เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 598 สร้างกระแสคู่จิ้น
บทที่ 598 สร้างกระแสคู่จิ้น
[ในอินเทอร์เน็ตมีข่าวเกี่ยวกับฮั่วเซียวหมิงน้อยมาก มีแต่ในข่าวเศรษฐกิจ]
[แม่ฉันถามว่าทำไมอ่านข่าวเศรษฐกิจแล้วน้ำลายไหล!]
[ไปค้นหามาแล้ว อ้ากกกกกกก]
[เห็นแล้ว! ผู้อำนวยการฮั่ว เทพบุตรของฉัน!]
[นับแต่นี้เป็นต้นไป ฉันสนับสนุนคู่จิ้นฮวาชูชวี่]
[ทำไมฉู่ลั่วถึงได้โชคดีขนาดนี้นะ?]
[วันนี้ก็เป็นอีกวันที่อิจฉาฉู่ลั่ว]
ฉู่หร่านได้สติกลับมา เพราะน้ำเสียงดีใจของหางเจียซิ่นกับเย่อวิ๋นชู
เธอมองทั้งสามคนที่กำลังคุยกันสนุกสนาน ก็คิดย้อนไปถึงท่าทางเย็นชาที่หางเจียซิ่นกับคนอื่น ๆ มีต่อเธอเมื่อครู่นี้
สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เธอก้าวเท้าเดินไปหาพวกฉู่ลั่ว ทันทีที่เดินเข้าไป บรรยากาศครื้นเครงก็เงียบลงแล้ว
“ลั่วลั่ว ขอโทษนะ เมื่อกี้ฉันเข้าใจเธอผิดไป แต่ว่า… เธอน่าจะใส่ใจฐานะของตัวเองสักหน่อย อย่าลืมความสัมพันธ์ของเธอกับตระกูลฮั่ว”
ฉู่ลั่วนั่งบนเก้าอี้ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยิ้มมุมปากแต่เหมือนไม่ยิ้ม “ฉันกับตระกูลฮั่วมีความสัมพันธ์อะไรกันงั้นเหรอ?”
ฉู่หร่านยิ้ม “เรื่องส่วนตัวไม่ควรเอามาพูดต่อหน้ากล้อง เพื่อตัวเธอเองนะ”
ฉู่ลั่วไม่ได้ไล่บี้อีก แต่ถามเพียงว่า “แล้วเธอล่ะ จำสถานะตัวเองได้ไหม?”
ฉู่หร่านงุนงง “หมายความว่ายังไง?”
“เธอก็หมั้นแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ฉู่หร่าน “…”
“แต่ยังสร้างกระแสคู่จิ้นกับฝางไคจี้ในรายการ นี่เหมาะสมหรือเปล่า?”
ฉู่หร่าน “…”
หางเจียซิ่นกับเย่อวิ๋นชู “…”
ทีมงานรายการ “…”
ผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีม “…”
ฉู่ลั่วคนนี้กล้าพูดเกินไปแล้ว!
ฉู่หร่านก็ชะงักไปแล้ว เล่นเอาไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรไปชั่วขณะ “นี่… นี่…”
เธอพูดได้ว่านี่คือการสร้างกระแสในวงการบันเทิง!
แต่คำพูดนี้จะกลายเป็นจุดจบอย่างเป็นทางการของกระแสคู่จิ้น จากแฟนคลับที่จิ้นฉู่หร่านกับฝางไคจี้ และหากพูดแบบนี้ ต่อไปจะมีใครกล้าสร้างกระแสคู่จิ้นด้วยอีก
กระแสของเธอจะไม่ยิ่งลดลงเหรอ?
เส้นทางรอดชีวิตที่สตูดิโอตัดสินใจให้ฉู่หร่านทำก็คือ ‘กระแสคู่จิ้น’
ทางที่ดีที่สุดคือปั่นกระแสคู่จิ้นกับฝางไคจี้!
คนอ่อนแอสองคนจิ้นกัน ถ้ามีเคมีที่เข้ากันได้ ก็จะได้รับความเห็นอกเห็นใจและความรู้สึกร่วมจากผู้ชม
แต่ตอนนี้ ฉู่ลั่วยืนยันเรื่องที่เธอมีคู่หมั้นแล้วซะเต็มปาก…
ถ้ายังสร้างกระแสคู่จิ้นต่อไป…
ในขณะที่ฉู่หร่านกำลังจนมุม คิดว่าจะตอบอย่างไรดี ก็มีเสียงดังขึ้นมาที่หน้าประตู
“พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่!?”
ฝางไคจี้พุ่งเข้ามายืนบังฉู่หร่านเอาไว้
“พวกเธออย่าให้มันเกินไปนักนะ” เขาหันมามองฉู่หร่านด้วยความห่วงใย “หร่านหร่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ไม่ต้องกลัว ฉันจะปกป้องเธอเอง”
เขายืนหยัดอย่างกล้าหาญราวกับวีรบุรุษ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม
แต่ตอนที่เขาเห็นสีหน้าของฉู่หร่าน… ก็ต้องชะงักไป
สตูดิโอทั้งสองแห่งได้วางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว หนึ่งในแผนการนั้นคือการปั่นกระแสคู่จิ้น
แต่สีหน้าแบบนี้ของฉู่หร่านคืออะไร?
แม้ว่าฉู่หร่านจะไม่ตอบสนอง แต่เขาจะไม่ไปต่อไม่ได้ “หร่านหร่าน เธอตกใจมากใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไรนะ พวกเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ”
“ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ฉันจะยืนอยู่ข้างเธอตลอดไป”
“ฉันเชื่อว่า เธอเองก็เหมือนกัน ใช่ไหม?”
พอฝางไคจี้พูดจบ ทั้งสถานที่ถ่ายทำก็เงียบลง
ฉู่ลั่วยกยิ้มให้พี่สาวตัวปลอม ในขณะที่ฉู่หร่านถอยหลังออกไปพร้อมกับใบหน้าร้อนฉ่า
“หร่านหร่าน?”
ฝางไคจี้เพิ่งสังเกตเห็นว่าสีหน้าของฉู่หร่านแปลกไป เขาจึงสังเกตสายตาของผู้คนรอบตัว
สายตาที่คนเหล่านั้นมองเขา ไม่ใช่สายตาของคนที่ชื่นชอบคู่จิ้น แต่เป็นสายตาที่ยากจะอธิบาย
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
[เดดแอร์!]
[กระอักกระอ่วนมาก!]
[ฉันอายแทนเขาไปหมดแล้ว]
[เวลาแบบนี้ฉู่หร่านจะตอบรับ หรือไม่ตอบรับกันล่ะ?]
[ก่อนหน้านี้ฉู่หร่านบอกให้ฉู่ลั่วใส่ใจกับสถานะของตัวเองไม่ใช่เหรอ? มาแนวตัวเองทำได้ แต่คนอื่นห้ามทำใช่ป้ะ?]
[ฉันก็ว่าแปลก ๆ เอาจริงป้ะ ฉันรู้มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าฉู่หร่านมีคู่หมั้น ออกสื่อด้วยกันก็บ่อย แต่ทุกครั้งเวลาที่เธอมีกระแสคู่จิ้น ฉันกลับไม่ได้รู้สึกเอือมระอาเลยเว้ย ดันตื่นเต้นมากด้วย]
[ฉันก็เหมือนกัน]
[ไม่อะ ฉันไม่เหมือนกับพวกเธอ ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าการสร้างกระแสคู่จิ้นของฉู่หร่านมันเนือยสุด ๆ แต่แฟนคลับคู่จิ้นเอาแต่พูดว่าเป็นแค่เซอร์วิสของรายการเท่านั้น จะจิ้นนิดจิ้นหน่อยไม่เห็นเป็นไร]
[แฟนคลับของฉู่หร่านก็เหมือนแฟนคลับคู่จิ้นนั่นแหละ น่าเบื่อกันหมด]
ฝางไคจี้ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขายังคงยืนหยัดที่จะทำตามแผนการที่ได้วางเอาไว้ก่อนหน้า เขายังคงวางมาดหนุ่มอ่อนโยนใจดี สร้างกระแสคู่จิ้นต่อไป
เขามองฉู่หร่านด้วยสายตาอบอุ่น พร้อมกับพูดเสียงทุ้ม “หร่านหร่าน เธอ…”
“พี่ไคจี้ พี่ยังไม่ได้เห็นที่พักใช่ไหมคะ! ให้ฉันพาพี่ไปดูที่พักดีไหมคะ”
ฉู่หร่านต้องการพาฝางไคจี้ออกไป
หางเจียซิ่นกัดฟัน ก่อนถามออกมาด้วยความเสียใจ “พี่หร่านหร่าน ไม่อยากให้พี่ไคจี้อยู่หน้ากล้องกับพวกเราเหรอครับ?”
ฉู่หร่าน “…”
เย่อวิ๋นชูก็พูดออกมาเช่นกัน “พี่หร่านหร่านไม่อยากถ่ายทำกับพวกเราเหรอคะ?”
ริมฝีปากของฉู่หร่านสั่นระริก เธออยากพูดแต่ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร