สู่วิถีอมตะ - บทที่ 849 ศัตรูในภพบุกเบิก
บทที่ 849 ศัตรูในภพบุกเบิก
ยามเจียงผิงอันยังเด็ก เขาได้ยินบิดาพูดว่าเซียนเรืองฤทธา อยู่ยงตราบกาล ก็คิดว่ายามบรรลุเซียนก็จะสามารถใช้ชีวิตสุขสบายได้
แต่เมื่อบรรลุสู่ขอบเขตนี้จริง ๆ เขาก็พบว่าศึกระดับเซียนน่าสะพรึงกลัวกว่าศึกระดับปุถุชนยิ่งนัก
โดยเฉพาะการกระทบกระทั่งระหว่างขุมกำลังใหญ่ จำนวนผู้ตกตายยากนับ
สิ่งมีชีวิตนับร้อย ๆ ล้านในภพแร้นแค้นตกตายราวมดแมลง ถูกยอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์กลืนกินอย่างจำใจ หามีโอกาสขัดขืนสักนิดไม่
ขณะนี้ ความรู้สึกของเจียงผิงอันแสนซับซ้อน ยากจะสงบใจลงได้
ยามนี้ความแข็งแกร่งมีไม่พอ มีแต่ต้องเป็นเซียนสวรรค์เสียก่อนในภายหน้า จึงช่วยล้างแค้นได้
เจียงผิงอันมองเฉียนฮวั่นโหรวซึ่งหดหู่ไม่แพ้กัน ขณะที่กำลังจะอ้าปากพูด เฉียนฮวั่นโหรวก็ชิงขัดขึ้นก่อน “อย่าปลอบใจข้า ข้าไม่เป็นไร เราจะไปภพเซียนกันยามใด ข้าอยากพัฒนาการฝึกฝน”
นิสัยของนางนับว่าคล้ายเจียงผิงอัน ชอบฝังอารมณ์ในใจไม่เผยออกมาง่าย ๆ
ยามนี้พูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ มีแต่ต้องเปลี่ยนความโศกเศร้าและโทสะเป็นแรงผลักดัน พัฒนาความแข็งแกร่งของตนต่อไป
กฎเต๋าสวรรค์ของภพบุกเบิกนั้นไม่สมบูรณ์ ต่อให้บรรลุเป็นเซียนมนุษย์ก็ยังต่างชั้นจากเซียนมนุษย์ที่ภพเซียน การพัฒนาความแข็งแกร่งเป็นไปได้ยากยิ่ง จะเผยพรสวรรค์ได้ก็ต่อเมื่อไปฝึกฝนที่ภพเซียน
เหมียวเสียกล่าว “เจ้าสำนักให้ป้ายเคลื่อนย้ายกับข้า หากไม่มีเรื่องผิดพลาด เราก็ไปกันได้ทุกเวลา ไม่จำกัดจำนวนคน พาญาติมิตรไปได้หมดเลย”
หากผู้ฝึกตนจากภพบุกเบิกจะไปยังภพเซียน พวกเขาก็ต้องเข้าร่วมการประเมินอันโหดร้าย คัดผู้มีพรสวรรค์อ่อนแอออกไป แต่ยามนี้ต่างจากเดิมแล้ว มีป้ายเคลื่อนย้ายอยู่ พวกเขาก็ไปยังสำนักเซียนอวี่หวงที่ภพเซียนได้โดยตรง
“เจ้าส่งคนไปก่อน ข้ายังมีธุระต้องทำนิดหน่อย”
เจียงผิงอันยังคงมีศัตรูในภพบุกเบิกที่ต้องสะสาง
เขาฉีกมิติมุ่งหน้าสู่ทะเลเซียนมารในทันที
ทะเลเซียนมารคือสถานที่ซึ่งมีเซียนตกตายหลายนาม พลังอันยิ่งใหญ่ในซากเซียนเหล่านี้ทำให้ทั้งเวิ้งสมุทรแปรเปลี่ยน เป็นหนึ่งในสถานที่อันตรายสูงสุดในภพบุกเบิก
ในทะเลเซียนมารมีหนึ่งดินแดนลับ เคหาสน์เซียนซึ่งเซียนจากสำนักเซียนเทียนหลานทิ้งไว้
กาลก่อน เจียงผิงอันเข้าไปที่นั่นเพื่อหาผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะมาสร้างรากเซียน แต่จิตสำนึกที่หลงเหลือของเจ้าของเคหาสน์เซียนคิดชิงร่างเขา ทำให้เขาต้องทำลายสมบัติลับไปหลายชิ้นกว่าจะหนีมาได้
เจียงผิงอันเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นมาก แม้จะผ่านไปนับพันปี เขาก็ยังไม่ลืม
เรื่องสำคัญที่สุดคือ เซียนผู้นี้มาจากสำนักเซียนเทียนหลาน หากไม่รีบจัดการให้ราบคาบจนมิอาจฟื้นคืน ก็จะเป็นวิกฤติแก่ภพบุกเบิก
ไม่มีใครอยากให้คนนอกมาซ่อนตัวในบ้านพวกเขาหรอก
อวี๋ซู่ ยอดฝีมือระดับเซียนปฐพีจากตระกูลอวี๋ของสำนักเซียนเทียนหลาน ทั้งชีวิตต่อสู้กับสำนักเซียนอวี่หวงจนตกตายในภพบุกเบิก
เขารักษาวิญญาณไว้ได้ด้วยการช่วยเหลือของป้ายวิญญาณระดับเซียน หลังจากฟื้นตัวมาเนิ่นนาน วิญญาณก็ประสานตัวใหม่ ยามนี้ขาดเพียงร่างเนื้อก็จะคืนชีพได้
เพื่อเลือกร่างชั้นเลิศ เขาจึงเปิดโลกใบน้อยของตนเองเป็นสถานที่ทดสอบ เพื่อดึงอัจฉริยะทั้งปวงมาเลือกร่างที่พอใจ
แต่ผ่านไปเนิ่นนาน ก็มีเพียงหนึ่งบุคคลที่ทำให้เขาพอใจได้
นามของคนผู้นั้นคือเจียงผิงอัน
คนผู้นี้มีร่างศึก เป็นร่างเทวะอันแข็งแกร่งซึ่งมีจำนงศึกและพลังต่อสู้เยี่ยมยอด
น่าเสียดายที่เจ้าเด็กเจียงผิงอันนั่นเจ้าเล่ห์สุดแสน ยามเขาจะชิงร่างได้ อีกฝ่ายก็ตระหนักถึงพิรุธแล้วหนีไปทันที กระทั่งยอมทำลายสมบัติลับ สุดท้ายก็หนีพ้นไป
ผ่านไปแล้วพันกว่าปี ก็มิได้พบร่างดี ๆ เช่นนั้นอีกเลย
อวี๋ซู่รอต่อไปไม่ได้แล้ว ยามนี้กำลังคิดว่าเขาควรสุ่มเลือกผู้ฝึกตนมาก่อนสักคน รอโอกาสกลับสู่ภพเซียนแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นร่างพรสวรรค์ดี ๆ ดีหรือไม่
หาไม่ เป็นเช่นนี้ต่อไป ก็จะไม่มีโอกาสกลับภพเซียนเสียที
“ภพขยะนี่ ไม่มีอัจฉริยะดี ๆ สักคน”
ท้ายที่สุด อวี๋ซู่ก็ทำได้เพียงยอมรับสัจธรรม สอดส่ายสายตาหาร่างผู้ฝึกตนที่ดูดีหน่อย
ขณะกำลังเลือกร่างเนื้ออยู่นั้น เขาพลันสังเกตพบว่ามีคลื่นพลังระดับเซียนสายหนึ่งอยู่นอกดินแดนลับ คิดจะฝ่าเข้ามายังโลกใบน้อย
อวี๋ซู่เหยียดเยาะ “เซียนจากภพบุกเบิกก็คิดว่าจะบุกถึงโลกใบน้อยของเซียนผู้นี้ได้หรือ?”
หลังบรรลุขอบเขตเซียนสวรรค์ โลกใบน้อยจะผสานเข้ากับกาย มิเพียงขยายขนาดใหญ่ขึ้น ยังแข็งแกร่งขึ้นด้วย ซึ่งความแข็งแกร่งนั้นก็ขึ้นตรงกับพลังของคนผู้นั้น
เขาเคยเป็นยอดฝีมือระดับเซียนปฐพีในสำนักเซียนเทียนหลาน ความแข็งแกร่งเลิศล้ำ แม้จะเป็นยอดฝีมือในภพเซียนก็ยังทะลวงโลกใบน้อยของเขาได้ไม่ง่าย
แถมนี่ยังเป็นเซียนมนุษย์จากภพบุกเบิกอีก...
ตู้ม!
เสียงเลื่อนลั่นสะท้านแดนดินกึกก้องในดินแดนลับเคหาสน์เซียน
“เกิดอะไรขึ้นนี่!”
ผู้ฝึกตนซึ่งกำลังออกสำรวจเคหาสน์เซียนล้วนสะดุ้ง หันมองไปยังต้นเสียง
แล้วพวกเขาก็เห็นชายร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่งทะลวงกำแพงเคหาสน์เซียน เหยียบสุญตาเดินเข้าสู่ดินแดนลับเคหาสน์เซียน เดินไปยังตำหนักใจกลางเคหาสน์
“ซ-… เซียน!”
แม้จะมิอาจสัมผัสปราณของคนผู้นี้ได้ ผู้ฝึกตนทั้งหลายก็ยังแน่ใจว่าคนผู้นี้ต้องเป็นเซียนแน่แท้
ในอดีต ขุมกำลังใหญ่มากมายคิดทะลวงเข้ามาในดินแดนลับเคหาสน์เซียนแต่ไม่สำเร็จ ต่อให้เซียนยกขบวนผนึกกำลังก็ยังล้มเหลว ทว่าคนผู้นี้ถึงกับทำลายกำแพงดินแดนลับเคหาสน์เซียนได้ เช่นนั้น เขาต้องเป็นเซียนแน่นอน!
เขาเป็นใครกัน? เหตุใดแข็งแกร่งถึงเพียงนี้? ตัวคนเดียวแท้ ๆ แต่กลับบุกถึงดินแดนลับเคหาสน์เซียนได้!
แล้ว… ไฉนคนผู้นี้จึงหน้าคุ้นอยู่หน่อย ๆ?
ใครบางคนนึกอะไรได้ มองไปยังรูปสลักศิลา ณ ด่านทดสอบของดินแดนลับ
รูปสลักเหล่านี้จัดอันดับตามพลังต่อสู้ รวมทั้งสิ้นสามพันรูปสลัก ตัวตนซึ่งแข็งแกร่งสูงสุดในภพบุกเบิก สูงสุดยังไปได้เพียงอันดับสองพันเก้าร้อย
บุคคลระดับสูงสุดคือเจียงผิงอัน เป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานเมื่อพันกว่าปีก่อน ได้ยินว่าเขาเข้าสู่ภพเซียนในขอบเขตบูรณาการ เป็นเรื่องฮือฮายิ่งใหญ่ในยามนั้น
และรูปสลักของเจียงผิงอันก็เหมือนกับยอดฝีมือซึ่งจู่ ๆ ก็ปรากฏตัวนี้ไม่ผิดเพี้ยน!
“เขาคือเจียงผิงอัน? อัจฉริยะเมื่อพันกว่าปีก่อน?”
“พันปีก่อนเขายังอยู่แค่ขอบเขตบูรณาการ ผ่านไปเพียงพันปีเขาก็บรรลุเซียนแล้ว!”
“ไม่น่าใช่คนเดียวกันหรอก น่าจะแค่คนหน้าเหมือน คนผู้นี้อาจเป็นบิดาของเจียงผิงอันก็ได้”
แม้ระดับการฝึกฝนในภพบุกเบิกจะสูงกว่าภพแร้นแค้นมาก แต่การบรรลุเซียนด้วยอายุเพียงพันเศษก็ยังสุดเหลือเชื่อ
แม้คนมากมายจะเดาว่าเป็นคนหน้าเหมือนเจียงผิงอัน พวกเขาก็ยังเชื่อกันไม่ลง
มีเพียงเจ้าของดินแดนลับ อวี๋ซู่เท่านั้นที่มั่นใจว่าคนผู้นี้คือเจียงผิงอัน
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าร่างของเจียงผิงอันแผ่จิตสังหารมุ่งมาที่ตน
อวี๋ซู่ขวัญผวา มิคาดว่าเจียงผิงอันจะบรรลุเซียนได้ในเวลาแสนสั้นเช่นนี้ และยังมาเพื่อล้างแค้นเขาโดยเฉพาะ!
มาเพื่อล้างแค้นเขาโดยเฉพาะ? อวี๋ซู่คิดมากไปแล้ว เขาแค่ตัวคั่นฉากเท่านั้น
เจียงผิงอันบุกตรงถึงโถงหลักใจกลางแดน กล่าวขึ้นเสียงเรียบ “จะออกมาเองหรือให้ข้าลากออกมาทรมานอย่างสาสม?”
ครู่ต่อมา หนึ่งร่างวิญญาณโปร่งใสก็ปรากฏตรงหน้าเจียงผิงอัน
ชายผู้นี้ดูอ่อนวัย คล้ายบุรุษหน้าสวยผู้หนึ่ง
ทว่าความเยาว์วัยนั้นเป็นเพียงมายา เซียนสามารถคงความเยาว์วัย เปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ตามชอบใจ บ้างชอบทำให้ตนเองดูเคร่งขรึมภูมิฐาน บ้างชอบดูอ่อนวัย บ้างจงใจเปลี่ยนลักษณ์เป็นเด็กน้อย บ้างจงใจเพิ่มวัยให้เฒ่าชราเพื่อให้ตนดูมีอำนาจยิ่งใหญ่
อวี๋ซู่พยายามใช้น้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด “ยินดีกับสหายเซียนด้วยที่ได้บรรลุเซียน ก่อนหน้านี้เป็นความผิดของข้าเอง ข้าสามารถมอบทุกสิ่งในโลกใบน้อยนี้เป็นสินชดเชยได้ ปล่อยข้าต่างคนต่างไปเถอะนะ”
“เห็นข้าเป็นสหาย? เจ้าหาคู่ควรไม่ ทำลายเจ้าไป ของเหล่านี้ก็เป็นของข้าอยู่ดีมิใช่หรือ?”
พลังวิญญาณแข็งแกร่งของเจียงผิงอันปกคลุมร่างอีกฝ่าย ขอเพียงคิดจะทำ เขาก็ลบอีกฝ่ายหายไปได้ง่าย ๆ
อวี๋ซู่ตกใจ รีบตะโกนขึ้นว่า “อย่าฆ่าข้า ข้ารู้ความลับใหญ่เรื่องหนึ่ง!”