หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 432 เจ้านาย ผมไม่สามารถลงมือได้
บทที่ 432 เจ้านาย ผมไม่สามารถลงมือได้
โจวอี้ เคยฝันไว้ว่าวันหนึ่งเขาจะสามารถได้รับวัตถุศักดิ์สิทธิ์สักอย่างหนึ่งที่สามารถทำให้เขาแยกพสุธาถล่มท้องฟ้า ข้ามภูเขาชางหลาง พิชิตภูเขาเมิ่งหลาน และได้รับการสรรเสริญจากสิ่งมีชีวิตในภูเขานับไม่ถ้วนราวกับว่าตัวเขาเป็นเทพเจ้า
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาเห็นผ่านจอโทรศัพท์มือถือตอนนี้คือหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขารู้จัก
มันเป็นสิ่งที่มีอยู่น้อยนิดจนน่าตกใจ
เขารู้ว่าอาจารย์ฉู่เทียนฮุ่ยมีวัตถุศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเธอพึ่งพามันเพื่อให้ได้รับความเคารพจากผู้คนนับไม่ถ้วน
ในขณะนี้ เมื่อมองภาพในจอโทรศัพท์มือถือ เขาก็เห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบันทึกประวัติศาสตร์อีกครั้ง นั่นก็คือต้นหม่อนชิง!
ในสายตาคนธรรมดาทั่วไป ต้นไม้เล็ก ๆ นี้ดูไม่ได้มีค่าอะไรเลย
แต่สำหรับผู้ที่รู้ถึงการมีอยู่ของมันและเชี่ยวชาญด้านโอสถ นี่คือของศักดิ์สิทธิ์!
“น้องโจว นายรู้จักมันไหม?” เชาหมิงคุนถาม
“ต้นหม่อนชิง มันยังเป็นต้นอ่อนอยู่” โจวอี้พูดอย่างเคร่งขรึม พยายามระงับความตื่นเต้นของตัวเอง
“ชอบไหม? ถ้าชอบเดี๋ยวจัดให้!” เชาหมิงคุนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ส่งมาให้ผม?” โจวอี้ถามอย่างเหลือเชื่อ
“ใช่ นี่มันสำหรับนายไงล่ะ” เชาหมิงคุนพยักหน้า
“ทำไม?”
“ฉันไม่เข้าใจไอ้ของสิ่งนี้หรอก และมันก็ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ฉันเลย แต่หมอจีนโบราณคนหนึ่งบอกฉันว่าต้นไม้เล็ก ๆ นี้เป็นของดี เขาเต็มใจที่จะซื้อมันจากฉันในราคาที่สูงลิ่ว แต่ฉันไม่ได้ขาดเงิน ฉันก็เลยปฏิเสธไป จากนั้นฉันก็นึกขึ้นได้ว่านายก็เป็นหมอยาจีนเหมือนกัน และต้นไม้เล็ก ๆ นี้อาจมีประโยชน์กับนาย” เชาหมิงคุนยิ้มอย่างสดใสและพูดต่อไปว่า “เราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลในการให้ของขวัญกับเพื่อน ดังนั้นอย่าถามว่าทำไม เอาล่ะ ส่งที่อยู่ของนายมาให้ฉัน แล้วเดี๋ยวฉันจะแพ็กส่งมันไปให้นาย”
ส่งพัสดุ?
โจวอี้สะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้มีค่าสำหรับเขาสุด ๆ นับประสาอะไรกับการส่งพัสดุ ต่อให้เชาหมิงคุนบอกว่าจะสั่งให้ลูกน้องเอามาส่งด้วยตัวเอง เขาก็ยังกังวลว่ามันจะถูกกระแทกจนเสียหายบนท้องถนน
“พี่เชา ต้นหม่อนชิงนี้มีความสำคัญกับผมมาก โปรดช่วยผมรักษามันไว้ที่นั่นก่อน เดี๋ยวผมจะไปเซินเจิ้นทันที ผมไปถึงแล้วผมจะเล่าเรื่องของมันให้พี่ฟังเอง” โจวอี้กล่าวอย่างจริงจัง
“มานี่? ได้สิ! ฉันจะรอนายนะ” เชาหมิงคุนหัวเราะ
เมื่อการสนทนาทางวิดีโอแช็ตสิ้นสุดลง โจวอี้ก็มองไปที่เฉินซานที่ปรากฏกายอยู่ข้าง ๆ และรีบพูดว่า “คุณอยู่บ้านช่วยผมเฝ้าดูเหมียวเหมี่ยวหน่อย ผมจะไปเซินเจิ้นตอนนี้เลย”
“ตอนนี้? อาจารย์ลุงน้อย คุณจะไปทำอะไรที่เซินเจิ้น?” เฉินซานถามด้วยความสงสัย
“ไปเอาของดีกลับมา!”
โจวอี้ไม่ได้อธิบายรายละเอียด เขารีบออกจากบ้านไปโดยไม่เอากระเป๋าเดินทางไปด้วยซ้ำ
เวลา 5 ทุ่ม
สนามบินเซินเจิ้นสว่างไสว ผู้โดยสารหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
ภายในโถงต้อนรับ เชาหมิงคุนพร้อมบอดี้การ์ดสองคนรออยู่อย่างเงียบ ๆ ในขณะที่มีชายที่แข็งแกร่งอีกสี่คนยืนประจำจุดอยู่ห่าง ๆ เพื่อเฝ้าดูเชาหมิงคุน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นอีกทีมที่คอยปกป้องเชาหมิงคุนอยู่ห่าง ๆ
ที่เสาต้นใหญ่ของอาคารห่างจากเขามากกว่า 20 เมตร ปรากฏคนหนุ่มสองคนในชุดหนังสีดำและดูเหมือนจะยืนคุยกันอยู่ แต่สายตาของพวกเขามักเหลือบมองไปทางเชาหมิงคุนเป็นครั้งคราว
“นายบอกว่าคนแซ่เชาคนนี้มาที่สนามบินเพื่อรับใครบางคนกลางดึก? หรือว่าเขาจะรู้ตัวแล้วว่ากำลังจะถูกลอบฆ่า ก็เลยขอความช่วยเหลือจากกองกำลังต่างชาติ?” ชายหนุ่มที่มีแผลเป็นที่ปากถามขึ้น
“ต่อให้เขาอัญเชิญเทพหรือพระโพธิสัตว์มา ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่รอด” ชายหนุ่มอีกคนที่ถักผมเปีย สวมต่างหู และเสื้อผ้าทันสมัยเยาะเย้ยออกมา
“เราจะเริ่มเมื่อไหร่ เจ้านายกำลังรอข่าวอยู่!”
“รอให้พวกเขาออกจากสนามบิน!”
พวกเขาพูดคุยและหัวเราะ ราวกับว่าเชาหมิงคุนเป็นคนตายในสายตาของพวกเขาไปแล้ว
ทันใดนั้น ขณะที่ชายทั้งสองเหลือบมองอีกครั้ง พวกเขาก็เห็นเชาหมิงคุนโบกมือไปทางประตูผู้โดยสารขาออก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนที่เชาหมิงคุนมารอรับได้มาถึงที่นี่แล้ว
“สมองของคนแซ่เชานี่มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เขาวิ่งโร่มารับชายหนุ่มที่สนามบินกลางดึก?” ชายหนุ่มที่มีแผลเป็นที่ปากเห็นคนที่เชาหมิงคุนมารับอย่างชัดเจน เขากลอกตาทันทีและพูดอย่างเหยียดหยาม
“…”
แต่ชายหนุ่มผมถักเปียกลับพูดไม่ออก เขาจ้องมองชายหนุ่มที่เพิ่งมาถึง มุมปากของเขาก็ถึงกับกระตุกอย่างรุนแรง
เป็นคนคนนี้ได้ยังไง?
เชาหมิงคุนรู้ไหมว่าเจ้านายของเขาก็รู้จัก? ก็เลยขอให้มาช่วย?
“จ้องอะไรอยู่ พวกเขากำลังจะออกจากสนามบินแล้ว รีบตามไปเร็วเข้า!” ชายหนุ่มที่มีแผลเป็นที่ปากเอื้อมมือไปดึงชายหนุ่มถักผมเปีย
“เดี๋ยว!”
ชายหนุ่มถักผมเปียคว้าเพื่อนตัวเองไว้แล้วส่ายหัวด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ก่อนหน้านี้ฉันพูดผิด วันนี้เราไม่สามารถฆ่าเชาหมิงคุนได้แน่ถ้าไม่มีเทพเซียนลงจากสวรรค์มาช่วย”
“นายหมายความว่าอะไรเนี่ย?”
“ฉันบอกว่าเราไม่สามารถฆ่าเชาหมิงคุนตอนนี้ได้! ชายคนที่เชาหมิงคุนมารับ…เป็นตัวตนที่เราไม่สามารถล่วงเกินได้ไหว ฉันเกรงว่าเราต้องปล่อยให้เจ้านายออกหน้ามาด้วยตัวเอง” ชายหนุ่มถักผมเปียพูดอย่างหมดหนทาง
“ผู้ชายคนนั้นคือใคร?”
“ตัวตนที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยม”
หลังจากชายหนุ่มถักผมเปียพูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทันที เขากดหมายเลขโทรออกแล้วพูดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวว่า “เจ้านาย ตอนนี้พวกผมไม่สามารถฆ่าเชาหมิงคุนได้ เจ้านายต้องมาจัดการเองเท่านั้น”
“ไร้ประโยชน์จริง ๆ! แค่เชาหมิงคุน นายจัดการไม่ได้เนี่ยนะ?” มีเสียงด่าว่าอย่างโหดร้ายดังจากปลายสาย
“เจ้านาย ถ้าเป็นเพียงเชาหมิงคุน ผมฆ่าเขาได้แน่นอน แต่ตอนนี้เขามาพบคนคนหนึ่งที่ผมไม่กล้าที่จะยั่วยุ!” ชายหนุ่มถักผมเปียเกาหัวอย่างกระอักกระอ่วน
“คนคนนั้นมันคือใคร?”
“โจวอี้!”
“นายล้อเล่นหรือเปล่า เชาหมิงคุนรู้จักโจวอี้งั้นเหรอ?”
“ผมไม่ได้ล้อเล่นกับเจ้านายแน่นอน ตอนนี้เชาหมิงคุนอยู่ที่สนามบิน เขาเพิ่งรับโจวอี้ขึ้นรถไป และจากการสังเกตท่าทางการพูดคุยของคนทั้งสอง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีและสนิทกันด้วย” ชายหนุ่มถักผมเปียกล่าว
“นายพูดว่าอะไรนะ โจวอี้มาที่เซินเจิ้นเหรอ?”
“ใช่ครับ!”
“ติดตามพวกเขาไป และรายงานที่อยู่ของพวกเขาให้ฉันทราบทันทีที่รู้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
ภายในห้องโถงสนามบิน
โจวอี้ตามเชาหมิงคุนไปที่ประตูทางออก
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเชาหมิงคุนจะมีน้ำใจมารอรับเขาที่สนามบินด้วยตัวเองกลางดึกแบบนี้ พวกเขาเพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้ง ครั้งแรกที่ที่ตลาดยาเมืองฉู่ และจากนั้นพวกเขาก็ไปดื่มกันที่พาราไดซ์คลับในเมืองจินหลิง แต่จากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
เขารู้สึกดีที่เชาหมิงคุนอุตส่าห์มารับในคืนนี้
“พี่เชา คุณไปเอาต้นหม่อนชิงนั่นมาจากไหน?” โจวอี้ถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ฉันไปแย่งมันมาจากผู้หญิงคนหนึ่ง น้องโจว นายรู้ไหมว่าสิ่งที่ฉันทำที่นี่ในเซินเจิ้นเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และบริษัทของฉันยังเป็นผู้ดำเนินการจัดหาวัตถุดิบยาที่มีค่าบางอย่าง เมื่อไม่นานมานี้ เป็นเพราะสินค้าชุดหนึ่ง ฉันก็เลยมีความขัดแย้งกับเจ้าของธุรกิจการแพทย์ในท้องถิ่นอื่น เพราะงั้นเมื่อฉันเห็นว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะสนใจต้นหม่อนชิงนี้ ฉันก็เลยก้าวเข้าไปแย่งตัดหน้าเพื่อกวนตีนมันน่ะ” เชาหมิงคุนหัวเราะ
“เป็นการลงมือที่แสบสันจริง ๆ” โจวอี้ยกนิ้วโป้งขึ้นและรู้สึกโชคดีเล็กน้อย
โชคดีที่เชาหมิงคุนเป็นคนแรกที่คว้าต้นหม่อนชิงไว้ได้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นของวิเศษนี้คงมาไม่ถึงมือเขา
“แต่พี่เชาไม่กลัวที่จะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองเหรอ?” โจวอี้ถาม
“จะกลัวไปทำไมกันล่ะ? ฉันทำให้ผู้หญิงคนนั้นขุ่นเคืองไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ว่าจะยังไง ผู้หญิงคนนั้นก็จะพยายามหาทางฆ่าฉันอยู่ดีไม่ใช่หรือไง?” เชาหมิงคุนยิ้มเยาะเย้ยและน้ำเสียงของเขาก็กลายเป็นไม่พอใจ “น้องโจว นายรู้ไหมว่านังผู้หญิงบ้าคนนั้นทำให้พันธมิตรของฉันหลายคนกลับใจเปลี่ยนมาเป็นศัตรูกับฉัน! และยังมีเรื่องที่น่าโมโหอีกเยอะที่ฝ่ายนั้นทำกับฉันก่อน ดังนั้นคราวนี้ฉันก็เลยขอเอาคืนให้เธอได้ลิ้มรสความขมขื่นบ้าง ฮ่าฮ่าฮ่า!”