เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 589 ขอแค่เขาตายไปซะ
บทที่ 589 ขอแค่เขาตายไปซะ
“ฉันสอบเข้าสถาบันภาพยนตร์และละครแห่งเมืองตี้จิงได้ ฉันเข้าวงการบันเทิงและกลายเป็นนักแสดงแถวหน้าได้อย่างรวดเร็ว”
“ฉันแย่มากเหรอ?”
เธออดถามออกมาไม่ได้
ซ่งเฉินจุ่นหัวเราะเสียงดัง มองฉู่หร่านเหมือนมองคนโง่ “ไม่หรอก ไม่แย่เลยสักนิด”
“เรื่องพวกนี้สำหรับคนธรรมดาทั่วไป มันคงเป็นยากเหมือนท้าทายสวรรค์”
“แต่เธอคือฉู่หร่าน! ตระกูลฉู่เลี้ยงดูเธอมา ต้องเสียเงินและใช้เส้นสายไปตั้งเท่าไหร่? ความสามารถแต่ละอย่าง มีอันไหนบ้างที่เธอเอาออกมาเชิดหน้าชูตาได้บ้าง?”
ไม่มี!
หากเทียบกับทรัพยากรที่เหนือกว่าคนทั่วไป ไม่ว่าจะความสามารถด้านไหน ฉู่หร่านไม่มีอะไรที่โดดเด่นเลย
เธอไม่เคยได้รางวัลอะไรทั้งนั้น ไม่มีอะไรการันตีความสามารถได้เลย
“เธอไม่ต้องมองคนอื่น ลองดูฉู่จิงสิ เขาเข้าวงการด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดี แต่ไม่ว่าจะการเล่นเปียโน กีฬา หรือประวัติการศึกษา ทุกอย่างล้วนโดดเด่นหมด”
“ฉันจำได้ว่าเขาเข้าวงการไปนานมาก แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง”
“แต่เขากลับได้รับรางวัลมานับไม่ถ้วน”
“ชิ”
“แล้วเธอล่ะ? ถ้าไม่มีทรัพยากรหลายอย่างของตระกูลฉู่ และการสนับสนุนของฉู่จิง เธอจะกลายเป็นแบบไหน?”
“ทรัพยากรแบบนี้ ต่อให้เอาวางไว้ให้คนโง่สักคน ก็สามารถกลายเป็นคนประสบความสำเร็จได้”
“แต่เธอล่ะ?”
ฉู่หร่านสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมากเพราะคำพูดถากถางของซ่งเฉินจุ่น ริมฝีปากสั่นระริก แต่ก็อดจะพูดตอบโต้ไม่ได้ “ถึงอย่างนั้นก็มีดีกว่าฉู่ลั่ว หล่อนเป็นแค่ผู้หญิงบ้านนอก…”
“แค่ผู้หญิงบ้านนอก เหอะ!” ซ่งเฉินจุ่นส่ายหน้า “ผู้หญิงบ้านนอกธรรมดาที่ไหนจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ผู้หญิงบ้านนอกธรรมดาที่ไหนจะได้เป็นแขกผู้ทรงเกียรติของตระกูลซ่ง?”
“อีกอย่าง…” ซ่งเฉินจุ่นยืนตัวตรง มองลงไปยังฉู่หร่านด้วยสายตาดุดัน “เธอต่างหากล่ะคือผู้หญิงบ้านนอกคนนั้น พ่อแม่ของเธอนับเป็นอะไรได้!”
มีหน้ามาดูถูกต้นกำเนิดของเขา
ฉู่หร่านมีต้นกำเนิดที่สูงส่งอะไรไหม?
สิ่งที่ฉู่หร่านไม่ยอมรับมากที่สุด คือเธอมีพ่อแม่ที่ไร้ความสามารถคู่หนึ่ง
เธอส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ใช่ ไม่ใช่ ฉันเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่ ฉันเป็น…”
ไม่รอให้พูดจบ ซ่งเฉินจุ่นก็คว้าแขนของเธอ และออกแรงลากไปบนพื้น
“นายจะทำอะไร?” ฉู่หร่านขัดขืน!
ซ่งเฉินจุ่นลากหญิงสาวเดินออกไปข้างนอก “เธอคิดว่าฉันจะทำอะไร? สภาพอย่างเธอ คิดว่าฉันจะต่อปากต่อคำต่อไปหรือไง?”
เขาลากฉู่หร่านไปถึงประตูด้านหลัง แล้วผลักเธอออกไป ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันไว้หน้าเธอบ้างนะ ถึงไม่โยนเธอออกประตูใหญ่ด้านหน้า”
เสียงประตูเหล็กปิดดัง ‘ปัง!’
ฉู่หร่านยืนนิ่งอยู่ที่เดิม รู้สึกได้เพียงว่ารอบตัวมีสายตามากมายจับจ้องอยู่ กำลังแอบมองเธอด้วยสายตาเยาะเย้ย
เธอปิดหน้าเดินมาที่มุมหนึ่ง จากนั้นจึงกดเบอร์โทรศัพท์ “รีบมารับฉันเดี๋ยวนี้ จะพูดไร้สาระอะไรนัก ยังอยากทำงานอยู่ไหม?”
ใช้เวลาประมาณสิบนาที รถคันหนึ่งก็มาหยุดที่ประตูหลัง
ผู้ช่วยร้องเรียกสองสามคำ ฉู่หร่านถึงเดินปิดหน้าออกมาจากมุมหนึ่ง
“พี่หร่าน หน้าพี่เป็นอะไรไปน่ะ?”
ผู้ช่วยร้องด้วยความตกใจ
เพียะ!
ฉู่หร่านที่ถูกทำให้โกรธมากมาทั้งวันง้างมือตบลงไปหนึ่งฉาด เธอตบอย่างไร้ความปรานี “เธอมีสิทธิ์พูดด้วยเหรอ?”
ผู้ช่วย “…”
ฉู่หร่านขึ้นไปบนรถ ผู้ช่วยที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ตามขึ้นมาด้วย
…
รถขับออกไปแล้ว ฉู่หร่านที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังก็น้ำตาไหลเพิ่งกล้าหยิบโทรศัพท์มาดูหน้าตัวเอง
เมื่อเห็นรอยบวมแดงบนใบหน้า ความโกรธก็ยิ่งมากขึ้น
เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมา โทรไปหาเจ้าสำนักหยวนเจีย
เมื่อทางนั้นรับสาย ก็ตะโกนออกมาเหมือนคนเป็นโรคประสาท “คุณยังอยากได้ของไหม?!”
น้ำเสียงของหยวนเจียราบเรียบ “คุณหนูฉู่มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถอะ”
ฉู่หร่านเอ่ย “ฉันอยากให้คุณทำลายพิธีครั้งนี้”
“คุณหนูฉู่ นี่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน”
“ชีวิตของซ่งอวิ๋นไท่เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?”
เธอต้องการให้ซ่งอวิ๋นไท่ตาย!
ถ้าซ่งอวิ๋นไท่ตาย แผนของซ่งเฉินจุ่นก็จบแล้ว
คนตระกูลซ่งก็จะไม่ปล่อยฉู่ลั่วไป
ขอเพียงซ่งอวิ๋นไท่ตายเท่านั้น!
“เจ้าสำนักหยวนเจีย ขอแค่คุณทำให้พิธีกรรมครั้งนี้ล้มเหลวได้ ไม่ใช่แค่ของสิ่งนั้น ฉันยังมีเงินตอบแทนให้ด้วย”
หยวนเจียเอ่ยคำเดิม “มันเกี่ยวข้องกับชีวิตคน…”
“สิบล้าน”
เจ้าสำนักกล่าวต่อ “…คุณหนูฉู่ ผู้บำเพ็ญไม่สามารถทำอะไรบุ่มบ่ามได้ คุณเองก็ไม่ควรคิดฆ่าคน”
“ห้าสิบล้าน”
“คุณหนูฉู่ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องเงิน”
“คุณอย่าให้มันเกินไปนัก ห้าสิบล้านเป็นราคาที่สูงมากแล้ว!”
ฉู่หร่านกัดฟัน เธอแอบด่าความโลภของหยวนเจียในใจ “ต้องการเท่าไหร่ คุณถึงจะยอมทำ!?”
หยวนเจียเอ่ยปากอย่างจนปัญญา “คุณหนูฉู่ ปัญหาไม่ใช่เรื่องเงินจริง ๆ”
ตู้ด ตู้ด ตู้ด ตู้ด
ไม่รอให้เธอพูดจบ อีกฝ่ายก็วางสายไปแล้ว