หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 437 ให้อาหารต้นไม้
บทที่ 437 ให้อาหารต้นไม้
โจวอี้ต้องการกำจัดเซี่ยหลู่ที่เข้ามาพัวพันกับเขา และวิธีที่ดีที่สุดคือการจับคู่ให้กับเธอ แต่เมื่อเขามองไปที่เหอหลานอวี่ก็พบว่าผู้ชายคนนี้ดูเหมือนจะหวาดกลัวเหลือเกิน?
เซี่ยหลู่เป็นปีศาจสาวจริง ๆ ที่ไหน?
นั่นเป็นเพียงแค่ฉายา!
เธอไม่ใช่ปีศาจจิ้งจอกจริง ๆ สักหน่อย เธอไม่กินคน!
โจวอี้รู้สึกว่าเขาควรจะยกย่องเซี่ยหลู่ให้เหอหลานอวี่ฟังอีกครั้ง เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้มองเซี่ยหลู่ในแง่บวกมากขึ้น
“พี่เหอ เซี่ยหลู่เป็นผู้หญิงดีมากที่สุด ที่สุดของที่สุดเลยนะ! เธอทั้งมีเสน่ห์เกินต้านทานและมีด้านที่สง่างาม เป็นกุลสตรีที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม เธออยู่ในห้องโถงเพื่อต้อนรับแขกก็ดี หรือจะอยู่ในครัวก็ทำได้อย่างไร้ที่ติ เธอเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแน่นอนในการนำมาภรรยา!”
“นอกจากนี้ คุณเองก็ดูหล่อเหลาไม่แพ้กัน ถ้าแต่งงานกันนะ พวกคุณจะกลายเป็นเหมือนกิ่งทองใบหยก เมื่อยีนของพวกคุณทั้งคู่รวมกัน ลูกที่กำเนิดมาถ้าเป็นผู้ชายก็จะหล่อเหลาดั่งเทพบุตร แต่ถ้าเป็นลูกสาวก็จะสวยงามเหมือนนางฟ้า…”
“เอาล่ะ! ตราบใดที่คุณพยักหน้า ผมสามารถพาคุณไปพบเธอได้ทันทีเลย ผมมั่นใจว่าถ้าเธอเห็นคุณนะ รับรองว่าเธอจะต้องโปรดปรานคุณ ปฏิบัติต่อคุณแตกต่างจากที่ปฏิบัติต่อคนอื่นแน่นอน”
โจวอี้พูดจบก็รอให้เหอหลานอวี่ให้คำตอบที่น่าพอใจกับเขา
แต่เหอหลานอวี่กลับทำให้เขาผิดหวัง!
“ขอโทษที ผมไม่ชอบผู้หญิงสวยน่ะ” เหอหลานอวี่ยิ้มแห้ง
“…”
โจวอี้ถึงกับพูดไม่ออก
ผู้ชายคนนี้ไม่ชอบผู้หญิงสวย ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกหมดหนทาง เขาไม่คงไม่อาจทำให้เซี่ยหลู่ต้องเสียโฉมแล้วแนะนำเธอให้อีกฝ่ายได้ใช่ไหมล่ะ?
กริ๊ง!
ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
โจวอี้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู ทันใดนั้นเขาก็แทบขนหัวลุก
เขารู้สึกว่าผู้หญิงบางคนบางทีก็ไม่ควรพูดถึง
เขาเหลือบมองเหอหลานอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่เต็มใจนัก หลังจากรับโทรศัพท์แล้ว เขาก็พูดขึ้นว่า “ขอโทษด้วย เจ้าของโทรศัพท์เครื่องนี้ยังไม่ตื่น ถ้าคุณมีอะไรจะพูด คุณสามารถบอกผมล่วงหน้าได้ แล้วผมจะแจ้งให้เขาทราบทันทีที่เขาตื่น”
“โจวอี้ นี่มันน่าสนใจจริง ๆ นะที่คุณสามารถโกหกได้ทั้ง ๆ ที่คุณยังลืมตา” เซี่ยหลู่หัวเราะเสียงหวาน
“คุณคิดผิดแล้ว ผมชอบโกหกทั้ง ๆ ที่ยังหลับตามากกว่า”
“เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า คุณจะมาหาฉันเมื่อไหร่? หรือจะให้ฉันส่งคนไปรับ?” เซี่ยหลู่ถาม
“ได้โปรด ดูซิว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว? รอเที่ยงก่อน เราค่อยกินข้าวเที่ยงด้วยกัน แล้วผมจะกลับไปจินหลิง” โจวอี้ยิ้มและถามกลับไปว่า “ตอนนี้ผมกำลังคุยกับหนุ่มหล่อ คุณอยากให้ผมแนะนำให้คุณรู้จักไหม ไม่ต้องกังวลนะ ผมไม่คิดค่าบริการสำหรับการเป็น ‘พ่อสื่อ’”
“ไอ้ห่า คนบัดซบ! ฉันจะส่งคนไปรับคุณตอนเที่ยง!” เซี่ยหลู่ตะโกนอย่างหยาบคายแล้ววางสายไปทันที
โจวอี้เก็บโทรศัพท์มือถือของเขาด้วยสีหน้าโง่งม
ทำไมเธอต้องด่าฉันแรงขนาดนี้ล่ะ?
มีอะไรผิดปกติกับผู้หญิงคนนี้รึเปล่า?
เขาอุตส่าห์ชมเธอต่อหน้าคนอื่นนะ
ช่างเถอะ เหอหลานอวี่ไม่ควรได้รับอันตรายจากผู้หญิงคนนี้เหมือนกัน เขาทุกข์มามากพอแล้ว ถ้าเขาแต่งงานกับเซี่ยหลู่ เขาคงถูกกดขี่ไปตลอดชีวิต
เหอหลานอวี่จ้องมองที่โจวอี้ด้วยสายตางุนงง หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ถามด้วยความระมัดระวังว่า “นั่น…เซี่ยหลู่เพิ่งโทรหาคุณหรือเปล่า?”
“จะมีใครได้อีกนอกจากเธอ” โจวอี้กล่าวอย่างไม่แยแส
“คุณกับเธอ…”
“เราเป็นแค่เพื่อนกัน เพื่อนธรรมดา ไม่สนิทด้วย” โจวอี้รีบตอบ
“……”
เหอหลานอวี่มองการปฏิเสธอันแข็งกร้าวของโจวอี้แล้วก็รู้สึกพูดไม่ออก
ไม่คุ้นเคย?
ด้วยนิสัยของเซี่ยหลู่ เธอจะโทรหาผู้ชายที่ไม่คุ้นเคย? แถมคุณยังสามารถพูดคุยกับเธอได้แบบสบาย ๆ?
ไม่สนิท…แต่คุณอยากเป็น ‘พ่อสื่อ’ เนี่ยนะ?
เหอหลานอวี่รู้สึกสงสัยในการทำงานของสมองโจวอี้
“ขอโทษนะ ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย?” เหอหลานอวี่กล่าว
“ผมแซ่โจว โจวอี้”
“น้องโจว คุณเป็นหมอของโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิงจริง ๆ เหรอ?”
“ใช่!”
“สรุปแล้วคุณช่วยอะไรผมได้บ้างเรื่องอาการป่วยของผม” เหอหลานอวี่ถามอย่างมีความหวัง
“อย่างที่ผมพูดไปเมื่อกี้ โรคเกี่ยวกับหัวใจก็ต้องรักษาด้วยยาใจ ถึงแม้ว่าใบสั่งยาที่ผมสั่งให้อาจจะได้ผลบ้าง แต่คุณจะไม่มีวันหายขาดถ้าปมหัวใจของคุณไม่คลายออก”
เหอหลานอวี่ได้ยินคำพูดนั้นก็เงียบไปทันที
โจวอี้ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินไปรอบ ๆ พื้นที่ชมวิว เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่สวยงามด้านนอก จากนั้นก็เดินออกจากสโมสรซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา
เขาเดินไปตามถนนบนภูเขาแล้วกลับไปที่ทางแยก มองไปที่คฤหาสน์อันงดงามบนยอดเขาทางทิศตะวันตก และอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว
คนรวยนี่มีปัจจัยที่สามารถสร้างความสนุกได้เยอะเหลือเกิน
โจวอี้เริ่มรู้สึกผิดหวังกับตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเขาเองก็เป็นคนรวย แต่เมื่อเทียบกับความหรูหราที่แท้จริงที่คนรวยควรจะมี เขายังถือได้ว่าอยู่ห่างออกไปหนึ่งแสนแปดพันไมล์
หรือจะซื้อมันดีนะ?
ซื้อคฤหาสน์นี้เผื่อไว้พาภรรยาและลูก ๆ มาเที่ยวพักผ่อนยามว่าง?
888 ล้านหยวน
โจวอี้ครุ่นคิดอยู่แปดวินาที จากนั้นก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป
เขาไม่ขาดแคลนเงิน และสามารถเอาเงิน ‘888 ล้านหยวน’ ออกมาได้
แต่มันก็คงมากเกินไปที่จะซื้อคฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่คุณไม่ได้ใช้อาศัยอยู่จริง ๆ
โจวอี้กลับไปที่คฤหาสน์หลังที่ 24 และพบว่าเชาหมิงคุนตื่นแล้ว อีกฝ่ายกำลังเล่นไทเก๊กอยู่ที่สนาม เมื่อมองดูท่าทางที่งุ่มง่ามของชายหัวโล้นก็เห็นได้ชัดว่าเชาหมิงคุนน่าจะไม่ใช่คนที่ออกกำลังกายบ่อย และจำนวนครั้งที่เขาฝึกไทเก๊กก็อาจจะแทบนับนิ้วได้
“พี่เชา อย่าฝึกเลย ท่าทางของคุณไม่น่ามองเลย” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่าฮ่า…” เชาหมิงคุนไม่สนใจ หลังจากเลิกฝึก เขาก็หันมายิ้มและถามว่า “น้องโจวไปเล่นที่ไหนมา?”
“ผมไปที่สโมสรบนยอดเขามาน่ะ” โจวอี้ยิ้ม
“เดอะพีคเหรอ? แต่นายไม่ได้โทรหาฉันนี่นา! นายขึ้นไปได้ด้วยเหรอ?” เชาหมิงคุนถามด้วยความตกตะลึง
“ขึ้นไปได้สิ ที่นั่นก็สบายดี”
“รปภ. พวกนั้นไม่ห้ามนายเหรอ?”
“ชาวภูเขาอย่างผมก็มีเล่ห์เหลี่ยมของตัวเองนะ ผมสามารถไปไหนมาไหนก็ได้อย่างสะดวกและไปอย่างถูกต้องด้วย” โจวอี้ยิ้ม
“เอาล่ะ เอาล่ะ!”
จากนั้นพวกเขาก็ไปที่ห้องอาหารและกินอาหารเช้าด้วยกัน
แต่เพราะเซี่ยหลู่นัดทานอาหารกลางวันด้วยกันตอนเที่ยง โจวอี้จึงขอให้เชาหมิงคุนส่งคนไปซื้อพวกวัตถุดิบยาในเซินเจิ้นแทนเขา
สิบโมงเช้า
วัตถุดิบยามากกว่าสิบชนิดที่โจวอี้ต้องการก็มาถึง
เขากระโจนเข้าไปในครัวและเริ่มปรุงยา
สองชั่วโมงต่อมา ยาต้มเข้มข้นครึ่งชามก็ถูกต้มจนเสร็จ จากนั้นโจวอี้ก็นำไปที่ต้นหม่อนชิง และ เทยาต้มนั้นลงในกระถางต่อหน้าเชาหมิงคุน
“น้องโจว นายทำอะไรอยู่? ป้อนยาให้ต้นไม้เหรอ?” เชาหมิงคุนถามอย่างงุนงง
“ยาต้มที่ผมทำขึ้นเป็นยาที่น่าอัศจรรย์ มีเพียงยาที่น่าอัศจรรย์นี้เท่านั้นที่คู่ควรจะเป็นอาหารของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ น่าเสียดายที่วันนี้ผมจะต้องกลับไปที่จินหลิง ไม่อย่างนั้นผมจะแสดงให้คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์ของต้นหม่อนชิงนี้” โจวอี้พูดอย่างภาคภูมิใจแทนที่จะปิดบัง
“เปลี่ยนแปลงยังไงเหรอ?” เชาหมิงคุนถาม
“เอพิฟิลลัม[1] คุณเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับมันไหม?”
“เคยสิ” เชาหมิงคุนพยักหน้า
“เอพิฟิลลัม มีชื่อเสียงในด้านความงามใต้แสงจันทร์ ดอกจะบานในเวลากลางคืน หลังจากกลีบดอกบานเต็มที่แล้ว กลีบดอกจะค่อย ๆ เหี่ยวเฉาลงภายในหนึ่งหรือสองชั่วโมง และกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาเพียงสี่ชั่วโมง ดังนั้นจึงเรียกได้ว่ามันมีอายุที่สั้นมาก”
“ต้นหม่อนชิงสามารถแตกหน่อและผลิใบในชั่วข้ามคืนหลังจากได้รับการบำรุงด้วยยาวิเศษ แต่สิ่งที่วิเศษกว่าเอพิฟิลลัมคือใบใหม่ที่งอกออกมาจะไม่เหี่ยวเฉาเหมือนเอพิฟิลลัม” โจวอี้พูดด้วยรอยยิ้ม
“แค่นั้น?” เชาหมิงคุนยังคงไม่เข้าใจ
“ใช่! แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ?”
“…”
เชาหมิงคุนพูดไม่ออก
ก็แค่ใบใหม่เติบโตในชั่วข้ามคืน…พลังของมัน…ไม่เห็นจะดูเว่อร์วังเลยนี่นา?
โจวอี้มองท่าทีของเชาหมิงคุนแล้วก็เดาความคิดของอีกฝ่ายได้ แต่เขาไม่ได้พูดอะไรมาก
เขาไม่ได้บอกส่วนที่วิเศษที่สุดจริง ๆ ของต้นหม่อนชิงให้อีกฝ่ายฟัง เพราะมันไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับเชาหมิงคุนที่ไม่รู้จักการหลอมโอสถ
ก๊อก ก๊อก…
ประตูถูกเคาะ
บอดี้การ์ดคนหนึ่งของเชาหมิงคุนเดินเข้ามาและพูดด้วยความเคารพว่า “เจ้านาย มีคนมารับคุณโจวครับ”
“พี่เชา ไปกันเถอะ! ไปหาเซี่ยหลู่เพื่อรับประทานอาหารกลางวันกัน” โจวอี้กล่าว
“ฉันไม่ว่าง… แค่ก ๆ ไม่ ๆ ฉันไปไม่ได้ ฉันมีอย่างอื่นที่ต้องทำหลังจากนี้” เชาหมิงคุนหัวเราะแห้ง ๆ
“…”
เมื่อเห็นการแสดงออกของเชาหมิงคุน โจวอี้ก็สามารถบอกได้ว่าเชาหมิงคุนกลัวเซี่ยหลู่และไม่ต้องการที่จะพบเธอ!
[1] เอพิฟิลลัม (Epiphyllum) เป็นประเภทของพืชไม้ดอกชนิดหนึ่ง