บุรุษมากมายใจสะท้านเพราะอวิ๋นหวง
“อวิ๋นหวงผู้นี้ทั้งงามและฝีมือดี เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็ นคู่บาเพ็ญ”
“อย่าไปคิดเชียว เรามิได้อยู่ในระดับเดียวกับนางเลย ข้าได้ยิน บรรพชนบอกว่านางจะได้ไปหอต าราเทียนเต้าในอีกสามปี”
“หมดโอกาสแล้ว ข้าได้ยินว่าผู้ฝึกตนที่เข้าไปในหอต าราเทียน เต้าได้ล้วนแล้วมีร่างเทวะสูงส่ง มีโอกาสบรรลุเซียนกันทั้งสิ้น”
ความสาเร็จของอวิ๋นหวงในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดย้า เตือนปวงชนถึงเจียงผิงอันขึ้นมาอีกครั้ง
“อวิ๋นหวงกับเจียงผิงอันเข้ามาด้วยกันนี่ แล้วเด็กนั่นเป็ นเช่นไร?”
“ใครจะรู ้ อาจจะยังอยู่ในขอบเขตสร ้างรากฐานก็เป็ นได้ ฮ่า ๆ”
“ศึกที่แล้วทาข้าตกใจแทบแย่ คิดไปแล้วว่าเขามีพรสวรรค์ท้า ทายสวรรค์อะไร”
หลังฝึกฝนมาสักพัก อวิ๋นหวงเจิดจรัสโดดเด่น ขณะที่เจียงผิงอัน กลายเป็ นที่ขบขันของคนทั้งหลาย
ยามอวิ๋นหวงทะลวงขอบเขต ใครอีกคนก็บรรลุขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดเช่นกัน
คนผู้นี้คือหลี่อี้เตา
ครั้งก่อนเขาพ่ายแก่เจียงผิงอัน เสียเวลาฝึกฝนไป ทางตระกูล ต้องทุ่มเทมหาศาลกว่าจะให้เขากลับมาฝึกฝนในดินแดนลับต่อได้
หลี่อี้เตาเก็บโทสะนี้ไว้ในใจเสมอ เขาคาดหวังให้เจียงผิงอันบรรลุ ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดในเร็ววัน เขาจะได้กระทืบอีกฝ่ ายให้จม ดิน
เจียงผิงอันนั่งในห้อง ชาเลืองนิมิตวิหคอมตะบนฟ้ าแล้วหลับตา ฝึกฝนต่อไปโดยไร ้ความสะทกสะท้าน
หลังอวิ๋นหวงทะลวงขอบเขต นางก็เริ่มไปท้าทายอัจฉริยะขั้นต้น ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดเพื่อพัฒนาพลังต่อสู้ของตน
นางใช ้เวลาเพียงสามเดือนก็สามารถปราบอัจฉริยะขอบเขต เดียวกันได้ แต่หาได้พอใจไม่ จึงเริ่มท้าทายยอดฝี มือขั้นกลาง ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด
หนนี้ นางพ่ายแก่อัจฉริยะจากราชวงศ์ผู้หนึ่ง
หลังฝึ กฝนได้หกเดือน อวิ๋นหวงก็ท้าทายอีกครั้งจนเอาชนะคู่ ต่อสู้ได้ ลือลั่นตกตะลึงไปทั่วดินแดนลับ
ฤทธาร่างเทวะวิหคอมตะเริ่มถูกเปิดเผย
อวิ๋นหวงท้าทายอัจฉริยะขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด ต่อไป
และเดือนนี้เองที่เซี่ยชิงบรรลุขอบเขตแปรเทวะได้สาเร็จ ทาให้ เกิดเสียงลือลั่นไปทั่วแดนบูรพาเล็กน้อย
บรรลุขอบเขตแปรเทวะยามอายุสามสิบหก แม้จะมิใช่ตัวตน ขอบเขตแปรเทวะอายุน้อยที่สุดของแดนบูรพา แต่การบรรลุสาเร็จใน อายุเช่นนี้ก็หาได้ยากยิ่งแล้ว
คนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ตระกูลเหลยโบราณ และ ต้าเฉียนล้วนมาสู่ขอแต่งงาน
แต่เมื่อทราบว่าเซี่ยชิงมีราชบุตรเขยแล้ว พวกเขาก็สุดแสน ผิดหวัง
เหตุการณ์นี้ทาให้เกิดการถกเถียงอย่างร ้อนแรงในหมู่ราชนิ กุลต้าเซี่ย
“เจียงผิงอันผู้นั้นนับเป็ นอะไร เขามิใช่อัจฉริยะเลย แค่ยกเลิกการ แต่งงานไปเสียมิได้หรือ? นี่เป็ นโอกาสงามในการเกี่ยวดองกับ มหาอ านาจนะ!”
จักรพรรดิรุ่นก่อนกระเหี้ยนกระหือรืออยากสานสัมพันธ ์กับ มหาอ านาจ
ชายชราอีกคนกล่าว “เรื่องนี้แพร่ออกไปแล้ว หากยกเลิกสัญญา กะทันหัน ราชวงศ์เราจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด? อีกอย่าง เจียงผิงอันก็ให้ ศาสตราเซียนครึ่งขั้นกับเราชิ้นหนึ่งนะ”
“ศาสตราเซียนครึ่งขั้นนั่นเสียหาย แค่ให้สมบัติลับเจียงผิงอันสัก สองสามชิ้นก็จบแล้ว ข้าได้ยินว่าเทวนิกายสุริยันติดต่อกับต้าฉู่อยู่ หากเทวนิกายสุริยันช่วยเหลือต้าฉู่ ต้าเซี่ยของเราจะเผชิญวิกฤต ได้!”
“นี่…”
“ข้าไม่เห็นด้วย”
เซี่ยชิงปรากฏตัวขึ้น ณ ห้องประชุมในชุดคลุมวิหคทองอมตะ บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนราวคนละคน ทั้งทรงอานาจและเย็นชา
จักรพรรดิรุ่นก่อนเกลี้ยกล่อม “เสี่ยวชิง อย่าเอาแต่ใจน่า นี่คือ โอกาสของเจ้านะ หากเข้าร่วมมหาอานาจได้ ก็จะดีต่อทั้งเจ้าและต้า เซี่ยเลย”
เซี่ยชิงมองปู่ ของนางอย่างใจเย็น “ท่านทราบหรือไม่ว่าเหตุใด ข้าจึงบรรลุขอบเขตแปรเทวะได้ด้วยอายุน้อยแค่นี้?”
“เพราะเจียงผิงอันให้เม็ดบงกชแจ้งวิถีกับข้า ท าให้ข้าสามารถลด เวลาฝึกฝนได้หลายสิบปี”
“เพราะเจียงผิงอันให้กระดูกมังกรมารชิ้นหนึ่งกับข้า ข้าจึงแลก ทรัพยากรฝึกฝนที่ต้องการได้”
“หากอยากให้ข้าเกี่ยวดองกับตระกูลใหญ่ ก็คืนศาสตราเซียน ครึ่งขั้น เม็ดบงกชแจ้งวิถี และกระดูกมังกรมารมาสิ”
“ข้าคือผู้ปรารถนาเป็ นจักรพรรดินี จะไม่แต่งงานเป็ นคนของ ตระกูลใหญ่ใดทั้งสิ้น!”
พูดจบ เซี่ยชิงก็สะบัดแขนเสื้อจากไป ไม่สนใจผู้เฒ่าเหล่านี้อีก
สีหน้าของจักรพรรดิรุ่นก่อนบิดเบี้ยว หันไปตาหนิเซี่ยหยวนเฮ่า ผู้เป็ นบุตร
“ดูบุตรีเจ้ากาแหง! กระทั่งปู่ยังต่อล้อต่อเถียงได้ นี่เจ้าเลี้ยงประสา อะไรของเจ้า?”
เขาไม่เต็มใจด่าว่าเซี่ยชิง จึงทาได้เพียงตาหนิบุตรตัวเอง
เซี่ยหยวนเฮ่าพูดไม่ออก
มิใช่พวกท่านหรือที่ให้ท้ายบุตรีข้า? เวลาคิดจะสั่งสอนนางทีก็มา ด่าข้า ยามนี้เป็ นเช่นไร เจ็บแสบดีแล้วหรือไม่
บทที่ 144 ออกจากการเก็บตัว
ต้าเซี่ยปฏิเสธการแต่งงานกับมหาอานาจ และงานแต่งงาน ของเซี่ยชิงก็เลื่อนไปไม่รู ้จบ
อวตารของเซี่ยชิงยืนมองอวิ๋นหวงสู้กับอัจฉริยะขั้นปลาย ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดข้างลานประลอง ใบหน้าประดับรอยยิ้ม โล่งใจ
ร่างเทวะวิหคอมตะเริ่มแผลงฤทธา เมื่อขอบเขตพัฒนา ก็จะยิ่ง แข็งแกร่งทบทวี
หลังรออีกสองปี อวิ๋นหวงจะถูกส่งไปร่าเรียนต่อที่หอตาราเทียน เต้า
ยามอวิ๋นหวงออกจากหอตารา จะเป็ นวันที่เซี่ยชิงครองบัลลังก ์
เมื่อเห็นอวิ๋นหวงแสดงฝีมือเฉิดฉาย เซี่ยชิงก็นึกถึงเด็กหนุ่มผู้ทา เอายิ้มไม่ออกคนนั้นอีกครั้ง
“ไม่รู ้ยามนี้การฝึ กฝนของเจ้าเด็กตัวเหม็นนั่นเป็ นเช่นไรแล้ว การทิ้งปราณมหาศาลต้องกระทบกระเทือนเขามากแน่……”
ขณะเซี่ยชิงครุ่นคิด จู่ ๆ นางก็สังเกตเห็นบางสิ่ง หันศีรษะ เฉียบพลัน ปิ่นวิหคทองอมตะกระเด้งกระดอนรุนแรง
เมื่อหันไปเห็นร่างสูงของเด็กหนุ่มรูปงาม สายตาของเซี่ยชิงก็ เรืองประกายขึ้นเล็กน้อย แต่ยามสัมผัสปราณของอีกฝ่ ายได้ คิ้วเรียว ของนางก็ขมวดแน่น
“เหตุใดเจ้าจึงไม่ทิ้งเส้นทางผิดนี่?”
เจียงผิงอันในอาภรณ์ผ้าแพรด าตัวสูงกว่าปีก่อนมาก กิริยาผ่า เผย หล่อเหลาขึ้นกว่าเก่าเล็กน้อย
ทว่าปราณของเขาแสดงชัดว่าเขายังฝึ กฝนในขอบเขตสร ้าง รากฐาน
เขาใช ้เวลาหนึ่งปีทาอะไรอยู่?
“เจ้าคิดอะไรอยู่? ไม่เต็มใจหรือ?”
เซี่ยชิงอยากเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กหนุ่ม แต่ก็พบว่าอีกฝ่ ายสูงกว่า นางแล้ว
คู่เนตรเรืองกระจ่างอันหนักแน่นมองมาที่นางอย่างสุขุม
“ข้าอยากประลองกับอวิ๋นหวง”
เสียงของเจียงผิงอันก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย มีความเป็ นผู้ใหญ่มาก ขึ้น
เซี่ยชิงรู ้สึกพิกลเสมอยามมองท่าทีสุขุมนุ่มลึกของเจียงผิงอัน ราวเด็กหนุ่มได้เติบใหญ่เป็ นชายหนุ่มแล้ว
“เจ้าคิดว่าจะเอาชนะอวิ๋นหวงได้หรือ?”
เซี่ยชิงมองอวิ๋นหวงและอัจฉริยะขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิดต่อสู้กันไปมาบนสมรภูมิ
“ทิ้งเส้นทางนี้เสีย หากบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดมิได้ เจ้าก็ไม่อาจท าความเข้าใจกฎเกณฑ์ได้เลย ประชันผู้ฝึกตนขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดไม่ได้หรอก”
นางเข้าใจความคิดของเจียงผิงอัน ในฐานะปุถุชน เขาประชัน อัจฉริยะและกระทั่งสู้ข้ามขอบเขตได้ก็เพราะมีปราณวิญญาณมาก พอ
หากทิ้งปราณวิญญาณนี้ไป เขาก็จะหวนคืนสู่ความธรรมดา เสีย ฤทธายิ่งยง ย่อมเป็ นตัวเลือกอันยากเย็น
“เจียงผิงอัน! เจ้ายังไม่ถอดใจอีกเหรอ!”
หนึ่งเสียงอุทานดังขึ้นห่างออกไปพันจั้ง
หลี่อี้เตากาลังจะไปท้าประลองภาพฉายยอดฝีมือที่ภูเขาประชัน เต๋า แต่ขณะผ่านมา เขาก็พบหนึ่งบุคคลที่เกลียดชังห่างจากตนพัน จั้ง
เจียงผิงอัน!
เมื่อปีก่อน เจียงผิงอันเอาชนะและชิงเวลาฝึกฝนของเขาไป ทา ให้ตระกูลของเขาต้องทุ่มเทมหาศาลในการส่งเขากลับเข้ามาใหม่
เป้ าหมายสูงสุดของหลี่อี้เตาคือรอเจียงผิงอันบรรลุขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิด แล้วจึงเหยียบย่าให้จมดิน
ผ่านไปแล้วหนึ่งปี ยามนี้หวนพบเจียงผิงอัน เขาก็พบว่าอีกฝ่ าย ยังอยู่ในขอบเขตสร ้างรากฐาน หามีการเปลี่ยนแปลงใดไม่
เจ้านี่ไม่ยอมทิ้งเส้นทางผิด โง่เง่าเสียนี่กระไร
เจียงผิงอันได้ยินเสียงก็ชาเลืองหลี่อี้เตา ก่อนจะหันไปมองอวิ๋น หวงซึ่งกาลังต่อสู้อยู่
ไม่รู ้อวิ๋นหวงจะจบศึกได้ยามใด แล้วสุดท้ายเขาจึงหันไปมองหลี่อี้ เตาอีกครั้ง
“มาสู้กันไหม?”
เจียงผิงอันในยามนี้ต้องการใช ้การต่อสู้พิสูจน์เต๋าของตนต่อเต๋า สวรรค์
หากเต๋าสวรรค์ไม่ยอมรับ เขาก็จะไม่อาจท าความเข้าใจ กฎเกณฑ์อย่างแท้จริง และท าได้เพียงใช้ตาขวาพินิจสืบ
หากไร้การยินยอมจากเต๋าสวรรค์ ก็มิอาจถือเป็ นเส้นทางของ เขาอย่างแท้จริงได้
“โง่เง่า ดูก่อนสิว่าข้าฝึกฝนอยู่ขอบเขตใด!”
หลี่อี้เตาปลดปล่อยการฝึกฝนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดอัน น่าสะพรึงกลัวของตนออกมา “เจ้าคิดว่าข้าเป็ นขยะ เคลื่อนขอบเขต ไม่ได้เหมือนเจ้าหรือ?”
“มาสู้กันไหม?”
เจียงผิงอันยังถามคาเดิม สีหน้าไร ้การเปลี่ยนแปลง
“ฮ่า ๆ องค์หญิง ท่านได้ยินหรือไม่ เจ้านี่ท้าทายข้าเองนะ!”
หลี่อี้เตาหัวเราะร่า แผลเป็ นบนหน้ายิ่งทาให้เขาดูเหี้ยมเกรียม
เขาล่ะอยากสั่งสอนเจียงผิงอันนัก แต่การฝึกฝนของอีกฝ่ ายต่า ยิ่ง หากมิใช่เพราะอีกฝ่ายเห็นชอบ ก็ไม่มีทางประลองกันได้เลย
แต่ยามนี้ เจียงผิงอันเป็ นฝ่ายท้าทายก่อน เขาสามารถทาได้แล้ว
แม้เจียงผิงอันจะยังไม่บรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด รังแก ไปก็น่าอายนิดหน่อย
แต่ก็เพียงพอระบายโทสะเมื่อปีก่อนได้
ต้องให้เจ้าเด็กนี่นอนพังพาบไปเป็ นเดือน ๆ!
หลี่อี้เตาไม่พูดเรื่องนาเวลาฝึ กฝนมาเดิมพันด้วยกลัวอีกฝ่ าย ขวัญเสียมิกล้าประชัน
เมื่อทั้งสองตกลงประชัน แท่นประลองกว้างร ้อยลี้ก็ก่อขึ้นข้าง พวกเขาทันที
“มาดูกันเร็ว เจียงผิงอันไม่ประมาณตน คิดท้าทายยอดฝี มือ ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในขอบเขตสร ้าง รากฐาน!”
หลี่อี้เตาอยากให้เจียงผิงอันขายหน้าต่อชาวประชา จึงส่งกระแส ปราณป่าวประกาศทั่วดินแดนลับอย่างไร ้ยางอาย
“เจียงผิงอัน? เฮ้อ ว่าไปแล้ว ทาไมเจ้านี่จึงยังอยู่ในขอบเขตสร ้าง รากฐานหนอ?”
“เขายังไม่ทิ้งเส้นทางผิดนั่นไปอีกหรือ?”
“เขาจะท้าทายขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด? เขาสู้ไหวหรือ?”
“ล้อกันเล่นอยู่หรือ? หากเขาร ้ายกาจเพียงนั้นจริง ๆ? หอต ารา เทียนเต้าคงมาคุกเข่ากราบกรานเชิญเขาเข้าร่วมแล้ว”
“ไปดูกันดีกว่า”
ผู้ฝึกตนบางคนซึ่งมิได้ฝึกฝนอยู่เหินไปชมศึก
เพราะไม่อาจออกจากดินแดนลับได้ง่าย ๆ การพินิจศึกจึงนับเป็ น ความบันเทิงทั้งหมดแล้ว
เมื่อเหินมาถึงสมรภูมิและเห็นว่าการฝึกฝนของเจียงผิงอันยังหยุด อยู่เท่าปีก่อน เค้าความเห็นใจก็ปรากฏในสายตาหลายคู่
ปุถุชนไร ้สายเลือด การไร ้เทียมทานในขอบเขตเดียวกันไม่ง่าย เลย
การบรรลุระดับนี้ได้นับเป็ นความแข็งแกร่งอย่างหนึ่งแล้ว
จึงน่าเศร ้าที่อีกฝ่ายไม่กล้าทิ้งเส้นทางนี้ไป
หากสร ้างตานมิได้ ก็มิอาจบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด อย่าว่าแต่ท าความเข้าใจกฎเกณฑ์ในฟ้ าดิน และจะไม่มีวันแข็งแกร่ง ได้
“เหตุใดเจียงผิงอันจึงกระท าการไม่คิด อยากท้าทายยอดฝี มือ ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดกัน?”
“อาจจะเป็ นการคิดไปเองก็ได้ว่า ต่อให้ไม่เคลื่อนขอบเขต ก็ท้า ทายยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดไหว”
“ขาตายล่ะ เดี๋ยวเขาก็ประจักษ์สัจธรรมเอง”
อวิ๋นหวงบนสมรภูมิเห็นเจียงผิงอันออกจากการเก็บตัวก็หยุดการ ต่อสู้ ทะยานมาข้างกายเซี่ยชิง
“องค์หญิง เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเพคะ? สหายเต๋าเจียงเขาจะท า อะไร?”
แม้หลี่อี้เตาเพิ่งบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด แต่ก็ถือเป็ น ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด คนละขอบเขตจากจินตาน แล้วอยู่ดี
ต่อให้เจียงผิงอันมีปราณในกายมากกว่า เขาก็ไม่อาจท าความ เข้าใจกฎเกณฑ์ มิอาจประชันขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดไหว
เซี่ยชิงส่ายหัว นางไม่รู ้แล้วว่าเจียงผิงอันจะทาอะไร
อวิ๋นหวงเป็ นกังวลเล็กน้อย “องค์หญิง รีบหยุดเขาเถอะเพคะ หากเขาบาดเจ็บไปเพราะกฎเกณฑ์ มันจะเจ็บปวดมากเลยนะเพคะ”
นางเคยบาดเจ็บเพราะกฎเกณฑ์มาก่อน และทราบดีว่ามัน เจ็บปวดเพียงไร
เซี่ยชิงกล่าวกับอวิ๋นหวงซึ่งเติบใหญ่เป็ นหญิงงามแล้วอย่างจนใจ “เจ้ายังไม่รู ้นิสัยเจ้าเด็กตัวเหม็นนี่ เขาตัดสินใจสิ่งใด สิบมังกรมาฉุด ก็ไม่อยู่”
เซี่ยชิงทิ้งการเกลี้ยกล่อมเจียงผิงอันไปแล้ว
อวิ๋นหวงผงะตะลึง
จริงแท้ สิ่งใดที่เจียงผิงอันตัดสินใจแล้ว ไร ้ผู้ใดหยุดได้
แต่เจียงผิงอันคิดอะไรอยู่ เหตุใดเขาจึงท้าทายหลี่อี้เตา?
ไม่ผยอง… ไปหน่อยหรือ
แม้อวิ๋นหวงจะไม่ได้คิดว่าเจียงผิงอันเป็ นคนเช่นนั้น แต่ พฤติกรรมของเขาในยามนี้พิสูจน์ว่าเขาถือดีจริง ๆ
หลี่อี้เตาเห็นผู้คนมารวมตัว รอยยิ้มก็ยิ่งเจิดจรัส
“หนก่อนข้าผู้ยิ่งใหญ่ต้องเสียหน้าแก่ปวงชน ครั้งนี้ เจ้าก็จะได้ ลิ้มรสความขายหน้าเช่นนั้น”
“ข้าผู้ยิ่งใหญ่จะไม่ใช ้ดาบ นิ้วเดียวก็สยบเจ้าได้!”
หลี่อี้เตาเริ่มเรียกตนเป็ นผู้ยิ่งใหญ่ หนึ่งมือไพล่หลัง ชูนิ้วกลางใน มืออีกข้างด้วยสีหน้าถือดี ในฐานะยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิด เขามีดีพอให้หยิ่งผยอง
สีหน้าของเจียงผิงอันไร้ปฏิกิริยา กล่าวเบา ๆ “ในโลกหล้าผู้ฝึก ตน ห้ามประมาทผู้ใด”
หลี่อี้เตานิ่งไป ก่อนจะระเบิดหัวเราะ “ขาจะตายแล้วเว้ย เจ้าอยาก บอกข้าว่าอย่าประมาทเจ้าหรือ? ฮ่า ๆ ขึ้นกับเจ้าแล้วว่า……”
เปรี้ยง!
นิ้วของหลี่อี้เตาถูกหนึ่งกาปั้นหักลง ร่างของเขาปลิวกระเด็น โลหิตอุ่นร ้อนสาดจากปากทันใด
หลี่อี้เตาปลิวไปสิบกว่าลี้ มองนิ้วที่หักงอของตัวเองแล้วจึงมอง เจียงผิงอัน สีหน้างุนงงเกินเข้าใจอย่างยิ่ง
ความเร็วกับพละกาลังอะไรกันนี่!
บทที่ 145 ประชันหลี่อี้เตาอีกครั้ง
ปวงชนซึ่งพินิจศึกจากไกล ๆ ล้วนผงะนิ่งเมื่อเห็นหลี่อี้เตาถูก ต่อยกระเด็น
“เมื่อครู่มันอะไรนะ?”
“เร็วยิ่งนัก นี่เป็ นความเร็วกับพละกาลังของขอบเขตสร ้าง รากฐานหรือ?”
“เจียงผิงอัน เจ้าเด็กนี่ดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าปีที่แล้วอีก!”
นิ้วของหลี่อี้เตาสั่นระริกเพราะความเจ็บปวด สีหน้าของเขาบิด เบี้ยวเหยเก
เขารู ้สึกขายหน้านักที่ตนถูกผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานทา ให้บาดเจ็บได้
เมื่อโคจรปราณวิญญาณ นิ้วที่หักไปก็ฟื้นคืน
“ขยะ เห็นแล้วหรือไม่? นี่คืออานาจของผู้ฝึ กตนขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิด นิ้วขาดยังฟื้นได้ง่าย ๆ เลย”
“ไร ้กฎเกณฑ์ บาดแผลที่เจ้าสร ้างก็แค่จั๊กจี้กัน”
“วันนี้ข้าจะให้เจ้าเห็นพละกาลังและความเร็วของขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิด!”
หลี่อี้เตาเงื้อหมัด กฎเกณฑ์แห่งทองเคลือบย้อม พุ่งเข้ามาชก หน้าเจียงผิงอันทันที
“คุกเข่าให้เหลาจื่อเสีย!”
อานาจน่าสะพรึงกลัวกวาดกระหน่าทั่วแท่นประลอง
หัวใจของอวิ๋นหวงรัดแน่น เจียงผิงอันบาดเจ็บแน่ ๆ!
คนอื่นก็คิดเช่นกัน
แต่พวกเขามิได้กังวล ออกจะเย้ยเยาะล้อเลียนเสียมาก
ขอบเขตอยู่เพียงสร ้างรากฐานแต่คิดประชันขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิด ช่างโง่เง่าน่าขัน คนหน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มฝึกฝนยังไม่ถือตัว ถึงเพียงนี้
เปรี้ยง!
เสียงกระแทกดังสนั่น
สีหน้าเย้ยเยาะของปวงชนจางหาย ริมฝีปากอ้าค้าง
ผู้ถูกต่อยมิใช่เจียงผิงอัน แต่เป็ นหลี่อี้เตา!
หลี่อี้เตากระเด็นออกมา แขนหักบิด กระดูกแตกทะลวงชั้นเนื้อ หนัง ดูน่าสยดสยองยิ่ง
หลี่อี้เตาเหินบนอากาศ กุมแขนขวาอันบิดเบี้ยวด้วยสีหน้าตกใจ จังงัง
“กฎแห่งก าลัง! เป็ นไปไม่ได้! เจ้าใช้กฎแห่งก าลังได้อย่างไร!”
หากมิใช่เพราะกฎเกณฑ์แห่งทองสกัดไว้ แขนขวาของหลี่อี้เตา คงถูกบิดเป็ นเสี่ยงไปแล้ว!
ยามเหล่าผู้ชมได้ยินวาทะของหลี่อี้เตา พวกเขาก็ยิ่งตื่นตะลึง
“กฎแห่งก าลัง? เจียงผิงอันใช ้กฎเกณฑ์ได้? ล้อเล่นกันอยู่หรือ เปล่า?”
“หลี่อี้เตาเห็นผิดไปหรือไม่ เจียงผิงอันอยู่เพียงขอบเขตสร ้าง รากฐาน จะใช ้อ านาจกฎเกณฑ์ได้อย่างไร?”
“ถูกแล้ว! นั่นคือกฎแห่งกาลัง! ข้าก็สัมผัสได้เช่นกัน!”
อัจฉริยะผู้หนึ่งซึ่งฝึกฝนกฎแห่งกาลังร ้องตะโกนอย่างตกใจ
ใบหน้างดงามของเซี่ยชิงและอวิ๋นหวงก็เปี่ยมความตกตะลึง
มีเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดเท่านั้นที่ทาความ เข้าใจกฎเกณฑ์ได้ และหากไปนั่งบนแท่นพินิจดาว ก็จะสามารถแตะ ถึงขอบเขตแห่งกฎเกณฑ์ได้ตั้งแต่ขั้นปลายขอบเขตจินตาน
ทว่าเจียงผิงอันอยู่เพียงขอบเขตสร ้างรากฐาน เขาบรรลุ กฎเกณฑ์ได้อย่างไร?
เขาใช ้สมบัติพิเศษอะไร? หรือเขาเข้าใจกฎเกณฑ์แล้วจริง ๆ?
หากเป็ นอย่างหลัง ความน่าตกใจนั้นประมาณมิได้เลย
ขณะนี้ทุกสายตาจ้องมองมาที่เจียงผิงอัน
ใต้ท้องนภาพร่างพราว บนแท่นประลอง เจียงผิงอันแต่งกายด า สนิท สีหน้าราบเรียบ
เขาเงยหน้ามองฟ้ า “เจ้ารู ้แล้วว่าข้าคิดท าการใด การต่อสู้ของ ข้าคือศึกพิสูจน์”
หลี่อี้เตาไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันบรรลุกฎเกณฑ์แล้วจริง ๆ
เขาใช ้ปราณวิญญาณฟื้นแขนที่ขาดเละ
หากบาดเจ็บด้วยกฎแห่งกาลังจริง ๆ การฟื้นตัวก็มิได้ยาก แต่ หากบาดเจ็บเพราะกฎแห่งอัคคี การฟื้นตัวจะยากเย็นยิ่ง
หลี่อี้เตาตัดสินใจจริงจังกว่านี้ เขาชักดาบที่เอวออกมาโจมตีใส่ เจียงผิงอัน
“เจ้าต้องใช ้อาวุธวิเศษบางอย่างอยู่แน่! ข้าจะเปิดโปงโฉมหน้า แท้จริงของเจ้าเอง!”
กฎเกณฑ์แห่งทองประสานวิชาดาบคลั่ง ปราณอันน่าสะพรึงกลัว เลื่อนลั่นสั่นสะท้านทั่วทิศ
เจียงผิงอันยกหมัดเข้ารับตรง ๆ
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
ดาบคลั่งปะทะหมัดของเจียงผิงอัน ส่งคลื่นพลังทรงอานาจแผ่ กระจาย แท่นประลองใต้เท้าสั่นสะท้านรุนแรง
“เจียงผิงอันบรรลุกฎแห่งก าลังแล้วจริง ๆ!!”
อัจฉริยะผู้หนึ่งอุทาน สีหน้าตกใจเกินเชื่อลง
“ข้าต้องดื่มสุราวิญญาณของปลอมจนหลอนไปแล้วแน่ ๆ”
หากเป็ นก่อนหน้านี้ มีใครบอกว่าตนบรรลุกฎเกณฑ์ได้ใน ขอบเขตสร ้างรากฐาน พวกเขาคงตบอีกฝ่ ายหน้าหันแล้ว เห็นพวก เขาโง่งมนักหรือไร?
แต่ยามนี้ พวกเขาเห็นตัวตนขอบเขตสร ้างรากฐานผู้หนึ่งเหวี่ยง หมัด แผลงกฎแห่งก าลังประชันขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดอยู่กับ ตา!
ไม่สิ! ต้องบอกว่าเจียงผิงอันบดขยี้ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด อยู่!
เจียงผิงอันแปรเปลี่ยนเป็ นเทพสงคราม ต่อหน้าวิชาดาบคลั่ง เขา มิได้หลบเลี่ยงใด ๆ แต่จู่โจมรุนแรง จนหลี่อี้เตาต้องถอยกรูดปราชัย
กล่าวคือ ระดับความเข้าใจในกฎเกณฑ์ของเจียงผิงอันสูงกว่า ของหลี่อี้เตา!
อวิ๋นหวงปิดปากอย่างตกใจ
สีหน้าของเซี่ยชิงไร ้อารมณ์ แต่มือในแขนเสื้อของนางกาแน่น
นับแต่อดีตกาล มีสักกี่คนที่บรรลุกฎเกณฑ์ได้ยามอยู่ใน ขอบเขตสร ้างรากฐาน?
เรื่องเช่นนี้มีเพียงในตานาน ไม่เคยมีผู้ใดได้พบเห็น
แต่วันนี้ได้ประจักษ์แล้ว!
เจียงผิงอันได้สร ้างเรื่องที่ไม่เคยบังเกิดมาก่อน
ยอดฝีมือมากมายในดินแดนลับพากันปรากฏตัว
“เกิดอะไรขึ้นกับเด็กนี่กัน?”
“บรรลุกฎเกณฑ์ได้ในขอบเขตสร้างรากฐาน? เป็ นไปไม่ได้!”
“เด็กนี่ต้องมีโอกาสยิ่งใหญ่เป็ นแน่”
กระทั่งสัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายยังตกตะลึงกับการแสดงของ เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันพลันตะโกนขึ้นฟ้ า “ขอบเขตนี้ ข้าเรียกมันว่า ขอบเขตผนึกวิญญาณ ยอมรับมันได้หรือไม่?”
หากไร ้การยอมรับจากเต๋าสวรรค์ ก็ยากนักจะฝึกฝนต่อไปได้
“เขาพูดอยู่กับใคร? อะไรคือขอบเขตผนึกวิญญาณ?”
“หรือว่า… เขาก าลังสร ้างขอบเขตของตัวเอง?”
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเอ่ยสิ่งที่ตนคาดเดา
ทันทีที่ประโยคนี้ถูกกล่าว ทุกผู้ล้วนแตกตื่น
“อย่าล้อกันเล่นน่า เขาเจียงผิงอันเป็ นใคร จะทาได้ขนาดนั้นได้ เช่นไร?”
ตลอดกาลนานมา มีเพียงสามบุคคลที่สามารถสร ้างระบบฝึกฝน ของตนเองได้ และพวกเขาล้วนเป็ นยอดฝี มือผู้บุกเบิกระบบการ ฝึกฝนกายาและวิญญาณ เลิศล้าสะท้านสรวง
พวกเขาแต่ละคนทิ้งรอยตราไว้ในธารนทีแห่งประวัติการณ์อันไร ้ สิ้นสุด
แต่เจียงผิงอันเป็ นใคร จึงสร ้างขอบเขตของตัวเองได้?
“ข้าไม่เชื่อ! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าบรรลุเข้าใจกฎเกณฑ์ได้!”
หลี่อี้เตาค่อย ๆ บ้าคลั่ง ใช ้วิชาดาบคลั่งสุดกาลัง
เขาเป็ นอัจฉริยะจากตระกูลหลี่ แต่กลับถูกผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้าง รากฐานคนหนึ่งเหยียบย่าเอาได้เนี่ยนะ เขาไม่เชื่อ!
เมื่อเห็นเต๋าสวรรค์ไร ้ปฏิกิริยา เจียงผิงอันก็ปลุกชีพจรจุดหนึ่งใน กาย รวบรวมกาลังทั้งหมดไว้ที่แขนขวาก่อนชกออกไป วายุโหยไห้ ฟ้ าดินแปรสีสัน
เปรี้ยง!
หนึ่งหมัดชกใส่ดาบของหลี่อี้เตา ดาบล้าค่าระเบิดแหลกทันใด
หลี่อี้เตาถูกแรงหมัดอันน่าสะพรึงกลัวยกตัวลอย ปลิวออกไป นอกแท่นประลองอย่างเกินควบคุม
เจียงผิงอันเงยหน้าถามฟ้ า “เต๋าสวรรค์! ข้าเอาชนะตัวตน ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดได้แล้ว ท่านยอมรับขอบเขตนี้ได้ หรือไม่?”
ทุกผู้ที่นี่ล้วนฮือฮา
เจียงผิงอันชกตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดปลิวไปด้วย หมัดเดียว!
เขาบรรลุขอบเขตใหม่ได้แล้วจริง ๆ!
ขณะนี้เจียงผิงอันกลายเป็ นหนึ่งบุคคลในฟ้ าดิน ทุกอัจฉริยะยิ่ง ยงล้วนถูกกลบรัศมี สัตว์ประหลาดเฒ่าอันอายุยืนนานทั้งหลายล้วน ร่างสะท้าน
ผู้ฝึ กตนขอบเขตสร ้างรากฐานผู้หนึ่งประจักษ์แจ้งกฎเกณฑ์ เอาชนะยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่งได้……
ต่อให้เป็ นแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อและต้าเฉียนก็ไม่มีคนเช่นนี้!
แต่เด็กหนุ่มคนนี้ทาได้!
ยามเหล่าผู้ฝึ กตนหญิงในบริเวณมองมายังเด็กหนุ่มผู้นี้ หัวใจ ของพวกนางก็เต้นรัวอย่างเกินควบคุม
สายเลือดอะไร ร่างเทวะอะไร ใครจะเทียบเด็กหนุ่มผู้นี้ได้?
หลี่อี้เตาผู้อยู่นอกแท่นประลองดูมึนตึง
เขาพ่ายแล้ว
พ่ายแก่เด็กหนุ่มขอบเขตสร ้างรากฐานผู้หนึ่ง……
ฟ้ าดินเงียบกริบ ไร ้ส าเนียงใด ๆ
เว้นเพียงเสียงของเด็กหนุ่ม
“เต๋าสวรรค์! ข้าเอาชนะขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดได้แล้ว ขอ ท่านยอมรับขอบเขตนี้ด้วย!”
หัวใจปวงชนสั่นสะท้าน
ปุจฉาเต๋าสวรรค์ จะมีสักกี่คนในโลกหล้าที่กล้าท า?
วิ้ง!
ไกลออกไป จู่ ๆ ภูเขาประชันเต๋าก็ระเบิดรัศมีหลากสีสัน เรืองรอง ไปทั่วท้องนภา
หนึ่งเงาร่างอันมีใบหน้าไม่ชัดเจนก่อตัวขึ้นแล้วทะยานเวหา
ภาพฉายนั้นดูราวเทวาปรากฏกาย กฎเกณฑ์สะท้านเทิ้ม มหา เต๋ากู่ก้อง หมู่ดาวหม่นแสง
สัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายในดินแดนลับล้วนสะดุ้ง
“เกิดอะไรขึ้น! เหตุใดภาพฉายผู้อาวุโสท่านนั้นจึงออกจากภูเขา ประชันเต๋า!”
“ข้าก็ไม่รู ้! เรื่องเช่นนี้เพิ่งเคยเกิดก็ครั้งนี้แหละ!”
“ภาพฉายผู้อาวุโสท่านนี้เหมือนจะมาหาเจียงผิงอันนะ!”
บทที่ 146 ประชันภาพฉาย
มีหนึ่งภาพฉายของยอดฝีมือหลงเหลืออยู่ที่ภูเขาประชันเต๋า และ ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยกับหนึ่งในเก้าเทพสงครามของเขา ก็เรียนรู ้จากภาพฉายนี้ สร ้างวิชาลับระดับสูงสุดขึ้นได้มากมาย
ดินแดนลับของราชวงศ์ต้าเซี่ยก็เกิดขึ้นเพราะยอดฝีมือโบราณผู้ นั้นเคยมาฝึกฝนที่นี่
เนื่องจากได้มหาเต๋าจากยอดฝีมือหล่อเลี้ยง ที่นี่จึงกลายเป็ นแดน ศักดิ์สิทธิ์สาหรับการฝึกฝน
ภายหลัง ปฐมจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยมาพบมันเขา และสร ้างเป็ น ดินแดนลับ
สถานที่ทั้งสามคือแท่นพินิจดาว ภูเขาประชันเต๋า และถ้าคูหา มาร
ภาพฉายบนภูเขาประชันเต๋าไม่เคยออกมาจากภูเขาประชันเต๋า มาก่อน
แต่วันนี้ภาพฉายนี้กลับออกจากภูเขาประชันเต๋า เหยียบย่าง เหนือเมฆมงคลเจ็ดสีมาปรากฏตรงหน้าเจียงผิงอันในสมรภูมิ
เจ้าของภาพฉายนี้ยามมีชีวิตต้องแข็งแกร่งสุดขั้วแน่แท้ อานาจ มหาเต๋าปกคลุมใบหน้าของเขา ผู้อ่อนแอกว่ามิอาจประจักษ์ได้
ทุกผู้มองภาพตรงหน้าตาค้าง มิอาจทราบว่าภาพฉายมาหาเจียง ผิงอันเพื่อการใด
เจียงผิงอันจ้องมองภาพฉายตรงหน้าพลางเอ่ยปาก “เต๋าสวรรค์ ต้องการให้ข้าเอาชนะท่านก่อน จึงยอมรับขอบเขตของข้าหรือ?”
ภาพฉายไม่พูดจา เถาวัลย์มากมายพุ่งออกมาจากเท้าของเจียง ผิงอัน คิดพันธนาการเขาให้แน่นิ่ง
เจียงผิงอันใช ้อัสนีพริบตาไปปรากฏเบื้องหลังภาพฉาย ออกหมัด จู่โจมออกไป
เปรี้ยง!
ภาพฉายไหวตัวเฉียบพลัน หันกลับมารับการโจมตี กฎเกณฑ์ แห่งทองจากหมัดของเขาปะทะกฎแห่งก าลังของเจียงผิงอัน ส่งเสียง เลื่อนลั่นดุจอัสนี
อึดใจต่อมา เปลวเพลิงโชติช่วงก็แผดจ้าจากร่างของภาพฉาย กฎแห่งอัคคีไหลบ่า คิดกลืนกินเจียงผิงอันเข้าไป
เจียงผิงอันปลุกชีพจรอีกจุด ปราณวิญญาณจากกายพัดอัคคี ปลิวหาย
แล้วเงื้อหมัดระดมโจมตีอีกครั้ง
ชั้นกาแพงดินเคลือบกฏพสุธาพุ่งขึ้นมาขวางการโจมตีของเจียง ผิงอันไว้
ขณะเดียวกัน หยาดพิรุณนับไม่ถ้วนก็โปรยปราย
ชายหนุ่มเห็นได้ชัดเจนว่าหยาดพิรุณเหล่านี้บรรจุกฎแห่งวารีอัน น่าสะพรึงกลัว!
หยาดวารีกระทบพื้น กัดกร่อนแดนดินเป็ นรู
เจียงผิงอันใช ้หมัดอู๋จี๋ขั้นสามเข้าตอบโต้
ขณะนี้ เขาบรรลุกฎแห่งกาลังแล้วครึ่งหนึ่ง สามารถเรียนหมัดอู๋จี๋ ขั้นสามได้
ขั้นแรกรับมืออานาจมากกว่าตนได้สามเท่า
ขั้นสองรับมือได้สี่เท่า
ขั้นสามรับมือการโจมตีเจือกฎเกณฑ์ได้!
พลังประหลาดสายหนึ่งทะลักจากร่างของเจียงผิงอัน สลายพิรุณ กรดไปจนสิ้น
เจียงผิงอันกระตุ้นพลังในชีพจรอีกครั้ง ใช ้อัสนีพริบตาเข้าโจมตี ภาพฉายเฉียบพลัน
ภาพฉายใช ้เคล็ดวิชาตอบโต้
กฎเกณฑ์แห่งทอง กฎเกณฑ์แห่งพสุธา กฎเกณฑ์แห่งวารี กฎเกณฑ์แห่งอัคคี กฎเกณฑ์แห่งไม้……
คาถานี้ทาให้ห้ากฎเกณฑ์พื้นฐานปรากฏขึ้นพร ้อมเพรียง!
ภาพฉายนี้มีพรสวรรค์เบญจธาตุในตานาน!
เจียงผิงอันถูกโจมตีจนล่าถอย โลหิตไหลชโลมกาย
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเส้นทางนี้จะเดินไม่ได้!”
เจียงผิงอันใช้งานวิชาเทียมเทพสงคราม ทุกความสามารถ ทวีคูณสามเท่า ปราณอันน่าสะพรึงกลัวสะท้านกฎเกณฑ์โคลงคลอน
ดุจเทพสงครามกรีธาทัพละเลงเลือด
วันนี้เขาต้องหาหนทางของตัวเองให้ได้!
สองบุคคลปะทะต่อเนื่อง ตะวันจันทรามืดมัวดับแสง
ทุกผู้ล้วนตกตะลึงนิ่งงัน
อัจฉริยะทั้งหลายซึ่งเรียกตนว่าความภาคภูมิแห่งสวรรค์ บัดนี้ เพิ่งได้ประจักษ์ว่าความภาคภูมิแห่งสวรรค์ที่แท้จริงเป็ นเช่นไร
ร่างของสัตว์ประหลาดเฒ่ามากมายสั่นเทิ้มเกินควบคุม
เจียงผิงอันเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานจริง ๆ หรือ?
หากบอกว่าเขาเป็ นผู้ฝึ กตนขั้นกลางขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิด พวกเขาก็เชื่อ!
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันออกหมัดชกใส่ภาพฉายบนแท่นประลองจนแท่นเกิด รอยร ้าว
ไม่นานนัก แท่นประลองก็ก่อตัวใหม่ หนนี้มีหนึ่งลาแสงครอบปก คลุมแท่นประลองจากทุกสายตา
“เกิดอะไรขึ้น! เหตุใดจึงปิดแท่นประลอง?”
ปวงชนต่างงุนงง
“ภาพฉายจากภูเขาประชันเต๋าเป็ นผู้ปิดกั้น เขาอาจจะใช ้คาถา บางอย่าง และไม่อยากให้ทุกผู้ได้เห็น”
ชายชราผู้หนึ่งคาดการณ์
ภาพฉายจากภูเขาประชันเต๋ามีจิตวิญญาณฉลาดเฉลียว มี ความคิดเป็ นของตัวเอง
ทุกผู้ต่างร ้อนใจจนดิ้นเร่า การต่อสู้น่าตื่นตาเพียงนี้ กลับไม่ให้ พวกเขาดู น่าร าคาญใจเกินไปแล้ว
ความรู ้สึกนี้เหมือนเวลามีใครมาหยุดระหว่างกาลังจะไปสุขา ช่าง ไม่สบายตัวเอาเสียเลย
“เจียงผิงอันจะเอาชนะภาพฉายได้หรือไม่?”
“เป็ นไปไม่ได้ ภาพฉายนั่นเชี่ยวชาญห้ากฎเกณฑ์ ยืนยงไร ้พ่าย เสมอมา เจียงผิงอันจะเทียบอะไรได้?”
“ปรากฏว่าเจียงผิงอันตั้งใจสร ้างหนทางให้ตนเอง…”
แม้แท่นประลองจะถูกปิดกั้น แต่ทุกผู้ก็มิได้จากไปไหน
แม้ทัศนวิสัยจะถูกบดบัง แต่พวกเขาก็ยังได้ยินเสียง สัมผัสปราณ ที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในได้
หลังจากม่านแสงปรากฏขึ้น ทุกผู้ก็สัมผัสได้ถึงกฎเกณฑ์แห่ง น้าแข็งบนแท่นประลอง
เจียงผิงอันไม่มีทางบรรลุกฎเกณฑ์แห่งน้าแข็งได้แน่ นอน หมายความว่าผู้ใช ้เคล็ดวิชานี้ก็คือภาพฉายยอดฝีมือ
เสียงการปะทะอย่างดุเดือดดังสนั่นต่อเนื่อง
เจียงผิงอันถูกหลาวน้าแข็งชิ้นหนึ่งแทงทะลุบ่า โลหิตไหลโชก ใบหน้าปรากฏความเศร ้าหมอง
ภาพฉายนี้แข็งแกร่งเกินเอาชนะ……
ไม่!
ข้าไม่เชื่อ!
เจียงผิงอันปลดปล่อยชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบจุด แสงสว่าง เรืองรองพุ่งตรงสู่ท้องนภา
หัวใจปวงชนภายนอกล้วนสะท้านตะลึง
ปรากฏว่าเจียงผิงอันบรรจุปราณวิญญาณไว้ในกายมากเพียงนี้! มิน่าเล่าเขาจึงไม่เต็มใจทิ้งหนทางนี้ไป!
ปราณเช่นนี้ไล่ตามยอดฝี มือขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิดทันแล้ว!
เจียงผิงอันจู่โจมสุดกาลัง ต่อหน้าเคล็ดวิชาอันเกินคาดหยั่ง พวก มันล้วนแล้วระเบิดเละไปในหมัดเดียว
ทลายหมื่นกฎเกณฑ์ด้วยแรงตน!
ในการฝึกฝนหนึ่งปีมานี้ หลังใช ้กฎแห่งกาลังทั้งสองชิ้นไป เขาก็ พอเข้าใจกฎแห่งกาลังครึ่งหนึ่ง เท่ากับระดับความเข้าใจตัวตนขั้น กลางขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด
หากเต๋าสวรรค์ยอมรับเขา ความเร็วในการท าความเข้าใจ กฎเกณฑ์ของเขาจะพัฒนาขึ้นอีก
แต่ความแข็งแกร่งในปัจจุบันยังไม่อาจประชันภาพฉายนี้ไหว
พลังของภาพฉายนี้ก็กาลังแข็งแกร่งขึ้น ทุกวิชาที่ใช ้ทรงพลัง และแปลกพิกลขึ้นทุกที
เจียงผิงอันไม่เต็มใจรามือ เขาล้มลงกี่ครั้ง ก็ลุกขึ้นหนแล้วหนเล่า
เขาไม่เชื่อว่าจะสัญจรในหนทางของตนมิได้!
เขาเรียกอวตารออกมาจากถุงเก็บสัตว์ภูต
อวตารของเขาเบิกชีพจรสามร ้อยหกสิบจุด บรรลุสู่ขอบเขตจิน ตานแล้ว
ขาดเพียงก้าวเดียวก็จะส าเร็จสู่ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด!
ขอเพียงมีทรัพยากรเพียงพอ ก็ไม่ยากหากจะบรรลุขอบเขตใด ๆ ใต้ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด
เจียงผิงอันใช ้ปราณโลหิตของอวตารสุดกาลัง เสวี่ยตานในกาย แตกร ้าว แล้วเจียงผิงอันซึ่งดูเหมือนทารกก็ปรากฏขึ้นในตันเถียน!
ก่อโลหิตแรกก าเนิด!
ร่างทั้งสองของเจียงผิงอันผสานรวม ปราณทะลวงสูงขึ้นอีกหน
สองร่างผสาน ยิ่งใหญ่เหนือชั้นเกินหนึ่งบวกหนึ่งได้สอง!
เจียงผิงอันเหยียบย่างเหนือเวหา ก้าวข้ามกฎเกณฑ์ เหวี่ยงหมัด อย่างไม่ยอมแพ้
ทันใดนั้น ร่างของภาพฉายก็ร ้าวแยก บังเกิดภาพฉายที่ เหมือนกันทุกประการสามร่าง
ม่านตาของเจียงผิงอันหดตัว
ร่างเต๋า!
อีกฝ่ายมีสามร่างเต๋า!
ความรู ้สึกสิ้นกาลังเกาะกุมหัวใจของเจียงผิงอันอีกครั้ง
ภาพฉายทั้งสามซึ่งมีพลังเท่าเทียมทุกประการจู่โจมเจียงผิงอัน
เมื่อต่อสู้สามต่อหนึ่ง ร่างของเจียงผิงอันก็ถูกอัคคีคลอกไหม้ วิชาแทงทะลวง โลหิตย้อมสุญตาแดงฉาน
โลกภายนอกก็สัมผัสปราณอันน่าสะพรึงกลัวมากมายได้
หญิงชราผู้หนึ่งไพล่มือไว้เบื้องหลัง ราพึงว่า “ภาพฉายใช ้ ‘ร่าง เต๋า’ แล้ว เจียงผิงอันอัศจรรย์ยิ่ง แต่ต่อหน้าภาพฉายผู้อาวุโสท่านนี้ สุดท้ายเขาก็ยังต้องพ่ายอยู่ดี”
เซี่ยชิงหันไปถามหญิงชรา “ท่านย่า ไม่เคยมีผู้ใดเอาชนะภาพ ฉายนี้ได้จริง ๆ หรือ? ปฐมจักรพรรดิก็ท ามิได้เช่นกันหรือ?”
หญิงชราส่ายหัว “ไม่มีผู้ใดสู้ได้ ยามปฐมจักรพรรดิและเก้าเทพ สงครามยังเยาว์ พวกเขาเคยร่วมมือเผชิญภาพฉาย แต่ก็มิอาจชนะ ได้”
เซี่ยชิงมองสมรภูมิ ภาวนาให้เจียงผิงอันในใจ
หลี่อี้เตาตะโกนยิ้ม ๆ “เจ้ายังอยากสร ้างเส้นทางของตนเองหรือ? เจ้าเป็ นใคร มหาจักรพรรดิสมัยโบราณหรือ? ไม่ต้องคิดแล้ว ยอมแพ้ เสีย!”
หลี่อี้เตาไม่อยากเห็นเจียงผิงอันสร ้างขอบเขตของตนสาเร็จจริง ๆ ได้ และไม่อยากยอมรับว่าเจียงผิงอันเลิศล้าโดดเด่นยิ่ง
เซี่ยชิงและอวิ๋นหวงสัมผัสได้ว่าปราณของเจียงผิงอันอ่อนแอลง เรื่อย ๆ หัวใจของพวกนางแขวนจุกคอ
มักมีผู้ตายในการประลองภาพฉายอยู่บ่อยครั้ง เซี่ยชิงไม่อยาก ให้เกิดอะไรขึ้นกับเจียงผิงอัน จึงตะโกนว่า “น้องชาย เส้นทางมี มากกว่าหนึ่ง ฝึกฝนใหม่เถอะ เจ้ายังแข็งแกร่งขึ้นอีกได้นะ!”
ด้วยนิสัยของเจียงผิงอัน แม้พรสวรรค์จะดาษดื่น ภายหน้าเขาก็ ยังพัฒนาได้ไกล แต่จะเชื่องช ้าอย่างยิ่ง
เจียงผิงอันคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ร่างกายเต็มไปด้วยหลุมรู โลหิตทะลักไหล กระดูกสันหลังและแขนหักโชกเลือด
อ านาจแห่งกฎเกณฑ์ชวนสะพรึงไหลผ่าน ท าลายร่างกายของ เขา
ยามมองภาพฉายอันน่าสะพรึงกลัวทั้งสามตรงหน้า เจียงผิงอัน รู ้สึกว่าตนช่างเล็กจ้อย
สิ้นแล้วทุกฤทธา แต่ยังมิอาจเทียบชั้นอีกฝ่ายได้
ก้าวย่างนี้ ไร ้หนทางบรรลุได้จริง ๆ หรือ?
บทที่ 147 พ่ายแพ้ เส้นทางสะบั้น?
เดินผิดทางหรือ?
ยอมแพ้หรือ?
ยามนี้ เหลือเพียงฤทธาของตาขวา แต่ไม่อาจเปลี่ยนกระแสศึก ได้แล้ว
เจียงผิงอันคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง หยุดการเร่ง พลังในกาย
เส้นทางนี้เดินไม่ได้จริง ๆ
ทุกผู้นอกแท่นประลองสัมผัสได้ว่าเจียงผิงอันหยุดการเร่งปราณ แล้ว
“ดูเหมือนเจียงผิงอันจะถอดใจแล้ว”
“เดินผิดทางแท้ ๆ”
“ฮ่า ๆ ยังฝันหวานสร ้างหนทางของตัวเอง คิดว่าเจ้าเป็ นตัว อะไร!” หลี่อี้เตาหัวเราะลั่น
แต่ไม่นาน เสียงหัวเราะของเขาก็หยุดลงกะทันหัน
เพราะเขาพบว่าทุกผู้ล้วนมองเขาอย่างเหยียดหยาม
“เจียงผิงอันเดินทางผิด แต่เขาก็ยังเอาชนะเจ้าได้ง่าย ๆ”
“หลี่อี้เตา เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาล้อเลียนเจียงผิงอัน?”
“พ่ายแล้วยังท าอวดดี หากเป็ นข้าคงกลับไปเก็บตัวนานแล้ว”
ต่อหน้าทุกเสียงเย้ยเยาะ หลี่อี้เตาก้มหน้าก้มตาวิ่งไปด้านหลัง ปวงชน
เขามิได้ไปไหน เพราะยังอยากเห็นสีหน้ารวดร ้าวหลังพ่ายแพ้ ของเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันถอนหายใจ ขณะที่เขากาลังจะยอมแพ้นั้นเอง ภาพ ของบุพการี ท่านอาเมิ่ง และผู้อาวุโสหลี่ก็ปรากฏในใจ
ไม่!
ข้ายังไม่ยอมแพ้!
ข้าไม่อยากถอดใจ!
ต่อให้พ่าย ก็ขอสู้จนพลังทั้งหมดเหือดแห้ง!
ร่างของเจียงผิงอันระเบิดปราณออกมาอีกครั้ง
ยามจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้หวนปะทุ อ านาจอันไม่ยอมแพ้ก็ ทะลักออกมาจากกระดูกสันหลัง
อานาจนี้แผ่จากกระดูกสันหลังสู่ทั่วสรรพางค์ บาดแผลจาก กฎเกณฑ์ถูกล้างหายไปทันที
ร่างของเจียงผิงอันสะท้าน
นี่คือกระดูกสันหลังกายาศักดิ์สิทธิ์
กระดูกสันหลังกายาศักดิ์สิทธิ์ถูกปลุกขึ้นแล้ว!
นับแต่ผสานกับกระดูกสันหลังนี้ กระดูกสันหลังกายาศักดิ์สิทธิ์ ไม่เคยมีปฏิกิริยาใด ๆ มันทาตัวเหมือนกระดูกทั่วไป มิได้มอบพลัง สนับสนุนใด ๆ แก่เขา
จนกระทั่งเมื่อครู่ ยามจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเขาลุกโชน ขึ้นใหม่ กระดูกสันหลังของเขาจึงถูกกระตุ้นจนตื่นขึ้น
“อย่างนี้นี่เอง ที่แท้นี่ก็คือกายาศักดิ์สิทธิ์!”
บางทีเจ้าของกระดูกสันหลังนี้มิได้ถือตนอวดเก่งใด ๆ แต่เพราะ กายาศักดิ์สิทธิ์เกิดมาเพื่อต่อสู้! ประจักษ์กฎเกณฑ์จากการประชัน ศึก!
เจียงผิงอันหวนคืนสู่สมบูรณ์พร ้อม กฎจ านงสัประยุทธ ์โอบล้อม ปกคลุมร่าง
ต่อหน้าสามภาพฉาย เจียงผิงอันหาเกรงกลัวไม่!
ต่อให้พ่าย! ก็ต้องขอทุ่มเทจนสิ้นหนทางแล้วจริง ๆ!
“สู้!”
เจียงผิงอันออกหมัด ปรี่กลับไปหาภาพฉายทั้งสาม
การต่อสู้ปะทุขึ้นอีกครั้ง
ปราณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออก ปวงชนด้านนอกล้วนตะลึง
“เกิดอะไรขึ้น? นี่มันปราณอะไรกัน น่ากลัวเป็ นบ้า!”
“เจตจ านงแห่งการต่อสู้! กฎจ านงสัประยุทธ ์!”
“ในขอบเขตนี้ เขาบรรลุกฎเกณฑ์ถึงสองอย่าง!”
ยามผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่งบรรลุหนึ่ง กฎเกณฑ์อย่างสมบูรณ์ จะสามารถทะลวงสู่ขอบเขตแปรเทวะได้
เพื่อประหยัดพลังวิญญาณ จึงไร ้ผู้ใดทาความเข้าใจกฎเกณฑ์ที่ สอง
เนื่องจากสาหรับตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั่วไป การ ทาความเข้าใจหนึ่งกฎเกณฑ์ให้สมบูรณ์ใช ้เวลาเป็ นพัน ๆ ปี จึงยาก นักจะมีกาลังมาทาความเข้าใจกฎที่สอง
ตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดที่มีทรัพยากรและพื้นเพ สนับสนุนดี อาจท าความเข้าใจหลายกฎเกณฑ์ได้
แต่เจียงผิงอันอยู่เพียงขอบเขตสร ้างรากฐาน!
แต่กลับบรรลุสองกฎเกณฑ์!
เด็กนี่ทาได้เช่นไรกันแน่?
หัวใจของหลี่อี้เตาเปี่ยมล้นด้วยความริษยา สาปแช่งเจียงผิงอัน ให้ล้มเหลวอยู่ในใจ
ความภาคภูมิหายไปจากหัวใจของอวิ๋นหวงในยามนี้ นาง ตระหนักแล้วว่ายามเทียบกับเจียงผิงอัน นางนั้นสุดแสนธรรมดา
อันที่จริง กฎจานงสัประยุทธ ์ที่เขาใช ้มิได้มาจากการทาความ เข้าใจของเจียงผิงอัน แต่มาจากกระดูกสันหลังของเขา
ยามนี้ มันถูกเขาเรียกใช ้
โลหิตของเจียงผิงอันเดือดพล่าน วิชาเทียมเทพสงครามขั้นสอง ถูกกระตุ้น พลังต่อสู้สามเท่าตัวระเบิดออกมา
ในการต่อสู้นี้ กฎเกณฑ์พังทลาย รัศมีสาดส่องเจิดจ้า เจียงผิงอัน ผลาญปราณวิญญาณ เผยเจตจ านงต่อสู้ไร ้เทียมทาน
ต่อให้เขาไม่อาจสร ้างหนทางของตนเองได้ เขาก็ต้องมุ่งหน้าไป ต่อ!
ศึกนี้กินเวลาสามวัน ทุกผู้ในดินแดนลับล้วนจดจ่อสนใจ
ต่อให้ไม่อาจเห็นภาพข้างใน ก็ทราบได้ว่าก าลังประจักษ์ ปาฏิหาริย์นี้กับตาตน
เส้นทางนี้สกัดกั้นอัจฉริยะเกินนับถ้วน
หนทางนี้ ตราบกาลมีเพียงสามคนที่เดินได้
ทางสายนี้ไร ้จุดสิ้นสุดในสายตา มีเพียงความมืดมิด
“ตาย!”
เจียงผิงอันผสานพลังเฮือกสุดท้ายสู่ตาขวา กระตุ้นพลังของตา ขวานั้นอย่างเต็มที่
อานาจนี้สลายหนึ่งภาพฉายยอดฝีมือลงทันที
เมื่อสิ้นแรง เจียงผิงอันก็ทรุดลงกอง นอนหอบหายใจกับพื้น
พลังจิต ปราณวิญญาณ พลังกาย สรรพสิ่งล้วนถึงขีดจากัด
พ่ายแล้ว
พยายามเต็มที่ แต่การาบภาพฉายลงได้เพียงหนึ่ง
ทางสายนี้สะบั้นแล้ว
“เจ้าชนะแล้ว”
ทันใดนั้น ภาพฉายก็เปิดปาก เอ่ยวาทะดังขึ้นในหูของเจียงผิง อัน
“ชนะแล้ว?”
เจียงผิงอันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพลันเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
ภาพฉายกล่าวยิ้ม ๆ “เจ้าชนะนานแล้ว ข้าใช ้พลังสูงเกิน ขอบเขตนี้ไปนานแล้ว”
“เจ้าไม่สังเกตหรือ? ปราณของเจ้าเปลี่ยนไปแล้วน่ะ”
หลังถูกเตือน เจียงผิงอันก็พบว่าปราณขอบเขตสร ้างรากฐาน ของเขาหายไปแล้ว!
มันแปรเปลี่ยนเป็ นปราณอันเกินนิยาม คล้ายกับขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิด แต่มิใช่ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด
“ขอบเขตผนึกวิญญาณ สะกดพลังในกายไว้ในชีพจร ตั้งชื่อได้ เหมาะสมมาก” ภาพฉายพยักหน้าอย่างพอใจ
ในที่สุด รอยยิ้มก็คลี่ขึ้นบนใบหน้าของเจียงผิงอัน
ก้าวแรกของเขาส าเร็จแล้ว
เขานาโอสถออกมากิน กระเสือกกระสนลุกขึ้นแล้วกุมกาปั้น คารวะ “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ”
“ข้ามิได้ชี้แนะเจ้า ว่าไปแล้ว ข้าก็แค่อยากรังแกเจ้าเท่านั้น” ภาพ ฉายหัวเราะ
เจียงผิงอันผงะไป ภาพฉายนี้… เหมือนจะมีสติปัญญาระดับสูง
“ทางสายนี้ไม่เหมาะเดินหรอกนะ เจ้ารู ้หรือไม่ว่าต่อจากนี้จะ เผชิญอะไรต่อ?” ภาพฉายถาม
“ในโลกหล้ามีหนทางใดเดินง่ายด้วยหรือขอรับ?” เจียงผิงอัน ถามย้อน
ภาพฉายนิ่งไปครู่หนึ่ง “ฮ่า ๆ ก็จริงของเจ้า กาลก่อน ข้าต้อง สะบั้นการฝึกฝนของตัวเองตั้งหลายสิบครั้งติดต่อกัน กว่าจะได้ระบบ การฝึ กฝนเช่นปัจจุบัน เป็ นหนทางไร ้สิ้นสุดที่มีแต่อุปสรรค ยากล าบากเลยล่ะ”
ได้ยินเช่นนี้ ร่างของเจียงผิงอันก็สั่นสะท้านรุนแรง “ท่านคือ……”
เขามีสิ่งที่เดาไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่อาจเชื่อลง
ภาพฉายกุมคาง “ข้าเป็ นเพียงภาพฉาย ไม่รู ้นามแท้ของตน แต่ คนรุ่นหลังเรียกขานข้าว่า…… ราชันศักดิ์สิทธิ์”
หัวใจของเจียงผิงอันสั่นสะท้าน
ใช่จริง ๆ ด้วย!
เป็ นผู้อาวุโสที่สร ้างระบบการฝึกฝนปัจจุบัน!
มหาจักรพรรดิในสมัยโบราณบุกเบิกเส้นทางฝึ กฝนแห่งมวล มนุษย์ ขณะที่ราชันศักดิ์สิทธิ์สร ้างระบบการฝึกฝนอันยืนยงยาวนาน จนบัดนี้!
ปรากฏว่าเขาได้เสวนากับราชันศักดิ์สิทธิ์จากโบราณกาล หัวใจ ของเจียงผิงอันเต้นถี่รัว
“ผู้อาวุโส ข้าควรมุ่งหน้าต่อไปเช่นไรดีขอรับ?”
เจียงผิงอันถามอย่างนอบน้อม
เขายกเท้าเดินแล้วก้าวหนึ่ง ยังห่างไกลกับระบบการฝึกฝนอัน สมบูรณ์มากนัก
อีกฝ่ ายสร ้างระบบการฝึ กฝนอันสมบูรณ์มาแล้ว ต้องมี ประสบการณ์เฉพาะตัว
“ข้าไม่รู ้หรอก หนทางของเจ้า เจ้าต้องไปเอง หากผิดพลาดก็แค่ เดินใหม่”
ภาพฉายของราชันศักดิ์สิทธิ์มีจิตวิญญาณของตน น้าเสียงของ เขาฟังไม่เหมือนยอดฝีมือเลยสักนิด แต่เหมือนเด็กที่อายุไม่มากนัก คนหนึ่ง
“ไปแล้วนะ”
ภาพฉายปลดอาคมม่านแสง แล้วเหินร่างจากไป
บทสนทนาช่วงท้ายของภาพฉายนั้น ไร ้ผู้ใดได้ยิน
เจียงผิงอันค้อมตัวต่า ๆ ให้กับภาพฉาย
เขาทอดสายตามองไปไกล
อัจฉริยะสูงสุดแห่งต้าเซี่ยและยอดฝีมือมากมายจับจ้องมาที่เขา ราวก าลังมองสัตว์ประหลาด
“เจ้า… ท าส าเร็จแล้วหรือ?”
เซี่ยชิงจ้องมองตรงมาที่เจียงผิงอัน เสียงของนางสั่นเล็กน้อย
“แค่ก้าวแรกน่ะ”
เจียงผิงอันกล่าวอย่างสุขุม
เขาไม่ได้ปรีดามากนัก เพราะรู ้ดีว่าหนทางนี้ยากเย็นเพียงไร
การเคลื่อนขอบเขตหนต่อไปจะต้องตกตะกอนกลั่นบริสุทธิ์ ขอบเขตนี้ ยากเย็นแสนเข็ญ หากไร ้การชี้แนะ ก็มิอาจทราบว่าจะ ก้าวเดินเช่นไร
หากมิอาจตกตะกอนบรรลุขอบเขตได้ ก็ไม่มีทางพบความหวัง
ทุกคนมองเจียงผิงอัน ไม่อาจรู ้ว่าจะพูดอะไร
พวกเขาเห็นหนึ่งตานาน
ด้วยความแข็งแกร่งขอบเขตสร ้างรากฐาน เขาสร ้างหนึ่ง ขอบเขตด้วยตนเอง!
แม้จะเป็ นเพียงหนึ่งย่างก้าว แต่หากข่าวแพร่ออกไป ก็เพียงพอ สั่นสะท้านแดนบูรพาได้
เมื่อเห็นเจียงผิงอันทาสาเร็จ สีหน้าของหลี่อี้เตาผู้ริษยาก็บิดเบี้ยว แผดร ้องบ้าคลั่งในใจ
ลาพองอะไรแค่นี้! ก็แค่ก้าวเดียว ยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดก็ยังฆ่าเจ้าตายได้อยู่ดี! ชั่วชีวิตนี้ก็อาจไม่สามารถก้าวต่อ ได้อีกก็ได้!
บทที่ 148 โอกาสที่ผู้อาวุโสมอบให้
การแสดงออกของเจียงผิงอันครั้งนี้ย่อมทาให้ปวงชนที่นี่ลืมไม่ลง ชั่วชีวิต
แม้จะไม่อาจเห็นรายละเอียดศึกเจาะจง ก็เพียงพอรับรู ้ความ แข็งแกร่งของเจียงผิงอันได้
แต่ไร ้ผู้ใดคะเนได้ว่า เขาจะพัฒนาเช่นไรต่อในอนาคต
เจียงผิงอันถูกเรียกมาที่ห้องใจกลางแท่นพินิจดาว
ย่าของเซี่ยชิงมอบกล่องใบหนึ่งแก่เจียงผิงอัน
“เส้นทางที่เจ้าก้าวเดิน ผู้ใดก็ช่วยเจ้าไม่ได้ หากมิทิ้งนามใน ประวัติศาสตร ์ เจ้าก็อาจติดอยู่ ณ หนึ่งขอบเขต มิอาจเป็ นที่รู ้จักได้ ตราบกาล”
“ในนี้คืออีกครึ่งหนึ่งของ ‘ร่างเต๋า’ และอีกหนึ่งวิชาลับของต้าเซี่ย ‘ทวีคูณอนันต์’ ซึ่งเหมาะสมกับเจ้าดี”
เจียงผิงอันรับกล่องมาพลางก้มหัว “ขอบคุณผู้อาวุโส”
ขอเพียงเป็ นวิชาลับ ก็ล้าค่ายิ่งทั้งสิ้น
หญิงชราแย้มยิ้ม เผยซี่ฟันหร็อมแหร็มในปาก “เจ้ากับเสี่ยวชิงจะ แต่งงานกันเมื่อไรเล่า?”
เจียงผิงอันนิ่งไป หันไปมองเซี่ยชิง
นางยังมิได้ทูลจักรพรรดิเรื่องยกเลิกงานแต่งอีกหรือ?
เซี่ยชิงรีบร ้อนกล่าว “ท่านย่ามิต้องห่วงหรอกเจ้าค่ะ”
หญิงชราร าพึง “น่าเสียดาย ข้ามิอาจเป็ นพยานยามเจ้าแต่งงาน ได้”
เซี่ยชิงกุมมือหญิงชรา “ท่านย่าพูดอะไรน่ะ พอท่านบรรลุ ขอบเขตต่อไป อายุขัยของท่านก็จะยาวนานเป็ นหมื่นปี ไม่ช ้าก็เร็ว ต้องเกิดขึ้นแน่”
หญิงชราส่ายหน้า “ไร ้หวังแล้ว ข้าพร ้อมใช ้ลมหายใจสุดท้ายสู้ เพื่อสร ้างโอกาสแก่ต้าเซี่ยแล้ว”
เซี่ยชิงนึกถึงบางอย่างได้ สีหน้าของนางพลันแปรเปลี่ยน “หรือผู้ ที่ถือพู่กันพิพากษาอยู่คือท่านย่า? มิได้นะเจ้าคะ! ท่านทาเช่นนั้น ไม่ได้นะ! ท่านจะตายแน่ ๆ! แล้วก็ใช่ว่าจะได้ผลแน่นอนด้วย!”
ชั่วขณะนี้ ในราชวงศ์มีข้อพิพาทอยู่ว่าจะใช ้พู่กันพิพากษา ศาสตราเซียนครึ่งขั้นแปรผลกรรม นาโอกาสมาสู่ต้าเซี่ย
แต่สิ่งนี้จะนามาซึ่งความตายของผู้ใช ้พู่กันพิพากษา!
หญิงชราดูเปิดเผยอย่างยิ่ง นางแย้มยิ้มพลางตบมือของเซี่ยชิง เบา ๆ
“เพื่อต้าเซี่ย ต้องมีผู้เสียสละ ต้าฉู่เกี่ยวดองกับเทวนิกายสุริยัน หากเทวนิกายสุริยันช่วยเหลือต้าฉู่ เราต้าเซี่ยจะอยู่ในอันตราย”
หญิงชราปล่อยมือเซี่ยชิง “เจ้าคือผู้ปรารถนาเป็ นจักรพรรดินี จะ ขาดความเด็ดเดี่ยวมิได้นะ”
“อันที่จริง การเป็ นจักรพรรดิก็ไม่ได้ดีนักหรอก หาบุรุษสักคนที่ เจ้าชอบ ออกท่องโลกหล้าด้วยกันสิสุขสุด”
หญิงชราเดินออกจากห้องไปช ้า ๆ สองมือไพล่หลัง
ขณะนี้ ที่นอกห้องมียอดฝีมือจากราชวงศ์ยืนอยู่มากมาย
“ท่านแม่ ท่านต้องทาเช่นนี้ด้วยหรือ? ท่านยังมีเวลาอีกสองร ้อยปี เลยนะ” ชายชราผู้หนึ่งกล่าวด้วยดวงตาแดงฉาน
“ข้าใช ้ชีวิตมาพอแล้ว ส่งพู่กันมาสิ” หญิงชราเอื้อมมือเหี่ยวย่น ออกไป
จักรพรรดิเซี่ยหยวนเฮ่าก้าวเข้ามา ส่งพู่กันพิพากษาเสียหายให้ หญิงชราด้วยสองมือ
หญิงชรารับพู่กันพิพากษามาอย่างนุ่มนวล พลางกล่าวเสียง เรียบ “อนาคต ต้องฝากพวกเจ้าแล้ว”
ว่าแล้ว นางก็จุดประกายชีวิตทั้งหมดอย่างไร ้ลังเล แปรเปลี่ยน จากหญิงชราแก่หง่อมสู่หญิงสาว
คู่เนตรพราวระยับเยี่ยงหมู่ดาว ผิวพรรณขาวเนียนเช่นหิมะ รูปลักษณ์งามจับตากลบรัศมีใด ๆ ในฟ้ าดิน
คาดได้ว่ายามนางยังสาว จะต้องประทับใจอัจฉริยะนับร ้อยพันจน คลั่งไคล้แน่ ๆ
นางยกพู่กันในมือขึ้น บีบอัดพลังชีวิตของตนลงไป แล้วใช ้สุญ ตาต่างกระดาษเขียนข้อความ
“ใช ้ชีวิตข้านาทาง ขอให้ต้าเซี่ยของข้าได้สมบัติล้าเลิศมาอีก ชิ้น!”
ยามข้อความนี้ถูกเขียนเสร็จ อานาจเต๋าสวรรค์ก็สั่นสะท้าน ประกายแสงเรืองรองหลากสีพลิ้วผ่านร่างไป
ร่างของนางแหลกสลายทีละน้อย
พู่กันพิพากษาเป็ นสมบัติผลกรรม แต่การแก้ผลกรรมมีราคาที่ ต้องจ่าย
ว่าถึงสมบัติ อาวุธวิเศษระดับศาสตราเซียนครึ่งขั้นลงไปล้วนแล้ว เป็ นสมบัติ
การขอโอกาสยิ่งใหญ่เช่นนี้จะนาสู่ความตายแน่แท้
“น่าเสียดายที่การฝึกฝนมีจากัด มิอาจขอศาสตราเซียนแก่ต้า เซี่ยได้”
ใบหน้างดงามของหญิงสาวปรากฏเค้าเสียดาย
ชั่วขณะนั้น นางหลงเหลือเพียงศีรษะและร่างกายเสี้ยวหนึ่ง แต่ รอยยิ้มก็ยังคงประดับบนใบหน้า
“ปราณในร่างนี้ เพียงพอแลกโอกาสได้นิดหน่อย”
นางหันกลับมามองเจียงผิงอัน แล้วขยับพู่กันพิพากษาอีกครั้ง
“อ านวยชัยแก่เจียงผิงอันให้บรรลุขอบเขตถัดไปลุล่วง”
เมื่อสิ้นคาสุดท้าย ศีรษะและมือของนางก็แหลกสลายไปตามลม
“ท่านย่า!”
เซี่ยชิงน้าตาไหลพราก เข่าทรุดลงกับพื้นขณะร ้องตะโกน ยาม นางยังเป็ นเด็กซุกซน ก่อปัญหาขึ้นบ่อยครั้ง ก็ได้ท่านย่าผู้นี้ก็ปกป้ อง นางมาตลอด
อักษรสองบรรทัดผสานเข้าสู่เต๋าสวรรค์ สลายไปพร ้อมสตรีผู้นั้น
เซี่ยหยวนเฮ่าและเหล่าผู้น้อยคุกเข่าลงตะโกน “ขอน้อมส่งบรรพ ชน!”
เจียงผิงอันมองพู่กันพิพากษาซึ่งตกลงสู่พื้นตาค้าง
เขาไม่คิดเลยว่าผู้อาวุโสท่านนี้จะมอบโอกาสแก่เขาในยามท้าย
เจียงผิงอันกุมกาปั้นก้มหัวต่า มิอาจเหยียดยืนได้เนิ่นนาน
ผู้อาวุโสท่านนี้มิได้จัดงานศพใหญ่โต แต่ทาเพียงตั้งป้ าย วิญญาณข้างผู้เป็ นสามี
ราชวงศ์จุดธูปส่งวิญญาณแก่นาง
ต้าเซี่ยยืนยงมาถึงยามนี้ ต้องขอบคุณบรรพชนรุ่นแล้วรุ่นเล่าที่ คอยพิทักษ์อย่างเงียบงัน
ในช่วงบั้นปลายชีวิต หากมิมุ่งออกหาสมบัติในเขตหวงห้าม ก็ไป สู้ตายกับศัตรู
สืบต่อเปลวเพลิงแห่งมรดกอย่างไม่จบสิ้น
หลังจากคนอื่น ๆ ออกไปจากโถงบรรพชน เซี่ยชิงมิได้ไปไหน นางคุกเข่าเงียบ ๆ อยู่บนพื้น
เนิ่นนานจากนั้น เซี่ยชิงก็สูดหายใจลึก ๆ ปาดน้าตาออก ลุกขึ้น หันมองเจียงผิงอันที่ข้างกาย
“เส้นทางของเจ้าเดินไม่ง่าย ไปฝึกฝนเถอะ”
เจียงผิงอันกล่าว “ข้าอยากออกจากดินแดนลับ”
“ไปล้างแค้นหรือ? แม้พลังต่อสู้ของเจ้าจะเทียบชั้นขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดแล้ว แต่ก็ยังไร ้คุณสมบัติไปล้างแค้นนะ”
เซี่ยชิงรู ้ความคิดของเจียงผิงอัน นางทราบว่าชายหนุ่มผู้นี้สะกด ความแค้นอยู่
พ่อแม่ของเขาถูกทหารแคว้นหลิงไถบีบให้ต้องตาย และเมิ่งโค่ว ผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่ก็มาตายต่อหน้า หนี้แค้นสาหัสเหล่านี้ผลักดัน ชายหนุ่มให้เดินหน้าต่อ
ยามนี้เมื่อฝึกฝนแข็งแกร่ง สิ่งที่เขาต้องการทาที่สุดก็คือล้างแค้น
“ข้าจะไปลอบสังหาร”
เจียงผิงอันมิอาจรอแก้แค้นเป็ นพัน ๆ ปี ได้ เขาต้องการฆ่าคน เซ่นวิญญาณบุพการี ท่านอาเมิ่งและผู้อาวุโสหลี่เสียเดี๋ยวนี้
“ไม่ได้! ยังอันตรายเกินไป อ านาจปัจจุบันของเจ้าไม่พอล้างแค้น ได้เลย หากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เจ้าจะทาเช่นไรเล่า?”
เรื่องอื่นอาจหยุดเจียงผิงอันได้ แต่เรื่องนี้ไม่มีทางแน่นอน
“อีกสองปีจากนี้ ข้าจะส่งเจ้ากับอวิ๋นหวงไปที่หอตาราเทียนเต้า นี่ เป็ นโอกาสใหญ่ เมื่อเจ้าออกมา เจ้าก็จะแข็งแกร่งพอล้างแค้นได้”
“หอต าราเทียนเต้า?”
เจียงผิงอันมองอีกฝ่ ายด้วยสายตาสงสัย
เขาเคยได้ยินชื่อนี้มามากกว่าหนแล้ว
หอต าราเทียนเต้าคืออะไรกันแน่?
เซี่ยชิงอธิบาย “นี่คือหอตาราอันเป็ นปริศนาสูงสุด ผู้เข้าไปเรียน ได้ต้องมีสายเลือดระดับสูง และสายเลือดเหล่านั้นต้องเคยมีประวัติ บรรลุเซียน”
“ที่นั่นมีอัจฉริยะสูงสุดในโลกหล้าผู้ฝึกตน อาจารย์และทรัพยากร ฝึกฝนชั้นเลิศที่สุด”
“เจ้าไร ้คุณสมบัติเข้าเรียน แต่อวิ๋นหวงมี และนางพาผู้คุ้มกันไป ได้คนหนึ่ง”
“ทีแรก ข้าคิดจะไปกับอวิ๋นหวง แต่ข้าคิดว่าหากให้เจ้าไปจะ ดีกว่า”
ไร ้ผู้ใดนาทางชายหนุ่มบนเส้นทางนี้ได้ แต่หากเขาได้เข้าสู่หอ ตาราเทียนเต้าซึ่งมียอดฝีมือมากมายเช่นกลุ่มเมฆ หากมีผู้ใดชี้แนะ เขาได้ เขาก็อาจเติบโตพัฒนาต่อได้อีก
เจียงผิงอันมองสตรีตรงหน้า หัวใจซาบซึ้งอย่างยิ่ง
เขารู ้ว่านี่เป็ นโอกาสยิ่งใหญ่เพียงไร
เส้นทางการฝึ กฝนไม่ใช่สิ่งที่จะพัฒนาได้เพียงทาความเข้าใจ กฎเกณฑ์อยู่คนเดียว แต่ต้องมีผู้มาชี้แนะให้พัฒนาต่อ
หอตาราเทียนเต้าซึ่งมีเพียงสายเลือดผู้บรรลุเซียนเท่านั้นที่เข้า เรียนได้ ลองคิดดูว่าจะมีโอกาสยิ่งใหญ่อยู่กี่มากน้อย
“แต่ข้ารอนานเพียงนั้นมิได้หรอก”
เจียงผิงอันอดทนมาแล้วหลายปี และยามนี้ เขาอยากให้คน เหล่านี้ชดใช ้ด้วยราคาอันสาสม
เซี่ยชิงพินิจสีหน้าเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่ม ครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงกล่าว ว่า “เช่นนี้เป็ นไร ยามเจ้าบรรลุอานาจในศิลาอักขระเผ่าคนเถื่อน ข้า จะอนุญาตให้เจ้าออกไปได้”
ศิลาอักขระคนเถื่อนนั้น ผู้อาวุโสท่านหนึ่งมอบให้กับเจียงผิงอัน ก่อนเข้าสู่ดินแดนลับ
ศิลานี้มาจากเผ่าคนเถื่อน มีอานาจอักขระรุนแรง
หากท าความเข้าใจมันได้ ความแข็งแกร่งก็จะทวีคูณมหาศาล
แต่เป็ นเรื่องยากนักที่คนธรรมดาไร ้สายเลือดคนเถื่อนจะบรรลุ เข้าใจ มันอาจใช ้เวลาหลายสิบ หลายร ้อย หรือกระทั่งหลายพันปี
เซี่ยชิงนาเงื่อนไขนี้มาเสนอเพราะต้องการให้เจียงผิงอันเติบโต อย่างราบรื่น
แม้เขาจะสร ้างขอบเขตผนึกวิญญาณอันเทียบเท่าขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดขึ้นมาได้ และเป็ นผู้ฝึกตนระดับสูงคนหนึ่งแล้ว เขาก็ยังห่างไกลจากการล้างแค้นมากนัก
เจ้าแคว้นหลิงไถเป็ นยอดฝี มือขอบเขตหลอมสุญตา และยังมี ตัวตนขอบเขตแปรเทวะมากมาย อย่าว่าแต่ยอดฝีมือจากทางต้าฉู่ เลย
หากเจียงผิงอันไปล้างแค้นแล้วไม่ระวัง เรื่องบางอย่างก็อาจเกิด ได้
“หากเจ้าบรรลุพลังของศิลาอักขระคนเถื่อนได้ ข้าจะให้เจ้ายืม เศษศาสตราเซียนไปใช้ล้างแค้น”
เซี่ยชิงนาเศษศาสตราเซียนอันเรืองประกายลึกลับ รัศมีเต๋าวูบ ไหวออกมา
“นี่คือเศษศาสตราเซียน คมกริบอย่างยิ่ง หากพบสถานการณ์ อันเกินคลี่คลาย ก็ใช ้มันสู้เอาตัวรอดได้”
แม้มันจะเป็ นเศษศาสตราเซียน มูลค่าของมันก็ยังเกินธรรมดา มิได้อ่อนแอกว่าสมบัติล้าค่าใด ๆ
การที่นางสามารถส่งของเช่นนี้ให้เจียงผิงอันได้ แสดงชัดว่าเซี่ย ชิงอาทรต่อเจียงผิงอันจริง ๆ
เพราะหากเจียงผิงอันเกิดอุบัติเหตุขึ้น เศษศาสตราเซียนนี้ก็จะ หายไปกับเขา
กระทั่งบิดายังอาจไม่เต็มใจให้บุตรยืมสมบัติเช่นนี้เลย
เจียงผิงอันเพียงช าเลืองเศษศาสตราเซียน แล้วหันกายเดินกลับ ห้องฝึกฝนเดิมของตน
เซี่ยชิงมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มพลางพึมพา “อย่าโทษพี่ หญิงเลยนะ หากเจ้าจะโทษใคร โทษที่ศิลาอักขระคนเถื่อนเข้าใจ ยากเย็นแทนเถอะ”
ศิลาอักขระนี้จะยื้อเวลาเจียงผิงอันได้แน่นอน
อีกสองปี เขาจะถูกส่งไปที่หอตาราเทียนเต้า กว่าจะออกมาได้ก็ จะใช ้เวลาอีกร ้อยปี
บทที่ 149 ทำควำมเข้ำใจศิลำอักขระคนเถื่อน
เจียงผิงอันอยำกล้ำงแค้น แต่เซี่ยชิงไม่ปล่อยเขำไป
เขำรู ้ว่ำเซี่ยชิงเป็ นห่วง และไม่อำจโกรธนำงได้
ยำมนี้เขำทำได้เพียงบรรลุพลังของศิลำอักขระคนเถื่อนก่อน แล้วจึงไปล้ำงแค้น
ก่อนจะทำควำมเข้ำใจอำนำจของศิลำอักขระคนเถื่อน เจียงผิง อันแยกอวตำรออกมำจำกกำย
อวตำรของเขำเดินทำงสำยฝึกกำยำ และเนื่องจำกศึกที่ผ่ำนมำ เขำจึงกระตุ้นอ ำนำจในกระดูกสันหลังได้ส ำเร็จ
เขำสัมผัสได้อย่ำงชัดเจนว่ำกระดูกสันหลังนี้ผสำนเป็ นหนึ่งกับ ร่ำงกำย ควำมแข็งแกร่งทวีคูณได้
หำกเป็ นเช่นนี้ต่อไป ก็มิอำจทรำบว่ำจะพัฒนำเป็ นกำยำ ศักดิ์สิทธิ์เทียมได้หรือไม่
เขำไม่หวังเรื่องเกินเอื้อมอย่ำงกำยำศักดิ์สิทธิ์สมบูรณ์ แต่หำกได้ กำยำศักดิ์สิทธิ์เทียมมำ เขำก็พอใจมำกแล้ว
เขำเก็บอวตำรกลับสู่ถุงเก็บสัตว์ภูต ให้ท ำควำมเข้ำใจกฎเกณฑ์ ต่อไป
เขำใช ้กฎแห่งกำลังอันสมบูรณ์ไปสองชิ้น กว่ำจะบรรลุเข้ำใจมัน ได้ครึ่งหนึ่ง
สมรรถภำพกำรบรรลุอยู่รำวสี่ต่อหนึ่ง ต้องใช ้กฎแห่งกำลังอัน สมบูรณ์สี่ชิ้น จึงทำควำมเข้ำใจได้อย่ำงสมบูรณ์
ควำมสำเร็จนี้ยังมีดวงตำขวำ เม็ดบงกชแจ้งวิถี และแท่นพินิจ ดำวช่วยเหลือด้วย
หำกเป็ นผู้ฝึกตนทั่วไป หำกไม่พำกเพียรเป็ นพัน ๆ ปี ก็ไม่มีทำง ทำควำมเข้ำใจกฎเกณฑ์ได้ไวเพียงนี้
แน่นอน เว้นแต่จะมีสำยเลือดและร่ำงเทวะยิ่งใหญ่
อวิ๋นหวงบรรลุกฎแห่งอัคคีได้เร็วกว่ำเขำเสียอีก
นี่แหละประโยชน์ของสำยเลือดร่ำงเทวะ
หำกอวิ๋นหวงมีทรัพยำกรเช่นเขำ นำงอำจเกือบบรรลุขอบเขต แปรเทวะแล้วก็ได้
เจียงผิงอันเรียบเรียงวรยุทธ ์ที่ตนเรียนมำ
ขณะนี้ วิชำเทียมเทพสงครำมบรรลุถึงขั้นสอง
แน่นอน มันยังไม่สมบูรณ์ และต้องท ำควำมเข้ำใจกันต่อไปอย่ำง น้อย ๆ ก็อีกหลำยปีกว่ำจะถ่องแท้
หมัดอู๋จี๋ซึ่งอยู่ในขั้นสำมก็เป็ นเพียงช่วงเริ่มแรก
แต่ขอเพียงเขำบรรลุหมัดอู๋จี๋ขั้นสำมอย่ำงสมบูรณ์ เขำก็จะไม่ถูก ภำพฉำยรำชันศักดิ์สิทธิ์อัดน่วมได้เพียงนั้น
วิชำซ่อนจักรวำล วิชำนี้พิเศษอย่ำงยิ่ง กำรเรียนนั้นแสนง่ำย แต่ หำกคิดอยำกให้เก็บปรำณได้มำกกว่ำนี้ ก็ต้องพัฒนำขอบเขตอย่ำง ต่อเนื่อง
และหำกเขำคิดจะพัฒนำขอบเขต เขำก็ต้องสร ้ำงขอบเขตใหม่ ๆ เพิ่มต่อไป
ทว่ำเจียงผิงอันหำมีควำมคิดก้ำวขั้นที่สองไม่
เขำตั้งเป้ ำหมำยไว้ว่ำ ก้ำวที่สองจะสำเร็จในสำมร ้อยปี
เมื่อขอบเขตพัฒนำ บทบำทของ ‘อัสนีพริบตำ’ ก็ถดถอยลงนัก
แน่นอน นี่มิใช่เพรำะอัสนีพริบตำอ่อนแอ แต่เพรำะเขำเติบโตเร็ว เกินไปเสียจนอัสนีพริบตำก้ำวหน้ำตำมไม่ทัน
ยอดฝีมือขอบเขตวิญญำณแรกกำเนิดสำมำรถเหินพันจั้งได้ใน พริบตำ ไล่ตำมเขำทันง่ำยยิ่ง
เพื่อเพิ่มฤทธิ์ของอัสนีพริบตำ เขำต้องวำดอักขระอัสนีในกำย พันทบ พัฒนำสู่ขั้นที่สำม
เป็ นขั้นตอนอันยำวนำน……
ก่อนนำงจะสละชีวิต ท่ำนย่ำของพี่หญิงเซี่ยชิงมอบ ‘ร่ำงเต๋ำ’ อัน สมบูรณ์และเคล็ดวิชำชื่อ ‘ทวีคูณอนันต์’ แก่เขำ
น่ำเสียดำยที่จิตสัมผัสของเขำมีจำกัด ไม่อำจควบคุมสำมร่ำงได้ ในขณะเดียวกัน
จึงต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน
‘ทวีคูณอนันต์’ เป็ นวิชำฟื้นฟู ขอเพียงยังมีปรำณ ก็จะกระตุ้น กำรฟื้นฟูร่ำงกำย แม้แขนขำดก็งอกใหม่ได้
เมื่อแข็งแกร่งขึ้น กระทั่งคืนชีพจำกเลือดยังทำได้!
ผลของเคล็ดวิชำนี้ทำให้เจียงผิงอันตื่นเต้นอย่ำงยิ่ง
ด้วยวิชำซ่อนจักรวำล ขอเพียงไม่ตกตำยในกระบวนท่ำเดียว เขำก็ถือได้ว่ำเป็ นอมตะ!
หลังจำกเรียบเรียงวรยุทธ ์สูงสุดเหล่ำนี้ เจียงผิงอันก็พบว่ำเขำยัง มีอีกมำกมำยให้ร่ำเรียน
อยำกงอกอวตำรสักร้อยร่ำงมำช่วยกันเรียนเสียจริง
เขำสูดหำยใจลึก ๆ สงบสติตนลง
อย่ำได้ใจร ้อน ยิ่งรีบยิ่งเกิดปัญหำ
ขณะนี้ เขำมีอำยุขัยพันปี แล้ว มิต้องรีบร ้อนเรียนทุกวิชำเสีย เดี๋ยวนี้ก็ได้
เจียงผิงอันคืนควำมเยือกเย็นอย่ำงรวดเร็ว
เขำปล่อยวรยุทธ ์อื่น ๆ ไว้ก่อน เบนสำยตำมำยังศิลำสีแดงในมือ
บนนั้นสลักลวดลำยประหลำด ดูคล้ำยเปลวเพลิงสีด ำเล็กน้อย
ผู้อำวุโสที่มอบศิลำอักขระนี้แก่เขำบอกไว้ว่ำ หำกเขำบรรลุ อำนำจนี้ ควำมแข็งแกร่งจะทวีคูณมหำศำล
คนเถื่อนเป็ นเผ่ำพันธุ์อันน่ำสะพรึงกลัวเกินใดเทียบ กล่ำวกันว่ำ สำมำรถฉีกทึ้งมังกรได้ด้วยมือเปล่ำ เป็ นเผ่ำพันธุ์ทรงพลังที่สุด
เผ่ำกำยำคลั่งนั้นคือ ‘มนุษย์’ ที่แข็งแกร่งที่สุด ขณะที่คนเถื่อน เป็ น ‘เผ่ำ’ ที่แข็งแกร่งเกินใดเปรียบ ควำมต่ำงชั้นนั้นมหำศำล
เจียงผิงอันเคยเห็นคนเถื่อนมำก่อน และตรำตรึงประทับใจยิ่งใน เทศกำลส่งเหมันต์
คนผู้นั้นอำยุสิบห้ำ แต่สูงหกฉื่อครึ่ง มิได้ฝึกวรยุทธ ์ใด แต่ควำม แข็งแกร่งกลับเทียบได้กับตัวตนขั้นปลำยขอบเขตจินตำน!
สัตว์ร ้ำยในตำนำนบำงตนยังไม่ร ้ำยกำจเพียงนี้
คนเถื่อนบูชำอักขระ ขณะที่อักขระมอบพลังแก่พวกเขำ
ลวดลำยสีดำบนศิลำนี้ก็เป็ นอักขระประเภทหนึ่ง
เจียงผิงอันใช ้อ ำนำจตำขวำพินิจศิลำอักขระ
ลวดลำยสีดำบนนั้นเต็มไปด้วยอำนำจประหลำด
“คลับคล้ำยเหมือนมีปรำณทมิฬ แต่ก็มิใช่”
“จะบรรลุพลังนี้ได้อย่ำงไร?”
เจียงผิงอันกลืนเม็ดบงกชแจ้งวิถี พยำยำมวิเครำะห์ท ำควำม เข้ำใจพลังพิเศษนี้
ขณะเดียวกัน ตระกูลหลี่ในแคว้นหลี่
“อะไรนะ!”
หนึ่งเสียงร ้องออกมำจำกห้องอย่ำงตกใจ
หลี่เฮ่อผู้โอบสองสตรีในอ้อมแขนได้รับสำรจำกหลี่อี้เตำจำก ยันต์หยกชิ้นหนึ่ง อีกฝ่ำยรำยงำนเรื่องของเจียงผิงอันแก่เขำ
“เจ้ำพูดจริงหรือ? เจียงผิงอันเอำชนะเจ้ำ สร ้ำงขอบเขตของ ตัวเองได้หรือ?”
หลี่เฮ่อผลักสตรีทั้งสองข้ำงกำยออกไป กำยันต์หยกสื่อสำรใน มือไว้แน่น สีหน้ำปรำกฏเค้ำตกใจ
“จริง พลังต่อสู้ที่แน่ชัดมิอำจล่วงรู ้ อย่ำงน้อย ๆ คือขั้นกลำง ขอบเขตวิญญำณแรกก ำเนิด!”
น้ำเสียงไม่เต็มใจของหลี่อี้เตำดังออกมำจำกยันต์หยกสื่อสำร
ยันต์หยกสื่อสำรเช่นนี้รำคำแพงยิ่งนัก แต่ตระกูลหลี่มิได้ขัดสน เงินทอง สำมำรถซื้อได้สบำย ๆ และบุคคลสำคัญของตระกูลล้วนมีใช ้
เมื่อได้ยินข่ำว หลี่เฮ่อก็นิ่งไป
หำกหลี่อี้เตำไม่ได้บอกเขำเอง เขำคงไม่มีวันเชื่อลง
ผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้ำงรำกฐำนผู้หนึ่งสร ้ำงขอบเขตใหม่เป็ นของ ตัวเองได้! เทียบได้กับตัวตนขั้นกลำงขอบเขตวิญญำณแรกกำเนิด!
ก่อนหน้ำนี้ หลี่เฮ่อดูแคลนเจียงผิงอันมำตลอด คิดไปว่ำอีกฝ่ ำย ไร ้สำยเลือดระดับสูง ภำยหน้ำก็จะกลำยเป็ นเพียงคนธรรมดำ
มิคำดเลยว่ำเด็กนี่จะมีควำมสำมำรถชวนสะพรึงเพียงนี้
“แม้เด็กนี่อำจมิสำมำรถพัฒนำต่อได้ แต่ก็ควรจัดกำรโดยเร็ว ที่สุดเผื่อไว้จะดีกว่ำ”
“ข้ำจะติดต่อองค์ชำยสี่ ช่วยกันคิดแผนตัดอนำคตเจ้ำนี่เสีย”
หลี่เฮ่อยำกจะสงบอำรมณ์ได้
เจียงผิงอันสร ้ำงขอบเขตได้ด้วยตนเอง ตัวตนเช่นนี้ ต่อให้เป็ น มหำอำนำจยักษ์ใหญ่อย่ำงต้ำเฉียนหรือแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อยังหำ ไม่ได้!
ทันทีที่หลี่เฮ่อจบกำรสนทนำกับหลี่อี้เตำ ยันต์หยกสื่อสำรอีกชิ้น ซึ่งใช ้ติดต่อกับองค์ชำยสี่เซี่ยเทียนลู่ก็เรืองแสง หนึ่งเสียงดังลอด ออกมำ
“เจียงผิงอัน คนผู้นี้ต้องถูกกำจัดโดยเร็วที่สุด”
“กระหม่อมก็คิดเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่เฮ่อบีบคอสตรีทั้งสองข้ำงตัว
สตรีทั้งสองได้ยินข่ำวที่ตนไม่สมควรได้ยิน จึงไร ้หนทำงนอกจำก ตำยเพื่อรักษำควำมลับ
ก็แค่สตรีคนสองคน เขำจะหำเพิ่มสักโขยงก็ทำได้สบำยมำก
ทั้งสองเริ่มวำงแผนจัดกำรกับเจียงผิงอัน
ส่วนเจียงผิงอันตั้งหน้ำตั้งตำศึกษำศิลำอักขระคนเถื่อนสำมเดือน ทว่ำก็ยังไร ้ควำมคืบหน้ำ
เซี่ยชิงมำที่ห้องของเจียงผิงอัน นั่งบนม้ำนั่ง สองเรียวขำขำวอวบ ไขว้กัน กลั้นยิ้มเกลี้ยกล่อม “กำรฝึ กฝนมิใช่ข้ำมคืนก็สำเร็จได้ ออกไปเดินเล่นบ้ำงเถิด เสวนำกับผู้อื่นบ้ำง บำงทีเจ้ำอำจได้ประโยชน์ ก็เป็ นได้ อย่ำมัวอุดอู้แต่ในห้องทุกวันเลย”
แม้นำงจะพูดเช่นนั้น แต่ใจนำงคิดถึงสิ่งอื่น
หำกศิลำอักขระคนเถื่อนทำควำมเข้ำใจง่ำยเพียงนั้น เจ้ำคิดหรือ ว่ำบรรพชนจะนำของดีนี่มำให้เจ้ำ?
บรรพชนมิอำจเข้ำใจมันแม้ใช ้เวลำสำมร ้อยปี เจ้ำก็อย่ำหวัง บรรลุได้ในสำมสิบปีเลย!
เจียงผิงอันจ้องมองศิลำอักขระคนเถื่อนในมือ พูดโดยไม่เงยหน้ำ “เจ้ำกระทบกำรฝึกฝนของข้ำอยู่”
“เหอ กล้ำพูดเช่นนี้กับพี่หญิงด้วย สมเป็ นรำชบุตรเขยของข้ำ”
เซี่ยชิงยกมือเคำะหัวเจียงผิงอัน
ยำมนำงอยู่กับเจียงผิงอันตำมลำพัง นำงจะเผยอำรมณ์เยี่ยงสตรี ทั่วไป ขณะที่ยำมอยู่ภำยนอก นำงจะเหมือนองค์หญิงผู้เย็นชำ
เจียงผิงอันไร ้ปฏิกิริยำ ท ำเพียงมองศิลำสีแดงในมือเงียบ ๆ
มันผิดพลำดตรงไหนกันนะ เหตุใดจึงควบคุมอำนำจนี้มิได้แม้จะ มองทะลุทุกกฎเกณฑ์ได้แล้ว?
“มองมันไปเช่นนั้นก็ไร ้ประโยชน์ ต่อให้เจ้ำสลักลวดลำยนี้บนร่ำง ก็ไร ้ค่ำ ข้ำได้ยินว่ำต้องใช ้ควำมเชื่อโน่น” เซี่ยชิงกล่ำว
เจียงผิงอันรำวตำสว่ำง ดวงตำเรืองประกำยเฉียบพลัน
เซี่ยชิงเห็นสีหน้ำปรีดำของเขำก็ถำมขึ้น “เจ้ำจะบูชำอักขระแล้ว หรือ?”
“เปล่ำ ข้ำจะสลักมันบนตัวข้ำ!”
บทที่ 150 ความช่วยเหลือจากศาสตราเซียนครึ่งขั้น
เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน เซี่ยชิงก็อดเคาะกะโหลกเขาอีกที ไม่ได้
“เจ้าโง่หรือเปล่า? คิดว่าผู้อื่นไม่เคยสลักอักขระบนตัวมาก่อน หรือไร? ท าไปก็ไร ้ประโยชน์น่า”
“อักขระนี้มิได้สลักลงบนศิลา แต่สลักด้วยอานาจอักขระ เป็ น สองอย่างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย”
เหมือนที่ป้ ายทองของหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลต้องสร ้างขึ้นเป็ น พิเศษโดยหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลเท่านั้น ผู้อื่นลอกเลียนไปก็ไร ้ ประโยชน์
“มันมิใช่เส้นทางที่ถูกต้อง อย่าไปลองเลย”
เซี่ยชิงลูบหัวเจียงผิงอัน “ไปมีปฏิสัมพันธ ์กับคนอื่นบ้างเถอะ การ ฝึกฝนมิใช่วันสองวันก็ท าได้หรอก”
บรรพชนมิอาจบรรลุเป็ นเวลาสามร ้อยปี นับประสาอะไรกับเจียง ผิงอัน
พูดจบ เซี่ยชิงก็หันกายเดินจาก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ้อยอิ่งใน ห้อง
เจียงผิงอันปิดประตู เปิดอาคมปราการขึ้นใหม่
“ใช ้พู่กันทั่วไปสลักอักขระบนตัว แน่นอนว่าต้องไร ้ค่า เพราะนั่น มิใช่พลังอักขระอะไรเลย แต่ว่า…”
อวตารอีกร่างของเจียงผิงอันปรากฏขึ้น ในมือถือพู่กันพิพากษา อันสมบูรณ์
ก่อนหน้านี้ อวิ๋นหวงบอกเขาว่าด้วยพู่กันพิพากษานี้ เขาไม่ จ าเป็ นต้องเรียนอักขระใด ๆ ขอเพียงต้องการและถ่ายปราณ เขาก็จะ สามารถวาดได้
“ไม่รู ้จะได้ผลหรือเปล่าหนอ”
เจียงผิงอันไม่แน่ใจเสียทีเดียวว่าวิธีนี้จะได้ผล เขาจึงทาได้เพียง ลองก่อน
ร่างของเขามีปราณวิญญาณมหาศาล ถือพู่กันพิพากษาไว้ พลางนึกถึงอักขระในใจ
“ไป!”
เจียงผิงอันสะบัดพู่กันพิพากษา
ประกายแสงวูบไหว ลวดลายเปลวเพลิงทมิฬปรากฏขึ้นบนโต๊ะ
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว
วาดลวดลายอักขระแล้วก็จริง แต่ก็มาเพียงรูปร่าง ไร ้พลังจาก อักขระมาด้วย
เจียงผิงอันหยิบศิลาอักขระขึ้นมา พินิจอานาจกฎเกณฑ์บนนั้น แล้วถ่ายปราณแก่พู่กันพิพากษาอีกครั้ง
ขณะนี้ เจียงผิงอันสัมผัสได้ว่าปราณในกายของตนถูกสูบไป อย่างมหาศาล
“ไป!”
เจียงผิงอันวางพู่กันบนกระดาษ อ านาจประหลาดแผ่พุ่ง ปราณ ของเขาหมดเกลี้ยงไปจากหนึ่งจุดชีพจรในกาย
หนึ่งลวดลายอักขระปรากฏบนโต๊ะ
ครั้งนี้มีอานาจอักขระด้วย!
ได้ผลแล้ว!
ปรากฏว่าการจะวาดอักขระ เขาต้องเข้าใจอ านาจกฎเกณฑ์ใน อักขระก่อน!
การพินิจสามเดือนแรกมิได้เสียเปล่า
หลังวาดอักขระบนโต๊ะสาเร็จ เจียงผิงอันก็ตื่นเต้นอย่างยิ่ง
เขายกพู่กัน เล็งไปที่ฝ่ามือของอวตาร แล้วจรดพู่กันลงอีกครั้ง
ประกายแสงวูบไหว แล้วอักขระก็ถูกสลักบนฝ่ามือของอวตาร
เจียงผิงอันสัมผัสได้ถึงพลังพิเศษที่ปรากฏบนร่างกาย
เขาพยายามสูบฉีดปราณโลหิตสู่อักขระ
แล้วภาพอัศจรรย์ก็ปรากฏ อักขระนั้นเหมือนมีชีวิต ลวดลาย เพลิงทมิฬแผ่ไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว!
เจียงผิงอันรีบหยุดจ่ายปราณโลหิตเพื่อหยุดการแพร่ของอักขระ
อักขระเพลิงทมิฬปกคลุมแขนขวาของเขาทั้งแขน ดูพิกล เล็กน้อย
แสงประหลาดสีดาเรื่อเรือง
เจียงผิงอันสัมผัสได้ชัดเจนว่าพละก าลังแขนขวาของเขาทวีคูณ มหาศาล!
มันคลับคล้ายการทวีคูณพละก าลังและพลังป้ องกันยามใช ้วิชา เทียมเทพสงครามอยู่นิดหน่อย!
หัวใจของเจียงผิงอันเต้นระรัวบ้าคลั่ง
เพิ่มไพ่ตายอีกหนึ่ง!
เจียงผิงอันพยายามวาดอักขระอีกครั้งลงบนมืออีกข้าง
น่าเสียดายที่อานาจอักขระทั้งสองไม่ส่งเสริมทวีอานาจให้กัน
แต่เจียงผิงอันก็พอใจมากแล้ว
ร่างจริงของเขาก็จะวาดอักขระบนฝ่ามือด้วย
เมื่อทาเช่นนี้ ทั้งสองร่างก็ใช ้อานาจอักขระได้เหมือนกัน
เจียงผิงอันใช ้เวลาครึ่งวันทาความคุ้นชินกับอานาจอักขระ
ระหว่างนี้ อีกหนึ่งความคิดเด้งเข้ามาในใจเจียงผิงอัน
“ในเมื่อวาดอักขระได้ แล้วจะวาดอักขระสายฟ้ าของ ‘อัสนี พริบตา’ ได้ด้วยหรือไม่?”
อ านาจของ ‘อัสนีพริบตา’ มาจากอักขระสายฟ้ าในกาย
เมื่อวาดอักขระพันทบ ก็จะมาถึงขั้นที่สามของอัสนีพริบตา เคลื่อนย้ายหมื่นจั้งได้ทันที
แต่กว่าจะสร ้างอักขระสายฟ้ าในกายได้สักทบ ล้วนใช ้เวลา ยาวนาน
หากพู่กันพิพากษาก็ใช ้วาดอักขระสายฟ้ าได้ ก็จะย่นเวลาฝึกฝน ไปได้มหาศาล!
เจียงผิงอันนั่งกลับลงไปที่เดิม
ในใจคิดถึงโครงสร ้างอักขระและคลื่นพลังของ ‘อัสนีพริบตา’ แล้วอวตารก็ใช ้พู่กันพิพากษาวาดอักขระลงบนร่าง
ยามพู่กันพิพากษาจรดลง หนึ่งอักขระเรืองรองด้วยอัสนีสายฟ้ าก็ ถูกสลักในตัวเจียงผิงอัน วูบไหวพริบพราย
อักขระสายฟ้ านี้ค่อย ๆ ชาแรกเข้าสู่ร่าง หลอมรวมกับอักขระตัว อื่น ๆ……
หัวใจทั้งสองของเจียงผิงอันสั่นสะท้านรุนแรง
ได้ผล!
สมแล้วที่เป็ นศาสตราเซียนครึ่งขั้น ทรงพลังเกินไปแล้ว!
ในภายหน้า เขาก็ไม่ต้องมานั่งเรียนวาดอักขระเลย ขอเพียง เข้าใจกฎเกณฑ์ในอักขระและถ่ายปราณให้พู่กันพิพากษา เขาก็ สามารถวาดมันได้ง่าย ๆ!
และตาขวาซึ่งมองเห็นกฎเกณฑ์ได้ของเขาก็สามารถทาให้เขา เร่งความเข้าใจอ านาจกฎเกณฑ์ได้
ตาขวาและพู่กันพิพากษาเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เจียงผิงอันสะกดความตื่นเต้น เริ่มวาดอักขระสายฟ้ าบนร่าง
เพียงเวลาสองเดือน เจียงผิงอันก็วาดอักขระอัสนีได้พันทบ ประสานอักขระเป็ นอัสนีพริบตาขั้นสาม!
หากคนตระกูลเหลยมาเห็นเข้า คงได้ร่าไห้จนตายเป็ นแน่
อานาจที่ต้องใช ้เวลาเป็ นปี สิบปี หรือมากกว่าเพื่อบรรลุให้ถึง เจียงผิงอันกลับส าเร็จได้อย่างง่ายดาย
เหลยชิงอวิ๋นซึ่งถูกเจียงผิงอันฆ่าตายเมื่อกาลก่อนถือได้ว่าเป็ น อัจฉริยะ แต่เขายังต้องใช ้เวลาเป็ นสิบ ๆ ปีกว่าจะบรรลุอัสนีพริบตา ขั้นสาม
ขณะที่เจียงผิงอันใช ้เวลาเพียงสองเดือน!
เมื่อมีอัสนีพริบตาขั้นสามและลวดลายอักขระ เจียงผิงอันก็ทวี ความมั่นใจ
เขาเปิดอาคมปราการ เดินออกจากห้องไปหาเซี่ยชิง
อีกฝ่ายบอกเขาว่า ขอเพียงเขาบรรลุเข้าใจอ านาจอักขระ เขาจะ ได้ล้างแค้น และยามนี้เขาทาสาเร็จแล้ว
ในที่สุดก็จะได้ไปล้างแค้น!
ทันทีที่เจียงผิงอันเดินออกมา เขาก็พบอวิ๋นหวงซึ่งกลับจากการ ฝึกฝนพอดี
บนร่างของอีกฝ่ ายมีหนึ่งบาดแผล ปราณวิญญาณเหือดหาย เห็นได้ชัดว่าเพิ่งไปสู้กับใครมา
อวิ๋นหวงมองเจียงผิงอันอย่างประหลาดใจ “สหายเต๋าเจียง ไม่ ค่อยได้พบหน้ากันเลยนะ”
อีกฝ่ ายไม่ได้ออกจากห้องนับแต่สร ้างขอบเขตของตัวเองเมื่อ ครึ่งปีก่อน ทนความเหงาได้เก่งจริง ๆ
“สหายเต๋าอวิ๋น ทราบหรือไม่ว่าองค์หญิงอยู่ที่ใด?” เจียงผิงอัน ถาม
“องค์หญิงไปทัพหน้า ต้าฉู่บุกมาจู่โจม หนนี้ยกทัพมโหฬาร ผู้ อาวุโสจากต้าเซี่ยจึงถูกเกณฑ์ไปเยอะเลย”
เจียงผิงอันได้ยินว่าเกิดศึกที่ทัพหน้า สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึม รีบเดินสู่ทางออกดินแดนลับ
เขาก็อยากไปสู้กับต้าฉู่ที่ทัพหน้าเช่นกัน
เหตุที่แคว้นหลิงไถเปิดสงคราม ก็เพราะต้าฉู่ยุแยงอยู่เบื้องหลัง
ดังนั้นศัตรูแท้จริงของเจียงผิงอันจึงเป็ นต้าฉู่
“สหายเต๋าเจียงรอเดี๋ยว!”
อวิ๋นหวงคว้าแขนเจียงผิงอันไว้ “องค์หญิงเจาะจงสั่งการไว้ก่อน จาก ว่าจนกว่านางจะกลับมา ห้ามเจ้าไปไหนทั้งนั้น”
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว “แล้วนางจะกลับมายามใด?”
“เรื่องนี้มิกระจ่าง” อวิ๋นหวงส่ายหัว
“น่าจะอีกสองสามเดือนก็กลับมาแล้วกระมัง ผู้อาวุโสบางท่านก็ กลับมาแล้ว”
หนึ่งเสียงดังขึ้นจากด้านข้าง หลี่อี้เตาปรากฏขึ้นพร ้อมดาบใน อ้อมแขน กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มเสแสร ้ง
เจียงผิงอันมองหลี่อี้เตาอย่างสุขุม
นับแต่เขาออกจากห้อง เขาก็สัมผัสสายตาของหลี่อี้เตาได้ อีก ฝ่ายต้องมีเจตนาบางอย่าง จึงมารอเขาออกจากห้องที่นี่
จริงเช่นนั้น วาทะต่อมาของหลี่อี้เตายืนยันการคาดเดาของเจียง ผิงอัน
“สหายเต๋าเจียง ก่อนหน้านี้เจ้าชนะข้าได้สองหน ข้าไม่เต็มใจยิ่ง นัก และอยากประชันกับเจ้าอีก”
“เจ้าอ่อนแอเกินไป” เจียงผิงอันกล่าว
สีหน้าของหลี่อี้เตาพลันชะงัก หัวใจดุจถูกกระบี่เสือกแทง เจ็บปวดเป็ นอย่างยิ่ง
ไอ้คนบ้างี่เง่านี่!
แม้หลี่อี้เตาจะเดือดดาล เขาก็มิได้เถียง
เพราะเขาเอาชนะเจียงผิงอันมิได้จริง ๆ
หลี่อี้เตารีบปรับอารมณ์ กล่าวขึ้นยิ้ม ๆ “มิใช่การต่อสู้ แต่จะ ประชันพลังใจ เราไปถ้าคูหามารกันดีกว่า ผู้ใดทนได้นานกว่าชนะ”
“อย่าไปประชันกับเขานะ!”
เจียงผิงอันไม่ทันอ้าปาก อวิ๋นหวงก็รีบพูดหยุดไว้
“ในถ้าคูหามารมีซากจิตมารของผู้อาวุโสสมัยบรรพกาลอยู่ ยาม ใดที่เข้าไป เจ้าจะถูกพวกมันกระทบ ข้าเห็นอัจฉริยะผู้หนึ่งเกือบจิต มารเข้าแทรกในถ้าคูหามารเมื่อกาลก่อนมาแล้ว!”