หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 889 กลั้นน้ำตา
ณ บริเวณหน้าประตูโรงน้ำชาปาซาน
ซีชิงอิ่งมองรถ Knight XV ที่กำลังแล่นออกไป ภาพตรงหน้าเธอเริ่มพร่าเลือน
เขาไปแล้ว อีกทั้งยังเอาหัวใจของเธอไปด้วย
เมื่อครู่นี้เธออยากตะโกนเรียกชื่อเขานับครั้งไม่ถ้วน ต่อให้อีกฝ่ายจะหยุดแล้วหันมามองเพียงครั้งเดียวก็ตาม
“กลับเข้าไปด้านในเถอะ” หลวนเทียนไฉถอนหายใจพลางตบบ่าซีชิงอิ่ง
“คุณเคยไปโลกตงเทียนหรือเปล่าคะ?” ซีชิงอิ่งถามขึ้น
“ไม่เคย” อีกฝ่ายตอบ
“ถ้างั้นรู้เรื่องโลกตงเทียนบ้างหรือเปล่าคะ?”
“ฉันเคยอ่านบันทึกเรื่องโลกตงเทียนมาเยอะอยู่”
“ที่นั่นอันตรายมากไหมคะ?” เธอหันมาถาม
“อันตรายสิ อันตรายมากด้วย โดยเฉพาะตอนที่พวกต่างดาวบุกเข้ามา เกิดเหตุการณ์นองเลือดและศพกองเป็นภูเขา คนที่อยู่ระดับปรมาจารย์หลงเข้าไปก็เป็นได้แค่ทหารพลีชีพ มีแค่ผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ที่รอดออกมาได้แค่หยิบมือ ส่วนผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋าน่ะเป็นกองกำลังหลัก หลายครั้งที่เกิดการบุกรุกจากต่างดาวก็ถึงกับต้องให้ผู้แข็งแกร่งระดับเทพแปลงออกโรงเองด้วยซ้ำ” หลวนเทียนเฟิงเล่าพลางยิ้มลำบากใจ
ซีชิงอิ่งหน้าถอดสียิ่งกว่าเดิม
มือที่กำหมัดค่อย ๆ คลายลง
ความรู้สึกด้อยค่าจากก้นบึ้งจิตใจทำให้เธอเกลียดตัวเองที่ไม่ยอมตั้งใจฝึกยุทธ์ให้มากกว่านี้ ทำให้ไม่สามารถไปช่วยต่อสู้เคียงข้างโจวอี้ในเวลาแบบนี้ได้
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง
ซีชิงอิ่งสูดหายใจเข้าลึกและเดินเข้าไปในโรงน้ำชา ระหว่างนั้นก็ต่อสายหาใครบางคน “อาไฉ่ ต่อไปนี้เธอจะเป็นผู้ที่จะต้องจัดการโรงน้ำชา รับผิดชอบดูแลการดำเนินการทั้งหมด ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญก็ไม่ต้องมารบกวนฉัน”
เวลาสิบเอ็ดโมง
โจวอี้กลับมายังย่านช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า
เขามาหาถังหว่านพร้อมกับบราม่าและสองพี่น้องอู๋วาอู๋หยา รวมถึงหลางไห่
“ที่รัก นี่บราม่า ส่วนพวกเธอสองคนนี้ชื่ออู๋วากับอู๋หยา”
“สวัสดีค่ะคุณบราม่า คุณอู๋วากับคุณอู๋หยา สบายดีนะคะ” ถังหว่านเอ่ยทักทาย
“สวัสดีค่ะนายหญิง” พวกเธอประสานมือบอกพร้อมกัน
นายหญิงหรือ?
โจวอี้เป็นเจ้านายพวกเธอหรอกหรือ?
ถังหว่านหันไปมองโจวอี้พร้อมแววตากังขา
“เสี่ยวหว่าน ผมเรียกพวกเขามาจากเกาะซ่อนหมอก ทั้งอู๋วากับอู๋หยาแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ต่อไปนี้จะคอยดูแลคุณนะครับ” โจวอี้บอกก่อนจะชี้ไปทางบราม่าและพูดต่อ “ผมจะให้บราม่าคอยแอบปกป้องเหมียวเหมี่ยว”
“ค่ะ!”
ถังหว่านพยักหน้ารับเบา ๆ
เธอคิดแล้วว่า ไม่ว่าโจวอี้จะจัดการอย่างไร เธอก็จะไม่ขัดข้อง
เนื่องจากมีเพียงหนทางนี้ที่จะทำให้เขาเดินทางไปโลกตงเทียนได้อย่างสบายใจ
ในขณะนี้เอง แม่เฒ่าเทียนจี้เดินเข้ามา สายตามองหน้าท้องยื่น ๆ ของถังหว่านและถามพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น “เสี่ยวหว่าน อีกไม่กี่เดือนก็คลอดแล้วใช่ไหม?”
“ค่ะ เหลืออีกสองเดือน” เธอหัวเราะเบา ๆ
“สองสามเดือนนี้เสี่ยวอี้อาจยังกลับมาไม่ได้ สวมเครื่องรางนี้เอาไว้นะ ถือเป็นของขวัญที่ข้ามอบให้ไว้” แม่เฒ่าเทียนจี้ยิ้ม
“คุณย่า…”
“สวมเลยสิ!”
“ค่ะ!”
สองวันต่อมา โจวอี้อยู่ที่ย่านช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่ากับภรรยาและลูกสาว ทำอาหารให้ด้วยตนเอง ซักเสื้อผ้าให้ ไปเดินเล่นกับถังหว่าน และพาลูกสาวไปเล่นในจัตุรัสเล็ก ๆ ในบริเวณวิลล่า
เวลาแห่งความสุขและน่ายินดีมักผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
ในที่สุด โจวอี้ก็เดินทางออกจากบ้านไปอย่างเงียบ ๆ ในเช้าตรู่วันที่สี่โดยไม่ได้ปลุกภรรยาที่หลับอยู่หรือบอกลาลูกสาวด้วยซ้ำ เขามุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานเมืองจินหลิง
ทว่าเขาไม่รู้เลยว่า…
ในจังหวะที่เขาขับรถออกไป ถังหว่านยืนอยู่ข้างหน้าต่างห้องนอนชั้นสอง สายตามองตามรถ Knight XV ผ่านช่องว่างระหว่างผ้าม่าน
น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มของเธอ
มันเต็มไปด้วยความกังวลและห่วงหา
ความรู้สึกเหล่านี้คงติดอยู่ในใจถังหว่านไปอีกนาน
ทันใดนั้น ภาพพร่าเลือนตรงหน้าของเธอก็ปรากฏคนคนหนึ่งรีบร้อนออกไปจากประตูไป เป็นลูกสาวของเธอที่มองไปทางรถที่แล่นออกไปพลางปาดน้ำตา
เธอเห็นลูกสาวร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุด แต่ยังฝืนกัดริมฝีปากคล้ายพยายามกลั้นเสียงสะอื้น
ณ ท่าอากาศยานเมืองจินหลิง
หลังจากโจวอี้จอดรถในลานจอดรถ เขาก็เห็นจางหม่านเยว่และสมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงอีกสี่คนรีบเดินมาหา
“สวัสดีค่ะคุณโจว”
จางหม่านเยว่ทักทายเขาด้วยความสุภาพ
ตามหลักแล้วเธอควรเรียกเขาว่าคุณชายโจว แต่ก็ไม่ได้ทำแบบนั้น
เนื่องจากเธอรู้สึกสะดวกใจจะเรียกว่าคุณโจวมากกว่า
“หม่านเยว่ เรื่องที่จินหลิง ผมต้องฝากให้คุณดูแลด้วยนะครับ” โจวอี้ยิ้ม
“วางใจได้เลยค่ะ! ถ้าฉันอยู่ที่นี่ รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นกับเหมียวเหมี่ยวเด็ดขาด” จางหม่านเยว่ยืนกรานหนักแน่น
โจวอี้พยักหน้ารับแต่ไม่ได้พูดอะไร
เขายกมือตบบ่าเธอก่อนจะเดินเข้าไปในสนามบินพร้อมกับแม่เฒ่าเทียนจี้
จางหม่านเยว่มองตามแผ่นหลังเขา และภาวนาในใจให้โจวอี้ปลอดภัย
เธอเคารพนับถือโจวอี้
เคารพมากกว่าคนอื่น ๆ ในคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงด้วยซ้ำ
ระยะเวลาเพียงไม่ถึงปี เธอได้รับหลายสิ่งจากโจวอี้ ทั้งโอสถ แก่นวิญญาณ และ… เขายังได้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ด้วย
“รองหัวหน้าจาง เราจะแอบคอยคุ้มกันครอบครัวของคุณชายโจวให้ครับ” ชายร่างกำยำด้านหลังบอกเสียงเข้ม
“ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” จางหม่านเยว่หันไปตอบเสียงเบา
“ไม่ต้องเกรงใจไปครับ แม้ว่าคุณชายโจวจะไม่ค่อยได้อยู่ที่เมืองจินหลิง แต่สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงก็ได้ประโยชน์จากเขามามาก ต่อให้เราถูกซ้อมบ่อยตอนที่เขากับครูฝึกเฉินซานฝึกเรา เราก็รู้ว่าพวกเขาทำเพราะหวังดี ยังไงถ้าไม่ได้พวกเขาคอยฝึกให้เราสี่คนก็คงไม่มาถึงระดับปรมาจารย์” ชายร่างใหญ่อีกคนเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง
“ได้ค่ะ!” จางหม่านเยว่ยกมือบอก และมองไปตามทางที่โจวอี้หายลับไป
เวลาเที่ยง
โจวอี้และแม่เฒ่าเทียนจี้มาถึงเมืองเยี่ยเฉิง
เขากลับมาครั้งนี้ก็พบว่าอู๋ซินเยว่ยิ้มน้อยลงมาก เพราะเธอรู้ว่าเขาไม่สามารถอยู่กับเธอที่นี่ได้นาน
เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อเธอถามก็รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ได้เพียงสองวัน แม้เธอจะยิ้มแต่ก็เป็นรอยยิ้มที่แฝงความขมขื่นเอาไว้
“ฉันจะไปกับนายด้วย” เซี่ยหลู่บอก
“ไปไม่ได้” โจวอี้ปฏิเสธทันที
“ทำไมล่ะ ตอนนี้ฉันอยู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์แล้ว ความเร็วการฝึกยุทธ์ก็เร็วมาก ฉันเองก็มีส่วนช่วยรับผิดชอบฆ่าพวกต่างดาวในโลกตงเทียนเหมือนกัน” เซี่ยหลู่บอกอย่างไม่สบอารมณ์
“เป็นคำสั่งของอาจารย์ผมเอง” โจวอี้บอก
“เจ้าสำนักฉู่น่ะเหรอ ทำไมล่ะ?” เซี่ยหลู่ถาม
“ไม่รู้สิ แต่ผมคิดว่าอาจารย์กับผู้อาวุโสก็คงมีเหตุผล”
หญิงสาวเงียบไป
เธอพร้อมจะตามเขาไปโลกตงเทียนเพื่อต่อสู้เคียงข้างเขา
ทว่า…แม้จะสามารถขัดใจโจวอี้และแอบตามไปได้ แต่เธอไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งของฉู่เทียนฮุ่ย
ไม่ใช่เพราะฉู่เทียนฮุ่ยเป็นเจ้าสำนัก ทว่าเธอรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นแค่อาจารย์ แต่เป็นเหมือนแม่ของโจวอี้ อีกทั้งยังเป็นผู้อาวุโส
“งั้นนายก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี ถ้าเจอพวกต่างดาวที่เก่งมาก ๆ สู้ได้ก็สู้ ถ้าสู้ไม่ไหวก็ต้องหนี ถ้านายตายในโลกตงเทียน ฉันจะมีผู้ชายคนใหม่” เซี่ยหลู่บอกด้วยความโมโห
โจวอี้หมดคำจะพูด
เขาเดินไปกอดเธอก่อนจะหันไปอุ้มลูกชายที่นอนหลับอยู่
หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาหลายวัน ลูกชายของเขาสูงขึ้นสองเซนติเมตร น้ำหนักเพิ่มขึ้นหลายกิโลกรัม
โจวอี้พอจะคาดเดาได้
เหตุผลที่ลูกชายเป็นแบบนี้คงเพราะอู๋ซินเยว่ฝึกวิชาการบ่มเพาะดาราระหว่างตั้งท้อง
ถึงอย่างไรตอนนั้นโจวผานผู้เป็นลูกชายก็ยังเป็นตัวอ่อนที่ได้ซึมซับพลังดวงดาวในตัวอู๋ซินเยว่ ซึ่งเกือบทำให้สองแม่ลูกตกอยู่ในอันตราย
โจวอี้มองหน้าอู๋ซินเยว่และถามด้วยเสียงนุ่มนวล “ได้ข้อมูลที่คุณให้คนไปสืบมาหรือยังครับ?”
“ค่ะ อ่านดูหมดแล้ว”