สู่วิถีอมตะ - บทที่ 181-190
บทที่ 181 จะพ่ายแล้วหรือ?
เซี่ยชิงแค่ระบายอารมณ์เฉย ๆ มิได้โกรธอย่างแท้จริงหรอก
เสียยอดสมบัติ เศษศาสตราเซียนและหินวิญญาณไปหมื่นล้าน ไม่มีทางไม่สะทกสะท้านเฉยเมย
“ขอทั้งคู่จงโชคดี”
ว่านหนิงและชายชราประเมินสมบัตินาศิลาทั้งสองก้อนเข้ามา
แม้จะบอกว่าขอทั้งคู่โชคดี นั่นก็เป็ นเพียงวาทีตามมารยาท
ผู้ชนะการเดิมพันนี้มีเพียงหนึ่ง
“ผู้จัดการว่านหนิง เตรียมกฎขั้นสองและโอสถยื้อชีวิตให้ข้า ด้วย”
เสียงของหลู่ตงเฒ่าชราแหบแห้ง
เขาเหลือเวลาชีวิตอีกเพียงไม่กี่ปี และต้องยื้อมันไว้
ขณะเดียวกัน เขาก็ต้องทาความเข้าใจกฎขั้นสองเพื่อบรรลุสู่ ขอบเขตหลอมสุญตา
ชีวิตที่เสียไปจึงได้รับการชดเชย
การเดิมพันนี้เกือบสูบชีวิตเขาไปสิ้น
ว่านหนิงกล่าวยิ้ม ๆ “ป้ ายทองของท่านไม่มีเงินแล้วนะ”
“สิ่งเหล่านี้เป็ นทรัพยากรของข้าแล้ว นาไปแลกหินวิญญาณใน ภายหลังได้ ข้าขอให้เจ้าเตรียมของ ก็รีบไปเตรียมมาเสีย!”
น้าเสียงของหลู่ตงเย่อหยิ่งถือดี
สมบัติมากมายเพียงนี้ เขาแลกทรัพยากรอะไรก็ได้ที่ต้องการ
หลู่ตงไม่อยากเสียเวลา มือแห้งเหี่ยวของเขาจึงยกมีดผ่าศิลา ตรงหน้าเพื่อจบการเดิมพัน
แม้มิอาจบีบเจียงผิงอันสู่ความตายได้ ก็ไม่มีความหมายอะไรแล้ว
ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยมากมายเสวนาผ่านกระแสปราณ
“เดี๋ยวเราจะฆ่าหลู่ตง ปล้นทรัพยากรจากเขาเสีย!”
“ทาเช่นนี้ไม่ชั่วร ้ายไปหน่อยหรือ เราต้องหาเหตุผลในการลงมือ นะ”
“ต้าฉู่ส่งคนผู้นี้มา เหตุผลนี้พอหรือไม่?”
“พอ! เดี๋ยวปล้นเขาเลย!”
การฆ่าคนเฉย ๆ จะเกิดความรู ้สึกผิด แต่หากเป็ นผู้ที่ต้าฉู่ส่งมา ความรู ้สึกผิดก็มลายสิ้น
คนทั้งดีชั่วล้วนฆ่าได้เพราะความโลภ ความแตกต่างระหว่างทั้ง สองขึ้นกับว่าเหตุผลฟังขึ้นหรือไม่เท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าฝั่งต้าเซี่ยคิดหาเหตุผลได้แล้ว
เจียงผิงอันไม่ได้สนผลเดิมพัน เขานั่งบนเก้าอี้ หลับตาฟื้นพลัง จิต
หลังจากนี้ เขาต้องเรียนเคล็ดวิชาพลังจิตให้จงได้ หากเรียน เคล็ดวิชาเช่นนี้มาแต่แรก เขาคงไม่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมเช่นนี้
น่าเสียดายที่เขาไม่อาจสูบชีวิตหลู่ตงจนตายได้
“เหตุใดไม่มีอะไรเลยเล่า!”
หนึ่งเสียงอุทานขึ้น
ทุกสายตาจับจ้องศิลาตรงหน้าหลู่ตงเสมอมา รอให้เขาผ่าสมบัติ
ทว่าแม้จะผ่าศิลาเป็ นแปดชิ้น ก็ยังไม่อาจเห็นสิ่งใด
ผู้คนจากต้าเซี่ยซึ่งสิ้นหวังกันแล้วพลันปรากฏความหวัง
หากหลู่ตงผ่าไม่เจออะไรเลย เขาจะถูกลดสองแต้ม!
หากนับรวมสองแต้มก่อนหน้านี้ ก็จะถูกหักเหลือศูนย์!
ต่อให้เจียงผิงอันผ่าไม่เจอสมบัติ ลบสองแต้มไปก็ยังเหลือหนึ่ง แต้ม!
ท้ายที่สุด ผู้ชนะคือเจียงผิงอัน!
“โวยวายอะไรกัน? บางทีสมบัติชิ้นนี้อาจเล็กจนผ่าไม่เจอทันทีก็ ได้”
หลู่ตงหันไปถลึงตาข้างเดียวใส่เจ้าของเสียงตะโกน
ขณะกล่าวเช่นนั้น มือของเขาเริ่มสั่น
ลงมีดผ่าเศษศิลาเหล่านั้นต่อไป
ยิ่งศิลาถูกผ่า มือของหลู่ตงยิ่งสั่นสะท้านมากขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้า เฒ่าชราชุ่มโชกด้วยเหงื่อ
“เป็ นไปไม่ได้! ไม่มีทาง! ข้าท านายไว้แล้วแท้ ๆ!”
ริมฝีปากของหลู่ตงสั่นระริก ทิ้งมีดยกมือตบลงบนกองศิลา
เปรี้ยง!
ศิลาทั้งหมดสลายเป็ นผง ไร ้คลื่นพลังพิเศษใด ๆ
หลู่ตงพลันรู ้สึกศีรษะวูบโหวงเฉียบพลัน ทรุดลงบนพื้นด้วย ใบหน้าซีดขาว
เซี่ยชิงผู้สิ้นหวังแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่า ๆ! ชนะ! ชนะ! รวยแล้ว! ฮ่า ๆ!”
เซี่ยชิงเสียภาพลักษณ์อีกครั้ง นางกอดเจียงผิงอันแล้วพรมจูบ เขา
มิเพียงได้เศษศาสตราเซียนคืนมา ยังได้เงินคืนมากมาย!
เจียงผิงอันรู ้สึกเจียนขาดลมหายใจ จึงออกแรงผลักสตรีตรงหน้า ออกห่าง
สตรีผู้นี้เป็ นเช่นนี้ จะเป็ นจักรพรรดินีได้อย่างไร?
ยอดฝี มือจากต้าเซี่ยคนอื่น ๆ ก็เสียความเยือกเย็น เริ่มระเบิด หัวเราะตามไป
“ฮ่า ๆ ได้สมบัติมาสองชิ้น!”
“หลู่ตงก็แค่นี้เอง แค่นี้เองจริง ๆ!”
“ตื่นเต้นชะมัด ข้าไม่ได้รู ้สึกเช่นนี้มาหลายปีแล้ว!”
อย่าว่าแต่ปวงชนฝ่ายต้าเซี่ยเลย กระทั่งเหล่าผู้ชมที่พินิจการเดิม พันอยู่ยังอารมณ์แกว่งไปมา
คิดไปว่าผลลัพธ ์แน่นอนแล้ว แต่มิคาดว่าหลู่ตงจะท านายพลาด!
ไม่รู ้ว่าวาทะสุดท้ายของเจียงผิงอันไปกระทบจิตใจของหลู่ตงจน ท านายผิดหรือไม่
แต่ไม่ว่าอย่างไร ผลลัพธ ์ก็ชัดเจนแล้ว
“ยินดีด้วย”
ว่านหนิงเดินยิ้มมาหาเจียงผิงอัน ส่งภาพวาดทิวทัศน์ สมบัติ คล้ายค้อน แมลงสูบโลหิตเก้าวังเวงและกิ่งไม้ประหลาดให้กับเขา
เซี่ยหยวนเฮ่าเอื้อมมือไปรับ แต่ถูกเซี่ยชิงสกัดไว้
“ภาพวาดทิวทัศน์กับยอดสมบัติคล้ายค้อนเป็ นของพวกท่าน แต่ ที่เหลือเจ้าท่อนไม้ชนะมาเอง พวกมันควรเป็ นของเขา”
เซี่ยหยวนเฮ่ายิ้มค้าง “ผิงอันยังเด็กนะ สมบัติมากมายเช่นนี้ เขา ถือไว้ไม่ได้หรอก”
“ไปตรงโน้นเลย!”
เซี่ยชิงมิได้ไว้หน้าบิดาตนเลยสักนิด โยนภาพวาดทิวทัศน์และ ยอดสมบัติคล้ายค้อนให้อีกฝ่ าย ก่อนจะนาสิ่งอื่นเก็บใส่อาวุธวิเศษ เก็บของ
ใบหน้าของเซี่ยหยวนเฮ่ากระตุก
นี่ยังเป็ นบุตรีเขาอยู่หรือไม่?
ยังไม่ทันออกเรือน ก็จะตัดสัมพันธ ์กันแล้วหรือ?
เจียงผิงอันสงบอารมณ์ไม่ได้แสนนาน เขามิได้คาดถึงผลลัพธ ์ เช่นนี้เลย
หากรู ้เช่นนี้แต่แรก เขาคงไม่เลือกศิลาสุ่ม ๆ เสียห้าพันล้านไป อีกเปล่า ๆ
ศิลาก้อนสุดท้ายนี้ เขาเลือกเป็ นการเดิมพันเฮือกสุดท้ายแท้ ๆ
ปรากฏว่าหลู่ตงท านายผิด ภายในไม่มีสมบัติเลย
เจียงผิงอันผ่อนหายใจยาว “ข้าเหนื่อยแล้ว ขอกลับไปพักก่อน”
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ชนะแล้วอยู่ดี ซ้ายังทาให้อีกฝ่ ายพลังชีวิต เหือดแห้งได้
คุ้มค่าแล้ว
“กลับ? เจ้ายังไม่ได้ผ่าศิลาก้อนนี้เลยนะ” เซี่ยชิงเตือน
“สิ่งนี้ข้าสุ่มเลือกมา อาจไม่มีของก็ได้” เจียงผิงอันยกมือตบเข้า ใส่มันตรง ๆ
อานาจทรงพลังปกคลุมทั่วก้อนศิลา
เปรี้ยง!
ศิลามารดาระเบิดออก
ทันใดนั้น ปราณอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งก็หลากออกมา แผ่ จากเมืองเพียวเหมี่ยวสู้แดนดินใกล้เคียงในพริบตา
หอคอยเซียนของสานักเพียวเหมี่ยวสั่นสะท้านรุนแรง ยอดฝีมือผู้ หนึ่งพลันทะยานออกมา
ในดินแดนลับของต้าเซี่ย ที่ตีนภูเขาประชันเต๋า หนึ่งศิลาอันไม่ โดดเด่นแตกออกเฉียบพลัน แล้วชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้น
ในสุสานหลวงต้าฉู่ โลงศพหลังหนึ่งถูกยกฝา ร่างเหี่ยวเฉาร่าง หนึ่งลุกขึ้นนั่ง
ใต้เกาะเทวะ สองคู่เนตรอันเรืองรองเช่นดาราลืมขึ้นเฉียบพลัน เกาะทั้งเกาะสั่นสะท้านรุนแรง
“ปรากฏว่าเจ้าเด็กน้อยนี่ตื่นแฮะ”
สัตว์ประหลาดเฒ่าเร ้นกายทั้งหลายล้วนสัมผัสปราณได้ รีบออก จากที่เก็บตัวตามกัน
ยอดฝี มือมากมายคิดไปว่ามีใครสักคนเรียกหา ตกตะลึงจังงัง โดยถ้วนทั่ว
ในหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลสาขาเมืองเพียวเหมี่ยว ปวงชน ทั้งหลายตกใจจนตัวแข็งเกร็ง
พวกเขามองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก
หลังจากเจียงผิงอันทาลายศิลามารดา มีคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้น ตรงหน้าเขา!
เขาเป็ นชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง มีตอหนวดเคราบนหน้า สวมชุด เกราะสีด า แผ่ปราณชวนสะพรึงเกินบรรยาย
มีคนออกมาจากศิลาได้อย่างไร!
ซ้ายังเป็ นคนเป็ น ๆ!
คนผู้นั้นลืมตาขึ้นช ้า ๆ และขณะนี้ กฎเกณฑ์ทั่วฟ้ าดินหยุด เคลื่อนไหว อานาจมหาเต๋าปกคลุมทุกบุคคล
ยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะ กระทั่งขอบเขตหลอมสุญตา มากมายแข็งทื่ออย่างหวาดผวา ร่างสั่นสะท้านเกินควบคุม
ชายผู้นั้นเก็บปราณเข้าสู่กาย กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้ว น้าเสียงอันเปี่ยมเค้าแห่งกาลเวลาก็ดังออกมา
“ที่นี่ที่ไหน?”
“เรียนผู้อาวุโส ที่นี่คือหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลสาขาหนึ่งในแดน บูรพาขอรับ”
ว่านหนิงปรับอารมณ์ กุมกาปั้นคารวะ
เขามิได้พูดชื่อของต้าเซี่ยและสานักเพียวเหมี่ยว เพราะการที่อีก ฝ่ ายออกมาจากในศิลาได้ อาจมิใช่คนของยุคสมัยนี้ พูดไปก็คงไม่ เข้าใจ
“แดนบูรพา? อาจารย์ข้าอยู่ที่ใด?”
ชายผู้นั้นเริ่มขยับร่างอันแข็งทื่อ ทุกการเคลื่อนไหวแผ่กระแส พลังชวนสะท้านใจ
ว่านหนิงฝืนทนแรงกดดันมหาศาลนี้ กล่าวตอบอย่างนอบน้อม “ขออภัย อาจารย์ของผู้อาวุโสคือ……”
“เซิ่ง (ศักดิ์สิทธิ์)” ชายผู้นั้นตอบ
“เซิ่ง (ชนะ)?”
หลายบุคคลสุดงุนงง มีชื่อพรรค์นี้ด้วยหรือ?
“พวกเจ้าฝึ กฝนระบบที่อาจารย์ข้าสร ้าง แต่ไม่รู ้จักเขาหรือ?” ชายผู้นั้นถามเสียงเรียบ
ได้ยินเช่นนี้ ทุกบุคคลล้วนร่างสะท้านเฮือก สีหน้าแปรเปลี่ยน หวาดผวา
ระบบฝึกฝนที่อาจารย์ของเขาสร ้าง?
อย่าบอกนะว่า……
“ราชันศักดิ์สิทธิ์คืออาจารย์ท่าน!!”
ดวงตาของชายชราประเมินสมบัติเหลือกถลน แทบมิอาจหายใจ ได้
บทที่ 182 ศิษย์ของราชันศักดิ์สิทธิ์เสินเฟิง
เมื่อได้คาตอบจากชายผู้นั้น ทุกผู้ก็ราวถูกสะกดนิ่งกับที่ สภาพดู ตกตะลึง
ปรากฏว่าคนผู้นี้คือศิษย์ของราชันศักดิ์สิทธิ์!
จริงหรือ?
ว่านหนิงสะกดความตกใจ ตอบกลับอย่างนอบน้อม “เรียนผู้ อาวุโส ราชันศักดิ์สิทธิ์บรรลุสู่ภพเซียนตั้งแต่ห้าแสนปี ก่อนแล้ว ขอรับ”
ได้ยินเช่นนี้ ชายผู้นั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าปรากฏเค้าความ ซับซ ้อน
“มิคาดเลยว่าข้าจะหลับไปนานเพียงนั้น”
“ข้าก็ได้เวลาไปพบท่านอาจารย์แล้วเช่นกัน”
ชายผู้นั้นเร่งปราณในกาย พร ้อมนาทัณฑ์อัสนีเพื่อบรรลุสู่ภพ เซียน
“ผู้อาวุโส! เส้นทางเซียนขาดลงแล้ว ท่านเป็ นเซียนมิได้แล้ว ขอรับ!” ว่านหนิงรีบร ้อนเอ่ยเตือน
“เส้นทางเซียนขาด?” ชายผู้นั้นขมวดคิ้ว
จริงเช่นนั้น เขาพบว่าทัณฑ์อัสนีบรรลุเซียนมิได้ปรากฏขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดเส้นทางเซียนจึงขาด? อย่าบอกนะว่า… เกิดเรื่องขึ้นแล้ว?”
ชายผู้นั้นตระหนักถึงบางอย่าง แล้วใบหน้าสุขุมของเขาก็เผยเค้า หนักใจหม่นหมอง
ขณะนี้ หนึ่งเสียงดังขึ้นในโสตเขา
“เจ้าหนูน้อย มาหาข้านี่”
“เจ้าเป็ นใคร?” ชายผู้นั้นผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจาเสียงอีกฝ่ ายได้ ขึ้นมาเฉียบพลัน สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยน “ผู้อาวุโส! เหตุใด ท่านจึงยังอยู่ในภพมนุษย์กันขอรับ!”
เขายกมือฉีกสุญตาเตรียมจากจร
ทันใดนั้น ชายผู้นั้นก็ฉุกคิดบางอย่างได้ และหันมองกลับไปยัง ปวงชน
“ผู้ใดปล่อยข้าออกมา?”
เนื่องจากอุบัติเหตุบางประการ เขาจึงจาศีลไปห้าแสนปี หากไม่ ถูกปล่อยออกมา ก็คงไม่อาจทราบว่าต้องจ าศีลไปอีกนานเพียงไร
ทุกผู้พากันมองไปที่เจียงผิงอัน
ไร ้ผู้ใดคาดคิดว่าเจียงผิงอันจะผ่าศิลาพบยอดฝีมือไร ้เทียมทาน เช่นนี้!
ชายผู้นั้นมองเจียงผิงอัน “ปราณประหลาดนัก เจ้าเดินบน เส้นทางของตัวเองหรือ?”
“ความกล้าสัญจรบนเส้นทางของตัวนั้นน่าชื่นชม แต่รีบยอมแพ้ เถอะ เสียเวลาเปล่า เจ้าในขอบเขตนี้สร ้างเส้นทางของตัวเองไม่ได้ หรอก”
“ระบบการฝึกฝนที่อาจารย์ข้าสร ้างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว”
ชายผู้นั้นวิจารณ์เรื่อยเปื่ อย มิได้สนเลยว่าเจียงผิงอันจะฟัง หรือไม่ แล้วยกมือจี้หว่างคิ้วของเจียงผิงอัน
“ข้าเคยสร ้างยันต์ไว้ยามเบื่อ ๆ มากมาย ถือเสียว่าเป็ นของขวัญ ขอบคุณที่ปล่อยข้าออกมาแล้วกัน”
ว่าแล้ว เขาก็ฉีกสุญตาจากจร
เจียงผิงอันสัมผัสถึงข้อมูลจ านวนมหาศาลทะลักล้นเข้าสู่มโน สานึก และเนื่องจากขาดพลังจิต ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้จึงทาเขาหมด สติไปทันที
ม่านตาของเซี่ยชิงหดตัว เข้ามาพยุงเจียงผิงอันไว้
สายตาปวงชนรอบข้างเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
เจียงผิงอันได้ยันต์จากยอดฝีมือ นับเป็ นโอกาสอันยิ่งใหญ่เทียม ฟ้ า
ใครจะคาดคิดว่าในศิลาจากเขตหวงห้ามจะมียอดฝีมือเช่นนี้ถูก ผนึกอยู่
“ข้าพบตัวตนของผู้อาวุโสท่านนี้แล้ว!”
ชายชราประเมินสมบัติใช ้ข้อมูลจากเครือข่ายของหอวาณิชมั่ง คั่งกว้างไกลและพบตัวตนของชายผู้นี้
“เขามีนามว่าเสินเฟิง! ศิษย์เอกของราชันศักดิ์สิทธิ์ผู้บรรลุพลัง แห่งชีวิตและความตาย ยามเผ่าสมุทรลอบโจมตี ผู้อาวุโสท่านนี้ พิทักษ์ม่านพลังคุ้มดาราล าพัง หยุดเผ่าสมุทรไว้ทั้งเผ่า ก่อนจะหาย ตัวไป!”
“ทุกผู้ล้วนกล่าวว่าเขาสิ้นแล้ว มิคาดเลยว่าเขาจะยังมีชีวิต!”
“สามยันต์ช่วยชีวิตยิ่งใหญ่ในโลกหล้า ทั้งยันต์ตัวตายตัวแทน ยันต์ขนานชีวิตและยันต์คืนอาสัญล้วนสร ้างขึ้นโดยผู้อาวุโสท่านนี้!”
ชายชราตื่นเต้นเสียจนร่างสั่นเทิ้มเกินควบคุม
ทุกผู้ตะลึงจังงัง นิ่งค้างไม่ไหวติง
ปรากฏว่ายันต์ตัวตายตัวแทนอันลึกลับถูกสร ้างขึ้นโดยผู้อาวุโส ท่านนี้!
พวกเขาได้พบตัวตนในต านาน!
ทุกดวงใจเต้นไม่เป็ นส่า ลมหายใจขาดช่วง
เหตุการณ์นี้จะเป็ นที่ตกตะลึงทั่วโลกหล้าผู้ฝึกตนได้แน่!
น่าตกใจกว่าซากโบราณมหาจักรพรรดิอีก!
เซี่ยชิงรีบอุ้มเจียงผิงอันจากจร แล้วหนึ่งในยอดฝี มือมากมาย จากต้าเซี่ยก็ใช ้ยอดสมบัติชิ้นหนึ่งคุ้มกันเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันได้โอกาสมา หมายความว่าพวกเขาต้าเซี่ยได้โอกาส! ไม่ว่าอย่างไร ห้ามเกิดอุบัติเหตุใด ๆ ขึ้นกับเจียงผิงอันเด็ดขาด!
หลู่ตงนั่งตัวแข็งทื่อบนพื้น มองตามเจียงผิงอันจรจาก พลังชีวิต เหือดแห้ง สีหน้าเหม่อลอยนิ่งค้าง ค่อย ๆ ปรากฏความเสียใจและแค้น เคืองขึ้นมา
เดิมทีเขาคิดบีบต้อนเจียงผิงอันสู่ความตาย แล้วตนเสวยสุขทั้ง ยอดสมบัติและรางวัลจากต้าฉู่
มิคาดเลยว่าสุดท้าย ผลลัพธ ์จะเป็ นเช่นนี้
มิเพียงเสียยอดสมบัติไป ตัวเขายังเหลือเวลาชีวิตอีกไม่กี่ปี
เขาเสียใจนักในความโลภมากของตน และแค้นเคืองที่เจียงผิง อันเอาชนะเขาได้
ในการเดิมพันนี้ เขาเสียทรัพย์สินส่วนใหญ่และอนาคตไป
แต่ไร ้ผู้ใดเห็นใจ ไม่แม้แต่จะเหลียวแล
ทุกผู้ล้วนง่วนกับเรื่องของศิษย์ราชันศักดิ์สิทธิ์
ไม่นานนัก ข่าวนี้ก็ลือลั่นทั่วโลกหล้าผู้ฝึ กตน ทั่วทิศสะท้าน สะเทือนรุนแรง
“ข่าวใหญ่! ศิษย์ของราชันศักดิ์สิทธิ์ ผู้อาวุโสเสินเฟิงยังอยู่ใน โลกมนุษย์!”
“ผู้ใดคือเสินเฟิง? ศิษย์ของราชันศักดิ์สิทธิ์บรรลุสู่ภพเซียนกัน แล้วมิใช่หรือ?”
“บางทีเจ้าอาจไม่เคยได้ยินนามนี้ แต่คงเคยได้ยินชื่อยันต์ตัว ตายตัวแทนถูกหรือไม่? ผู้อาวุโสท่านนี้แหละคือผู้สร ้าง!”
“แม่เหวย! ตัวตนในตานานเช่นนี้ยังอยู่ในโลกมนุษย์หรือ!”
“เรื่องเหลือเชื่อก็คือ ผู้อาวุโสเสินเฟิงถูกผ่าพบจากศิลาในเขต หวงห้าม”
ในแดนบูรพา แดนประจิม แดนทักษิณ แดนอุดร และหทัย แผ่นดิน ยอดฝี มือสูงสุดจากสุดยอดมหาอานาจทั้งหลายพากัน ปรากฏตัวเพื่อตามหาตัวตนในตานานท่านนี้
เส้นทางเซียนพินาศแล้ว บางทีผู้อาวุโสท่านนี้อาจรู ้บางอย่าง
ต่อให้ไม่ทราบ ก็ยังขอให้ผู้อาวุโสท่านนี้ช่วยต่อชีวิตพวกเขาได้ บ้าง
ในคัมภีร ์โบราณของมหาอานาจยิ่งใหญ่เหล่านี้ มีวีรกรรม บางส่วนของเสินเฟิงระบุไว้ ผู้อาวุโสท่านนี้เดินบนวิถีเป็ นตาย มีวิธีต่อ ชีวิตมากมาย
สาหรับสัตว์ประหลาดเฒ่าเหล่านี้ การบรรลุเซียนและมีอายุขัย ตราบอนันต์คือสิ่งที่ปรารถนาสูงสุด
และการปรากฏตัวของเสินเฟิงมอบโอกาสแก่พวกเขา
เจียงผิงอันผู้ผ่าพบผู้อาวุโสท่านนี้ในการเดิมพันศิลาก็ปรากฏ นามสู่โสตผู้คนมากมาย
ทว่านอกจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ไร ้ผู้ใดสนใจเขาเลยสักนิด
เช่นฉู่ซูเจียง จักรพรรดิแห่งต้าฉู่ที่ให้ความสนใจอยู่
หลังได้ข่าวนี้ เขาเจียนตายด้วยโทสะ
“สวะ! ใช ้ไม่ได้กันสักคน! เจียงผิงอันเล็กจ้อยคนเดียวยังฆ่า ไม่ได้!”
“แล้วมือสังหารที่ลอบฆ่าลูกข้าล่ะ! อยู่ที่ไหน!”
บุตรของเขาตายไปสามคนแล้ว แต่เจียงผิงอันยังปลอดภัย สบายดี
และเนื่องจากค่าหัวจากเจียงผิงอัน ต้าฉู่ในขณะนี้จึงเต็มไปด้วย การลอบสังหาร
และเพราะเจียงผิงอัน ‘ยืม’ เข็มทิศครอบจักรวาลมาได้ การลอบ สังหารที่ต้าเซี่ยจึงใช ้ไม่ได้
เจียงผิงอันเพียงหนึ่ง ยกระดับวาสนาต้าเซี่ยลาพัง!
วาสนายืนยาวหมื่นปีของพวกเขาต้าฉู่วิบัติสิ้นเพราะเจียงผิงอัน!
ฉู่ซูเจียงจะไม่แค้นเจียงผิงอันได้หรือ?
แต่ฉู่ซูเจียงมิกล้าตั้งค่าหัวเจียงผิงอันอย่างเปิดเผยแล้ว
หากเจียงผิงอันเดิมพันศิลาอีกสักสองสามเดือน หรือกระทั่งอีก สองสามปี ผลที่ตามมาคงเกินคาดคิด
ขณะนี้ ฉู่ซูเจียงหวังสุดใจว่ามือสังหารล้าเลิศที่ลอบสังหารบุตร ตนไปจะรีบจัดการกับเจียงผิงอันเสียที
ฉู่ซูเจียงมิได้อยู่เฉย เมื่อทราบว่าเจียงผิงอันและอวิ๋นหวงจะไปยัง หอตาราเทียนเต้า เขาก็รีดเลือดตัวเองลงทุนอีกครั้ง ติดต่ออัจฉริยะ จากหอต าราเทียนเต้า ทุ่มเทสินทรัพย์มากมายให้อัจฉริยะเหล่านี้ฆ่า เจียงผิงอันกับอวิ๋นหวงเสีย
อัจฉริยะภายในนั้นล้วนทรงพลัง ต้องสังหารเจียงผิงอันและอวิ๋นห วงได้แน่ ๆ
วันถัดมา เจียงผิงอันตื่นขึ้น
เพียงจานวนข้อมูลเหล่านั้นก็ทาสมองของเขาบวมได้
ยันต์สามชนิดปรากฏขึ้นในใจ แต่ละชิ้นบรรจุกฎเกณฑ์อัน สื่อสารระหว่างฟ้ าดิน
ยันต์ตัวตายตัวแทน ยันต์ขนานชีวิต และยันต์คืนอาสัญ
แม้เจียงผิงอันจะมีหัวใจมั่นคง แต่ยามนี้หัวใจของเขาก็เต้นถี่ขึ้น อย่างช่วยไม่ได้ยามเห็นเนื้อหาของยันต์เหล่านี้
ยันต์ตัวตายตัวแทน : ตายแทนผู้ใช ้ได้หนึ่งหน
ยันต์ขนานชีวิต : สามารถช่วยชีวิต ขนานชีวิตสองบุคคลเข้า ด้วยกันได้ แต่หากหนึ่งบุคคลตกตาย อีกคนจะตายด้วย
ยันต์คืนอาสัญ : หลังถูกสังหารไป ผู้ลงมือฆ่าจะเสียชีวิตแทน
นี่…. นี่มันท้าทายสวรรค์เกินไปแล้ว!
ที่แท้ ผู้อาวุโสท่านนี้ก็คือผู้สร ้างยันต์ท้าทายสวรรค์เหล่านี้!
นี่หรือตัวตนในตานาน?
แต่เมื่อเจียงผิงอันเห็นเงื่อนไขการสร ้างยันต์ เขาก็สงบใจลงทันที
การวาดยันต์เหล่านี้แต่ละแผ่น ต้องสังเวยอายุขัยร ้อยปี
ยิ่งกว่านั้น อักขระยังซับซ ้อนเสียยิ่งกว่าวงจรดาราทั่วเวหาผนวก กัน
การจะวาดอักขระสักตัว ใช ้เวลาอย่างน้อยหลายปี
การสิ้นเปลืองสูงลิบและระยะการวาดอันยาวนานมิใช่สิ่งที่เจียงผิง อันทาได้ในขณะนี้เลย
แต่นี่ก็ยังเป็ นของดี ภายหน้าอาจสามารถใช ้ได้
เขาเก็บเรื่องอักขระเหล่านี้ไว้ก่อน แล้วเจียงผิงอันก็หันไปมองเซี่ย ชิงที่ข้างกาย
“องค์หญิง ท่านนอนเตียงเดียวกับบุรุษเช่นนี้ เป็ นเรื่องมิงามไม่ใช่ หรือ?”
เซี่ยชิงทอดกายอยู่ข้างเขา ศีรษะเอนพิง เรือนผมกระจายตัว จ้อง มองเขายิ้ม ๆ
“เจ้าเป็ นราชบุตรเขยของข้า ท าไมจะมิได้?”
“เราสองคนแค่แสดงละคร มิใช่ทูลฝ่ าบาทเรื่องยกเลิกงานแต่ง ของเราแล้วหรือ?”
เจียงผิงอันคิดลุกขึ้น แต่เรียวขางามข้างหนึ่งของอีกฝ่ ายกดตัว เขาไว้จนขยับไม่ได้
“องค์หญิงผู้นี้ตระหนักว่าข้าชักขอบเจ้าขึ้นมาจริง ๆ นิดหน่อย แล้ว ปัญหาเรื่องเมิ่งจิงข้าจัดการเอง ส่วนเจ้าก็โอบสตรีซ ้ายขวาได้ อย่างสบายใจเลย”
เซี่ยชิงเชยคางของเจียงผิงอัน พินิจเจ้าเด็กน้อยตรงหน้า
นับแต่เกิดมา นางไม่เคยเห็นชายใดดีได้กว่าเขา
เจียงผิงอันไหวกายหนีจากเตียงไปอย่างรวดเร็ว
เขาเปิดประตูห้อง และพบว่าตนกลับมาที่ดินแดนลับของราชวงศ์ แล้ว
เซี่ยชิงถลึงตาใส่เจียงผิงอัน “เจ้าท่อนไม้ตัวเหม็น มีบุรุษกี่คน อยากร่วมเตียงกับองค์หญิงผู้นี้ แต่เจ้ากลับเลี่ยงหลบดุจเป็ นงูเป็ นแมง ป่อง!”
เจียงผิงอันไม่เสวนาเรื่องนี้ต่อ “ข้ายังล้างแค้นต้าฉู่ไม่เสร็จสิ้น เหตุใดจึงพาข้ากลับมา?”
เขายังอยากผ่าศิลาส่งมือสังหารไปต้าฉู่มากกว่านี้
เซี่ยชิงลุกขึ้นจัดอาภรณ์ “พอแล้ว คลายโทสะเถอะ ต้าฉู่ยั่วโมโห เจ้า นับว่าบรรลัยแปดชั่วโคตรแล้ว”
“ต้าฉู่ยังทาลายมิได้ในยามนี้ รัชทายาทตายไปอีกคน และเราก็ ได้กาไรอิ่มหมีพีมันแล้ว”
“อีกสองสามเดือน ทูตจากหอต าราเทียนเต้าจะมาถึง เจ้าเตรียม ตัวล่วงหน้าเถอะ อย่าไปไหน กันมิให้มือสังหารจากต้าฉู่มาลอบ สังหารเจ้าอีก”
หลังได้คาเตือน เจียงผิงอันก็เพิ่งนึกถึงเรื่องของหอตาราเทียน เต้าขึ้นมาได้
หอต าราเทียนเต้ามีมรดกยาวนาน รวบรวมอัจฉริยะแข็งแกร่ง เกินคณานับ
บางที มีเพียงต้องไปที่นั่น จึงพบเส้นทางเหยียบย่างก้าวที่สอง
เขาเดินอีกเส้นทาง ไร ้ผู้ใดบุกเบิกตรงหน้า มีแต่ต้องประจักษ์ยอด ฝีมือ เผชิญเคล็ดวิชามากกว่านี้ จึงอาจมีโอกาสก้าวต่อไปได้
หากก้าวที่สองมิอาจเยื้องเดิน ไม่ช ้าก็เร็ว ร่างนี้ก็จะวิบัติไม่เหลือ ดี
เซี่ยชิงนั่งบนเก้าอี้ ไขว้เรียวขางดงามแล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึม “หอตาราเทียนเต้าโหดร ้ายอย่างยิ่ง ร่างเทวะตกตายได้ทุกคืนวัน”
“อย่าคิดว่าตนเองแข็งแกร่ง ที่นั่นมีร่างเทวะมากมายดุจสุนัข หลายคนสยบเจ้าแน่นิ่งได้ เมื่อไปหอตาราเทียนเต้าก็ทาตัวเงียบ ๆ หน่อย”
“นอกจากนั้น ยังจะมีการประเมินจากทูตด้วย หากเจ้าไม่ผ่าน เกณฑ์ ก็มิอาจไปยังหอต าราเทียนเต้าได้…”
เซี่ยชิงพูดไม่ทันจบ ก็พบว่าเจียงผิงอันไม่ได้ฟังนางเลย อีกฝ่ าย นั่งบนแท่นฝึ กฝน นากฎเกณฑ์แห่งไม้ออกมาพินิจทาความเข้าใจ แล้ว
“เจ้าท่อนไม้นี่……”
เซี่ยชิงเดือดดาลจนหน้าดาคล้า อยากส่งบาทาไปอยู่ในปากเจ้า เด็กนี่เสียจริง
ในหัวเจ้าเด็กนี่ไม่มีสิ่งอื่นนอกจากการฝึกฝนแล้วหรือ?
ขานางเรียวยาว รูปร่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้ ไม่คิดชาเลืองเลยสัก นิดหรือ?
บทที่ 183 กิ่งมาร
ร่างจริงของเจียงผิงอันศึกษากฎเกณฑ์
ขณะที่อวตารอยู่ในถุงเก็บสัตว์ภูต ศึกษาสมบัติสองชิ้นที่เพิ่งได้ รับมา
แมลงสูบโลหิตเก้าวังเวงหนึ่งตัว และกิ่งไม้สีทองขนาดหนึ่งนิ้วมือ
สองมือของเจียงผิงอันประกบกัน ใช ้แรงทั้งหมดที่มาจึงพอยกกิ่ง ไม้ขึ้นได้
“นี่มันสมบัติอะไรกัน? หนักชะมัดเลย”
เจียงผิงอันลอบเดาะลิ้น ตราจิตสัมผัสบนกิ่งไม้
ทันใดนั้น ความรู ้สึกรุนแรง จิตฆ่าฟัน และความโลภก็หลากเข้า สู่หัวใจ
หากเป็ นคนทั่วไปมาเผชิญอารมณ์ด้านลบเฉียบพลันเช่นนี้ หาก มิเสียสติก็คงร่วงหล่นสู่วิถีมารไปแล้ว
โชคยังดี เจียงผิงอันเคยขัดเกลาวิญญาณในถ้าคูหามารมาก่อน จึงสามารถควบคุมอารมณ์ด้านลบเหล่านี้ได้ในช่วงกาลอันสั้นได้
ยามจิตสัมผัสสลักเสร็จสิ้น เจียงผิงอันก็เกิดการเชื่อมต่อกับกิ่ง ไม้สีทอง
ในที่สุดเขาก็ทราบวิธีใช ้สมบัตินี้
ทันทีที่จิตสัมผัสขยับเคลื่อน กิ่งไม้น้อยก็ขยายขนาดแล้วร่วง กระแทกพื้นเสียงสนั่น ถุงเก็บสัตว์ภูตสะท้านสองสามหน เกือบทะลุ ขาด!
กิ่งไม้นี้เป็ นสีทอง สลักอักขระหนาแน่นละเมียดละไม พื้นผิวฉาบ เคลือบปราณมารด าสนิท อ านาจดุดันอหังการแผ่ซ่านออกมา
เจียงผิงอันคาดเดาว่า พลังกายของเขาน่าจะเหวี่ยงกิ่งไม้นี้ได้ อย่างมากก็สองสามหน
และหากสัมผัสกิ่งไม้นี้นาน ๆ ก็อาจถูกปราณมารแทรกซึมได้
คิดถึงตรงนี้ เขาก็เก็บกิ่งไม้ไป
กิ่งไม้นี้ใช ้พร่าเพรื่อมิได้ เป็ นได้เพียงไพ่ตายยามคับขันเท่านั้น
เจียงผิงอันเลื่อนสายตามามองแมลงสูบโลหิตเก้าวังเวงในม่าน พลังจองจ า
เจ้าตัวน้อยนี่ก้าวร ้าวเจ้าอารมณ์ยิ่ง มันกัดแทะม่านพลังอย่างบ้า คลั่ง ทาให้เขาเสียพลังไปมหาศาล ฟันคมกริบยิ่งนัก
แมลงสูบโลหิตเก้าวังเวงนี้เป็ นเผ่าพันธุ์สุดน่าสะพรึงกลัว ได้ยิน ชายชราประเมินสมบัติกล่าวไว้ว่าแมลงนี้เคยทาลายแดนศักดิ์สิทธิ์ แห่งหนึ่งมาก่อน!
ข้อเสียก็คือ มันกินจุเกินไป และใช ้เวลาเลี้ยงดูนานยิ่ง
หากผู้อื่นได้มันไป ส่วนใหญ่ก็นาไปขาย
ทุ่มทรัพยากรเลี้ยงแมลง สู้ใช ้กับตนเองยังคุ้มกว่า
แต่เจียงผิงอันมีอานาจจากอ่างสาริดและดวงตาเกื้อหนุน หาหิน วิญญาณได้ง่ายมาก
ทรัพยากรจึงไม่ขาดมือ
แต่การบ่มเพาะพวกมันจะใช ้เวลาแสนนาน เป็ นปัญหาอยู่นิด หน่อย
หากไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็ นพลังต่อสู้ได้ในกาลอันสั้น เก็บมัน ไว้ก็ไร ้ประโยชน์
เจียงผิงอันตัดสินใจรอดูสถานการณ์อีกสักพัก แล้วจึงตัดสินใจ ว่าจะขายหรือเลี้ยง
เขาใช ้เคล็ดวิชาควบคุมแมลงหมื่นพิษเจ็ดดารากับแมลงสูบ โลหิตเก้าวังเวง
แมลงตัวนี้ควบคุมยากกว่าแมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราซื่อบื้อมากนัก
แม้เขาในยามนี้จะมีพลังจิตเทียบเท่าขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิด แต่กว่าจะควบคุมมันได้ เขายังต้องใช ้เวลาครึ่งชั่วยาม
แมลงสูบโลหิตเก้าวังเวงผู้เดือดดาลสงบลง แล้วนอนนิ่งลงกับพื้น
และทันใดนั้น เจ้าแมลงก็วางไข่สีเลือดใบหนึ่ง
ไข่ใบนั้นดูดซับปราณรอบข้างอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวไป๋ ซึ่งกาลังอ่านหนังสืออยู่ข้าง ๆ เห็นปราณรอบกายถูกสูบ ไป ก็เดินมาหาอย่างสุดขุ่นเคือง
เสี่ยวไป๋ เป็ นสัตว์ภูตประหลาดกลายพันธุ์ที่เขาได้มาที่อาเภอ เหลียนซาน ดูคลับคล้ายม้า แต่ยอดเยี่ยมกว่าม้าธรรมดาหลายร ้อย เท่า ทั่วกายเรืองรองด้วยประกายดาราขาวผ่อง
สัตว์ภูตกลายพันธุ์ตัวนี้รวดเร็วอย่างยิ่ง และเจียงผิงอันก็เลี้ยงมัน ในถุงเก็บสัตว์ภูตสืบมา
เสี่ยวไป๋ ไม่เคยขาดทรัพยากร ยามนี้มีการฝึ กฝนขั้นปลาย ขอบเขตจินตาน ความเฉลียวฉลาดสูงกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นแล้ว
นับแต่เสี่ยวไป๋ รู ้จักอ่านหนังสือ มันก็เอาแต่อ่านสารพัดหนังสือ นิทานเรื่องเล่ายามไม่มีอะไรทา
หนังสือเหล่านี้ล้วนเป็ นสิ่งที่เจียงผิงอันริบมาได้ และมิได้ทาลาย มัน เมื่อเห็นเสี่ยวไป๋ ชอบ ทั้งหมดจึงถูกส่งมาที่นี่
เสี่ยวไป๋ กะพริบตา ก้มมองไข่แมลงอย่างสงสัย สิ่งใดกันขโมย ปราณวิญญาณของมัน
“เสี่ยวไป๋ เดี๋ยวเจ้าจะถูกส่งกลับสู่ธรรมชาติแล้วนะ”
เจียงผิงอันกล่าว
ด้วยความเร็วปัจจุบันของเขา เสี่ยวไป๋ ช่วยเขาได้น้อยมาก และ หากกักมันไว้ที่นี่ต่อไป อีกฝ่ายก็คงอึดอัดน่าดู
เมื่อได้ยินว่ามันกาลังจะถูกส่งคืน เสี่ยวไป๋ ก็ส่ายหัวพัลวัน แผงคอ สีขาวส่ายไหว ประกายดาราพริบพราว
ล้อกันเล่นหรือ ไป? ที่นี่ปลอดภัยกว่าป่ าเขานัก ทรัพยากรก็มี เพียงพอ ทั้งยังมีหนังสือให้อ่าน ผู้ใดไปก็โง่เต็มที
มันแปรเป็ นล าแสงสีขาวไหวกลับไปสู่กองหนังสือของตัวเอง ด้วย กลัวอีกฝ่ายจะไล่มันออกไป
เมื่อเห็นเสี่ยวไป๋ เผ่นหายไปในพริบตา ม่านตาของเจียงผิงอันก็ หดวูบ จ้องมองเสี่ยวไป๋ อย่างไม่อยากเชื่อ
เร็วอะไรเช่นนี้!
เหตุใดจึงมีเค้าพลังกฎเกณฑ์เจือมาได้!
เสี่ยวไป๋ มีการฝึ กฝนเพียงขั้นปลายขอบเขตจินตาน จะแฝง กฎเกณฑ์มาได้อย่างไร?
และยังเป็ นกฎที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนด้วย รวดเร็วเสีย จนกระทั่งมองตามยังไม่ทัน!
ยามเสี่ยวไป๋ อยู่ในขอบเขตสร ้างรากฐาน ความเร็วของมันก็ไว เกินขอบเขตสร ้างรากฐานอยู่แล้ว ยามนี้ยิ่งเร็วไปใหญ่
เสี่ยวไป๋ เป็ นสัตว์ภูตกลายพันธุ์แบบใดกันแน่?
เสี่ยวไป๋ นอนในกองหนังสือนิทาน งาบเคี้ยวหินวิญญาณคาสอง คา กลืนโอสถสองสามเม็ดเป็ นครั้งคราวพลางอ่านหนังสือตรงหน้า ท่าทางสุดแสนสุขสบาย
ในเมื่อเสี่ยวไป๋ ไม่อยากไป เจียงผิงอันก็ไม่ไล่มัน
เดี๋ยวภายหลัง เขาจะหาเวลาทดสอบความเร็วของเสี่ยวไป๋ ดู ว่า เจ้าหนูนี่ไวเพียงไรแล้ว
สายตาของเขากลับมาจ้องแมลงสูบโลหิตเก้าวังเวง
เจ้าแมลงนี้สามารถสืบพันธุ์ได้อย่างไม่อาศัยเพศ วางไข่ได้เมื่อมี พลังพอ
ชั่วขณะนี้ หากเกิดขัดสนทรัพยากร เขาก็อาจจะขายมัน
เขานาแขนที่ฉีกจากยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะที่มาลอบสังหาร เขาวางลงตรงหน้าแมลงสูบโลหิตเก้าวังเวง
แขนขาดข้างนี้บรรจุอานาจชวนสะพรึงเกินใดเปรียบ เพียงพอให้ แมลงนี้กัดกินได้เป็ นเวลานาน
“ต่อจากนี้ เจ้าชื่อเสี่ยวจิ่วแล้วนะ ไว้ภายหน้ามีโอกาส ข้าจะ แนะนาเสี่ยวชีให้เจ้ารู ้จัก”
เสี่ยวชีก็คือแมลงหมื่นพิษเจ็ดดารา
หลังจัดการเรื่องของเสี่ยวจิ่วเสร็จสิ้น เจียงผิงอันก็เริ่มทาความ เข้าใจกฎแห่งแรงโน้มถ่วง
ขณะนี้ เขาบรรลุเพียงกฎแห่งกาลัง ยังต้องทาความเข้าใจกฎ จ านงสัประยุทธ ์ กฎแห่งแรงโน้มถ่วง และกฎเกณฑ์แห่งไม้
ยิ่งตระหนักกฎเกณฑ์มากมายในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด ยามบรรลุขอบเขตแปรเทวะยิ่งแข็งแกร่ง
ถึงยามนั้น กฎเกณฑ์จะพัฒนาสู่ขั้นที่สอง
หากบรรลุขอบเขตแปรเทวะแล้วท าความเข้าใจกฎเกณฑ์ เพิ่มเติม ก็ต้องเริ่มที่กฎเกณฑ์ขั้นแรกอีกครั้ง ซึ่งเป็ นกฎเกณฑ์ระดับ เดียวกับขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด
ดังนั้นผู้มีฝี มือจะบรรลุกฎเกณฑ์ให้มากในขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิด และเมื่อบรรลุขอบเขตแปรเทวะ พวกมันจะได้พัฒนาสู่ขั้น ที่สองทันที
แต่หากบรรลุหนึ่งกฎเกณฑ์แล้วพัฒนาสู่แปรเทวะเลย ก็ถือว่าล้า หน้าเป็ นผู้น าแล้ว
ในสถานที่เล็ก ๆ ยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดเบิก ขุนเขาสร ้างเมืองเองได้
อัจฉริยะมากฝีมือรวยทรัพยากรจะท าความเข้าใจกฎเกณฑ์สอง อย่างหรือมากกว่า
และเจียงผิงอันต้องทาความเข้าใจสี่กฎเกณฑ์!
ข้อได้เปรียบสูงสุดของเขาคืออ านาจเนตรเทวะและความ ช่วยเหลือของเม็ดบงกชแจ้งวิถี
ขณะนี้ เขาบรรลุหนึ่งกฎเกณฑ์แห่งก าลังแล้ว ยังมีอีกสาม กฎเกณฑ์ต้องท าความเข้าใจต่อไป
จะต้องใช ้เวลาเนิ่นนานในขั้นตอนนี้
เรื่องล้างแค้นต้าฉู่นั้น ต้องรอจนกว่าแข็งแกร่งจึงว่ากัน
เซี่ยชิงกล่าวไว้ไม่ผิด ต้าฉู่มิอาจทาลายได้ชั่วข้ามคืน
ต้าฉู่เคยมียอดฝีมือบรรลุเซียน มีภูมิหลังลึกล้ายิ่ง
ขณะนี้ สิ่งที่เขาทาคือขวนขวายพูนพลัง บรรลุกฎเกณฑ์ และ หาทางก้าวย่างหนที่สอง
เส้นทางเซียนสะบั้นสิ้น หากคิดบรรลุเซียน ก็ต้องไปให้ถึงระดับ ของนักพรตเสินซวี เบิกเส้นทางเซียนด้วยตนเอง!
เส้นทางนี้ยากเย็นกว่าฝึกฝนให้ถึงจุดสูงสุดเสียอีก……
ขณะที่เจียงผิงอันฝึ กฝน ข่าวของศิษย์ราชันศักดิ์สิทธิ์เสินเฟิ ง ยังคงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งเหตุใหญ่ก็บังเกิดในแดนบูรพา
ต้าเฉียน แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อและตระกูลเหลยโบราณแปร สภาพซากโบราณมหาจักรพรรดิเป็ นดินแดนลับส าหรับฝึกฝน เปิดสู่ สาธารณะอย่างเป็ นทางการ
ในอดีต ยอดฝีมือจากแดนศักดิ์สิทธิ์และตระกูลโบราณยิ่งใหญ่ ต่างประชันกันอยู่ที่นี่ คนทั่วไปมิกล้าเฉียดใกล้กันเลย
และในที่สุดก็ถึงคราวของพวกเขา
“ฮ่า ๆ ในที่สุดก็ถึงตาเราเสียที!”
“ข้าติดค้างในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดมาสามร ้อยปี และนี่ คือโอกาสทะลวงขอบเขตของข้า”
“หวังว่าในนั้นจะยังมีสมบัติที่ไม่ถูกพบอยู่นะ!”
ผู้ฝึกตนมากมายแห่แหนเข้าสู่ซากโบราณมหาจักรพรรดิ
มีตั้งแต่ตัวตนขอบเขตก่อปราณไปจนถึงมหาอานาจเลิศล้า
แม้สิ่งที่ดีที่สุดจะถูกผู้แข็งแกร่งแบ่งสันกันไปหมดแล้ว ก็ยังมี โอกาสยิ่งใหญ่หลงเหลือบ้าง
เช่นกฎเต๋าที่มหาจักรพรรดิทิ้งไว้ยามบรรลุฝึกฝน สามารถช่วย เสริมการฝึกฝนของผู้อื่นได้
ภาพฉายที่มหาจักรพรรดิทิ้งไว้ยามฝึกฝนวรยุทธ ์ และวิชายุทธ ์ ในนั้นก็ทาให้สัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายเนื้อเต้น
ยังมีบางอักษรที่มหาจักรพรรดิเขียนไว้ส่ง ๆ แต่ล้วนบรรจุ กฎเกณฑ์เกินคาดหยั่ง……
ผู้ฝึกตนยากจนซึ่งมิอาจซื้อกฎเกณฑ์ได้ก็จะสามารถฝึกฝนโดย ใช ้เสี้ยวกฎหลงเหลือเหล่านี้
ซากโบราณแห่งนี้ถูกสามมหาอานาจหลักแปรสภาพ กลายเป็ น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สาหรับฝึกฝนไปแล้ว
สามมหาอ านาจใหญ่เก็บค่าเข้าได้มากมาย
เซี่ยชิงเองก็สุดแสนโหยหา พร ้อมเข้าไปแสวงโอกาสในซาก โบราณแห่งนี้
ก่อนจะไปสู่ซากโบราณมหาจักรพรรดิ นางเรียกเจียงผิงอัน และอวิ๋นหวงมาพบ
“อีกไม่นาน ข้าจะไปยังซากโบราณมหาจักรพรรดิ มิอาจส่งพวก เจ้าสู่หอตาราเทียนเต้าด้วยตนเอง ก่อนจะไป จึงมีบางสิ่งต้องอธิบาย”
“อย่างแรก ยามกลับมา พยายามพาเด็กกลับมาด้วย เด็กสอง สามคน เราต้าเซี่ยเลี้ยงได้…… “
“องค์หญิง!”
อวิ๋นหวงหน้าแดง มองเซี่ยชิงอย่างขัดเขิน พี่หญิงผู้นี้ชักหยอก ใกล้ใต้สะดือไปทุกที
นางเผลอตัวช าเลืองเจียงผิงอัน ไม่รู ้อีกฝ่ายคิดอะไรอยู่
แล้วนางก็พบว่าเจียงผิงอันหน้านิ่งเฉย จ้องมองกฎเกณฑ์แห่งไม้ ในมืออย่างเคร่งขรึม ไม่ได้สนใจอะไรเลย
บทที่ 184 ทูตน ำทำงจำกหอต ำรำเทียนเต้ำ
“ฮ่ำ ๆ ล้อเล่นน่ำ”
เซี่ยชิงเคร่งขรึมยิ่งต่อหน้ำผู้อื่น แต่ต่อหน้ำทั้งสอง นำงมักหยอก ล้อเช่นสหำย
นำงมอบแหวนเก็บของให้ทั้งคู่คนละวง
“นี่คือทรัพยำกรที่ข้ำขอมำจำกผู้เฒ่ำทั้งหลำย เพียงพอให้พวก เจ้ำใช้ได้เป็ นเวลำร้อยปี”
“หอตำรำเทียนเต้ำโหดร ้ำยอย่ำงยิ่ง ภำยในอยู่เช่นปลำใหญ่กิน ปลำเล็ก อย่ำได้เผยคมมำกเกินไป”
“วันที่พวกเจ้ำกลับมำ จะเป็ นวันที่ข้ำขึ้นครองบัลลังก ์ และเป็ น ยำมที่เรำจะตอบโต้ต้ำฉู่ด้วย!”
ขณะนี้ ในที่สุดเซี่ยชิงก็เผยสีหน้ำเคร่งขรึม เปี่ยมอำนำจแน่วแน่
นำงนำแหวนเก็บของอีกวงส่งให้กับอวิ๋นหวง
“ทูตน ำทำงจะท้ำประลองประเมินเจ้ำ ปำกบอกว่ำเป็ นกำรทดสอบ พลังต่อสู้ของยอดฝีมือ แต่แท้จริงคือมำหยั่งว่ำจะได้ทรัพยำกรไปมำก เพียงไร ทูตน ำทำงมีสองคน ให้หนึ่งกฎเกณฑ์ต่อคนก็พอแล้ว”
“จำไว้ว่ำ อย่ำได้ยั่วโทสะทูตนำทำง หำกพวกเขำไม่นำทำงเจ้ำ ก็ ไม่อำจเข้ำสู่หอต ำรำเทียนเต้ำได้เลย”
เซี่ยชิงกำชับอย่ำงเคร่งขรึม
นำงก็เตรียมกำรล่วงหน้ำไว้มำกมำย หลังจำกแยกทำงกันครั้งนี้ ก็ไม่รู ้จะได้พบกันอีกยำมใด
แม้สองฝ่ ำยจะยังติดต่อกันผ่ำนป้ ำยหยกสื่อสำรได้อยู่ แต่สุดท้ำย ก็ไม่สะดวกเท่ำพบหน้ำอยู่ดี
หลังพูดจบ เซี่ยชิงก็กอดคนทั้งสอง
ยำมนี้เอง เซี่ยชิงจึงพลันประจักษ์ว่ำเด็กทั้งสองเติบใหญ่แล้ว
ทิวเขำเบื้องหน้ำอวิ๋นหวงในยำมนี้ประชันเทียบนำงได้ เป็ นหญิง งำมล้ำเลิศผู้หนึ่งแล้ว
เจียงผิงอันสูงกว่ำนำงหนึ่งช่วงหัว ยำมกอดเขำ นำงต้องแหงน มองอีกฝ่ำย
ในใจเซี่ยชิงอิดออดนัก
ต่อหน้ำคนนอก นำงต้องแสร ้งรักษำศักดิ์ศรีแห่งองค์หญิง มีเพียง ยำมอยู่ตรงหน้ำคนทั้งสอง จึงสลัดตรวนปล่อยใจสบำยได้
เซี่ยชิงจรจำกสู่ซำกโบรำณมหำจักรพรรดิพร ้อมยอดฝีมือและ อัจฉริยะบำงส่วนจำกต้ำเซี่ยเพื่อแสวงโอกำส
อวิ๋นหวงสงบควำมเศร ้ำหมอง หันมำกล่ำวกับเจียงผิงอัน
“สหำยเต๋ำเจียง สู้กันเถอะ”
ชำยผู้นี้ไม่ชอบพูด วิธีสื่อสำรที่ดีที่สุดกับคนผู้นี้คือสู้กัน
“ได้”
เจียงผิงอันส่งอวตำรออกมำ
มีเพียงกำรต่อสู้ จึงสำมำรถขัดเกลำวรยุทธ ์ได้
“สหำยเต๋ำเจียงดูมั่นใจจริงแท้ ใช ้เพียงอวตำรเท่ำนั้น”
อวิ๋นหวงรู ้ว่ำร่ำงจริงของเจียงผิงอันแข็งแกร่งที่สุด
ทั้งสองเหินสู่สมรภูมิ แล้วศึกอันสะท้ำนสะเทือนก็เปิดฉำก
อวิ๋นหวงบรรลุเพียงหนึ่งกฎเกณฑ์ แต่สำมำรถประมือสูสีกับ อวตำรของเจียงผิงอันได้
กำรบรรลุหนึ่งกฎเกณฑ์ใช่จะอ่อนแอเสมอไป แต่เพรำะจดจ่อ มำกกว่ำ จึงอำจแข็งแกร่งกว่ำ
อัจฉริยะมำกมำยในดินแดนลับเห็นหมัดของเจียงผิงอันชก ใส่อวิ๋นหวงอย่ำงไร ้ปรำนี ก็สุดแสนร ้อนใจจนเกือบผรุสวำทมำรดำ
สำรเลวนี่ไม่รู ้จักถนอมบุปผำเอำเสียเลย รุนแรงไร ้ปรำนีกับคน งำมถึงเพียงนี้
แน่นอน พวกเขำกล้ำเพียงก่นด่ำในใจ ไร ้ผู้ใดกล้ำพูดออกมำซึ่ง หน้ำ
อัจฉริยะขอบเขตวิญญำณแรกกำเนิดทั่วทั้งดินแดนลับรวมกัน ยังไม่พอรับฝ่ำมือสองสำมหนจำกเจียงผิงอันได้เลย
ก่อนหน้ำนี้ ยังมีผู้คิดไล่ตำมเจียงผิงอันอยู่ แต่สุดท้ำยก็ประจักษ์ สัจธรรมแล้วทิ้งควำมคิดนี้ไป
ช่วงกำลต่อจำกนั้น อวิ๋นหวงและเจียงผิงอันต่อสู้กันอย่ำงดุเดือด แทบทุกวัน
แต่อวิ๋นหวงไม่เคยชนะเลยสักหน
ทว่ำนำงก็พัฒนำอย่ำงรวดเร็ว เพียงเดือนเศษก็สำมำรถประมือ สูสีกับอวตำรของเจียงผิงอันได้
อีกหนึ่งศึกปิ ดฉำก อวิ๋นหวงผลำญเหงื่อในกำยเป็ นไอ จัด อำภรณ์ตนให้เรียบร ้อย
“ข้ำเริ่มงงแล้ว ว่ำตกลงใครกันแน่มีร่ำงเทวะ”
อวิ๋นหวงหดหู่ใจยิ่ง กระทั่งอวตำรของเจียงผิงอัน นำงยังไม่เคย ล้มได้
อย่ำว่ำแต่ร่ำงจริงของอีกฝ่ ำย ยังมีร่ำงผสำนซึ่งแข็งแกร่งกว่ำอยู่ อีก
“เจ้ำแข็งแกร่งมำกแล้ว”
เจียงผิงอันพูดอย่ำงเคร่งขรึม
ร่ำงอวตำรของเขำมีกำยำศักดิ์สิทธิ์เทียม ใช ้วิชำเทียมเทพ สงครำม ใช้งำนกฎแห่งกำลังและกฎจำนงสัประยุทธ ์ ซ้ำยังใช ้หมัดอู๋จี๋ และอักขระคนเถื่อน
อีกฝ่ ำยไม่พ่ำยก็นับว่ำแข็งแกร่งแล้วจริงแท้
อวิ๋นหวงชำเลืองคนผู้นี้ แม้อีกฝ่ ำยจะกำลังชมนำงอยู่ แต่นำงก็ ทำได้เพียงต่อสู้สูสีกับอวตำรของอีกฝ่ ำย จึงฟังดูเหมือนคนผู้นี้ชม ตัวเองอยู่มำกกว่ำ
“ไม่รู้เหมือนกันว่ำยำมเข้ำสู่หอต ำรำเทียนเต้ำ เจ้ำจะท ำตัวเช่น ไร”
อวิ๋นหวงเริ่มตั้งตำรอ อัจฉริยะร่ำงเทวะส่วนใหญ่ทั่วโลกหล้ำผู้ฝึก ตนจะอยู่ที่นั่น
หำกสร ้ำงนำมให้ตัวเองได้ในยำมนั้น ก็เท่ำกับโด่งดังอย่ำงแท้จริง
เจียงผิงอันแข็งแกร่งเพียงนี้ เขำจะลือนำมอย่ำงแน่นอน
“ไปกันเถอะ วันนี้ทูตนำทำงจะมำแล้ว”
อวิ๋นหวงกล่ำว
เจียงผิงอันพยักหน้ำ เขำกับอวิ๋นหวงค้อมตัวต่ำ ๆ คำรวะดินแดน ลับ ก่อนจะหันกำยจำกไป
ต้ำเซี่ยดีกับพวกเขำยิ่ง พวกเขำจึงจำใส่ใจและจะตอบแทนในวัน หน้ำ
เมื่อออกจำกดินแดนลับ ทั้งสองก็มำยังจัตุรัสของวังหลวง
ขณะนี้บนพื้นจัตุรัสมีอักขระลึกลับมหึมำตัวหนึ่ง
นี่คืออักขระนำทำง หอตำรำเทียนเต้ำอยู่แสนไกลจำกที่นี่ พวก เขำจึงจะเคลื่อนย้ำยมิติมำโดยใช ้อักขระนำทำง
“รำชบุตรเขย”
เซี่ยหยวนเฮ่ำเดินยิ้มร่ำมำหำเจียงผิงอัน สุดแสนเป็ นมิตร
เดิมทีเซี่ยหยวนเฮ่ำเผยอำนำจยิ่งใหญ่ ทว่ำยำมนี้ เขำยิ้มแย้มทุก ครั้งที่พบเจียงผิงอัน
“รำชบุตรเขยเอ๋ย ศำสตรำมำรนั่นเจ้ำอย่ำใช ้เลย ฝำกไว้กับ พ่อตำที่นี่ดีกว่ำ ยำมเจ้ำแข็งแกร่งขึ้น พ่อตำของเจ้ำจะคืนมันให้ ยำม นี้พ่อตำจะให้อำวุธวิเศษที่เจ้ำใช ้ได้ไปอีกสองสำมชิ้นนะ”
เซี่ยหยวนเฮ่ำยิ้มแย้มเป็ นมิตร แต่อ้ำปำกก็เห็นลิ้นไก่แล้ว
กว่ำเจียงผิงอันจะใช้สมบัติได้ อย่ำงน้อยก็ต้องรอให้ถึงขอบเขต หลอมสุญตำ ซึ่งนั่นก็ต้องรอไม่รู ้กี่ร ้อยพันปี
“ขอบพระทัยฝ่ ำบำทที่ทรงเมตตำ ยำมนี้กระหม่อมยังไม่ต้องใช ้ มันพ่ะย่ะค่ะ” เจียงผิงอันปฏิเสธอย่ำงสุภำพ
เซี่ยหยวนเฮ่ำกล่ำวต่อ “มันดูเหมือนวัตถุมำร กำรฝึกฝนเช่นนี้ ของเจ้ำยุ่งกับมันมำกไม่ได้ กำรตกต่ำเป็ นมำรจะเกิดขึ้นง่ำย อันตรำย มำกนะ”
เขำไม่ได้โกหก หำกสัมผัสมันบ่อยเข้ำ จะเกินทำนทนจริงแท้
แต่ตรำบใดที่ไม่ได้สัมผัสมันบ่อย ๆ ก็ไม่เป็ นไรแล้ว
“มำสิ พ่อตำผู้นี้จะให้สมบัติและทรัพยำกรกับเจ้ำ ไม่ต้องเกรงใจ พ่อตำผู้นี้จะรักษำศำสตรำมำรนั่นให้เจ้ำ คงมิห่วงว่ำพ่อตำจะนึกโลภ ขึ้นมำหรอกกระมัง?”
เซี่ยหยวนเฮ่ำยัดเยียดแหวนเก็บของให้เจียงผิงอันวงหนึ่ง
เจียงผิงอันครุ่นคิด
สมบัติชิ้นนั้นใช ้ไม่ได้จริง ๆ แล้วไฉนมิฝำกให้ฝ่ำบำทไว้ก่อน?
ขณะนั้นเอง อักขระนำทำงบนจัตุรัสพลันสำดแสงขำวโพลน
เสำแสงพุ่งตรงสู่ฟ้ ำ หำกเป็ นยำมค่ำคืนคงสุกสกำวยิ่งกว่ำนี้
สุญตำสั่นสะท้ำน สองบุคคลปรำกฏในคลองจักษุ
แม้ทั้งสองจะมีกำรฝึกฝนเพียงขอบเขตวิญญำณแรกกำเนิด แต่ ทั่วกำยโอบล้อมด้วยนิมิต
หนึ่งในนั้นปรำกฏคู่ปีกด ำ กฎแห่งวำยุล้อมพัน
คนผู้นี้สวมชุดผู้ฝึกยุทธ ์สีม่วง ร่ำงสูงใหญ่ ดวงตำลึกล้ำ ใบหน้ำ คมเข้มเช่นรูปสลัก ผิวกำยเข้มคล้ำจำกแสงแดดเล็กน้อย ดูรำวแท่น ศิลำจำกอำรยธรรมโบรำณ
อีกหนึ่งเป็ นสตรี กลีบผกำรองใต้เท้ำ เส้นผมทิ้งตัวเช่นน้ำตก จิ้มลิ้มพริ้มเพรำ
รูปลักษณ์ของนำงด้อยกว่ำอวิ๋นหวงเพียงเส้นบำง ๆ
ทั้งสองมีลักษณะหนึ่งเหมือนกัน คือสีหน้ำเต็มไปด้วยควำมถือ ตน ร่ำงแผลงปรำณทรงพลัง
ทั้งสองมิได้ปิดบังปรำณในร่ำงเลยสักนิด รำวไม่รู ้ว่ำกำรสงวนตัว สมถะเป็ นเช่นไร
อวิ๋นหวงสัมผัสปรำณของทั้งสองแล้วแตกตื่นในใจ
ปรำณของทูตนำทำงทั้งสองแข็งแกร่งยิ่ง มิได้ด้อยไปกว่ำนำงเลย สักนิด
นี่หรืออำนุภำพของหอตำรำเทียนเต้ำ? แค่ทูตน ำทำงสองคนยัง แข็งแกร่งเพียงนี้
ชำยผู้มีปีกเห็นอวิ๋นหวงทันที แล้วดวงตำก็เรืองประกำยประหลำด ใจ
“ควรค่ำเป็ นร่ำงเทวะวิหคอมตะ งดงำมไร ้ที่ติจริง ๆ!”
สตรีข้ำงกำยเขำได้ยินค ำชมก็กล่ำวเสียดสี “ฮึ ภำยนอกสุกใส ภำยในอำจเน่ำเฟะก็ได้”
สตรีผู้นี้งดงำม แต่ควำมหยำบคำยทำลำยควำมงำมไปสิ้น
ยำมอวิ๋นหวงได้ยินวำทะของอีกฝ่ ำย แม้ในใจจะไม่สบอำรมณ์ นำงก็มิได้แสดงออก
เซี่ยชิงเตือนนำงอยู่ก่อนแล้ว ว่ำต้องมิให้อีกฝ่ ำยเดือดดำล คนทั้ง สองมีสิทธิ์ปฏิเสธมิให้พวกเขำเข้ำสู่หอตำรำเทียนเต้ำ
เพื่อที่จะเข้ำไปร่ำเรียนเพิ่มเติมในหอตำรำเทียนเต้ำ นำงทำได้ เพียงต้องทน
อวิ๋นหวงนำกล่องสองใบออกมำ เดินไปตรงหน้ำทั้งสองแล้วส่ง กฎเกณฑ์ให้
“ใต้เท้ำทูตนำทำงทั้งสอง ของขวัญเล็กน้อยนี้ โปรดรับไว้ด้วย”
ทั้งสองรับมันไปอย่ำงไม่คิดมำก
ทูตนำทำงหญิงนำมชุยอวี้เปิ ดกล่อง แล้วใบหน้ำของนำงก็ เปลี่ยนเป็ นเย็นชำ
“แค่หนึ่งกฎเกณฑ์? เรำมำขอทำนยำมใด? ต้ำเซี่ยก็เป็ นหนึ่ง แดนดินอันเคยมีเซียนบังเกิด แต่ตระหนี่เพียงนี้? นี่อยำกเข้ำหอตำรำ เทียนเต้ำจริง ๆ หรือ?”
สีหน้ำของอวิ๋นหวงชะงัก
หนึ่งกฎเกณฑ์ยังน้อยไปหรือ?
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะทั่วไป ทรัพย์สินทั้งเนื้อทั้งตัวก็คงรำว ๆ ห้ำกฎเกณฑ์ เพรำะต้องฝึกฝน จึงมิอำจเก็บทรัพยำกรได้มำกมำย
หำกเป็ นตัวตนขอบเขตแปรเทวะที่โชคดีหรือมีอำนำจมำกหน่อย ก็อำจมีทรัพย์สินมำกกว่ำนี้
อีกฝ่ ำยเป็ นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญำณแรกกำเนิด ให้หนึ่ง กฎเกณฑ์ถือว่ำมำกแล้วจริง ๆ
“เอำมำเพิ่มอีกคนละสองกฎเกณฑ์”
ชำยมีปีกกล่ำว น้ำเสียงสั่งกำรอย่ำงมิอำจเข้ำใจผิด
สำมกฎเกณฑ์ต่อหนึ่งคน ไม่ต่ำงกับสำมพันล้ำนหินวิญญำณต่อ คนเลย
เซี่ยหยวนเฮ่ำนำกล่องผนึกกฎเกณฑ์อีกสี่กล่องส่งให้เจียงผิงอัน
“ขอเพียงพวกเจ้ำเข้ำเรียนที่หอตำรำเทียนเต้ำได้ เรื่องแค่นี้ เล็กน้อย”
เจียงผิงอันพยักหน้ำ รับกล่องมำแล้วก้ำวเข้ำไปส่งให้กับทูตทั้ง สอง
ทูตนำทำงทั้งสองสีหน้ำอ่อนลงเล็กน้อย
เมื่อได้สถำนะทูตนำทำงนี้มำ พวกเขำจึงย่อมอยำกได้ ผลประโยชน์เพิ่มเติม
ทูตนำทำงชำยชื่อเถิงหย่วนมองอวิ๋นหวงด้วยสำยตำโลมเลีย
“ร่ำงเจ้ำยังสมบูรณ์ดีกระมัง ข้ำได้ยินว่ำบุรุษผู้แรกที่ได้ครองคู่กับ ร่ำงเทวะวิหคอมตะก็เหมือนได้ยันต์ตัวตำยตัวแทน”
“นอนกับข้ำหนึ่งคืน แล้วข้ำจะส่งเจ้ำไปที่หอตำรำเทียนเต้ำ หำ ไม่ก็อย่ำหวังเลย!”
บทที่ 185 พบปัวซืออีกครั้ง
เมื่อได้ยินวาทะของชายผู้นี้ สีหน้าของอวิ๋นหวงก็มิอาจสะกด โทสะได้อีก
“ทั้งสองท่านได้กฎเกณฑ์ไปสามชิ้นแล้ว เหตุใดจึงยังได้คืบเอา ศอก? ไม่กลัวการลงทัณฑ์จากหอต าราเทียนเต้าหรือ?”
“ฮ่า ๆ”
เถิงหย่วนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดหัวเราะ
“โง่จริง ๆ หอต าราเทียนเต้าจะลงโทษข้าท าไม? ในหอต าราเทียน เต้าอยู่กันเช่นกฎแห่งป่า ผู้แข็งแกร่งมีสิทธิ์ทาได้ทุกอย่าง”
“เอาละ หากไม่นอนกับข้า ก็อย่าหวังเข้าสู่หอต าราเทียนเต้าได้ เลย!”
กฎของหอตาราเทียนเต้าวัดกันด้วยกาปั้น
ในที่สุดพวกเขาก็ได้ตาแหน่งทูตนาทางมา พวกเขาย่อมทาทุก สิ่งเพื่อตักตวงผลประโยชน์
ร่างเทวะวิหคอมตะนี้มีผลพิเศษ บุคคลแรกที่ได้หลับนอนกับนาง จะเทียบได้กับมียันต์ตัวตายตัวแทนใบหนึ่ง
เถิงหย่วนต้องการมันยิ่งนัก
อวิ๋นหวงกาหมัด กล่าวขึ้นเสียงแข็ง “ข้าไม่ไปหอตาราเทียนเต้า แล้ว!”
ในฐานะอัจฉริยะ นางมีศักดิ์ศรีของตน ถึงจะอยากไปหอตารา เทียนเต้าจริง ๆ นางก็จะไม่ทาเรื่องเช่นนั้น
ไม่ไปเสียยังดีกว่า
คนทั้งสองทลายมายาเกี่ยวกับหอตาราเทียนเต้าของนางไปสิ้น
นางคิดว่านั่นเป็ นสถานที่สืบเส้นทางเซียน แต่ดูเหมือนจะมิใช่ เช่นนั้นแล้ว
“ไม่ไป? คิดจะไม่ไปก็ไม่ไป? เรียกเรามาแล้วก็จะให้เรากลับ?”
เถิงหย่วนแค่นยิ้ม “เอากฎเกณฑ์มาให้เราอีกคนละสองชิ้น หาไม่ พวกเจ้าต้าเซี่ยจะเสียสิทธิ์เข้าสู่หอตาราเทียนเต้าตลอดไป!”
เขาไม่สนใจเลยว่าอวิ๋นหวงจะไปหอตาราเทียนเต้าหรือไม่ พวก เขาแค่อยากฉวยโอกาสขูดรีดเท่านั้น
เมื่อเห็นท่าทีกร่างกาแหงของเถิงหย่วน เซี่ยหยวนเฮ่าก็ขมวดคิ้ว
นี่ทูตนาทางหรือโจร?
“พวกเจ้า……” ขณะที่อวิ๋นหวงกาลังจะกล่าวบางอย่าง จู่ ๆ หนึ่ง หัตถ์ก็วางบนบ่านาง
เจียงผิงอันก้าวเข้ามามองทูตทั้งสองอย่างเยือกเย็น
“ข้าจาได้ว่าหอตาราเทียนเต้ามีบททดสอบรับคน ซึ่งก็คือประมือ กับทั้งสองท่าน ถูกหรือไม่?”
“เจ้าเป็ นใคร? ไสหัวไปให้พ้น”
ดวงตาของเถิงหย่วนเปี่ยมความเฉยชา ไม่เห็นหัวเจียงผิงอันเลย สักนิด เขาไม่ได้ใส่ใจจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยอย่างเซี่ยหยวนเฮ่าด้วยซ้า ไป
กฎมีอยู่ว่า บุคคลร่วมขอบเขตหรือร่วมรุ่นประชัน ผู้อาวุโส แข็งแกร่งกว่าห้ามยุ่งเกี่ยว
หากยอดฝีมือลงมือกับผู้น้อย ฝ่ าฝืนกฎเกณฑ์ ยอดฝีมือคนอื่น ๆ ก็จะสามารถลอบสังหารผู้น้อยในสานักสกุล เปิดวงจรอุบาทว์ขึ้นมา
เพื่อการสืบสานพัฒนาต่อของตระกูลใหญ่ หากมิใช่ศัตรู คู่อาฆาตเช่นต้าเซี่ยและต้าฉู่ ผู้แข็งแกร่งจะมิเข้าพัวพันในการดวล ระหว่างผู้น้อย
หากเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้ ก็โทษได้เพียงฝีมือไม่เข้าขั้นเท่านั้น
ผู้ใดคิดเรียกญาติผู้ใหญ่มา ก็จะถูกปวงชนล้อเลียนถากถาง
เพราะเหตุนี้ เถิงหย่วนจึงกาเริบเสิบสาน ไม่เห็นเซี่ยหยวนเฮ่าใน สายตา
แม้เถิงหย่วนจะมิใช่อัจฉริยะสูงสุดในหอต าราเทียนเต้า เขาก็ยัง เป็ นตัวตนชั้นผู้น า
หากผู้ท้าทายคืออวิ๋นหวง เถิงหย่วนยังสนใจ
แต่เจ้าเด็กนี่ไม่มีปราณแข็งแกร่งอะไรเลย เขาจึงมิเห็นหัวอีกฝ่ าย สักนิด
“ข้าเป็ นผู้คุ้มกันของอวิ๋นหวง ควรค่าท้าทายพวกเจ้าหรือไม่?”
น้าเสียงของเจียงผิงอันสุขุม ไร ้อารมณ์ใด ๆ บนใบหน้า
“ผู้คุ้มกันควรค่าพูดกับเราด้วยหรือ? ไสหัวไป!”
เถิงหย่วนสะบัดปีกเบื้องหลัง ส่งคมมีดวายุเจือกฎเกณฑ์ร ้ายแรง พุ่งใส่เจียงผิงอัน
กฎแห่งวายุแข็งแกร่งสุดขั้ว เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ ายบรรลุกฎแห่ง วายุสมบูรณ์แล้ว!
หากเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั่วไป มีดวายุนี้คง บดขยี้แหลกเละไปแล้ว!
กฎแห่งก าลังแผ่จากร่างของเจียงผิงอัน สลายการโจมตีของอีก ฝ่ายไปอย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นอานาจกฎเกณฑ์บนตัวเขา เถิงหย่วนก็หรี่ตาลง “บรรลุ แล้วหนึ่งกฎเกณฑ์แล้วนี่เอง”
“ฝีมือโหลยโท่ยแค่นี้หรือ?” เจียงผิงอันเอ่ย
“เจ้าขุดหลุมฝังตัวเองเสียแล้ว!”
เถิงหย่วนรู ้ว่านี่คือกลยุทธ ์ยั่วโมโห แต่เขาก็ยังมีโทสะอย่างช่วย ไม่ได้
เขาเป็ นผู้ยิ่งใหญ่ในหอตาราเทียนเต้า ขยะเช่นนี้กล้ามาล้อเลียน เขาหรือ?
งั้นก็ตบเจ้ายุงน่าราคาญนี่หน่อย!
เถิงหย่วนไหวกายมาตรงหน้าเจียงผิงอัน ออกหมัดใส่ศีรษะของ เจียงผิงอันหมายสังหารอย่างรวดเร็วยิ่ง
ขณะที่เถิงหย่วนกาลังคิดว่าตนจะจัดการเจียงผิงอันได้ใน กระบวนท่าเดียวนั้นเอง การเคลื่อนไหวของเขาพลันชะงัก
เมื่อเห็นว่าแขนตนถูกเจียงผิงอันคว้าได้ง่าย ๆ ม่านตาของเถิงหย่ วนก็หดตัว
เขาอยากสะบัดให้หลุด แต่ก็พบว่าเรี่ยวแรงของอีกฝ่ ายมหาศาล มิอาจสลัดพ้นได้เลย
เวลาต่อมา ร่างของเขาก็ถูกเจียงผิงอันฟาดกระแทกลงพื้นเยี่ยง ซากสุนัข ศิลาปูพื้นระเบิดแหลก แดนดินสะท้านเคลื่อนเยี่ยง แผ่นดินไหว
“ในเมื่อเรามิอาจไปหอตาราเทียนเต้าได้ เช่นนั้นก็ควรทิ้ง ทรัพยากรที่ให้พวกเจ้าไว้ที่นี่”
เจียงผิงอันเหยียบลงบนหน้าของเถิงหย่วน ยกแขนซึ่งสวมแหวน เก็บของของอีกฝ่ายแล้วกระชาก ฉีกแขนของอีกฝ่ายออกทั้งเป็ น!
เลือดเนื้อ กระดูกปรากฏชัด โลหิตสาดกระจาย
แล้วเขาก็เตะอีกฝ่ายกระเด็นไปหลายร ้อยจั้ง
เจียงผิงอันโยนแขนที่ขาดไปลงถุงเก็บสัตว์ภูต เป็ นอาหารแก่ แมลงสูบโลหิตเก้าวังเวง
“ไม่…”
ขณะที่เถิงหย่วนกาลังจะแผดเสียงกรีดร ้อง อีกหนึ่งเสียงกรีดร ้อง ที่โหยหวนยิ่งกว่าเขาพลันดังจากเบื้องหลัง
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร ้องนี้ หลายบุคคลก็หันมองตามอย่างงุนงง
แล้วพบว่าในบริเวณใกล้เคียงนั้นมีชายหนุ่มชุดเทาผู้หนึ่งปรากฏ ขึ้น
ชายหนุ่มชุดเทามองแขนข้างที่ขาดไปของเถิงหย่วนด้วยสีหน้า ใจสลาย
“นี่คือสังขารของเผ่ามนุษย์วิหคสี่ปีกเลยนะ ซากศพเผ่านี้หายาก ยิ่ง สหายเจียง เจ้าไม่รู ้จักปรานีกันเลย!”
เซี่ยหยวนเฮ่าและอวิ๋นหวงตกตะลึง คนผู้นี้เป็ นใคร?
มาที่นี่แต่เมื่อไหร่?
พวกเขาไม่ได้รับรู ้เลย
แต่คนผู้นี้เหมือนจะรู ้จักเจียงผิงอัน
เซี่ยหยวนเฮ่าขมวดคิ้ว วังหลวงเป็ นเขตต้องห้าม คนผู้นี้เข้ามา ได้อย่างไร?
“ราชบุตรเขย เขาคือใครกัน? สหายของเจ้าหรือ?”
เจียงผิงอันส่ายหัว “อาจจะเป็ นมือสังหารก็ได้”
ครั้งสุดท้ายที่เขาพบปัวซือ คือบนเวหาเหนือวังหลวงแคว้นหลิง ไถ
ชายผู้นี้ขอซื้อซากศพร่างเทวะสุดขั้วหยางของฉู่หยางจากเขา
คนผู้นี้มีเคล็ดวิชาเร ้นกายพิเศษยิ่ง แม้ซ่อนอยู่ใกล้ ๆ ผู้อื่นก็มิ อาจสังเกต แต่เจียงผิงอันเห็นเขาแล้ว
ทันทีที่เจียงผิงอันปรากฏตัวเมื่อครู่ ปัวซือก็จ้องนิ่งที่เขา แต่ ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันก็มองอีกฝ่ายเขม็ง
คนผู้นี้ลอบมายังวังหลวงต้องห้ามอย่างไร ้เหตุผล ทั้งยังจ้องแต่ เจียงผิงอัน หากมิใช่มือสังหาร จะเป็ นนักเดินทางได้หรือ?
เมื่อได้ยินคาว่ามือสังหาร สายตาของเซี่ยหยวนเฮ่าก็เย็นเฉียบ ปราณชวนสะพรึงหลากเล็ง
“อย่าเข้าใจผิด อย่าเข้าใจข้าผิด ข้าแค่มาเก็บศพเท่านั้น!”
ปัวซือรีบร ้อนอธิบายเจตนาตน
“ข้ารู ้เรื่องของวิหคจากหอตาราเทียนเต้าเหล่านี้เป็ นอย่างดี และรู ้ ว่าพวกนี้จะต้องยั่วโมโหสหายเจียงได้แน่ ๆ ข้าจึงมาเยือนล่วงหน้า เพื่อขอจองซากของทั้งสอง”
เจียงผิงอันจ้องมองปัวซืออย่างเฉยชา “เจ้าเชื่อว่าเหตุผลนี้ฟังขึ้น หรือ?”
“ข้าเชื่อ เพราะนี่แหละสัจธรรม” ปัวซือแย้มยิ้มสว่างไสว สุดแสน จริงใจ
“พวกเจ้าวอนตายเสียแล้ว!!”
เถิงหย่วนถูกกระชากแขนขาด และเมื่อเห็นว่าทั้งสองยังคงเสวนา ไม่ใส่ใจเขาเลยสักนิด ก็รู ้สึกขายหน้าอย่างยิ่ง
เพลิงโทสะในใจระเบิดเช่นภูเขาไฟ
“เมื่อครู่เหลาจื่อเลินเล่อ หนนี้ข้าจะส่งเจ้าไปโลกหน้าเสีย!”
เมื่อครู่ เถิงหย่วนมิได้เห็นเจียงผิงอันในสายตา จึงเลินเล่อ เล็กน้อย ยามนี้เขาเร่งกฎเกณฑ์พรสวรรค์ของตนเต็มกาลัง จะต้อง ฆ่าอีกฝ่ายได้แน่ ๆ!
เถิงหย่วนสิบร่างซึ่งเหมือนกันทุกประการปรากฏขึ้นบนเวหา!
นี่มิใช่อวตาร แต่เป็ นเคล็ดวิชาอันทรงพลัง คาถาร่างเงามายา
หลังใช ้วิชานี้ จะปรากฏภาพติดตาจานวนมากขึ้น
สิบภาพติดตาปรากฏ มิอาจแยกแยะจริงลวง พุ่งเข้าใส่เจียงผิง อันพร ้อมเพรียง
ยามเซี่ยหยวนเฮ่าเห็นภาพนี้ สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึม เคล็ด วิชานี้แข็งแกร่งมาก
ดูคล้ายภาพลวง ทว่าสัจธรรมคือทุกร่างล้วนเป็ นหนึ่งตัวตนจริง คนผู้นี้อาศัยความเร็วสุดขั้วขยับเปลี่ยนเป็ นหนึ่งภาพติดตา ประมือ กับหนึ่งภาพติดตาไปก็ไร ้ประโยชน์ ต้องหยุดพวกเขาให้ได้ทั้งหมด!
เซี่ยหยวนเฮ่าเร่งอานาจอย่างเงียบเชียบ พร ้อมลงมือยามเจียงผิง อันเผชิญอันตราย
ทูตนาทางอีกคน ชุยอวี้ มองเจียงผิงอันราวมองคนโง่
ผู้ใดที่กล้าล่วงเกินพวกเขาหอตาราเทียนเต้าล้วนเบื่อชีวิต
เจ้าเด็กนี่คงคิดกระมังว่าตัวเองฝีมือล้าเลิศ จะประมือเทียบชั้นคน จากหอต าราของพวกนางได้
ทุกผู้ทราบทั่วกัน มันไม่ต่างจากหาที่ตาย
ผู้คนจากหอตาราเทียนเต้าล้วนมีสายเลือดระดับสูง ซึ่งก็คือร่าง เทวะของพวกตน ซ้าบรรพชนยังมีประวัติบรรลุเซียน
เด็กนี่เป็ นขยะจากที่ใด ควรค่าท้าทายพวกเขาแล้วหรือ?
อวิ๋นหวงเห็นอีกฝ่ ายพุ่งเข้าใส่เจียงผิงอัน สีหน้าก็แปรเปลี่ยน อย่างมหันต์ “ระวัง!”
นางรีบพุ่งเข้าไปหยุดเถิงหย่วน
นางเห็นได้ว่าเคล็ดวิชานี้แข็งแกร่งเพียงไร และยังรู ้ว่าการหยุด อีกฝ่ ายอย่างแท้จริงเป็ นไปไม่ได้เลย แต่นางจะสามารถลดแรงกดดัน ให้เจียงผิงอันได้
แต่นางยังประเมินความแข็งแกร่งของอีกฝ่ ายต่าไป หยุดร่าง มายาได้เพียงสองร่างเท่านั้น
อีกแปดร่างมายาพุ่งมาอยู่ตรงหน้าเจียงผิงอันแล้ว
“ตาย!”
ร่างมายาทั้งแปดของเถิงหย่วนพูดขึ้นพร ้อมกัน
ในเมื่อเจ้ากล้าฉีกแขนข้า ข้าก็จะฆ่าเจ้า!
บทที่ 186 สังหารทูตน าทาง
เมื่อเห็นเถิงหย่วนแปดคนตรงหน้า ม่านตาของเจียงผิงอันก็หด ตัวเล็กน้อย ก้าวเท้าถอยไปหนึ่งก้าว
เคล็ดวิชานี้มิใช่มายา แต่เป็ นภาพติดตาจากความเร็วสุดขั้ว
หยุดร่างมายาใดไปก็ไร ้ประโยชน์ ร่างของอีกฝ่ ายสามารถพุ่ง ไปสู่อีกหนึ่งภาพติดตาได้ด้วยความเร็วสูง
หากไม่ระวัง ก็จะถูกโจมตี!
เคล็ดวิชานี้แข็งแกร่งมาก แต่น่าเสียดายที่เถิงหย่วนกาลังเผชิญ เจียงผิงอัน
ความเร็วของเถิงหย่วนล้าเลิศ ทว่าในสายตาเจียงผิงอัน มันมิ ต่างจากตุ๊กตากระเด้งกระดอนซ ้ายขวา
เจียงผิงอันเอื้อมมือคว้าคอเถิงหย่วน ยกขึ้นดุจเป็ นไก่
อวิ๋นหวงซึ่งยังเป็ นห่วงเจียงผิงอันอยู่จังงังไปทันใด
สีหน้าเย้าเยาะบนใบหน้าชุยอวี้หายสิ้นเฉียบพลัน ม่านตาของ นางสั่นสะท้านรุนแรงราวเห็นผี
เถิงหย่วนที่ถูกคว้าคอเปลี่ยนสีหน้ายิ่งกว่าใคร เขาตกตะลึงจังงัง
เป็ นไปได้อย่างไร!
เขาถูกจับได้!
ความเร็วของเขาติดห้าสิบอันดับแรกในหมู่ผู้ฝึกตนร่วมขอบเขต ทั่วทั้งหอตาราเทียนเต้า
แต่ความเร็วขนาดนี้ ยังใช ้กับคนตรงหน้าไม่ได้สักนิด!
คว้าคอเขาได้ทันที ไร ้โอกาสขัดขืนใด ๆ!
เจียงผิงอันคว้าคอเถิงหย่วนแล้วก็กล่าวกับปัวซืออย่างสุขุม เหมือนไม่ได้ทาเรื่องใหญ่อะไรเลย “พวกเขามาจากหอตาราเทียนเต้า เจ้ากล้ารับซื้อศพพวกเขาด้วยหรือ?”
“ไฉนจะมิกล้า?”
ปัวซือกล่าวยิ้ม ๆ “ขอเพียงมิใช่ยอดฝีมือที่ไหนลงมือกับพวกเขา ต่อให้ฆ่าไป หอต าราเทียนเต้าก็ไม่สนใจหรอก”
“อย่างนี้นี่เอง”
ความกังวลในใจเจียงผิงอันสลายสิ้น
“เจ้าฆ่าข้าไม่ได้นะ! ข้าจะพาพวกเจ้าไปหอต าราเทียนเต้าให้! หากฆ่าข้าไป ไม่มีเคล็ดวิชา ก็หมดโอกาสไปหอต าราเทียนเต้านะ”
เถิงหย่วนตะโกนอย่างแตกตื่น เขาเสียขวัญหวาดกลัวอย่าง แท้จริง
มิคาดเลยว่าผู้คุ้มกันยังแข็งแกร่งเพียงนี้ แล้วร่างเทวะวิหคอมตะ ต้องแข็งแกร่งเพียงไร?
เจียงผิงอันชะงักเล็กน้อย เขาไม่สนใจว่าตนจะได้ไปหอต ารา เทียนเต้าหรือไม่ แต่เรื่องนี้สาคัญกับอวิ๋นหวงนัก
ขณะที่เจียงผิงอันยังมัวคิด
ดวงตาของเถิงหย่วนวาวโรจน์ ปีกเบื้องหลังเขาสับลงใส่เจียงผิง อันดุจมีดดาบ
“ตายซะ!”
สีหน้าของเถิงหย่วนบิดเบี้ยว
นับแต่วินาทีที่อีกฝ่ ายฉีกแขนเขา เขาก็มิคิดพาพวกเจียงผิงอัน ไปสู่หอต าราเทียนเต้าแล้ว
แต่หากการลอบโจมตีเช่นนี้ใช ้กับเจียงผิงอันได้ เขาคงไม่อยู่รอด จนทุกวันนี้
ยามเถิงหย่วนสะบัดปีก เขาก็ขย าคออีกฝ่ายอย่างดุเดือด
ขณะเดียวกัน มืออีกข้างก็ก าหมัดทะลวงตันเถียน ท าลาย วิญญาณแรกก าเนิดในร่างอีกฝ่าย
“ม่าย!”
ปัวซือกรีดร ้องราวเป็ นคอเขาเองที่แหลกลง
“สหายเจียง! ขอศพสวย ๆ หน่อยเถอะ!”
ปัวซือร ้อนใจ นี่คือร่างเทวะของเผ่ามนุษย์วิหคสี่ปีก หาได้ยากยิ่ง
ศพสวย ๆ อะไร ยามนี้คอถูกขยา แขนถูกฉีก ตันเถียนยังแหลก อีก
กลายเป็ นเศษขยะไปอย่างสิ้นเชิง
เจียงผิงอันปล่อยมือ เหวี่ยงมันไปไกล ๆ ดุจขยะ แล้วหันมองทูต หญิงที่เหลืออีกคน
“เจ้าจะคืนกฎทั้งสามมาเอง หรือให้ข้าไปหยิบเอง?”
อีกฝ่ ายไม่ยอมให้พวกเขาไปหอตาราเทียนเต้า ทรัพยากรที่รับ ไปก็ต้องส่งคืนมา
ชุยอวี้รีบดีดตัวหนี เร่งอานาจกฎเกณฑ์แห่งไม้
หนึ่งเถาวัลย์ทะลวงพื้น มัดร่างเจียงผิงอันไว้อย่างรวดเร็ว
ชุยอวี้แผดเสียง “เจ้าคิดว่าฆ่าเถิงหย่วนไปแล้วข้าจะกลัวหรือ? ไอ้ขยะ ตายซะ!”
สีหน้าของเจียงผิงอันเฉยชา ฉีกกระชากเถาวัลย์จากกายอย่าง ง่ายดาย “คิดหรือว่าของพรรค์นี้จะทาอะไรข้าได้?”
ชุยอวี้ยิ้มเย้ย “ไอ้โง่ แน่นอนว่าเถาวัลย์ใช ้ไม่ได้ แต่มันมีพิษ!”
“พิษของข้าท าให้ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะหลงกลมานักต่อนัก บรรพชนของข้ากระทั่งวางยาฆ่าหนึ่งเผ่าพันธุ์! คร่าชีวิตเกินนับ ถ้วน!”
“เดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู ้สึกว่าร่างถูกกัดกร่อนทีละน้อย ก่อนจะสลาย เป็ นกองโคลนอย่างรวดร ้าวเอง! ฮ่า ๆ”
แม้ชุยอวี้จะตกใจกับพลังต่อสู้ของเจียงผิงอัน นางก็มิได้ใส่ใจ มากนัก
มิใช่เพราะแข็งแกร่งแล้วจะชนะเสมอไป
ตัวชุยอวี้เองมิได้แข็งแกร่ง แต่มีผู้ฝึกตนตกตายเพราะนางมาแล้ว นักต่อนัก
เพราะนางมีพิษร ้ายแรงอยู่ในตัว
ปัวซือเหมือนคิดอะไรออก สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเล็กน้อย “หรือนี่จะเป็ นร่างพิษมิคสัญญี!”
เขาเขยิบถอยห่างจากชุยอวี้อย่างเผลอตัว กลัวจะสัมผัสถูกอีก ฝ่ายเข้า
เมื่ออวิ๋นหวงและเซี่ยหยวนเฮ่าทราบว่าเจียงผิงอันถูกวางยา สี หน้าก็แปรเปลี่ยนอย่างร ้ายแรง
เซี่ยหยวนเฮ่ารีบหยิบโอสถถอนพิษสองเม็ด จะส่งให้กับเจียงผิง อัน ทว่าเจียงผิงอันหายไปจากจุดเก่า พุ่งเข้าหาชุยอวี้แล้ว
เขาคว้าคอชุยอวี้ ถอดสร ้อยเก็บของที่อกอีกฝ่ายออก
“ไฉนพวกเจ้าต้องให้ข้ามารับทรัพยากรคืนเองกันหมดเลยนี่?”
ดวงตาของชุยอวี้เบิกค้าง มองชายตรงหน้าอย่างตกตะลึง “เป็ นไปได้เช่นไร! เจ้าถูกพิษชัด ๆ แต่ท าไมจึงยังใช ้พลังได้อยู่!”
ยามเถาวัลย์สัมผัสร่างอีกฝ่าย พิษก็ซึมสู่กายคู่ต่อสู้แล้ว
ตัวตนใต้ขอบเขตแปรเทวะ ขอเพียงถูกพิษเข้า ก็จะไม่อาจใช ้ อานาจใดในตัวได้อีก ร่างของคนผู้นั้นจะเน่าเปื่อย สลายเป็ นกอง โคลนไปอย่างรวดเร็ว
แต่เจียงผิงอันกลับไม่เป็ นอะไรเลย!
“ข้ามีภูมิต้านพิษ”
เจียงผิงอันถาม “เจ้าจะพาเราเข้าหอต าราเทียนเต้าหรือไม่?”
ชุยอวี้จังงัง
คนผู้นี้ต้านพิษได้!
พรสวรรค์สูงสุดของนางคือพิษ แต่ต่อหน้าคนผู้นี้ นางก็ขยะดี ๆ นี่เอง!
อันที่จริง มิใช่ขยะหรอก แมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราชอบกินพิษนี้นัก
“ข้าจะพาพวกเจ้าไปหอต าราเทียนเต้า! อย่าฆ่าข้า!”
ชุยอวี้กลัวอีกฝ่ายจะหักคอนางเสียเดี๋ยวนี้
ความสามารถต้านพิษของเจียงผิงอันทาให้เซี่ยหยวนเฮ่า และอวิ๋นหวงตกใจอย่างยิ่ง
พวกเขาทราบเพียงว่าร่างของเจียงผิงอันมีพิษ แต่มิคาดว่าจะทน พิษได้เช่นกัน
ไม่รู ้จริง ๆ ว่าเจ้านี่จะมีจุดอ่อนอะไรอีก
เปรี้ยง!
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็ขยี้ศีรษะของชุยอวี้จนโลหิตสาดกระเซ็น
“เหตุใดต้องเล่นลูกไม้เล็กน้อยเช่นนี้ด้วย?”
ยันต์โจมตีแผ่นหนึ่งร่วงจากมือชุยอวี้
เมื่อครู่ ชุยอวี้แสร ้งตอบตกลง ทว่าแท้จริงนางคิดลอบโจมตี
แต่เจียงผิงอันจับได้เสียก่อน
“ม่าย!”
ปัวซือโหยไห้อีกครั้ง “นี่ร่างพิษมิคสัญญีเลยนะ! ซากศพหนึ่งใน หมื่นโดนทาลายไปอีกแล้ว! เสียของ! เสียของที่สุด!”
เมื่อได้ยินวาทะของอีกฝ่ าย สีหน้าของเซี่ยหยวนเฮ่าและอวิ๋นหวง ก็ดูพิกล หรือคนผู้นี้มีงานอดิเรกวิปริตอะไร?
วิญญาณแรกกาเนิดพุ่งออกจากร่างของชุยอวี้ คิดหนีไป
เจียงผิงอันคว้ามันไว้
วิญญาณแรกกาเนิดตัวน้อยของชุยอวี้ตะโกนอย่างเสียขวัญ “เจ้าฆ่าข้าไม่ได้นะ! พี่ชายข้ามีกายาศักดิ์สิทธิ์! หากเจ้าฆ่าข้า! พี่ชายข้าจะมาล้างแค้นแน่นอน!”
นางมิคาดว่าคนผู้นี้จะแข็งแกร่งเพียงนี้ และไม่อยากตาย จึงข่มขู่ เขา
“กายาศักดิ์สิทธิ์?”
ดวงตาของเจียงผิงอันวูบไหวเล็กน้อย
หลายบุคคลรอบข้างเองก็ตกใจ
กายาศักดิ์สิทธิ์! ร่างในตานานซึ่งแข็งแกร่งสูงสุดของเผ่ามนุษย์!
มิคาดว่าสตรีผู้นี้จะเกี่ยวข้องกับคนเช่นนี้ด้วย
ชุยอวี้ตะโกน “ใช่! พี่ชายข้ามีกายาศักดิ์สิทธิ์ในตานาน! ทั้งยัง เป็ นยอดฝี มือในหอต าราเทียนเต้าด้วย หมัดเดียวเจ้าก็เละได้แล้ว! เอาละ เจ้าหาร่างให้ข้าแล้วเอายอดสมบัติมาขอขมา เป็ นทาสของข้า เสีย หาไม่…”
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันขยี้วิญญาณแรกกาเนิดแหลกระเบิด สายตาปรากฏ เค้าคาดหวัง “ข้าไม่รู ้ว่ากายาศักดิ์สิทธิ์สมบูรณ์จะแข็งแกร่งเพียงไร ตั้งตารออยู่เลยละ”
“…” สามบุคคลใกล้เคียงเผยสีหน้าพิกล
จนสตรีผู้นี้ตกตาย นางก็หารู ้ไม่ว่าเจียงผิงอันจะคิดเช่นนี้
ในจัตุรัสเงียบเสียง
สองทูตนาทางจากหอตาราเทียนเต้าตกตายสิ้น
เจียงผิงอันกล้าดีจริง ๆ
เจียงผิงอันกล่าวกับอวิ๋นหวงอย่างรู ้สึกผิด “ขอโทษนะ ข้าฆ่าทูต น าทางไปแล้ว มิอาจไปหอต าราเทียนเต้าได้ แต่ข้าจะชดใช ้ให้เจ้าแน่”
“ไม่ต้องชดใช ้หรอก” สีหน้าของอวิ๋นหวงซับซ ้อนอย่างยิ่ง
มิคาดว่าสถานการณ์จะเป็ นเช่นนี้
ทูตทั้งสองจากหอตาราเทียนเต้าเหมือนเป็ นเพียงของเล่น ตรงหน้าเจียงผิงอัน หยิกนิดขยี้หน่อยก็มลายสิ้น
พวกเขาอ่อนแอเกินไปหรือ?
เปล่าเลย เจียงผิงอันแข็งแกร่งเกินไปต่างหาก
บางทีคนทั้งสองอาจบังเอิญถูกเจียงผิงอันข่มได้พอดี จึงรับมือได้ ง่าย แต่ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันนั้นไม่อาจสงสัยได้เลย
อวิ๋นหวงหันไปกล่าวกับเซี่ยหยวนเฮ่า “ฝ่ าบาท ขอประทานอภัย ด้วยจริง ๆ เพคะ แต่หม่อมฉันไม่อยากไปหอต าราเทียนเต้าแล้ว”
ราชวงศ์ต้าเซี่ยเป็ นผู้ช่วยนางติดต่อหอตาราเทียนเต้า ด้วยหวัง จะให้นางฝึกฝนพัฒนา กลับมารับใช ้ต้าเซี่ยในภายหน้า
แต่ยามนี้ นางไปไม่ได้แล้ว และไม่อยากไปด้วย
นางคิดไปว่านั่นคือสถานที่ฝึกฝนเซียน แต่เมื่อเห็นสภาพทูตนา ทางทั้งสอง นางก็พบว่านี่มิใช่ที่ที่นางอยากไป
“ไม่เป็ นไรหรอก พวกเจ้าทั้งสองมากสามารถเช่นนี้ ภายหน้าก็ เติบโตได้ แค่ช ้าเร็วเพียงไรเท่านั้น”
เซี่ยหยวนเฮ่าไม่ใส่ใจ แต่ยังโล่งใจมากด้วย
“ในเมื่อพวกเจ้าจะไม่ไปหอตาราเทียนเต้า ก็ไปซากโบราณมหา จักรพรรดิเถิด เสี่ยวชิงและชาวเราตักตวงประโยชน์ที่นั่นได้มากมาย”
เจียงผิงอันเก็บซากทั้งสอง มองปัวซือ และพลันเอ่ยปาก “เจ้ามา ที่นี่เพื่อฆ่าข้า ถูกหรือไม่?”
บทที่ 187 เซี่ยชิงบรรลุเคล็ดวิชามหาจักรพรรดิ
ปัวซือลอบเข้าสู่วังหลวงต้าเซี่ยเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามีแผนอยู่
เมื่อเจียงผิงอันปรากฏกาย อีกฝ่ ายก็จ้องมองเขาทันที เห็น ชัดเจนว่าเป็ นมือสังหาร
“ล้อเล่นอะไรนี่ ข้านับถือฝีมือสหายเจียงหรอกจึงมาดู!”
ปัวซือปฏิเสธเสียงเรียบ
สีหน้าของเซี่ยหยวนเฮ่าเย็นเยียบ “บุกรุกเขตราชฐานต้องห้าม ประหาร!”
ไม่ว่าคนผู้นี้จะลักลอบเข้ามาในวังหลวงต้าเซี่ยขณะนี้หรือไม่ ก็ เป็ นอาญาร ้ายแรงทั้งสิ้น
ขณะที่เขากาลังจะลงมือ ปัวซือก็กล่าวยิ้ม ๆ “ข้ามาจากสานัก บัญชาศพแดนประจิม ขอแนะน าฝ่าบาทว่าอย่าวู่วามดีกว่า”
เซี่ยหยวนเฮ่าชะงัก สีหน้าแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน
สานักบัญชาศพแดนประจิมนั้นเทียบได้กับแดนศักดิ์สิทธิ์ตระกูล โบราณ สถานะสูงส่งอย่างยิ่ง
ได้ยินว่าหลังผู้อาวุโสในสานักพวกเขาตกตาย จะถูกเปลี่ยนเป็ น หุ่นเชิดศพพิทักษ์ส านัก
เมื่อสืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น สานักนี้ก็ลึกล้าเกินคาดหยั่ง
มหาอานาจเช่นนี้ ต้าเซี่ยมิอาจเทียบติด
ปัวซือกล่าวกับเจียงผิงอันยิ้ม ๆ “สหายเจียง พอดีข้ากาลังจะไป ซากโบราณมหาจักรพรรดิเหมือนกัน เราไปด้วยกันได้นะ”
“ข้าไม่ชอบอยู่ใกล้อันตราย”
แม้เจียงผิงอันจะไม่รู ้ว่าส านักบัญชาศพเป็ นส านักเช่นไร แต่จาก สีหน้าของเซี่ยหยวนเฮ่า เขาก็ทราบได้ว่าไม่ธรรมดา
ปัวซือผู้ถูกปฏิเสธถอนใจอย่างผิดหวัง “ก็ได้ เดี๋ยวข้าไปเอง”
“สหายเจียง หนหน้ายามพบร่างเทวะ ช่วยทิ้งศพสวย ๆ ไว้หน่อย นะ ข้าจะรับซื้อให้ราคางามเลย”
ว่าแล้ว ปัวซือก็ก้าวถอย ร่างหายลับไปทันที
“ย่นธรณีเหลือเพียงชุ่น!”
อวิ๋นหวงอุทาน
ปรากฏว่าอีกฝ่ายใช ้เคล็ดวิชาสายมิติเช่นนี้ได้!
ย่นธรณีเหลือเพียงชุ่นนั้นเหมือนก้าวเดียวเพียงหน แต่แท้จริง เคลื่อนกายห่างออกไปพันลี้
มันเป็ นเคล็ดวิชาสายมิติแขนงหนึ่ง ผู้บรรลุวิชานี้ได้ล้วนมาก ฝีมือ
มิใช่คนผู้นี้ควบคุมซากศพหรือ? ยังเรียนเคล็ดวิชาเช่นนี้ด้วย
เจียงผิงอันหรี่ตา ความนัยค าพูดสุดท้ายของอีกฝ่ ายฟังดูเหมือน พวกเขาจะได้พบกันอีก
คนผู้นี้ดูพิกลตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ แดนประจิมห่างออกไปแสนไกล แต่อีกฝ่ายกลับจงใจมายังแดนบูรพา
ราวกับตั้งใจมาหาเขา
คนผู้นี้ต้องมีเจตนาบางอย่างอยู่แน่
ขณะนี้เอง ขันทีผู้หนึ่งรีบร ้อนวิ่งมาราวกลัวเสียเวลา
“ฝ่ าบาท! แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อมาสู่ขอองค์หญิงเก้าอีกแล้วพ่ะ ย่ะค่ะ!”
เซี่ยหยวนเฮ่ามองเขาอย่างเคลือบแคลง “มิใช่ครั้งก่อนปฏิเสธไป แล้วหรือ? ไฉนยามนี้จึงมาอีก?”
ครั้งก่อน เซี่ยชิงบรรลุขอบเขตแปรเทวะ ต่างเกิดเสียงฮือฮาไม่ น้อย และทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ราชวงศ์ต้าเฉียน และตระกูล เหลยโบราณล้วนส่งคนมาสู่ขอ
แต่เพราะเซี่ยชิงไม่เห็นด้วย เรื่องนี้จึงถูกหยุดลง
เหตุใดยามนี้พวกเขาจึงมาอีก?
“คนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้วพ่ะย่ะค่ะ! บุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดน ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อเป็ นผู้อยากแต่งงานกับองค์หญิงเก้าพ่ะย่ะค่ะ!”
ขันทีเฒ่ากล่าวอย่างตื่นเต้น “แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อนา กฎเกณฑ์ร ้อยชิ้น โอสถกระจ่างแจ้งหนึ่งเม็ด โอสถเทียนเสวียนห้า เม็ด เม็ดบงกชแจ้งวิถีห้าเม็ดและหินวิญญาณมากมาย ทั้งยังบอกว่า จะยกสายแร่ให้หนึ่งแห่งด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
บุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อคือหนึ่งในว่าที่ผู้สืบ ทอดแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อในภายหน้า
ครั้งก่อนที่แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อมาสู่ขอ มิใช่การสู่ขอเพื่อบุตร ศักดิ์สิทธิ์
ยิ่งกว่านั้น หนก่อนยังเป็ นเพียงมาขอปากเปล่า มิได้นาของขวัญ ใดมาก านัล
แต่ปรากฏว่าหนนี้ยกขบวนสินสอดกันมาทันที
เซี่ยหยวนเฮ่าตกตะลึง
มันเกิดอะไรขึ้น? เหตุใดจู่ ๆ แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อจึงมาสู่ขอ?
หรือตกหลุมรักใบหน้างดงามของบุตรีเขาเข้า?
“รายงาน~”
องครักษ์ผู้หนึ่งพลันกระวีกระวาดเข้ามา “ฝ่ าบาท! รัชทายาท แห่งต้าเฉียนมาสู่ขอพ่ะย่ะค่ะ!”
หัวใจของเซี่ยหยวนเฮ่าตะลึง ยิ่งงุนงงหนักไปใหญ่
เหตุใดรัชทายาทแห่งต้าเฉียนจึงมาสู่ขอ!
สถานะของต้าเฉียนนั้นเทียบเท่าแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็ นแดนดินซึ่ง แข็งแกร่งสูงสุดในแดนบูรพา
รัชทายาทคือบุคคลที่จะขึ้นเป็ นจักรพรรดิอย่างแน่นอน
ทั้งบุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อและรัชทายาทแห่ง ต้าเฉียนล้วนมาสู่ขอ ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน!
เซี่ยหยวนเฮ่าพลันตระหนักถึงบางสิ่ง “หรือว่า… จะเกิดอะไร ขึ้นกับเสี่ยวชิง?”
ขณะนั้นเอง ป้ ายหยกที่เอวของเขาก็มีเสียงของเซี่ยชิงดังออกมา
“บัลลังก ์จะเป็ นขององค์หญิงผู้นี้ องค์หญิงผู้นี้บรรลุหนึ่งเคล็ด วิชามหาจักรพรรดิแล้ว!”
“อะไรนะ!”
เซี่ยหยวนเฮ่าหลุดมาดทันใด ไม่เหลือความหนักแน่นยิ่งใหญ่ แห่งจักรพรรดิ เขาอุทานอย่างประหลาดใจ หัวใจเต้นระทึกดุจสายฟ้ า ฟาด ร่างสะท้านสั่นเทิ้ม
มีเพียงหนึ่งบุคคลในเผ่ามนุษย์ที่ถูกเรียกเป็ นมหาจักรพรรดิได้
เมื่อหลายล้านปีก่อน เผ่ามนุษย์เป็ นเพียงหนึ่งเผ่าพันธุ์ธรรมดา นอกจากมีสติปัญญาก็แสนอ่อนแอ เป็ นเหยื่อเสบียงแก่สารพัด เผ่าพันธุ์กินเนื้อ
จนกระทั่งคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้น เผ่ามนุษย์จึงแปรเปลี่ยนสู่ทุกวันนี้
เขาสร ้างเคล็ดวิชา สอนสั่งปวงชน รวมตัวเป็ นปึ กแผ่น สร ้าง ภาษาอ่านเขียน น าเผ่ามนุษย์พิชิตเหนือมวลเผ่าพันธุ์
หนึ่งหมัดเบิกศักราชเผ่ามนุษย์ ต่างเผ่าพันธุ์ทั้งมวลมิอาจเงย หน้าอ้าปาก
เกิดเป็ นหนึ่งยุคสมัยใหม่!
เพราะเขา เผ่าพันธ ์ุุ ทั้งมวลจึงเริ่มทะนงตนยามแปรลักษณ์เป็ น มนุษย์ได้
หลังจากมหาจักรพรรดิไปจากโลกมนุษย์ เผ่ามนุษย์ก็ยังยิ่งยง ตราบห้าแสนปีผ่านมา ก็ยังไร ้ผู้ใดเทียบติด!
ผ่านไปหลายล้านปี บัลลังก ์มหาจักรพรรดิก็ยังไร ้เค้าสั่นคลอน เป็ นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมวลมนุษย์
เพียงหนึ่งเส้นผมที่ร่วงหล่นจากมหาจักรพรรดิก็เป็ นสมบัติแล้ว
การได้รับเคล็ดวิชาจากมหาจักรพรรดินั้น เทียบได้กับได้ ศาสตราเซียนมาครอบครอง!
มิน่าเล่า เซี่ยหยวนเฮ่าจึงเสียกิริยา ผู้ใดจะไม่ตกใจบ้าง?
มิน่าเล่า บุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อและรัชทายาท แห่งต้าเฉียนจึงปรี่มาสู่ขอกันใหญ่
การแต่งงานกับเซี่ยชิงก็เหมือนได้ศาสตราเซียนหนึ่งชิ้น!
สตรีเช่นนี้ ใครบ้างไม่อยากเกี่ยวดอง
เสียงของเซี่ยชิงดังออกมาจากป้ ายหยกสื่อสารอีกครั้ง
“ทูตน าทางของหอต าราเทียนเต้ามาแล้วใช่หรือไม่? พวกอวิ๋นห วงไปแล้วหรือ?”
“มาแล้ว แต่หม่อมฉันไม่ไปเพคะ” อวิ๋นหวงตอบ
เซี่ยชิงนิ่งไปครู่หนึ่ง จึงถามอย่างประหลาดใจ “เหตุใดเจ้าจึงไม่ ไปเล่า?”
อวิ๋นหวงอธิบายเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างพอสังเขป
เมื่อได้ยินว่าเจียงผิงอันฆ่าคน ใบหน้าของเซี่ยชิงก็กระตุก
ดี… ดีมากเลยเจ้านี่
จิตสังหารแรงกล้านัก กล้าฆ่ากระทั่งทูตนาทาง
“ฆ่าไปก็ดีแล้ว ขยะพรรค์นี้ควรถูกทาลายเสีย ไม่ไปหอตารา เทียนเต้ากันก็ได้”
เซี่ยชิงเห็นชอบกับการกระทาของเจียงผิงอัน
“รีบมาที่ซากโบราณมหาจักรพรรดิเสีย เจ้าไม่ไปก็ดีแล้ว อัจฉริยะจากต้าฉู่ไล่โจมตีอัจฉริยะจากต้าเซี่ยเราทั่วไปหมด ข้าเห็น แล้วขายหน้า”
“ข้ากาลังจะเรียกอัจฉริยะคนอื่นมาพอดี แต่ในเมื่อพวกเจ้าไม่ได้ ไปไหน ก็มาฆ่าเจ้าพวกคนจากต้าฉู่นี่เลยมา!”
มิเพียงคนจากต้าเซี่ยไปยังซากโบราณมหาจักรพรรดิ คน จากต้าฉู่และแดนดินสานักอื่นก็ไปเช่นกัน
คนเหล่านี้กาลังประชันชิงโอกาสภายใน
อวิ๋นหวงเห็นเซี่ยชิงไม่ถือโทษก็ผ่อนหายใจโล่งอก กล่าวขึ้นยิ้ม ๆ “องค์หญิง เดี๋ยวเราจะไปหาเพคะ!”
ซากโบราณมหาจักรพรรดิตั้งอยู่ในแคว้นหลิงไห่ ไม่ห่างจากต้า เซี่ยมากนัก
เจียงผิงอันสนใจซากโบราณมหาจักรพรรดิยิ่ง และอยากทราบ ว่ามหาจักรพรรดิสร ้างขอบเขตของตน ก้าวย่างเช่นไรยามไร ้ระบบ ฝึกฝน
มันเป็ นประโยชน์ต่อเส้นทางที่เขาเดินอย่างยิ่ง
แน่นอน เรื่องสาคัญคือไปหาโอกาส
เจียงผิงอันและอวิ๋นหวงชาเลืองมองกัน ก่อนจะจรจากมุ่งตรงสู่ ซากโบราณมหาจักรพรรดิ
“ฮ่า ๆ”
ในที่สุด เซี่ยหยวนเฮ่าก็ฟื้นจากความตกใจ หัวเราะออกมาดังลั่น “มหาจักรพรรดิอานวยพรแก่ต้าเซี่ยเราแล้ว ฮ่า ๆ”
บุตรีข้าได้เคล็ดวิชาของมหาจักรพรรดิไป ความส าเร็จภายหน้า ของนางไร ้ขีดจ ากัดแน่นอน!
เราต้าเซี่ยจะเข้าสู่ศักราชใหม่!
ทันใดนั้น เซี่ยหยวนเฮ่าก็ฉุกคิดถึงบางสิ่งได้ รอยยิ้มของเขาค้าง ไปเฉียบพลัน
“ราชบุตรเขย! ช ้าก่อน ศาสตรามารนั่นยังไม่ได้ฝากข้าเลย!”
เขายัดสมบัติใส่มือเจียงผิงอันตั้งมากมาย คิดแลกกับศาสตรา มารชิ้นนั้น
แต่เขายัดสมบัติให้อีกฝ่ายข้างเดียว อีกฝ่ายยังไม่ยื่นสมบัติมาให้ เขาเลย!
หูของเจียงผิงอันทางานแย่เฉียบพลัน วูบไหวไม่กี่ร ้อยหนก็หาย วับไป
ต้าฉู่ ในห้องหนังสือของฉู่ซูเจียง จักรพรรดิแห่งต้าฉู่
“เป็ นเช่นไรบ้าง? จัดการแล้วหรือไม่?” ฉู่ซูเจียงที่โต๊ะหนังสือถาม ขันทีเฒ่าข้างกาย
“กราบทูลฝ่ าบาท จัดการเรียบร ้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ ข้าติดต่อ อัจฉริยะสูงสุดของหอตาราเทียนเต้าผ่านหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล แล้ว รอเพียงเจียงผิงอันกับอวิ๋นหวงไปถึง ก็จะฆ่าทั้งสองได้แน่นอนพ่ะ ย่ะค่ะ!”
ขันทีเฒ่ากล่าวอย่างยินดี
สีหน้าของฉู่ซูเจียงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนสู่บูดเบี้ยว พู่กันในมือถูก ก าแหลก
“ปล้นศาสตราเซียนครึ่งขั้นจากข้า สังหารบุตรข้า ทาลายวาสนา ของเราต้าฉู่ แล้วยามนี้พวกเจ้าจะอยู่ได้อย่างไร!”
เพื่อฆ่าเจียงผิงอัน เขาจึงทุ่มกฎเกณฑ์นับร ้อย ๆ มูลค่านับแสน ล้านเพื่อจ้างวานอัจฉริยะมากมายในหอตาราเทียนเต้า
หนนี้เจียงผิงอันตายแน่!
แม้ราคาจะใหญ่โตน่ากังวลยิ่ง แต่ขอเพียงเจียงผิงอันตาย ทุก อย่างก็คุ้มค่า
เมื่อคิดเช่นนี้ ฉู่ซูเจียงก็คลี่ยิ้มบิดเบี้ยว
ตั้งตารอข่าวยามเจียงผิงอันถูกอัจฉริยะสังหารแทบรอไม่ไหว
บทที่ 188 ความเร็วของเสี่ยวไป๋
“เหมือนเมื่อครู่ฝ่าบาทเรียกเจ้าอยู่นะ”
นอกเมืองหลวง อวิ๋นหวงเอ่ยปาก
“จริงหรือ? ข้าไม่ได้ยิน ไม่น่าจะเป็ นเรื่องใหญ่กระมัง”
เจียงผิงอันกล่าวโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
อวิ๋นหวงขาคิกคัก ปรากฏว่าเจียงผิงอันมิใช่ท่อนไม้ แต่เป็ นพวก หน้าใสใจด า
กระทั่งทรัพยากรของฝ่าบาทยังกล้าเชิดได้
เจียงผิงอันนากฎเกณฑ์สามชิ้นออกมาส่งให้อวิ๋นหวง
“นี่คือกฎที่ข้าทวงคืนจากทูตนาทางเมื่อครู่ ในเมื่อฝ่ าบาทมิได้ เรียกคืน เราก็เก็บไว้คนละสามชิ้นเถอะ”
“นอกจากนั้น เจ้าล่วงหน้าไปซากโบราณมหาจักรพรรดิก่อนได้ เลย เราแยกกันดีกว่า ข้าในยามนี้มีค่าหัวหมื่นล้าน มีผู้คนคิดฆ่าข้า มากมาย เจ้าไปกับข้าไม่ปลอดภัยหรอก”
อวิ๋นหวงรับกฎเกณฑ์ไปอย่างไม่เกรงใจ
“เราไปด้วยกันเถอะ ข้ามีวิชาเปลี่ยนรูปลักษณ์อยู่ ข้าเปลี่ยนให้ เจ้าได้นะ”
นางรู ้ว่าเจียงผิงอันไม่อยากให้นางประสบอันตราย
เจียงผิงอันส่ายหัว “แม้การเปลี่ยนรูปลักษณ์จะมีประโยชน์ แต่มัน ใช ้กับวิชาทานายหรืออาวุธพิเศษบางอย่างมิได้ ดังนั้น เพื่อความ ปลอดภัย เราเดินทางแยกกันเถอะ”
อวิ๋นหวงครุ่นคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ไม่รบเร ้า นาคัมภีร ์วรยุทธ ์ปกสี เขียวเล่มหนึ่งออกมา
“นี่คือวิชาเปลี่ยนรูปลักษณ์ การเรียนมันสามารถเปลี่ยน รูปลักษณ์ของเจ้าได้ ค่อนข้างมีประโยชน์ในการปกปิดตัวตน ข้าจะ ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เมื่อไปถึงจะติดต่อมาผ่านป้ ายหยกสื่อสารนะ”
นางส่งคัมภีร ์ให้เจียงผิงอัน ก่อนจะกลายเป็ นเส้นแสงสีแดงพุ่งไป ยังซากโบราณมหาจักรพรรดิ หลงเพียงกลิ่นหอมในอากาศ
เจียงผิงอันก้มลงมองคัมภีร ์สีเขียวในมือ
บนปกเขียนไว้ว่า ‘เคล็ดจ าแลงลักษณ์’
ยามพลังวิญญาณปกคลุมทั่วคัมภีร ์ เนื้อหามหาศาลตราตัวใน มโนส านึกเฉียบพลัน
นี่คือข้อได้เปรียบของการมีพลังวิญญาณแข็งแกร่ง สามารถ จดจาสรรพสิ่งได้อย่างรวดเร็ว
วรยุทธ ์นี้เรียนไม่ยาก แค่ใช ้พลังแปรเปลี่ยนรูปกาย
หลังเริ่มเรียน ก็สามารถแปลงเปลี่ยนใบหน้าได้ ยามใดเข้าใจ ถ่องแท้ ก็สามารถเปลี่ยนรูปกายได้ตามชอบใจ กระทั่งซ่อนปราณยัง ท าได้
ด้วยขอบเขตขณะนี้ของเจียงผิงอัน วรยุทธ ์นี้เรียนไม่ยากเลย
ขณะทะยานบนเวหา ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
เปลี่ยนรูปลักษณ์สู่ดาษดื่น เปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ สะกดปราณของ ตน
ยามละล่องสู่ป่าเขา เจียงผิงอันก็ตบถุงเก็บสัตว์ภูต แสงสีขาวสาย หนึ่งเหินออกมา
สัตว์ภูตกลายพันธุ์อันงดงามตัวหนึ่งปรากฏตรงหน้า
เสี่ยวไป๋ เป็ นสีขาวทั้งกาย ไร ้ที่ติไร ้รอยขีดข่วน แผงคอยาวสีขาว ร่ายระบาแผ่วเบา ทั่วร่างเรืองรองเช่นแสงดาวพริบพราย
แรกมองก็ทราบได้ว่านี่เป็ นสัตว์ภูติอันเกินธรรมดา
เสี่ยวไป๋ ดูฮึดฮัด เมื่อครู่ยังอ่านนิทานอยู่ดี ๆ เหตุใดจึงถูกเรียก ออกมาแล้ว?
เจียงผิงอันขึ้นไปนั่งและกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ วิ่งสุดความเร็วเลยนะ ขอดูหน่อยว่าเจ้าไวเพียงไรแล้ว”
เสี่ยวไป๋ ไม่คิดสนใจ ยกเท้าเริ่มวิ่งอย่างไม่เต็มใจนัก
เพียงพริบตา เสี่ยวไป๋ ก็วิ่งไกลหลายร ้อยจั้ง พฤกษาสองข้างทาง ไหลผ่านรวดเร็ว
“เจ้ามิได้จริงจังเลย”
หนก่อน เจียงผิงอันสังเกตชัดว่าบนร่างเสี่ยวไป๋ เจือด้วยพลัง กฎเกณฑ์ แต่หนนี้มิอาจสัมผัสได้
มันวิ่งเร็วไม่เท่ายามอยู่ในขอบเขตก่อปราณด้วยซ้า
เสี่ยวไป๋ เงยหน้าขึ้น คู่เนตรกลมโตดูใสซื่อ ราวจะบอกว่านี่ข้า จริงจังแล้วนะ
เจียงผิงอันครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะนาโอสถเทียนเสวียนสาหรับ พัฒนาพรสวรรค์ออกมาเม็ดหนึ่ง
“ขอเพียงความเร็วของเจ้าเป็ นที่พอใจของข้า โอสถนี้จะเป็ นของ เจ้า”
ดวงตาของเสี่ยวไป๋ เรืองรองเจิดจรัส
เสี่ยวไป๋ สูดหายใจสองสามเฮือก แล้วร่างกายก็เหมือนแปรเปลี่ยน อย่างมหาศาล
เสี่ยวไป๋ กระโจนตัวสูงอย่างตื่นเต้น
แม้ไม่รู ้ว่านั่นคือโอสถอะไร แต่ต้องเป็ นของดีแน่นอน
ทันใดนั้น ประกายแสงสีขาวรอบตัวเสี่ยวไป๋ พลันเรืองรอง
เจียงผิงอันสัมผัสเค้าแห่งกฎเกณฑ์ได้อีกครั้ง!
เพียงพริบตา เสี่ยวไป๋ ก็กลายเป็ นลาแสง พุ่งทะยานหมื่นจั้งใน พริบตา!
หัวใจของเจียงผิงอันเต้นระทึกรัวเร็ว
อัสนีพริบตาของเขาบรรลุขั้นสาม จึงเคลื่อนกายได้หมื่นจั้งใน พริบตา!
เสี่ยวไป๋ เป็ นเพียงสัตว์ภูตกลายพันธุ์ขอบเขตจินตาน แต่ ความเร็วบรรลุถึงขั้นนี้แล้ว!
เสี่ยวไป๋ เป็ นสัตว์ภูตกลายพันธุ์เช่นไรกันแน่?
เหตุใดจึงน่ากลัวเพียงนี้?
มันมีสายเลือดพิเศษใดหรือเปล่า?
ขณะที่เขากาลังตื่นตะลึง เขาพลันสังเกตเห็นบางสิ่ง เมื่อเงยหน้า ขึ้นมองท้องนภา
เหรือศีรษะเขาปรากฏแสงสีแดงเรืองขึ้น
อวิ๋นหวงกาลังเหินทะยาน นางสะดุ้งตกใจยามพบแสงสีขาวสาย หนึ่งปรากฏขึ้นเฉียบพลันเบื้องใต้
และพบสัตว์ภูตงดงามสีขาวตัวหนึ่งสิ่งด้วยความเร็วสูง ชายผู้ หนึ่งนั่งบนหลังมัน
เมื่อสัมผัสปราณสัตว์ภูตกลายพันธุ์ตัวนี้ได้ อวิ๋นหวงก็ตกตะลึงยิ่ง นัก
“สัตว์ภูตกลายพันธุ์ขั้นปลายขอบเขตจินตาน แต่วิ่งเร็วได้เพียง นี้!”
“โลกหล้าช่างกว้างใหญ่ มีเรื่องเหลือเชื่อมากไปหมด ผู้ฝึกตน และสัตว์ภูตแข็งแกร่งเกินคณา อยู่ในโลกหล้า ต้องระวังตัว”
อวิ๋นหวงเตือนตัวเองในใจ รีบเปลี่ยนทิศเหินบิน มิขนานไปกับ แสงสีขาวนี้
สัตว์ภูตกลายพันธุ์แข็งแกร่งเช่นนี้ บุคคลบนหลังมันต้องไม่ ธรรมดา!
ไม่นานนัก เสี่ยวไป๋ ก็หยุดหอบหมดแรงบนยอดเขาแห่งหนึ่ง
ยามมันวิ่งสุดความเร็ว พลังของมันสูบหายรวดเร็วยิ่ง เพราะครู่ เดียวก็สิ้นพลังหมดกาย
มันไม่ชอบวิ่ง เหนื่อยเหลือเกิน
มันชอบอ่านนิทานเรื่องเล่ามากกว่า
หากมิใช่เพราะมีโอสถล่อใจ มันคงไม่ทุ่มสุดกาลังเช่นนี้
เสี่ยวไป๋ เงยหน้าจ้องโอสถเทียนเสวียนด้วยคู่เนตรกลมโต สุด แสนโหยหา
เจียงผิงอันสงบความตกใจ ส่งโอสถเทียนเสวียนเข้าปากเสี่ยวไป๋
เสี่ยวไป๋ แข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด
นับแต่ยามเขาอยู่ที่อาเภอเหลียนซาน เขาก็ทราบแล้วว่าเสี่ยวไป๋ ไม่ธรรมดา
แต่มิคาดว่าเสี่ยวไป๋ จะไม่ธรรมดาถึงเพียงนี้
ในที่สุดเจียงผิงอันก็ทราบว่าเสี่ยวไป๋ บรรลุกฎเกณฑ์อะไร
กฎเกณฑ์แห่งแสง
แสงคือตัวแทนความเร็วสุดขั้ว
เป็ นความเร็วอันแข็งแกร่งสูงสุดในสุญตา!
เสี่ยวไป๋ คู่ควรได้กินโอสถเทียนเสวียนอันล้าค่า
มิเพียงให้เม็ดเดียว ภายหน้าก็ควรให้มันเพิ่มเพื่อทวีความ แข็งแกร่ง
ความเร็วในขั้นปลายขอบเขตจินตานยังเร็วเพียงนี้ ภายหน้าจะ เร็วถึงเพียงไร?
หลังกินโอสถเทียนเสวียนเข้าไป เสี่ยวไป๋ ก็รู ้สึกราวร่างถูกชาระ ล้าง สบายตัวเป็ นอย่างยิ่ง แสงหลากสีพริบพรายบนร่าง เจิดจรัสยิ่ง นัก
เจียงผิงอันผงะนิ่ง แสงนี้เจิดจรัสเกินไป โดดเด่นเหลือเกินในป่า เขา
เขารีบเก็บเสี่ยวไป๋ ไป มิให้ผู้ใดสังเกตจนเกิดปัญหา
โลกหล้ามีกฎพิเศษ ยิ่งกังวลว่าสิ่งใดจะเกิด สิ่งนั้นยิ่งมีโอกาสเกิด
สามลาแสงอันรวดเร็วสุดขั้วพุ่งเข้ามา หยุดลงที่ยอดเขา ล้อมตัว เจียงผิงอันเอาไว้
“เหตุใดแสงหลากสีเมื่อครู่จึงหายไป? ยังไม่ทันเห็นเลยว่าคือสิ่ง ใด”
“ไม่ต้องพูดก็รู ้ ต้องเป็ นสมบัติแน่ ๆ!”
ชายเครายาวถือขวานผู้หนึ่งจับจ้องเจียงผิงอันอย่างไม่เป็ นมิตร
“เจ้าหนู เมื่อครู่เรามีสมบัติชิ้นหนึ่ง เรืองรองหลากสี แล้วบังเอิญ ทาตกที่นี่ เจ้าหยิบมันไปหรือไม่?”
เจียงผิงอันชาเลืองมองคนทั้งสาม เป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตจินตาน ทั้งสิ้น
เจียงผิงอันปล่อยปราณขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดออกไป
ยามสัมผัสปราณนี้ สีหน้าของทั้งสามก็แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
“ผู้อาวุโส ขออภัยด้วย เราเข้าใจผิดเอง”
กล่าวจบ ทั้งสามก็หนีกระเจิงทันควัน รวดเร็วกว่ายามมา หลายเท่าตัว
เจียงผิงอันมิได้คิดสนใจคนเช่นนี้ หากเมื่อครู่ลงมือ พวกเขาคง กลายเป็ นเหยื่อแมลงสูบโลหิตเก้าวังเวงไปแล้ว
เขาเหินต่อสู่แคว้นหลิงไห่
หวังว่าเส้นทางสู่ก้าวที่สองจะหาพบได้ในซากโบราณมหา จักรพรรดิ
ชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบจุดในร่างถูกพัฒนาถึงขีดสุด มิอาจเก็บ ปราณมากไปกว่านี้แล้ว
มีเพียงการก้าวต่อไปเท่านั้น เขาจึงสามารถเก็บกักปราณ เพิ่มเติม ฝึกฝนกฎที่สูงกว่าได้
ยากนัก
คิดไม่ออกเลย
ไม่รู ้ว่าผู้อาวุโสมหาจักรพรรดิในกาลก่อนสร ้างขอบเขตฝึกฝน แก่เผ่ามนุษย์โดยไม่มีสิ่งใดอ้างอิงได้อย่างไร
มีเพียงผู้เดินบนเส้นทางสายนี้เท่านั้นที่ทราบ ว่ามหาจักรพรรดิ ยิ่งยงเพียงไรในบรรพกาล
เจียงผิงอันทะยานเหินอยู่ครึ่งวัน แต่แล้วก็ขมวดคิ้วหยุดลง กะทันหันกลางเวหา
เมื่อมองกลับไป ก็พบเรือเหาะลาหนึ่งไล่ตามมาด้วยความเร็วสูง
เรือเหาะลานี้ยาวราวหกจั้ง ทั่วลาดาสนิท เรืองรองด้วยอักขระ ค่ายกลอันทรงพลังยิ่ง
“ผู้อาวุโสอู๋! นั่นแหละเขา เขามีสมบัติกับตัว!”
หนึ่งเสียงตะโกนออกมาจากเรือเหาะ
บทที่ 189 อย่าระเบิดเรือเหาะข้า
เจียงผิงอันเคยเห็นและขึ้นเรือเหาะมาก่อน
แต่นี่เป็ นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเรือเหาะที่เร็วเพียงนี้
แม้ตัวเขามิได้ไวนัก แต่ก็เป็ นผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิดอยู่ดี
การคิดไล่ตามมิใช่เรื่องง่าย
แต่เรือเหาะลาหนึ่งกลับตามมาทัน
บนเรือเหาะมีสามบุคคลคุ้นหน้า
นั่นก็คือสามบุคคลที่เกือบเจอตัวเสี่ยวไป๋ เมื่อครู่
เจียงผิงอันเห็นสามบุคคลนี้แล้วราพึงในใจ
กาลก่อน เขาไม่น่าปล่อยปราณเลย น่าจะปล่อยทั้งสามลงมือ ก่อน จะได้มีเหตุผลพอที่จะฆ่าพวกเขา ปัญหาจะได้ไม่ตามมา
ข้ายังเด็ก อ่อนประสบการณ์นัก ภายหน้าได้บทเรียนแล้ว
ทั้งสามยืนอยู่เบื้องหลังชายในอาภรณ์หรูหราผู้หนึ่ง
ชายผู้นั้นร่างสูง ท่าทางองอาจกล้าแกร่ง ปราณดุดันรุนแรง ที่เอว เหน็บขวานอันเรืองประกาย อาภรณ์ส่วนอกปักลวดลายขวานคู่ไขว้ กัน
เรือเหาะมาหยุดตรงหน้าเจียงผิงอัน
อู๋เชียนอวิ๋นจ้องเจียงผิงอันพลางจับขวานที่เอว เปล่งเสียงดังสนั่น เยี่ยงอัสนี
“เราส านักขวานฟ้ าท าสมบัติหาย แล้วเจ้าหยิบมันไป ส่งมันมา เดี๋ยวนี้ แล้วเราจะไว้ชีวิตเจ้า”
สีหน้าของเจียงผิงอันสุขุม กล่าวขึ้นว่า “หากข้าเป็ นคนเลว ข้าจะ ปล้นตรง ๆ ตัดสินใจฉับไว มีหรือจะลอบกัดมากความ”
คนกลุ่มนี้เห็นได้ชัดว่าคิดปล้นกัน แต่ยังยกเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ มา พูด
“ผู้อาวุโสอู๋ เจ้านี่บ้าบอนัก ไม่เห็นสานักขวานฟ้ าเราในสายตา เลย!”
“สมบัติอันเรืองรองหลากสีต้องระดับสูงแน่ ๆ! ผู้อาวุโสอู๋ ยามนี้ไม่ มีใคร รีบลงมือเลยดีกว่า!”
“ด้วยสมบัตินี้ ผู้อาวุโสอู๋จะบรรลุขอบเขตแปรเทวะ เป็ นเจ้าสานัก ได้ในไม่ช ้าแน่แท้!”
ผู้ฝึกตนทั้งสามยุแยงอยู่ข้างกายอู๋เชียนอวิ๋น
หนนี้ หากพวกเขาสร ้างผลงาน พวกเขาก็จะได้รางวัลไปด้วย
อู๋เชียนอวิ๋นหรี่ตา ปราณขั้นปลายขอบเขตโลหิตแรกกาเนิดอัน น่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่าน เมฆาเหนือเวหาแตกกระจาย กฎเกณฑ์พริบ พรายเรืองรอง
“ข้าให้โอกาสสุดท้าย ส่งสมบัติของส านักขวานฟ้ าเรามา เดี๋ยวนี้!”
อู๋เชียนอวิ๋นเองก็อยากลงมือทันที แต่ไม่รู ้ว่าอีกฝ่ ายมีพื้นเพและ การฝึกฝนเช่นไร
การเตะถูกแผ่นเหล็กนั้นง่าย การพูดเหลวไหลนั้นมอบโอกาสให้ อีกฝ่ายเผยที่มาและการฝึกฝนออกมา
เมื่อเห็นปราณจากอีกฝ่าย สีหน้าของเจียงผิงอันพลันแปรเปลี่ยน อย่างมหันต์ หันกายหนีไปทันที
“มารดามัน! ที่แท้ก็เป็ นพวกตาขาว ถ่วงเวลาผู้อาวุโสผู้นี้เสียเนิ่น นาน ตายซะ!”
ยามอู๋เชียนอวิ๋นเห็นอีกฝ่ ายหลีกหนี เขาก็มั่นใจทันที ชักขวาน ออกมาฟาดฟันใส่เจียงผิงอันพร้อมปราณรุนแรง
ขณะที่อู๋เชียนอวิ๋นคิดว่าเจียงผิงอันจะถูกผ่าแบะนั้นเอง ท้องของ เขาพลันเจ็บแปลบ
เมื่อมองลงไป ก็พบมือข้างหนึ่งแทงทะลวงตันเถียนจากเบื้องหลัง โลหิตแรกก าเนิดแดงฉานถูกก าในมืออีกฝ่ าย
“ปะ… เป็ นไปไม่ได้…”
เขาเป็ นผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตโลหิตแรกกาเนิด ถือเป็ นยอด ฝีมือในหมู่ผู้ฝึกกายา ไม่ต่างจากขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดของผู้ ฝึกวิญญาณ กายเนื้อแข็งแกร่งจนแม้แต่ดาบยังฟันไม่เข้าสักนิด
แต่อีกฝ่ายกลับทะลวงร่างของเขาได้ง่าย ๆ
ร่างของเขาพลันปวกเปียกเยี่ยงกระดาษ
คนผู้นี้ต้องเป็ นอัจฉริยะจากขุมกาลังใหญ่แน่นอน!
ในที่สุดอู๋เชียนอวิ๋นก็เข้าใจ ว่าคนผู้นี้แสร ้งหนีจาก!
น่าเสียดายที่ทุกสิ่งสายไปเสียแล้ว
อู๋เชียนอวิ๋นมิอาจตายตาหลับ
เขาทุ่มเทฝึกฝนหลายร ้อยปี ผ่านศึกเกินคณานับ แต่กลับต้อง มาตกตายอย่างง่ายดายเช่นนี้
“ตายด้วยกันเลย!” อู๋เชียนอวิ๋นแผดเสียงสนั่น
เขาใช ้อ านาจในกาย เตรียมระเบิดตัวเอง
เจียงผิงอันฟาดมือหยุดการท าลายตัวเองของอีกฝ่ายลง
“อย่าระเบิดเรือเหาะข้า”
ยามอู๋เชียนอวิ๋นลงมือ เจียงผิงอันก็เหมารวมเรือเหาะนี้เป็ นของ เขาแล้ว
เห็นเช่นนี้ ผู้ฝึกตนขอบเขตจินตานทั้งสามข้างกันก็ตกใจจนตัว แข็งทื่อ
ผู้อาวุโสซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในสานักขวานฟ้ าของพวกเขา ถูก โจมตีตายง่ายดายราวเป็ นแตงโม!
ประหนึ่งเป็ นความฝัน!
ขอบเขตฝึกฝนเดียวกันแท้ ๆ ไฉนจึงต่างชั้นกันเพียงนี้!
ผู้ฝึกตนขอบเขตจินตานผู้หนึ่งทุ่มสุดกาลัง คว้าขวานฟันใส่เจียง ผิงอัน
เจียงผิงอันเคลื่อนคานึง พลังจิตของเขาโอบล้อมอีกฝ่ าย บิดคอ คนผู้นั้นหัก
อีกสองคนเข่าทรุดอย่างเสียขวัญ นึกเสียใจที่มากวนอีกฝ่าย
“ผู้อาวุโส! โปรดไว้ชีวิตด้วย เราล้วนถูกผู้อาวุโสขู่เข็ญมา!”
“ใช่แล้ว เราไม่ได้อยากมารบกวนผู้อาวุโสเลย แต่เมื่อครู่เจ้านั่นยุ แยงเรา ปล่อยเราไปเถอะนะ!”
เจียงผิงอันมองคนทั้งสอง พลังจิตเขยื้อนอีกครั้ง แล้วศีรษะของ คนทั้งสองก็หมุนพลิก
คิดว่าเขาเป็ นมือใหม่ เพิ่งเข้าสู่โลกแห่งผู้ฝึกตนหรือ?
หลังจัดการกับคนเหล่านี้ เขาก็น าอาวุธวิเศษเก็บของของคน เหล่านั้นมา ก่อนจะโยนศพให้กับแมลงสูบโลหิตเก้าวังเวง
แมลงสูบโลหิตเก้าวังเวงกระพือปีกอย่างปรีดา ‘เจ้านายใจดีจัง เอาอาหารมาให้อีกแล้ว’
ซากศพของสองทูตนาทางและแขนข้างที่ฉีกมาจากยอดฝี มือ ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะถูกกินไปหมดแล้ว
แมลงสูบโลหิตเก้าวังเวงตัวแรก ขณะนี้ตัวใหญ่กว่าเสี่ยวไป๋ อีก
แมลงตัวนี้วางไข่ตลอดเวลา ไข่ที่วางก็ใหญ่ขึ้นทุกที และความ ต้องการอาหารก็พูนทวีตลอดเวลา
ในที่สุด เจียงผิงอันก็ได้ประจักษ์ว่าแมลงตัวนี้กินดุเดือดเพียงไร
‘ข้าแทบจะเลี้ยงไม่ไหวแล้ว ต้องหาเวลาขายแมลงนี่จริงๆ แล้วสิ’
เจียงผิงอันละสายตาจากถุงเก็บสัตว์ภูต มาหยุดที่เรือเหาะ
เรือเหาะเช่นนี้ มีอาวุธวิเศษที่ใช ้ควบคุมมันอยู่
เจียงผิงอันลบตราจิตวิญญาณบนอาวุธวิเศษเก็บของของผู้ อาวุโสอู๋ แทนที่ด้วยตราของตน
เมื่อจิตสัมผัสเข้าสู่อาวุธวิเศษเก็บของ เขาก็พบป้ ายไม้ป้ ายหนึ่ง สลักด้วยอักขระพิเศษ
ป้ ายไม้นี้มีอักขระซึ่งเชื่อมต่อตราจิตวิญญาณของผู้อาวุโสอู๋กับ เรือเหาะ
เจียงผิงอันใส่ตราจิตวิญญาณของตนลงไป และสัมผัสความ เชื่อมต่อระหว่างตนและเรือเหาะได้ทันที
ทันทีที่เคลื่อนคานึง ค่ายกลบนเรือเหาะก็เหาะไปเบื้องหน้าอีกครั้ง
เจียงผิงอันยินดียิ่งนัก มีสิ่งนี้อยู่ก็เดินทางสะดวกยิ่ง เขาสามารถ ตั้งใจฝึกฝนได้
เด็กหนุ่มทาความสะอาดคราบโลหิตบนเรือเหาะ ยามนี้เรือเหาะ เป็ นของเขาแล้ว จะสกปรกมิได้ มันไม่งาม
เขาเดินไปรอบ ๆ เรือเหาะ ส ารวจสภาพแวดล้อม
ใจกลางเรือเหาะเป็ นห้องพลังงาน ใส่หินวิญญาณเข้าไปในนั้น ค่ายกลของเรือเหาะก็จะท างานได้
เรือเหาะทั้งลาจุคนได้ราวร ้อยเศษ และมากกว่านั้นหากเบียดกัน สักหน่อย
นอกจากห้องประชุมและห้องอาหาร ห้องอื่น ๆ ล้วนมีค่ายกล ขนาดเล็กส าหรับฝึกฝน
แม้นกกระจอกจะตัวเล็ก ก็ยังมีอวัยวะครบถ้วน
เจียงผิงอันพอใจกับเรือเหาะลานี้มาก
ความฝันของเมิ่งจิงก่อนหน้านี้คือมีเรือเหาะใช ้ สักวันเขาจะมอบ เรือเหาะลานี้ให้นาง
เจียงผิงอันเข้าสู่ห้องที่หรูหราที่สุด ค่ายกลภายในมีค่ายกลรวม วิญญาณ เสริมสร ้างการฝึกฝนได้
เขานั่งบนแท่นฝึกฝน นาอาวุธวิเศษเก็บของออกมาจัดระเบียบ
ดูว่ามีอะไรดีบ้าง
หลังจากตรวจสอบอาวุธวิเศษเก็บของของผู้อาวุโสอู๋ วัตถุที่ราคา สูงสุดในนั้นคืออาวุธวิเศษประเภทขวานและเศษกฎเกณฑ์สองสาม ชิ้น
นอกจากนั้นก็มีวิชาขวานเล่มหนึ่ง ระดับต่าอย่างยิ่ง เจียงผิงอันมิ เหลือบแลมันเลย
กระทั่งผู้อาวุโสของสานักเช่นนี้ยังจนกรอบ
ผู้ฝึกตนทั่วไปมิได้ร่ารวยทรัพยากรเลย
เขาชาเลืองอาวุธวิเศษเก็บของของทูตนาทางทั้งสอง
สิ่งล้าค่าสูงสุดในอาวุธวิเศษเก็บของของทูตนาทางชายคือกฎ แห่งวายุครึ่งชิ้น
ในอาวุธวิเศษเก็บของของทูตน าทางหญิงมีพิษมากมาย และเศษ กฎเกณฑ์แห่งไม้สองชิ้น
เจียงผิงอันกลืนพิษลงไป เสี่ยวชีชอบสิ่งนี้ที่สุด
เสี่ยวชีจะแข็งแกร่งขึ้นได้ต่อเมื่อได้กินพิษ และเมื่อเสี่ยวชี แข็งแกร่งขึ้น เขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
อาวุธวิเศษเก็บของมากมายเช่นนี้ แต่กลับรวมแล้วมิได้ กฎเกณฑ์สมบูรณ์สักชิ้น จนกันจริง ๆ
เจียงผิงอันน ากฎเกณฑ์แห่งไม้ออกมาท าความเข้าใจต่อ
วรยุทธ ์‘ทวีคูณอนันต์’ ‘หมัดอู๋จี๋’ ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ …
ของเหล่านี้ล้วนต้องฝึกฝน
ขณะนี้ หนึ่งปราณอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมเรือเหาะ
เจียงผิงอันสีหน้าเปลี่ยนทันใด
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะผู้หนึ่ง!
บทที่ 190 เจ้าส านักขวานฟ้ า
เกิดอะไรขึ้น?
เหตุใดเขาจึงถูกยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะหมายหัว?
หัวใจของเจียงผิงอันเต้นระทึก นึกอยากหนีในใจอย่างไม่รู ้ตัว
การประมือยอดฝีมือเช่นนี้ เขาไม่มีทางทาได้เลย
แต่เขาก็ฝืนสัญชาตญาณไว้
ตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด หนีเช่นไรก็มิอาจพ้นแปรเท วะ การหนีหัวซุกหัวซุนรังแต่จะทาให้ตายง่ายขึ้น เขาจึงต้องเยือกเย็น ไว้ในขณะนี้
อีกฝ่ายไม่หมายหัวเขาโดยไร ้เหตุผลหรอก
เจียงผิงอันเงยหน้าขึ้น มองทะลุเรือเหาะตามทิศที่ปราณนั้นแผ่ ออกมา
และพบผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งเหาะเข้าหา มีนับร ้อย ๆ คน!
ผู้นาเป็ นยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะผู้หนึ่ง
ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันก็สังเกตพบว่าอาภรณ์ของคนกลุ่มนี้ คุ้นตายิ่ง ปักลวดลายขวานคู่ไขว้กัน
ลวดลายนี้เหมือนลายที่อกเสื้อผู้อาวุโสอู๋เลย!
พวกเขามาจากส านักเดียวกัน!
อารมณ์ของเจียงผิงอันเคร่งขรึมขึ้น
เขาสังหารผู้อาวุโสสานักพวกเขาไป คนกลุ่มนี้ไม่มีทางปล่อย เขาไปแน่นอน
แต่ยามนี้ จะหนีก็หนีไม่ได้แล้ว
เจียงผิงอันคิดอีกหนึ่งวิธีได้จึงใช ้ ‘เคล็ดจาแลงลักษณ์’ เปลี่ยน หน้าตารูปลักษณ์เป็ นผู้อาวุโสอู๋ทันที
จากนั้น เขาก็นาอาภรณ์ผู้อาวุโสจากอาวุธวิเศษเก็บของของผู้ อาวุโสอู๋ออกมาสวม
สุดท้าย เขาก็เก็บปราณ เริ่มเปลี่ยนเสียงเลียนให้เหมือนผู้อาวุโส อู๋
เมื่อเสร็จสิ้น เขาก็สงบหัวใจ เดินสู่หัวเรืออย่างใจเย็น
ขณะเดียวกัน คนกลุ่มนี้ก็มาถึงพอดี
เจียงผิงอันกุมกาปั้นคารวะ “เจ้าสานัก”
กลุ่มคนตรงหน้ามาจากส านักขวานฟ้ า สตรีผู้น าคณะพวกเขา มามีปราณแข็งแกร่งที่สุด อาภรณ์ของนางแตกต่างจากผู้อื่น ดังนั้น นางจึงน่าจะเป็ นเจ้าส านักขวานฟ้ า
เขาดูเยือกเย็น ทว่าพร ้อมลงมือแล้ว
หนิงโหยวร่อนลงบนเรือ ใบหน้าของนางเย็นชา ปราณชวนสะ พรึงทะลักจากกาย
“เหตุใดเจ้าจึงขับเรือออกนอกเส้นทางเล่า? อยากทรยศส านัก ขวานฟ้ าหรือไร?”
คิ้วของหนิงโหยวตกแต่งด้วยจุดเล็ก ๆ สีน้าเงิน รูปกายเผ็ดร ้อน ร่างท่อนบนนุ่งหนังเสือ กายท่อนล่างห่มกระโปรงหนังเสือดาว เปิดผิว กายส่วนใหญ่ต่อตะวัน
บริเวณใกล้สะดือมีรอยสักขวานเล่มน้อย
เต็มไปด้วยบรรยากาศป่าเถื่อน
ต่อหน้าคาถามนี้ เจียงผิงอันเผยสีหน้าไม่พอใจ
“เมื่อครู่ไม่รู ้ผู้ใดสังหารศิษย์สามคนของสานักเรา ข้าจึงขับเรือ เหาะไล่ตาม แต่ไม่รู ้มือสังหารไปอยู่ที่ใดแล้ว!”
เหตุผลนั้นมิเพียงอธิบายเหตุผลการแตกแถว ยังอธิบายจุดจบ ของศิษย์ขอบเขตจินตานทั้งสามด้วย
“ต้องเป็ นพวกงี่เง่าจากหุบพยัคฆ์ดาแน่ ๆ!” ผู้อาวุโสคนหนึ่งก่น ด่าอย่างเดือดดาล
“เหลวไหล หากมิใช่หุบพยัคฆ์ด า จะยังมีผู้ใดลอบโจมตีเราส านัก ขวานฟ้ าอย่างไร ้เหตุผลอีก?”
ผู้อาวุโสอีกคนข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน
สายตาของเจียงผิงอันทอประกายพิกล คนเหล่านี้คิดเองเออเอง เก่งแท้
หากไร ้เรื่องผิดพลาดอื่นใด หุบพยัคฆ์ดานี้ต้องมีความแค้นลึกล้า กับส านักขวานฟ้ าแน่ ๆ
คนเหล่านี้ไม่ได้สงสัยเจียงผิงอันเลยสักนิด
หนิงโหยวชาเลืองเจียงผิงอันอย่างลึกล้า แล้วสีหน้าของนางก็ ค่อย ๆ อ่อนลง
“ให้ศิษย์เราคนอื่นกลับห้องไปพักฟื้นตัว ส่วนผู้อาวุโสทั้งหลาย มาประชุมหารือเรื่องเข้าซากโบราณมหาจักรพรรดิกัน”
นางบิดกายเดินเข้าสู่เรือส าราญ
เจียงผิงอันสังเกตว่าแม้สีหน้าของสตรีนางนี้จะผ่อนคลาย แต่นาง ยังเพ่งความสนใจที่เขา
ไม่รู ้ว่าเขาเผยพิรุธใดให้อีกฝ่ายสงสัยหรือไม่
เจียงผิงอันมิกล้าลงมือบุ่มบ่าม ในเมื่ออีกฝ่ ายจะไปซากโบราณ มหาจักรพรรดิ เขาก็จะสวมรอยผู้อาวุโสตามไปด้วยแต่โดยดี
เมื่อไปถึง มีเซี่ยชิงช่วยเหลือ อีกฝ่ายก็ไม่กล้าทาอะไรเขาแล้ว
เมื่อนับรวมเจียงผิงอัน ผู้อาวุโสมีทั้งสิ้นหกคน และเจ้าสานักอีก หนึ่งคน
เมื่อมาถึงห้องประชุม ปวงชนก็นั่งลง
เจียงผิงอันดูสุขุม ทว่าแท้จริงในใจกระสับกระส่ายนัก
เขาไม่รู ้ชื่อจริงของผู้อาวุโสอู๋ และไม่ทราบนิสัยใจคออีกฝ่ายเลย
หากไม่ระวัง ก็อาจเผยพิรุธได้
ยามนี้ไม่พูดจะดีกว่า
หนิงโหยวนั่งบนบัลลังก ์ประธาน ขาคู่งามพาดบนโต๊ะ ไร ้ ภาพลักษณ์อย่างสิ้นเชิง
“เราส านักขวานฟ้ าอ่อนแอมาก อย่าว่าแต่โอกาสใหญ่อะไร มีแต่ ต้องเลือกมุมเล็ก ๆ เพื่อหากาไรเท่านั้น”
“ดังที่ข้ากล่าวไว้ก่อนหน้า จุดหมายคราวนี้คือไปที่หนองน้าทาง ประจิมของซากโบราณมหาจักรพรรดิ”
“ที่นั่นมีเหมืองหินผลึก ช่วงนี้ลือกันว่ามีผู้ขุดเจอกระทั่งหินผลึก ระดับสูงชิ้นหนึ่ง!”
เมื่อได้ยินคาว่าหินผลึกระดับสูง ร่างของผู้อาวุโสมากมายก็ สะท้าน สีหน้าแปรเปลี่ยนสู่ตื่นเต้น
เจียงผิงอันรีบตามน้า เผยท่าทีตื่นเต้น
แต่ในใจสงบยิ่งนัก
หินผลึกระดับต่าเทียบได้กับหมื่นหินวิญญาณ ระดับกลางเทียบ ได้กับแสนหินวิญญาณ ส่วนระดับสูงมูลค่าล้านหินวิญญาณ
สายแร่หินผลึกทั่วไป ขุดเจอหินผลึกระดับสูงสักร ้อยชิ้นก็นับว่าดี แล้ว
มูลค่าก็เพียงร ้อยล้านหินวิญญาณ
เมื่อนับรวมหินผลึกคุณภาพอื่น ๆ หากมีเงินมากพอซื้อหนึ่ง กฎเกณฑ์ได้ ก็นับว่าเป็ นโชคดี
หากเป็ นสายแร่ระดับสูง ก็อาจมีมูลค่ามากกว่านั้นหน่อย
แต่การทาเหมืองนั้นใช ้เวลา และเจียงผิงอันมิได้สนใจเลย
ชายชราคิ้วขาวซึ่งนั่งข้างเจียงผิงอันกล่าวอย่างตื่นเต้น “ขุดไป สักสองสามปี บางทีเราอาจมีเงินมากพอซื้อกฎเกณฑ์ให้หนึ่งบุคคล!”
“อย่าว่าแต่ไม่กี่ปีเลย สิบปีหนึ่งกฎเกณฑ์ก็รับได้!” ผู้อาวุโสอีก คนเสริมอย่างปรีดา
สายตาของผู้อาวุโสขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั้งหลายเปี่ยม ความโหยหาตื่นเต้น
เมื่อเห็นสภาพคนเหล่านี้ เจียงผิงอันก็ราพึงในใจ
สานักระดับต่าขัดสนเพียงนี้ นับประสาอะไรกับผู้ฝึกตนไร ้สังกัด ระดับต่า
เส้นทางบรรลุเซียนนั้นยากเข็ญ ผู้ฝึกตนทั่วไปท้าทายสวรรค์ใน ทุกย่างก้าว
“อย่าดีใจไปนัก เรามิใช่ผู้เดียวที่คิดไปทาเหมือง การต่อสู้ตก ตายนั้นเลี่ยงมิได้เลย”
หนิงโหยวราดน้าเย็นเตือนสติคนทั้งหลาย
“อะไรบ้างไร ้ความเสี่ยง? หากมิใช่ข้าหาเจียงผิงอันไม่เจอ คง พร ้อมไปลอบสังหารเขาแล้ว”
ผู้อาวุโสท่าทางเยาว์วัยผู้หนึ่งกล่าวด้วยแววตาโหยหา “ค่าหัว หมื่นล้าน หากฆ่าเขาได้ ทรัพยากรก็ใช ้จนบรรลุแปรเทวะได้เลย!”
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็ดูโหยหาเช่นกัน
“อย่าฝันไปหน่อยเลย อีกฝ่ ายฉีกแขนยอดฝีมือขอบเขตแปรเท วะได้ เจ้าไปก็เท่ากับเอาทรัพยากรไปประเคนผู้อื่น”
หนิงโหยวชาเลืองผู้อาวุโสซึ่งกาลังฝันหวาน
“ฉีกแขนตัวตนขอบเขตแปรเทวะ? อวดโอ้แท้ ๆ ผู้ฝึ กตน ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดอะไรจะแข็งแกร่งเช่นนั้น?”
ผู้อาวุโสผู้นี้ได้ยินข่าวลือดังกล่าวมาเนิ่นนาน แต่หาได้เชื่อไม่
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ เพียงปราณก็สยบยอดฝีมือขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดได้ราบคาบ เขาจะมาฉีกแขนยอดฝี มือขอบเขต แปรเทวะได้อย่างไร?
หนิงโหยวถอนใจส่ายหัว มิได้อธิบายใด ๆ
กบในกะลา มิอาจเห็นความกว้างใหญ่แห่งท้องฟ้ า
สาหรับคนเหล่านี้ ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดถือเป็ นจุดจบ แล้ว แต่ส าหรับอัจฉริยะอย่างเจียงผิงอัน ขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดเป็ นเพียงจุดเริ่มต้น
“กลับไปฟื้นพลัง ปรับสภาพร่างกายกันให้ดี ๆ ในอีกครึ่งปี พวก เราจะไปถึงซากโบราณมหาจักรพรรดิ จะได้มีแรงท าเหมือง”
ทันใดนั้น หนิงโหยวก็ฉุกนึกถึงบางอย่าง จึงได้หันไปถามชาย ชราผู้หนึ่ง “ผู้อาวุโสสาม ที่รบกวนให้ติดต่อเรื่องแต่งงานกับสานักสู่ ซานเป็ นเช่นไรบ้าง?”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของผู้อาวุโสสามก็ชะงัก สิ่งที่กลัวที่สุดเกิด ขึ้นอยู่ดี
“เรื่องนั้น… เจ้าสานัก… เจ้าสานักสู่ซานตอบกลับว่าชั่วชีวิตนี้ขอ ใช ้แสวงเต๋า มิคิดหาคู่บ าเพ็ญใด ๆ ขอรับ”
“เพ้อเจ้อ!”
หนิงโหยวเดือดดาลจนผุดลุก ยกเท้าเหยียบขึ้นบนโต๊ะ
“หนก่อนข้าได้ยินเขาประกาศหาคู่บ าเพ็ญเอิกเกริก ข้าเองก็เข้า เงื่อนไข เหตุใดอีกฝ่ายจึงไม่ตกลง!”
“ข้าว่าเจ้าสารเลวนั่นไม่อยากแต่งงานกับเจ้าสานักผู้นี้มากกว่า!”
“เจ้าสานักผู้นี้ผิดตรงไหน? ฝี มือดี หน้าตาดี รูปร่างก็ดี แค่ อารมณ์ร ้ายไปหน่อยเองมิใช่หรือ? สานักติดหนี้หอวาณิชมั่งคั่ง กว้างไกลอยู่นิดหน่อยเองมิใช่หรือ?”
“เราผู้ฝึกตนอายุยืนนาน พันปีก็ใช ้หนี้หมดได้!”
“ความต้องการของข้ามิได้สูง แค่บรรลุขอบเขตแปรเทวะก่อน อายุหกร ้อย สถานะสูงสักนิด และช่วยสานักจ่ายหนี้ได้เท่านั้นเอง ไฉนจึงไม่มีผู้ใดอยากแต่งงานกับข้าเลย?”
เหล่าผู้อาวุโสเงียบกริบ
เจียงผิงอันก็เงียบไป
ทุกผู้ล้วนมีค าอยู่ในอก แต่มิกล้าเอ่ยออกไป