สู่วิถีอมตะ - บทที่ 191-200
บทที่ 191 เข้าสู่ซากโบราณมหาจักรพรรดิ
เมื่อจบการประชุม เจียงผิงอันเตรียมตัวหนี
อยู่กับยอดฝีมือเช่นนี้ แรงกดดันสูงอย่างยิ่ง หากไม่ระวังก็อาจถูก เล่นงานถึงตายได้
เขาย่องไปที่หัวเรือ ขณะที่กาลังจะเผ่นหนี จู่ ๆ การเคลื่อนไหว พลันชะงัก
จิตสัมผัสสายหนึ่งเพ่งนิ่งมาที่เขา!
“ผู้อาวุโสอู๋ เจ้าจะไปไหน?”
จู่ ๆ หนิงโหยวก็ปรากฏตัวเบื้องหลังเจียงผิงอัน ในมือถือขวาน ทองด้ามหนึ่ง
“มิได้ไปไหน แค่มาชมทิวทัศน์เท่านั้น”
เจียงผิงอันมิได้เปลี่ยนสีหน้า พยายามสงบหัวใจของตนเงียบ ๆ
มันเกิดบ้าอะไรขึ้น? เหตุใดสตรีผู้นี้จึงเพ่งเล็งแต่เขา?
หรือนางจะเห็นพิรุธบางอย่าง?
“ที่แท้ก็แค่ชมทิวทัศน์”
หนิงโหยวแย้มยิ้ม “ช่วงนี้ มีใครบางคนในสานักเราร่วมมือกับหุบ เขาพยัคฆ์ด า ข้าหรือก็คิดว่าผู้อาวุโสอู๋คือคนผู้นั้นเสียอีก”
“ข้ามิขออยู่ร่วมฟ้ ากับหุบเขาพยัคฆ์ด า ไฉนเลยจะร่วมมือกับ ศัตรู?” วาทะของเจียงผิงอันหนักแน่น สีหน้าเปี่ยมความไม่พอใจ
หนิงโหยวพยักหน้า “ข้าหรือก็คิดไปว่าผู้อาวุโสอู๋จะทรยศส านัก รีบกลับไปฝึกฝนเถอะ ซากโบราณมหาจักรพรรดิอันตรายยิ่ง ดูแล พลังวิญญาณของเจ้าให้ดี”
เจียงผิงอันมองไปไกล “ขอข้าชมทิวทัศน์ต่ออีกหน่อยนะ”
หนิงโหยวแย้มยิ้ม ไม่พูดอะไร แล้วหันกายจากจร
ทว่า เจียงผิงอันยังสัมผัสได้ว่ามีจิตสัมผัสวนเวียนอยู่รอบกาย
หัวใจของเจียงผิงอันดิ่งวูบ
สตรีผู้นี้จับตามองเขาตลอด ไม่มีโอกาสหนีได้เลย
คงได้แต่ต้องรอจนถึงซากโบราณมหาจักรพรรดิแล้ว
เจียงผิงอันสงบสติอารมณ์ กลับห้องไปฝึกฝน
เวลาครึ่งเดือนผ่านไปดุจพริบตา เจียงผิงอันหาโอกาสหนีมา ตลอด แต่เจ้าสานักผู้นี้จับตามองเขาไม่ปล่อย จึงมิอาจหนีได้เลย
แต่อย่างน้อยก็ยังมีข่าวดี ในที่สุดก็เริ่มบรรลุ ‘ทวีคูณอนันต์’ ขั้น สองได้แล้ว
ขณะนี้ เขาสามารถฟื้นบาดแผลจากกฎเกณฑ์ งอกแขนที่ขาด ได้
ความเร็วการฟื้นตัวนั้นเทียบได้กับยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ
แต่กว่าจะบรรลุขั้นสองอย่างสมบูรณ์นั้น ยังต้องใช ้เวลา
เมื่อยิ่งเข้าใกล้ซากโบราณมหาจักรพรรดิ ผู้ฝึกตนรอบข้างยิ่ง ปรากฏหนาตา
ผู้ฝึกตนมากมายเดินทางสู่ซากโบราณมหาจักรพรรดิ
เจียงผิงอันกระทั่งเห็นอินทรียักษ์ยาวหลายร ้อยจั้ง แผ่ปราณชวน สะพรึงตัวหนึ่ง
บนหลังอินทรียักษ์มีผู้ฝึกตนผู้หนึ่ง ปราณจากกายทรงพลัง
และยังเห็นผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่ง เหยียบยืนบนกระบี่เหาะเหินไวสุด ขั้ว เจตจานงกระบี่ทรงพลังทิ่มแทงสู่ฟ้ า ผู้ฝึกตนมากมายหลีกทาง
เมื่อหันมองเรือเหาะของสานักขวานฟ้ าอีกครั้ง ต่อหน้ายักษ์ใหญ่ เหล่านี้ มันช่างเล็กจ้อยจนเกินบรรยาย
ก่อนถึงซากโบราณมหาจักรพรรดิ ภาพตรงหน้ายิ่งชวนตะลึงไป ใหญ่
ผู้ฝึกตนแห่กันมาหนาแน่นยิ่งกว่าฝูงตั๊กแตน มีผู้ฝึกตนให้พบได้ ทุกขอบเขต
พวกเขามาจากทุกสารทิศเพื่อแสวงโอกาส
ซากโบราณมหาจักรพรรดิอยู่ในภูเขาลูกหนึ่ง ห้อมล้อมด้วย หน้าผา แต่ยามนี้มีบ้านเรือนตั้งตระหง่านเป็ นทิวแถว
ร ้านรวงขายสารพัดเรียงรายปกคลุมพื้นที่ในบริเวณรัศมีพันลี้ เกือบสร ้างหนึ่งเมืองได้แล้ว
ร ้านเหล่านี้คับคั่งมีผู้คนเดินเข้าออกตลอดเวลา
สาหรับคนทั่วไป การค้าขายอยู่ข้างนอกนั้นดีกว่าเข้าไปแสวง โอกาสในซากโบราณมหาจักรพรรดิ
ก่อนเข้าสู่ซากโบราณมหาจักรพรรดิ ทุกผู้ต้องต่อแถวจ่ายค่า เข้า และแน่นอนว่ามหาอ านาจทรงพลังสามารถลัดแถวได้
ราคานั้นไม่สูง ร ้อยหินวิญญาณต่อคนเท่านั้น
ทุกผู้ในสานักขวานฟ้ าต้องนิ่งเข้าแถวอยู่สามวันกว่าจะถึงคราว พวกตนจ่าย แสดงให้เห็นว่ามีผู้มายืนรออยู่มากเพียงไร
ผู้ฝึกตนทุกคนที่เข้าสู่ซากโบราณล้วนมีสีหน้าโหยหาโอกาส
ผู้ฝึกตนทั่วไปขาดพรสวรรค์ ทรัพยากรและภูมิหลัง มิอาจหาคู่ บาเพ็ญได้ หากยังไร ้โอกาส ชีวิตเขาเปล่าดาย ร ้อยปีจากนั้น พวก เขาก็จะหวนสู่ผืนดิน มิอาจสร ้างนามใด ๆ
นี่นับเป็ นผู้ฝึกตนที่โชคดีแล้ว หากอับโชคหน่อย ก็อาจเดินชน ใครเข้าจนตกตาย
แม้จะทราบว่าการมายังซากโบราณมหาจักรพรรดิจะมีโอกาส เพียงริบหรี่ พวกเขาก็ยังไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ไป
ดุจทัพนับพันหมื่นข้ามสะพานไม้แผ่นเดียว
“ข้าได้ยินว่าองค์หญิงเก้าแห่งต้าเซี่ยได้รับเคล็ดวิชามหา จักรพรรดิ มหาอานาจหลักมากมายส่งผู้ฝึกตนแข็งแกร่งมากันเพิ่ม และจะยิ่งทวีคูณในภายหน้า”
หนิงโหยวดูริษยา “หากเป็ นข้าได้เคล็ดวิชามหาจักรพรรดิมา คง เอาไปขายสร ้างก าไรล้นพ้น”
ผู้อาวุโสและศิษย์ส านักมากมายก็เผยสีหน้าโหยหาเช่นกัน
พวกเขาล้วนคิดเช่นนั้น แต่ฝีมือไม่อาจเทียบถึง
ปวงชนผ่านชั้นพลังด้านนอก เข้าสู่ซากโบราณมหาจักรพรรดิ
ปราณอันหนาแน่นแผ่กระทบ อานาจกฎเกณฑ์ชัดเจนยิ่งกว่า โลกภายนอก
ภายในนี้กว้างใหญ่เกินเทียบ เหนือศีรษะมีสามดวงดาวเคลื่อน ลอย หมุนคว้างต่อเนื่อง น่าดูชมอย่างยิ่ง
ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ล้วนมุ่งหน้าสู่สถานที่ฝึกฝนที่สามมหาอานาจ หลักร่วมกันแปรสภาพ ที่นั่นมีโอกาสมากที่สุด
“เจ้าส านัก เราควรไปท้าทายด้วยหรือไม่? กล่าวกันว่าองค์หญิง เก้าแห่งต้าเซี่ยผ่านด่านสวรรค์เก้าสิบชั้น และได้เคล็ดวิชามหา จักรพรรดิจากที่นั่น”
ผู้อาวุโสคิ้วขาวจ้องมองหนึ่งบรรพตสูงจากไกล ๆ อย่างโหยหา
ผู้ใดได้เคล็ดวิชามหาจักรพรรดิมา ก้าวเดียวก็บรรลุถึงสวรรค์ได้
หนิงโหยวส่ายหัว “อย่าฝันหวานเลย อีกฝ่ ายทาได้เพียงนั้น นับเป็ นขีดจากัดของขอบเขตเดียวกันแล้ว เราไม่มีอานาจเช่นนั้น หรอก”
“แต่หากภายหน้าขุดเหมืองเจอหินผลึก มีเงินก็ลองท้าทายดูได้”
“เส้นทางสู่สวรรค์แบ่งเป็ นด่านท้าทายขอบเขตต่าง ๆ ผู้คนทุก ขอบเขตไปท้าทายได้ทั้งสิ้น”
“ส่วนยามนี้ ตั้งอกตั้งใจทาเหมืองไปก่อนเถอะ”
โอกาสยิ่งใหญ่เกี่ยวพันกับพวกเขาน้อยนัก นับเป็ นโอกาสงาม แล้วที่พวกเขาจะได้ขุดหินผลึก ประคองชีวิตแล้วเก็บหอมรอมริบซื้อ กฎเกณฑ์ในสิบปี
หนิงโหยวนาคณะสู่หนองน้าฝั่งประจิม
เจียงผิงอันเตรียมแอบหนียามท าเหมืองแล้ว
ไม่นานนัก ปวงชนก็มาถึงหนองน้า บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วย กลิ่นเหม็นอับ
มีผู้ฝึกตนมากมายมาขุดเหมือง กระทั่งผู้ฝึกตนบางคนสู้แย่งหิน ผลึกกันยังมีให้เห็น
ยามคณะของหนิงโหยวจากส านักขวานฟ้ ามาถึง พวกนางหาได้ ปิดบังปราณบนร่างไม่
ปราณอันทรงพลังท าให้มหาอ านาจเล็กน้อยและผู้ฝึกตนไร ้สังกัด ทั้งหลายแตกตื่น คนเหล่านี้รีบกุลีกุจอหนีไปให้พ้นทาง
ในโลกหล้า มิอาจใช ้ค าว่ามาก่อนได้ก่อน มีเพียงผู้แข็งแกร่งกว่า เท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้ทรัพยากร
“เริ่มขุดเหมืองได้ ขุดได้มากน้อย ขึ้นกับโชคของทุกคนแล้ว…”
ขณะที่หนิงโหยวกาลังพูด จู่ ๆ หนึ่งอักขระก็เรืองรอง ปกคลุม พื้นที่ร ้อยลี้เป็ นม่านอาคม
ตามด้วยหนึ่งปราณแข็งแกร่งเหินออกมาจากในหนองน้า
“ฮ่า ๆ ส านักขวานฟ้ า! ข้ารอพวกเข้าอยู่นานแล้ว!”
ชายชุดดาผู้หนึ่ง แผ่ปราณขอบเขตแปรเทวะเหยียบย่างบนเวหา
เบื้องหลังเขามีศิษย์ร่วมส านักในอาภรณ์แบบเดียวกันตามมานับ ร ้อย
คนกลุ่มนี้ล้วนมีปราณสัตว์ร ้ายดุดันจากกาย แขนสักลายพยัคฆ์ ด ากันถ้วนหน้า
ยามหนิงโหยวและคณะจากสานักขวานฟ้ าเห็นคนเหล่านั้น สี หน้าก็แปรเปลี่ยนไปอย่างมหันต์
“เหตุใดคนของหุบเขาพยัคฆ์ดาจึงมาอยู่ที่นี่!”
“ผู้ใดปล่อยข่าว!”
“มีคนทรยศ!”
ขอเพียงไม่โง่งม ก็ทราบได้ว่าพวกตนถูกซุ่มโจมตี
คนจากหุบเขาพยัคฆ์ดามาดักซุ่มรอพวกเขาติดกับที่นี่
ต้องมีผู้แอบเผยร่องรอยของพวกเขาส านักขวานฟ้ า!
หนิงโหยวชักขวานทองออกมา ฟาดฟันใส่ม่านอาคมตรงหน้า สุดก าลัง
ประกายขวานทะยานสู่ฟ้ า ประหนึ่งจะเบิกโลกาแยกเป็ นเสี่ยง
เปรี้ยง!
การโจมตีกระแทกใส่ม่านอาคม ทว่าม่านอาคมหาได้สะท้านไม่
เห็นเช่นนี้ สีหน้าของหนิงโหยวก็เปลี่ยนแปรร ้ายแรง ในฐานะ ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะ นางกลับมิอาจฝ่ าอาคมนี้ได้แม้ทุ่ม สุดก าลัง!
“อย่าเสียแรงเปล่าเลย นี่คือค่ายกลสังหารสี่ทิศ ระดับเช่นเจ้า ทาลายค่ายกลนี่มิได้หรอก”
หยางเฉาหมิง เจ้าหุบเขาพยัคฆ์ดาฉีกยิ้มกว้าง เผยซี่ฟันเหลือง เรียงตัว
เมื่อได้ยินชื่อค่ายกลสังหารสี่ทิศ สีหน้าปวงชนจากส านักขวาน ฟ้ าพลันเปลี่ยนแปร
ชื่อเสียงของค่ายกลสังหารสี่ทิศเลื่องลืออย่างยิ่ง
ค่ายกลนี้มิเพียงสร ้างอาคมปราการ ยังสามารถเพิ่มอัตรา สิ้นเปลืองปราณของศัตรู เติมปราณแก่คนของตัวเองได้
นี่เป็ นค่ายกลสังหารอันลือนามสุดขั้ว!
ทว่าค่ายกลเช่นนี้แพงยิ่งนัก หุบเขาพยัคฆ์ดาทุ่มเงินทั้งหมดซื้อ ค่ายกลนี้มาหรือไร?
นี่หมายความว่าหุบเขาพยัคฆ์ดาคิดเปิดศึกตัดสิน ทาลายสานัก ขวานฟ้ าของพวกเขาให้สิ้นเสียที่นี่!
“จบสิ้นแล้ว!”
หัวใจปวงชนจากสานักขวานฟ้ าเปี่ยมด้วยโทสะสิ้นหวัง
มิคาดเลยว่าหุบเขาพยัคฆ์ดาจะมาซุ่มโจมตีอยู่ที่นี่
หนิงโหยวก าขวานทองแน่น ร่างสะท้านด้วยโทสะ ดวงตาถลึง มองหยางเฉาหมิง
“ใครกันหักหลังเรา!”
ต้องมีใครสักคนแพร่งพรายข่าวล่วงหน้า ให้อีกฝ่ ายมาซุ่มโจมตี แน่นอน
คนผู้นั้นต้องตาย!
หยางเฉาหมิงมิได้รีบร ้อนลงมือ ยิ่งอยู่ในค่ายกลนาน ยิ่งดีสาหรับ พวกเขา
เขาหันไปยิ้มให้เจียงผิงอัน “ผู้อาวุโสอู๋ ไฉนไม่มาหาเราเล่า?”
ทุกผู้ในสานักขวานฟ้ ามองเจียงผิงอันเป็ นตาเดียว สายตาเปี่ยม ด้วยโทสะแค้นเคือง
“เจ้านี่เอง!”
เจียงผิงอันผงะ “ข้าหรือไส้ศึก?”
บทที่ 192 ค่ายกลสังหารสี่ทิศ
“ว่าแล้วต้องเป็ นเจ้า อู๋เชียนอวิ๋น!”
หนิงโหยวเดือดดาล อกซึ่งพันหนังสัตว์กระเพื่อมหอบรุนแรง
เพราะอู๋เชียนอวิ๋น สานักขวานฟ้ าของพวกนางจึงอยู่ใน สถานการณ์คับขัน
ว่าแล้วเชียว ข้าควรจัดการกับอู๋เชียนอวิ๋นเสียแต่ยามเริ่มสงสัย!
หนิงโหยวเงื้อขวานทอง เตรียมสับร่างของ ‘อู๋เชียนอวิ๋น’ เสีย
“ช ้าก่อน! ข้ามิใช่ไส้ศึก! ข้าไม่ใช่อู๋เชียนอวิ๋น!”
เจียงผิงอันรีบร ้อนร ้องตะโกน เปลี่ยนรูปลักษณ์สู่ใบหน้าดาษดื่น ซึ่งก็ยังมิใช่หน้าจริง
หากเผยหน้าจริง อีกฝ่ายน่าจะอยากสับร่างเขาหนักข้อขึ้นอีก
เจียงผิงอันรีบอธิบาย “ครึ่งเดือนก่อน อู๋เชียนอวิ๋นจะปล้นข้า ข้า เลยฆ่าเขา”
“เรื่องไส้ศึกของพวกเจ้าสานักขวานฟ้ า ข้าหาเกี่ยวข้องด้วยไม่ นับว่าการกระทาของข้าช่วยเจ้าล้างแค้นแทนสานักได้ด้วยซ้า”
“เหลวไหล! เอาเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ เช่นนี้มาอ้าง เห็นเราเป็ นคนโง่ หรือไร!”
ผู้อาวุโสคิ้วขาวเดือดดาล เงื้อขวานฟาดลงทันที
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว หลบไปที่ขอบค่ายกลทันใด
เขากล่าวกับคนจากหุบเขาพยัคฆ์ดา “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า ปล่อยข้าออกไป”
“โอ้?”
หยางเฉาหมิงช าเลืองเจียงผิงอันอย่างประหลาดใจ “มิคาดเลย ว่าอู๋เชียนอวิ๋นจะตายไปแล้ว แต่ไม่เป็ นไร ก็แค่ไม่ต้องแบ่งอะไรให้เขา แล้ว”
เขาโบกมือสั่งการ “มา อย่าให้เหลือผู้ใดในอาคมนี้ที่มิใช่เราหุบ เขาพยัคฆ์ด า!”
“ฆ่า!”
เหล่าศิษย์หุบเขาพยัคฆ์ด ากู่ค าราม พุ่งเข้าใส่เหล่าผู้ฝึกตนจาก ส านักขวานฟ้ า
มหาศึกเจียนเปิดฉาก
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดสองคนพุ่งเข้าโจมตีเจียง ผิงอัน
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว
มิคาดเลยว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น และตัวเขาก็มิอาจหนีพ้น
เขาสัมผัสอานาจประหลาดซึ่งสูบปราณในกายได้
เป็ นค่ายกลที่ประหลาดนัก
หนิงโหยวพุ่งเข้าใส่หยางเฉาหมิงพลางหันตะโกน “ผู้อาวุโสรอง! หาตัวผู้ควบคุมธงค่ายกลเสีย!”
ความแข็งแกร่งภาพรวมของพวกเขาส านักขวานฟ้ าสู้หุบเขา พยัคฆ์ดามิได้ และในค่ายกลสังหารสี่ทิศนี้ พวกเขาก็มีแต่พ่าย
ต้องมีใครบงการค่ายกลสังหารสี่ทิศอยู่
มีแต่ต้องหาตัวผู้บงการค่ายกล เปิดค่ายกลนี้ การต่อสู้นี้จึงจบได้
ผู้อาวุโสรองเชี่ยวชาญค่ายกล เขาน่าจะบอกได้ว่าผู้ใดควบคุม ค่ายกลนี้อยู่
ทว่าผู้อาวุโสรองก าลังถูกผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด สองคนรุมล้อม มิอาจปลีกตัวได้เลย
“ไม่ไหว! ไม่มีทางท าสมาธิท านายได้!”
ผู้อาวุโสรองว่า ฉับพลันถูกมีดฟาดใส่หลัง โลหิตสาดซัด
อารมณ์ของหนิงโหยวหนักอึ้ง ผู้อาวุโสรองเป็ นคนเดียวที่หาตัวผู้ ควบคุมค่ายกลได้ แต่เขาไม่มีโอกาสได้ลงมือ
ท าให้ไม่มีทางหาตัวผู้ควบคุมค่ายกลพบ และไม่มีทางหลุดพ้น จากค่ายกลสังหารสี่ทิศนี้เลย
มุมปากหยางเฉาหมิงยกยิ้ม สีหน้าสุดแสนภาคภูมิ
คิดหาผู้ควบคุมค่ายกล?
ไม่มีทาง
ข้าระแวงผู้อาวุโสรองซึ่งเชี่ยวชาญค่ายกลนี้อยู่แล้ว
พัวพันผู้อาวุโสรองไว้ ก็ไร ้ผู้ใดในส านักขวานฟ้ ารู ้ตัวผู้ควบคุม ค่ายกลแล้ว
คนจากส านักขวานฟ้ ารับรู ้ได้ชัดเจนว่า ยามพวกตนใช ้วิชา ปราณในกายจะถูกดูดหายไปอย่างต่อเนื่อง
และคนจากหุบเขาพยัคฆ์ดาก็มีปราณในกายมากขึ้นทุกที
นี่คืออานาจของค่ายกลสังหารสี่ทิศ ยิ่งต่อสู้ยืดเยื้อ ยิ่งเป็ น ประโยชน์ต่อฝ่ายควบคุมค่ายกล
ทันทีที่เริ่มศึก ทุกผู้ในสานักขวานฟ้ าก็สิ้นหวังแล้ว
คู่ต่อสู้แข็งแกร่ง มาซุ่มโจมตีล่วงหน้า ซ้ายังมีค่ายกลสังหารสี่ทิศ หนุนหลัง พวกเขาส านักขวานฟ้ าจะขัดขืนได้อย่างไร?
เมื่อจบศึกนี้ พวกเขาสานักขวานฟ้ าอาจจบสิ้นแล้ว
ศึกอันน่าสะพรึงกลัวถูกค่ายอาคมครอบปิด ต่อให้รู ้ว่าต้องตาย ส านักขวานฟ้ าก็ยังสู้ยิบตา
ต่อให้ตาย ก็ขอลากศัตรูไปด้วยสักคนสองคน!
“หากหาธงค่ายกลเจอ ก็จะออกไปได้หรือ?”
เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างหนิงโหยวและผู้อาวุโสรอง ดวงตา ของเจียงผิงอันก็วูบไหว
ขณะเดียวกัน สองยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดจาก หุบเขาพยัคฆ์ด าก็พุ่งมาตรงหน้าเจียงผิงอันแล้ว
“ไอ้โง่! มัวใจลอยอยู่ได้!”
“คงกลัวจนขยับไม่ได้ไปแล้วแหละ!”
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั้งสองแสยะยิ้ม
นี่เป็ นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดที่เหลาะแหละเพียงนี้
“ฆ่าเขาเสีย แล้วแบ่งทรัพยากรกัน!”
ทั้งสองล้วนถือกระบี่ หนึ่งแทงศีรษะ หนึ่งแทงตันเถียนของเจียงผิง อัน
เด็กหนุ่มยกมือตบเข้าใส่คนทั้งสอง ง่ายดายเช่นตบแมลงวัน ดูไร ้ พิษสงใด ๆ
จิตสัมผัสโอบล้อมศพเสียสภาพของทั้งคู่ โยนเข้าสู่ถุงเก็บสัตว์ ภูติ เป็ นอาหารแก่เสียวจิ่วและลูกของมัน
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั้งสองตกตายอย่างสงบ มิได้เจ็บปวดอะไรนัก
เจียงผิงอันรวมพลังจิตที่ดวงตา
อานาจเนตรถูกใช ้แล้วภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป
สรรพสิ่งบุคคลในสายตาล้วนกลายเป็ นกฎฟ้ าดิน
ลวดลายค่ายกลปรากฏชัดเจนสู่คลองจักษุ
ลวดลายเล็กบางเหล่านี้ สุดท้ายก็บรรจบกันที่ผู้ฝึกตนขั้นปลาย ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดซึ่งดูไม่โดดเด่นคนหนึ่ง
คนผู้นี้กาลังสู้กับผู้อาวุโสคิ้วขาวจากสานักขวานฟ้ า
มิอาจทราบว่าเหตุใดธงค่ายกลจึงไม่อยู่กับเจ้าหุบเขาพยัคฆ์ด า เพราะอีกฝ่ ายไม่รู ้วิธีใช ้ค่ายกล หรือไม่มีเวลามาควบคุมค่ายกลกัน แน่?
เรื่องทั้งหมดนี้ไม่สาคัญ สรุปคือพบตัวผู้ควบคุมค่ายกลแล้ว
เจียงผิงอันใช ้อัสนีพริบตาไหวกายไปหา
ผู้อาวุโสคิ้วขาวจากสานักขวานฟ้ ากาลังสู้กับศัตรูอย่างดุเดือด คู่ ต่อสู้แข็งแกร่งยากล้มยิ่ง
ทันใดนั้น เขาก็เห็นหนึ่งแสงขาววูบเข้าใกล้ แล้วศีรษะของคู่ต่อสู้ ก็ระเบิดสาดโลหิตทั่วทิศ
ผู้อาวุโสคิ้วขาวผงะ
ผู้อาวุโสคนใดกันในสานักที่แข็งแกร่งเสียจนตบตัวคนแหลก ระเบิดได้
เมื่อผู้อาวุโสคิ้วขาวเห็นตัวคนผู้นั้นชัด ๆ สีหน้าของเขาก็ แปรเปลี่ยน
นี่มิใช่ผู้แฝงตนเป็ นผู้อาวุโสอู๋หรือ?
มิคาดเลยว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งเพียงนี้!
ผู้อาวุโสคิ้วขาวขวัญสะท้านเจียนบินหนี แต่โชคยังดีที่เมื่อครู่ ยามเขาจู่โจม คนผู้นี้มิได้ตอบโต้
หาไม่ ป่านนี้เขาคงเป็ นศพไม่ต่างกัน
“ขอบคุณที่ช่วยเหลือ!”
ผู้อาวุโสคิ้วขาวกุมกาปั้นขอบคุณ
หากมิได้คนผู้นี้ช่วยเหลือ เขาคงตกตายด้วยสิ้นแรงแน่ ๆ
เจียงผิงอันเมินอีกฝ่ าย นาธงค่ายกลสีน้าเงินผืนหนึ่งออกจาก ซากศพ
เมื่อเห็นธงค่ายกล ดวงตาของผู้อาวุโสคิ้วขาวก็เบิกกว้าง
หรือนี่จะเป็ นผู้ควบคุมค่ายกลฝ่ายหุบเขาพยัคฆ์ดาที่ซ่อนตัวอยู่!
แต่คนลึกลับผู้นี้ทราบถึงบุคคลที่กระทั่งผู้อาวุโสรองของพวกเขา หาตัวไม่เจอได้อย่างไร?
“วอนตายเสียแล้ว!”
หยางเฉาหมิงเห็นว่าผู้ควบคุมค่ายกลถูกสังหารก็เดือดดาล แผ่ อานาจร ้ายกาจไปทั่วทั้งค่ายกล
ทุกผู้ตัวแข็งทื่อ
หยางเฉาหมิงลงมือโจมตีเจียงผิงอัน คิดชิงธงค่ายกลคืนมา
แม้หนิงโหยวจะหลงตัวเองไปนิด นางก็ยังแข็งแกร่ง
หนึ่งขวานฟาดฟันศัตรู แกว่งเหวี่ยงอีกฝ่ายลงสู่พื้น
หนิงโหยวช าเลืองเจียงผิงอัน เมื่อสังเกตเห็นธงค่ายกลในมืออีก ฝ่าย กอปรกับปฏิกิริยาของหยางเฉาหมิง นางก็เดาบางอย่างได้ทันที
มิคาดว่าคนลึกลับผู้นี้จะหาธงค่ายกลพบ!
“ข้าจะหยุดเขาไว้! รีบครอบครองธงค่ายกลแล้วเปิดมันซะ!”
สานักขวานฟ้ าจะอยู่รอดหรือไม่ ขึ้นกับว่าบุคคลลึกลับผู้นี้จะ ครอบครองธงค่ายกลทันเวลาหรือเปล่า!
หยางเฉาหมิงทะยานขึ้นจากพื้น สีหน้าบูดเบี้ยว คารามขึ้นว่า
“ปล่อยคนอื่นไว้! ฆ่าเจ้านั่นเสีย! การลบตราจิตวิญญาณใช ้เวลา อย่างน้อยครึ่งชั่วยาม! ระหว่างนั้นต้องชิงธงคืนมา!”
เขามิคาดเลยว่าผู้ควบคุมค่ายกลจะถูกเจอตัวเร็วเพียงนี้
สารเลวนี่มาจากหนใด สมควรตายนัก!
แผนของหุบเขาพยัคฆ์ด าพินาศหมด!
คนจากส านักขวานฟ้ ารีบเข้ามาล้อมคุ้มกันเจียงผิงอัน
พวกเขาจะรอดหรือไม่ ขึ้นกับคนผู้นี้!
ครึ่งชั่วยามต่อจากนี้ จะเป็ นศึกชี้วัดเป็ นตาย!
ทุกผู้ต่างเตรียมใจตาย
วิ้ง!
คลื่นประหลาดสั่นสะท้าน แล้วม่านอาคมบนฟ้ าก็หายไป เฉียบพลัน
ปวงชนจากทั้งหุบเขาพยัคฆ์ดาและสานักขวานฟ้ าซึ่ง เตรียมพร ้อมสู้ตายพลันตะลึงค้าง
อาคมเปิดแล้ว!
นี่มันเรื่องอะไรกัน? ลบตราจิตวิญญาณได้ไวเพียงนี้ได้อย่างไร กัน?
ผู้ฝึกตนระดับเดียวกันต้องใช ้เวลาขั้นต่าครึ่งชั่วยามกว่าจะลบ ตราจิตวิญญาณของยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ทว่า บุคคลลึกลับผู้นี้ลบได้ในพริบตาได้อย่างไร?
หากมิใช่ผู้ฝึกจิต ผู้ฝึกตนคนอื่นคงทามิได้เช่นนี้กระมัง?
หรือคนผู้นี้จะเป็ นผู้ฝึกจิต?
หลังตะลึงไป ทุกผู้ในส านักขวานฟ้ าต่างลิงโลด
พลิกชะตารอดตายแล้ว!
เมื่อไร ้อิทธิพลของค่ายกล ต่อให้พวกเขาสานักขวานฟ้ าจะพ่าย แก่หุบเขาพยัคฆ์ด า ก็ไม่มีทางถูกล้างโคตรถอนเหง้า!
คนผู้นี้เป็ นใครกัน? บุญคุณเลิศล้นเกินขอบคุณไปแล้ว
“สารเลว!!”
ดวงตาของเจ้าหุบเขาพยัคฆ์ด าแดงฉาน
เดิมที นี่คือโอกาสทาลายสานักขวานฟ้ า แต่ทุกสิ่งล้วนถูกคนผู้นี้ ทาลายสิ้น!
สารเลวนี่!
ขณะที่หยางเฉาหมิงกาลังจะอ้าปากพูดต่อ ปราณอันน่ า สะพรึงกลัวสายหนึ่งก็แผ่ออกมาจากทั่วทิศ
“น่าเสียดายที่ค่ายกลเปิดเสียก่อน”
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะสองคน และผู้ฝึกตนจ านวนมากเหิน เข้ามาจากไกล ๆ
คนเหล่านี้ล้วนเหน็ บกระบี่ไว้เบื้องหลัง ปราณกระบี่ล้วนน่า สะพรึงกลัว
เมื่อเห็นคนเหล่านี้ หยางเฉาหมิงและหนิงโหยวล้วนสะท้านในใจ
เจ้าเคหาสน์เขาหลอมกระบี่!
ปรากฏว่าพวกเขาอยู่ที่นี่!
บทที่ 193 นกขมิ้นเบื้องหลัง
หูอวิ้น เจ้าเคหาสน์เขาหลอมกระบี่ลูบเครา สีหน้าสุดแสน เสียดาย
เขาคิดไปว่าสองมหจะสู้จนพ่ายทั้งคู่ มิคาดว่าค่ายกลจะถูก ท าลายลงก่อน
หากทั้งสองฝ่ายยังสู้กันต่อ คงฟังดูไม่สมเหตุผลนัก
เพื่อป้ องกันมิให้ธงค่ายกลถูกผู้อื่นนาไป พวกเขาจึงได้แต่ปรากฏ ตัวก่อนเวลา
“เขตหนองน้านี้ เคหาสน์เขาหลอมกระบี่ก็ต้องการ แน่นอน เรามี กฎระหว่างสานัก และเคหาสน์เขาหลอมกระบี่จะไม่รังแกผู้อ่อนแอ”
“เราประลองตัดสินกันอย่างยุติธรรมดีกว่า มาสิ ผู้ใดชนะหูหง เทียนบุตรข้าได้ ก็เอาเขตหนองน้านี่ไป”
ว่าจบ หูอวิ้นก็หันมองบุตรตนที่ข้างกาย
เรือนผมยาวของหูหงเทียนขมวดมวยปักปิ่น สวมชุดคลุมสีทอง เรืองรองท่ามกลางแสงตะวัน
เขามิได้ซ่อนปราณ เจตจานงกระบี่ดุดันชวนให้ลมหายใจขาด ห้วง
เมื่อได้ยินคาเสนอของหูอวิ้น สีหน้าของปวงชนจากหุบเขา พยัคฆ์ดาและสานักขวานฟ้ าต่างแปรเปลี่ยน
ทุกผู้ล้วนตั้งใจมาทาเหมืองที่นี่
มิคาดว่าเคหาสน์เขาหลอมกระบี่จะมาพัวพันด้วย
พวกเขารู ้จักหูหงเทียนผู้นี้เป็ นอย่างดี คนผู้นี้มักติดอันดับต้น ๆ จากการแข่งขันทั้งหลาย สู้ได้กระทั่งกับอัจฉริยะจากสานักเพียว เหมี่ยว
หูหงเทียนบรรลุกฎเกณฑ์แห่งทองอันสมบูรณ์ และยังบรรลุเคล็ด พิรุณกระบี่อันทรงพลัง
ด้วยระดับของส านักขวานฟ้ าและหุบเขาพยัคฆ์ด า ไร ้ผู้ใดใน ขอบเขตเดียวกันรับมือหูหงเทียนได้เลย
ที่เคหาสน์เขาหลอมกระบี่บอกจะไม่รังแกผู้อ่อนแอ ตัดสินอย่าง ยุติธรรม สุดท้ายก็แค่ลมปาก
แม้ในใจหยางเฉาหมิงและหนิงโหยวจะสุดแสนไม่ยินยอม แต่ก็มิ กล้าเผยสิ่งใดออกไป
นี่คือกฎ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์พูด
“มีแต่ขยะแท้ ๆ ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายข้าเลยหรือ?”
หูหงเทียนดูประชดประชัน
การไร ้เทียมทานนั้นช่างอ้างว้าง มีเพียงระดับสานักเพียวเหมี่ยวที่ จะมีอัจฉริยะประชันตนได้
บางทีอาจรอดพ้นกระบวนท่าจากเจียงผิงอันในข่าวลือได้ และ บางทีด้วยปัญญาของเขา สองสามกระบวนท่าก็อาจเอาชนะอีกฝ่ ายก็ ยังไหว
ต่อหน้าคาล้อเลียนนี้ คนจากทั้งสองสานักแม้เดือดดาลก็ไม่กล้า พูด
เพราะไม่มีผู้ใดชนะหูหงเทียนได้จริง ๆ
“ในเมื่อไร ้ผู้ใดท้าประชัน เช่นนั้นพื้นที่หนองน้านี้ก็เป็ นของ เคหาสน์เขาหลอมกระบี่”
หูอวิ้นยิ้มแย้ม
สายตาของเขาเลื่อนไปที่เจียงผิงอัน
“อู๋เชียนอวิ๋นมีสัมพันธ ์ส่วนตัวเป็ นสหายกับเจ้าเคหาสน์ผู้นี้ ใน เมื่อเจ้าฆ่าเขา เจ้าก็ควรตายเพื่อชดใช ้ ส่งธงค่ายกลสังหารสี่ทิศ มาแล้วฆ่าตัวตายเสีย จะได้เจ็บปวดน้อยหน่อย”
เมื่อได้ยินวาทะของหูอวิ้น ในที่สุดทุกผู้ก็ทราบว่าเหตุใดเคหาสน์ เขาหลอมกระบี่จึงมาปรากฏที่นี่
ปรากฏว่าอู๋เชียนอวิ๋นเป็ นกิ้งก่าเปลี่ยนสี!
เคหาสน์เขาหลอมกระบี่คิดหลอกใช ้ให้หุบเขาพยัคฆ์ดากับ สานักขวานฟ้ าสู้กันจนตาย มอบผลประโยชน์ทั้งหลายแก่ผู้อยู่ เบื้องหลัง
เพียงแค่ว่า บุคคลลึกลับผู้นี้ปรากฏตัวอย่างเกินคาดคิด ท าลาย ค่ายกลสังหารสี่ทิศและหยุดการต่อสู้ลง
เรื่องล้างแค้นแทนสหายอะไรนั่นเป็ นเพียงข้ออ้าง
ทุกสิ่งก็เพราะหูอวิ้นไม่พอใจที่คนลึกลับผู้นี้เข้ามาขัดขวางแผน ของเคหาสน์เขาหลอมกระบี่เท่านั้น
ทุกสายตามาหยุดที่เจียงผิงอัน ขณะเดียวกันก็มองธงค่ายกลใน มืออีกฝ่าย
หยางเฉาหมิง เจ้าหุบเขาพยัคฆ์ด ารีบร ้อนกล่าว “ไต้เท้าเจ้า เคหาสน์ ธงค่ายกลในมือคนผู้นี้ หุบเขาพยัคฆ์ดาซื้อมาด้วยเงินที่เก็บ ออมมาร ้อยปี มิใช่ของคนผู้นี้นะ!”
“เหลวไหล! เห็นได้ชัดว่านั่นเป็ นของสหายข้าอู๋เชียนอวิ๋น!”
สีหน้าของหูอวิ้นเย็นเยียบ ขณะที่ปราณยอดฝีมือขอบเขตแปร เทวะอีกคนก็ถูกแผ่ออกมาพร ้อมกันนั้น
สีหน้าของหยางเฉาหมิงแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์ อ้าปากพะงาบ คิดพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เก็บเงียบถอยไปข้าง ๆ
ยามเผชิญคู่ต่อสู้ขอบเขตแปรเทวะสองคน หนึ่งในนั้นยังเป็ นยอด ฝีมือขั้นกลางขอบเขตแปรเทวะ พวกเขาหุบเขาพยัคฆ์ดาไร ้สามารถ ประมือได้เลย
นี่มันปล้นกันกลางวันแสก ๆ ชัด ๆ
หยางเฉาหมิงมิกล้าพูดอะไรมาก แม้เขาจะได้ธงค่ายกลคืนมา ก็ รังแต่จะเป็ นที่โกรธแค้นของอีกฝ่ าย ภายหน้าก็จะเกิดปัญหาไม่รู ้วาง สู้สงบโทสะเลี่ยงหายนะไปจะดีกว่า
หนิงโหยวมองเจียงผิงอัน กาขวานในมือแล้วกล่าวกับหูอวิ้นว่า
“ไต้เท้าเจ้าเคหาสน์ อู๋เชียนอวิ๋นมักก่นด่าท่านลับหลัง ตายไปก็ ไม่น่าเสียดายหรอก ข้ามีกฎเกณฑ์ชิ้นหนึ่งกับตัว ขอใช ้เป็ นสินขอ ขมา อย่าให้คนผู้นี้ต้องถึงแก่ความตายเลย”
นางนากล่องออกมาใบหนึ่ง ภายในผนึกหนึ่งกฎเกณฑ์ โยน ให้กับหูอวิ้น เจ้าเคหาสน์เขาหลอมกระบี่
ชายลึกลับมิทราบชื่อผู้นี้ช่วยชีวิตพวกเขาสานักขวานฟ้ ามา หนึ่งหน
หนิงโหยวคิดช่วยชีวิตคนผู้นี้ ถือได้ว่าเป็ นการตอบแทนบุญคุณ
หูอวิ้นหน้าคล้า “สหายข้ามีค่าแค่หนึ่งกฎเกณฑ์หรือ?”
หนิงโหยวกัดฟัน น าอีกกฎเกณฑ์ออกมาพร้อมหินผลึกระดับสูง สิบชิ้น
“เจ้าเคหาสน์ นี่คือทรัพยากรทั้งหมดที่ข้ามี หวังว่าจะรามือด้วย”
หูอวิ้นเก็บสิ่งเหล่านี้กลับไป สีหน้าผ่อนลง “สานักขวานฟ้ าอับจน ขึ้นทุกวันจริงแท้ เจ้าสานักยังมีทรัพย์แค่นี้”
สีหน้าหนิงโหยวแปรเปลี่ยน มิกล้าเอ่ยวาจาใด
พวกนางส านักขวานฟ้ าถดถอยลงทุกวัน ผู้ใดใช้ให้วิชาขวาน ยากนักเล่า น้อยคนนักจะส าเร็จได้ ส านักย่อมถดถอยเป็ นธรรมดา
หูอวิ้นหรี่ตามองเจียงผิงอัน “เห็นแก่หน้าเจ้าสานักขวานฟ้ า ส่ง ธงค่ายกลมาแล้วท าลายการฝึกฝนเสีย ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
เจียงผิงอันกล่าวโดยไม่เคลื่อนขยับ “ข้าอยากท้าทายบุตรเจ้า หากบุตรเจ้าเอาชนะข้าได้ ก็จะได้มีเหตุผลนาธงค่ายกลไป ซ้ายังเป็ น ชื่อเสียงอันดี”
“ผู้ฝึ กตนระดับต่าเช่นเจ้าควรค่าพูดกับเจ้าเคหาสน์ผู้นี้ด้วย หรือ?”
หูอวิ้นแผ่ปราณชวนสะพรึงเข้าใส่เจียงผิงอัน
ผู้คนจากส านักขวานฟ้ าใกล้เคียงถูกผลักกระเด็นตามกัน
หนิงโหยวตวาดเจียงผิงอัน “เจ้าโง่หรือไร! รีบส่งธงค่ายกลให้เจ้า เคหาสน์สิ!”
คนผู้นี้สมองมีปัญหาแน่แท้ คิดว่าตนเป็ นผู้ฝึ กตนขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดซึ่งรับมือยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะได้หรือไร
ที่คนไม่ลงมือก็เพราะรักษาหน้า ยามสิ้นอดทนก็ตบเจ้าตายได้!
หูหงเทียนเห็นว่ามีผู้ท้าทาย รอยยิ้มเจิดจรัสก็ปรากฏบนหน้า
ในที่สุดก็ถึงทีข้าเสียที
หูหงเทียนกล่าวกับหูอวิ้น “ท่านพ่อ เพลาโทสะเถิด เราเป็ นส านัก ธรรมะ ประชันวรยุทธ ์กันตามกฎยุทธภพดีกว่า”
หูอวิ้นเก็บปราณบนกาย หันไปยิ้มให้บุตรตน “ฮ่า ๆ สมกับเป็ น บุตรข้า กล้าหาญชาญชัยดี!”
หูหงเทียนเชิดศีรษะเหลือบลงมองเจียงผิงอัน “ข้าชอบศึกชี้วัด เป็ นตาย หากไม่ก็น่าเบื่อแย่ อย่าได้คิดปฏิเสธเชียว เจ้าหามีโอกาส ปฏิเสธไม่”
เขาไม่อยากปล่อยเจียงผิงอันไป คิดปลิดชีวิตอีกฝ่ายตรง ๆ
“ได้”
เจียงผิงอันเก็บธงค่ายกล รับศึกชี้วัดเป็ นตาย
“ไอ้โง่!”
หนิงโหยวเดือดดาลแต่มิอาจท าอะไรได้
นางอุตส่าห์ทุ่มทรัพยากรให้เคหาสน์เขาหลอมกระบี่เพื่อ ช่วยชีวิตคนผู้นี้ แต่เขากลับมารนหาที่ตายเอง
หูหงเทียนบรรลุหนึ่งกฎเกณฑ์สมบูรณ์ แล้วเจ้าเล่าเป็ นใคร?
ต่อให้เอาชนะได้จริง ๆ อีกฝ่ ายจะยอมปล่อยเจ้าไปตามกฎจริง ๆ หรือ?
หากไร ้ผู้หนุนหลังแข็งแกร่ง กฎเกณฑ์ก็เป็ นเพียงผายลม!
หยางเฉาหมิง เจ้าหุบเขาพยัคฆ์ด าผู้คับแค้นเจียงผิงอันเต็มอก กล่าวกับหูหงเทียนว่า
“เจ้าเคหาสน์น้อย อย่าเพิ่งฆ่าคนผู้นี้ทันทีนะ ผ่าร่างทรมานให้ เขาตายทีละน้อยดีกว่า!”
ทั้งหมดเพราะคนผู้นี้ ค่ายกลสังหารสี่ทิศของเขาจึงถูกชิงไป สมควรตาย
แต่หยางเฉาหมิงลืมไปเสียสนิทว่า หากเจียงผิงอันมิได้มาหยุด ศึก หลังสองฝ่ ายบาดเจ็บ พวกเขาก็จะถูกเคหาสน์เขาหลอมกระบี่ ท าลายราบอยู่ดี
หูหงเทียนชักกระบี่ ฟ้ าดินแปรสีสัน อัสนีฟาดฟันครืนโครม
“วันนี้ ข้าจะให้เจ้าได้เห็นว่าอัจฉริยะสูงสุดเป็ นเช่นไร!”
คนอื่น ๆ รีบถอยหลบจากสมรภูมิ
คนจากทั้งหุบเขาพยัคฆ์ดาและสานักขวานฟ้ ามองนิมิตตรงหน้า แล้วพากันตกใจ
หูหงเทียนฝึกฝน ‘เคล็ดพิรุณกระบี่’ ไปถึงขั้นใดแล้ว?
น่าสะพรึงนัก
ผู้ฝึกตนซึ่งคิดท้าทายหูหงเทียนโง่เง่าเต็มทน อยู่ดีไม่ว่าดี
บทที่ 194 จับตัวประกัน
หนึ่งกระบี่หอบพายุ พิรุณกระบี่โปรยปราย
สีหน้าของหูหงเทียนมิได้ซ่อนความผยอง ในขอบเขตวิญญาณ แรกก าเนิด เขาเป็ นบุคคลไร ้เทียมทาน!
เมื่อเห็นเจียงผิงอันหยุดนิ่ง หูหงเทียนยิ่งภาคภูมิ
ไอ้โง่นี่กลัวจนทื่อไปแล้วหรือ
คู่ควรท้าทายเขาแล้วหรือ?
หูหงเทียนแทงกระบี่หมายสะบั้นศีรษะเจียงผิงอันทันที
ทุกผู้ที่นี่ล้วนทราบว่าชายลึกลับกาลังจะตาย
หนิงโหยวถอนหายใจ ไม่ว่าชายลึกลับผู้นี้จะโง่งมเพียงไร ต่อให้ ต้องล่วงเกินเคหาสน์เขาหลอมกระบี่ นางก็ยังจะช่วยคนผู้นี้
ใครใช ้ให้เจ้าโง่นี่ช่วยชีวิตพวกนางสานักขวานฟ้ าไว้?
ขณะที่หนิงโหยวกาลังจะลงมือ การเคลื่อนไหวของนางพลัน ชะงัก ดวงตาเบิกกว้างเฉียบพลัน
ชั่วขณะที่หูหงเทียนพุ่งมาหา เจียงผิงอันก็ปลาสนาการจากที่ เฉียบพลัน เกร็งมือขยุ้มคออีกฝ่ายเช่นกรงเล็บ
“สามหาว!”
เห็นเช่นนี้ สีหน้าของหูอวิ้นพลันเปลี่ยนแปร ปราณน่าสะพรึงกลัว ทะลักจากกาย
เขาเห็นแล้วว่าเจียงผิงอันไม่ธรรมดา และพร้อมเข้าไปช่วยบุตร ตน
กฎยุทธภพอะไรเหลวไหล ชีวิตบุตรตนสาคัญที่สุด
เจียงผิงอันถอยไปทันที ขณะเดียวกันก็ตะโกนว่า “หากกล้าเข้า มา ข้าจะหักคอบุตรเจ้าทันที!”
เขาเองก็รู้ ว่าต่อให้ชนะหูหงเทียนได้ อีกฝ่ ายก็จะไม่ท าตามกฎ จะชิงค่ายกลสังหารสี่ทิศไปอยู่ดี
อีกฝ่ายน่าจะเดือดดาลแล้วฆ่าเขาทันทีด้วยซ้าไป
จุดประสงค์แท้จริงของเจียงผิงอันคือจับตัวประกันต่างหาก!
เมื่อเห็นชีวิตบุตรตนถูกยกมาขู่ หูอวิ้นก็ตกใจรีบหยุดลง
เจียงผิงอันฉีกแขนของหูหงเทียน ตะโกนใส่ยอดฝีมือขอบเขต แปรเทวะอีกคนที่กาลังจะลอบโจมตีจากด้านข้าง
“ข้าจะพูดอีกครั้ง! หากกล้าเข้ามาใกล้! ข้าจะหักคอเขาทันที!”
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะที่กาลังจะลอบโจมตีพลันหยุดมือ
เขาดูไม่อยากเชื่อ
เจ้าเด็กนี่สังเกตเห็นเขาได้อย่างไร?
“อ๊าก!”
เสียงโหยหวนอันล่าช ้าของหูหงเทียนดังก้องทั่วเขตหนองน้า
แขนของเขาถูกกระชากขาด เนื้อหนังกระจายถึงกระดูก เจ็บปวด เกินทานทน
การเปลี่ยนแปลงเฉียบพลันนี้ทาให้ทุกผู้คาดไม่ถึง นิ่งตะลึงตาม กัน
รวดเร็วเสียจนคนมากมายปรับตัวไม่ทัน
“เจ้านี่… กล้าจับเจ้าเคหาสน์น้อยเป็ นตัวประกัน!”
“เขาเบื่อชีวิตแล้วหรือไร!”
“เขาพิชิตหูหงเทียนได้ในกระบวนท่าเดียว เขาเป็ นใครกันแน่?”
ทุกผู้ที่นี่ทราบดีว่าหูหงเทียนแข็งแกร่งเพียงไร คู่มือร่วมขอบเขต นั้นหายากยิ่ง
แต่ยอดฝี มือเช่นนี้กลับถูกบุคคลลึกลับผู้นี้เอาชนะในหนึ่ง กระบวนท่า!
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว
“ปล่อยลูกข้าไป เจ้าชนะการประลองนี้แล้ว เอาธงค่ายกลไปได้”
หูอวิ้นสะกดจิตสังหารในใจ กล่าวขึ้นอย่างเยือกเย็น
“เจ้าเห็นข้าเป็ นคนโง่หรือ?”
เจียงผิงอันก าคอหูหงเทียน จ้องมองตัวตนขอบเขตแปรเทวะ ทั้งหลายรอบข้างอย่างเยียบเย็น
“เอาละ เอากฎเกณฑ์ห้าชิ้นมาให้ข้า มิเช่นนั้นเขาตายแน่!”
ว่าพลาง เพิ่มแรงบีบคอหูหงเทียน
“เฮือก!”
ได้ยินเช่นนี้ ผู้คนมากมายสูดหายใจเฮือก
เจ้าเด็กนี่กล้าข่มขู่เคหาสน์เขาหลอมกระบี่!
โง่เง่าหรือไร?
มีชีวิตให้ใช ้ทิ้งใช ้ขว้างหรือ?
“สารเลว! ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้! ฆ่า!” หูหงเทียนซึ่งถูกบีบคออยู่แผด เสียง
นับแต่เล็ก เขาไม่เคยถูกทาให้อับอายถึงเพียงนี้
การถูกจับเป็ นตัวประกันต่อสาธารณชนนั้นขายหน้าเกินไป
เจียงผิงอันคว้าแขนอีกข้างของหูหงเทียน กระชากออก เฉียบพลัน
โลหิตย้อมนภาแดงฉาน
“อ๊าก!”
เสียงแผดร ้องดังสนั่นเสียดโสตยิ่ง
ผู้คนรอบข้างมองแล้วก็หนังศีรษะตื้อชา เด็กนี่โหดเหี้ยมเกินไป แล้ว ฉีกแขนบุตรเจ้าเคหาสน์เขาหลอมกระบี่ต่อหน้าต่อตาเขา!
หลังหยางเฉาหมิง เจ้าหุบเขาพยัคฆ์ด าหายตะลึง หัวใจก็นึกยินดี ‘ฆ่าเลย! ฆ่าเลย!’
หากหูหงเทียนตกตาย ก็เป็ นเรื่องดีสาหรับพวกเขาหุบเขาพยัคฆ์ ดา มีศัตรูในอนาคตน้อยลงหนึ่งคน
เจียงผิงอันหันมองยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะอีกคนในเคหาสน์ เขาหลอมกระบี่
“ข้าแนะนาให้เจ้าหยุดเคลื่อนปราณในกายเสีย ข้าฆ่าเขาเร็วกว่า เจ้าลงมือแน่นอน”
เขาว่าพลางเตะขาขวาของหูหงเทียนจนขาดกระเด็นลงพื้น
ขณะนี้ หูหงเทียนเหลือเพียงขาหนึ่งข้าง
กลิ่นโลหิตคละคลุ้งไปหมด
“อย่าท าร้ายลูกข้า! อยากได้กฎเกณฑ์สินะ เอาไปเลย!”
หูอวิ้นสะกดโทสะในใจ กล่าวขึ้นเสียงเบา
บุตรเขาเป็ นอัจฉริยะอันยากพบพานในส านัก หากตกตายไป การลงทุนตลอดหลายปีก็จะเสียเปล่า
หูอวิ้นโยนกล่องห้าใบให้กับเจียงผิงอัน
คนผู้นี้หนีไม่ได้หรอก กฎเกณฑ์ทั้งหลายจะได้คืนมา ยามนี้ เขา ต้องสงบสติคนผู้นี้มิให้บุตรของเขามีอันเป็ นไปเสียก่อน
เจียงผิงอันเก็บกฎเกณฑ์ไป
“กฎเกณฑ์ก็ให้เจ้าแล้ว ปล่อยลูกข้าสิ” หูอวิ้นพูดเสียงลุ่มลึก
“แน่นอน ข้าปล่อยลูกเจ้าแน่ แต่มิใช่ที่นี่”
เจียงผิงอันคว้าคอหูหงเทียนพลางถอยไปอย่างรวดเร็ว
“เจ้าจะไปไหน!” หูอวิ้นไล่ตามไปพร ้อมกับปวงชนจากเคหาสน์ เขาหลอมกระบี่
ผู้อาวุโสคิ้วขาวจากสานักขวานฟ้ าหันไปหาเจ้าสานักหนิงโหยว “เจ้าส านัก…”
“ตามไปดู”
หนิงโหยวโล่งใจ
นางมิคาดว่าคนผู้นี้จะสามารถจับตัวบุตรของหูอวิ๋นเป็ นตัว ประกันได้
หนิงโหยวสัมผัสได้ว่าคนผู้นี้ไม่มีทางเป็ นผู้ที่มหาอานาจทั่วไป เลี้ยงดูได้แน่นอน
ทั้งการที่เขาเปิดอาคมค่ายกลได้อย่างรวดเร็วก็ดี ข่มขู่ยอดฝีมือ ขอบเขตแปรเทวะได้ซึ่งหน้าก็ดี จนแล้วจนรอด ผู้ฝึกตนแปลกหน้า ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้นี้หาได้เปลี่ยนสีหน้าสักครั้งไม่
สภาพจิตใจ อานาจต่อสู้เช่นนี้ มิใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนทั่วไปเทียบได้
หากคนผู้นี้เป็ นผู้มีอานาจ หนิงโหยวก็ตัดสินใจพึ่งบารมี
หาไม่ เคหาสน์เขาหลอมกระบี่จะมาแว้งกัดเอาคืนกับสานักขวาน ฟ้ าอย่างมิอาจขัดขืนได้แน่นอน
หยางเฉาหมิงแห่งหุบเขาพยัคฆ์ดาครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงพาคนตาม ไป
เขาอยากลองดูว่าจะมีโอกาสชิงค่ายกลสังหารสี่ทิศคืนมาได้ หรือไม่
ค่ายกลสังหารสี่ทิศนี้ เขาทุ่มเงินเก็บของหุบเขาพยัคฆ์ดาที่สั่งสม มาหลายร ้อยปีเพื่อซื้อ จึงไม่เต็มใจให้มันถูกชิงไปอย่างเช่นนี้
เจียงผิงอันถอยอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงจุดที่มวลชนรวมตัว
กาลก่อนยามมาถึง เจ้าสานักขวานฟ้ ากล่าวว่าตรงหน้ามีสถานที่ ฝึกฝนนามเส้นทางสู่สวรรค์อยู่
สถานที่ฝึกฝนนั้นแบ่งตามขอบเขต
ผู้ที่เป็ นภัยต่อเจียงผิงอันคือยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ
ขอเพียงมีสถานที่ที่ตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดเท่านั้นที่ เข้าได้ เขาก็จะปลอดภัย
อันที่จริง ขณะนี้เจียงผิงอันใช ้ป้ ายหยกสื่อสารติดต่อเซี่ยชิงได้ แล้ว
แต่เขาเป็ นคนประเภทที่ไม่อยากรบกวนผู้อื่นหากไม่จาเป็ น
ขณะนี้ สถานการณ์ของเขายังไม่เข้าตาจน ยังมีทางขัดขืนได้
ไม่นาน เจียงผิงอันก็เห็นขุนเขาใหญ่อันเรืองรองด้วยแสงแห่งเต๋า ลูกหนึ่ง
คลื่นพลังอันเกินบรรยายสายหนึ่งแผ่ออกจากภูเขา ทาให้ปวง ชนรู ้สึกนับถืออย่างไม่รู ้ตัว ยิ่งใหญ่โอ่อ่าราวมียอดฝีมือไร ้เทียมทาน ยืนตระหง่าน
ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนปีนป่ายเช่นมดสู่ยอดเขา
ภูเขาลูกนี้คือสถานที่ซึ่งมหาจักรพรรดิเคยฝึ กฝน ทั้งลูกอาบ ย้อมด้วยกฎเกณฑ์มหาเต๋า สร ้างแรงกดดันทรงพลัง ยิ่งปี นสูงยิ่ง รุนแรง
ต้าเฉียนเปลี่ยนแปลงสถานที่แห่งนี้ แบ่งออกเป็ นเก้าสิบเก้าชั้น
เพื่อดึงดูดผู้คน พวกเขาจึงตั้งระบบรางวัล ผู้ฝึกตนจะได้รางวัล บางอย่างตามแต่ชั้นที่ไปถึงได้ และมีการเก็บค่าท้าทาย
ก่อนหน้านี้ ผู้มาท้าทายที่นี่มีไม่มากนัก เพราะมันยากเย็นเกินไป มิได้ส าคัญกับการฝึกฝนมากนัก
ความเร็วในการทาเงินน้อยกว่าสถานที่ในปกครองของตระกูล เหลยและแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อแสนไกล
ทว่าไม่นานมานี้ เซี่ยชิงได้เคล็ดวิชามหาจักรพรรดิจากที่นี่ ทา ให้มันกลายเป็ นสถานที่ฝึกฝนยอดนิยมสูงสุด
ผู้ฝึ กตนนับไม่ถ้วนคิดมาปี น ปรารถนาจะได้เคล็ดวิชามหา จักรพรรดิกับเขาบ้าง
สิ่งนี้ทาให้ต้าเฉียนทารายได้เป็ นกอบเป็ นกา
“แรงกดดันรุนแรงเกินไป การฝึกฝนของข้าต่าเกินไป ไม่อาจปีน ไหวได้เลย!” ผู้ฝึกตนระดับต่าคนหนึ่งบ่นอุบ
“อย่าหาข้ออ้างให้ตนเองหน่อยเลย ที่นี่มิได้ทดสอบการฝึกฝน เลย เป็ นเรื่องพลังใจเสียมากกว่า เจ้าเหลาะแหละเอง”
“ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดก่อนหน้านี้ฝึกฝนวิถีไร ้ใจ ปี นถึงด่านสวรรค์ชั้นห้าสิบในรวดเดียว ตัวตนขอบเขตแปรเทวะ มากมายยังแข็งแกร่งมิเท่าเขาเลย”
“ข้าได้ยินว่า ผู้ใดไปถึงจุดสูงสุดได้ เท่ากับมีพลังใจเปรียบเช่น มหาจักรพรรดิ แต่ขนาดสัตว์ประหลาดเฒ่าบางผู้ยังไปไม่ถึงยอด ทุก ผู้อยู่เพียงชั้นที่เก้าสิบเก้า มิอาจไปถึงชั้นที่ร ้อยได้”
“เอ๋? ข้างหลังนั่นมีคนมาเยอะเลย ดูเหมือนจะไล่ตามใครมา เกิด อะไรขึ้น”
ใครบางคนสังเกตเห็นผู้คนเหินมาจากด้านหลัง
ตรงหน้าคนกลุ่มนี้มีผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่ง กาคอผู้ฝึ กตนอีกคนในมือ บุคคลนั้นสองแขนหนึ่งขาขาด ดูน่า เวทนาเป็ นยิ่งนัก
บทที่ 195 เส้นทางสู่สวรรค์
ทันทีที่พวกเจียงผิงอันปรากฏตัว พวกเขาก็กลายเป็ นจุดสนใจ ของปวงชนรอบข้าง
ทุกผู้หันมองอย่างฉงนใจ
“คนผู้นี้เป็ นใคร ไฉนจึงถูกผู้คนมากมายเพียงนี้ไล่ตาม?”
“ไม่เห็นหรือว่าเขาแบกคนผู้หนึ่งอยู่? ต้องล่วงเกินกันมาแน่ ๆ”
“เจ้านี่ตายแน่ ข้างหลังเขามีตัวตนขอบเขตแปรเทวะตามมาเยอะ เลย”
การต่อสู้เช่นนี้ ทุกผู้ล้วนเห็นกันจนชาชิน ไม่มีผู้ใดเข้าช่วยเหลือ มีแต่เลี่ยงหลบไปชมมหรสพจากไกล ๆ เพื่อมิให้ถูกลูกหลงบาดเจ็บ
เจียงผิงอันหิ้วตัวหูหงเทียนมายังจุดเก็บค่าท้าทายที่ตีนเขา
ตีนเขาแห่งนี้มีจุดเก็บค่าท้าทายหลายแห่ง ผู้คนจากต่างขอบเขต จะได้ขึ้นบรรพตจากต่างทิศทาง
เขาร่อนลง ณ จุดขึ้นเขาของขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด
“หากขึ้นเขาจากตรงนี้ ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะจะตามขึ้นไป มิได้หรือ?”
เจียงผิงอันหันไปถามผู้ฝึกตนซึ่งทาหน้าที่เก็บเงิน
คนเก็บเงินชาเลืองหูหงเทียนในมือเจียงผิงอันสลับกับผู้ฝึกตนที่ ไล่ตามมาเบื้องหลัง
ยอดเยี่ยม ถูกผู้ฝึกตนไล่ตามมามากมายเพียงนี้ ยังสงบสุขุมอยู่ ได้
“จริงอยู่ที่ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะขึ้นเขาจากที่นี่ไม่ได้ แต่ขึ้น ไปแล้วมิได้ห้ามการต่อสู้หรอกนะ” คนเก็บเงินเตือน
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะขึ้นมิได้ แต่ตัวตนขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดคนอื่น ๆ ตามมาได้
“เช่นนั้นก็ดี”
เจียงผิงอันสุขุมยิ่งกว่า ถามขึ้นว่า “ขึ้นเขาคิดเท่าไรหรือ?”
“ขึ้นเขาในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด หนึ่งล้านหินวิญญาณ” คนเก็บเงินตอบ
เจียงผิงอันนาหินผลึกระดับสูงชิ้นหนึ่งส่งให้คนเก็บเงิน
เขายกมือโยนหูหงเทียนขึ้นสูงสู่เวหา ออกหมัดซ้าตามไป โลหิต ย้อมนภาแดงฉาน
คนจากเคหาสน์เขาหลอมกระบี่ไร ้เจตนาปล่อยเจียงผิงอันไป แม้แต่นิด เจียงผิงอันย่อมไร้เจตนาปล่อยหูหงเทียนไป
ปล่อยคนผู้นี้ไว้ก็เหมือนปล่อยเสี้ยนหนาม ใครจะทราบว่าภาย หน้าคนผู้นี้จะแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่
เช่นนั้นก็จัดการเสียทันทีดีกว่า
เขาจัดการกับหูหงเทียนแล้วรีบเร่งเข้าเส้นทางสู่สวรรค์ไป
“ไม่! บุตรข้า!!”
เมื่อเห็นบุตรชายกลายเป็ นหมอกโลหิต เสียงอันเจ็บปวดรวดร ้าว ของหูอวิ้นก็ดังก้องในโลกา
“สารเลว! เหล่าจื่อจะสับร่างเจ้าเป็ นหมื่น ๆ ชิ้น!”
ความกลัวสุดขั้วของหูอวิ้นเกิดขึ้นจนได้
ความหวังของพวกเขา เคหาสน์เขาหลอมกระบี่ถูกทาลายลงที่นี่ ทรัพยากรที่เสียไปล้วนหายเปล่า
ดวงตาของหูอวิ้นแดงฉาน อยากไล่ตามเจียงผิงอันไป ทว่าถูก หนึ่งปราณอันชวนสะพรึงหยุดตัวไว้
ชายชราผู้หนึ่งที่ด่านเก็บค่าท้าทายลืมตาขึ้นกล่าวเสียงเรียบ “ผู้ ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะ ไม่อนุญาตให้ขึ้นเขาจากที่นี่”
หูอวิ้นทราบว่าชายชราผู้นี้เป็ นคนจากต้าเฉียน จึงมิกล้ากระท า ตัวสามหาว รีบร ้อนร่อนลงกับพื้น
“ผู้อาวุโส คนผู้นี้น่ารังเกียจไร ้ยางอาจ ข่มขู่เคหาสน์เราอย่าง เชื่อถือไม่ได้ ซ้ายังฆ่าบุตรของข้า ชั่วช ้าเกินกว่ามารจะเทียบชั้น! คน เช่นนี้สมควรถูกลงทัณฑ์!”
ชายชราไร ้สะท้าน ลืมตาขึ้นช ้า ๆ “ย้าอีกครั้ง ที่นี่ไม่อนุญาตให้ผู้ ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะเข้า”
เจ้าหน้าที่สองสามคนข้างกายมองหูอวิ้นด้วยสายตาเหยียด หยาม ยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะตั้งมากมาย ลงมือกับผู้ฝึ กตน ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดเพียงหนึ่ง
กากเดนใช ้ไม่ได้
ในต้าเฉียนของพวกเขา หากผู้น้อยลงมือ ผู้อาวุโสห้ามขยับ เพื่อที่จะได้กระตุ้นศักยภาพศึกของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง
นี่ยังเป็ นหนึ่งในเหตุผลที่ทาให้ต้าเฉียนแข็งแกร่งด้วย
สถานการณ์ยามผู้ฝึกตนระดับสูงกว่าลงมือกับผู้ฝึกตนระดับต่า กว่าเป็ นเรื่องน่ารังเกียจที่สุด
หูอวิ้นสังเกตเห็นสีหน้าเหยียดหยามของคนเหล่านี้ แต่ก็มิกล้า เผยโทสะ
ทวารบาลที่นี่แม้สักคนก็สามารถทาลายเคหาสน์เขาหลอมกระบี่ ของพวกเขาได้
หูอวิ้นมิกล้าระบายโทสะกับคนเหล่านี้ จึงหันไปตะคอกใส่ผู้ฝึก ตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดในสานักตน “มัวมองอะไร! ปีนขึ้น ไปฆ่าเจ้านั่นสิ!”
เขาขึ้นมิได้ จึงทาได้เพียงส่งผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดคนอื่น ๆ ไปแทน
“เจ้าเคหาสน์ การปีนขึ้นเขา… ต้องจ่ายหนึ่งล้านนะขอรับ”
ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่งกล่าวอย่าง ระมัดระวัง
หนึ่งล้านนั้นเป็ นทรัพยากรฝึ กฝนสาหรับพวกเขา ผู้ฝึ กตน ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดใช ้ได้หนึ่งเดือน
หากส านักไม่ชดเชยให้ พวกเขาก็ต้องคิดหนักหน่อย
“มีแต่พวกใช ้ไม่ได้!” หูอวิ้นนาเศษกฎเกณฑ์ชิ้นหนึ่งส่งให้ เจ้าหน้าที่เก็บเงิน
หนึ่งเศษกฎเกณฑ์ราคาเป็ นสิบล้าน เพียงพอให้สิบบุคคลเข้าสู่ เส้นทางสู่สวรรค์ได้
สิบบุคคลนั้นจะจัดการกับสารเลวนั่น!
หลังจ่ายค่าท้าทาย ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดสิบคน ก็คว้ากระบี่พุ่งออกไปทันที
“เจ้าฆ่าเคหาสน์น้อยของเรา! ตาย!”
“สารเลว! เอาชีวิตมา!”
“ข้าจะให้เจ้ารู ้วันนี้แหละว่าผลของการล่วงเกินเรา เคหาสน์เขา หลอมกระบี่เป็ นเช่นไร!”
ทันทีที่คนทั้งสิบมาถึงเส้นทางสู่สวรรค์พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงแรง กดดันสายหนึ่ง สะกดการเคลื่อนไหวของพวกเขาลงได้หลายส่วน
อานาจเลิศล้านี้มิได้มุ่งเป้ าที่กายเนื้อ แต่เป็ นพลังใจและจิต วิญญาณ
ยิ่งปีนสูง แรงกดดันยิ่งรุนแรง
เจียงผิงอันหยุดลงที่ชั้นห้า
ที่นี่มีคนน้อยกว่า เริ่มลงมือได้ง่ายกว่า
ขณะนี้ หูของเจียงผิงอันได้ยินเสียงจากหนิงโหยว เจ้าสานัก ขวานฟ้ าถ่ายทอดกระแสปราณมา
“เจ้ามาจากมหาอ านาจใด? หากเจ้ามาจากมหาอ านาจใหญ่ เรา ช่วยเจ้าได้นะ!”
“ไม่ต้องหรอก” เจียงผิงอันตอบเสียงเรียบ
ที่ตีนเขา หนิงโหยวฟังคาตอบของเจียงผิงอันแล้วก็ถ่ายทอด กระแสปราณ
“นี่คือยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดสิบคนเลยนะ! หาก เจ้าถูกล้อมละก็ตายแน่! รีบบอกมาเถิดว่าเจ้ามาจากมหาอ านาจใด! ข้าช่วยเจ้าได้นะ!”
หากคนผู้นี้มาจากมหาอานาจยิ่งใหญ่ นางก็ช่วยเหลือเพื่อสร ้าง ไมตรีกับมหาอานาจนั้นได้ แต่อีกฝ่ายกลับตอบปฏิเสธ
เจียงผิงอันมิได้สนใจหนิงโหยวต่อ เขาจ้องตรงที่ยอดฝี มือ ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั้งสิบที่พุ่งเข้ามา
อกของหนิงโหยวหอบกระเพื่อม “เจ้านี่โง่หรือไร? ถูกยอดฝีมือ ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดสิบคนรุมล้อม ยังอยากมีชีวิตอยู่ หรือไม่?”
เป็ นเรื่องยากนักสาหรับผู้ฝึกตนระดับสูงที่ต้องรับมือศัตรูเกินหนึ่ง อย่าว่าแต่สิบคน ต่อให้คนผู้นี้จะแข็งแกร่งยิ่ง ก็ไม่มีทางเป็ นคู่มือผู้ฝึก ตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดสิบคนได้
เจ้านี่กาลังเผชิญเรื่องใหญ่ หาไม่ระวัง เขาตายแน่!
“ฆ่าซะ! ขยี้ให้แหลกเป็ นเสี่ยง!”
หูอวิ้นเก็บซากบุตรของตนไปพลางแผดเสียงใส่เจียงผิงอันด้วย ดวงตาแดงฉาน
หากมิใช่เพราะคนผู้นี้หนีเข้าไปในเส้นทางสู่สวรรค์ เขาจะจับคน ผู้นี้มาทรมานพันปีด้วยตนเอง!
แม้คนรอบข้างจะไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขาก็ทราบว่าผู้ ฝึกตนซึ่งถูกรุมล้อมสิบต่อหนึ่งนี้แย่แน่
สิบต่อหนึ่ง คนโง่ยังรู ้ผลเลย
คนทั้งสิบตวัดกระบี่ในมือ ปราณกระบี่ทรงพลังเคลื่อนเมฆาขยับ วายุ ฟ้ าดินแปรสีสัน ผู้ฝึกตนใกล้เคียงเลี่ยงหลบทันใด
เจียงผิงอันมองเจตจานงกระบี่ลัดฟ้ ามา สีหน้ามิแปรเปลี่ยน ใช ้ หมัดอู๋จี๋สนองรับ
เจตจานงกระบี่ทั่วฟ้ าหันคืนทางเดิม
ผู้ฝึกตนทั้งหลายคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น
หลายบุคคลรู ้ตัวช ้าหลบไม่ทัน ถูกการโจมตีนี้ฟาดฟันบนร่าง อย่างหนักหน่วง
หนึ่งในผู้ฝึกตนขั้นกลางขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดสาหัสกว่า ใคร ร่างและวิญญาณแรกกาเนิดถูกเจตจานงกระบี่แข็งกล้าฟาดฟัน ตกตาย
ทุกผู้ที่เห็นล้วนตกตะลึง
“นี่มันพลังอะไรกัน! ย้อนพลังศัตรูคืนสนองได้ด้วย!”
“เหมือนหมัดอู๋จี๋ที่ร่าลือจะมีอานาจเช่นนี้นะ!”
“ข้าได้ยินว่าหมัดอู๋จี๋ฝึ กยากเย็นเกินสิ่งใด และยังใช ้ปราณใน กายมหาศาล แต่ปรากฏว่าคนผู้นี้สาเร็จวรยุทธ ์ชั้นสูงนี่!”
ในฐานะวรยุทธ ์ระดับสูง หมัดอู๋จี๋จึงเรืองนามโดดเด่น
ยืมพลังศัตรูสนองตัว น่ารังเกียจยิ่งนัก
ทว่า การเรียนวรยุทธ ์นี้ไม่ง่ายเลย
ประการแรก ต้องอดทน วรยุทธ ์นี้คืบหน้าแสนช ้า มิอาจรีบร ้อน ได้
ประการที่สอง ต้องมีพลังกายมหาศาลเป็ นทุนรอง หาไม่ก็คงมิ อาจใช ้ได้บ่อยครั้ง
ประการที่สาม วรยุทธ ์นี้ต้องใช ้กฎแห่งกาลังในขั้นต้น กฎแห่งห ยินหยางในขั้นท้าย รวมสิ้นสามกฎเกณฑ์ที่ต้องทาความเข้าใจ เปลืองพลังยิ่งนัก
หมัดอู๋จี๋ฝึกยาก แต่ก็แข็งแกร่งจริงแท้
ต่อหน้าการโจมตีของคนทั้งสิบ เจียงผิงอันตอบโต้ครบถ้วน ฆ่า ได้หนึ่งคน
อีกเก้าคนที่เหลือล้วนผงะจังงัง
“มัวทาอะไรอยู่! ลงมือสิ!” หูอวิ้นแผดเสียงอย่างร ้อนใจจากเบื้อง ล่าง
เก้าบุคคลที่เหลือปลอบใจตัวเองแล้วโจมตีเจียงผิงอันอีกครั้ง
หนนี้พวกเขาระแวงเต็มที่ จะไม่บุ่มบ่ามเช่นกาลก่อนแล้ว
การต่อสู้เปิดฉาก เงากระบี่วูบวาบพริบพราย บนเส้นทางสู่สวรรค์ หนึ่งเด็กหนุ่มประมือเก้ายอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดล าพัง
เศษหินปลิวกระจาย ประกายไฟเรืองรองเต็มฟากฟ้ า เจียงผิงอัน มิได้ร ้อนรนเลยสักนิด
ในการต่อสู้ครั้งนี้ เขาจะขัดเกลาหมัดอู๋จี๋ขั้นสามให้สมบูรณ์แบบ!
บทที่ 196 หนึ่งผจญสิบ
“แม่เหวย! เจ้านี่เผชิญยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด เก้าคน แต่หาเพลี่ยงพล้าไม่!”
“หมัดอู๋จี๋นี่แข็งแกร่งไปแล้ว ทุกการโจมตีล้วนไร ้ผล หวนสนอง ผู้กระท าหมดเลย!”
“เจ้านี่มาจากมหาอานาจใด หากไร ้มหาอานาจ ต้องดึงตัวเขามา อยู่กับเราให้ได้!”
ผู้คนมากมายพินิจศึกบนเส้นทางสู่สวรรค์แล้วตกตะลึง
ฝุ่ นควันคละคลุ้งทุกแห่งหน เจียงผิงอันออกหมัดฟาดมือ แปรเปลี่ยนเจตจานงกระบี่บนฟ้ าเป็ นการโจมตีของตน ไร ้ผู้ใดเข้า ประชิดได้
เขาดูจะกลายเป็ นบุคคลเพียงหนึ่งในฟ้ าดิน เรือนผมดาปลิวไสว อาจหาญ
หนิงโหยวอ้าปากหวอ เจ้านี่เผชิญยอดฝีมือเก้าคนในขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดได้จริง ๆ!
จะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
เส้นทางสู่สวรรค์ชั้นหกสิบ เยี่ยอู๋ฉิงกาลังนั่งขัดเกลาจานงใต้ ต้นไม้ต้นหนึ่ง
เมื่อสัมผัสการเคลื่อนไหวเบื้องล่างได้ เขาก็ลืมตาขึ้นช ้า ๆ
เมื่อมองชายผู้รับมือเก้าศัตรูลาพัง ดวงตาของเขาก็หรี่ลงน้อย ๆ
คนผู้นี้ใช ้หมัดอู๋จี๋ ย้าเตือนเขาถึงคนผู้หนึ่ง
บุคคลผู้ทาให้เขาขัดเคืองกว่าใคร ชายผู้นั้นช่วยชีวิตเขาไว้ใน เกาะเทวะ สั่นคลอนวิถีไร ้ใจของเขา
หมัดอู๋จี๋ของคนผู้นี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าหมัดอู๋จี๋ของเจียงผิงอันเลย
หลังชาเลืองมองศึก เยี่ยอู๋ฉิงก็หลับตาเมิน ไม่คิดสนใจอีก
การต่อสู้เช่นนี้หาน่าสนใจไม่ หากเป็ นเขา หนึ่งกระบี่ก็จบทุกสิ่ง แล้ว
ขณะที่คนอื่น ๆ ตกตะลึงกับพลังต่อสู้ของเจียงผิงอัน มีเพียงหูอ วิ้นที่สายตาเปี่ยมล้นด้วยความแค้น
“มีแต่พวกใช้ไม่ได้! ทุ่มสุดก าลังสิ! ผู้ใดฆ่าเขาได้ ข้าให้สิบเศษ กฎเกณฑ์เป็ นรางวัลเลย!”
หากก่อนหน้านี้หูอวิ้นมีเพียงความแค้น บัดนี้ นอกจากความแค้น เขาก็มีความกลัวแทรกเข้ามา
บุคคลลึกลับผู้นี้แข็งแกร่งเกินไป หากปล่อยให้เติบโต เขาจะ กลายเป็ นศัตรูฉกาจของเคหาสน์เขาหลอมกระบี่อย่างแน่นอน ต้อง ก าจัดเสีย!
เมื่อได้ยินว่าจะมีเศษกฎเกณฑ์สิบชิ้นเป็ นรางวัล ยอดฝี มือ ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั้งเก้าก็สติแตกทันที
สิบเศษกฎเกณฑ์ นั่นมันรายได้สิบปีเลยนะ!
ได้รางวัลเท่ากับรายได้สิบปีในทีเดียว ใครบ้างไม่สติแตก?
พวกเขาทุ่มพลังทั้งหมดในกาย ทวีความรุนแรงในการโจมตีเจียง ผิงอัน
ปราณกระบี่แหวกเวหาผาดโผน มวลเมฆาพัดม้วน สะกดข่ม เจียงผิงอันทุกทิศทาง
หากมิใช่เพราะบรรพตแห่งนี้พิเศษและแข็งแกร่งมาก การต่อสู้ ระหว่างสองฝ่ายคงทาบรรพตนี้ราบเป็ นหน้ากลองไปแล้ว
เมื่อเห็นเจียงผิงอันถูกรุมกดดัน หนิงโหยวก็ใจสะท้าน
จบแล้ว คนผู้นี้สุดท้ายก็ยังมิสู้ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิดเก้าคน เขาจะพ่ายแล้ว
ทันทีที่ความคิดปรากฏ นางก็เห็นการป้ องกันของเจียงผิงอัน ทลายลง กระบี่เล่มหนึ่งแทงตรงเข้าใส่วิญญาณแรกกาเนิดของเจียง ผิงอัน!
ลมหายใจของหนิงโหยวค้างไปทันที!
เปรี๊ยะ!
ยามกระบี่ยาวกระทบร่างเจียงผิงอัน มันก็ระเบิดเป็ นเศษเสี้ยว กระเด็นสาดทั่วทิศทันใด
ผู้ฝึกตนที่โจมตีเจียงผิงอัน หนิงโหยวและคนอื่น ๆ สีหน้าแข็งค้าง
ร่างของคนผู้นี้น่ากลัวนัก ยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิดโจมตีสุดก าลังยังท าร ้ายไม่ได้!
ไม่แม้แต่จะทิ้งรอยขีดข่วนบนผิว!
เจียงผิงอันใช ้หมัดอู๋จี๋สวนใส่ผู้ฝึกตนที่โจมตีเข้ามา
ศีรษะนั้นแหลกระเบิดสาดเลือด
หัวใจปวงชนสั่นสะท้านรุนแรง
ฆ่าไปอีกหนึ่ง!
สิบผู้ฝึกตนรุมล้อม ฆ่าได้สองคน!
การต่อสู้นี้ดึงความสนใจมากขึ้นทุกที
“แม้คนผู้นี้จะแข็งแกร่ง เขาก็มีเพียงหนึ่ง ข้าว่าอย่างมากคนผู้นี้ก็ ทนได้อีกแค่ครึ่งชั่วยาม ก็จะถูกฆ่าแล้ว”
“ครึ่งชั่วยามมากไปหน่อยกระมัง ชั่วหนึ่งธูปมอดก็จบแล้ว”
“ข้าไม่คิดเช่นนั้น พวกเจ้าไม่สังเกตหรือว่าสีหน้าคนผู้นี้หา เปลี่ยนแปลงไม่? อีกฝ่ายต้องยังมีไพ่ตายแน่นอน”
บางบุคคลคิดว่าเจียงผิงอันจะอยู่ได้ไม่นาน แต่บางคนก็กล่าวว่า เขายังมีลูกไม้หลบซ่อน
การต่อสู้ด าเนินต่อ ผลลัพธ ์เป็ นเช่นไร ก็มีแต่ต้องรอให้เผย ออกมายามท้าย
เจียงผิงอันพัฒนาหมัดอู๋จี๋อย่างต่อเนื่อง เมื่อพบจุดบอดก็แก้ ไขมันทันที
เศษหินทรายปลิวว่อน เวลาผ่านผันต่อเนื่อง หัวใจของหูอวิ้นกระ ดอนจุกคอ
ศึกนี้กินเวลาเจียนชั่วยาม ปราณวิญญาณของผู้ฝึกตนขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดทั้งแปดร่อยหรอต่อเนื่อง การโจมตีมิได้รุนแรง เช่นกาลก่อนแล้ว
“มารดามัน! วรยุทธ ์น่ารังเกียจอะไรนี่! ทะลวงการป้ องกันมิได้ เลย!”
ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่งถูกทรมานจนก่น ด่า
ไม่ว่าจะโจมตีเช่นไร ก็จะสะท้อนหาตนเองเสมอ
คู่ต่อสู้สุขสบาย ขณะที่พวกเขาบาดแผลเต็มตัว
ความรู้สึกเหมือนต่อยตีตนเอง ผู้อื่นไม่เกี่ยวนี้อึดอัดใจยิ่งนัก
“ทนอีกเดี๋ยว การตอบโต้ของคนผู้นี้ก็เบาลงแล้วเช่นกัน หมายความว่าเขาไม่เหลือปราณในกายเท่าไรแล้ว!”
ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่งสังเกตเห็นความ เปลี่ยนแปลง กล่าวให้กาลังใจพวกพ้อง
ร่างของเจียงผิงอันพลันระเบิดปราณโลหิต แข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่
“…”
เห็นเช่นนี้ สายตาผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดมากมาย ที่รุมล้อมเจียงผิงอันอยู่แทบถลนจากเบ้า
เหตุใดคนผู้นี้จึงยังมีปราณมากนัก!
ด้านล่าง หูอวิ้นข่มเขี้ยวกรามแทบแหลก ขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดสิบคนยังล้มคนผู้นี้ไม่ลง
เขาหันไปสั่งการหยางเฉาหมิงจากหุบเขาพยัคฆ์ดาและหนิง โหยวแห่งส านักขวานฟ้ าเสียงดัง
“ส่งผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดของพวกเจ้าไปฆ่าคน ผู้นี้เสียเดี๋ยวนี้!”
“หาไม่ หลังจบเรื่องวันนี้ เคหาสน์เขาหลอมกระบี่จะถล่มสานัก พวกเจ้าแน่!”
สิบยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดล้มมิได้ เช่นนั้นก็ต้อง ส่งไปเพิ่ม!
เมื่อรวมยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดอีกแปดคน ด้านบน ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าหนูนั่นจะล้มไม่ลง!
คนผู้นี้ต้องตาย!
หยางเฉาหมิงและหนิงโหยวเปลี่ยนสีหน้าเฉียบพลัน
ต่อหน้าคาข่มขู่นี้ หยางเฉาหมิงยอมจานน หันไปสั่งการผู้ฝึกตน ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดแปดคนในอาณัติตน “ขึ้นไปช่วยสิ”
หนิงโหยวกล่าวกับผู้อาวุโสห้าคนว่า “ขึ้นไปช่วยเสีย”
ทว่า นางแอบส่งกระแสปราณเสริม “ช่วยคนผู้นั้นนะ”
หนิงโหยวกลั้นใจกาหมัด นางกาลังเดิมพันว่าบุคคลลึกลับนี้จะ มาจากมหาอ านาจใหญ่
การกระทานี้จะเป็ นการหักหน้าเคหาสน์เขาหลอมกระบี่
หากนางเดิมพันพลาด ส านักขวานฟ้ าพินาศแน่
แต่หากเดิมพันถูก เบื้องหลังคนผู้นี้มีมหาอานาจใหญ่ วันคืนของ ส านักขวานฟ้ าก็จะรุ่งเรืองสว่างไสว
เหตุผลที่หนิงโหยวทุ่มเดิมพันเช่นนี้ ก็เพราะบุคคลลึกลับผู้นี้เคย ช่วยชีวิตส านักของนางไว้
ขณะเดียวกัน พลังต่อสู้ที่คนลึกลับผู้นี้แสดง ก็มิใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตน ไร ้สังกัดจะมีได้
ผู้อาวุโสทั้งห้าของสานักขวานฟ้ าก็ทราบเช่นกันว่าเจ้าสานัก ของพวกตนทาอะไรอยู่ แม้พวกเขาจะทราบว่าหนนี้อาจต้องตาย พวกเขาก็ยังเข้าสู่เส้นทางสู่สวรรค์
แม้เส้นทางข้างหน้าจะเป็ นทางตัน
ทุกสิ่งก็เพื่อสานักขวานฟ้ า
ทันทีที่พวกเขาจ่ายเงินเข้าสู่เส้นทางสู่สวรรค์ ผู้อาวุโสทั้งห้าจาก ส านักขวานฟ้ าพลันลงมือจู่โจมผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดทั้งแปดจากหุบเขาพยัคฆ์ดา
ปราณชวนสะพรึงกวาดทะลัก ปกคลุมคนทั้งแปด
การลอบจู่โจมนี้ได้ผลชะงัด ทาให้สองบุคคลสาหัสทันใด
“มารดามัน! วอนตายเสียแล้ว!”
ผู้ฝึกตนจากหุบเขาพยัคฆ์ดาซึ่งถูกโจมตีหันกลับมาลงมือกับห้า ตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดอย่างเดือดดาล
เจ้าหุบเขาพยัคฆ์ด า หยางเฉาหมิงถลึงตาใส่หนิงโหยวอย่าง โกรธเคือง “นังนี่! วอนตายเสียแล้ว!”
หูอวิ้นเองก็สีหน้าบิดเบี้ยว “พวกเจ้าสานักขวานฟ้ าไม่มีทางรอด ครบปีได้แน่นอน!”
มิคาดเลยว่าสตรีผู้นี้จะเลือกเส้นทางด่วนจากลา
หนิงโหยวกัดฟันก าขวาน
ในเมื่อเลือกเส้นทางแล้ว ก็ไร ้โอกาสหวนกลับ
หากก้าวเดินผิดพลาด ก็ท าได้เพียงต้องย้ายส านักหนี
แม้เจียงผิงอันจะก าลังต่อสู้ เขาก็สังเกตเห็นเหตุการณ์ด้านล่าง ภูเขาเช่นกัน
ไม่ว่าส านักขวานฟ้ าจะทาเช่นนี้เพราะเจตนาใด มันก็เป็ นการ ช่วยเขาจริง ๆ
“ใกล้แล้ว”
เจียงผิงอันไม่อาจเห็นจุดบอดของหมัดอู๋จี๋เพิ่มเติม
บางทีอาจมีอยู่ แต่มิอาจเห็นได้ในขอบเขตปัจจุบัน
เช่นนั้น แปดบุคคลตรงหน้าก็หมดประโยชน์แล้ว
แสงทองระเบิดออกจากร่าง เรือนผมปลิวไสว เรียกใช้วิชาเทียม เทพสงครามขั้นแรก ทวีความแข็งแกร่งขึ้นสองเท่า
เขาเปลี่ยนจากตั้งรับสู่โจมตี
หนึ่งมือคว้ากระบี่ที่ฟาดใส่ ขยาขยี้มันเละเทะ ขณะที่อีกมือกา หมัดชกออกไป
ตู้ม!
หนึ่งหมัดทะยานออก วายุโบยพัดเมฆา จากแรงอัดนี้ ห้าตัวตน ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดระเบิดเป็ นหมอกโลหิต เมฆาถูกทะลวง เป็ นรูลึกกลางนภา
เพียงหนึ่งเท้าเตะออก สามตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดก็ ถูกกระแทกร่างระเบิด โลหิตสาดกระเซ็นทุกแห่งหน
การเปลี่ยนแปลงเฉียบพลันนี้ทาให้ทุกผู้นามสะดุ้ง ดวงตาเบิก กว้างทันใด
“แม่เหวย! หนึ่งหมัดระเบิดห้าตัวตนขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิด!”
“พละกาลังน่ากลัวนัก เขามาจากเผ่ากายาคลั่งหรือไร!”
“เจ้านี่มิได้ดีแต่ตั้งรับนี่หว่า!”
หัวใจทุกดวงสั่นสะท้านรุนแรง
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดของทั้งสานักขวานฟ้ าและ หุบเขาพยัคฆ์ดาซึ่งต่อสู้กันอยู่ต่างสัมผัสอานาจชวนสะพรึงนี้ได้ ต่าง ฝ่ายล้วนชะงักทื่อ
เจ้าหุบเขาพยัคฆ์ดาหยางเฉาหมิงเปลี่ยนสีหน้าเฉียบพลัน ตะโกนบอกผู้อาวุโสทั้งแปดฝั่งตน “รีบออกมาเร็ว!”
แต่ก็ยังสายไป
เจียงผิงอันไหวกายมาตรงหน้าผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดทั้งแปด ทุกผู้ล้วนร่างระเบิด ไร ้โอกาสหลีกหนีใด ๆ
“เจ้าหุบเขา! ช่วย……”
เปรี้ยง!
บุคคลสุดท้ายไม่ทันพูดจบ เขาก็ถูกเตะศีรษะร่างแหลกเละ
ฟ้ าดินเงียบสงัด
สิบหกยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดถูกกวาดล้างในชั่ว พริบตา
ท่ามกลางหมอกโลหิต ร่างของเจียงผิงอันเรืองแสงทองเยี่ยงเทพ สงคราม สีหน้าเย็นชา ปราณชวนสะพรึงแผ่ซ่าน เจิดจรัสชวนตะลึง เหนือใด
บทที่ 197 ค่าหัวของเจียงผิงอัน
เมื่อเห็นเหล่าบริวารตกตายอย่างสยดสยอง หูอวิ้น เจ้าเคหาสน์ เขาหลอมกระบี่ถึงกับลืมโทสะชั่วคราวและเริ่มสงสัยในชีวิต
ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดถูกส่งไปทั้งสิ้นสิบแปดคน แต่ก็ตกตายถ้วนหน้า!
เจ้านี่เป็ นยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะหรือไร?
ริมฝี ปากแดงของหนิงโหยวอ้าหวอ นางแน่นิ่งกับที่ราวเป็ น อัมพาต
ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดมากมายเพียงนี้ ล้อมรุม บุคคลเพียงหนึ่ง ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายฆ่าตายหมด!
หากนางมิได้ประจักษ์กับตา ตีให้ตายนางก็ไม่เชื่อ
คนผู้นี้แข็งแกร่งยิ่งจริงแท้ เหตุใดเขาจึงไม่แผลงฤทธิ์มาแต่ต้น?
จริงด้วย! เขาต้องมีเจตนาแน่ ๆ!
จงใจดึงดูดคนมาฆ่าในคราวเดียว!
ต้องเป็ นเช่นนั้นแน่ ๆ!
คนผู้นี้คิดการแยบยล น่ากลัวเกินไปแล้ว
เจ้าหุบเขาพยัคฆ์ด า หยางเฉาหมิงตะลึงจังงัง ใบหน้าซีดขาว
ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดฝ่ ายเขาตายสิ้นแล้ว!
นี่ยังหมายความว่า พวกหุบเขาพยัคฆ์ดาจะไม่อาจฟื้นตัวได้ใน รอบพันปี และอาจเสื่อมสลายไปเลย!
และทั้งหมดนี้ เป็ นฝีมือคนเพียงหนึ่ง!
“ไอ้เวร! ข้าจะฉีกเจ้าเป็ นหมื่นๆ ชิ้น!” ดวงตาของหูอวิ้นแดงฉาน
เมื่อสิ้นบุตรชาย ยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดถูก กวาดล้าง รากฐานอันสั่งสมนับหมื่นปีของพวกเคหาสน์เขาหลอม กระบี่ก็กลายเป็ นธุลีไปในบัดดล
ความแค้นนี้ มิอาจอยู่ร่วมฟ้ า!
เจียงผิงอันเมินเขา จัดการปลดอาวุธวิเศษเก็บของจากซากศพ บนพื้น
เมื่อเห็นเจียงผิงอันเมินเขา หูอวิ้นก็สุดเดือดดาล ในฐานะยอด ฝีมือขอบเขตแปรเทวะ เขาถูกหยามเช่นนี้แต่ยามใด?
แต่เขาก็ขึ้นไปมิได้ มิเพียงเท่านั้น ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดจากเคหาสน์เขาหลอมกระบี่ก็ตายหมดแล้ว
หูอวิ้นกัดฟันตะโกนบอกปวงชนรายล้อม “ผู้ใดฆ่าคนผู้นี้ได้ ข้า จะให้หนึ่งกฎเกณฑ์เป็ นรางวัล!”
ยามนี้ วิธีเดียวที่จะฆ่าเจียงผิงอันได้คือการตั้งรางวัลค่าหัว
หนึ่งกฎเกณฑ์มูลค่าพันล้าน ต่อให้เป็ นยอดฝีมือขอบเขตแปรเท วะก็มิอาจหมางเมินได้
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดมากมายหวั่นไหวยิ่ง แต่ไร ้ ผู้ใดกล้าเสนอตัว
พวกเขาประจักษ์ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันแล้ว และทราบว่า ขึ้นไปก็เท่ากับรนหาที่ตาย
มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะไป
“สองกฎเกณฑ์ แล้วข้าจะช่วยเจ้าจัดการเขา”
ทันใดนั้น หนึ่งเสียงดังขึ้นเฉียบพลัน
ทุกสายตามองตามไปที่ต้นเสียง
และพบชายในชุดคลุมประณีตสีม่วงผู้หนึ่ง
ใบหน้าของชายผู้นี้ดูเย็นชา ดุจสายลมยะเยือกบนยอดเขาจม หิมะ กระจ่างแต่ลึกล้า
คู่เนตรดุจดวงดาวอันสุกสกาวสูงสุดกลางเวหา ราบเรียบเช่นขน กา
รัดเกล้าเงินพาดบนหน้าผาก ตัดกับเรือนผมด าสนิท
“ปราณช่างแข็งแกร่งนัก!”
ผู้ฝึกตนทั้งหลายเห็นคนผู้นี้ ก็สัมผัสปราณมหาศาลจากเขาได้
“เหยียนเฉินซิงจากราชวงศ์ต้าเหยียน!”
ใครบางคนจาคนผู้นี้ได้ กล่าวขึ้นว่า “ก่อนหน้านี้ เขาชนะ สามสิบสองศึกรวดบนลานยุทธ์เต๋า! หากมิใช่เพราะร่างเทวะวิหค อมตะปรากฏกาย คนผู้นี้ก็คงชนะต่อไปได้!”
“ชนะสามสิบสองศึกติด!”
หลายบุคคลหัวใจเต้นกระตุก
มิน่าจึงแข็งแกร่งนัก ที่แท้เขาก็ชนะสามสิบสองศึกบนลานยุทธ์ เต๋ามาแล้ว!
ในซากโบราณมหาจักรพรรดิมีอัจฉริยะจากแดนบูรพามารวมตัว มากมาย การเอาชนะสิบศึกต่อเนื่องบนลานยุทธ ์เต๋านับว่าโดดเด่นยิ่ง แล้ว อย่าว่าแต่สามสิบสองศึกเลย
หนิงโหยวยังไม่ทันปรีดากับชัยชนะของเจียงผิงอัน เมื่อได้ยิน ตัวตนของคนผู้นี้ หัวใจก็ดิ่งลงเหวไปอีกครั้ง
ต้าเหยียนคือหนึ่งในมหาอานาจแข็งแกร่งสูงสุดใต้สาม มหาอานาจหลัก แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าต้าเซี่ยที่ตั้งสานักของนางอีก
เหยียนเฉินซิงสามารถเป็ นตัวแทนราชวงศ์ได้ หมายความว่าคน ผู้นี้เป็ นอัจฉริยะซึ่งมีราชวงศ์ต้าเหยียนหนุนหลัง!
| คนผู้นี้ต้องแข็งแกร่งยิ่งแน่แท้หาไม่ คงไม่ออกมาท้าทายเช่นนี้ |
บุคคลลึกลับบนเขาอันตรายแล้ว!
กลับกัน หูอวิ้นสุดแสนอารมณ์ดี
เขาย่อมรู ้จักราชวงศ์ต้าเหยียนเช่นกัน
อัจฉริยะจากมหาอานาจยิ่งใหญ่นี้จะฆ่าเจ้าสวะนั่นได้แน่นอน!
แต่ราคาสองกฎเกณฑ์ดูจะแพงไปหน่อยกระมัง
ก่อนหน้านี้ เขาถูกเจียงผิงอันริบห้ากฎเกณฑ์ไป ทั้งเนื้อทั้งตัวหูอ วิ้นเหลือกฎเกณฑ์เพียงหนึ่ง
เขาหันไปกล่าวกับหยางเฉาหมิงจากหุบเขาพยัคฆ์ด า “ลูกน้อง เจ้าก็ถูกฆ่า มิควรช่วยกันลงขันหน่อยหรือ?”
หยางเฉาหมิงเจียนผรุสวาทมารดา
ไอ้ชาติหมานี่ หากมิใช่เพราะเจ้า คนของเหลาจื่อคงไม่ต้องตาย!
หยางเฉาหมิงกล้าเดือดดาลทว่ามิกล้าพูด เขาพยักหน้าเอ่ยว่า “ได้ หากฆ่าคนผู้นี้ได้ ข้าเต็มใจออกอีกกฎเกณฑ์”
หูอวิ้นกล่าวกับเหยียนเฉินซิงจากราชวงศ์ต้าเหยียน กล่าวอย่าง ถ่อมตนเล็กน้อย “คุณชายเหยียน จากนี้รบกวนแล้ว”
“จ่ายข้าด้วยก็พอ”
พูดจบ เหยียนเฉินซิงก็สาวเท้าเข้าไปในเส้นทางสู่สวรรค์ สีหน้า มั่นมาดสุดใจ
ชายลึกลับผู้นี้แข็งแกร่งมาก แต่ก็ไร ้สิ่งใดต้องกลัว ซ้ายังมีสอง กฎเกณฑ์เป็ นค่าหัว ควรค่าให้ลงมือ
หูอวิ้นช่วยออกค่าเข้าเป็ นหินผลึกชั้นสูงหนึ่งชิ้น ก่อนจะแผด เสียงใส่เจียงผิงอันบนเส้นทางสู่สวรรค์ “ไอ้สารเลว! แกตายแน่!”
เขาจะได้เห็นสารเลวนี่ตกตาย!
หนิงโหยวร ้อนใจ แต่มิอาจท าอะไรได้ จึงตะโกนถามว่า “เจ้ามา จากมหาอ านาจใด!”
หนนี้ หากยังไม่เผยตัว ทุกอย่างก็อาจสายไปแล้ว!
หรือคนผู้นี้จะไร ้พื้นเพจริง ๆ?
ชายชราจากต้าเฉียนซึ่งนั่งหลบมุมอยู่พึมพากับตนเอง “เด็กนี่ สาเร็จหมัดอู๋จี๋ และยังใช ้วิชาเทียมเทพสงครามกับอัสนีพริบตาได้ ช่างเหมือนเจียงผิงอันจากต้าเซี่ยเสียนี่กระไร”
คนอื่น ๆ ไม่เห็นเจียงผิงอันใช ้วิชาเทียมเทพยุทธ ์กับอัสนีพริบตา แต่ชายชราผู้นี้รอบรู ้และเห็นชัด
ทุกผู้ต่างให้ความสนใจเจียงผิงอันและเหยียนเฉินซิง ไม่ได้ยินวา ทะของชายชรา
ทว่า เหยียนเฉินซิงผู้ฝึกวิชาสดับวายุได้ยินเข้าก็พลันชะงักเท้า สีหน้านิ่งค้าง
เจียงผิงอัน?
มารดามัน!
เม็ดเหงื่อใหญ่เป้ งเท่าเมล็ดถั่วไหลลงจากหน้าผากเหยียนเฉินซิง ความถือดีบนใบหน้าหายวับไม่เหลือเค้า
หลายบุคคลคุ้นเคยกับนามเจียงผิงอัน
แต่ผู้คนหารู ้ไม่ ว่าคนผู้นี้แข็งแกร่งนัก และมิได้ประจักษ์ความน่า สะพรึงกลัวของเขา
มีเพียงผู้รอบรู ้อย่างแท้จริงที่จะเข้าใจว่าเจียงผิงอันเป็ นสัตว์ ประหลาดเช่นไร
บรรลุวิชาโจมตีอันดับหนึ่งในโลกหล้า วิชาเทียมเทพสงคราม
บรรลุอักขระของเผ่าซึ่งมีร่างกายแข็งแกร่งเหนือใดในโลก
ถือครองกายาศักดิ์สิทธิ์เทียม
สาเร็จหมัดอู๋จี๋ วิชาอันสร ้างเลียนแบบหทัยสูตรหยินหยาง หนึ่ง ในสามวรยุทธ ์ยิ่งใหญ่ในแดนดิน
บรรลุเคล็ดวิชาสายความเร็วสูงสุดของตระกูลเหลย ‘อัสนี พริบตา’
มารดามัน นี่มันสัตว์ประหลาดชัด ๆ!
แล้วเหลาจื่อคิดฆ่าคนเช่นนี้เนี่ยนะ! เบื่อชีวิตแล้วชัด ๆ!
เหงื่อย้อยลงสู่คาง ร่วงลงบนเท้าของเหยียนเฉินซิง ขณะที่เขาเงย หน้ามองเจียงผิงอันบนเขา
ท่าทีเย็นชาเฉยเมยนี้ทาให้อวัยวะภายในของเหยียนเฉินซิงสั่น สะท้าน
หากองค์รัชทายาทรู ้ว่าเขามาเหยียบเท้าปีศาจนี่เข้า ได้ตบเขา ตายแน่!
ใครบ้างไม่ทราบว่าเจียงผิงอันสังหารร่างเทวะสุดขั้วหยาง ถล่ม แคว้นหลิงไถเสียราบคาบมาก่อน และใครบ้างไม่ทราบว่าเจียงผิงอัน เดิมพันศิลา ทุ่มแสนหินวิญญาณระบายแค้น ให้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในต้า ฉู่เต้นเร่าเป็ นเจ้าเข้า
คนผู้นี้เป็ นที่เลื่องลือ ในสมญาเทพสังหารเจียงผิงอัน!
เหยียนเฉินซิงกลืนน้าลายอึกใหญ่
“จู่ ๆ ข้าก็นึกได้ว่าองค์รัชทายาททรงบัญชาให้ข้าสู้ในสังเวียน ต้องขอตัวก่อนแล้ว”
เหยียนเฉินซิงใช ้เคล็ดวิชาชั้นสูงหนีไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วสูง อย่างยิ่ง พริบตาก็สิ้นร่องรอย
หูอวิ้นและหยางเฉาหมิงซึ่งยังยิ้มอยู่ดี ๆ ตะลึงไปเฉียบพลัน
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
หนิงโหยวผงะ
จับต้นชนปลายเหตุการณ์ไม่ถูกเลย
ปวงชนดูสับสน
เหตุใดยอดอัจฉริยะจากต้าเหยียนผู้นี้ จู่ ๆ จึงจรจาก?
อีกฝ่ายเดินเร็วยิ่ง มองก็รู ้ว่าเรื่องด่วนจริงแท้
หูอวิ้นเดือดดาลหน้าเขียว
เล่นกับเขาอยู่หรือ!
เสียหินผลึกระดับสูงไปเปล่า ๆ หนึ่งชิ้น นั่นมันล้านหินวิญญาณ เลยนะ!
หนิงโหยวถอนหายใจโล่งอก เคราะห์ดีที่อัจฉริยะจากต้าเหยียนผู้ นี้ไปแล้ว หาไม่บุคคลลึกลับข้างบนคงมิพ้นอันตราย
หูอวิ้นตะโกนบอกผู้คนรอบข้างอีกครั้ง “สองกฎเกณฑ์ ขอเสนอ เป็ นค่าหัวให้ฆ่าคนผู้นี้!”
ทว่า ไร ้ผู้ใดตอบรับ
คนเช่นนี้ หากมิใช่อัจฉริยะจากมหาอานาจใหญ่ ก็มิอาจต่อกร ด้วยได้
เจียงผิงอันชาเลืองหูอวิ้นอย่างเฉยชาแล้วหมางเมิน เก็บสมบัติ วิเศษเก็บของที่ได้มาไป แล้วเดินขึ้นเขาต่อ
เซี่ยชิงขึ้นถึงชั้นเก้าสิบ จึงได้เคล็ดวิชามหาจักรพรรดิมา
แต่ผู้อื่นก็เคยไปถึงชั้นเก้าสิบมาก่อน แต่มิได้รางวัลแบบเดียวกัน
เซี่ยชิงต้องมีบางอย่างพิเศษ นางจึงโชคดีได้เช่นนี้
แต่เรื่องเหล่านี้ไร ้สาคัญ
เจียงผิงอันอยากลองดูว่าพลังใจของตนอยู่ในระดับใด
ที่นี่คือสถานที่ทดสอบพลังใจ
หูอวิ้นมองเจียงผิงอันเมินตน เดินขึ้นเขาไปทีละก้าว ก็เดือดดาล ข่มเขี้ยวฟันแทบแหลก
“แกไอ้ชั่ว! เหลาจื่อไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะไม่ลงมา! ข้าจะหาตัวตน ของเจ้า แล้วฆ่าล้างโคตรเสียให้ได้!”
บทที่ 198 สัญจรบนเส้นทางสู่สวรรค์
เจียงผิงอันทาลายรากฐานนับหมื่นปีของเคหาสน์เขาหลอมกระบี่ ลง ทาให้หูอวิ้นเสียความเยือกเย็น
ในใจเขายามนี้มีเพียงหนึ่งคาหนึ่ง
ฆ่าผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้นี้เสีย!
ใครจะใจเย็นได้ เคหาสน์เขาหลอมกระบี่ซึ่งยังรุ่งโรจน์อยู่หลัด ๆ กลับสิ้นตัวตนชั้นกลางค่อนสูงไป หากคิดฟื้นตัว ก็มิอาจทาได้ในช่วง พันปีนี้เลย
นอกจากนั้น ในขณะนี้ มหาอานาจมากมายจะหมายตา ถือ โอกาสนี้โจมตีพวกเขา
ก้าวพลาดเพียงหน เคหาสน์เขาหลอมกระบี่ก็อาจบรรลัย
หูอวิ้นตาแดงฉาน เขาและยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะอีกคนปิด กั้นหน้าภูเขาไว้
ไม่เชื่อว่าเจ้าหมอนั่นจะไม่ลงเขามาอีก!
เจียงผิงอันไม่ได้สนใจยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะทั้งสองเลย เขา มีทรัพยากรมากพอ อยู่ที่นี่ร ้อยปีได้ไม่มีปัญหา
เด็กหนุ่มเงยหน้ามองบรรพตสูง ยอดเขานั้นอยู่ไม่ไกลนัก
ทว่า เส้นทางนี้ยากเย็นกว่าเส้นทางทั้งหลาย
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะมากมายยังติดค้างเพียงชั้นที่ห้าสิบ หกสิบ
ขณะนี้ มีเพียงหนึ่งบุคคลนั่งบนชั้นที่เก้าสิบสาม ขณะที่คนอื่น ๆ อยู่ต่ากว่านั้นทั้งสิ้น
กาลก่อน มหาจักรพรรดิขัดเกลาดวงใจ ไตร่ตรองจุดบอด ตกตะกอนพลังใจที่นี่
ด้วยอิทธิพลมหาเต๋า กฎพิเศษทดสอบพลังใจในตัวคนจึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นที่นี่
ยอดฝีมือจากต้าเฉียนเปลี่ยนที่นี่เป็ นเส้นทางสู่สวรรค์
ยิ่งปีนสูง พลังใจยิ่งแข็งกล้า
พลังใจไม่ค่อยเกี่ยวกับการฝึกฝนและศักยภาพ จะเกี่ยวก็แต่กับ จิตวิญญาณ
ผู้มีพลังใจแข็งกล้า แม้ศักยภาพด้อย ภายหน้าก็ยังประสบ ความสาเร็จยิ่งใหญ่ได้
เจียงผิงอันก้าวขึ้นทีละก้าว
หูอวิ้นจ้องมองเจียงผิงอันอย่างเคียดแค้น สบถสาบานไปพลาง “ขยะเช่นนี้ก็ควรค่าสัญจรบนเส้นทางสู่สวรรค์ด้วยหรือ อีกเดี๋ยวก็ถูก กฎมหาเต๋ากดดันเป็ นบ้าไปเอง!”
ผู้ฝึกตนซึ่งมองเจียงผิงอันอยู่เมื่อครู่ต่างทยอยแยกย้าย มีเพียงผู้ ฝึกตนเบื่อ ๆ บางคนที่ยังอยู่พินิจ อยากเห็นว่าเด็กหนุ่มจะไปได้ไกล เพียงไร
หนิงโหยวมิได้ไปไหน
ยามนี้เมื่อนางล่วงเกินหุบเขาพยัคฆ์ด าและเคหาสน์เขาหลอม กระบี่อย่างชัดเจน ก็เท่ากับนางผูกชีวิตไว้กับบุคคลลึกลับบนเขาแล้ว
นางกังวลว่าบุคคลลึกลับนี้จะถูกเคหาสน์เขาหลอมกระบี่รุมโจมตี ยามลงมา จึงรอช่วยเหลืออีกฝ่ายที่นี่
“คนผู้นี้สุขุมแต่ต้นจนจบ พลังใจน่าจะแข็งแกร่งมาก อาจขึ้นถึง ชั้นห้าสิบได้”
หนิงโหยวคาดการณ์ในใจ
ที่ชั้นห้าสิบ กระทั่งยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะยังต้องหยุดที่นี่ มากมาย
การไปถึงชั้นห้าสิบได้นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
ชายชราจากต้าเฉียนซึ่งนั่งหลบมุมอยู่มองเจียงผิงอันพลาง พึมพา “เจ้าเด็กนี่ไม่มีทางไปไม่ถึงชั้นห้าสิบแน่นอน บางทีอาจไป ถึง… ชั้นเจ็ดสิบด้วยซ้าไป”
ชายชราผู้นี้จาเจียงผิงอันได้ และประเมินเด็กหนุ่มไว้สูง
เมื่อเจียงผิงอันปีนเขาต่อไป ภายใต้อิทธิพลกฎพิเศษ คาถามต่อ ใจของเขาก็ปรากฏขึ้นในมโนสานึก
“เหตุใดจึงฝึกฝน?”
“เพื่อบรรลุเป็ นเซียน เพื่อคืนชีพบุพการี เพื่อป้ องกัน โศกนาฏกรรมทั้งปวง มิให้ญาติมิตรต้องทุกข์ทน เพื่อ… ความสุข”
เจียงผิงอันหนักแน่นเฉียบขาด หาได้หยุดชะงักไม่
สิ่งใดคือความเพียร?
ความเพียรคือความสามารถก้าวข้ามทางตันยามเรียนรู ้
ความเพียรคือความสามารถก้าวข้ามสิ่งเร ้าทั้งปวงโดยมิได้รับ ผลกระทบอย่างง่ายดาย
พูดนั้นง่าย แต่จะมีสักกี่คนในหล้าที่หาญทา?
หากพวกเขาท าได้ ทุกผู้ในโลกหล้าก็คงสัมผัสมหาเต๋า ใช ้ชีวิต ได้ตามใจอยากกันหมดแล้ว
มีเพียงผู้บากบั่นพากเพียรยิ่งใหญ่ จึงกระทาการใหญ่สาเร็จได้ บ้าง
เจียงผิงอันเดินขึ้นถึงชั้นห้าสิบโดยไม่หยุดฝีเท้า!
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ บนเส้นทางสู่สวรรค์ต่างตะลึงงัน
เจ้านี่มาเดินเล่นหรือ? สัมผัสแรงกดดันจากเต๋ามิได้เลยหรือไร?
หนิงโหยวมองแผ่นหลังของเจียงผิงอันอย่างเหม่อลอย
หากมิใช่เพราะผู้อาวุโสทั้งหลายจากสานักขวานฟ้ าของนางติด คาอยู่ชั้นยี่สิบ สีหน้าบูดเบี้ยวเหยเก พยุงตนกันอย่างลาบากลาบน นางคงคิดแล้วว่าเส้นทางสู่สวรรค์นี้ง่ายแสนง่าย!
นางยังคิดไปว่าคนลึกลับผู้นี้ อย่างมากก็ไปได้ถึงชั้นห้าสิบ แล้ว อีกฝ่ายก็เดินผ่านไปอย่างง่ายดาย!
และยังปีนต่อ!
หยางเฉาหมิงจากหุบเขาพยัคฆ์ดาและหูอวิ้นแห่งเคหาสน์เขา หลอมกระบี่ข่มเขี้ยวกรามแทบแหลก ดวงตาสุดแสนครั่นคร ้ามระคน แค้นเคือง
ไม่มีสิ่งใดชวนปวดร ้าวเท่าเห็นศัตรูได้ดี
“มันจะไปยากอะไร มีปัญญาก็ปีนให้ถึงชั้นเจ็ดสิบสิ!”
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดบางคนก็ไปถึงชั้นห้าสิบ เช่นกัน แต่น้อยนักจะผ่านชั้นหกสิบ อย่าว่าแต่ชั้นเจ็ดสิบเลย
มิใช่เจียงผิงอันมิอาจสัมผัสแรงกดดัน แต่ความเพียรของเขาเป็ น เช่นกระบี่คม กวาดปัดเป่าแรงกดดันอย่างเกินหยุดต้าน
เจียงผิงอันเดินมาสู่ชั้นหกสิบอย่างรวดเร็ว และที่นี่ เขาพบคน รู ้จักผู้หนึ่ง
ขณะชาเลืองเยี่ยอู๋ฉิง เจียงผิงอันก็ก้าวเดินต่อไม่หยุดฝีเท้า
เยี่ยอู๋ฉิงกาหมัด จ้องมองแผ่นหลังของเจียงผิงอัน ใบหน้างดงาม ของเขาบิดเบี้ยวเล็กน้อย ไม่ยินยอมพร ้อมใจอย่างสุดขั้ว
ด้วยเคล็ดวิชาที่เจียงผิงอันใช ้ และสายตาของอีกฝ่ าย เขาทราบ แล้วว่าคนผู้นี้ก็คือเจียงผิงอัน
“เหตุใดเขาจึงพากเพียรแข็งแกร่งเพียงนี้ ข้าด้อยกว่าเขาได้ อย่างไร? ข้าเดินบนวิถีไร ้ใจ ดวงจิตแห่งเต๋าแข็งแกร่ง ไยจึงสู้เขา ไม่ได้!”
เยี่ยอู๋ฉิงคิดแล้วก็มิอาจคิดออก
เขาคิดว่าตนไร ้ใจสิ้นอาวรณ์ หัวใจตั้งมั่นอุทิศแก่เต๋า แต่พลังใจ กลับมิอาจแข็งกล้าได้เท่าอีกฝ่าย
ท าได้เพียงมองแผ่นหลังอีกฝ่ายห่างไกลออกไปทุกที
เจียงผิงอันเดินสู่ชั้นเจ็ดสิบโดยไม่หยุดฝีเท้า
สีหน้าของหลายบุคคลที่มองอยู่แปรเปลี่ยนไป หัวใจถูกแทนที่ ด้วยความตกตะลึง
“ขึ้นถึงชั้นเจ็ดสิบโดยไม่หยุดฝีเท้า โหดกว่าองค์หญิงเก้าแห่งต้า เซี่ยอีก!”
“แม่เหวย! เหตุใดเจ้านี่ยังไม่หยุดอีก!”
“หรือเขาจะมีสมบัติต้านทานความกดดันอยู่กับตัว?”
ขณะนี้ สายตาผู้ฝึกตนมากมายถูกดึงดูดมาที่เจียงผิงอัน
มีเพียงผู้เคยสัญจรบนเส้นทางสู่สวรรค์เท่านั้นจะรู ้ ว่าแรงกดดัน นั้นหนักหนาเพียงไร
ทุกย่างก้าวคือการท้าทายขีดจ ากัดแห่งพลังใจ
ชั้นที่เจ็ดสิบนั้นปราบยอดฝี มือเหนือขอบเขตแปรเทวะมา มากมาย
เรื่องน่ากลัวที่สุดมิใช่เรื่องที่เจียงผิงอันมาถึงชั้นเจ็ดสิบ แต่เป็ น เขาไม่ได้หยุดชะงักเลยสักก้าว! และยังปีนต่อไป!
ทุกย่างก้าวของเจียงผิงอัน เขาสัมผัสคลับคล้ายบุพการีโบกมือ ให้
หัวใจแข็งกล้าเช่นเหล็ก ต่อให้กระดูกแหลกเหลว ก็จะขอแสวง เส้นทางบรรลุเซียน!
ชั้นที่เจ็ดสิบเอ็ด ชั้นที่เจ็ดสิบสอง…
ยอดฝีมือบนเส้นทางทั้งหลายสังเกตเห็นบางสิ่ง หันมองมาตาม กัน
เมื่อเห็นเจียงผิงอัน สายตาของพวกเขาก็สุดตกตะลึง
ภายใต้อิทธิพลมหาเต๋า ทุกย่างก้าวของพวกเขาจะเกิดสารพัด ความปรารถนาและสิ่งเย้ายวนให้ไขว้เขวพัวพันเกินกว่าใดบงการ เจ้าเด็กนี่ไม่มีความปรารถนาบังตาเลยหรือ?
เยี่ยอู๋ฉิงจ้องมองแผ่นหลังของเจียงผิงอัน ขบกรามจนส่งเสียง เอี๊ยด มองอีกฝ่ายปีนขึ้นสู่ชั้นแปดสิบ
ทุกย่างก้าวของอีกฝ่ าย เท่ากับความห่างชั้นในพลังใจของทั้ง สองขยายตัว
ที่ตีนเขา สายตาผู้ฝึกตนมากมายจ้องนิ่งที่เจียงผิงอัน
บางบุคคลหยิบป้ ายหยกสื่อสารออกมาส่งข่าวอันชวนตะลึงนี้แก่ เพื่อนพ้อง
“รีบมาที่เส้นทางสู่สวรรค์! มียอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดผู้หนึ่งเดินขึ้นสู่ชั้นแปดสิบโดยไม่หยุดฝีเท้าสักก้าวเดียว!”
“เหลวไหล เหลาจื่อก็อยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด รอบ ก่อนติดคาที่ชั้นยี่สิบสาม รากฐานผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดไม่มีความเพียรมากเพียงนั้นหรอก”
“โกหกเจ้าก็แย่แล้ว! มาดูเลยมา ข้ารู ้สึกว่าเจ้านี่ขึ้นชั้นเก้าสิบได้ แน่!”
หลายบุคคลทราบข่าวก็มารวมตัวหน้าเส้นทางสู่สวรรค์
ทุกสายตาล้วนจ้องตรงมาที่เจียงผิงอัน
ยามมองแผ่นหลังอันแน่วแน่ ทุกผู้ล้วนแล้วยากหายใจ
คนผู้นี้ไปเผชิญอะไรมา ทาให้ดวงจิตแห่งเต๋าแข็งแกร่งถึงเพียง นี้?
เขาต้องมีความเพียรเพียงไร จึงไม่หยุดฝีเท้าเลยแม้สักครั้ง?
“เขาเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดคนแรกที่ขึ้นถึง ชั้นแปดสิบ!”
“คนผู้นี้เป็ นใคร? เป็ นอัจฉริยะที่มหาอานาจใหญ่แห่งใดเลี้ยงดู?”
“เขายังไม่หยุดอีก! เป็ นปีศาจหรือไร?”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันเดินขึ้นชั้นแปดสิบได้โดยไม่หยุดฝีเท้า ผู้ฝึก ตนใต้ภูเขาต่างจังงัง
ความเพียรชวนขนหัวลุกนี่มันอะไรกัน
เขาต้องไปถึงชั้นใดจึงหยุดฝีเท้า?
บทที่ 199 เกินหยุดยั้ง
“ลวง! ต้องเป็ นเรื่องลวงแน่! ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดอะไรจะไปได้ไกลเพียงนั้น!”
หูอวิ้น เจ้าเคหาสน์เขาหลอมกระบี่แผดเสียงอย่างบ้าคลั่ง
เขาไม่เชื่อว่าศัตรูตนจะได้ดีเพียงนี้
ในหมู่ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั้งหมดที่ได้ปี น เส้นทางสู่สวรรค์ เจียงผิงอันสัญจรได้ไกลที่สุด
แม้เส้นทางสู่สวรรค์จะไม่เกี่ยวอะไรกับการฝึกฝนก็ตามที
แต่ยิ่งผู้ฝึ กตนแข็งแกร่ง ความเพียรโดยรวมยิ่งสูงเกินผู้ฝึ กตน ระดับต่ากว่า
ตาแหน่งของเจียงผิงอันในขณะนี้ก้าวข้ามสัตว์ประหลาดเฒ่า อายุพัน ๆ ปีมากมาย
สิ่งนี้ทาให้หูอวิ้นยากยอมรับ หัวใจบังเกิดความกลัว
ผู้พากเพียรบากบั่นเช่นนี้ไม่มีทางยอมถอยหากตัดสินใจ บางอย่างแล้ว
นั่นหมายความว่า อีกฝ่ายจะล้างแค้นเขาแน่นอน!
หูอวิ้นขวัญเสีย
หยางเฉาหมิงเจ้าหุบเขาพยัคฆ์ดาตัวแข็งทื่อไปแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ าย จะไปได้ไกลเพียงไร คนผู้นี้ก็ไม่มีทางเป็ นผู้ที่หุบเขาพยัคฆ์ด าของ พวกเขาล่วงเกินได้!
หยางเฉาหมิงพาผู้ฝึกตนที่เหลือจากไปอย่างรวดเร็ว
“ชั้นที่เก้าสิบ!”
“เขายังไม่หยุดเลย!”
เบื้องหลังเขามีเสียงอุทาน ทาให้หยางเฉาหมิงสะดุ้งโหยง ยอด ฝีมือขอบเขตแปรเทวะเช่นเขาร่างสั่นเทา พาผู้คนเร่งความเร็วจากจร
ผู้ฝึกตนมากมายหัวใจสะท้านสั่น
ขึ้นสู่ชั้นเก้าสิบโดยไม่หยุดฝี เท้า ผู้ที่เคยทาได้มีเพียงสุดยอด สัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลาย
และคนผู้นี้เป็ นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด
“องค์หญิงเก้าแห่งต้าเซี่ยต้องมีความลับบางอย่างแน่แท้ คนผู้นี้ แข็งแกร่งยิ่งกว่านาง แต่เหตุใดจึงไม่ได้เคล็ดวิชามหาจักรพรรดิไป?”
“คนผู้นี้คงมิใช่จะปีนถึงยอดเขาได้หรอกกระมัง?”
“ถึงยอด? อย่าล้อกันเล่นน่า ความเพียรของคนผู้นี้แข็งแกร่งจริง แท้ แต่เทียบความเพียรของมหาจักรพรรดิได้ที่ไหน”
ลือกันว่า ขอเพียงปีนขึ้นถึงยอด ก็เท่ากับความเพียรเทียบชั้น มหาจักรพรรดิยามบรรพกาล
แต่มหาจักรพรรดิคือใคร จะมีสักกี่คนตราบกาลนานเทียบเขา ได้?
แรงกดดันต่อร่างของเจียงผิงอันเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ทุกย่างก้าว ดูลาบากยากเข็ญ สติเริ่มพร่ามัว
ความเหนื่อยล้าไหลพล่านทั่วกาย เสียงยั่วยุอันเกียจคร ้านดังไม่ ขาดสายในโสต
“หยุดพักเถิด เหนื่อยเกินไปแล้ว พักสักหน่อยไม่เป็ นไรหรอก”
ฝีเท้าของเจียงผิงอันค่อย ๆ ชะลอลง
หลายบุคคลเห็นเขาผ่อนความเร็วก็ถอนหายใจโล่งอก
ในที่สุดก็จะหยุดแล้ว
เล่นเสียใจหายใจคว่า
หากเดินขึ้นได้อีกสามชั้น เขาก็จะล้าเกินสัตว์ประหลาดเฒ่าบน เขาซึ่งยามนี้เป็ นอันดับหนึ่งได้
ทันใดนั้น เจียงผิงอันพลันเงยหน้า ดวงตาเปี่ยมความมาดมั่น
“ข้าเหนื่อยจริง ๆ และจะหยุดพัก แต่มิใช่ที่นี่!”
ฝีเท้าของเจียงผิงอันคืนจังหวะเดิม มาดมั่นเสียยิ่งกว่ากาลก่อน
ทุกย่างก้าวคือบททดสอบ ขัดเกลาดวงจิตแห่งเต๋าของตน
ชั้นที่เก้าสิบเอ็ด!
ชั้นที่เก้าสิบสอง!
ยามถึงชั้นที่เก้าสิบสาม ชายชราซึ่งอยู่ไม่ห่างไปนักลืมตาขึ้น อย่างเนิบช ้า
“หัวใจบริสุทธิ์อันไร ้ความไขว้เขว อัศจรรย์”
“ทว่า ความอคติดึงดันของเจ้านี่แหละ ง่ายต่อการเกิดจิตมาร ที่สุด”
ชายชราใช้ชีวิตมาแสนนาน เห็นคนมามากมาย เห็นได้ทันทีว่า เจียงผิงอันมีใจบริสุทธิ์
ทว่า อุปนิสัยดึงดันนั้นง่ายต่อการออกนอกลู่ทางยิ่งนัก
เจียงผิงอันมองยอดเขาพลางพึมพ า “หากเกิดจิตมารแล้วเป็ น เซียนได้ ไฉนจึงไม่ท า”
เขาก้าวเดินต่อ
พลังใจแกร่งกล้าขึ้นเรื่อย ๆ
ชั้นที่เก้าสิบสี่ เก้าสิบห้า…
สุดยอดฝีมือทั่วซากโบราณมหาจักรพรรดิพินิจข้ามสุญตามา มองเจียงผิงอัน
สีหน้าของสุดยอดฝีมือเหล่านี้ล้วนปรากฏความตกตะลึง
“เจ้าหนูนี่ไม่ธรรมดา”
“ความเพียรกล้าแกร่งนัก แม้พรสวรรค์จะไม่ดี ความเพียรนี้ก็ยัง นาสู่ความสาเร็จยิ่งใหญ่ได้”
“ข้าละอายนัก แกร่งมิสู้เจ้าหนูนี่”
ต่างฝ่ ายต่างความคิด แต่จะมีสักกี่คนกันที่พากเพียรเดินต่อบน ถนนสายอุดมการณ์ของตนได้?
หลายบุคคลพรสวรรค์ทัดเทียม แต่ความต่างชั้นนั้นอยู่ที่ความ เชื่อผู้ใดหนักแน่น พากเพียรไม่ไขว้เขวต่อสิ่งเร ้ามากกว่ากัน
ที่ตีนเขา หูอวิ้นขบเขี้ยวกรามแหลก ดวงตาแดงฉาน
“เหตุใดกัน? เหตุใดเจ้านี่จึงมานะยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดเฒ่า เหล่านั้น! คนผู้นี้ต้องตาย! ต้องตาย!”
บริเวณโดยรอบของเส้นทางสู่สวรรค์เงียบกริบยิ่ง ทั้งผู้ฝึกตนที่ ตีนเขาและผู้ที่อยู่บนเส้นทางสู่สวรรค์ล้วนจ้องตรงที่เจียงผิงอัน
พวกเขาอยากเห็นว่าคนผู้นี้จะสร ้างตานานได้หรือไม่
ขณะที่เจียงผิงอันไปถึงชั้นที่เก้าสิบเก้า ทุกดวงใจก็เหมือนถูก หัตถ์ใหญ่บีบเค้น เต้นระทึกรัวเร็ว
ขณะนี้ ทุกผู้ลืมหายใจไปแล้ว
ชั้นที่เก้าสิบเก้า!
ปรากฏว่าคนผู้นี้มาไกลได้เพียงนี้!
ความเพียรใกล้มหาจักรพรรดินัก!
และเขาก็ยังเดินต่อ!
จะไปถึงยอดได้หรือไม่?
ทุกผู้ล้วนไม่กล้ากะพริบตา ใช ้งานศิลาบันทึกเงาด้วยกลัวพลาด เหตุสะเทือนจิตใดไป
เวลาผันผ่าน ร่างนั้นห่างไกลจากสายตาของพวกเขาไปทุกที
ขณะที่อีกก้าวเดียวก็จะถึงยอดเขาได้อยู่แล้วนั้น ในที่สุดเจียงผิง อันก็หยุดฝีเท้า
เห็นเช่นนี้ ทุกผู้ก็ถอนหายใจโล่งอกกันอย่างหนักหน่วง
ในที่สุดก็หยุดเสียที
หากเขาขึ้นสู่ยอดได้สาเร็จ ปวงชนคงรับไม่ไหวกันแน่แท้
มหาจักรพรรดิบรรพกาลคือความเชื่อในใจพวกเขา ไร ้ผู้ใด เทียบเคียง
หากคนผู้นี้ไปถึงยอดได้ ก็หมายความว่าพลังใจของคนผู้นี้ ใกล้เคียงกับมหาจักรพรรดิ
สิ่งนี้ทาให้พวกเขารู ้สึกว่าเป็ นการลบหลู่มหาจักรพรรดิ
มหาจักรพรรดินั้นเป็ นศูนย์รวมจิตใจเผ่ามนุษย์ นอกจากราชัน ศักดิ์สิทธิ์ ไร ้ผู้ใดอื่นเทียบเคียง
ทว่า คนผู้นี้มาถึงชั้นเก้าสิบเก้าได้ ก็นับว่าสามารถลือนามทั่ว หล้าได้แล้ว
ขอเพียงไม่ตกตาย ความส าเร็จภายหน้าก็เกินประมาณ จะเป็ น ยอดฝีมือไร ้เทียมทานได้แน่นอน
ก่อนจะหยุดลงที่ก้าวสุดท้าย สติรู ้คิดของเจียงผิงอันเริ่มพร่ามัว ร่างโอนเอน ค าถามอันกังวลสูงสุดในใจมากมายปรากฏขึ้นในมโน ส านึก
“หากล้มเหลวยามจะเป็ นเซียนเล่า จะท าเช่นไร? แล้วหากเป็ น เซียนไป มิอาจคืนชีพบุพการีได้เล่า?”
“หากเดินผิดทางจะท าเช่นไร? ชั่วชีวิตนี้เคลื่อนขอบเขตมิได้อีก จะท าเช่นไร?”
“เส้นทางเซียนพินาศแล้ว หากชีวิตนี้เป็ นเซียนมิได้เล่า?”
เจียงผิงอันสีหน้าเปลี่ยน “หากล้มเหลว…”
ความกลัวแผ่เกาะกุมหัวใจของเขาอย่างบ้าคลั่ง เกิดความกังวล ต่ออนาคตอย่างเกินควบคุม
ยามเลือกเส้นทางอันไร ้จุดจบปรากฏ ย่อมสงสัยว่าผิดพลาดไป จะท าเช่นไร
ขณะนี้ ความกลัวแผ่ซ่าน ฝีเท้าชะงักลง ความกลัวจะเป็ นเช่น หนอนชอนไช ทาให้เกิดความตื่นตระหนก สับสนและมิอาจก้าวต่อ
ราวยืนอยู่บนทางแยก ไร ้สิ่งใดชี้นา
ควรท าเช่นไร?
ผู้อาวุโสบนชั้นเก้าสิบสามพึมพา “มหาจักรพรรดิผู้นาเผ่ามนุษย์ ยามบรรพกาล หากก้าวถอย เผ่ามนุษย์ก็จะถูกท าลาย ไร ้ผู้ใดทราบ
ความคิดและสิ่งที่มหาจักรพรรดิเผชิญมา จึงหาญกล้านาเผ่ามนุษย์ คืนฤทธา ปราบหมื่นเผ่าพันธุ์ลงได้…”
“ก้าวสุดท้ายนั้นคือคันกั้นแดน หากคิดก้าวผ่านไปก็เหมือนไต่ ขึ้นสวรรค์ ยากบรรลุสู่ฟ้ าได้”
หนิงโหยวที่ตีนเขาจ้องมองเจียงผิงอัน คู่เนตรงามพริบพราย หัวใจเร่งความเร็ว
“ชายผู้นี้ร ้ายกาจนัก คู่ควรเป็ นผู้ชายของข้า”
ผู้ฝึ กตนจากสานักขวานฟ้ าทั้งหลายคลับคล้ายมีบางสิ่งอยาก พูด แต่เมื่อคิดถึงผลที่ตามมา ก็ยังมิกล้าเอ่ยออกไป
เจ้าส านักไร้ยางอายจริง ๆ
หูอวิ้นหัวเราะบ้าคลั่ง ทาเขาตกใจแทบตาย นึกว่าคนผู้นี้จะไปถึง ยอดได้เสียแล้ว
เจ้านี่จะเทียบอะไรกับมหาจักรพรรดิได้ ก็แค่ก้อนสวะ เดี๋ยวลง จากเขามาก็ตายแล้ว!
ทันใดนั้น เจียงผิงอันพลันยกเท้าขึ้น สติอันพร่ามัวเสถียรตัว เฉียบพลัน
“โลกของข้า ไร้ค าว่าถ้า ข้าจะไม่ล้มเหลว!”
“หัวใจข้าไร้เทียมทาน ข้าปรารถนาบรรลุเซียน!”
“หากโลกนี้ไร ้วิชาคืนชีพ ข้าก็จะสร ้างวิชาคืนชีพขึ้นมา!”
“หากโลกนี้ไร ้เส้นทางเซียน ข้าก็จะเบิกเส้นทางเซียนขึ้นอีก ครั้ง!”
“ข้าเดินบนเส้นทางไร้เทียมทาน! จากสามัญสู่เซียน!”
สีหน้าของเจียงผิงอันหนักแน่นเกินครั้งใด
เท้าของเขาย่าหนักลงบนยอดเขา ลากร่างของตนด้วยความเชื่อ เกินสั่นคลอนมาสู่ยอดบรรพต
ขณะนี้ที่ยอดเขา รัศมีศักดิ์สิทธิ์มากมายเรืองรองสู่เก้าชั้นฟ้ า ผู้ ฝึกตนทั้งมวลในดินแดนลับล้วนมองเห็น
“นั่นมันอะไร? แสงนั่นจ้านัก?”
“ตรงนั้นเกิดอะไรขึ้น?”
“เหมือนจะเกิดเรื่องที่เส้นทางสู่สวรรค์กระมัง? หรือจะมีผู้ใดได้ เคล็ดวิชามหาจักรพรรดิไป?”
ใต้เส้นทางสู่สวรรค์ ผู้ฝึกตนมากมายฮือฮา หัวใจสาดคลื่นโถม กระหน่า
“ปรากฏว่าเขาขึ้นสู่ยอดได้!”
“สัตว์ประหลาดเฒ่ามากมายเจียนบรรลุเซียน แต่ก็ยังไปไม่ถึง ยอด! เขามีคุณสมบัติอันใดจึงไปได้?”
“มิใช่ว่าหากไร ้พลังใจเทียบเท่ามหาจักรพรรดิก็ขึ้นสู่ยอดมิได้ หรือ? หมายความว่าพลังใจของเขาเทียบเท่ามหาจักรพรรดิได้หรือ?”
“เป็ นไปไม่ได้! โกงแน่ ๆ!”
คนมากมายไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะขึ้นสู่ยอดเขาได้ จึงคิดไปว่า เด็กหนุ่มต้องโกงด้วยวิธีการบางอย่างเป็ นแน่
สัตว์ประหลาดเฒ่าพันหมื่นปีทั้งหลาย ขณะนี้มิอาจสงบใจได้แล้ว
คนผู้นี้ต้องมีความเชื่อเช่นไร ก่อนจะก้าวย่างเท้าสุดท้าย?
บทที่ 200 ลงเขา ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะรุมโจมตี
หนิงโหยวมองชายบนยอดเขาด้วยสีหน้าเหม่อลอย “ข้า… หา คู่ควรกับเขาไม่”
ผู้ฝึกตนมากมายจากสานักขวานฟ้ าพยักหน้า ในที่สุดเจ้าสานัก ก็เห็นสัจธรรมชัดเจนเสียที
หูอวิ้นตะลึงงัน ขณะนี้เขากระทั่งเกิดความคิดหนีจาก หัวใจเกิด ความกลัวแผ่เกาะกุม
ไปไม่ได้! ต้องก าจัดเสีย! หาไม่ ภายหน้าพวกเขาตายแน่!
เจียงผิงอันยืนบนยอดเขา สายลมโชยอ่อนพัดเส้นผมของเขา พลิ้วกระพือแผ่วเบา อาภรณ์ดาโอบกาย เมฆาขาวละล่องผ่าน
เมื่อมองลงไปยังผู้ฝึกตนที่ตีนเขา ก็ประจักษ์ว่าคนเหล่านั้นเล็ก จ้อยเพียงไหน
เจียงผิงอันไม่ได้พบมรดกเคล็ดวิชามหาจักรพรรดิ แต่เขาพอใจ มากแล้ว
ระหว่างทาง เขาตั้งคาถามกับตนเองอย่างต่อเนื่อง จนสุดท้ายก็ เชื่อในตนเอง เกิดเป็ นความเชื่ออันมิอาจสั่นคลอน
ความเชื่อนี้จะอยู่กับเขาไปชั่วชีวิต ช่วยเขาข้ามผ่านอุปสรรคทั้ง ปวง
เจียงผิงอันสูดหายใจลึก โกยอากาศบนยอดเขาเข้าปอด แล้วหัน กายเดินกลับลงจากเขาด้วยฝีเท้าฉับไว
ขณะมองเด็กหนุ่มเดินลงจากยอดเขา ทุกดวงใจมิอาจสงบได้เลย
ไร ้ผู้ใดเชื่อว่าอีกฝ่ายจะไปถึงยอดเขาได้ แต่เขากลับทาสาเร็จ
“เหตุใดคนผู้นี้ไปถึงยอดเขาแล้ว แต่กลับมิได้มรดกเคล็ดวิชา มหาจักรพรรดิ?”
“เซี่ยชิง องค์หญิงเก้าแห่งต้าเซี่ยแตกต่างเช่นไร นางจึงได้เคล็ด วิชาของมหาจักรพรรดิไป?”
“มิน่า ขุมกาลังหลักทั้งหลายจึงแห่ไปสู่ขอองค์หญิงเก้า แทนที่จะ ส่งคนมาปีนเขา ที่แท้ตัวองค์หญิงเก้าเองหาได้ธรรมดาไม่”
ขณะนี้ มีเพียงเซี่ยชิงลาพังที่ได้เคล็ดวิชามหาจักรพรรดิจากที่นี่
ก่อนหน้านี้ หลายบุคคลคาดไปว่า ขอเพียงมุ่งหน้าขึ้นสูง พวก เขาก็ยิ่งมีโอกาสได้เคล็ดวิชามหาจักรพรรดิ
แต่ยามนี้ ดูจะมิใช่เช่นนั้นแล้ว
ยามเจียงผิงอันผ่านชั้นที่หกสิบ เยี่ยอู๋ฉิงพลันปริปาก “เพราะเหตุ ใด! ทาไมเจ้าจึงขึ้นถึงยอดเขาได้!”
เมื่อเห็นว่าเจียงผิงอันขึ้นสู่ยอดเขาสาเร็จ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ ยินยอมพร ้อมใจยิ่ง
เขาไม่คิดว่าตนพลังใจอ่อนด้อย
เจียงผิงอันชะงักเท้า ครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงตอบว่า “ไร ้ใจไร ้คุณธรรม ไร ้ความต้องการปรารถนา เช่นนั้นคือศิลา ข้าไม่คิดว่าเส้นทางสายนี้ ถูกต้อง”
“เจ้ากับข้าก็เหมือนกัน เราล้วนมีเรื่องราวของตน เป็ นเช่นจอก แหนล่องลอยไร ้ที่ยึดราก คิดว่าจะทิ้งอะไรไปก็ได้”
“แต่ยามนี้ ข้ามิใช่จอกแหนแล้ว ข้ามีบ้านให้กลับ”
“ไปหาผู้ที่ควรค่าให้เจ้าปกป้ อง แล้วกระบี่ของเจ้าจะคมขึ้น เกราะ ก็จะหนาแข็งขึ้น”
เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน สีหน้าของเยี่ยอู๋ฉิงก็แปรเปลี่ยน ความเชื่อบังเกิดรอยร ้าว แรงกดดันมหาศาลแทรกตัว
“ไม่! ข้าอยู่บนเส้นทางถูกต้องแล้ว! ในโลกหล้านี้ ผู้คนนิยมวัตถุ ยามมีเงินตรา อานาจและความแข็งแกร่ง ผู้อื่นก็ล้วนนอบน้อม หวาดกลัว หากไร ้ซึ่งพวกมัน ก็รังแต่จะถูกเหยียบย่า ถ่มถุยดู แคลน…”
“มนุษย์เป็ นสิ่งมีชีวิตน่ารังเกียจ อารมณ์ปรารถนาล้วนเป็ นแก่น แห่งสิ่งถ่วงรั้งอานาจแข็งแกร่ง!”
“มีเพียงการไร ้ใจไร ้คุณธรรม ไร ้ความต้องการปรารถนา จึงได้มา ทุกสิ่งที่ต้องการ!”
เจียงผิงอันส่ายหัว
“เจ้าอยากได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา นั่นมิใช่ความปรารถนาหรือ? เส้นทางของเจ้าย้อนแย้งมาแต่แรกแล้ว”
ใบหน้างดงามของเยี่ยอู๋ฉิงซีดขาวเฉียบพลัน ความเชื่อในวิถีไร ้ ใจปริร ้าว แรงกดดันมหาศาลกวาดกระหน่าจนกระอักเลือดคาโต
เขาทรุดลงคุกเข่า สายตาเปี่ยมความสับสน
“เส้นทางของข้าผิดหรือ?”
เจียงผิงอันมิได้ชี้ทางสว่างให้อีกฝ่าย เขามิอาจชี้ทางสว่างให้ผู้ใด ได้
การฝึกฝนนั้นเนิบช ้ายาวนาน หลายสิ่งอย่างบนเส้นทางแห่งชีวิต มีแต่ต้องก้าวเดินไปพบเองจึงเข้าใจ
ต่อให้ใครเอาสัจธรรมมาป้ อน หากไม่ประสบกับตัวก็มิอาจเข้าใจ
เยี่ยอู๋ฉิงมิได้โชคดีเช่นเจียงผิงอัน แม้วัยเด็กของเจียงผิงอันจะ ทุกข์ทน เขายังมีบุพการีรักใคร่ ท่านอาเมิ่งช่วยเหลือ เมิ่งจิงยึดติดกับ เขา น้องหู่นิวคิดถึงเขา และเซี่ยชิงดูแลเขา…
ขณะที่เยี่ยอู๋ฉิงมีเพียงชะตารันทดโอบล้อมมาแต่เกิด
เจียงผิงอันเดินลงมาจากยอดเขาท่ามกลางสายตาปวงชน
ผู้ดูแลเส้นทางสู่สวรรค์นาถุงเก็บของสีน้าเงินใบหนึ่งส่งให้เจียงผิง อัน
“จากกฎการให้รางวัล ผู้ที่ปี นถึงยอดเขาจะได้รางวัลร ้อย กฎเกณฑ์”
แม้จะมีกฎเกณฑ์มากถึงร้อย ต้าเฉียนก็หาขัดสนไม่
นอกจากนั้น ด่านเก็บเงินของเส้นทางสู่สวรรค์ยังทาเงินได้เร็ว กว่ารายจ่าย
เจียงผิงอันรับถุงเก็บของมาอย่างตะลึงน้อย ๆ “ยังมีรางวัลด้วย หรือ?”
ผู้ดูแล “…”
เจ้าเด็กนี่ไม่รู ้ด้วยซ้าว่ามีรางวัล
แล้วเขามาทาอะไรที่นี่?
อ้อใช่! หนีการไล่ล่ามานี่นา
สายตาของปวงชนแดงก่าด้วยริษยา
ร ้อยกฎเกณฑ์ยั่วยวนใจได้กระทั่งยอดฝีมือเหนือขอบเขตหลอม สุญตา
พวกเขาอยากขึ้นสู่ยอดเขา แต่มิอาจทาได้ขนาดนั้น
หลังได้ร ้อยกฎเกณฑ์มา เจียงผิงอันก็แสนยินดี นี่เป็ นโชคอัน คาดไม่ถึง
แต่จานวนหนึ่งร ้อยแม้ฟังดูเยอะ แต่มิอาจสู้ ‘วิชาเทียมเทพ สงคราม’ หรือ ‘หมัดอู๋จี๋’ อันสมบูรณ์ได้
เจียงผิงอันเก็บกฎเกณฑ์ เดินออกจากเส้นทางสู่สวรรค์ ทะยาน เวหาเตรียมจรจาก
“ตายซะ!”
ทว่าสองยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะของเคหาสน์เขาหลอมกระบี่ เตรียมพร ้อมอยู่นานแล้ว
จนมาลงมือในจังหวะนี้!
พวกเขาคิดฆ่าเจียงผิงอันเพื่อล้างแค้น
แน่นอน พวกเขาก็เดาไว้แล้วว่าเจียงผิงอันน่าจะมาจากขุมก าลัง ใหญ่สักแห่ง
แต่เมื่อมีร ้อยกฎเกณฑ์ยั่วเย้า ซ้ายังมีแรงแค้นหนุนส่ง พวกเขาจึง ยังตัดสินใจลงมือ
ด้วยร ้อยกฎเกณฑ์นี้ พวกเขาอาจบรรลุขอบเขตถัดไปได้
เคหาสน์เขาหลอมกระบี่จะตั้งใหม่ที่ใดก็ได้
นอกจากนั้น คนผู้นี้ยังมีค่ายกลสังหารสี่ทิศอยู่กับตัวด้วย
ยิ่งคุ้มค่าแก่การลงมือ
“ระวัง!”
หนิงโหยวตกใจกับการที่เจียงผิงอันขึ้นถึงยอดเขาไปหน่อยจนใจ ลอย กว่าจะไหวตัวก็สายไปแล้ว
นางท าได้เพียงมองเจียงผิงอันถูกสองยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ รุมโจมตี
| จบสิ้นแล้วคนลึกลับผู้นี้ตายแน่ |
แม้เขาจะมากสามารถ สังหารยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดเหมือนกันได้ในเสี้ยวลมหายใจ แม้จะมีพลังใจเลิศล้าเทียบ มหาจักรพรรดิบรรพกาลได้
ทว่าสุดท้าย เขาก็คือผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดผู้ หนึ่ง
ยามเผชิญยอดฝีมือหนึ่งขั้นต้น หนึ่งขั้นกลางขอบเขตแปรเทวะ คนผู้นี้หามีโอกาสรอดชีวิตไม่
พริบตาที่ทั้งสองเข้าใกล้เจียงผิงอัน กิ่งไม้สีทองชิ้นหนึ่งก็ปรากฏ ขึ้นในมือเด็กหนุ่ม ปราณมารมืดดากวาดกระหน่าทั่วฟ้ า
“พวกเจ้าคิดว่าข้าออกมาท าไม!”
เจียงผิงอันแผดเสียง พลังทั้งหมดถูกสูบฉีดสู่กิ่งมารสะเทือนสรวง แล้วเหวี่ยงมันอย่างสุดแรง
กายาศักดิ์สิทธิ์เทียมแผลงฤทธิ์เปิดใช ้วิชาเทียมเทพสงครามขั้น สาม อานาจอักขระรวมตัวที่แขนขวา
หัวใจแกร่งเกินใดต้าน สยบได้ทุกอริ!
ปราณมารแผ่ซ่าน อ านาจชวนสะพรึงกวนวายุแปรเมฆา สุญตา คลับคล้ายแหลกเละ
ฝุ่นศิลามากมายถูกอานาจนี้พัดปลิว ผู้ฝึกตนมากมายเกือบปลิว ตาม
เปรี้ยง!
กิ่งมารสะเทือนสรวงฟาดใส่ร่างยอดฝีมือขั้นกลางขอบเขตแปรเท วะ ร่างของเขาระเบิดราวก้อนเต้าหู้ กลายเป็ นหมอกโลหิตไปอย่าง ง่ายดาย
กิ่งมารสะเทือนสรวงมิได้หยุดยั้ง ฟาดลงต่อใส่ร่างของหูอวิ้น
เนื่องด้วยมีร่างของยอดฝีมือขั้นกลางขอบเขตแปรเทวะบังไว้ก่อน แล้วหนึ่งหน อานาจของกิ่งมารจึงเบาลง แต่ถึงอย่างนั้น ยามสัมผัส ร่างหูอวิ้น มันก็ยังทาร่างของเขาแหลกครึ่ง!
ยามมองแขนขากระเด็นจาก หัวใจหูอวิ้นเต็มไปด้วยความตกใจ ระคนหวาดกลัว
ศาสตรามาร!
สมบัติลับ? ยอดสมบัติ?
หูอวิ้นมิอาจบอกระดับกิ่งมารนี้ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็ นสมบัติลับหรือ ยอดสมบัติ มันก็ยังฆ่าเขาได้อยู่ดี!
ปรากฏว่าคนผู้นี้มีสมบัติเช่นนี้อยู่!
“ตายซะ!” หูอวิ้นแผดเสียงลั่น เหวี่ยงกระบี่ของตนอีกครั้ง ส่ง ปราณกระบี่ฟาดฟันสู่ฟ้ า
แม้คนผู้นี้จะมียอดสมบัติ ในเมื่อฆ่าเขาในคราวเดียวมิได้ คนตาย ก็คืออีกฝ่ายอยู่ดี!
เจียงผิงอันเร่งอ านาจดวงตาสุดชีวิต ใช ้เคล็ดเทียนซา เคล็ดวิชา ของหอเทียนซาออกมา
เคล็ดเทียนซาเป็ นเคล็ดวิชาพลังจิตพิเศษ ความแข็งแกร่งของ วิชานี้ขึ้นกับจานวนคนที่ฆ่า กับความแข็งแกร่งของพลังจิต
เนื่องจากเจียงผิงอันได้เรียนเพียงขั้นแรก ในภายหลังวิชาส่งผล ไม่ดีนัก เขาจึงไม่ได้ใช ้มันเลย
ยามนี้ เจียงผิงอันโคจรพลังจิต ใช ้วิชานี้ออกมาอีกครั้ง
ผสานพลังจิตกับพลังชั่วร ้าย ระเบิดออกมาสุดกาลัง
ทหารแคว้นหลิงไถนับล้านที่เขาฆ่าไป รวมถึงผู้ฝึกตนที่ตกตาย ด้วยมือเขาล้วนปรากฏขึ้นในครานี้
ท้องนภาเต็มไปด้วยซากศพสุดลูกหูลูกตา ปวงชนล้วนสัมผัส บรรยากาศชวนสะพรึงราวอยู่ในขุมนรก
กิ่งมารสะเทือนสรวงสัมผัสปราณชั่วร ้ายนี้แล้วแผลงฤทธา ปราณ มารทะลักไหล มวลเต๋ากู่ก้อง ชวนขนลุกขนพอง
หูอวิ้นถูกพลังจิต ปราณมาร และปราณชั่วร ้ายตรึงกายนิ่งเกร็ง
ชั่วขณะนี้เองที่กิ่งมารสะเทือนสรวงฟาดลงใส่เขา
เปรี้ยง!
โลหิตย้อมสุญตาแดงฉาน
หูอวิ้นตกตาย
เพียงสองการโบย อานาจของเจียงผิงอันก็หมดเกลี้ยง กิ่งไม้นี้ หนักเกินไปแล้ว
และเนื่องจากใช ้เคล็ดเทียนซา พลังจิตของเขาจึงกลวงว่างไป ด้วย
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเสียจนผู้คนมากมายตั้งตัวไม่ทัน
กว่าจะรู ้ตัว ร่างของพวกเขาก็ตะลึงงันกับที่ราวต้องอัสนี สะท้าน เทิ้มด้วยความหวาดกลัว
สองยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะถูกหนึ่งผู้ฝึ กตนขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดฆ่าตายในสองการโบย!
เจียงผิงอันร่างโชกเลือด ในมือถือกิ่งมารสะเทือนสรวง ยืน ท่ามกลางภาพฉายมวลซากศพ โอบล้อมด้วยปราณมารชั่วร ้าย เยี่ยง เทพมารจากบรรพกาล!
ชวนขนลุกนัก