สู่วิถีอมตะ - บทที่ 151-160
บทที่ 151 ถ้ำคูหำมำร
ในดินแดนลับของรำชวงศ์ต้ำเซี่ยมีพื้นที่ฝึกฝนทั้งสิ้นสำมแห่งคือ แท่นพินิจดำว ภูเขำประชันเต๋ำ และถ้ำคูหำมำร
แม้เซี่ยชิงจะเตือนอวิ๋นหวงมิให้ไปสู่ถ้ำคูหำมำร
แต่นำงก็ยังไม่ฟังและไปอยู่ดี
และนำงก็ได้เห็นอัจฉริยะจำกรำชวงศ์ผู้หนึ่งถูกจิตมำรเข้ำแทรก เพรำะมุ่งหน้ำไปลึกเกินไปกับตำ และถูกผู้อำวุโสท่ำนหนึ่งช่วยออก มำแล้วทำลำยกำรฝึกฝนไปครึ่งหนึ่ง
ทันทีที่เข้ำไป สำรพัดควำมคิดจิตมำรจะปรำกฏ ยำกยิ่งจะขัดขืน
“เจ้ำไม่ได้อยำกประชันกับเจียงผิงอันหรอก แค่อยำกหลอกเล่น งำนเจียงผิงอันเท่ำนั้น!”
อวิ๋นหวงอ่ำนควำมคิดหลี่อี้เตำทะลุปรุโปร่ง
“หลอกเล่นงำนอะไร อย่ำมำใส่ควำมกันนะ ข้ำแค่อยำกประชัน พลังใจกับสหำยเต๋ำเจียงเท่ำนั้นเอง”
หลี่อี้เตำดูใสซื่อยิ่ง “อะไร? หรือเจ้ำไม่กล้ำ?”
ผู้ลือนำมแต่ยังเยำว์มีอัตตำในใจ ไม่มีทำงรับคำยั่วยุเช่นนี้ได้
แต่คำยั่วยุหำมีผลต่อเจียงผิงอันไม่
เจียงผิงอันกล่ำวเสียงเรียบ “นำทรัพยำกรที่คนเบื้องหลังเจ้ำใช ้ ลองเชิงข้ำออกมำสิ”
แน่นอน เขำก็รู ้ว่ำอีกฝ่ ำยพยำยำมเล่นงำนเขำ แต่เขำหำสนใจ ไม่
“เจ้ำบ้ำไปแล้วจริง ๆ!”
หลี่อี้เตำไร ้กำรปกปิดอื่นใด นำกล่องใบหนึ่งออกมำ “ในนี้มีกฎ แห่งอัคคีอันสมบูรณ์อยู่ชิ้นหนึ่ง ขอเพียงเอำชนะข้ำได้ สิ่งนี้จะเป็ น ของเจ้ำ”
เขำไปเรียนเคล็ดวิชำที่สำมำรถคุ้มกันวิญญำณมำแล้วล่วงหน้ำ เจียงผิงอันชนะเขำไม่ได้หรอก!
“ได้”
เจียงผิงอันตอบรับค ำขอของอีกฝ่ ำย
หนึ่งกฎเกณฑ์สมบูรณ์ รำคำหนึ่งพันล้ำน ใครจะไม่ชอบของที่ ได้มำเปล่ำ ๆ?
“สหำยเต๋ำเจียง! อย่ำวู่วำมสิ! ถ้ำคูหำมำรน่ำกลัวจริง ๆ นะ” อวิ๋นหวงร ้อนใจเล็กน้อย
รู ้ทั้งรู ้ว่ำเป็ นแผน ก็ยังกระโดดลงกองเพลิง นี่โง่หรือไร?
“ฝึกฝนมำนำนไป ขอผ่อนคลำยสักหน่อย” เจียงผิงอันกล่ำว
อวิ๋นหวงเกือบลมจับด้วยโทสะ “เจ้ำเรียกกำรเข้ำถ้ำคูหำมำรว่ำ ไปผ่อนคลำย? กระทั่งผู้อำวุโสในต้ำเซี่ยยังมิกล้ำสัญจรลึกเลย!”
“เจ้ำพูดเช่นนั้น ข้ำยิ่งอยำกรู ้ไปใหญ่”
เจียงผิงอันกล่ำวกับหลี่อี้เตำ “นำทำงสิ”
หลี่อี้เตำลุกขึ้น ทะยำนสู่ถ้ำคูหำมำร มุมปำกยกยิ้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
“ไอ้โง่อวดดี อีกเดี๋ยวก็รู ้กันว่ำควำมเสียใจเป็ นเช่นไร”
แผนนี้องค์ชำยสี่และหลี่เฮ่อร่วมกันคิด ให้นำเจียงผิงอันไปสู่ถ้ำ คูหำมำร ให้เขำถูกจิตมำรเข้ำแทรก ร่วงหล่นสู่วิถีมำร
แผนกำรเช่นนี้เห็นได้ทั่วไป ทีแรกหลี่อี้เตำไร ้ควำมหวัง แต่ไม่คิด ว่ำอีกฝ่ำยจะตอบตกลงโง่ ๆ เช่นนี้
เจียงผิงอันทะยำนตำมมำ
อวิ๋นหวงกระทืบเท้ำอย่ำงหงุดหงิด นำงล่ะอยำกตีเจ้ำคนผู้นี้นัก เหตุใดจึงแสนดื้อดึง? มิน่ำเล่ำ เมิ่งจิงจึงเรียกเขำเป็ นเจ้ำท่อนไม้ตลอด
เพื่อป้ องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุใดกับเจียงผิงอัน อวิ๋นหวงรีบทะยำน ตำมไป
ก่อนถึงถ้ำคูหำมำร เจียงผิงอันก็สัมผัสได้ถึงปรำณอันมืดมิดสำย หนึ่ง
ตรงหน้ำมีภูเขำสูงตั้งตระหง่ำน ผนึกไว้ด้วยอักขระหนำแน่น
รอบข้ำงแทบไม่มีผู้ฝึกตนใด ๆ
ที่ใต้ภูเขำมีถ้ำสีดำสนิทแห่งหนึ่ง มิอำจมองเห็นภำยในได้
ที่ปำกถ้ำมีชำยชรำร่ำงเหี่ยวย่นผู้หนึ่งนั่งสัปหงกกรนสนั่น
ทั้งสำมร่อนลงที่ปำกถ้ำคูหำมำร ปรำณอันมืดมิดแผ่ออกจำกถ้ำ อย่ำงไม่หยุดหย่อน ให้บรรยำกำศหนำวสะท้ำน
อวิ๋นหวงรีบเกลี้ยกล่อมเจียงผิงอัน “ข้ำงในนั้นน่ำกลัวมำกนะ หน ก่อนข้ำเข้ำไปสองสำมก้ำวก็กลับออกมำแล้ว ได้ยินว่ำปฐมจักรพรรดิ แห่งต้ำเซี่ยเข้ำไปเพียงสำมสิบก้ำวครั้งยังทรงพระเยำว์”
“แค่ลองดูน่ะ หำกพบอันตรำย ข้ำจะรีบกลับออกมำแน่”
เจียงผิงอันมิได้อยำกทำกำรบุ่มบ่ำม แค่อยำกรู ้ว่ำถ้ำคูหำมำรนี้ เป็ นเช่นไรเท่ำนั้น
“หำกคิดว่ำทนไม่ไหว รีบออกมำนะ มิเช่นนั้นอำจเกิดอะไรขึ้น จริง ๆ ก็ได้” อวิ๋นหวงเตือน
หลี่อี้เตำกล่ำวยิ้ม ๆ “สหำยเต๋ำเจียง เข้ำไปด้วยกันเถอะ ขอเพียง เจ้ำอยู่ได้นำนกว่ำข้ำ กฎแห่งอัคคีนี่ให้เจ้ำเลย”
“มอบกฎเกณฑ์ให้อวิ๋นหวงเป็ นคนกลำงก่อนค่อยว่ำกัน” เจียงผิง อันกล่ำว
“ย่อมได้”
หลี่อี้เตำโยนกล่องผนึกกฎเกณฑ์ให้กับอวิ๋นหวง
หัวใจของอวิ๋นหวงแขวนจุกคอ รับกล่องมำไว้ในมือ ก่อนจะบ่น อีกครั้งรำวมำรดำเฒ่ำ “อย่ำเข้ำไปลึกเชียว!”
เจียงผิงอันและหลี่อี้เตำหำยเข้ำไปในถ้ำ
ถ้ำแห่งนี้พิเศษนัก แสงสว่ำงมิอำจส่องเข้ำได้ มิอำจตัดสินว่ำคน ภำยในมีสภำพเช่นไรจำกปรำณ
ทันทีที่เจียงผิงอันเข้ำไปในถ้ำ ปรำณอันเย็นเยียบ มืดมิด และชั่ว ร ้ำยก็แผ่ปกคลุมกำย
อำรมณ์เช่นจิตสังหำร ควำมกระหำยเลือด และควำมโลภเอ่อขึ้น จำกก้นบึ้งแห่งหัวใจ
ที่นี่น่ำสะพรึงกลัวยิ่งกว่ำ ‘คว้ำวิถีถำมฤทัย’ ในกำรแข่งขัน ประลองร ้อยเมืองหลำยสิบเท่ำตัว
หนก่อนนั้นเพียงกระตุ้นควำมปรำรถนำในใจ แต่ที่นี่ทวีทุก ควำมคิดเชิงลบในใจคน
ควำมแค้นของเจียงผิงอันต่อแคว้นหลิงไถและต้ำฉู่ทบทวี อยำก ฆ่ำคนยิ่งกว่ำหนใด
“สหำยเต๋ำเจียง ผู้อื่นทนได้อย่ำงน้อย ๆ ก็ครึ่งชั่วยำม เจ้ำคงมิทน ได้นำนขนำดนั้นกระมัง?”
ข้ำงกันนั้น หลี่อี้เตำกล่ำวยิ้ม ๆ
“สหำยเต๋ำเจียง! อย่ำไปเชื่อนะ! คนทั่วไปทนได้อย่ำงมำกก็ครึ่ง ชั่วยำมเท่ำนั้นแหละ!” อวิ๋นหวงตะโกนเตือนจำกภำยนอก
สีหน้ำของหลี่อี้เตำบิดเบี้ยว มำรดำมัน สตรีผู้นี้ทำไมต้อง ปำกมำกนัก ข้ำล่ะอยำกฆ่ำนำงจริง ๆ!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลี่อี้เตำก็ตระหนักแล้วว่ำตนถูกปรำณชั่วร ้ำย เข้ำแทรก จิตสังหำรหลำกทะลักเกินควบคุม
เขำรีบใช ้เคล็ดวิชำคุ้มกันวิญญำณมำสงบใจ
ทันใดนั้น หลี่อี้เตำก็สัมผัสได้ถึงบำงสิ่งแล้วหันไปมองเจียงผิงอัน
ปรำกฏว่ำเจียงผิงอันก้ำวเท้ำเดินต่อ!
ในถ้ำคูหำมำรแห่งนี้ อำนำจชั่วร ้ำยจะเพิ่มพูนขึ้นในทุกย่ำงก้ำว
หนนี้ เขำประชันกับเจียงผิงอันว่ำผู้ใดจะทนได้นำนกว่ำ มิใช่ผู้ใด เข้ำไปลึกกว่ำ
เจ้ำเด็กนี่บื้อหรือไร? ยังกล้ำเข้ำไปอีก
แน่นอน เจียงผิงอันมิได้โง่ แต่เขำพบว่ำสำมำรถฝึกฝนพลังใจ ที่นี่ได้จริง ๆ
ในกำรประชันกับหลี่อี้เตำ เขำพ่ำยไปก็ไม่ได้เสียอะไร จึงหำได้ สนใจไม่
สถำนที่ขัดเกลำวิญญำณ เพิ่มพูนพลังใจนั้นมีไม่มำก
เจียงผิงอันคิดว่ำเขำเติบโตเร็วเกินไป พลังใจโตตำมขอบเขตไม่ ทัน และที่นี่เหมำะสมยิ่งแก่กำรขัดเกลำวิญญำณตน
แม้อวิ๋นหวงจะไม่เห็นสถำนกำรณ์ภำยใน นำงก็สัมผัสได้เช่นกัน ว่ำเจียงผิงอันก้ำวเท้ำลึกขึ้น
“เจียงผิงอัน! เจ้ำท ำอะไรอยู่!”
ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันก็ก้ำวเท้ำเข้ำไปลึกขึ้นอีกหน
อวิ๋นหวง “……”
ในที่สุดนำงก็รู ้ซึ้งถึงควำมรู ้สึกขององค์หญิง เจ้ำเด็กนี่กล้ำดีจริง ๆ!
หลี่อี้เตำพยำยำมสะกดเสียงหัวเรำะไว้
ปรำกฏว่ำไอ้โง่นี่เดินเข้ำไปเอง
เดิมที เขำไม่ได้คิดว่ำแผนนี้จะจัดกำรเจียงผิงอันได้เลย เพรำะถึง อย่ำงไร ขอเพียงเขำออกมำก่อนถูกจิตมำรเข้ำแทรก ก็จะไร ้สิ่งใด เกิดขึ้น
แต่เด็กนี่กลับรนหำที่ตำย มุ่งหน้ำเข้ำไปลึกเอง กำรจะออกมำก็ สำยไปแล้ว!
จิตสังหำร ควำมโลภ และควำมแค้นทบทวีในใจเจียงผิงอัน
“ไม่พอ ยังไม่พอ ยังสะกดอำรมณ์เหล่ำนี้ได้อยู่”
เจียงผิงอันเดินต่อเข้ำไป
สี่ก้ำว ห้ำก้ำว……
ดวงตำของอวิ๋นหวงเบิกกว้ำง ขณะที่นำงจะอ้ำปำก ชำยชรำผู้นั่ง งีบที่ปำกถ้ำพลันลืมตำขึ้นและเอ่ยว่ำ
“เจ้ำหนู อย่ำหำที่ตำยเลย สองวันก่อนมีอัจฉริยะผู้หนึ่งคิดว่ำพลัง ใจของเขำมั่นคงมำก ทนอยู่ในนั้นได้ สุดท้ำยก็เลยถูกจิตมำรเข้ำ แทรก กว่ำจะสงบได้ต้องทำลำยกำรฝึกฝนของเขำไปครึ่งหนึ่ง”
เจียงผิงอันเดินพลำงกล่ำว “วิถีมำรก็เป็ นเต๋ำแขนงหนึ่ง ขอเพียง ไม่ฆ่ำผู้บริสุทธิ์อย่ำงไม่แยกแยะและไม่ทำชั่ว จะเดินมิได้เชียวหรือ ขอรับ?”
ชำยชรำแค่นเสียงเย็นชำ “เจ้ำเด็กนี่นะ อย่ำคิดว่ำตัวเองสร ้ำง ขอบเขตเองได้แล้วจะถูกไปเสียทุกเรื่องนะ”
ในดินแดนลับมีคนไม่มำกนัก ชำยชรำผู้นี้ย่อมรู ้จักเจียงผิงอัน
“ผู้ที่มิได้มำจำกสำยเลือดมำร หำกกลำยเป็ นมำรจะยำกควบคุม ควำมรู ้สึกด้ำนลบทั้งมวลได้ ต่อให้เจ้ำมีสำยเลือดมำร สะกดพลังชั่ว ร ้ำยเหล่ำนั้นได้ ก็ยังง่ำยต่อกำรฆ่ำผู้บริสุทธิ์อย่ำงไม่แยกแยะ”
“กำลก่อน เผ่ำมังกรมีอัจฉริยะผู้หนึ่งตกสู่วิถีมำรระหว่ำงไขว่คว้ำ พลัง สังหำรผู้คนมำกมำย ทำลำยเมืองไปหลำยสิบ กระทั่งเผ่ำมังกร ยังยำกควบคุมพลังเช่นนี้ เจ้ำจะเหลืออะไร?”
เจียงผิงอันหยุด ณ ก้ำวที่สิบ “อันตรำยจริงแท้”
“เช่นนั้นก็รีบออกมำสิ” ชำยชรำว่ำ
“ยังก่อนขอรับ”
เจียงผิงอันนั่งลงขัดสมำธิบนพื้น เผชิญสำรพัดอำรมณ์ด้ำนลบ ในใจ ใช ้พลังใจมำสะกดข่ม
“เจ้ำนี่… ดื้อด้ำนจริง ๆ!”
ชำยชรำหงุดหงิดใจนัก คนหนุ่มสำวพวกนี้พูดไม่ฟังเหมือนกัน หมด ต่ำงผู้ล้วนรนหำที่ตำย
บทที่ 152 สู่ห้วงลึก
“ยามเจ้าถูกจิตมารเข้าแทรกจนบ้าคลั่ง อย่าโทษตาเฒ่าผู้นี้ที่ไม่ ปรานีแล้วกัน!”
ชายชราทิ้งวาทะนี้ไว้แล้วเลิกย้าเตือน
หากเด็กนี่เกิดอุบัติเหตุ ก็นับว่าทาตัวเอง
หลี่อี้เตาดีใจกว่าใคร เขาตั้งตารอให้เจียงผิงอันรีบ ๆ ถูกจิตมาร เข้าแทรกเสีย จะได้ออกจากที่นี่เสียที
หลี่อี้เตาเกลียดที่นี่ยิ่งนัก หากมิใช่เพื่อหลอกให้เจียงผิงอันเข้ามา เขาไม่มีทางมาเองแน่นอน
ขัดเกลาวิญญาณบ้าบออะไร สาหรับเขา นี่มันทรมานกันชัด ๆ
ยามนี้เมื่อเจียงผิงอันก้าวเข้าไปสิบก้าว อย่างมากก็หนึ่งชั่ว ละเลียดชา เขาจะถูกจิตมารเข้าแทรกจนเกิดปัญหา
อวิ๋นหวงจับตามองสถานการณ์ข้างในอย่างสุดกังวล
หากนางสัมผัสได้ว่าปราณของเจียงผิงอันเกิดความผิดปกติ นาง จะรีบขอให้ผู้อาวุโสน าตัวเจียงผิงอันออกมา
บ้าบอไปใหญ่แล้ว เขาก้าวเข้าไปสิบก้าวเช่นนี้ หากเกิดเรื่องใด ขึ้น คนที่จะเสียใจก็คือเขานั่นแหละ
เจียงผิงอันเมินความคิดของคนอื่น นั่งลงอย่างสุขุมภายใน
อารมณ์ด้านลบทั้งหมดของเขาคือจุดอ่อน การก้าวข้ามมันเสีย ยามนี้ ภายหน้าก็จะสัญจรได้ไกลขึ้น
เวลาผ่านพ้น ครึ่งชั่วละเลียดชาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หยดเหงื่อผุดขึ้นบนศีรษะของหลี่อี้เตา เปลืองพลังวิญญาณ มากมายเพื่อสกัดความคิดชั่วร ้าย
เมื่อเห็นเจียงผิงอันซึ่งเดินลึกเข้าไปสิบก้าวยังนั่งนิ่งไม่ขยับ ลม หายใจไม่แปรปรวน หลี่อี้เตาก็ดูเหลือเชื่อ
เหตุใดเด็กนั่นจึงไร ้ปฏิกิริยา?
ความอดทนของคนผู้นี้น่ากลัวเพียงไรกัน?
อวิ๋นหวงยืนนอกปากถ้า คู่เนตรงามเรืองประกายชื่นชม
นางเคยเข้าถ้านี้มากับตัว และทราบถึงความน่าสะพรึงกลัว ภายใน
เจียงผิงอันทนได้นานเพียงนี้ นี่เป็ นความอดทนที่คนหนุ่มสักคน ควรมีจริง ๆ หรือ?
เทียบกับเขาแล้ว นางดูจะไม่มีอะไรดีเลยนอกจากร่างเทวะวิหค อมตะ
เค้าความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าของชายชราที่ปากถ้า
“พลังใจเจ้าเด็กนี่ยอดเยี่ยมนัก อยู่มานานเพียงนี้ได้ยังไม่สะทก สะท้าน แต่เขาก็น่าจะใกล้ขีดจ ากัดแล้ว”
ขณะชายชราเอ่ยปาก เจียงผิงอันก็ลุกขึ้นช ้า ๆ
หลี่อี้เตาสุดลิงโลด ในที่สุดอีกฝ่ ายก็ทนไม่ได้เสียที รีบออกไปได้ แล้ว เขาไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว
แม้เจียงผิงอันจะไม่เป็ นอะไรก็ช่างมัน หลี่เฮ่อกับองค์ชายสี่ยังมี แผนอื่น
ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าหลี่อี้เตาค้างไปทันที
เจียงผิงอันก้าวเข้าไปอีกครั้ง
ชายชราที่ปากถ้ารีบตะโกนขึ้น “ไอ้หนู เจ้าทาอะไรอยู่! วอนตาย อยู่หรือไร?”
“อารมณ์ด้านลบระดับนี้หามีผลต่อข้าไม่ ทาให้การพัฒนาของ ข้าช ้ายิ่งขอรับ”
เจียงผิงอันเดินต่อไป แรงกดดันที่นี่ไม่สาหัสเท่ายามเขาหลอม รวมกระดูกสันหลังกายาศักดิ์สิทธิ์
หนก่อนที่เขาผสานกระดูกสันหลัง ความเจ็บปวดนั้นกินเวลา สามเดือน ขัดเกลาพลังใจของเขา
เมื่อก้าวได้ยี่สิบก้าว ในที่สุดเขาก็ประสบแรงกดดัน
แต่ก็ยังไม่พอ
มุ่งหน้าต่อไป
“ไอ้หนู! หยุดเสีย! หาไม่ ข้าก็ไม่มีโอกาสช่วยเจ้าได้ทันหรอก นะ!” ชายชราตะโกนเสียงเข้ม
เด็กนี่บ้าไปแล้วหรือ?
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ห่วงใย หากพบอันตราย ข้าจะออกไปขอรับ”
เจียงผิงอันยังคงก้าวเข้าไป
ยามถึงก้าวที่สามสิบ หัวใจของคนทั้งสามที่นี่ล้วนแปรปรวน
กาลก่อน ปฐมจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยก็มุ่งหน้าลึกสุดได้ถึงที่นี่!
พลังใจของเขาเทียบได้กับปฐมจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยยามทรงพระ เยาว์แล้ว!
ในที่สุดเจียงผิงอันก็เผชิญแรงกดดันมหาศาล การฝึ กฝนที่นี่ หนึ่งชั่วยามให้ผลดีกว่าฝึกฝนที่เมื่อครู่หนึ่งปี
เขานั่งขัดสมาธิลงกับพื้นอีกครั้ง เจียงผิงอันเริ่มดิ้นรนต่อสู้กับ สารพัดอารมณ์ด้านลบในใจ
อวิ๋นหวงกาหมัด หัวใจเต้นระรัวเกินควบคุม นี่คือบุรุษผู้เลิศล้า เกินผู้ใดตราบเท่าที่นางเคยพบเจอ!
ใบหน้าของชายชราเครียดขรึม “มิน่าเขาจึงสร ้างขอบเขตของ ตัวเองได้ เด็กนี่มีความอดทนยิ่งใหญ่จริง ๆ”
หลี่อี้เตาดูเหม่อลอย “เป็ นไปไม่ได้ เป็ นไปไม่ได้เด็ดขาด เขาจะมี ความอดทนเทียบชั้นบรรพชนได้อย่างไร?”
เขาเข้ามาเพียงก้าวเดียว ก็ยากทานทนพลังชั่วร ้ายได้แล้ว แต่ อีกฝ่ ายมุ่งลึกเข้าไปสามสิบก้าว!
ห่างชั้นมหาศาล
“ข้าไม่เชื่อ! หากเขาทาได้ ข้าก็ทาได้เหมือนกัน!”
ความต่างชั้นมหาศาลนี้ทาให้หัวใจของหลี่อี้เตาสุดแสนไม่ ยินยอม เขาลืมการเดิมพัน ยกเท้าก้าวเข้าไป
สองก้าว สามก้าว สี่ก้าว……
ยิ่งมุ่งหน้าสู่ห้วงลึก อารมณ์ด้านลบก็ยิ่งเกาะกุมหัวใจของหลี่อี้ เตา
ยามเขามาถึงก้าวที่เก้า ใบหน้าก็บูดเบี้ยวดูไม่ได้แล้ว
“ข้าจะก้าวข้ามเขาได้แน่!”
ขณะที่หลี่อี้เตากาลังจะก้าวเดินหนที่สิบ แรงดูดมหาศาลก็ ปรากฏขึ้นจากนอกถ้า ลากตัวเขาออกมาฟาดกระแทกลงพื้น
หลี่อี้เตาถลึงตาโวยวายใส่ชายชรา “เจ้าทาอะไรอยู่! ทาไมลาก ข้าออกมา! ข้าจะก้าวข้ามเขา!”
ชายชรายกมือตบหน้าเขา ฟาดเขากระเด็นไปร ้อยกว่าจั้งทันที
ร่างของหลี่อี้เตากระแทกเข้ากับภูเขา กระอักเลือดออกมา
ความเจ็บปวดสาหัสปลุกเขาขึ้นกะทันหัน แผ่นหลังชุ่มเหงื่อเย็น เฉียบทันควัน
เกือบถูกจิตมารเข้าแทรก!
หลี่อี้เตาตะเกียกตะกายลุกขึ้น ปาดโลหิตจากมุมปากพลาง คารวะชายชรา “ขอบคุณผู้อาวุโส”
หากมิใช่เพราะชายชราช่วยเหลือทัน เขาคงแย่แล้ว
สีหน้าของชายชราไร ้อารมณ์ “หากเจ้าคิดไปต่อ ก็ตั้งใจฝึกฝน เลี่ยงเรื่องชั่วช ้าเช่นนี้ไปเสีย”
ร่างของหลี่อี้เตาสะท้านรุนแรง สายตาของชายชราลึกล้าอย่างยิ่ง ราวมองทะลุเขาได้
เขาก้มหัวลงอย่างละอาย “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ ภายหน้าข้า จะตั้งใจฝึกฝน ไม่สนใจสิ่งอื่นแล้วขอรับ”
หลี่อี้เตาชาเลืองถ้าคูหามารอันดามืด ใบหน้าปรากฏอารมณ์ ซับซ ้อน ก่อนจะหันกายจากไป
เขาจะไม่สนใจเรื่องยิบย่อยในโลกปุถุชนอีก ตระกูลหลี่ส่งเขาเข้า มาเพื่อเติบโตเป็ นโล่แก่ตระกูลหลี่ มิใช่เครื่องมือประชัน
อวิ๋นหวงตะโกน “สหายเต๋าเจียง หลี่อี้เตาออกมาแล้ว เจ้ารีบ ออกมาเถอะ”
การอยู่ในนั้นต่อไปล้วนอันตราย
“ที่นี่ช่วยข้าได้มากเลย เจ้าไปก่อนเถอะ กฎแห่งอัคคีให้เจ้า”
เสียงของเจียงผิงอันสั่นสะท้านเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าอยู่ภายใต้ แรงกดดันมหาศาล
อวิ๋นหวงก้มมองกล่องในมือ “นี่คือกฎอันสมบูรณ์ ราคาพันล้าน ……”
“อย่ารบกวนข้า! รีบไสหัวไปเสีย!”
เสียงของเจียงผิงอันระเบิดในโสตนางกะทันหัน
อวิ๋นหวงผงะไป
นางรู ้ว่าเจียงผิงอันไม่ได้อยากตะคอกนางหรอก แต่เขาอยู่ ภายใต้อิทธิพลอารมณ์ด้านลบ จึงเกิดความรุนแรงกระหายเลือดขึ้น ในใจ
อวิ๋นหวงมิกล้ารบกวนอีกฝ่ายแล้ว
เมื่อมองกฎเกณฑ์ในมือ อวิ๋นหวงก็รู ้ว่าตนติดหนี้เจียงผิงอันอีก ครั้ง
กฎแห่งอัคคีอันสมบูรณ์มีมูลค่ามหาศาล กระทั่งตัวตนขอบเขต แปรเทวะทั่วไปยังต้องสั่งสมทรัพยากรเนิ่นนานกว่าจะซื้อไหว
แต่เจียงผิงอันยกให้นางเสียเฉย ๆ
อวิ๋นหวงจดจาน้าใจนี้ ยืนรอเด็กหนุ่มกลับมาที่ปากถ้า
เดินเข้าไปสามสิบก้าว เจียงผิงอันต้องอยู่ภายใต้แรงกดดัน มหาศาล อีกไม่นานเขาคงออกมาแล้ว
แต่อวิ๋นหวงก็คิดผิดอีกครั้ง
ครึ่งชั่วยาม…… หนึ่งชั่วยาม……
เมื่อสองชั่วยามผ่านไป เจียงผิงอันยังไม่ออกมา ชายชราซึ่งนั่งที่ ปากถ้าก็ลุกขึ้น
มีเพียงผู้ได้ประสบกับตัวจึงรู ้ว่าการต้องอดทนอยู่ภายในนั้นรวด ร ้าวเพียงไร
เจ้าเด็กนี่เข้าไปได้สองชั่วยาม ยังไร ้สัญญาณถูกจิตมารเข้า แทรก!
ตู้ม!
ขณะนั้น จู่ ๆ อานาจประหลาดสายหนึ่งก็แผ่ออกมาจากในถ้า คูหามาร
เมื่อสัมผัสพลังนี้ได้ อวิ๋นหวงและชายชราก็เบิกตากว้างมองหน้า กัน
นี่คือ… พลังจิต!
เจียงผิงอันปลุกพลังจิตขึ้นมาได้!
บทที่ 153 ปลุกพลังจิต
“วิญญาณ กายา จิต ฝึกฝนควบสาม!”
ร่างเพรียวบางของอวิ๋นหวงสั่นสะท้านอย่างเกินควบคุม
ปรากฏว่าเจียงผิงอันปลุกพลังจิตได้ในถ้าคูหามาร!
การฝึกควบกายาวิญญาณนับเป็ นความภาคภูมิแห่งสวรรค์ได้ แล้ว
ผู้สามารถบรรลุสามเส้นทางได้พร ้อมกันคืออัจฉริยะสูงสุดที่มี เพียงแดนศักดิ์สิทธิ์ ราชวงศ์ และตระกูลโบราณเท่านั้นจะมีได้!
ปรากฏว่าตัวตนเช่นนี้มาปรากฏในต้าเซี่ยของพวกเขา!
มิเพียงเท่านั้น เจียงผิงอันยังสร้างขอบเขตเป็ นของตนเองได้ด้วย!
ชายชราลมหายใจติดขัด แม้เขาจะมีชีวิตยืนยาวหลายพันปี เห็น อัจฉริยะมาแล้วมากมาย แต่ก็ยังมิอาจควบคุมความตื่นเต้นได้ใน ขณะนี้
เจียงผิงอันมิคาดคิดว่าตนจะปลุกพลังจิตขึ้นมา
เขากาลังต่อสู้กับความคิดชั่วร ้าย ขณะที่กาลังจะถึงขีดจากัดอยู่ นั้น อานาจประหลาดสายหนึ่งก็เอ่อออกมาจากตาขวา ผนวกเข้ากับ ห้วงจิตส านึก
แล้วพลังจิตของเขาก็ตื่นขึ้น
เจียงผิงอันเมินพลังนี้ไปก่อน และใช ้ความคิดชั่วร ้ายขัดเกลา พลังใจต่อไป
เขาอยากท าให้ตนเองไร ้จุดบอดอย่างแท้จริง
หนึ่งวัน สองวัน……
สองเดือนให้หลัง เซี่ยชิงและยอดฝีมือจากราชวงศ์ก็กลับจากทัพ หน้าสู่ดินแดนลับ สีหน้าของพวกเขาเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
ชายชราผู้หนึ่งกล่าวกับเซี่ยชิงว่า “ฉู่หยางอยากจะท้าทายเจียง ผิงอัน เขาต้องอยากล้างแค้นเป็ นแน่ แล้วเจียงผิงอันจะตกลงหรือไม่?”
เซี่ยชิงกล่าวโดยไม่คิด “ความแค้นของเจียงผิงอันต่อต้าฉู่มิได้ ด้อยไปกว่าเราเลย เขาต้องตกลงแน่”
“แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ฉู่หยางได้รับการชี้แนะจากยอดฝี มือของ เทวนิกายสุริยัน ความแข็งแกร่งในขณะนี้ของเขาต้องร ้ายกาจยิ่ง”
“ด้วยความแข็งแกร่งของเจียงผิงอัน เกรงว่าคงมิอาจเทียบกันได้”
เมื่อได้ยินคาว่า ‘เทวนิกายสุริยัน’ สีหน้าของชายชราก็ แปรเปลี่ยน
“หากฉู่หยางเรียนวิชาจากเทวนิกายสุริยัน อย่าว่าแค่เจียงผิงอัน เลย ต่อให้เป็ นอัจฉริยะจากแดนศักดิ์สิทธิ์หรือตระกูลโบราณก็ยาก รับมือเขาได้”
รัชทายาทแห่งต้าฉู่ออกสาส์นประกาศศึกต่อเจียงผิงอัน คิดสู้กัน จนตายไปข้าง
เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ขณะนั้น ต้าฉู่จู่โจมต้าเซี่ยอีกครั้ง ส่งยอดฝีมือมามากมาย
ต้าเซี่ยสู้ยิบตา และด้วยความช่วยเหลือจากศาสตราเซียนครึ่ง ขั้นพู่กันพิพากษา ต้าฉู่จึงเสียหายหนักหนา
แต่ต้าฉู่กลับนาสมบัติชิ้นใหม่ออกมา ซึ่งก็คือวงล้อเทพสุริยัน
การปรากฏของสมบัตินี้ทาให้สองฝ่ายกลับมาสมดุลอีกครั้ง
วงล้อเทพสุริยันเป็ นสมบัติของเทวนิกายสุริยัน
การที่สมบัติชิ้นนี้มาปรากฏในมือคนจากต้าฉู่ ก็เห็นได้ชัดว่าทั้ง สองร่วมมือกัน
รากเหง้าของการร่วมมือนี้คือฉู่หยาง รัชทายาทแห่งต้าฉู่
ผู้ก่อตั้งเทวนิกายสุริยันมีสายเลือดร่างเทวะสุดขั้วหยาง วรยุทธ ์ เหมาะสมกับฉู่หยางอย่างยิ่ง
บรรพชนผู้หนึ่งของเทวนิกายสุริยันบาดเจ็บระหว่างวิวาทกับ ตระกูลเหลยในซากโบราณมหาจักรพรรดิ สภาพเจียนตาย จึง คาดหวังหาผู้สืบทอดเป็ นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของเทวนิกาย
เมื่อได้ยินว่าฉู่หยาง รัชทายาทแห่งต้าฉู่มีร่างเทวะสุดขั้วหยาง เทวนิกายสุริยันก็ส่งคนมาหาเขา สองฝ่ายตกลงร่วมมือกัน
เทวนิกายสุริยันอยู่ในระดับเดียวกับต้าเฉียนแห่งแดนบูรพา แดน ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ และตระกูลเหลยโบราณ
ต้าฉู่ร่วมมือกับมหาอานาจเช่นนี้ จึงสร ้างแรงกดดันมหาศาล ต่อต้าเซี่ย
แต่การที่พวกเขาจะทาลายต้าเซี่ยลงได้ก็มิใช่เรื่องง่ายเช่นกัน
นอกจากนั้น มหาอานาจใหญ่อย่างต้าเฉียนและแดนศักดิ์สิทธิ์ เทียนเจ๋อมิได้ยินยอมให้เทวนิกายสุริยันมาสั่งสมกาลังที่แดนบูรพา
เดิมทีสองฝ่ ายคานอ านาจสมดุล แต่จู่ ๆ ฉู่หยางก็ออกสาส์น ประกาศศึกกับต้าเซี่ย ท้าทายเจียงผิงอัน
อ้างว่าขอเพียงเอาชนะเขาได้ ต้าฉู่จะไม่โจมตีเป็ นเวลาร ้อยปี
หากไม่สู้ต้าเซี่ยก็จะเสียหน้าอย่างยิ่ง และกระทบต่อขวัญกาลังใจ ของทหารในทัพหน้า
แต่ทุกผู้ต่างทราบว่าร่างเทวะสุดขั้วหยางน่าสะพรึงกลัวเพียงไร ในขอบเขตเดียวกัน มีน้อยคนนักจะเอาชนะเขาได้
นอกจากนั้น ฉู่หยางยังได้เรียนเคล็ดวิชาเลิศล้ามากมายจาก เทวนิกายสุริยัน ยิ่งต่อกรยากไปใหญ่
ลือกันว่าฉู่หยางบรรลุกฎแห่งอัคคีอย่างสมบูรณ์แล้ว!
ระดับความเข้าใจในกฎเกณฑ์เป็ นตัวชี้วัดความรุนแรงในการ โจมตี
นอกจากนั้น หากบรรลุหนึ่งกฎเกณฑ์ ก็เท่ากับบรรลุขั้นปลาย ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด สามารถลองทะลวงขอบเขตแปรเทวะ ได้!
จึงคาดคิดได้ว่าฉู่หยางในขณะนี้ร ้ายกาจเพียงไร
เซี่ยชิงมาหาเจียงผิงอันที่ห้อง และพบว่าอีกฝ่ายไม่อยู่
เมื่อไปหาอวิ๋นหวง อวิ๋นหวงก็ไม่อยู่ในห้อง
“เจ้าเด็กสองคนนี้ไปไหนกัน? คงมิได้แอบไปจู๋จี๋กันกระมัง?”
จิตสัมผัสของเซี่ยชิงแผ่ออกทั่วดินแดนลับ และพบปราณขอ งอวิ๋นหวงและเจียงผิงอันในไม่ช ้า
สีหน้าของเซี่ยชิงแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์ ไหวกายไปอยู่ตรงหน้า ถ้าคูหามารในพริบตา
อวิ๋นหวงกาลังทาความเข้าใจกฎแห่งอัคคี เมื่อเห็นเซี่ยชิงปรากฏ กาย ก็ลุกขึ้นทักทายยิ้ม ๆ “องค์หญิง”
“เจ้าเด็กตัวเหม็นนี่ พูดไม่ฟังกันเลย!”
เซี่ยชิงตะโกนเข้าไปในถ้า “เจ้าไปทาอะไรในถ้าคูหามาร! ออกมานี่!”
ถ้าคูหามารแห่งนี้มิใช่สถานที่ฝึกฝนของทุกคน มีอัจฉริยะต้อง สูญเสียที่นี่มากมาย ยามถูกจิตมารเข้าแทรก ผลที่ตามมาจะเกิน คาดคิด
อวิ๋นหวงรีบร ้อนพูดขึ้น “องค์หญิง ไม่เป็ นไรเพคะ สหายเต๋าเจียง ปลอดภัยดีมาก…”
“ที่นี่เป็ นจุดรวมจิตมารของบรรพชนแต่โบราณ เต็มไปด้วย ปราณชั่วร ้าย จะปลอดภัยได้อย่างไร?”
เซี่ยชิงร ้อนใจ ไม่รอฟังคาอธิบายของอวิ๋นหวง นางเร่งรุดเข้าไป ในถ้าคูหามารทันทีด้วยกลัวจะเกิดอะไรขึ้นกับเจียงผิงอัน
เมื่อนางเห็นตาแหน่งที่อยู่ของเจียงผิงอัน เซี่ยชิงก็จังงัง มิกล้า เดินเข้าไป
เซี่ยชิงเดินออกมาจากถ้าคูหามาร สีหน้าเหม่อลอยเล็กน้อย
“ข้าเข้าใจผิดไปหรือไม่ เจียงผิงอันอยู่ในต าแหน่งราวห้าสิบก้าว ได้”
อวิ๋นหวงส่ายหัว “องค์หญิงคิดถูกแล้วเพคะ เจียงผิงอันก้าวเข้า ไปห้าสิบก้าว และอยู่ในนั้นมาสองเดือนแล้วเพคะ”
“สองเดือน!”
เซี่ยชิงขึ้นเสียง ลืมความเยือกเย็นก่อนหน้านี้ไปสิ้น ใบหน้าเคร่ง ขรึมเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
แม้จะแข็งแกร่งเพียงไร ก็ไม่มีทางอยู่ในนั้นได้สองเดือน!
คนทั่วไป ทนได้หนึ่งชั่วยามก็นับว่าพลังใจกล้าแข็งแล้ว
แล้วเจียงผิงอันยังเดินเข้าไปห้าสิบก้าว!
ได้ยินว่ากาลก่อน บรรพชนเข้าไปได้เพียงสามสิบก้าว!
“เขาท าอะไรอยู่?”
กว่าเซี่ยชิงจะสงบลงจากความตกใจก็ใช ้เวลาเนิ่นนาน มีเพียงผู้ เคยเข้าไปในถ้าคูหามารเท่านั้นจะเข้าใจความน่าสะพรึงกลัวภายใน
“สหายเต๋าเจียงบอกว่าต้องการขัดเกลาพลังใจ และบังเอิญปลุก พลังจิตขึ้นมาได้ ดูเหมือนช่วงนี้เขาจะกาลังขัดเกลาพลังจิตอยู่เพ คะ…”
“เดี๋ยวก่อนนะ!”
เซี่ยชิงขัดคาอวิ๋นหวงเฉียบพลัน “เจ้าว่าอะไรนะ? ปลุกพรสวรรค์ พลังจิต!”
อวิ๋นหวงพยักหน้า จนบัดนี้นางก็ยังตกใจไม่หาย
เซี่ยชิงมองถ้าคูหามารตาค้าง
ปรากฏว่าพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งสูงสุดของเจ้าเด็กนี่มิใช่การฝึ ก กายา แต่เป็ นพลังจิต!
เซี่ยชิงไม่รบกวนเจียงผิงอันด้วยกลัวทาให้การฝึกฝนของอีกฝ่ าย ล่าช ้า และท าเพียงรอข้างนอก
เรื่องที่ฉู่หยาง รัชทายาทแห่งต้าฉู่ออกสาส์นท้ารบกับเจียงผิงอัน แพร่ไปทั่วต้าเซี่ย เป็ นที่หารือหลายต่อหลายหน
“ต้าฉู่น่ารังเกียจจริง ๆ โจมตีต้าฉู่เราไม่ได้ ก็เลยอยากใช ้วิธีอื่น โจมตีเรา”
“มิใช่เจียงผิงอันฆ่าอีกฝ่ ายมาแล้วหรือ? ก็แค่ฆ่าอีกสักที!”
“เจ้าจะรู ้อะไร? รู ้หรือไม่ว่าร่างเทวะสุดขั้วหยางน่าสะพรึงกลัว เพียงไร? รู ้จักเทวนิกายสุริยันหรือไม่? นั่นอยู่ในระดับเดียวกับแดน ศักดิ์สิทธิ์ตระกูลโบราณ ผู้ก่อตั้งก็มีร่างเทวะสุดขั้วหยาง!”
“มิได้หมายความว่าศึกนี้เราจะพ่ายหรือ?”
ขณะเดียวกัน สานักเพียวเหมี่ยว
สานักเพียวเหมี่ยวคือมหาอานาจที่แข็งแกร่งสูงสุดในต้าเซี่ย ความแข็งแกร่งมิได้ด้อยไปกว่าต้าเซี่ยเลย
แต่สานักเพียวเหมี่ยวมิได้เข้าร่วมศึกระหว่างสองแดนดิน
ส่วนเหตุผลนั้น บางคนคาดว่าสานักเพียวเหมี่ยวไม่อยากพัวพัน ในปัญหา บ้างว่าพวกเขาคิดฉกฉวยผลประโยชน์ บางผู้ลือว่ามีเรื่อง บางอย่างเกิดขึ้นภายในสานักเพียวเหมี่ยว
สรุปคือ สานักเพียวเหมี่ยวไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับศึกนี้
เรื่องสาส์นท้ารบของรัชทายาทแห่งต้าฉู่ก็แพร่มาที่นี่เช่นกัน
ศิษย์มากมายหารือ
“ด้วยฝีมือของเจียงผิงอัน ไม่มีทางเอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยาง ได้เลย สานักเราก็ไม่มีอัจฉริยะเช่นนี้”
“ก่อนหน้านี้เจ้ามิได้บอกหรือว่าเจียงผิงอันสังหารร่างเทวะสุด ขั้วหยางมาแล้วสองหน?”
“เหอะ ๆ นั่นเป็ นเพราะเจ้าเด็กเจียงผิงอันนั่นใช ้พิษและยืมพลัง จากโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ต่างหากจึงชนะ ลาพังกาลังเขา เอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยางได้ที่ไหน……”
“เดี๋ยวก่อน! เจ้าว่าผู้เอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยางชื่ออะไรนะ?”
เด็กสาวผู้หนึ่งผ่านมาได้ยินชื่อ ‘เจียงผิงอัน’ ก็หยุดฝีเท้าโพล่ง ขึ้นอย่างรีบร ้อนทันที
ศิษย์มากมายมองตามมา พบเด็กสาวอายุสิบสองสิบสามหันคู่ เนตรงดงามจ้องมองมา ดูตื่นเต้นอย่างยิ่ง
พวกเขารู ้จักเด็กสาวคนนี้ นางชื่อหลี่เยว่เยว่ ผู้อาวุโสใหญ่พา นางกลับมาเมื่อหลายปีก่อน มีรากวิญญาณวารีอันบริสุทธิ์ไร ้ตาหนิ พรสวรรค์ล้าเลิศ
ผู้อาวุโสใหญ่รับนางเป็ นศิษย์สายตรง สถานะก็สูง ทั้งยังน่ารัก จึง มีความนิยมในสานักสูงยิ่ง
“เมื่อครู่เจ้าบอกว่ามีคนชื่อเจียงผิงอันสินะ? เล่าข่าวทั้งหมด เกี่ยวกับคนผู้นี้ให้ข้าฟังที! ข้ายอมยกหินวิญญาณทั้งหมดของเดือน นี้ให้เจ้าเลย!”
ใบหน้าของหลี่เยว่เยว่แดงก่าด้วยความสุดแสนตื่นเต้น
บทที่ 154 ประชัน
“ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์! พี่ผิงอัน… พี่ผิงอันมีข่าวแล้ว!”
หลี่เยว่เยว่วิ่งเข้าไปในห้องฝึกฝนของซ่งฮุ่ยผู้เป็ นอาจารย์ แล้ว โถมตัวเข้าสู่อ้อมแขนของซ่งฮุ่ยทันที
ซ่งฮุ่ยลืมตาขึ้นจากการฝึกฝน คู่เนตรงามใต้แพขนตายาวมอง ศิษย์ตรงหน้านางอย่างเอ็นดู
นับแต่สิ้นสามี นางก็มิได้สนใจชายใด และไร ้บุตรเป็ นของตน
ยามนางพาหลี่เยว่เยว่กลับส านัก นางเห็นเพียงอีกฝ่ ายมี ความสามารถ จนภายหลังเมื่อสนิทสนมกัน ซ่งฮุ่ยก็ถืออีกฝ่ ายเป็ น บุตรีนาง
“เยว่เยว่ เจ้าฝันอีกแล้วหรือ?”
ศิษย์นางผู้นี้ดีทุกเรื่อง แต่วัน ๆ พูดถึงแต่ ‘พี่ผิงอัน’ เสียได้
เมื่อหลายปีก่อน ซ่งฮุ่ยพบเด็กสองคนในหมู่บ้านซึ่งถูกโจรฆ่า ล้าง
หนึ่งคือหลี่เยว่เยว่ อีกหนึ่งชื่อเจียงผิงอัน
ขณะนั้น นางพาหลี่เยว่เยว่กลับมาเพียงคนเดียว คิดไปว่ายามห ลี่เยว่เยว่พบคนมากกว่านี้ นางจะลืมเจียงผิงอันไปเอง
แต่ผ่านไปหลายปี แม่หนูนี่ก็ยังพูดถึงอีกฝ่ ายทุกเช ้าค่าไม่มีลืม กระทั่งหลับฝันยังหลุดเรียกชื่อคนผู้นี้
เมื่อปีก่อน ซ่งฮุ่ยทนคารบเร ้าของหลี่เยว่เยว่ไม่ไหว จึงพานาง กลับไปหาเจียงผิงอันที่หมู่บ้าน
แต่อ าเภอเหลียนซานกลายเป็ นนรกบนดินไปแล้ว ผู้คนตกตาย สิ้น ไร ้ร่องรอยของเด็กหนุ่ม
นางคิดว่าหลี่เยว่เยว่น่าจะลืมเด็กหนุ่มชาวบ้านผู้นั้นไปได้แล้ว ทว่านางก็ยังมิอาจลืม ยังคงพูดถึงทุกวันเรื่อยไป
และวันนี้นางก็มาอีกแล้ว
“มิใช่ฝันเจ้าค่ะ! มีข่าวของพี่ผิงอันจริง ๆ ข้าได้ยินศิษย์พี่พูดกัน ว่าพี่ผิงอันชนะที่หนึ่งในการแข่งขันประลองร ้อยเมืองในแคว้นหมิง หวัง และยังเอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยางอะไรนั่นด้วย!”
หลี่เยว่เยว่กล่าวเสียงเจื้อยแจ้ว เล่าข่าวที่นางได้ยินมาแก่อาจารย์ ใบหน้าน้อยเปี่ยมความตื่นเต้น
ซ่งฮุ่ยลูบศีรษะน้อยของหลี่เยว่เยว่
“เจ้าคิดมากไปแล้ว พี่ผิงอันของเจ้าหามีพรสวรรค์ฝึกฝนใดไม่ ไม่ใช่คนเดียวกันหรอก”
นางเคยตรวจสอบพรสวรรค์ฝึกฝนของเจียงผิงอันมาก่อน และ เหตุที่นางไม่พาอีกฝ่ ายมาด้วยก็เพราะพรสวรรค์ของอีกฝ่ ายดาษดื่น อย่างยิ่ง
กระทั่งพรสวรรค์ของบริวารรับใช ้ทั่วไปของสานักเพียวเหมี่ยวยัง เทียบไม่ไหว
โลกหล้าช่างกว้างใหญ่ ชื่อเจียงผิงอันก็สุดดาษดื่น หากจะมีคน ชื่อซ้าโผล่มาก็เป็ นธรรมดา
“เป็ นไปไม่ได้! พี่ผิงอันของข้าแข็งแกร่งสุด ๆ เลยเจ้าค่ะ!” คู่เนตร กลมโตชุ่มฉ่าของหลี่เยว่เยว่เต็มไปด้วยความชื่นชม
นับแต่ยามนางยังเด็ก ครอบครัวของนางก็ต้องไปท างานในไร่ สวน เป็ นเจียงผิงอันที่ดูแลนางมาตลอด ทุกครั้งที่นางอยากกินถังหูลู่ เจียงผิงอันก็จะไปหามาให้
ซ่งฮุ่ยราพึง “ต่อให้พี่ผิงอันของเจ้าจะมากสามารถ ก็ไม่มีทาง เอาชนะร่างเทวะสุดขั้วหยางได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปีหรอกนะ”
“เป็ นไปได้สิเจ้าคะ! พี่ผิงอันของข้าแข็งแกร่งสุด ๆ ไปเลย!”
ใบหน้าน้อยน่าเอ็นดูของหลี่เยว่เยว่สุดแสนมาดมั่น
“อาจารย์จะสอนเจ้าเรื่องพรสวรรค์ให้นะ พรสวรรค์ร่างเทวะสุด ขั้วหยางคือจุดสูงสุดในโลกหล้าผู้ฝึกตน พี่ผิงอันของเจ้า…”
“พี่ผิงอันของข้าแข็งแกร่งสุด ๆ!”
ซ่งฮุ่ยพูดไม่ทันจบ หลี่เยว่เยว่ก็พูดขัดขึ้น
ไม่ว่านางจะพูดอะไร พี่ผิงอันของนางแข็งแกร่งที่สุดเสมอ
ซ่งฮุ่ยโมโหขบเขี้ยว หากมิใช่เพราะศิษย์นางน่ารัก คงจับตีก้นสั่ง สอนไปแล้ว
หลี่เยว่เยว่วางคางบนแขนของซ่งฮุ่ย ออดอ้อนเสียงอ่อนเสียง หวาน “ท่านอาจารย์ พาข้าไปพบพี่ผิงอันที่เทือกเขาไร ้สิ้นสุดได้ หรือไม่เจ้าคะ”
“ข้าได้ยินว่าร่างเทวะสุดขั้วหยางท้าสู้กับพี่ผิงอันที่นั่น พี่ผิงอันจะ ไประเบิดศีรษะสุนัขของอีกฝ่ ายแน่ ๆ!”
หลี่เยว่เยว่แยกเขี้ยวพลางเหวี่ยงหมัดน้อย ๆ ของนาง เกลียด แค้นร่างเทวะสุดขั้วหยางเสียเต็มประดา
ซ่งฮุ่ยอ้าปากคิดอธิบาย แต่ศิษย์นางผู้นี้เป็ นเพียงเด็กอายุสิบสอง ไม่มีทางฟังค าอธิบายของนางหรอก
“ช่างมันเถอะ ข้าจะไปหาโอสถแถวเทือกเขาไร ้สิ้นสุดพอดี ให้ เจ้าไปพินิจศึกก็ดีต่อการเติบโตของเจ้า จะได้ท าลายมโนเพ้อเจ้อของ เจ้าด้วย”
นางไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันที่โลกภายนอกลือกันจะเป็ นเด็กหนุ่ม ชาวบ้านที่นางเห็นเมื่อหลายปีก่อน
อีกฝ่ายหามีพรสวรรค์เช่นนั้นไม่ แตกต่างกันราวอยู่คนละโลก
“ขอบคุณท่านอาจารย์!”
หลี่เยว่เยว่เห็นซ่งฮุ่ยตกลง ก็หอมแก้มนางอย่างหนักหน่วง
ซ่งฮุ่ยส่ายหัวอย่างจนใจ ทว่าใบหน้าก็ยังประดับด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
หลี่เยว่เยว่ตื่นเต้นสุดขีด
นางสังหรณ์ว่าเจียงผิงอันผู้นั้นต้องเป็ นพี่ผิงอันแน่ ๆ!
เมื่อวันกาหนดศึกใกล้เข้ามา เจียงผิงอันก็เดินออกจากถ้าคูหา มาร
อวิ๋นหวงกับเซี่ยชิงรออยู่ที่ปากถ้าคูหามาร
“ไม่เห็นต้องมารอข้าที่นี่เลย”
เจียงผิงอันเจียนอายุสิบแปด ร่างของเขาสูงใหญ่ ใบหน้าค่อย ๆ เติบโตเป็ นผู้ใหญ่ แม้เขาจะมิได้หล่อเหลาเจิดจรัสเกินใคร แต่ก็ยังดูดี
สิ่งสะดุดตาที่สุดคือคู่เนตรเยือกเย็นอันลึกล้าเช่นห้วงจักรวาลอัน ไม่สอดคล้องกับอายุเลย
เซี่ยชิงก้าวเข้ามา คว้าเขาสู่อ้อมแขน ปากหยอกว่า “ข้าอยาก เห็นราชบุตรเขยของข้าออกมาด้วยตาตัวเองน่ะ”
“พี่หญิง ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด ท่านเป็ นองค์หญิง โปรดระวัง ค าพูดกิริยาด้วย”
เจียงผิงอันอยากดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของเซี่ยชิง แต่อีกฝ่ าย เป็ นยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ เขาใช ้กาลังเต็มที่ไปก็เปล่าประโยชน์
“ได้เวลาไปเทือกเขาไร ้สิ้นสุดแล้ว”
แม้เจียงผิงอันจะอยู่ในถ้าคูหามารมาตลอด เขาก็ยังได้ยินวาทะที่ เสวนากันภายนอก
ทราบว่าฉู่หยางท้าทายเขาให้ไปสู้กันที่เทือกเขาไร ้สิ้นสุด
หากเขาฆ่าฉู่หยางได้สองหน เขาก็ฆ่าฉู่หยางครั้งที่สามได้!
หากฆ่าฉู่หยางได้ ก็จะเป็ นการล้างแค้นอันเลิศล้าที่สุดของเจียง ผิงอัน
“อย่าได้เลินเล่อเชียว อีกฝ่ ายคิดเข้าร่วมกับเทวนิกายสุริยัน เทวนิกายสุริยันเป็ นตัวตนอันเทียบได้กับต้าเฉียนและแดนศักดิ์สิทธิ์ เทียนเจ๋อ มีวิชาลับมากมายและยอดฝีมือยากคาดเดา”
เซี่ยชิงหยุดล้อเล่น ปล่อยตัวเจียงผิงอัน ใบหน้างดงามเปี่ ยม ความเคร่งขรึม
แม้น้องชายของนางผู้นี้จะแข็งแกร่ง ทว่าฉู่หยางแข็งแกร่งกว่า
หนึ่งในร่างเทวะสูงสุดในโลกหล้ามิใช่เรื่องเล่น
สีหน้าของเจียงผิงอันเยือกเย็น “ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องสู้ศึกนี้อยู่ดี มิใช่หรือ?”
เจียงผิงอันตอบรับ
ต้าเซี่ยและต้าฉู่ลงนามในพันธสัญญาวิถีสวรรค์ร่วมกัน
เหตุการณ์นี้ดึงความสนใจของสองแดนดินและกระทั่งแว่นแคว้น ใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว
แน่นอน ผู้คนส่วนใหญ่แค่อยากเห็นว่าร่างเทวะสุดขั้วหยางใน ต านานแข็งแกร่งเพียงไร
ส่วนเจียงผิงอันนั้น แทบไร ้ผู้ใดใส่ใจ
ได้ยินมาว่าเจียงผิงอันไร ้สายเลือดระดับสูงใด ๆ แล้วเขาจะสู้ร่าง เทวะสุดขั้วหยางในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดได้อย่างไร?
วังหลวงต้าฉู่ ในดินแดนลับแห่งหนึ่ง
ฉู่หยางในขณะนี้กาลังสู้กับผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดผู้หนึ่ง เขาสยบอีกฝ่ ายลงกองกับพื้น เปลวเพลิงอันน่า สะพรึงกลัวเพิ่มอุณหภูมิทั่วดินแดนลับกรุ่นระอุ
ขณะนั้นเอง ชายชราผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
“เจียงผิงอันตอบตกลงแล้ว”
เมื่อได้ยินข่าวนี้ ปราณของฉู่หยางก็แปรเปลี่ยนมหาศาล เขา ออกหมัดชกร่างผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้นั้น กระเด็นไปหลายสิบลี้
ผู้ฝึ กตนขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้นั้นบาดเจ็บ สาหัสกระอักเลือด
“ฮ่า ๆ ๆ~”
ฉู่หยางเชิดหน้าแผดหัวเราะ ฤทธาเพลิงในกายพล่านพลุ่งเร่งสูง
“เยี่ยม! ประเสริฐจริง ๆ!”
เขาไม่ลืมความอัปยศที่ถูกสะบั้นหัวสองครั้งติด
ความอัปยศนี้ทาให้เขาฝึกฝนทุกวันคืน
เพื่อล้างแค้นคืนศักดิ์ศรี
“เจียงผิงอัน! รัชทายาทผู้นี้จะให้เจ้าได้เห็นเองว่าเราต่างชั้นกัน เพียงไร!”
แม้เจียงผิงอันจะเจิดจรัสอย่างยิ่งในขอบเขตสร ้างรากฐาน แต่ ทั้งหมดก็เพราะมีอานาจภายนอกช่วยเหลือ
ในขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ระดับความเข้าใจกฎเกณฑ์และ ความแข็งแกร่งของเคล็ดวิชาจะเป็ นตัววัดความแข็งแกร่งของผู้ฝึก ตน
เขาทาความเข้าใจหนึ่งกฎเกณฑ์สมบูรณ์ และยังเรียนเคล็ดวิชา จากเทวนิกายสุริยันมาแล้ว
ผู้ฝึกตนทั่วไปอย่างเจียงผิงอันจะเอาสิ่งใดมาสู้กับเขา?
ยามล้างแค้นเสร็จสิ้น เขาจะไปประชันอัจฉริยะที่แท้จริงในเทวนิ กายสุริยัน ณ แดนทักษิณต่อ
และเจียงผิงอันก็เป็ นเพียงผู้ผ่านทางเล็กจ้อยในชีวิตนี้ เดี๋ยวก็จะ ถูกหลงลืมไปเอง
บทที่ 155 น้องหู่นิว
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยพาเจียงผิงอันไปที่เทือกเขาไร ้สิ้นสุด
เทือกเขาไร ้สิ้นสุดเป็ นเทือกเขามหึมาอันพาดผ่านแดนบูรพา มี สัตว์ร ้ายชวนสะพรึงมากมาย และแน่นอนว่ามีสมบัติฟ้ าดินเกินนับ ถ้วน
ต้าฉู่มีพรมแดนติดกับต้าเซี่ย คั่นไว้โดยเทือกเขาไร ้สิ้นสุด
ยอดเขาซึ่งเป็ นชายแดนเชื่อมต่อสูงหลายพันจั้ง ปกคลุมด้วย หิมะ สายลมเย็นเยือกพัดโหม
ปกติแล้วไม่มีผู้ใดมาที่นี่ แต่วันนี้มียอดฝี มืออันแผ่บรรยากาศ ชวนสะพรึงมารวมตัวกันมากมาย
ด้วยการปรากฏตัวของยอดฝีมือกลุ่มนี้ สายลมหนาวเยือกพลัน สลายสิ้น ฟ้ าดินเงียบสงัดวังเวง
“เสื้อผ้าของคนผู้นั้นดูคล้ายคนจากราชวงศ์แคว้นหลิงไถเลย”
“รัชทายาทของเมืองชิวซานก็มาด้วย!”
“มีคนจากต่างเมืองมาชมศึกนี้เยอะเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ศึกระหว่างขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดมีดีอะไรให้ดู มีแต่จะมา สานสัมพันธ ์กับรัชทายาทต้าฉู่ ฉู่หยางเสียมากกว่า!”
ร่างเทวะสุดขั้วหยาง ในฐานะหนึ่งในร่างเทวะสูงสุดในโลกหล้า จึงดึงความสนใจจากผู้ทรงอ านาจต่างแดนดินมากมาย
พวกเขาอยากเห็นกับตาว่าร่างเทวะสุดขั้วหยางน่าสะพรึงกลัว เพียงไร
หากเป็ นไปได้ ก็จะผูกมิตรสร ้างสัมพันธ ์อันดีต่อกันไปเลย
ได้ยินว่าฉู่หยางจะออกจากต้าฉู่ ไปเป็ นบุตรศักดิ์สิทธิ์ที่เทวนิกาย สุริยัน
การเป็ นบุตรศักดิ์สิทธิ์หมายความว่า ภายหน้าเขามีโอกาสได้ เป็ นผู้น าเทวนิกายสุริยันสูงมาก!
หากไม่รีบผูกมิตรไว้ ภายหน้าก็ไม่มีโอกาสแล้ว
“คนจากต้าเซี่ยมาถึงแล้ว!”
ไม่รู ้ผู้ใดตะโกนขึ้น ทุกผู้ต่างหันไปมองหนึ่งพื้นที่ไกล ๆ
กลุ่มยอดฝีมือจากต้าเซี่ยมาถึงแล้ว
ทุกสายตามาหยุดที่เด็กหนุ่มวัยสิบแปดผู้หนึ่ง
สีหน้าของเด็กหนุ่มสุขุม มิอาจสืบความคิดความรู ้สึกได้
“โง่เง่าสิ้นดี ยังกล้ามาสู้อีก”
“หากสู้ไม่ได้แล้วไม่รู ้ศักดิ์ศรีของต้าเซี่ยก็พินาศหมด”
“การต่อสู้มีศักดิ์ศรีที่ไหน สุดท้ายก็พ่ายอยู่ดี”
หากเป็ นในอดีต ยามยอดฝีมือจากต้าเซี่ยมาถึง ผู้คนจากเมือง เล็กอื่น ๆ จะเข้ามาคารวะทักทายก่อน
แต่วันนี้ ไร ้ผู้ใดมาเสวนากับคนจากต้าเซี่ย
กลับกัน เมื่อพวกเขาเห็นคนจากต้าเซี่ยมาถึง ต่างก็รีบถอยไป ไกลด้วยกลัวว่าคนจากต้าฉู่จะเข้าใจผิดเมื่อเห็นเข้า
ซ่งฮุ่ย ผู้อาวุโสใหญ่จากสานักเพียวเหมี่ยวยืนบนเมฆา กล่าว กับหลี่เยว่เยว่ข้างกายว่า
“ดูสิ คนผู้นั้นเหมือนพี่ผิงอันของเจ้าหรือ? ไม่เลยสักนิด”
หลี่เยว่เยว่จ้องมองเด็กหนุ่มวัยสิบแปดผู้นั้นอย่างกระวนกระวาย
เด็กหนุ่มผู้นี้แตกต่างจากพี่ผิงอันเมื่อสี่ปีก่อนลิบลับ
แต่นางรู ้สึกว่าอีกฝ่ายก็คือพี่ผิงอันของนาง
ทว่านางมิกล้ายืนยัน ด้วยกลัวจะผิดหวังอีกครั้ง
เมื่อมาถึงภูเขาท่ามกลางหิมะ เซี่ยชิงก็เตือนเจียงผิงอันอีกครั้ง
“หากภายหลังเอาชนะมิได้ บอกข้าทันทีเลยนะ แม้จะเป็ นศึกชี้วัด เป็ นตาย เราจะไม่ปล่อยเจ้าตายแน่นอน”
ขณะที่เจียงผิงอันกาลังจะตอบ จู่ ๆ เขาก็เห็นบางสิ่งแล้วผงะไป เล็กน้อย
เซี่ยชิงสังเกตสีหน้าของเจียงผิงอันแล้วมองตามไป
ผู้ฝึกตนหญิงงดงามเปี่ยมเสน่ห์นางหนึ่งยืนบนเมฆา มีเด็กสาว สิบเอ็ดสิบสองปีผู้หนึ่งติดตาม
เซี่ยชิงรู ้จักหญิงงามนางนี้ นางคือผู้อาวุโสใหญ่ของสานักเพียว เหมี่ยว ซ่งฮุ่ย
เซี่ยชิงส่งกระแสปราณหยอกเจียงผิงอัน “อะไรนี่ เจ้าชอบหญิง งามแบบนั้นหรือ?”
ปกติเจ้าหนูนี่เคร่งขรึมยิ่ง กระทั่งหญิงงามอย่างอวิ๋นหวงและนาง ยังไม่ชายตาแล แต่วันนี้เขากลับจ้องหญิงงามอย่างซ่งฮุ่ยตาค้าง
เจียงผิงอันพลันทะยานไปหา
เซี่ยชิงผงะ เจ้าเด็กนี่คงมิได้ชอบหญิงงามเช่นนี้หรอกกระมัง?
ซ่งฮุ่ยเห็นเจียงผิงอันเหินมาหา ม่านตาของนางก็ค่อย ๆ หดตัว
หรือเด็กหนุ่มผู้นี้……
เจียงผิงอันเหินมาตรงหน้าซ่งฮุ่ย กุมกาปั้นคารวะนาง “ผู้อาวุโส ขอบคุณที่ชี้แนะเมื่อกาลก่อน”
หัวใจของซ่งฮุ่ยสั่นกระตุกรุนแรง
เป็ นเขาจริง ๆ ด้วย!
เป็ นไปได้อย่างไรกัน!
ผ่านไปเพียงสี่ปี เขากลับฝึกฝนถึงขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด แล้ว!
ความเร็วการฝึกฝนเช่นนี้ ในสานักมีผู้เทียบได้เพียงอัจฉริยะไม่กี่ คนเท่านั้น
ตอนนางตรวจพรสวรรค์ของเขา มันธรรมดายิ่งแท้ ๆ เหตุใดจึง สาเร็จเลิศล้าได้เพียงนี้?
เจียงผิงอันซาบซึ้งน้าใจผู้อาวุโสท่านนี้นัก แม้อีกฝ่ ายจะมิได้พา เขาไป แต่หากมิใช่อีกฝ่ ายทิ้งเคล็ดกาหนดลมหายใจปฐพีและหิน วิญญาณสามก้อนไว้ให้เขา เขาคงตายไปนานแล้ว
“ผู้อาวุโส ขอบังอาจถาม น้องหู่นิวยังอยู่ดีหรือไม่ขอรับ?”
เหตุที่เจียงผิงอันมาหานางก็เพื่อถามถึงน้องหู่นิว
น้องหู่นิวก็ไร ้ญาติขาดมิตรเช่นเขา ไม่รู ้ว่าป่ านนี้จะเป็ นเช่นไร แล้ว ยังจ าเขาได้หรือไม่
“พี่ผิงอัน!!”
ข้างกายนาง หลี่เยว่เยว่มิอาจทานทน โถมตัวร่าไห้ในอ้อมแขน ของเจียงผิงอัน
แขนเพรียวบางโอบรอบคอเจียงผิงอัน เรียวขากอดเกี่ยวไม่ ปล่อย ราวกลัวเขาจะหนีไป
เจียงผิงอันผงะ
“น้องหู่นิว?”
ในความประทับใจของเขา น้องหู่นิวเป็ นเด็กตัวผอมแห้งขี้มูกโป่ง วัน ๆ ชอบเล่นกับโคลน
ไม่ได้พบกันไม่กี่ปี แต่อีกฝ่ายกลับเติบใหญ่ได้น่ารักเพียงนี้แล้ว
อ านาจแห่งกาลเวลาเกินคาดคิดจริง ๆ
“พี่ผิงอัน! หู่นิวคิดถึงพี่นัก! โฮ”
หลี่เยว่เยว่แขวนตัวไว้กับเจียงผิงอันพลางร่าไห้อย่างคิดถึง ใน ที่สุดนางก็ได้พบพี่ผิงอันอีก
เจียงผิงอันกอดปลอบอีกฝ่ ายเบา ๆ “ข้าก็คิดถึงน้องหู่นิ ว เหมือนกัน”
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยมองเซี่ยชิงอย่างสงสัย “เจียงผิงอันรู ้จักคน จากสานักเพียวเหมี่ยวได้อย่างไรกัน?”
“ข้าก็ไม่รู้”
เซี่ยชิงเหินมาตรงหน้าซ่งฮุ่ย “ผู้อาวุโสซ่ง หวังว่าท่านจะยังสุข สบายดี”
“ยินดีกับองค์หญิงเก้าด้วยที่บรรลุขอบเขตแปรเทวะ” ซ่งฮุ่ยแสดง ความยินดี
ทั้งสองเสวนาตามมารยาท
“ผู้อาวุโสซ่ง มิคาดเลยว่าท่านก็รู้จักน้องชายข้าเช่นกัน ช่างเป็ น ชะตาจริง ๆ” เซี่ยชิงกล่าวยิ้ม ๆ
ซ่งฮุ่ยส่ายหัว “ข้าไม่รู้จักหรอก”
นางเล่าเรื่องที่เกิดเมื่อสี่ปีก่อนออกมา
เซี่ยชิงมิคาดว่าเจียงผิงอันจะเดินทางสู่วิถีการฝึกฝนในลักษณะนี้
หินวิญญาณสามก้อนและหนึ่งวรยุทธ ์ทั่วไป พัฒนาได้ถึงจุดนี้
ซ่งฮุ่ยกล่าวกับหลี่เยว่เยว่ว่า “เสี่ยวเยว่ ลืมที่อาจารย์บอกเจ้าแล้ว หรือ มีมารยาทหน่อย สตรีมิควรใกล้ชิดบุรุษเช่นนั้น”
แม้นางจะตกใจกับความส าเร็จของเจียงผิงอัน นางก็มิอาจ ใกล้ชิดคนผู้นี้ได้ มิเช่นนั้นนางก็จะถูกลากไปพัวพันได้ง่าย ๆ
“พี่ผิงอันมิใช่คนนอกเสียหน่อย”
หลี่เยว่เยว่กอดเจียงผิงอันไม่ปล่อย นางถูไถร่างของเจียงผิงอัน ราวลูกแมวน้อย สูดดมกลิ่นของอีกฝ่ายอย่างโหยหา
เจียงผิงอันเห็นแม่หนูนี่ยังชอบตัวติดกับเขาเหมือนกาลก่อน ใบหน้าอันเย็นชาก็อ่อนลง
“น้อง… เสี่ยวเยว่ ลงมาเถอะ”
แม่หนูนี่โตแล้ว เรียกด้วยชื่อเล่นต่อไปไม่ได้
“โอ้”
เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน หลี่เยว่เยว่ก็ปล่อยอีกฝ่ ายอย่างไม่ เต็มใจ แต่ยังคงกอดแขนเขาไว้
“พี่ผิงอัน……”
ขณะที่หลี่เยว่เยว่กาลังจะพูดอะไร หนึ่งปราณอันแข็งแกร่งพลัน ปรากฏขึ้นจากไกล ๆ
เมื่อซ่งฮุ่ยเห็นผู้มา สีหน้าของนางก็แปรเปลี่ยน พาหลี่เยว่เยว่ ถอยออกจากเจียงผิงอันอย่างรวดเร็ว
ต้องมิให้คนจากต้าฉู่รู ้เด็ดขาดว่าหลี่เยว่เยว่มีความสัมพันธ ์กับ เจียงผิงอัน!
คนจากต้าฉู่หาปิดบังปราณไม่ ราวเป็ นผู้ปกครองโลกา รอให้ ปวงชนมากราบกราน
ฉู่หยางปลดปล่อยปราณทรงพลังที่สุด ทั่วร่างแผดผลาญเยี่ยง ดวงตะวัน เป็ นจุดสนใจแห่งปวงชน
“คนผู้นั้นหรือร่างเทวะสุดขั้วหยาง? ปราณน่ากลัวอะไรเช่นนี้”
“เพียงอยู่ในขั้นต้นขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดยังแข็งแกร่งได้ เพียงนี้ ภายหน้าจะเลิศล้าได้เพียงไร?”
“รัชทายาทฉู่หยาง ข้าคือรัชทายาทจากเมืองชิวซาน อยากเชิญ ท่านสู่เมืองชิวซานของข้าในฐานะอาคันตุกะ”
รัชทายาทแห่งเมืองชิวซานเข้าไปแสดงน้าใจประจบประแจง
ฉู่หยางช าเลืองรัชทายาทแห่งเมืองชิวซานแล้วโบกมือน้อย ๆ
เปลวเพลิงอหังการแผดผลาญ เผาอีกฝ่ ายเป็ นจุณในพริบตา มิ อาจขัดขืนต่อต้านใด ๆ
“ขยะพรรค์ไหนกล้ามาเสวนากับข้า คู่ควรเชิญรัชทายาทผู้นี้ไป เป็ นแขกด้วยหรือ?”
ฉู่หยางเย่อหยิ่งยิ่งนัก เขาได้เป็ นบุตรศักดิ์สิทธิ์ทันทีที่ได้เข้า ร่วมกับเทวนิกายสุริยัน ทั่วทั้งแดนบูรพา มีเพียงแดนศักดิ์สิทธิ์และ ตระกูลโบราณเท่านั้นที่คู่ควรเสวนาด้วย
ยามคนจากเมืองชิวซานเห็นเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาก็ แปรเปลี่ยนมหันต์ รัชทายาทของเมืองพวกเขาตกตายเช่นนี้!
คนของเมืองชิวซานมิกล้าแสดงโทสะ จึงถอยกรูดทะยานจาก กลับไปรายงานข่าวกับเมืองตน
ต้าฉู่แข็งแกร่งกว่าเมืองชิวซานของพวกเขา และยังร่วมมือกับ เทวนิกายสุริยัน พวกเขาจึงมิกล้าล่วงเกินใด ๆ
มหาอานาจอื่นที่คิดผูกมิตรพากันชะงักเท้ายามเห็นเช่นนี้
สายตาของฉู่หยางจ้องมองเจียงผิงอัน ความแค้นอัดสุมในใจ
“สารเลว ยามนี้ข้าให้โอกาสเจ้า มาคุกเข่าโขกหัวยอมรับผิด ตรงหน้าข้าเสีย แล้วรัชทายาทผู้นี้จะให้เจ้าตายดี!”
บทที่ 156 ประมือฉู่หยางอีกครั้ง
วันนี้จุดประสงค์การมาของฉู่หยางก็เพื่อจบทุกผลกรรม สังหาร เจียงผิงอันเสีย
หลังจากนั้น เขาจะออกจากต้าฉู่ไปสู่เทวนิกายสุริยัน ตั้งใจแสวง เส้นทางเซียน ประชันกับอัจฉริยะยิ่งใหญ่
ฉู่หยางเป็ นดั่งดวงตะวัน เจิดจรัสแผดผลาญ ยอดฝีมือมากมาย ล้วนถูกกลบรัศมี
เมื่อเห็นท่าทีถือดีของเขา คนมากมายมิเพียงไม่เดียดฉันท์ ยังยิ่ง เคารพนับถือ
ในโลกหล้า ผู้แข็งแกร่งถูกทุกอย่าง
แม้ฉู่หยางจะยังเรียกมิได้ว่าเป็ นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง เขาก็มี คุณสมบัติท าได้
ด้วยการสนับสนุนจากเทวนิกายสุริยัน เขาจะโด่งดังทั่วโลกหล้า ในภายหน้าแน่นอน
ต้าเซี่ยที่น่าสงสาร มีอัจฉริยะเช่นนี้ในหมู่อริช่างอับโชคยิ่ง
ซ่งฮุ่ยมองเจียงผิงอันพลางร าพึงในใจ
เริ่มฝึ กฝนยามสิบสี่ บรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดในสี่ปี เดิมทีเขามีอนาคตกว้างไกล แต่กลับมาเป็ นอริกับฉู่หยาง
น่าเสียดายที่เขาต้องตกตายที่นี่วันนี้
หวังว่าเสี่ยวเยว่จะได้ประจักษ์ถึงความโหดร ้ายของโลกหล้าผู้ฝึก เซียนและฝึกฝนหนัก
ทุกผู้ต่างพากันถอย ในระยะร ้อยลี้บนภูเขาอันจมในหิมะเหลือ เพียงพวกเขาสองคน
หนึ่งแผ่ปราณบ้าคลั่ง กวนพายุพัดตลบ
หนึ่งปราณนิ่งสงบ เยี่ยงทะเลไร ้คลื่น
ฉู่หยางกล่าวกับเซี่ยชิงอย่างถือตัว “ข้าจะให้โอกาสต้าเซี่ยของ เจ้ารอด ให้เจ้ากับอวิ๋นหวงแต่งงานกับข้า มาเป็ นคนของต้าฉู่เสีย หา ไม่ พวกเจ้าต้าเซี่ยจะพินาศสิ้น!”
สตรีทั้งสองล้วนมากฝี มือ ซ้ายังงดงามนัก มีคุณสมบัติเป็ น ผู้หญิงของเขา
รอยยิ้มหยันปรากฏบนใบหน้าเซี่ยชิง “เจ้าเหมือนขยะเกินไป หากไร ้ของช่วยชีวิต ก็คงถูกน้องชายข้าสังหารไปนานแล้ว”
สีหน้าของฉู่หยางแข็งค้าง กาหมัดข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน “นังนี่ เจ้ารอ ก่อนเถอะ ไม่ช ้าก็เร็ว สักวันข้าจะทาลายต้าเซี่ย ส่งเจ้าไปเป็ นคณิกา ชั้นต่าในหอนางโลม!”
แล้วเขาก็หันมามองเจียงผิงอัน
“รัชทายาทผู้นี้จะให้เจ้าได้ประจักษ์ว่าเราสองคนต่างชั้นเพียงไร! สามกระบวนท่า! แค่สามกระบวนท่าก็จบชีวิตเจ้าได้แล้ว!”
ฉู่หยางเหวี่ยงหมัด ใช ้หมัดผลาญสวรรค์ วิชาลับสูงสุดของต้าฉู่ ออกมาทันที คลื่นความร ้อนชวนสะพรึงหลอมหิมะบนภูเขาละลาย เหลว
หมัดนี้พุ่งตรงไปหาเจียงผิงอัน ความเร็วสูงอย่างยิ่ง มิอาจเลี่ยง หลบได้เลย
เจียงผิงอันมิคิดหลบ เขายกมือขึ้น แล้วกฎแห่งกาลังก็แผ่ออก
บริเวณหนึ่งลี้รอบตัวกลายเป็ นศูนย์กลางกลายเป็ นอาณาเขต ของเขา
หมัดผลาญสวรรค์เจือกฎเกณฑ์เข้ามาในอาณาเขตของเจียงผิง อัน แล้วเปลวเพลิงบนหมัดก็ค่อย ๆ จางไป
ท้ายที่สุด มันก็กลายเป็ นคลื่นความร ้อนพัดผ่านเรือนผมของ เจียงผิงอันจนปลิวไสวน้อย ๆ ไร ้ความเสียหายใด ๆ
“หมัดอู๋จี๋ขั้นสาม! เจ้าเด็กนี่ฝึกฝนวรยุทธ ์นี่ได้ถึงเพียงนี้แล้ว”
ทุกผู้ล้วนเป็ นยอดฝีมือมากความรู ้ จึงทราบวรยุทธ ์ที่เจียงผิงอัน ใช้ทันที
หมัดอู๋จี๋ขึ้นชื่อยิ่งว่าฝึกยาก และต้องใช ้ความอดทนมหาศาลกว่า จะเรียนได้
แม้วรยุทธ ์นี้จะโดดเด่นด้านป้ องกัน แต่มันก็ขาดความสามารถ ด้านโจมตี จึงเป็ นวิชาสายกระสอบทรายที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ
ฉู่หยางพุ่งมาตรงหน้าเจียงผิงอันในพริบตา แล้วออกหมัดอัน ร ้อนแรงทรงพลังเข้าใส่
เจียงผิงอันมิได้รีบร ้อน ใช ้หมัดอู๋จี๋ยืมกาลังอีกฝ่ ายสนองตัวอย่าง สุขุม
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
เพียงเสี้ยวลมหายใจ ทั้งสองก็ประมือกันเป็ นพัน ๆ หน
อานาจจากการปะทะของทั้งสองทาให้ภูเขาท่ามกลางหิมะเบื้อง ใต้แหลกเละ เศษศิลากลิ้งกระจาย
สายตาของเจียงผิงอันยังคงสุขุมเหมือนเคย “สามกระบวนท่าที่ เจ้าว่าผ่านไปแล้ว อีกเดี๋ยวจะถึงสามพันกระบวนท่าแล้วนะ”
“หุบปาก!”
ฉู่หยางรู ้ว่าอีกฝ่ายจงใจยั่วโมโห ออกโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
ทั้งสองประชันกันหลายพันกระบวน หมัดกระแทกหมัด โถม ทะยานสิบกว่าลี้
ฉู่ หยางมองเจียงผิงอันอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าบรรลุหนึ่ง กฎเกณฑ์สมบูรณ์แล้ว!”
หากเป็ นผู้ฝึกตนทั่วไป ต่อให้ใช ้หมัดอู๋จี๋ได้ ก็ต้องถูกกฎแห่งอัคคี ของเขาผลาญไหม้เป็ นเถ้า แต่อีกฝ่ายกลับอยู่ได้สบายดี
สถานการณ์เช่นนี้เป็ นไปได้เพียงหนึ่ง คือการบรรลุกฎเกณฑ์ ของเจียงผิงอันมิได้ด้อยไปกว่าเขา! บรรลุหนึ่งกฎเกณฑ์สมบูรณ์แล้ว เหมือนกัน!
อายุเพียงสิบแปดก็บรรลุหนึ่งกฎเกณฑ์ หากมิใช่เพราะเขามาก พรสวรรค์ เข้ากันได้กับกฎเกณฑ์ดีเยี่ยมเช่นร่างเทวะวิหคอมตะและ ร่างเทวะสุดขั้วหยาง ความเร็วการเข้าใจกฎเกณฑ์จึงจะสูง
มิเช่นนั้นก็ต้องมีทรัพยากรมากมาย
แต่นั่นหมายความว่าต้องใช ้ทรัพยากรมหาศาลจนน่าสะพรึงกลัว รัชทายาทจากเมืองทั่วไปยังมิได้รับการปฏิบัติด้วยเช่นนี้เลย
เซี่ยหยวนเฮ่า จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยส่งกระแสปราณถามเซี่ยชิงผู้ เป็ นบุตรี “เจ้าให้กฎเกณฑ์กับเจียงผิงอันไปกี่มากน้อย?”
การบรรลุหนึ่งกฎเกณฑ์รวดเร็วเพียงนี้ เทียบได้กับขั้นปลาย ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ต้องใช้ทรัพยากรไปมหาศาลเป็ นแน่
เซี่ยชิงไร ้วาจาจะกล่าว เพราะนางไม่ได้ให้กฎใด ๆ กับเจียงผิงอัน เลย
แม้เซี่ยชิงจะตกใจ แต่นางก็ชาชินเสียแล้ว
ทุกหนึ่งชั่วกาล เด็กนี่จะมีเรื่องน่าตกใจมาให้พบเจอเสมอ
ยามนี้ ต่อให้เจียงผิงอันนาพู่กันพิพากษาอีกด้ามออกมา นางก็ ไม่ตกใจแล้ว
เจียงผิงอันมีความลับมากมายนัก
เซี่ยหยวนเฮ่าถ่ายทอดกระแสปราณถามต่อ “เหตุใดเจียงผิงอัน จึงไม่ปล่อยร่างขอบเขตผนึกวิญญาณออกมาเล่า ร่างนั้นแข็งแกร่ง ที่สุดมิใช่หรือ?”
ร่างนี้ของเจียงผิงอันฝึกฝนกายา ขอบเขตเสวี่ยตาน อานาจต่อสู้ ดูไม่แข็งแกร่งนัก
ร่างที่แข็งแกร่งสูงสุดของเจียงผิงอันน่าจะเป็ นร่างที่สร ้างขอบเขต ผนึกวิญญาณขึ้นมาเอง
เซี่ยชิงส่ายหัว “เขามีความคิดของเขา บางทีอาจกาลังเตรียม ลอบโจมตีอยู่ก็ได้เพคะ”
แสดงความอ่อนแอออกมาก่อนจึงลอบโจมตี นับว่าสมเป็ นเจียง ผิงอันนัก
บนสมรภูมิ ฉู่หยางจ้องเจียงผิงอันด้วยใบหน้าหมองคล้า
“ข้าประเมินเจ้าต่าไป ดูเหมือนต้าเซี่ยจะทุ่มทรัพยากรไปกับการ ฝึกฝนเจ้ามากนัก”
“แต่เจ้าคิดหรือว่าบรรลุหนึ่งกฎเกณฑ์แล้วจะสู้กับรัชทายาทผู้นี้ ได้?”
“ข้าจะให้เจ้าเห็นเองว่าสายเลือดชั้นสูงเป็ นเช่นไร!”
ฉับพลันอีกหนึ่งกฎเกณฑ์อันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาจาก ร่าง
หัวใจของยอดฝีมือทั้งหลายต่างสะท้าน
“กฎเกณฑ์แห่งทอง!”
“ปรากฏว่าฉู่หยางบรรลุสองกฎเกณฑ์ในคราวเดียว!”
“กฎเกณฑ์แห่งทองนี้ดูไม่แข็งแกร่งนัก แต่การบรรลุสอง กฎเกณฑ์เช่นนี้ เจียงผิงอันต้านมิได้แน่”
ใช่แล้ว สาหรับผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั่วไป การ บรรลุกฎเกณฑ์ไม่ง่ายเลย
อัจฉริยะทั้งหลายซึ่งมีทรัพยากรหนุนเสริมจึงมีโอกาสทาความ เข้าใจสองกฎเกณฑ์ในขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด
ส่วนผู้ฝึกตนทั่วไปนั้น มีเพียงยามบรรลุขอบเขตแปรเทวะ จึงมี โอกาสและพลังมาทาความเข้าใจกฎเกณฑ์ที่สอง
ต้องทราบว่าฉู่หยางในขณะนี้อายุเพียงยี่สิบ ยังมีเวลาให้ฝึกฝน มากมาย
ฉู่หยางจู่โจมเจียงผิงอันอีกครั้ง ด้วยการหนุนเสริมจากกฎเกณฑ์ แห่งทอง อ านาจของเขายิ่งทวีความชวนสะพรึง
สีหน้าของเจียงผิงอันยังคงเยือกเย็น แล้วใช ้วิชาเทียมเทพ สงคราม
ล าน าศึกโบราณข้ามมิติเวลา เสียงรัวกลองกึกก้องในฟ้ าดิน ชวนให้หัวใจปวงชนเต้นระส่า
กฎจ านงสัประยุทธ ์อันทรงพลังโอบล้อมร่างของเจียงผิงอัน รัศมี ศักดิ์สิทธิ์สาดส่อง โถมทะยานสู่เก้าชั้นสรวง
เจียงผิงอันดูราวถูกเทพสงครามประทับร่าง ออกหมัดชกฉู่หยาง กระเด็นไปอีกครั้ง
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
ร่างของฉู่หยางกระแทกทะลุภูเขาสูงสี่ห้าลูกติดต่อกัน ภูเขา เหล่านั้นระเบิดแหลก
เจียงผิงอันยืนกลางอากาศ มองฉู่หยางด้วยสายตาลึกล้า “หาก เจ้ามีพลังต่อสู้แค่นี้ ข้าจะผิดหวังมากนัก”
เมื่อเห็นอาภรณ์ศึกบนร่างเจียงผิงอันและฉู่หยางผู้ถูกต่อย กระเด็น ทุกผู้ล้วนเบิกตากว้าง
“กฎจ านงสัประยุทธ์!”
“เจียงผิงอันก็บรรลุสองกฎเกณฑ์เช่นกัน!”
“เขาไม่มีทางท าความเข้าใจกฎจ านงสัประยุทธ์ได้เอง ต้องใช้ โลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์เช่นกาลก่อนเป็ นแน่”
ยอดฝีมือทั้งหลายล้วนคิดไปว่าเดี๋ยวเจียงผิงอันก็พ่ายแล้ว แต่กฎ จานงสัประยุทธ ์ทาให้ทุกผู้ตื่นตะลึง
หลี่เยว่เยว่ถืออาวุธวิเศษทรงกระบอกเดี่ยวสาหรับส่องทางไกลไว้ ในมือ ก าลังพินิจศึก
เมื่อเห็นเจียงผิงอันชกฉู่หยางกระเด็นไป นางก็กระโดดโลดเต้น ผมแกละกระเด้งกระดอน
“ท่านอาจารย์! ท่านเห็นหรือไม่? พี่ผิงอันแข็งแกร่งมากจริง ๆ นะ! หล่อสุด ๆ เลย!”
ใบหน้าน้อยของหลี่เยว่เยว่เต็มไปด้วยความชื่นชม
เหล่าศิษย์ส านักเพียวเหมี่ยวอวดโอ่ฤทธาของตนอยู่ทุกวัน แต่ พวกเขาล้วนพูดเป็ นเสียงเดียวว่ามิอาจชนะร่างเทวะสุดขั้วหยางได้ แล้วพี่ผิงอันทาได้!
ว่าแล้วเชียว ไร ้ผู้ใดเทียบชั้นพี่ผิงอันได้เลย
ซ่งฮุ่ยดูเหม่อลอยเล็กน้อย การกระท าของเจียงผิงอันท าให้นาง ประหลาดใจจริงแท้
แต่เจียงผิงอันมิอาจชนะได้ เหตุที่ร่างเทวะถูกเรียกว่าร่างเทวะนั้น ห่างไกลเกินเอาชนะนัก
บทที่ 157 กายาศักดิ์สิทธิ์เทียม
ฉู่หยางถูกฝังในภูเขา เพลิงแผดผลาญปะทุออกจากกาย ระเบิด ภูเขาลูกนั้นแหลก
“ไอ้เวร! ข้าขอดูหน่อยว่าเจ้ายังมีโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ให้ ผลาญอีกสักเท่าไหร่กันเชียว!”
เขาคิดว่าที่เจียงผิงอันแข็งแกร่งเพียงนี้ ต้องเป็ นเพราะซ่อนโลหิต ผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ไว้ในตัวแน่
ร่างของฉู่หยางแผ่รัศมีแดงเฉิดฉัน พุ่งเข้าจู่โจมเจียงผิงอันอีก ครั้ง
เจียงผิงอันเหวี่ยงหมัดเข้ารับ วิชาเทียมเทพสงครามขั้นสองทวี ความแข็งแกร่งสามเท่า โอบล้อมกายด้วยกฎแห่งก าลังและกฎจ านง สัประยุทธ ์
หนึ่งศึกอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้น เปลวเพลิงผลาญนภา มวล ขุนเขาถล่มแหลก ป่าไม้เบื้องล่างมอดไหม้ วิหคสัตว์ป่าแตกกระเจิง
ทั้งต้าเซี่ยและต้าฉู่ล้วนตึงเครียดสุดขีด
โดยเฉพาะยอดฝี มือจากต้าฉู่ที่ไม่เคยคาดคิดว่าเจียงผิงอันจะ แข็งแกร่งเพียงนี้
เห็นกันชัด ๆ ว่าสายเลือดเด็กนี่มิได้สูงส่ง เหตุใดจึงแข็งแกร่ง เช่นนี้ได้?
คิดไปว่าศึกจะจบในไม่ช ้า แต่ทั้งสองกลับประมืออย่าง สมน้าสมเนื้อ
ในระยะหลายสิบลี้ แดนดินระเบิดเลื่อนลั่น เปลวเพลิงโถมโลม เลีย สารพัดวิชาทรงพลังเรืองรองกลางเวหา
ยอดฝีมือมากมายตื่นตะลึง
พลังต่อสู้ของคนทั้งสองห่างชั้นเกินระดับผู้ฝึ กตนขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดทั่วไปมากนัก
ต่อให้บอกว่าคนทั้งสองอยู่ในขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดก็ยังเชื่อ
ต่อให้พวกเขาไปอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์หรือตระกูลใหญ่ พลังต่อสู้ ของทั้งสองก็ยังสูงล้าเกินใคร
การที่ฉู่หยางมีพลังต่อสู้เช่นนี้สมเหตุสมผลยิ่ง เพราะถึงอย่างไร เขาก็มีร่างเทวะสุดขั้วหยาง
แต่เหตุใดเจียงผิงอันท าได้?
เขาไร ้สายเลือดชาติตระกูล เหตุใดจึงแข็งแกร่งได้เช่นนี้?
ศึกนี้กินเวลาสองชั่วยาม อาภรณ์และผิวกายของเจียงผิงอันไหม้ ดา กระดูกบนร่างฉู่หยางแหลกหัก ทั้งสองฝ่ายล้วนสุดสะบักสะบอม
ทั้งสองออกหมัดใส่กัน ก่อนจะถูกฟาดกระเด็นไปกระแทกกับ ภูเขาเบื้องหลังแล้วกระอักเลือดพร ้อมเพรียง
ทั้งสองต่างบาดเจ็บ
“เจ้ามีโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์มากเพียงไรกัน!”
ฉู่หยางแผดเสียง หมัดของเขาถูกโลหิตย้อมแดง
หากมิใช่เพราะกฎจ านงสัประยุทธ ์สมควรตายนี่ เจียงผิงอันคงถูก เขาผลาญเผาตายไปนานแล้ว
เจียงผิงอันเก็บโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ไว้มากเพียงไร?
“ใครบอกเจ้าว่าข้าพึ่งพาโลหิตกายาศักดิ์สิทธิ์ของผู้อื่น?”
เจียงผิงอันปาดโลหิตจากมุมปากแล้วทะยานเข้ามาอีกครั้ง เจตจานงการต่อสู้และความเชื่อมั่นในใจไม่สั่นคลอน
“ไม่มีโลหิตกายาศักดิ์สิทธิ์ของผู้อื่นช่วย?” ม่านตาของฉู่หยาง หดตัว นึกถึงเรื่องน่ากลัวบางอย่างขึ้นมา “หรือว่าเจ้า… จะมีกายา ศักดิ์สิทธิ์?”
“มิใช่กายาศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็ นกายาศักดิ์สิทธิ์เทียม”
กระดูกบนร่างเจียงผิงอันส่งเสียงเสียดสี แล้วแสงทองลึกลับสาย หนึ่งก็สาดส่องสู่ท้องนภาราวเทพสงครามในอดีตกาล
“ด้วยศึกนี้ช่วยเหลือ ข้าผสานกับกระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์อย่าง สมบูรณ์ กลายเป็ นกายาศักดิ์สิทธิ์เทียมอย่างเป็ นทางการแล้ว”
เสียงของเจียงผิงอันไม่ได้ดัง แต่ยอดฝี มือมากมายยังได้ยิน ชัดเจน
หัวใจทุกดวงเกิดมรสุมซัดสาด รวมถึงคนของต้าเซี่ยทั้งหลาย ด้วย
กระทั่งพวกเขายังไม่รู ้มาก่อนว่าเจียงผิงอันผสานกับกระดูกกายา ศักดิ์สิทธิ์
ปรากฏว่าจุดประสงค์ที่เจียงผิงอันส่งอวตารออกมาเป็ นเช่นนี้เอง เพื่อใช ้ฉู่หยางเป็ นหินลับมีด!
ด้วยความช่วยเหลือจากวิชาสดับวายุ หลี่เยว่เยว่จึงได้ยินวาทะ ของเจียงผิงอันจากไกล ๆ แล้วหันไปถามซ่งฮุ่ยผู้เป็ นอาจารย์อย่าง สงสัย
“ท่านอาจารย์ กายาศักดิ์สิทธิ์คืออะไรเจ้าคะ? กายาศักดิ์สิทธิ์ เทียมด้วย?”
ซ่งฮุ่ยนิ่งค้างไปแล้ว ไม่ได้ยินวาทะของศิษย์นางเลยสักนิด
เจียงผิงอันเป็ นกายาศักดิ์สิทธิ์เทียม!
ร่างกายซึ่งแข็งแกร่งสูงสุดของเผ่ามนุษย์!
แม้จะมิใช่กายาศักดิ์สิทธิ์อันสมบูรณ์พร ้อม แต่ก็ยังอยู่เหนือ อัจฉริยะมากมาย
ทัศนาทั่วสานักเพียวเหมี่ยว อัจฉริยะเช่นนี้มีน้อยคนยิ่ง
เมื่อฉู่หยางทราบว่าตนถูกเจียงผิงอันใช ้เป็ นหินลับมีด ความอับ อายและโทสะก็ฉีดพล่านสู่หัวใจพร ้อม ๆ กัน
“สารเลว! วันนี้เจ้าตายแน่!”
เดิมทีเขาคิดไปว่าจะจบศึกนี้ได้โดยง่าย แต่หาทราบไม่ว่าอีกฝ่ าย จะพัฒนาสู่กายาศักดิ์สิทธิ์เทียม
ฉู่หยางเลิกออมมือ ปากเปล่งภาษาลึกลับอันเก่าแก่บางอย่าง
ยามเสียงนั้นดังขึ้น ดวงตะวันเหนือนภาพลันส่งอานาจลึกลับสาย หนึ่งหลากเข้าสู่กาย
สีหน้าของเซี่ยชิงแปรเปลี่ยนรุนแรง นางสัมผัสความน่ า สะพรึงกลัวของอานาจนี้ได้ และรีบร ้อนเตือนขึ้น
“ระวัง! เขาน่าจะใช ้วิชาลับของเทวนิกายสุริยันอยู่!”
เจียงผิงอันพุ่งเข้าไปแล้ว คิดสกัดการร่ายคาถาของฉู่หยาง
แต่ก่อนจะทันประชิดใกล้ เขาก็สัมผัสอ านาจร ้อนแรงเกินทานทน
ฉู่หยางโบกมือ แล้วอาภรณ์บนร่างของเจียงผิงอันก็มอดไหม้ อย่างรวดเร็ว ขณะที่ร่างถูกฟาดปลิวออกไป
เจียงผิงอันตั้งหลักใหม่ เร่งปราณสร ้างอาภรณ์ปกปิดร่างไว้
ศิลารายล้อมฉู่หยางหลอมเหลว พืชพรรณในระยะหลายสิบลี้ แห้งกรอบลุกไหม้
หลังใช ้คาถา ฉู่หยางในขณะนี้ก็กลายเป็ นดวงตะวันอย่างแท้จริง แดนดินรอบข้างบิดเบี้ยวผิดรูป
“อย่าว่าแต่กายาศักดิ์สิทธิ์เทียมเช่นเจ้าเลย ต่อให้เป็ นกายา ศักดิ์สิทธิ์แท้ วันนี้เจ้าก็ต้องตาย!”
ดวงตาของฉู่หยางสาดสองล าแสงชวนสะพรึงอย่างกะทันหัน ความเร็วสูงส่งอย่างยิ่ง
เจียงผิงอันหลบเลี่ยงรวดเร็ว
ภูเขาเบื้องหลังเขาถูกแทงทะลุเป็ นสองรูทันใด
ขณะเดียวกัน ฉู่หยางก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าเจียงผิงอัน ใช ้หมัด ผลาญสวรรค์ออกมาอีกครั้ง หนนี้แฝงด้วยอานาจชวนสะพรึงอย่างยิ่ง
เจียงผิงอันใช ้หมัดอู๋จี๋เข้ารับมือ
“ขอดูหน่อยว่าเจ้าจะรับได้สักกี่หมัด!”
หมัดของฉู่หยางระดมเข้ามาเยี่ยงพายุ
เจียงผิงอันถูกชกล่าถอย เนื่องด้วยความร ้อนชวนสะพรึง ร่าง ของเขาจึงเกือบไหม้สุก
เมื่อเห็นท่าทีสุดแสนทรงพลังของฉู่หยาง ยอดฝี มือมากมายก็ ทราบแล้วว่าศึกเจียนอวสาน
น่าเสียดาย เจียงผิงอันเลิศล้าจริงแท้ แต่ดันมาเจอร่างเทวะสุด ขั้วหยาง
ชายชราชุดเทาจากฝ่ ายต้าฉู่พยักหน้าอย่างพอใจ “เมื่อนาเขา กลับไปฝึกฝนที่เทวนิกายอย่างจริงจัง อานาจของร่างเทวะสุดขั้วห ยางจะเฉิดฉายอย่างแท้จริง ยามนี้อานาจของมันปรากฏเพียงครึ่ง เท่านั้น”
คนผู้นี้คือผู้อาวุโสจากเทวนิกายสุริยัน จางซั่ว ซึ่งจะมาพาฉู่ห ยางไปสู่เทวนิกายสุริยัน
“ผู้อาวุโสจาง ภายหน้าต้องรบกวนท่านดูแลบุตรข้าแล้ว”
จักรพรรดิแห่งต้าฉู่กล่าวยิ้ม ๆ
“อย่าห่วงเลย จะเป็ นเช่นนั้นแน่ ภายหน้าเขาจะได้สืบทอดเทวนิ กายสุริยันต่อไป” จางซั่วตอบกลับ
จักรพรรดิแห่งต้าฉู่ยิ้มแก้มแทบปริ
สถานะของเทวนิกายสุริยันมิใช่สิ่งที่ต้าฉู่เทียบติดได้เลย มันเป็ น มหาอานาจยิ่งใหญ่อันเทียบชั้นได้กับต้าเฉียนและตระกูลเหลย โบราณ
หากบุตรของเขาได้เป็ นประมุขเทวนิกายสุริยัน เช่นนั้นบิดาอย่าง เขาก็จะได้ทรัพยากรฝึกฝนคุณภาพสูงขึ้น และต้าฉู่ของพวกเขาก็จะ เกรียงไกร!
ถึงยามนั้น ต้าเซี่ยจะไร ้ค่า เป็ นเพียงเศษขยะที่จะทาลายยามใดก็ ได้!
จักรพรรดิแห่งต้าฉู่เริ่มฝันหวานถึงอนาคตอันสดใสแล้ว
หลี่เยว่เยว่เห็นเจียงผิงอันถูกทาร ้าย นางก็ร ้อนใจจนร่าไห้ “พี่ผิง อัน! รีบตอบโต้อัดเขาให้น่วมสิ!”
ซ่งฮุ่ยสะดุ้ง รีบปิดปากหลี่เยว่เยว่ไว้
แต่ก็สายเกินไปแล้ว
ฉู่หยางซึ่งได้ยินเขาพลันหันมา
“นังเด็กนี่ เจ้าอยากอัดข้าให้น่วมรึ? ตายซะ!”
ฉู่หยางออกหมัดฟาดเจียงผิงอันลงกับพื้น แล้วดวงตาก็สาดหนึ่ง ลาแสงชวนสะพรึงใส่หลี่เยว่เยว่
โชคยังดีที่การฝึ กฝนของซ่งฮุ่ยมิได้ต่า นางสร ้างโล่ปราณ ออกมากันการโจมตีของฉู่หยางไว้
ซ่งฮุ่ยรีบร ้อนขอขมา “รัชทายาทฉู่หยาง นางยังเด็กนัก ไม่รู ้ ความ โปรดอย่าได้ถือสาใส่ใจเลย”
ความสาเร็จในอนาคตของฉู่หยางไร ้จากัด มิใช่สิ่งที่สานักเพียว เหมี่ยวต่อต้านได้เลย จึงมิอาจยั่วโมโหอีกฝ่ายเป็ นอันขาด
“เจ้าควรค่าให้พูดด้วยหรือ? ฆ่านังเด็กนั่นเสีย มิเช่นนั้นภายหน้า สานักเพียวเหมี่ยวของเจ้าก็จะพินาศด้วย!”
ฉู่หยางรู ้จากอาภรณ์ของอีกฝ่ ายว่าเป็ นผู้อาวุโสจากส านักเพียว เหมี่ยว
ซ่งฮุ่ยสีหน้าเปลี่ยน
“โฮ~” หลี่เยว่เยว่ร ้องไห้จ้า “พี่ผิงอัน! เขารังแกข้า!”
“ฮ่า ๆ พี่ผิงอันบ้าบออะไร เทียบกับรัชทายาทผู้นี้ เขาก็แค่ขยะ!” ฉู่หยางหัวเราะอย่างย่ามใจ
“รังแกเยว่เยว่ วอนตายเสียแล้ว!”
หนึ่งปราณเย็นเยียบชวนขนลุกแผ่มาจากพื้น เจียงผิงอันทะยาน เข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าเปี่ยมจิตสังหารชวนสะท้าน
ม่านตาของเซี่ยชิงหดตัว
นางไม่เคยเห็นเจียงผิงอันแสดงสีหน้าเช่นนี้มาก่อน
ไม่ว่าเด็กหนุ่มจะอยู่ในยามใด สีหน้าของเขาก็ไม่เปลี่ยนมากนัก ต่อให้ก าลังโมโหก็ยังเก็บความรู ้สึกไว้ในใจ
แต่ครั้งนี้ สีหน้าของเจียงผิงอันบูดบึ้งอย่างยิ่ง
ฉู่หยางเห็นเจียงผิงอันพุ่งเข้ามาอีกครั้ง เขาก็เผยยิ้มเหยียด หยาม
“โอ้ โมโหแล้วล่ะ ดูเหมือนนางผู้นี้จะสาคัญต่อเจ้ามากสินะ เดี๋ยว ข้าฆ่าเจ้าแล้วจะได้มาคิดบัญชีกับนางต่อ! แต่ตอนนี้ ข้าจะส่งเจ้าไป โลกหน้าก่อนเลย!”
ฉู่หยางทุ่มสุดก าลัง เตรียมปลิดชีพเจียงผิงอันในกระบวนท่า เดียว
บทที่ 158 ประหารอีกครั้ง
ฉู่หยางรวบรวมปราณทั้งกาย ออกหมัดใส่เจียงผิงอันซึ่งปรี่เข้า มาหา
ขณะนี้ เพลิงแสงทั่วร่างเหนือตะวันกลางนภา กลายเป็ นแหล่ง แสงหนึ่งเดียวในฟ้ าดิน
“คนอย่างเจ้าหาคู่ควรประชันร่างเทวะสุดขั้วหยางของข้าไม่! ตาย!”
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเจียงผิงอันที่ตนดูแคลนเสมอมาจะมีพลัง ต่อสู้เช่นนี้
แต่ก็จบแล้วอยู่ดี
อีกฝ่ายรับการโจมตีของเขาไม่ได้หรอก
ทันใดนั้น พลังจิตของเจียงผิงอันก็พุ่งออกมาควบคุมการ เคลื่อนไหวของฉู่หยาง
สีหน้าของฉู่หยางพลันแปรเปลี่ยน
พลังจิต!
จริงด้วย! ครั้งก่อนตัวเขาถูกพิษ ยามจะกินยาแก้พิษก็ถูกอานาจ ประหลาดสายหนึ่งควบคุม
ที่แท้ก็เป็ นพลังจิต!
พลังที่ฉู่หยางรวบรวมไว้ที่แขนมิอาจถูกปลดปล่อย มันจึงระเบิด ออกในพริบตา
เปรี้ยง!
แขนของเขาแหลกหัก แรงระเบิดร ้ายแรงปกคลุมกายฉู่หยาง ความร ้อนมหาศาลกระจายออกเป็ นรัศมีหลายพันจั้ง
พฤกษาศิลาล้วนสิ้นสูญ โลกหล้าดูพินาศยับเยิน
“บุตรข้า!!”
รอยยิ้มบนใบหน้าจักรพรรดิแห่งต้าฉู่หายวับ เขาตะโกนอย่าง แตกตื่น
ผู้อาวุโสจางซั่วแห่งเทวนิกายสุริยันหรี่ตาลงเฉียบพลัน
ยอดฝีมือมากมายที่พินิจศึกอยู่ตะลึงค้าง
เซี่ยหยวนเฮ่า จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยพลันหันไปถามเซี่ยชิงผู้เป็ น บุตรี “เขายังมีพลังจิตด้วยหรือ?”
“ก็ปกตินี่เพคะ เขาเพิ่งปลุกมันได้” เซี่ยชิงตอบกลับเรียบ ๆ
“ที่ว่าปกติหมายความเช่นไร? นี่มันพลังจิตที่หายากสุด ๆ เลย นะ!”
เซี่ยหยวนเฮ่าเสียอาการเล็กน้อย น้าเสียงของเขาสั่นเครือ
พรสวรรค์หนึ่งในหมื่นเช่นนี้ บุตรีเขากลับบอกว่าปกติดี!
“แล้วเช่นไรหรือเพคะ? เขากระทั่งสร ้างขอบเขตของตัวเองได้ แค่ ปลุกพลังจิตแปลกตรงไหน?”
เซี่ยชิงตกใจจนชินชาแล้ว ต่อให้เจียงผิงอันบรรลุขอบเขตแปรเท วะเสียเดี๋ยวนี้ นางก็จะไม่ประหลาดใจ
เซี่ยหยวนเฮ่าจังงัง
เหตุใดบุตรีข้าจึงสุขุมนัก?
หรือเขาแตกตื่นไปเอง?
เขามองไปยังยอดฝีมือคนอื่น ๆ และเมื่อเห็นทุกผู้ต่างตะลึง เซี่ย หยวนเฮ่าก็ผ่อนหายใจโล่งอก
เขาไม่ผิดที่เสียอาการ สถานการณ์นี้น่าตกใจเกินไป
หลี่เยว่เยว่ใช ้กาปั้นสีชมพูปาดน้าตา “ฮึ หากเจ้ารังแกข้า พี่ผิง อันใส่ใจข้าที่สุด เขาจะเล่นงานเจ้าแน่”
ร่างสะโอดสะองของซ่งฮุ่ยสะท้านน้อย ๆ
ลมหายใจของฉู่หยางหายไปแล้ว
ตายแล้วหรือ?
ร่างเทวะสุดขั้วหยางอันแข็งแกร่ง พ่ายแพ้ตกตายไปเช่นนี้หรือ?
เจียงผิงอันผู้นี้เป็ นเด็กหนุ่มชาวบ้านที่นางพบเมื่อสี่ปีก่อนจริง ๆ หรือ?
เพียงไม่กี่ปี ก็เติบโตได้เพียงนี้แล้ว
ปราณอันน่าสะพรึงกลัวเสื่อมสลาย ฉู่หยางอันตรธานหายไป
ทว่ากลางอากาศมีแผ่นหยกดาโบราณชิ้นหนึ่งลอยอยู่ มีอักขระ ลึกลับวูบไหวบนนั้น
เมื่อเห็นแผ่นหยกนี้ สีหน้าปวงชนก็เคร่งขรึม
รอยยิ้มบนใบหน้าปวงชนจากต้าเซี่ยเลือนหายไป
ยันต์ตัวตายตัวแทน!
ต้าฉู่ประคบประหงมรัชทายาทผู้นี้นัก คงมิใช่ให้ยันต์ตัวตายตัว แทนทั้งหมดที่มีกับเขาหรอกกระมัง?
เปรี๊ยะ!
แผ่นหยกดาแตกสลาย และฉู่หยางปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
เขาถูกคืนชีพอีกหน
“สารเลว! รัชทายาทผู้นี้จะสับเจ้าเป็ นหมื่น ๆ ชิ้น!”
เสียงแผดร ้องอย่างเดือดดาลของฉู่หยางกึกก้องสู่เก้าชั้นสรวง
หนที่สามแล้ว เขาตายสามหนแล้ว!
ยันต์ตัวตายตัวแทนชิ้นสุดท้ายไม่เหลือแล้ว
เขาเป็ นถึงร่างเทวะสุดขั้วหยางอันสูงส่ง หนึ่งในสายเลือดสูงสุด ในโลกหล้า แต่กลับถูกคนไร ้ชาติตระกูลนี่สังหารสามครั้งสามครา!
ขายขี้หน้าสิ้นดี!
ฉู่หยางพ่นกระบี่สีชาดเล่มหนึ่งออกจากปาก เรืองรองรัศมีหมื่น จั้ง
นี่คือสมบัติคู่ชีวิตที่เทวนิกายสุริยันให้เขามา มันจะพัฒนาไป ตามขอบเขตของเขา ทรงพลังอย่างยิ่ง
ต่อให้เป็ นยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะก็มิกล้ารับมันด้วยร่างเนื้อ ง่าย ๆ
เดิมทีฉู่หยางอยากใช ้กระบี่นี้หลังฝึกมันไปสักระยะ แต่ความเจียง ผิงอันแข็งแกร่งผิดคาด เขาจึงได้แต่ใช ้มันยามนี้
ขณะที่ฉู่หยางกาลังจะลงมือ จู่ ๆ เซี่ยชิงก็ปรากฏกายตรงหน้า เจียงผิงอัน
“นับแต่ยามที่เจ้าใช ้ยันต์ตัวตายตัวแทน การประชันก็จบลงแล้ว จากพันธสัญญาวิถีสวรรค์ พวกเจ้าต้าฉู่ห้ามโจมตีต้าเซี่ยเป็ นเวลา ร ้อยปี”
ฉู่หยางแผดเสียงสนั่น “มันยังไม่จบ! รัชทายาทผู้นี้ยังไม่ได้ฆ่า เจียงผิงอันเลย! ไสหัวไปให้พ้น!”
ขณะที่เซี่ยชิงกาลังจะปฏิเสธ เจียงผิงอันพลันกล่าวขึ้นว่า “ประชันก็ได้ แต่แสดงความจริงใจหน่อย กล้าเดิมพันด้วยสมบัติ หรือไม่?”
“เดิมพันด้วยสมบัติ?” ฉู่หยางนิ่งไป
เจียงผิงอันหันไปกล่าวกับเซี่ยหยวนเฮ่า “ฝ่ าบาท พระองค์พก พู่กันพิพากษามาด้วยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
เซี่ยหยวนเฮ่าสีหน้าเปลี่ยน “เอาพู่กันพิพากษามาเดิมพันไม่ได้ นะ ถึงมันจะเสียหาย แต่ก็ยังเป็ นศาสตราเซียนครึ่งขั้น แข็งแกร่งกว่า สมบัติอื่นใด!”
เรื่องสาคัญคือ ศาสตราเซียนครึ่งขั้นชิ้นนี้เป็ นของเขา
เซี่ยชิงเหินมาตรงหน้าเซี่ยหยวนเฮ่า แบหัตถ์หยกของนางออก “เอาออกมาเถอะเพคะ ท าพระองค์ให้เหมือนจักรพรรดิหน่อย อย่า ให้ต้าเซี่ยต้องขายหน้า”
ใบหน้าของเซี่ยหยวนเฮ่ากระตุก
บุตรีนางนี้มีราชบุตรเขย ก็ไม่เห็นบิดาผู้นี้ในสายตาเลย
เมื่อเห็นผู้คนมากมายมองมา เซี่ยหยวนเฮ่าก็รู ้ว่าตนไม่อาจเสีย หน้า จึงน าพู่กันพิพากษาเสียหายออกมาด้วยสีหน้าสุดอิดออดใจ
เมื่อเห็นศาสตราเซียนครึ่งขั้นชิ้นนี้ ทุกคู่เนตรก็เรืองประกาย
รวมถึงจางซั่วแห่งเทวนิกายสุริยันด้วย
แม้จะเป็ นที่เทวนิกายสุริยัน ศาสตราเซียนครึ่งขั้นก็ยังเป็ นสมบัติ ชั้นยอด มีเพียงคนเก่าคนแก่ไม่กี่คนเท่านั้นที่มีในครอบครอง
“ได้! เราตกลง!”
จางซั่วรับปากทันที เขานาวงล้อประหลาดซึ่งมีอุณหภูมิมหาศาล ดุจดวงตะวันชิ้นหนึ่งออกมา
วงล้อนี้กลมเกลี้ยง ดูคลับคล้ายคันฉ่องสาริดอยู่ไม่น้อย สลัก อักขระลึกลับทรงพลังไว้มากมาย เต็มไปด้วยปราณเต๋า
วงล้อเทพสุริยัน สุดยอดสมบัตินี้ถูกสร ้างโดยบรรพชนผู้ก่อตั้ง เทวนิกายสุริยัน แข็งแกร่งเหนือล้าเกินสมบัติทั่วไป
เพราะการปรากฏของวงล้อเทพสุริยันนี้เอง ต้าฉู่จึงคืนสมดุลใน การต่อสู้ก่อนหน้านี้
เหตุที่จางซั่วตกลงเดิมพันด้วยสมบัตินี้ก็เพราะคิดนาพู่กัน พิพากษามาเป็ นของตน
พู่กันพิพากษาและวงล้อเทพสุริยันปรากฏขึ้นพร ้อมกัน ยอดฝีมือ มากมายตาลุกวาวแสนริษยา
สมบัติแข็งแกร่งสักชิ้นสาคัญอย่างยิ่งสาหรับผู้ฝึกตน
แต่จานวนสมบัตินั้นมีน้อย และต่างชิ้นล้วนอยู่กับยอดฝีมือ พบ ได้แต่ไม่อาจแสวง
กล่าวได้ว่าสมบัติทรงพลังสักชิ้น มีไว้ก็เหมือนได้ยอดฝี มือไร ้ เทียมทานคุ้มกัน
เซี่ยชิงนาพันธสัญญาวิถีสวรรค์ออกมา
คนเฒ่าเหล่านี้พูดจาเชื่อไม่ได้ มีแต่ต้องใช ้พันธสัญญาวิถีสวรรค์ มาเป็ นเครื่องรับรอง
พันธสัญญาระบุว่าผู้ชนะจะได้สมบัติของอีกฝ่ ายไป หากละเมิด กฎ ทัณฑ์อัสนีจะโปรยปราย ขอบเขตร่วงหล่น ไม่อาจพัฒนาต่อได้ อีก
ทั้งสองฝ่ ายล้วนเชื่อมั่นในคนของตนมาก และแน่ใจยิ่งว่าตนจะ เป็ นฝ่ายชนะ จึงลงนามตามกันในสัญญา
ยอดฝีมือซึ่งชมศึกอยู่ต่างกลั้นหายใจ
ศึกต่อจากนี้ ผู้ใดจะกาชัย?
เจียงผิงอันเผยพลังจิตที่เก็บงาไว้ และฉู่หยางก็ใช ้สมบัติคู่ชีวิต ของเขาออกมา
ใครจะเลิศล้ากว่ากัน?
จางซั่วส่งกระแสปราณบอกฉู่หยาง “ใช ้วิชาลับผลาญชีวิตแลก พลังต่อสู้สองเท่าที่ข้าสอนให้เลย”
ฉู่หยางพยักหน้า เขาก็คิดท าเช่นนั้น
ไม่ว่าอย่างไร วันนี้ต้องฆ่าเจียงผิงอันให้ได้
หาไม่ เขาจะไม่มีวันอยู่เป็ นสุข
พันธสัญญาถูกลงนาม ทั้งสองฝ่ ายโยนวงล้อเทพสุริยันและพู่กัน พิพากษาสู่ท้องฟ้ า
สมบัติทั้งสองกาลังรอเจ้านายใหม่ของพวกมัน
ทุกผู้จากต้าเซี่ยและต้าฉู่กระวนกระวายถึงขีดสุด ศึกนี้จะตัดสิน ชะตาของพวกเขาสองแดนดิน
หัวใจของเซี่ยหยวนเฮ่าสะท้านถึงตับ กล่าวกับเจียงผิงอันว่า “ลูกเขยคนดี เลิกเล่นได้แล้ว รีบเอาจริงเสียทีเถอะนะ!”
ยามทุกผู้ได้ยินเช่นนี้ พวกเขาต่างผงะนิ่งไป
เลิกเล่น?
หมายความเช่นไร?
ในศึกก่อนหน้านี้ เจียงผิงอันเล่นสนุกอยู่?
ล้อกันเล่นหรือไร?
ขณะที่ทุกผู้จังงัง หนึ่งร่างก็พุ่งออกจากถุงเก็บสัตว์ภูตที่เอวของ เจียงผิงอัน
เมื่อเห็นร่างนี้ คู่เนตรชุ่มฉ่าของหลี่เยว่เยว่ก็เบิกกว้าง
“พี่ผิงอันสองคน!!”
| ทุกดวงใจตะลึงอึ้งร่างเต๋า! |
วิชาลับของต้าเซี่ย!
ปรากฏว่าในการต่อสู้เมื่อครู่นี้ เจียงผิงอันยังไม่ได้ลงมือเต็ม ก าลัง!
ทุกผู้ต่างทราบว่าความแข็งแกร่งแท้จริงของร่างเต๋าอยู่ในการ ผสานรวม หลังผสานอวตารแล้ว พลังต่อสู้จะโถมทะยานอย่าง เหลือเชื่อ
“ประหลาดแล้ว ปราณของร่างนี้ประหลาดมาก!”
ยอดฝีมือผู้หนึ่งสัมผัสบางอย่างได้และโพล่งขึ้น
ทุกผู้ต่างสังเกตว่าปราณจากร่างของเจียงผิงอันพิกลยิ่ง มีคลื่น พลังอยู่ระดับเดียวกับขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ทว่ามิใช่ขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิด!
มันเกิดอะไรขึ้น?
การฝึกฝนของร่างนี้เป็ นเช่นไรกันแน่?
บทที่ 159 เจ้ากล้าฆ่าข้าหรือ?
“ขอข้าแนะนาแก่ทุกท่านหน่อย นี่บุตรเขยข้าเจียงผิงอัน ขณะนี้ อยู่ในขอบเขตผนึกวิญญาณ”
เซี่ยหยวนเฮ่าในขณะนี้ดูไม่เหมือนจักรพรรดิ สีหน้าท่าทางของ เขาดูอวดโอ่ล าพองใจ
ทุกผู้งุนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก
ขอบเขตผนึกวิญญาณ?
นี่มันขอบเขตอะไร?
ไม่ยักจะเคยได้ยินมาก่อน
เซี่ยหยวนเฮ่ากล่าวยิ้ม ๆ ว่า “ทุกท่านจะไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลก เพราะนี่เป็ นขอบเขตที่บุตรเขยข้าสร ้างขึ้นเอง! เทียบได้กับขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิด!”
เมื่อวาทะเหล่านี้ถูกกล่าว หัวใจทุกดวงก็เต้นกระตุก
สร ้างขอบเขตขึ้นเอง?
ล้อกันเล่นหรือไร?
เจียงผิงอันมีการฝึกฝนเช่นไร เขาสร ้างขอบเขตเองได้หรือ?
หากสร ้างขอบเขตเองได้จริง ก็จะเป็ นเรื่องชวนตะลึงทั่วแดน บูรพาแน่นอน!
“รัชทายาทผู้นี้ไม่สนใจหรอกว่าเจ้าจะสร ้างขอบเขตอะไร! เช่นไร ก็ตายอยู่ดี!”
ฉู่หยางใช้เคล็ดวิชาผลาญชีวิตตัวเอง พุ่งเข้าใส่เจียงผิงอันพร้อม สมบัติคู่ชีวิตอันทรงพลัง
เจียงผิงอันเก็บอวตารของเขาไป
เซี่ยหยวนเฮ่าผงะ ตะโกนว่า “เหตุใดเจ้าจึงเก็บอวตารเล่า รีบ ผสานเข้าสิ!”
หลังผสานร่าง จะได้ร่างอันแข็งแกร่งที่สุด
เหตุใดเจียงผิงอันจึงเก็บอวตาร?
ฉู่หยางพุ่งมาตรงหน้าเจียงผิงอัน เหวี่ยงกระบี่เต็มแรง
“ตาย!”
ปราณกระบี่บิดเบือนสุญตา แผลงฤทธาทรงพลังสุดขั้ว กระบี่นี้ ของเขาสุดขีดจ ากัดของขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดแล้ว
ไม่ว่าพลังป้ องกันของเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งเพียงไร ก็หยุดกระบี่ นี้ไม่ได้หรอก!
เจียงผิงอันยกมือขึ้นขวาง
“ฮ่า ๆ ไอ้โง่!” ยามฉู่หยางเห็นเช่นนี้ เขาก็หัวเราะแทบขาดใจ
กล้าใช ้ร่างเนื้อมาหยุดกระบี่ผลาญชีวิตเต็มกาลังของเขา!
เปรี้ยง!
ทั้งสองปะทะกัน ปราณชวนสะพรึงซัดสาดไกลสามสิบลี้ หมู่เมฆา บนฟ้ าแหลกเละทันใด!
ทว่าภาพยามเจียงผิงอันถูกผ่าเป็ นสองซีกมิได้เกิดขึ้นดังเช่นฉู่ห ยางวาดฝัน
แต่กลับเป็ นภาพที่ทาให้เขาตกตะลึงจังงัง
เจียงผิงอันใช ้มือเปล่าคว้าสมบัติคู่ชีวิตเขาไว้ได้!
ขณะนี้ร่างกายของเจียงผิงอันปกคลุมด้วยลวดลายประหลาดสี ดา แผ่ปราณประหลาดอันมืดมิดกว้างขวางทั่วทิศ
“อักขระคนเถื่อน!”
ผู้อาวุโสซึ่งเคยให้ศิลาอักขระกับเจียงผิงอันเห็นเข้าก็อุทาน “เป็ นไปไม่ได้!”
เขาศึกษาอักขระคนเถื่อนมาสามร ้อยปี แต่ก็มิอาจพบวิธีบรรลุ พลังนี้ได้
เขาให้ศิลานั้นกับเจียงผิงอันไปไม่ถึงสองปี แต่อีกฝ่ ายกลับบรรลุ อ านาจของมันแล้ว
เมื่อได้ยินคาว่าอักขระคนเถื่อน ยอดฝีมือมากมายก็หัวใจสะท้าน
ผู้ใดไม่เคยได้ยินถึงเผ่าที่มีร่างกายแข็งแกร่งสูงสุดในโลกหล้า ไม่ทราบว่าเผ่าคนเถื่อนมีอักขระลึกลับ และไม่รู ้ว่าการบรรลุอานาจ อักขระนี้ยากเย็นแสนเข็ญบ้าง
นอกจากเผ่าคนเถื่อนแล้ว ยากยิ่งจะได้ยินว่ามีผู้ใดบรรลุอานาจ อักขระนี้
แต่เจียงผิงอันตรงหน้าพวกเขา……
ร่างของเจียงผิงอันเต็มไปด้วยลวดลายสีด าอันประหลาดและทรง พลัง คว้ากระบี่ไว้แล้วเหวี่ยงลง
กร๊อบ!
กระบี่แหลกสลายไป
พรวด!
ฉู่หยางกระอักเลือด โลหิตร ้อนฉ่าเช่นศิลาหลอม
กระบี่นี้คือสมบัติคู่ชีวิตของเขา หากกระบี่ถูกทาลาย ชีวิตของ เขาก็เสียหายสาหัสด้วย
โดยไม่รอฉู่หยางไหวตัว เจียงผิงอันก็ใช ้หนึ่งหมัดขยี้หัวใจ ขณะที่อีกมือกาคออีกฝ่ายไว้
“หยุดนะ!”
จางซั่วแผดเสียง “เด็กเวร! หากเจ้ากล้าฆ่าเขา เทวนิกายสุริยัน ของข้าจะมาทาลายต้าเซี่ยของเจ้าแน่!”
เจียงผิงอันซึ่งกาลังจะบีบคอฉู่หยางชะงัก
ต้าเซี่ยจะไม่กลัวต้าฉู่ก็ได้ แต่ไม่มีทางรับมือเทวนิกายสุริยันไหว ได้เลย
เมื่อเห็นเจียงผิงอันหยุดมือ จางซั่วก็ตะโกนต่อไป “เทวนิกาย สุริยันของข้ามียอดฝี มือมากมายที่มีศาสตราเซียนในมือ หากเจ้า
กล้าฆ่าฉู่หยาง ข้าจะท าให้ต้าเซี่ยของเจ้าสาบสูญจากโลกหล้าในวัน พรุ่ง!”
สีหน้าของปวงชนจากต้าเซี่ยดาคล้า
นี่แหละนั่นที่พวกเขากังวลที่สุด
สีหน้าของเจียงผิงอันเผยความไม่เต็มใจ ยามนี้เพียงหนึ่งคานึง เขาก็สังหารร่างเทวะสุดขั้วหยางนี่ได้แล้ว
แต่กลับท าไม่ได้
“ฮ่า ๆ! ว่าไงล่ะสารเลว! มีปัญญาก็ฆ่าข้าสิ! ฆ่าเลย!” ความกริ่ง เกรงในใจฉู่หยางสลายลิ้น ไร ้ความกลัวตายหลงเหลือ
เรื่องราวดาเนินถึงจุดนี้ ก็ยากจะฆ่ากันตายได้แล้ว
ฉู่หยางเย้ยเยาะอย่างไม่สนมาด “ขยะ! สวะเอ๊ย! เจ้าไม่กล้าหรือ? ฮ่า ๆ! ภายหน้ายามข้าเข้าไปเรียนวิชาในเทวนิกายสุริยัน ภายหน้า ข้าก็จะมาทาลายต้าเซี่ยของเจ้าอยู่ดี! พวกเจ้าจะทาอะไรข้าได้? ฮ่า ๆ”
ทั่วฟ้ าเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะบ้าคลั่งของฉู่หยาง
เหล่ายอดฝีมือเงียบไป
แม้เจียงผิงอันจะมากฝีมือยิ่ง มีพลังต่อสู้ไร ้คู่เปรียบ
แต่เขาก็เป็ นเพียงตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่ง
ยอดฝีมือสักคนจากเทวนิกายสุริยันก็ฆ่าได้ง่าย ๆ
การทาลายต้าเซี่ยเป็ นเพียงเรื่องเสียเวลาสาหรับเทวนิกายสุริยัน
เจียงผิงอันหน้าไร ้อารมณ์ ลวดลายบนร่างเลือนหาย พลังในมือ ค่อย ๆ สลายไป
“ขยะ!” เมื่อฉู่หยางรู ้ว่าอีกฝ่ ายไม่กล้าลงมือ เขาก็ยั่วยุต่อไปเพื่อ รักษาศักดิ์ศรีอันเปราะบางของตน
“ฆ่าไปเลย! ตระกูลเหลยของข้าจะปกป้ องต้าเซี่ยเอง!”
หนึ่งเสียงแหวกสุญตา สะท้านทั่วเก้าชั้นสรวง
พริบตาต่อมา ทุกผู้ก็เห็นหนึ่งร่างเฒ่าชราเหยียบย่างเหนืออัสนี ทะลวงสุญตาปรากฏขึ้น
ยามจางซั่วแห่งเทวนิกายสุริยันเห็นคนผู้นี้ สีหน้าของเขาพลัน แปรเปลี่ยน “ผู้นาตระกูลเหลย!”
เขาหันกายเผ่นหนี
เมื่อกาลก่อนที่ซากโบราณมหาจักรพรรดิ ยอดฝีมือจากตระกูล เหลยและเทวนิกายสุริยันวิวาทกันเพราะสมบัติชิ้นหนึ่งจนยอดฝีมือฝั่ง พวกเขาบาดเจ็บสาหัส
เพื่อล้างแค้นตระกูลเหลย เทวนิกายสุริยันของพวกเขาจึงลอบ สังหารอัจฉริยะตระกูลเหลยไปมากมาย
หากมิใช่เพราะมหาอานาจทั้งสองตั้งอยู่ห่างกันเกินไป หนึ่ง สงครามใหญ่คงอุบัติแล้ว
ยามนี้ สองฝ่ายแค้นกันเข้ากระดูกดา
ผู้น าตระกูลเหลยมาเอง ต้องเป็ นเพราะมาตามคิดบัญชีกับเขา แน่!
จางซั่วหนีสุดชีวิต แต่ก่อนจะทันไปไกล มีหนึ่งอัสนีม่วงอันปก คลุมพื้นที่หลายลี้ก็โรยจากฟ้ า กระแทกลงใส่จางซั่วอย่างหนักหน่วง
อ านาจกฎเต๋าอันน่าสะพรึงกลัวทะลวงฟ้ าทลายแดน ท าให้ผู้คน หายใจไม่ทั่วท้อง
ในอัสนีสายนั้น จางซั่วแผดเสียงโหยหวน “เหลยอวี่! เจ้าอยาก เปิดสงครามกับเทวนิกายสุริยันของข้าหรือไร!”
“ลอบโจมตีอัจฉริยะตระกูลข้าขนาดนี้ มิใช่เปิดศึกแล้วหรือไร?”
เหลยอวี่ใช ้ศาสตราเซียนครึ่งขั้น ค้อนเทพอัสนีอีกครั้ง
อัสนีสีม่วงชวนสะพรึงอีกสายซึ่งมีขนาดหลายสิบลี้ฟาดลงมา ครอบร่างจางซั่ว
หลังหนึ่งเสียงกรีดร ้องผ่านไป ก็ไร ้การเคลื่อนไหวใดอื่น ร่างของ เขาแหลกมลายเป็ นเถ้าถ่าน
ยอดฝีมือทั้งหลายขวัญผวาจนหนังศีรษะชายิบ มิกล้าแม้แต่จะ หายใจแรง
ยอดฝีมือเช่นนี้ เมื่อถือศาสตราเซียนครึ่งขั้นไร ้ที่ติก็น่ากลัวจริง ๆ
จางซั่วตกตาย สีหน้าของฉู่หยางชะงักค้าง
เมื่อสัมผัสได้ว่ามือที่กาคอตนอยู่เพิ่มแรงขึ้นอีกครั้ง ฉู่หยางก็ อ้อนวอน
“สหายเต๋าเจียง! ปล่อยข้าเถอะนะ ข้ายกต้าฉู่ให้เจ้าหมดเลย ปล่อยข้าเถอะ! ขอเพียงเจ้าปล่อยข้า ข้าจะจาบุญคุณนี้ไม่มีวันลืม!”
เจียงผิงอันออกแรงขยี้
เกิดเสียงเพียงหนึ่งกร๊อบ แล้วคอของฉู่หยางก็กระเด็นหลุด
วิญญาณแรกกาเนิดในกายฉู่หยางหนีออกจากร่าง เปลี่ยนเป็ น ล าแสงเตรียมหลบหนี
วิญญาณแรกกาเนิดนั้นคือชีวิตที่สองของผู้ฝึ กตน ต่อให้กาย เนื้อถูกทาลาย ขอเพียงวิญญาณแรกกาเนิดรอดไปได้ ก็ยังฟื้นคืนได้ อีก
ขณะที่เจียงผิงอันจ้องมองวิญญาณแรกกาเนิดของฉู่หยาง ความคิดก็เคลื่อนขยับในมโนสานึก
เปรี๊ยะ!
วิญญาณแรกกาเนิดของฉู่หยางถูกจานงของเขาขยี้คั้น
“ไม่! ข้าคือร่างเทวะสุดขั้วหยางนะ! ข้ามีสายเลือดแข็งแกร่งที่สุด! เป็ นบุตรรักแห่งสวรรค์ ข้าตายไม่ได้……”
เสียงอันโศกเศร้าไม่เต็มใจของฉู่หยางเงียบหาย ตกตายไปอย่าง สมบูรณ์
ฟ้ าดินเงียบสงัด ทุกดวงใจเต้นกระตุกรุนแรงขณะมองเด็กหนุ่ม ชุดด า
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าศึกจะจบลงเช่นนี้
ผู้ชนะคือเจียงผิงอัน
สังหารฉู่หยางในพริบตา บรรลุอ านาจอักขระและพลังจิต มีกายา ศักดิ์สิทธิ์เทียม สร ้างขอบเขตของตัวเอง……
ไม่ว่าเรื่องใด เพียงหยิบมาสักเรื่องก็สามารถสร ้างเสียงฮือฮา กระฉ่อนทั่วแล้ว
แต่ขณะนี้ ทุกสิ่งเหล่านี้กลับรวมอยู่ที่คนเพียงคนหนึ่ง
นามของเจียงผิงอันจะลือลั่นไปทั่วแดนบูรพา
หนึ่งความภาคภูมิแห่งสวรรค์กาลังเรืองรุ่ง
บทที่ 160 ไปล้างแค้น
“ขอบคุณผู้อาวุโส”
เจียงผิงอันเก็บร่างของฉู่หยางไปก่อนจะคารวะเหลยอวี่ผู้มาใหม่
หากมิใช่เพราะอีกฝ่ ายปรากฏตัว ฉู่หยางคงถูกปล่อยดุจพยัคฆ์ กลับภูเขาเป็ นแน่
ฉู่หยางในขณะนี้มิได้แข็งแกร่ง สามารถฆ่าได้ง่าย ๆ
แต่หากรออีกฝ่ ายเข้าไปฝึกฝนวิชาวรยุทธ ์อันแข็งแกร่งกว่านี้ใน เทวนิกายสุริยัน ภายหน้าเขาจะเป็ นปัญหาแน่แท้
เหลยอวี่ส่ายหัว “ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก เราตระกูลเหลยและ เทวนิกายสุริยันขัดแย้งกันอยู่แล้ว การฆ่าร่างเทวะสุดขั้วหยางไปก็ เป็ นเรื่องดีสาหรับเราเช่นกัน”
“นอกจากนั้น นี่ก็เป็ นอานิสงส์ของพวกเจ้าต้าเซี่ยด้วย”
เหลยอวี่หันไปพูดกับเซี่ยชิง “หากเจ้ามิได้ทุ่มทรัพยากรมากมาย ช่วยเมิ่งจิงให้เรืองอานาจ เราตระกูลเหลยคงไม่อาจได้ร่างเซียนอัสนี มา”
เซี่ยชิงตอบอย่างนอบน้อม “ผู้อาวุโส การปลุกร่างเซียนอัสนีของ เมิ่งจิงหาเกี่ยวกับข้าไม่ ข้าแค่ช่วยนางกระตุ้นร่างวิญญาณอัสนี ขึ้นมาเท่านั้นเจ้าค่ะ”
นางก็สงสัยเหมือนกันว่าเหตุใดเมิ่งจิงจึงกลายเป็ นร่างเซียนอัสนี
อีกฝ่ ายไม่ได้กินโอสถเทียนเสวียนสักเม็ดด้วยซ้า จะพัฒนาได้ อย่างไร?
“ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากพวกเจ้าต้าเซี่ย ภายหน้า เราตระกูลเหลยจะปกป้ องพวกเจ้าจากการโจมตีของเทวนิ กายสุริยันให้เอง”
เหลยอวี่กล่าวยิ้ม ๆ
“ขอบคุณผู้อาวุโส!”
ปวงชนจากต้าเซี่ยรีบร ้อนขอบคุณ
เจียงผิงอันโพล่งถามขึ้นว่า “ผู้อาวุโส เมิ่งจิง… ยามนี้เป็ นเช่นไร บ้างขอรับ?”
เขาไม่ได้พบเมิ่งจิงมาสองปี ไม่รู ้ป่านนี้อีกฝ่ายเป็ นเช่นไร
ป้ ายหยกสื่อสารชิ้นหนึ่งถูกเหลยอวี่โยนมาตรงหน้าเจียงผิงอัน
“ยามนี้เทวนิกายสุริยันลอบสังหารอัจฉริยะจากตระกูลเราอยู่ เมิ่ง จิงไม่อาจออกมาได้ง่าย ๆ นี่คือป้ ายหยกสื่อสาร พวกเจ้าสองคน สื่อสารกันด้วยสิ่งนี้ต่อไปได้”
อันที่จริง ก่อนเขาจะมาที่นี่ เขาสุดแสนไม่เต็มใจให้เมิ่งจิงและ เจียงผิงอันมีการติดต่อใด ๆ ต่อกัน
เจียงผิงอันผู้นี้เป็ นใคร คู่ควรกับเมิ่งจิงด้วยหรือ?
จนเมื่อเขามาเห็นเจียงผิงอันสังหารร่างเทวะสุดขั้วหยาง
ความไม่พอใจก็ลดฮวบไปมากมาย
เจียงผิงอันผู้นี้ไม่เลวเลย
ส่วนทั้งสองจะได้รับอนุญาตให้ติดต่อกันต่อไปได้หรือไม่ ขึ้นกับ ว่าเจียงผิงอันจะพัฒนาไปไกลเพียงไรในภายหน้า
“อย่าได้หลงระเริงไม่ลืมหูตา เจ้ายังห่างชั้นไกลนัก เพราะร่างเท วะสุดขั้วหยางนี้มิได้รับการฝึ กฝนดีพอหรอกนะ หากให้เทวนิกาย สุริยันฝึกฝน เจ้าคิดปราบอีกฝ่ายคงไม่ง่ายเช่นนี้”
เหลยอวี่กลัวว่าอีกฝ่ายจะลาพองใจ จึงกล่าวเตือนขึ้นมา
“ขอบคุณที่เตือนสติขอรับ”
เจียงผิงอันรับป้ ายหยกสื่อสารแล้วกุมกาปั้นคารวะ
เหลยอวี่พยักหน้า เด็กหนุ่มผู้นี้ถ่อมตนยิ่ง แล้วก็เผยข่าวอีกเรื่อง หนึ่ง
“ตั้งใจฝึกฝนเข้า รออีกสักปีสองปี เราจะแปรสภาพซากโบราณ มหาจักรพรรดิ เมื่อถึงเวลา เจ้าก็เข้าไปฝึกฝนได้ ด้วยความสามารถ ของเจ้า อาจเผชิญโอกาสยิ่งใหญ่ก็ได้”
เจียงผิงอันผงะไปเล็กน้อย “ซากโบราณมหาจักรพรรดิหรือ ขอรับ?”
ยามผู้อื่นได้ยินคานี้ ต่างผู้ล้วนหูผึ่ง
เหลยอวี่กล่าว “แทบทุกสิ่งที่นาออกได้จากซากโบราณมหา จักรพรรดิถูกนาออกไปหมดแล้ว แต่ก็ยังมีสถานที่ฝึกฝนหลงเหลือ อยู่ และมูลค่ายังคงมหาศาล”
“เรา แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ต้าเฉียน ล้วนไร ้ผู้ใดผูกขาดลาพัง ได้ สุดท้ายจึงตัดสินใจครอบครองร่วมกัน หลังแปรสภาพเสร็จก็จะ เปิดซากโบราณมหาจักรพรรดิ”
แม้จะเปิดใช ้งาน แต่พวกเขาจะไม่แปรสภาพมันเปล่า ๆ และจะ เก็บค่าเข้าอย่างแน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้น ยอดฝีมือมากมายที่นี่ก็ยังตื่นเต้นอย่างยิ่ง
นั่นคือซากโบราณมหาจักรพรรดิเลยนะ!
ก่อนหน้านี้ พวกเขาคนใดล้วนไร ้คุณสมบัติไปเยือน
ในที่สุดยามนี้ โอกาสก็มาถึงแล้ว
ในเมื่อสามมหาอานาจใหญ่ยังแย่งกันอยู่ แปลว่าภายในต้องยังมี โอกาสมากมาย!
เส้นทางการฝึกเซียนนั้นยากเย็น หากได้โอกาสมาสักเล็กน้อยก็ ล้วนเป็ นประโยชน์ยิ่งต่อการฝึกฝน!
ยอดฝีมือทั้งหลายล้วนตั้งตารอยามซากโบราณมหาจักรพรรดิ เปิดออก
ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับมหาจักรพรรดิล้วนทาให้ปวงชนคลั่งได้
เหลยอวี่โยนป้ ายหยกสองสามชิ้นให้ยอดฝีมือจากต้าเซี่ย “หาก เทวนิกายสุริยันมาโจมตี ใช ้ป้ ายหยกเหล่านี้ติดต่อเราได้”
สิ้นคา เขาก็ย่างก้าวเหนือสุญตาหายไป
ครั้งนี้เขามาเพราะคาฝากฝังของคนผู้หนึ่ง
ซึ่งก็คือเมิ่งจิง
เมิ่งจิงจับตามองข่าวของเจียงผิงอันอยู่เสมอ และเมื่อทราบถึงการ ต่อสู้ครั้งนี้ นางก็กลัวจะเกิดเรื่องใดขึ้นกับเจียงผิงอัน จึงไปอ้อนวอน ให้ผู้น าตระกูลมาช่วยเหลือ
รอยยิ้มเบ่งบานบนใบหน้าเหล่ายอดฝีมือแห่งต้าเซี่ย แรงกดดัน ในใจพวกเขาสลายไป
มีตระกูลเหลยโบราณหนุนหลัง พวกเขาก็ไม่ต้องกังวลถึงเทวนิ กายสุริยันในแดนทักษิณแล้ว
ยิ่งกว่านั้น เมื่อรัชทายาทผู้มากฝี มือสูงสุดในต้าฉู่ ตายไป อนาคตต้าฉู่ก็มิใช่ภัยคุกคามอีกต่อไป
ไม่รู ้คนจากต้าฉู่หนีหายไปยามใด ทิ้งไว้เพียงสมบัติสูงสุดวงล้อ เทพสุริยัน
ผลกรรมที่พู่กันพิพากษาลิขิตไว้กลายเป็ นจริงขึ้นมาแล้ว!
ต้าเซี่ยได้สมบัติชิ้นหนึ่งมาจริง ๆ!
ศึกนี้เปลี่ยนสถานการณ์ของต้าเซี่ยไปอย่างสมบูรณ์
และวีรชนสูงสุดคือเจียงผิงอัน!
“สวรรค์อานวยพรแก่เราต้าเซี่ย! สวรรค์อานวยพรแก่เราต้า เซี่ย!”
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยผู้หนึ่งระเบิดหัวเราะอย่างเกินกลั้น
ร่างเทวะสุดขั้วหยางตายไปแล้ว ต้าฉู่ไม่เหลือราคา เทวนิกาย สุริยันจะไม่สนใจต้าฉู่อีกต่อไป
กล่าวได้ว่าศึกนี้ปิดฉากทุกวาสนานับพัน ๆ ปีของต้าฉู่ไปสิ้น
ยอดฝีมือจากแดนดินต่าง ๆ ซึ่งเพิ่งเลี่ยงหนีต้าเซี่ยอยู่หยก ๆ ยาม นี้ปรี่เข้ามาทักทายเป็ นการใหญ่
“ยินดีกับต้าเซี่ยด้วยที่ได้สมบัติ ขอแสดงความยินดีกับต้าเซี่ยที่ ได้อัจฉริยะ!”
ฝั่งต้าเซี่ยเห็นสีหน้าประจบประแจงทั้งหลายปรี่เข้ามา แม้หัวใจจะ สุดเดียดฉันท์ แต่ก็ยังแย้มยิ้มโต้ตอบ
ความสัมพันธ ์ระหว่างดินแดนเกิดขึ้นเพราะผลประโยชน์ และการ ร่วมมือกับคนกลุ่มนี้ก็เป็ นประโยชน์ต่อต้าเซี่ยของพวกเขาด้วย
เจียงผิงอันไม่มัวเสวนากับคนเหล่านี้ แต่เหินไปหาหลี่เยว่เยว่
“พี่ผิงอันหล่อจริง ๆ!”
หลี่เยว่เยว่กระโดดเกาะร่างเจียงผิงอันอีกครั้ง คู่เนตรกลมโตเต็ม ไปด้วยความชื่นชม
นางว่าแล้ว พี่ผิงอันทรงพลังที่สุด บอกท่านอาจารย์แล้วก็ไม่เชื่อ
ซ่งฮุ่ยมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างสุดรวดร ้าว
หากกาลก่อนนางพาเขามาด้วย เด็กหนุ่มคนนี้ก็จะเป็ นอัจฉริยะ ของพวกนางส านักเพียวเหมี่ยว
เซี่ยชิงเหินมาหา อาภรณ์ขาวบนร่างสะบัดไหว แผ่กลิ่นหอมสด ชื่นโอบล้อมกาย
“เตรียมตัวเสีย เดี๋ยวเราไปสู้กันต่อ”
“ไปที่ใดหรือ?” เจียงผิงอันถาม
“แคว้นหลิงไถ”
ยามนี้เมื่อต้าฉู่ยังจัดการมิได้เพราะยังมีสัตว์ประหลาดเฒ่าคุ้มกัน แต่ก็ยังจัดการกับลิ่วล้ออย่างแคว้นหลิงไถได้
เมื่อได้ยินว่าเขาจะได้ไปจัดการกับแคว้นหลิงไถ ใบหน้าของเจียง ผิงอันพลันปรากฏจิตสังหาร
เพราะแคว้นหลิงไถ พ่อแม่ของเขาจึงถูกบีบคั้นจนต้องตาย และก็ เพราะแคว้นหลิงไถเช่นกัน ท่านอาเมิ่งกับผู้อาวุโสหลี่จึงต้องตาย
เจียงผิงอันกล่าวกับหลี่เยว่เยว่ผู้เกาะโหนเขาเหมือนลูกลิงอย่าง อ่อนโยน “เสี่ยวเยว่ เจ้ากลับไปกับอาจารย์เจ้าก่อนนะ เดี๋ยวข้า กลับมาจะไปหาเจ้า”
หลี่เยว่เยว่อิดออดใจนัก แต่นางก็ยอมปล่อยเจียงผิงอัน นางพูดรู ้ เรื่องแล้ว และรู ้ว่ามิอาจงอแงสร ้างปัญหา
“เช่นนั้น พี่ผิงอันต้องมานะ มิเช่นนั้นน้องหู่นิวจะเสียใจมาก ๆ เลย”
น้าเสียงเจื้อยแจ้วของหลี่เยว่เยว่ฟังดูไร ้เดียงสา ดวงตาแดงก่า เจียนร่าไห้
เจียงผิงอันยิ้มบาง “ได้”
“ตอนจะมาหาข้า ซื้อถังหูลู่มาด้วยสิบไม้นะ!” หลี่เยว่เยว่โถมตัว เข้าไปในอ้อมแขนของอาจารย์ มิยอมให้เจียงผิงอันเห็นนางหลั่ง น้าตา
เจียงผิงอันลูบหัวหลี่เยว่เยว่แล้วหันกายทะยานจาก
เมื่อเจียงผิงอันทะยานไป หลี่เยว่เยว่จึงเงยหน้าขึ้น น้าตาของนาง ไหลไม่หยุด
ซ่งฮุ่ยเอ็นดูหลี่เยว่เยว่นัก
“พี่ผิงอันของเจ้าแข็งแกร่งมาก หากภายหน้าเจ้าไม่ตั้งใจฝึกฝน เจ้าจะได้เห็นแต่แผ่นหลังของพี่ผิงอัน ไม่อาจตามเขาทันได้เลยนะ”
“ข้าจะตั้งใจเจ้าค่ะ!” หลี่เยว่เยว่มองไปยังทิศที่เจียงผิงอันหายลับ หมัดน้อย ๆ ก าแน่น
เมืองหลานซาน หนึ่งในเมืองชายแดนของแคว้นหลิงไถ
ขณะนี้ เจ้าเมืองหลานซาน จูเหลียนกาลังจัดเตรียมการโจมตี เมืองจินซิงของต้าเซี่ยที่ฝั่งตรงข้าม
จากข่าวที่ได้มา วันนี้คือวันที่รัชทายาทแห่งต้าฉู่และเจียงผิงอัน นัดต่อสู้กัน
หากไร ้เรื่องใดผิดพลาด รัชทายาทแห่งต้าฉู่จะเด็ดหัวเจียงผิงอัน ได้ไม่ยากเย็น
เรื่องนี้ใหญ่มาก และจะกระทบขวัญกาลังใจของต้าเซี่ย
จูเหลียนฉลาดยิ่ง เตรียมฉวยโอกาสนี้จู่โจมเมืองของต้าเซี่ย
ขณะนี้ เขานาทัพห้าแสนนายสู่เมืองจินซิง
“จินเทา ยอมแพ้เสีย หาไม่ ผู้ตกตายคือทหารนับพันหมื่น เจ้าจะ ให้ทหารไร ้ความผิดเหล่านี้ตายไปกับเจ้าหรือ?”
จูเหลียนเริ่มใช ้สงครามประสาทกับเหล่าทหาร
ในสงคราม สิ่งที่น่าหวาดกลัวเกินใดคือขาดขวัญกาลังใจ เหตุ เช่นนั้นเท่ากับพ่ายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
จินเทายืนบนก าแพงเมืองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เขากล่าวกับจินหลิน บุตรซึ่งอยู่ข้างกันว่า “จูเหลียนกาลังรอข่าว ยามความพ่ายแพ้ของเจียงผิงอันปรากฏ พวกเขาจะโจมตี”
“หากอันตรายเจียนตัว หนีไปเสีย”
บุตรของเขาผู้นี้มีร่างหมื่นทอง จะมาตายที่นี่ไม่ได้
จินหลินกอดอกกล่าวเบา ๆ “พวกเขาต่างหากที่ต้องหนี สหาย เจียงสังหารร่างเทวะสุดขั้วหยางมาแล้วสองหน ให้ฆ่าครั้งที่สามที่สี่ก็ ท าได้!”
ได้ยินวาทะบุตรตน จินเทาก็ถอนหายใจ
“เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรอยู่ ก่อนหน้านี้เจียงผิงอันชนะได้ก็เพราะพิษ และโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ ยามนี้ฉู่หยางบรรลุขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิด ลูกไม้เช่นนี้หามีผลไม่”
จินหลินชาเลืองบิดาตน “ท่านก็คิดตื้น ๆ เหมือนพวกคนข้าง นอกนั่นไม่ผิด ช่างมันเถอะ พูดไปท่านก็ไม่เข้าใจหรอก”
จินหลินคร ้านเกินอธิบาย เพราะพูดไปบิดาก็ไม่เชื่ออยู่ดี
มีเพียงผู้ที่ได้สนิทสนมกับเจียงผิงอันจริง ๆ เท่านั้นจะได้รู ้ว่าเจียง ผิงอันแข็งแกร่งตรงไหน
อารมณ์ของเขาสุขุมเสมอ ไพ่ตายเกินหยั่งเห็น แม้ฉู่หยางจะ แข็งแกร่งยิ่ง แต่จินหลินเชื่อว่าสหายเจียงชนะแน่!
ทันใดนั้น ป้ ายหยกสื่อสารในมือจูเหลียนหน้าประตูเมืองก็เรือง ขึ้น
“ฮ่า ๆ เวลาตายของพวกเจ้าเมืองจินซิงมาถึงแล้ว!”
จูเหลียนหัวเราะลั่น “ทุกคนเตรียมตัว!”
จินเทาและเหล่าทหารในเมืองจินซิงกลั้นใจเตรียมพิทักษ์เมือง
ขณะนั้นเอง หนึ่งเสียงลุ่มลึกดังขึ้นจากป้ ายหยก
“รัชทายาทแห่งต้าฉู่สิ้นแล้ว!”