เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 395 เอาเงินฟาด
บทที่ 395 เอาเงินฟาด
เวยปั๋วอันนั้นขึ้นอันดับหนึ่งในชั่วพริบตา แล้วก็มีพวกคนร่ำรวยใช้ไอดีสำรองมาตอบกลับด้านล่าง
[ฉันรู้จักผู้ชายคนนั้นนะ! ถ้าไม่ใช่ว่ามีคนไปทำศัลยกรรมตามรูปหน้าของเขามา ฉันก็น่าจะจำไม่ผิดหรอก!]
[ฉันก็จำได้แล้ว! คิดไม่ถึงเลยนะเนี่ยว่าท่านจิ่วจะมีวันนี้เหมือนกัน!]
[จิ๊ ๆๆ ผู้กล้ายากจะผ่านด่านเทพธิดาไปได้สินะ]
บนอินเทอร์เน็ตมีความคิดเห็นต่าง ๆ นานา แต่ไม่มีใครเอ่ยชื่อของผู้ชายออกมาเลยสักคน มีแต่จะเอ่ยถึงตัวตนของเขาให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ
แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากทุกคนก็คือหนังเรื่อง ‘ภาพหลอกวิญญาณหลอน’ มีคนไปดูกันตามคำแนะนำของฉู่ลั่วด้วย
และหลังออกจากโรงหนังมาก็ให้คำรีวิวที่ดี ๆ ทันที
ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตเกิดคำวิจารณ์แตกออกเป็นสองฝั่ง บ้างก็บอกว่าหนังสนุก นับว่าเป็นก้าวใหม่ของหนังสยองขวัญในประเทศ
บ้างก็บอกว่าไม่สนุก ไม่ดีตั้งแต่เทคนิคพิเศษไปจนถึงทักษะการแสดงของนักแสดงเลย
นับวันก็ยิ่งมีคนไปดูหนังเรื่องนี้มากขึ้น และก็มีคำรีวิวออกมาเรื่อย ๆ
พวกบล็อกเกอร์ที่วิจารณ์เกี่ยวกับภาพยนตร์และละครต่าง ๆ ก็พากันไปรีวิวเพื่อจะได้ตามทันกระแสกันยกใหญ่
แต่คำรีวิวก็ไม่ได้ต่างกันกับบนอินเทอร์เน็ตนัก บ้างก็ว่าสนุก บ้างก็ว่าไม่สนุก
แต่บล็อกเกอร์นักวิจารณ์ที่มีความนิยมนับสิบล้านบนอินเทอร์เน็ตนั้น หลังจากได้ไปดูหนังมาแล้วก็ได้วิจารณ์หนังเรื่องนี้ว่าไร้คุณค่า ทั้งยังโจมตีเหิงหว่านไป๋ที่เป็นนางเอกของเรื่องด้วย มีการเปิดหลักฐานว่าเธอกลั่นแกล้งเพื่อนร่วมห้องตอนมัธยม และทำตัวเกาะแกะกับพวกคนรวยตอนที่อยู่มหาวิทยาลัย
ทั้งยังโจมตีไปถึงอิ่นซานอีก ว่าการที่อิ่นซานเลือกใช้นักแสดงหญิงแบบนี้เป็นการสร้างความวุ่นวายให้วงการบันเทิง
จากนั้นพวกชาวเน็ตต่างก็ไปซักถามและดุด่าลงที่เวยปั๋วของอิ่นซานกัน
อิ่นซานได้มีการอัดคลิปเป็นการแสดงออกว่าตนเองไม่ได้เสียใจเลยที่เลือกเหิงหว่านไป๋มาทำการแสดง และเขาจะรับผิดชอบต่อกองถ่ายและรับผิดชอบต่อภาพยนตร์เอง
แฟนคลับของอิ่นซานจึงยิ่งให้การสนับสนุนเขามากขึ้นอีก
แล้วทั้งวงการบันเทิงก็ตกอยู่ในความวุ่นวายไประยะหนึ่ง
…
คฤหาสถ์ตระกูลเหลย
เหลยเฉิงนั่งอยู่บนโซฟา โดยมีสาวสวยคนหนึ่งที่สวมชุดนอนบางเบานั่งคุกเข่านวดขาให้อยู่ข้าง ๆ
“ในที่สุดก็มีเรื่องดี ๆ สักที เจ้าอิ่นซานคนนี้ ถ้าฉันทำให้เขาหลุดออกจากวงการบันเทิงไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาเรียกฉันเป็นคนแซ่เหลย!”
“ว้าย ประธานเหลยเก่งมากเลยค่ะ”
เหลยเฉิงไม่ได้คล้อยตามคำพูดของสาวสวย พลันความชั่วร้ายก้ปรากฏให้เห็นในดวงตาของเขา
ตั้งแต่ที่นักพรตชื่อหยางคนนั้นจากไป เขาก็รู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายอยู่ตลอด
กิจการต่าง ๆ ไม่ราบรื่น ทั้งยังมีอยู่หลายครั้งที่เรื่องที่ตนเองทำอยู่เกือบจะถูกคนมาสร้างปัญหาให้ จนสุดท้ายก็ต้องใช้เงินจัดการ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องปวดหัวมากที่สุดก็คือ ภาพยนตร์ที่อิ่นซานถ่ายทำในครั้งนี้
ผีในเรื่องนั้น เขามองปราดเดียวก็จำได้แล้วว่าเป็นยัยสารเลวเหิงหว่านไป๋
เขาอยากจะเผาหล่อนกับมือตัวเองจริง ๆ แต่คาดว่าการตายของหล่อนคงจะไปดึงความสนใจของทุกคนเข้า ไม่แน่อาจจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นก็ได้
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เขาส่งคนออกไปตามหานักพรตหยางอยู่ตลอด จนสุดท้ายก็ตามตัวเจออย่างยากลำบาก แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมออกหน้าให้เขาอีกต่อไปแล้ว แถมยังตอบกลับมาประโยคหนึ่งด้วยว่า ’ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน’
ประโยคนี้มันเหมือนบอกเขาว่า ‘มันจบแล้วครับนาย’ ไม่ช่วยแล้ว!
เหลยเฉิงไม่อยากเชื่อเลย ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งหลายปีแล้ว ความลำบากเพียงเท่านี้ นักพรตนั่นจะผ่านมันไปไม่ได้เชียวหรือ?
เขามองคนประณามอิ่นซานบนอินเทอร์เน็ตเหล่านั้นอย่างภาคภูมิใจ
แล้วก็มองคนที่เขาจงใจดึงตัวมา กำลังดุด่า เยาะเย้ยอยู่ตรงหน้าพ่อแม่ของเหิงหว่านไป๋
เขาชอบใจที่คนแก่สองคนนั้นแม้แต่ออกไปจ่ายตลาดก็ยังถูกคนชี้หน้าทำท่าทีไม่ดีใส่
เหลยเฉิงส่ายหน้าพลางทอดถอนใจ “หลายปีมานี้ยังจะมีเรื่องไหนที่เงินทำไม่ได้อีกเหรอ? เหอะ! ขอเพียงมีเงิน มีหรือจะควบคุมความคิดเห็นของคนไม่ได้?”
ทว่าตอนที่เหลยเฉิงกำลังคิดอยู่นั้น จู่ ๆ เขาก็นั่งตัวตรงขณะตาเบิกโตจ้องหน้าจอมือถือ
“ประธานเหลยคะ…” หญิงสาวเรียกแล้วนั่งลงบนตักของเหลยเฉิง กำลังจะออดอ้อน แต่กลับถูกเขาเตะเข้าที่ช่วงเอวเสียก่อน
“ไปซะ!”
เหลยเฉิงออกแรงเยอะมากจนหญิงสาวล้มลงไปกับพื้น สีหน้าซีดเซียว
เหลยเฉิงไม่ได้สนใจหล่อนเลยสักนิด แค่ลุกขึ้นแล้วหยิบมือถือเดินไปที่ห้องรับแขก
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกดเบอร์โทรออก ทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย ตนก็ด่าเสียยกใหญ่ “พวกแกตายไปกันหมดแล้วหรือไง? ไม่เห็นข่าวพวกนั้นบนอินเทอร์เน็ตเหรอ? ยังไม่ระงับมันจากการค้นหายอดนิยมอีก!”
พนักงานที่อยู่ปลายสายพูดอย่างจนใจ “ประธานเหลย ตอนนี้พวกเรากำลังระงับการค้นหายอดนิยมอยู่ครับ แต่ว่าเรื่องใหญ่เกินไปแล้ว ถึงพวกเราจะระงับมันจากการค้นหายอดนิยมของเวยปั๋วได้ แต่การค้นหายอดนิยมของแพลตฟอร์มอื่นก็…”
“ใช้เงินฟาดไป! จะเท่าไหร่ก็ทำเลย เอาเงินฟาด!”
“ครับ ประธานเหลย!”