เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 166 จินตนาการของเธอช่างล้ำเลิศจริง ๆ
บทที่ 166 จินตนาการของเธอช่างล้ำเลิศจริง ๆ
ลู่จินกู้เข้าใจสิ่งที่ลู่อวี๋กู้ต้องการจะสื่อ จึงยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คิดจะดึงเสือมาเป็นธงนำหน้า*[1] จริง ๆ สินะ เธอนี่ตรงไปตรงมาดี”
ลู่อวี๋กู้ทำหน้าเหมือนยอมแลกทุกอย่าง “ฉันอยู่ในเขตพาราไดซ์ 1 มานาน ฟังเรื่องราวการจัดการของคุณหนูจินมาไม่น้อย ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้ทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้ แต่ฉันคิดว่าถ้าพูดตรง ๆ กับเธอ น่าจะมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือมากกว่า”
ลู่จินกู้มองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ น้องสาวคนนี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ ปากร้ายแต่ใจซื่อ และเมื่อพูดออกมาตรง ๆ กลับกลายเป็นตรงไปตรงมาจนน่าเอ็นดู
ส่วนเธอเองก็ไม่เคยมีความรู้สึกดี ๆ กับตระกูลลู่เลย เธอคิดเสมอว่าหากตระกูลลู่ไม่มายุ่งกับเธอ เรื่องในอดีตก็ช่างมันเสียเถอะ
แต่ลู่จัวหนาหน้ายิ่งกว่ากำแพงเมือง เจ้าของร่างเดิมถูกตระกูลลู่บีบคั้นจนตาย แต่ตอนนี้เขากลับยังคิดจะใช้ความเป็น ‘พ่อลูก’ เพื่อหาประโยชน์ให้กับตระกูลลู่
สิ่งที่ลู่จัวไม่มีวันรู้ก็คือ ลูกสาวที่เขามองว่าไร้ค่า ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยวิญญาณใหม่แล้ว เป็นคนที่ไม่เคยมีความรู้สึกใด ๆ ต่อตระกูลลู่หรือพ่อผู้เย็นชาคนนี้เลยแม้แต่น้อย
มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังลังเล นั่นคือการที่เขาจับลู่เหนี่ยนเจิ้นไว้ในมืออย่างแน่นหนาเท่านั้น
แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคของเธอที่จะทำให้ตระกูลลู่เดือดร้อน ซึ่งลู่อวี๋กู้ก็ทายถูกแล้ว เมื่อพูดออกมาตรง ๆ เธอก็เริ่มมีความคิดที่จะช่วยเหลือ
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องราวของทั้งสองยังคล้ายคลึงกันในบางจุด โดยเฉพาะความรู้สึกที่มีต่อแม่แท้ ๆ ของตัวเองที่ตรงกันเป็นอย่างมาก
เธอจึงเริ่มค้นหาความทรงจำของร่างเดิม และในที่สุดก็พบความทรงจำเกี่ยวกับแม่แท้ ๆ ของน้องสาว
มิซึโนะ ยูมิโกะ หญิงสาวผู้บอบบางและอ่อนโยน
ด้วยสถานะของเธอในฐานะคนรัก จึงไม่มีตำแหน่งสำคัญอะไรในตระกูลลู่ และด้วยนิสัยที่อ่อนโยนยิ่งกว่าร่างเดิมของลู่จินกู้ เธอจึงแทบไม่มีตัวตนอยู่ในบ้านหลังนั้น
แม้ว่าจะอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของตระกูลลู่เช่นเดียวกัน แต่ร่างเดิมของลู่จินกู้เคยเห็นเธอเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น และก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์อะไรกัน ดังนั้นในความทรงจำจึงไม่มีข้อมูลที่มีประโยชน์มากนัก
แต่เธอก็พอจะจำได้ว่าหลังจากที่ลู่อวี๋กู้ออกจากบ้านไปไม่นาน เธอก็เคยเห็นคนรับใช้ของตระกูลลู่ช่วยมิซึโนะ ยูมิโกะแพ็กของย้ายบ้าน
และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เจ้าของร่างเดิมเห็นอีกฝ่าย
จากภาพความทรงจำเหล่านี้ เธอจึงเริ่มเชื่อคำพูดของน้องสาวมากขึ้น
เธอถามว่า “รู้ไหมว่าแม่ของเธอถูกกักตัวอยู่ที่ไหน?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ลู่อวี๋กู้ก็พลันตื่นเต้น รีบพยักหน้าอยู่หลายครั้ง “ฉันแอบสืบเรื่องนี้แล้ว แม่ของฉันยังอยู่บนดาวเคราะห์หมายเลข 584 และน่าจะถูกขังอยู่ในบ้านร้างหลังเก่านั่น”
บ้านร้าง?
ลู่จินกู้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับสถานที่นั้น
เรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงอดีตของอีกตระกูล
เมื่อสิบกว่าปีก่อน ตระกูลลู่ยังเป็นเพียงชนชั้นกลางค่อนไปทางล่าง ไม่มีอำนาจมากมายและทรัพย์สินก็ไม่ได้มากอะไรนัก จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะครอบครองดาวเคราะห์ทั้งดวงด้วยตัวเอง
แท้จริงแล้ว ดาวเคราะห์ที่มีหมายเลขลำดับต่ำกว่า 1000 ส่วนใหญ่ถูกแบ่งสรรไปโดยตระกูลชนชั้นกลางถึงชนชั้นสูง
ส่วนดาวเคราะห์หมายเลข 584 ซึ่งมีลำดับค่อนไปทางกลางถึงล่างก็จัดว่าไม่เลว แต่ก็ไม่มีทรัพยากรหรือของพิเศษอะไรที่ดึงดูดสายตาของตระกูลชั้นสูง แต่สำหรับชนชั้นกลางและชนชั้นล่างที่รวมทุนกันซื้อ ก็ถือว่าเป็นที่อยู่อาศัยที่ไม่เลว
ตระกูลลู่เองก็ทำเช่นนั้น
ตอนแรก ดาวเคราะห์หมายเลข 584 นี้เป็นที่อยู่อาศัยของสองตระกูล
แต่เนื่องจากตระกูลลู่มีอำนาจน้อยกว่า ตำแหน่งที่พวกเขาได้รับจึงไม่ดีเท่าของอีกฝ่าย บ้านร้างหลังนี้จึงเคยเป็นที่อยู่อาศัยของตระกูลลู่ในตอนนั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตระกูลลู่ก็เริ่มเจริญรุ่งเรืองขึ้น ขณะที่อีกตระกูลกลับค่อย ๆ เสื่อมถอยลง สุดท้ายก็ถึงขั้นไม่มีทายาทสืบต่อ และตระกูลนั้นก็สูญสิ้นไปในที่สุด
ในขณะเดียวกัน ตระกูลลู่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตระกูลชนชั้นกลางค่อนไปทางสูง จนกระทั่งตระกูลใหญ่ที่เคยรุ่งเรืองแต่เสื่อมถอยไปแล้วหลายตระกูลได้ยื่นข้อเสนอเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลลู่ด้วยตัวเอง
ข้อเสนอเหล่านั้นรวมถึงการแบ่งปันหรือโอนกรรมสิทธิ์ดาวเคราะห์ที่มีหมายเลขลำดับสูงกว่า
แต่ผู้ควบคุมตระกูลในตอนนั้น ซึ่งก็คือปู่ของร่างเดิม กลับปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้นด้วยเหตุผลที่ว่าดาวเคราะห์หมายเลข 584 เป็นสถานที่ที่ทำให้ตระกูลลู่เจริญรุ่งเรือง มีความหมายพิเศษ อีกทั้งตระกูลได้อาศัยอยู่ที่นี่มานานจนมีความผูกพัน จึงไม่คิดที่จะย้ายไปที่อื่น
ดาวเคราะห์หมายเลข 584 จึงตกเป็นของตระกูลลู่ทั้งหมดโดยสมบูรณ์
หลังจากนั้น ตระกูลลู่ก็เลือกสร้างคฤหาสน์ใหม่ในตำแหน่งที่ดีกว่าเดิม ส่วนบ้านหลังเดิมที่ทั้งเล็กและเก่าก็ถูกทิ้งร้าง
ถึงกระนั้น ตระกูลลู่ก็ยังคงบำรุงรักษาบ้านหลังนั้นอยู่เสมอ แม้ว่าจะเก่าแก่ แต่ก็ยังอยู่ในสภาพดี หากจะใช้สำหรับการกักขังใครสักคนก็ไม่มีปัญหาอะไร
ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ถูกกักขังยังเป็นคนที่ง่ายต่อการข่มขู่ น่าจะไม่กล้าขยับตัวไปไหนหากไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ไม่ต้องออกแรงอะไรมากนัก
ลู่อวี๋กู้รู้จักนิสัยของแม่ตัวเองดี จึงอดถอนหายใจไม่ได้ “แม่ของฉันอ่อนแอเกินไป ถูกขู่แค่ไม่กี่คำก็ไม่กล้าขยับไปไหนแล้ว ฉันพยายามหาทางติดต่อกับเธอแต่ก็ไม่สำเร็จ ฉันเลยไม่กล้ายืนยันจริง ๆ ว่าแม่อยู่ในบ้านหลังเก่าหรือเปล่า…”
เมื่ออยากจะขอให้ช่วย แต่กลับไม่สามารถหาหลักฐานที่แน่นอนได้ ลู่อวี๋กู้ก็ดูเหมือนจะรู้สึกผิดและมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
ลู่จินกู้ลูบคางและยิ้มออกมาเล็กน้อย “ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะให้คนไปสำรวจดู แต่ถ้าแม่ของเธอไม่ยอมไป เธอจะทำยังไงล่ะ?”
พูดไปก็อดคิดถึงลู่เหนี่ยนเจิ้นไม่ได้ คิดแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ
ทุกครอบครัวต่างก็มีปัญหาที่พูดยาก พ่อแม่ที่มีบุคลิกโดดเด่นเกินไปก็เป็นเรื่องที่ลำบากเหมือนกัน
แต่ลู่อวี๋กู้ดูเหมือนจะมีแผนการอยู่แล้ว เธอตอบอย่างมั่นใจว่า “ฉันจะพาตัวเธอไปให้ได้ ไม่ว่าจะต้องทำยังไง จากนั้นฉันจะเป็นคนปลอบใจเอง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพอพ้นจากการถูกข่มขู่ล่อลวงแล้ว แม่ของฉันจะไม่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข”
นั่นก็เป็นวิธีหนึ่ง และเนื่องจากมันเป็นเรื่องครอบครัวของคนอื่น ลู่จินกู้ก็พยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าฉันช่วยเธอให้ไปช่วยคนออกมาได้ แล้วเธอจะตอบแทนฉันยังไงล่ะ?”
เธอรู้ดีว่าน้องสาวคนนี้ไม่ใช่คนโง่ ย่อมเข้าใจว่าการช่วยเธอทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ คงไม่สามารถชดเชยได้ด้วยแค่การบอกเล่าข่าวสารเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
นอกจากนี้ สิ่งที่ลู่จัววางแผนไว้ สำหรับเธอแล้วก็ไม่ได้ถือว่าเป็นปัญหาอะไร
เธอไม่ได้เป็นลูกสาวของลู่จัวจริง ๆ และไม่ได้กลัวการถูกข่มขู่ด้วยเรื่องสายสัมพันธ์ทางครอบครัวเลยสักนิด
ตราบใดที่ลู่จัวยังไม่กล้าทำอะไรลู่เหนี่ยนเจิ้นจริง ๆ เธอก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
แน่นอนว่าลู่อวี๋กู้เข้าใจเรื่องนี้ดี เธอจึงถามอย่างตรงไปตรงมา “แล้วพี่ต้องการให้ฉันทำอะไร?”
คำเรียก ‘พี่’ นี้ทำให้ลู่จินกู้หลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะโบกไม้โบกมือ “อย่าเรียกฉันแบบนั้นเลย มันรู้สึกแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้”
ฝ่ายน้องสาวหน้าบึ้งขึ้นมาทันที ก่อนจะกลอกตาและแก้คำพูดใหม่ “ลู่จินกู้ เธอต้องการให้ฉันทำอะไร?”
ลู่จินกู้ถอนหายใจโล่งอก น้องสาวจอมกวนแบบนี้ดูจะเข้ากันกับเธอมากกว่า
เดิมทีเธอยังไม่ได้คิดว่าจะให้ลู่อวี๋กู้ทำอะไรเป็นการตอบแทน แต่พอเห็นท่าทางของอีกฝ่าย ก็พลันเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา
“รอฉันแป๊บนะ”
พูดจบก็รีบออกไปทันทีโดยไม่รอคำตอบจากอีกฝ่าย และตรงไปที่สถานีขนส่งอย่างรวดเร็ว
เมื่อเธอกลับมาอีกครั้ง กล่องเล็ก ๆ ก็มาอยู่ในกระเป๋าเสื้อแล้ว
เธอเปิดกล่องให้ลู่อวี๋กู้ดู ข้างในมียาเม็ดเล็กขนาดเท่าถั่วเหลืองหนึ่งเม็ด
“เก็บไว้นะ หาทางให้ลู่จัวหรือไม่ก็ลู่หงต้ากินเข้าไป”
“เธอจะให้ฉันวางยาพิษฆ่าพวกเขาเหรอ?” ลู่อวี๋กู้ตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี
ไม่เสียชื่อว่าเป็นนักเขียนชื่อดัง จินตนาการของเธอช่างล้ำเลิศจริง ๆ
ท่าทางตกใจกลัวของอีกฝ่ายทำให้ลู่จินกู้หัวเราะออกมาจนต้องตบโต๊ะ และยิ่งเธอหัวเราะมากเท่าไหร่ ฝ่ายน้องสาวก็ยิ่งนิ่งไปเท่านั้น
ท่าทีของลู่จินกู้ทำให้ลู่อวี๋กู้รู้แล้วว่าตัวเองคงเดาผิด
[1] ใช้อำนาจของผู้อื่นมาบังหน้า เพื่อสร้างความน่าเกรงขามหรือเพิ่มอิทธิพลให้ตัวเอง