เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 149 หวังซินได้รับบาดเจ็บ
แล้วมือใหญ่มือหนึ่งที่มีพลังหยินก็ยื่นเข้ามาจากนอกหน้าต่าง หยิบก้อนแผลที่อยู่บนพื้น แล้ววิ่งหนีไป
ความหวาดกลัวเผยผ่านใบหน้าของหลิ่วหลีหมิง และเฟิงกู่เซียง
ถ้าไม่ใช่เพราะยันต์ห้าหยินหยางที่พวกเขาเพิ่งซื้อมา พวกเขาก็คงเป็นลมเพราะพลังหยินที่แล่นเข้าสู่ร่างกาย
เฝ่ยไป๋ลู่เอื้อมคว้าบางอย่างซึ่งวิ่งผ่านใต้จมูกเธอไป พร้อมยิ้มเยาะ ก่อนขจัดพลังหยินที่เหลืออยู่ด้วยการตวัดมือครั้งหนึ่ง จากนั้นเธอก็กล่าวลาครอบครัวหลิ่ว และไล่ตามมันไปทันที
ภายในบ้านพักที่ไม่เด่นสะดุดตา ณ ย่านพักคนรวย
มือเหี่ยวแห้งจับเศษแผลใบหน้ามนุษย์ขึ้นมา
หานซุ่นเซิงดูเสียใจเล็กน้อย “มันเกือบจะโตเต็มที่แล้วแท้ ๆ ช่างน่าขัดใจจริง ๆ”
เมื่อเจ้าตัวนึกถึงอาการบาดเจ็บภายในที่เขาได้รับมาติดต่อกัน ดวงตาของหานซุ่นเชิงก็เข้มขึ้น
หากกินสิ่งนี้เข้าไป มันจะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บภายในของเขาได้
รอจนกว่าจะหายเจ็บ เขาต้องไปล้างแค้นคนที่ทำให้เขาทนทุกข์ทรมานอย่างหนักให้ได้!
ดวงตาของหานซุ่นเซิงฉายแววชั่วร้าย
เขาดูดกลืนพลังจากก้อนแผลด้วยสีหน้าเจ็บปวด และทันใดนั้น ความรู้สึกถึงวิกฤตก็ผุดขึ้นมาในใจ
ก่อนที่หานซุ่นเซิงจะทันได้โต้ตอบ พลังแข็งแกร่งสายหนึ่งก็พุ่งผ่านมาจากด้านหลัง ปกคลุมศีรษะของเขาไว้
อักขระลึกลับเหล่านั้นค่อย ๆ รวมตัวกันเป็นเงาขนาดใหญ่ราวกับภูเขา ผลักหานซุ่นเซิงจนล้มลงคุกเข่าอยู่บนพื้น
ชายชรารู้สึกว่าร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยพลังที่แข็งกร้าว ประหนึ่งมีภูเขาหนักหลายพันกิโลกดลงมาทับตัว เขาจึงไม่อาจยกมือขึ้นได้
“เล่นทีเผลออย่างนั้นเหรอ?”
ดวงตาหานซุ่นเซิงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ขณะนั้นเองเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาหา
“เฝ่ย-ไป๋-ลู่!” ชายชรากัดฟันจนสีหน้าบิดเบี้ยว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่!
เฝ่ยไป๋ลู่ถามด้วยความอยากรู้ “รู้จักฉันด้วยเหรอคะ?”
อาการบาดเจ็บภายในของหานซุ่นเซิงยังไม่หายดี ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาลดลงไม่น้อย และเกือบสูญเสียการควบคุมตัวเองไป
เมื่อเห็นว่าตนเองถูกปราบได้ และไม่มีพลังที่จะสู้กลับ หานซุ่นเซิงก็ตกใจมาก “เธอซ่อนพลังมาตลอดเลยเรอะ!”
ให้ตายเถอะ! เฝ่ยไป๋ลู่เพิ่งเดินทางบนวิถีเต๋าเมื่อไม่นานไม่ใช่เหรอ?! แต่อีกฝ่ายกลับซ่อนความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเธอเอาไว้!
ไม่น่าแปลกใจที่เขาส่งคนไปมากมาย ก็ไม่มีใครสามารถกำจัดเฝ่ยไป๋ลู่ได้สำเร็จ!
“ยินดีด้วย คุณเดาถูก” เฝ่ยไป๋ลู่มองหานซุ่นเซิงด้วยรอยยิ้ม พลางคิดว่าถ้าเธอไม่ซ่อนความแข็งแกร่งของตัวเองเอาไว้ เธอจะจัดการคนพวกนี้ได้ยังไง “น่าเสียดายที่ไม่มีรางวัลให้”
“เธอจะทำร้ายฉันไม่ได้!” ที่นี่เป็นเพียงสถานที่ที่เขาพักอยู่ชั่วคราว จึงไม่มีใครอยู่ข้างกาย หากเขาต้องการขอความช่วยเหลือ ก็ไม่มีใครมาช่วยเหลือเขาได้ เมื่อเห็นเฝ่ยไป๋ลู่เดินใกล้เข้ามาทีละก้าว เหงื่อเย็นก็หยดลงมาจากหน้าผากของหานซุ่นเซิง แล้วเขาก็กล่าวอย่างดุดันว่า “สมาพันธ์มีกฎที่ห้ามผู้ฝึกยุทธ์ฆ่ากันเอง เธอจะละเมิดกฎหรือ? เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร?”
ผู้ฝึกยุทธ์ห้ามฆ่ากันเอง แล้วคิดจะโจมตีคนธรรมดาก็ได้อย่างนั้นหรือ?
หากเธอรับมือไม่ทัน หลิ่วจินคงถูกเขาฆ่าไปแล้ว!
พลังในกายของชายชราคนนี้ผิดปกติ ด้วยเลือดและพลังชั่วร้ายไม่ต่างกับปีศาจที่พร้อมจะสังเวยวิญญาณมนุษย์ และคนเช่นนี้สมควรตาย!
“ฉันไม่สนใจว่าคุณเป็นใคร” เฝ่ยไป๋ลู่มองเขาอย่างเย็นชา
พลังรูปฝ่ามือค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น เผยถึงพลังที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์
ดวงตาของหานซุ่นเซิงสั่นไหว ลางหายนะพุ่งขึ้นมาในใจ เฝ่ยไป๋ลู่กำลังจะฆ่าเขาจริง ๆ!
แต่แทนที่จะนั่งรอความตาย เขาก็ลองสู้สักตั้งแล้วกัน!
ดวงตาซึ่งจ้องเขม็งไปที่เฝ่ยไป๋ลู่ของหานซุ่นเซิงแดงก่ำ ราวกับพร้อมจะฉีกทึ้งเฝ่ยไป๋ลู่เป็นชิ้น ๆ ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ ก่อนจะขว้างกลุ่มพลังหมอกสีดำออกไปต้านทานพลังเหนือศีรษะ แต่ชายชราก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าการโจมตีของเขาถูกตราประทับหยินนั่นกลืนหายไปจนหมด และมันก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นไปอีก
‘นี่มันเป็นไปได้ยังไง… มีอาคมที่มีพลังขนาดนี้ด้วยหรือ?’
“ฉันลืมบอกคุณไป ตราประทับหยินนี่เป็นสมบัติหายากที่คุณกำลังมองหา” เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ตระกูลหานไม่ได้เอาไปแล้วเหรอ? อย่าบอกนะว่าตระกูลหาน…”
เมื่อหันหน้าไปสบดวงตาสีดำคู่นั้น หานซุ่นเซิงก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตนจะถูกเฝ่ยไป๋ลู่กับตระกูลหานหลอก!
“เพราะคุณมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหาน คุณเลยฆ่าฉันไม่ได้ อีกทั้งฉันก็เป็นคนตระกูลหานเช่นกัน ถึงฉันจะทำอะไรผิด คุณก็ควรส่งฉันให้ตระกูลหานจัดการ!”
หานซุ่นเซิงอดทนต่อความเจ็บปวด และขอความเมตตาด้วยความลำบากใจ “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันจะกลับใจแล้วกลับไปสู่ทางที่ถูก ใช้ชีวิตอย่างสงบ…”
ทว่าก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ เฝ่ยไป๋ลู่ก็แค่นเสียงเย็น และกระแทกฝ่ามือลงบนหัวใจของหานซุ่นเซิง ทำให้อวัยวะภายในของเขาแตกสลาย “ก็คุณคือหานซุ่นเซิงนี่นา*[1]…”
หากเขาไม่เอ่ยออกมา เธอก็คงคิดไม่ถึงเช่นกัน
ในเมื่อพูดแล้ว หญิงสาวก็ไม่อาจปล่อยเขาไปได้อีก
หานซุ่นเซิงกรีดร้อง “ไม่!”
……
ภายในห้องพักผ่อนของโรงละครแห่งหนึ่งในเมืองเหิงเตี้ยน หวังซินซึ่งนอนเหยียดอยู่บนเก้าอี้ จู่ ๆ ก็หน้าซีด
หญิงสาวจับหน้าอก และกระอักเลือดออกมาคำโต
“หัวหน้า พักผ่อนเสร็จแล้วเหรอ ผู้กำกับเรียกคุณ…” ผู้ช่วยกัวเอ๋อร์ได้ยินเสียง จึงผลักประตูห้องเข้ามา ทว่าวินาทีถัดมาเธอก็ตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น แล้วส่งเสียงกรีดร้องพร้อมทรุดตัวลง
เจ้าหน้าที่พลันรีบเข้าไปพร้อมกับพนักงาน แต่ก็กลัวมากจนต้องถอยหลังไปสองสามก้าว และไม่กล้าเข้าใกล้
ตอนนี้ร่างของหวังซินร่วงลงมาครึ่งหนึ่ง ทั้งตา จมูก และหู ตลอดจนใบหน้าที่ละเอียดอ่อน สวยงามของเธอล้วนอาบไปด้วยโลหิต และผิวเนียนก็กลายเป็นสีฟ้าอมม่วงราวกับพวกภูตผีชั่วร้าย ไม่รู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว
เพียงไม่นาน ข่าวเกี่ยวกับหวังซินที่ได้รับบาดเจ็บขณะถ่ายทำ และอยู่ในสภาพสาหัสจนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลปรากฏอยู่ในรายการค้นหายอดนิยมของเวยปั๋ว
จากเนื้อหาคลิปที่เผยแพร่ข่าว รถพยาบาลเข้ามารับหวังซิน ร่างของเธอถูกห่อด้วยผ้าขาวแน่นหนา และถูกหามขึ้นเปล สีหน้าของเจ้าหน้ากู้ภัยเคร่งเครียด สถานการณ์ในที่เกิดเหตุก็ดูร้ายแรงไม่น้อย
หินก้อนเดียวทำให้เกิดคลื่นนับพัน
ปัจจุบันหวังซินกำลังได้รับความนิยม แฟนคลับของเธอจึงเป็นห่วงความปลอดภัยของไอดอล และพวกเขาก็วิพากษ์วิจารณ์ทีมงานที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัย จนนักแสดงได้รับบาดเจ็บ และพากันขับไล่ทีมงานที่ไร้คุณภาพ
พร้อมทั้งแรงกดดันมากมายจากความคิดเห็นของชาวเน็ต ก็ยังมีแรงกดดันภายในของทีมงานด้วย
หวังซินเป็นนักแสดงนำ หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ย่อมถ่ายทำไม่ได้อีก และคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาก็ถูกกดดันไม่ให้เปิดเผยสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
ผู้กำกับไม่สนว่าภาพลักษณ์ของเขาจะเป็นอย่างไร เขานั่งอยู่บนพื้นและสูบบุหรี่ไปมากกว่าสิบมวนแล้ว
ผู้ช่วยผู้กำกับที่อยู่ด้านข้างเลื่อนอ่านความเห็นของชาวเน็ตในเวยปั๋ว ความคิดเห็นส่วนมากเกี่ยวกับความรับผิดชอบของทีมงาน เขาโกรธมากจนทุบโต๊ะ “เกี่ยวอะไรกับทีมงาน? พวกเราก็งงเหมือนกันนั่นแหละ!”
“หวังซินไม่ได้รับบาดเจ็บตอนถ่ายทำ ใครจะรู้ล่ะว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ?”
ในวงการบันเทิงมีคนใช้ทางลัดเพื่อส่งเสริมให้ลูกหลานกลายเป็นที่นิยม
หวังซินมีเลือดออกทั้งเจ็ดรูทวาร จะอยู่หรือตายก็ไม่แน่ชัด สภาพนั้นดูเหมือนถูกผีเด็กเล่นงานชัด ๆ!
ส่วนทีมงานทุกคนน่ะบริสุทธิ์!
แต่เหตุผลนี้ไม่อาจประกาศต่อสาธารณะได้ …โคตรน่าหงุดหงิดชะมัด!
“จะเป็นผีสิง ผีดุหรืออะไรก็ตาม เราจะยังถ่ายหนังเรื่องนี้ต่อได้หรือเปล่าก่อน?” ผู้กำกับหรี่ตามอง สีหน้าของเขาซีดเซียว
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งเดือนที่พวกเขาถ่ายทำมา ผู้ช่วยผู้กำกับก็เงียบกริบ “ไม่อย่างนั้นก็ต้องหาคนมาจัดการเรื่องนี้!” ด้วยการวางแผนที่ไม่รอบคอบ จึงนำไปสู่การสร้างปัญหามากมายแก่ทีมงาน!
ผู้กำกับถาม “หาใคร?”
[หวังซินเป็นสาวงามผู้น่าสงสาร เธอร่วมงานกับทีมงานที่พึ่งพาไม่ได้แบบนี้ได้ยังไง? ทำไมไม่ให้ไป๋ลู่มาทำนายดูล่ะ นี่เป็นเรื่องจริงจังแล้ว]
ดวงตาของผู้ช่วยผู้กำกับเป็นประกาย และเขาก็ตบต้นขาอย่างแรง “หาเฝ่ยไป๋ลู่ เร็ว!”
[1] หานซุ่นเซิง แปลว่า ชีวิตที่สงบสุข ในบริบทนี้คือการตายอย่างสงบ