เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3199 : ท่าทีของจักรพรรดิ
ตอนที่ 3199 : ท่าทีของจักรพรรดิ
ภายใต้ผลของดอกบัวแฝดที่ปนเปื้อนปราณหยานหวงก็ทำให้แผลของเฟิงสือเริ่มสมานเข้าด้วยกันด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า นางเริ่มกลับมีพลังชีวิตในพริบตาแม้ว่าก่อนหน้านี้จะอยู่ในสภาพปางตายก็ตาม
ดอกบัวแฝดระดับเทพขั้นกลางนั้นล้ำค่าอย่างมาก แม้แต่ในโลกเซียนก็ถือว่าเป็นของที่ประเมินค่าไม่ได้ นี่ยังไม่รวมถึงการที่มีปราณหยานหวงปนเปื้อนอยู่เลย มันทำให้ค่าของมันเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
แต่ตอนที่เจี้ยนเฉินใช้ของมีค่าแบบนี้กับเฟิงสือ นางกลับไม่ได้แสดงท่าทีซาบซึ้งใจออกมา ความแค้นในสายตานางทำให้นางมองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสายตาโกรธแค้นและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หากเจ้าไม่ฆ่าข้า สักวันข้าอาจจะฆ่าเจ้าก็ได้”
“ดื้อรั้นจริง ๆ ! ” เจี้ยนเฉินหมดหนทางกับเฟิงสือ ในโลกดาวทมิฬนี้มีคนแค่หยิบมือที่เขาไม่อาจจะฆ่าได้
มี 3 คนซึ่งคือรองหัวหน้าศาลาที่ 3 ในอดีต ปิงหยวน, ทารอทและโตววูจิน
นอกจาก 3 คนนี้แล้วก็ยังมีหัวหน้าศาลาที่ 10 เฟิงสือ
เขาละสายตาจากเฟิงสือที่กำลังฟื้นฟูตัวเองอยู่และมองไปที่ท้องฟ้าก่อนจะถามขึ้นมา “เจ้าพอใจกับยาระดับราชาเทพขั้นสูงรึไม่ ? ”
ตอนแรกมันไม่มีอะไรในส่วนที่เจี้ยนเฉินมองไป แต่อยู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมา
เขาใส่ชุดสีดำ เขาไม่เหมือนคนแก่ เขาดูอายุแค่ประมาณ 20 ปี เขามีคิ้วและผมที่ขาว ใบหน้าของเขาหล่อเหลาสะท้อนความเย็นชาออกมา เขาแผ่ความสูงส่งออกมาจากตัว
เขาคือจักรพรรดิดาวทมิฬ !
จักรพรรดิดาวทมิฬมองไปที่เฟิงสืออยู่ชั่วครู่ก่อนจะบอกกับเจี้ยนเฉิน “ตามที่เราคาดการณ์กันเอาไว้ ยาระดับราชาเทพขั้นสูงแต่ละเม็ดนั้นสามารถสร้างราชาเทพที่สมบูรณ์ได้ ตอนนี้ยาระดับราชาเทพขั้นสูงทั้งหมดได้ถูกใช้ไปแล้ว เผ่าของเรามีราชาเทพกว่าหมื่นคนแล้ว” จักรพรรดิดาวทมิฬพูดขึ้นต่อ “จากการสังเกตตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เรายังไม่พบผลข้างเคียง แต่เราก็ได้ราชาเทพกว่าหมื่นคนมา และฟื้นฟูความแข็งแกร่งของเราบางส่วนได้ ถึงอย่างนั้นก็ยังมีช่องโหว่ขนาดใหญ่หากคิดจะเปิดลานพิธีขึ้นมา”
“ผลก็คือเจ้าต้องหาความคิดในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเผ่าเราอีก” จักรพรรดิดาวทมิฬมองไปที่เจี้ยนเฉิน
“เตรียมเตาหลอมยาให้กับข้า มันต้องใช้เตาระดับเทพขั้นกลางเป็นอย่างน้อย” เจี้ยนเฉินพูดขึ้น
“เจ้าต้องการเตาหลอมยารึ ? ” จักรพรรดิดาวทมิฬผงะและมองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดจะปรุงยาระดับเทพขั้นสูงขึ้นด้วยตัวเอง ? ”
“ถูกต้อง ! ”
หลังจากที่ได้รับการยืนยันแล้ว จักรพรรดิดาวทมิฬก็อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
เจี้ยนเฉินเข้ามาในโลกดาวทมิฬได้ซึ่งหมายความว่าอายุเขาไม่ถึงพันปี มันน่าตกใจแล้วที่เขามีระดับการบ่มเพาะได้สูงแบบนี้ในเวลาอันสั้น
ตอนนี้เจี้ยนเฉินกลับเชี่ยวชาญเรื่องการปรุงยาอีก จักรพรรดิดาวทมิฬจะไม่ตกตะลึงได้ยังไง ?
จักรพรรดิดาวทมิฬสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อควบคุมสติและพูดขึ้น “ตลอดเวลาที่ติดต่อกับคนนอกมา เราไม่มีสูตรในการปรุงยาระดับราชาเทพ แต่เราก้ได้เรียนรู้จากพวกเขาว่าการปรุงยานี้ยากอย่างมาก ไม่ใช่แค่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในวิถีการปรุงยาที่สูง แต่ยังต้องใช้ขั้นบรรพกาล 2 คนในการช่วยปรุงยาระดับราชาเทพ “
“แต่ในโลกดาวทมิฬนั้นไม่ผ่านเงื่อนไขในการปรุงยา เจ้ามั่นใจรึว่าจะทำได้ ? “
“เจ้าจะรู้ได้ยังไงหากยังไม่ลอง ? ” เจี้ยนเฉินพูดขึ้น เขาคุ้นเคยกับขั้นตอนในการปรุงยาระดับราชาเทพแล้ว สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือไม่อาจจะหาขั้นบรรพกาลมาช่วยเขาได้
“ งั้นข้าจะกลับไปหาเตาหลอมยาให้เจ้าก่อน” จักรพรรดิดาวทมิฬได้จากไปพร้อมกับเฟิงสือ
จักรพรรดิดาวทมิฬได้บินออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับเฟิงสือเพื่อกลับไปยังเมืองหลวง
ภายใต้ผลของดอกบัวแฝด เฟิงสือก็ฟื้นฟูบาดแผลมากได้กว่าครึ่งแล้ว
“จักรพรรดิ ท่านอยู่ที่นั่นตลอดเวลาเลยรึ ? “ ตอนนั้นเฟิงสือก็ได้มองไปที่จักรพรรดิดาวทมิฬด้วยสีหน้าหม่น
จักรพรรดิดาวทมิฬถอนหายใจออกมา “เฟิงสือ ข้าจะไม่เห็นความแค้นที่เจ้ามีต่อเขาได้ยังไง ? ข้าเดาแผนของเจ้าออกทันทีที่เจ้าออกมาจากโถงศักดิ์สิทธิ์ ซี่งเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าถึงจับตาดูเจ้าตลอดเวลา”
“ตอนที่เจ้าโดนปราณกระบี่โจมตี ข้าคิดจะไปช่วยเจ้าในตอนสุดท้าย นี่ก็เพื่อให้เจ้าเข้าใจว่าความตายนั้นเป็นยังไง เพื่อให้เจ้าเข้าใจถึงความต่างระหว่างเจ้ากับเขาและยอมแพ้เรื่องการแก้แค้นไปเสีย”
“แต่เขาไม่คิดจะฆ่าเจ้า ดังนั้นข้าจึงไม่มีโอกาสที่จะช่วยเจ้า”
“เฟิงสือ ปล่อยวางได้แล้ว เขาแข็งแกร่งเกินไป เผ่าของเราไม่มีความสามารถที่จะสู้กับเขาได้ หากเจ้ายังเดินตามเส้นทางนี้ต่อไป เขาอาจจะไว้ชีวิตเจ้าสักครั้งรึสองครั้ง แต่เขาอาจจะไม่ไว้ชีวิตเจ้าในครั้งที่สามรึสี่”
“ความแข็งแกร่งของเขายังเพิ่มขึ้นอีก แม้แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะต้านทานเขได้รึไม่ หากข้าคิดจะฆ่าเจ้า ข้าก็ไม่อาจจะหยุดเขาได้”
“ข้าไม่อยากเห็นเผ่าของเราเสียผู้บ่มเพาะขอบเขตตั้งต้นไปอีกคน...”
เสียงของจักรพรรดิดาวทมิฬนั้นดูสลดและหมดหนทาง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเขาที่รู้สึกไร้สิ้นพลัง แม้ว่าจะไร้เทียมทานในโลกนี้ก็ตาม
สองวันต่อมาจักรพรรดิดาวทมิฬก็ได้กลับมายังยอดเขาที่เจี้ยนเฉินอัดแน่นปราณกระบี่ลึกซึ้งเล่มที่ 5 เขาโบกมือพร้อมกับเตาหลอมยาหลายอันที่ปรากฏขึ้นมา
เจี้ยนเฉินซึ่งนั่งอยู่บนยอดเขาค่อย ๆ มองไปที่เตาหลอมยาเหล่านั้นโดยไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจใด ๆ ออกมา
“เตาหลอมยาเหล่านี้ถูกทิ้งไว้โดยบรรพชนของเผ่าข้า ข้าได้ตรวจสอบสมบัติทั้งหมดแล้ว นี่คือเตายาที่ไม่ค่อยได้รับความเสียหายที่ข้าพบมา” จักรพรรดิดาวทมิฬพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
“เตาหลอมยาทั้งหมดได้รับความเสียหาย พวกมันมีรอยแตกไม่ก็จิตวิญญาณวัตถุสลายไป ไม่มีสักอันที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์” เจี้ยนเฉินไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาเมื่อมองไปยังเตาหลอมยาเก่า ๆ เหล่านี้
จักรพรรดิดาวทมิฬถอนหายใจออกมด้วยท่าทีหมดหนทาง “ตอนนั้นสงครามระหว่างเรากับจิตวิญญาณไม้รุนแรงอย่างมาก ใครจะไปรู้ว่าวัตถุเทพจะโดนทำลายไปเท่าไหร่ เมื่อรวมกับการกัดกร่อนของกาลเวลา วัตถุเทพทั้งหมดที่เหลือก็ได้รับความเสียหาย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหาเตาหลอมยาที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์”
“หากเป็นเตาหลอมยาต่ำกว่าระดับเทพ เราก็หาให้เจ้าได้มากเท่าที่เจ้าต้องการ แต่มันมีวัตถุเทพขั้นกลางนั้นมีแค่นี้ หากไม่เพียงพอกับความต้องการของเจ้า ข้าก็ไม่อาจจะทำอะไรได้แล้ว”
สุดท้ายเจี้ยนเฉินก็เลือกเตาที่ยังอยู่ในสภาพดีมาจากเตาหลอมยาเหล่านี้และคิดจะใช้มันในการปรุงยา
“เตานี่ทิ้งไว้โดยยอดฝีมือจากจิตวิญญาณไม้ที่ตายไปในการต่อสู้ มันอยู่มาหลายปี แต่แก่นพลังของจิตวิญญาณไม้ยังอยู่ภายในอยู่บางส่วน ใช้มันในการปรุงยาจะเหมาะกว่าการใช้เตาที่ถูกทิ้งไว้โดยบรรพชนของเผ่าดาวทมิฬ” จักรพรรดิดาวทมิฬพูดขึ้นมา