เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1360 เฉินชาง ชายหนุ่มทรงเสน่ห์ชาวตะวันออก!
งานประชุมครั้งที่หนึ่งร้อย
มีความหมายเป็นพิเศษ!
ดังนั้น เพื่อให้ได้เข้าร่วมงานประชุมครั้งนี้ ทุกคนต่าง
พยายามเบียดเสียดแย่งกันเข้ามาให้ได้!
เพียงเพื่อให้ได้เข้าร่วมงานประชุมในครั้งนี้!
งานประชุมจัดต่อเนื่องกว่าสี่วัน แค่ช่วงเช้าของวันแรก
ทุกคนก็รู้สึกว่ามารอบนี้คุ้มค่าแล้วจริงๆ!
รายงานพัฒนาการใหม่สามอย่าง!
เปิดฉากมาด้วย ‘วิธีจำ แนกภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่
ฉีกขาดฉบับเฉิน’ ก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้แล้ว!
อีกทั้งเฉินชางก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังเลย ใน
ระหว่างที่เมิ่งซีบรรยาย วิธีจำ แนกภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่
ฉีกขาดฉบับเฉินแบบใหม่ล่าสุดก็ซึมลึกเข้าไปในใจคน!
ระหว่างที่สะเทือนอารมณ์กันอยู่ ทุกคนก็อดตกใจกับ
อิทธิพลอันแรงกล้าของงานประชุม AATS ไม่ได้ เชิญมาได้แม้กระทั่งเฉินชาง!
การเปิดฉากอันน่าตื่นเต้นนี้สั่นคลอนจิตใจของทุกคน!
ทำให้รู้สึกว่ามาไม่เสียเที่ยวเลย!
ส่วนซาบรีน่าที่อยู่ด้านล่างมีความสุขไหมน่ะหรือ
ต้องมีความสุขแน่อยู่แล้ว
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นงานประชุมครบร้อยปี ถ้าจัดอย่าง
ยิ่งใหญ่ได้ก็เป็นเรื่องยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
แต่ว่า…
ในเวลาเดียวกันนี้ เธอกลับมีความกังวลใจมากกว่า!
เนื่องจากเปิดฉากได้ยอดเยี่ยมเกินไปแล้วจริงๆ!
ยอดเยี่ยมจนแม้แต่เธอเองก็ค่อนข้างตั้งตัวไม่ทัน
ถ้าเป็นแบบนี้จะไปจะกลายเป็นหวานต้นจืดปลายไหม
นะ
เรื่องนี้ทำให้ซาบริน่าอดกังวลไม่ได้
ยังดีที่…ผู้บรรยายอันดับสองก็ยังคงเป็นลูกศิษย์ของริ
ดลีย์ ตัวแทนจากสถาบันคาโรลินประเทศสวีเดนเช่นกัน
แต่ว่า!ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่คนคนนี้ขึ้นเวทีมาแล้วกลับถูก
บดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี!
ถึงแม้จะพูดจาคล่องแคล่ว แต่ท่าทางอึดอัดเลิกลั่กนั่น
แย่สุดๆ ไปเลย!
ห่างชั้นกับเมิ่งซีอย่างลิบลับ
การแสดงออกของผู้บรรยายรายที่สองยืนยัน
ข้อสันนิษฐานของซาบรีน่าแล้ว ยิ่งทำให้เธอกังวลมากขึ้น
ว่าการจัดการนี้ไม่ค่อยเหมาะสมหรือเปล่า
ว่ากันตามตรง เมื่อครู่ซาบรีน่าก็ชื่นชมเมิ่งซีมาก ราวกับ
ได้เห็นหยกงามชิ้นหนึ่ง
ถึงแม้จะดูเป็นรูปเป็นร่างเจิดจรัส แต่ยังต้องใช้เวลา
พัฒนาตัวอีกมาก ที่สำ คัญคือเธอเพิ่งอายุสามสิบเอ็ดเท่านั้น!
ซาบรีน่าส่ายหน้าเล็กน้อย หลังจบงานแล้วค่อยว่าเรื่องนี้
กันอีกทีเถอะ
ตอนนี้สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าคือการประชุม
ขณะที่ซาบรีน่ากำลังกังวลอยู่ สวีจื่อหมิงก็ขึ้นเวทีแล้ว!
เรื่องที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างมากปรากฏขึ้นแล้ว!ดูเหมือนสวีจื่อหมิงจะพลิกสถานการณ์กลับมาได้
การบรรยายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาทำให้ความหวัง
ของทุกคนพุ่งสูงขึ้นมาอีกครั้ง
ความเจนเวทีแบบเฉพาะตัวและความเข้าใจต่อกลุ่ม
อาการมาร์แฟนซินโดรมของสวีจื่อหมิงทำให้ทุกคนรู้สึก
เพลิดเพลินไปด้วย
ในที่สุด!
การประชุมในช่วงเช้าสิ้นสุดลงแล้ว!
ส่วนการเริ่มต้นเช่นนี้ก็ทำให้ซาบรีน่าทั้งประหลาดใจและ
ยินดีไปพร้อมกัน
ช่างเถอะ!
ปล่อยไปตามธรรมชาติแล้วกัน
มื้อกลางวันเป็นบุพเฟ่ต์ที่ทางโรงแรมจัดเตรียมให้
ซึ่งทางโรงแรมได้พิจารณาแล้วว่ามีผู้เชี่ยวชาญจากทั่วมุมโลก
มาร่วมงานจึงจัดเตรียมมื้อกลางวันที่มีความหลากหลาย
แต่ในตอนนี้ ทุกคนไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลยชื่อหนึ่งมักจะออกมาจากปากพวกเขาอยู่เรื่อยๆ นั่นก็คือ
‘เฉินชาง!’
ถูกต้อง!
รายงานพัฒนาการใหม่สองหัวข้อในช่วงเช้ากระแทก
ใจทุกคนอย่างจัง สั่นสะเทือนทั่วทั้งงาน
ทางด้านเฉินชางยังไม่ปรากฏตัวก็สร้างความฮือฮาไปทั่ว
งานได้แล้ว
ถึงจะไม่เห็นตัวคน แต่ยังคงได้ยินชื่อ!
ถ้าไม่ใช่เพราะความรู้สูงล้ำด้านนวัตกรรมนำสมัยใน
‘เดอะแลนซิต’ ก็คงไม่มีใครจดจำ เฉินชางได้อย่างชัดเจน
แต่ว่าเฉินชางได้ขึ้นปกของ ‘เดอะแลนซิต’ ทำให้ทุกคนจดจำ
ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่อายุน้อยแต่ความสามรรถสูงคนนี้ได้!
ทุกคนยิ่งตั้งตารอคอยรายงานและการบรรยายของเฉิน
ชางมากกว่าเดิม!
….
ช่วงพักกลางวัน เฉินชางพาทีมงานสิบสองคนมากินข้าว
พร้อมกันทุกคนล้อมเฉินชางไว้ตรงกลาง
หลิวฉวนมองสวีจื่อหมิง หัวเราะฮี่ๆ เอ่ยขึ้นว่า “ผู้อำนวย
การสวี ตำแหน่งที่คุณนั่ง รู้ไหมว่าเคยมีใครนั่งมาก่อน”
ทุกคนตกใจ “ใครกัน”
หลิวฉวนยิ้มกริ่ม “ยูดาส[1]ไง!”
สวีจื่อหมิงโมโห เอ็ดขึ้นมาทันที “หลิวฉวน รางวัล
จริยธรรมเข้างานครบถ้วนของนายในปีนี้ไม่เหลือแล้ว!
เวรเอ๊ย ถ้าฉันหักหลังอาจารย์เฉิน ตัวฉันสวีจื่อหมิงก็
ไม่รู้ดีรู้ชั่วเกินไปแล้ว!”
เดิมทีหลิวฉวนแค่พูดเล่นเท่านั้น ถึงอย่างไรตอนอยู่ใน
แผนก เขากับผู้อำนวยการสวีก็สนิทกันดี
แต่ว่า…
ไม่คิดเลยว่าผู้อำนวยการสวีจะถือเป็นจริงเป็นจังไปได้!
เห็นเพียงว่าหมิงฉวนยกค็อกเทลแก้วหนึ่งขึ้นมา ดีกรีไม่
สูงมาก เป็นฝ่ายชนเข้ากับแก้วตรงหน้าเฉินชาง จากนั้นก็ดื่ม
รวดเดียวหมด!“อาจารย์เฉิน ฉันสวีจื่อหมิง ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่า
จะได้มายืนบนเวทีทรงเกียรติระดับนี้ ได้ออก
ไปแสดงความคิดเห็นของตัวเอง! อย่าว่าแต่งานประชุม AATS
เลย แม้แต่งานประชุมเล็กๆ พวกนั้นก็ไม่แลฉันด้วยซ้ำ !
จริงๆ นะ!
ฉันสวีจื่อหมิงเป็นคนรู้ดีรู้ชั่ว ฉันรู้ว่าฉันมีวันนี้ได้ยังไง
นายอายุน้อยกว่าฉัน แต่คนเรามีความเชี่ยวชาญต่างด้านกัน
ไป ผู้เชี่ยวชาญย่อมเป็นครู แก้วนี้ของฉันถือว่าดื่มคารวะ
อาจารย์!
นับจากวันนี้ไป ผมสวีจื่อหมิงก็คือลูกศิษย์ของคุณ! ถ้า
ไม่มีอาจารย์เฉิน ก็ไม่มีสวีจื่อหมิงในวันนี้!”
ทุกคนได้ฟังก็ตะลึงงันไป!
เฉินชางถลึงตาใส่หลิวฉวน จากนั้นก็ยกแก้วใส่น้ำชาขึ้น
มา ดื่มรวดเดียวหมด
“พอเถอะ คนมองกันหมดแล้วนะ!”
ผู้อำนวยการสวีเองก็ตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว “พวกเขา
ไม่เข้าใจภาษาจีนสักหน่อย!”เฉินชางพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
หลิวฉวนก็รีบหยิบแก้วเหล้าขึ้นมา “ผู้อำนวยการสวี ผม
ผิดไปแล้ว ผมแค่ล้อเล่นเท่านั้น คุณให้อภัยผมด้วย!”
“อาจารย์เฉิน ผมจะดื่มเหล้าแก้วนี้ ทำแบบเดียวกับที่ผู้
อำนวยการสวีพูดไป คุณจะเป็นอาจารย์ของผมหลิวฉวนไป
ชั่วชีวิต!”
ถึงแม้จะเป็นแค่เรื่องขำขัน แต่ก็เป็นการเตือนใจทุกคน
ด้วยเช่นกัน
ถ้าหากไม่มีเฉินชาง พวกเขาเหล่านี้ก็ไม่มีโอกาสได้มาขึ้น
เวทีระดับนี้
อย่าว่าแต่ AATS เลย
สมาคมภายในประเทศพวกนั้นก็คงไม่เหลียวแลพวกเขา
ด้วยความช่วยเหลือของเฉินชาง พวกเขาได้เรียนความรู้
ที่ก้าวหน้านำสมัยที่สุด สันทัดเทคนิคใหม่ล่าสุด เข้าใจ
ความก้าวหน้าที่ล้ำยุคที่สุด ดูเหมือนจะก้าวนำอยู่ด้านหน้าคน
มากมายเสมอ
แต่ถ้าไม่มีเฉินชาง ทั้งหมดนี้ก็คงไม่ตกมาถึงพวกเขาเลย!พรสวรรค์สำ คัญมาก
แต่โอกาสสำ คัญกว่า!
พอทั้งสองเอ่ยฝากตัวกับอาจารย์จบ
เฉินชางก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนระบบ
[ติ๊ง! รับลูกศิษย์สำ เร็จ: สวีจื่อหมิง!]
[ติ๊ง! รับลูกศิษย์สำ เร็จ: หลิวฉวน!]
[ทุกครั้งที่ลูกศิษย์ประสบความสำ เร็จ จะได้รับรางวัล
อย่างแน่นอน]
หลังจากเฉินชางได้ยินเรื่องรางวัลก็อดส่ายหน้าไม่ได้
เขาเคยได้รางวัลนี้แล้ว ทุกครั้งที่หวังหย่งก้าวหน้าขึ้นห้า
ขั้น
เขาจะได้รับรางวัลค่าประสบการณ์เล็กน้อย
ถึงรางวัลจะไม่มาก แต่ก็ดีกว่าไม่ได้เลย
เฉินชางมองทุกคน อันที่จริงรู้แก่ใจดีว่าหากไม่มีพวกเขา
การวิจัยของเฉินชางก็ไม่มีทางราบรื่นขนาดนี้และไม่มีทาง
ก้าวหน้าเร็วขนาดนี้
เดิมทีทุกคนก็ทำงานเป็นทีมอยู่แล้ว พฤกษาต้นเดียว
ไม่อาจกลายเป็นผืนป่าได้เฉินชางก็ต้องพึ่งพาพวกเขาเช่นกัน
ความจริงแล้วคนกลุ่มนี้เก่งมากทุกคน จะมีคนธรรมดา
สักกี่คนที่มาถึงวันนี้ได้ แค่ขาดโอกาสเท่านั้นเลยจริงๆ
ส่วนเฉินชางก็หยิบยื่นโอกาสให้พวกเขาเท่านั้น!
คนที่มีความสามารถสูงมักจะไม่ซื่อสัตย์
พรสวรรค์ไม่มากพอก็ไม่พอใจ
ดังนั้น พอมองจากตอนนี้แล้ว หลิวฉวนและสวีจื่อหมิง
เหมาะสมตามความต้องการของเฉินชางที่สุด
แต่ว่า!
ถ้าพูดกันอย่างจริงจัง
การพัฒนาการแพทย์สุดท้ายก็จำ เป็นต้องแพร่กระจาย
ความรู้ออกไป กำลังของคนเพียงคนเดียวมีจำ กัด
เฉินชางหุบยิ้ม มองทุกคนแล้วเอ่ยว่า “ผมจะขอพูดจาก
ใจนะครับ สิทธิประโยชน์มาพร้อมกับภาระหน้าที่
ผมพาพวกคุณมาร่วมงานประชุม AATS ก็เพื่อให้
พวกคุณได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ รวมถึงสอนให้พวกคุณได้แนวคิดใหม่ๆ แต่พวกคุณต้องพึงระลึกถึงภาระที่ตัวเอง
แบกรับไว้ด้วย
พวกคุณจำ เป็นต้องปรับปรุงทักษะความรู้ที่พวกคุณ
ชำ นาญที่สุด จากนั้นก็สอนถ่ายทอดแก่ผู้คนให้มากขึ้น!”
หลังจากทุกคนได้ฟังก็พากันพยักหน้ารับ
[1] ยูดาส อิสคาริโอท เป็นหนึ่งในอัครทูตของพระเยซูผู้
กล่าวว่ามีหน้าที่ถือถุงเงินและเป็นผู้ที่กล่าวขานกันว่าทรยศต่อ
พระเยซูโดยการบอกทหารประจำ พระวิหารว่าใครคือพระเยซู
ส่งผลให้พระเยซูถูกจับไปลงทัณฑ์