เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1611 ความจริงปรากฏ!
หูตาเฉินชางฉับไว
ย่อมมองเห็นและได้ยินข้อความในสายอย่างชัดเจน!
‘ขออภัยค่ะ ไม่มีเลขหมายที่ท่านเรียก’
เฉินชางสับสนแล้ว!
นี่กัวเป่าเย่ตั้งใจหลอกว่ามีคนห่วงใยเธออยู่งั้นเหรอ
กัวเป่าเย่ถือสายพูดคุยเสียงอ่อนหวาน เฉินชางจมลงสู่ภวังค์ความคิด
แต่เสี่ยวเคอที่อยู่ด้านข้างกลับย่นจมูกใส่กัวเป่าเย่!
ไม่นานนัก ทั้งสามคนมาถึงแผนกรังสีวิทยา
ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเข้างาน มีหมอเวรคนหนึ่งกำลังงีบหลับอยู่ในห้องเวร
ปกติแล้วช่วงพักกลางวันแผนกรังสีวิทยาจะไม่ทำงาน เว้นแต่จะมีเคสตรวจเร่งด่วน แผนกของคนเขานับเป็นหนึ่งในไม่กี่แผนกของโรงพยาบาลที่เข้างานเลิกงานตรงตามเวลา
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณมาแล้ว!” พอชายคนนั้นเห็นเฉินชางมาก็รีบลุกขึ้นทันที
เขาเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม “ศาสตราจารย์เฉิน มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”
เฉินชางพยักหน้า เอ่ยกับแพทย์เวรว่า “นี่คือ…ภรรยาของผู้อำนวยการเฉียวเฉิงอัน คุณช่วยทำ MRI กะโหลกศีรษะให้ทีสิ”
แพทย์เวรตะลึงงันทันที “มีเรื่องเหรอครับ”
เฉินชางพยักหน้า “อืม…สถานการณ์ค่อนข้างพิเศษน่ะครับ”
เฉินชางวิเคราะห์เรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบรวมถึงข้อสันนิษฐานโดยละเอียดให้ฟังรอบหนึ่ง
หลังจากแพทย์เวรแผนกรังสีวิทยาได้ฟังก็ตาโตทันที “ศาสตราจารย์ คุณช่างคิดจริงๆ!
ผมขอไปตรวจดูก่อน อีกเดี๋ยวจะออกมารายงานผลกับคุณนะครับ!”
พูดจบก็เดินเข้าไปในห้องถ่ายภาพรังสี
หลังจากเฉินชางเดินออกมาจากในห้อง พยาบาลสาวเสี่ยวเคอดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย
พอเห็นเฉินชางออกมาแล้ว เสี่ยวเคอรีบเปิดฉากบ่นขึ้นมา
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณก็เห็นใช่ไหมคะ!
ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ผู้อำนวยการเฉียวเป็นคนยอดเยี่ยมขนาดนี้ แถมยังไม่ทอดทิ้งเธอด้วย เป็นเธอที่เริ่ม…เริ่มคบชู้เสียเอง!
คุยโทรศัพท์หวานเลี่ยนแบบนั้น ฉันรับไม่ได้จริงๆ ค่ะ!
แถมยังเรียกที่รักอีก...พระเจ้าช่วย! ช่างน่า…สะอิดสะเอียนเกินไปแล้วจริงๆ!”
เฉินชางฟังเสี่ยวเคอบ่น ไม่ออกความเห็น เพียงยิ้มจางๆ
ว่ากันตามจริง ทุกคนก็มีชีวิตส่วนตัวทั้งนั้น เฉินชางไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายหรือวิจารณ์
การยืนบนยอดศีลธรรมไม่ใช่เรื่องที่ตนควรทำ!
อีกอย่างตอนนี้เขากำลังสงสัยว่ากัวเป่าเย่ไม่ได้นอกใจ หรือต่อให้นอกใจจริงๆ แล้วเกี่ยวอะไรกับตนกันล่ะ
เสี่ยวเคออดถามไม่ได้ “ทำไมศาสตราจารย์เฉินถึงใส่ใจเธอขนาดนี้ล่ะคะ”
นี่คือคำถามที่เสี่ยวเคอสงสัยสุดๆ
เฉินชางปฏิบัติต่อกัวเป่าเย่อย่างค่อนข้างเป็นมิตรจริงๆ
เฉินชางมองเสี่ยวเคอ ยิ้มน้อยๆ “เสี่ยวเคอ ผมถามคุณหน่อยสิ ถ้าหมอเจอเรื่องแบบนี้ในโรงพยาบาล สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคืออะไร”
เสี่ยวเคอผงะไปเล็กน้อย “อะไรเหรอคะ”
เฉินชางหุบยิ้ม เอ่ยอย่างจริงจัง “จรรยาบรรณวิชาชีพ!”
“พวกเราเป็นหมอ ไม่จำเป็นต้องเอาตัวไปยืนบนยอดศีลธรรม แน่นอนว่าการฝ่าฝืนกฎหมายก่ออาชญากรรมก็ทำไม่ได้เหมือนกัน แต่ว่า…ในสถานการณ์ทั่วไป หลังจากพวกเราพบคนคนหนึ่ง สิ่งแรกที่ต้องทำคือสังเกตว่าเขาหรือเธอมีปัญหาหรือไม่
พวกเราสมควรวิเคราะห์และตัดสินจากมุมมองของคนเป็นหมอ ไม่ใช่นินทาชีวิตส่วนตัวของอีกฝ่ายตามจิตใต้สำนึก!”
เสี่ยวเคอเป็นสาวน้อยหัวไวมากคนหนึ่ง เธออดแลบลิ้นไม่ได้ “โอ้! ฉันเข้าใจแล้วค่ะ!”
จากนั้นเธอเบิกตากว้าง “ศาสตราจารย์เฉิน ความหมายของคุณคือ…กัวเป่าเย่คนนี้ เธอ…ป่วยเหรอคะ”
เฉินชางยิ้มอย่างลึกลับ!
…
เวลานี้ ภายในห้องทำงานแพทย์แผนกฉุกเฉินหน่วยที่หก สถานการณ์เหมือนหม้อน้ำเดือดมานาน คึกคักอย่างยิ่ง!
“วันนี้เจ้าหนุ่มเฉินชางเป็นอะไรไป เอาใจใส่พี่สะใภ้เกินไปหรือเปล่า” หม่าเยว่ฮุยมองเฉียวเฉิงอัน เอ่ยด้วยความสงสัย!
หลังพูดจบ จู่ๆ หม่าเยว่ฮุยก็นึกอะไรได้ มีสีหน้าตกใจ เขามองเฉียวเฉิงอันพลางเอ่ยปลอบ “ผู้อำนวยการเฉียว คุณอย่าคิดเหลวไหลเชียวนะ ถึงผมจะคิดว่าเจ้าหนุ่มเฉินชางเหลาะแหละ…แต่เขาไม่ทำเรื่องเหลวไหลแบบนี้หรอก!”
เดิมทีเฉียวเฉิงอันค่อนข้างโมโหกัวเป่าเย่อยู่
แต่พอได้ยินคำพูดหม่าเยว่ฮุยก็แทบหลุดขำจนหายโมโห
พูดจาเลอะเทอะ!
แต่เฉียวเฉิงอันก็น่าแปลก สรุปแล้วเฉินชางคิดอะไรอยู่กันแน่
ว่ากันตามตรง เฉียวเฉิงอันอาลัยอดีตมาก
คู่ผัวตัวเมียเคียงคู่กันมาครึ่งชีวิต เผชิญเรื่องกระทบกระทั่งน้อยใหญ่มามากมาย!
แต่ว่า…
เขาไม่เคยคิดเรื่องหย่าร้างเลย
ชีวิตก็แบบนี้
แต่ว่า เขายอมรับเรื่องที่ภรรยาคนนี้สวมเขาให้ตนไม่ได้!
ถ้าไม่ใช่เพราะลูกอยู่ระหว่างสอบเข้ามหาลัยก็คงหย่าไปนานแล้ว!
ทุกคนที่อยู่รอบข้างก็กระซิบพูดคุยเช่นกัน!
“ศาสตราจารย์เฉินใส่ใจอาซ้อมากไปหน่อยไหม เข้ามาก็วัดความดันให้เลย จากนั้นก็ส่งไปทำ MRI ศาสตราจารย์เฉินคงไม่ได้คิดว่าอาซ้อป่วยจริงๆ ใช่ไหม!”
“ชิ จะเป็นไปได้ยังไง นายคิดว่าศาสตราจารย์เฉินเป็นอะไรกันแน่ มองแวบเดียวก็ตรวจเจอโรคได้งั้นหรอ” หมอสูงวัยคนหนึ่งเอ่ยยิ้มๆ
“หรือศาสตราจารย์เฉินจะไปโน้มน้าวอาซ้อคะ” พยาบาลหยางเจี๋ยเอ่ยด้วยความสงสัย
“เป็นไปได้! ผู้อำนวยการเฉียวอย่ากังวลไปเลย ศาสตราจารย์เฉินมักจะเข้ากับผู้ป่วยหญิงได้ดี!”
“ใช่แล้ว แต่…ผมคิดว่า ศาสตราจารย์เฉินอาจจะไปช่วยพูดคุยอย่างรื่นหู แกล้งห่วงใยอาซ้อสักหน่อย พูดอะไรทำนองว่าผู้อำนวยการเฉียวยุ่งมากเหนื่อยมากก็ได้!”
เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างแสดงความเห็น อู๋ฮุยพลันเอ่ยโพล่งขึ้นมาในเวลานี้
“ผู้อำนวยการเฉียว ผมคิดว่าศาสตราจารย์เฉินอาจคิดว่าอาซ้อป่วยครับ!”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ทุกคนในห้องค่อนข้างมึนงง!
คิดว่าอาซ้อป่วยคืออะไร
เฉินชางก็เพิ่งเจอครั้งแรกไม่ใช่เหรอ!
หรือสายตาศาสตราจารย์เฉินคือเครื่อง CT สแกน มองครั้งเดียวก็สแกนอย่างสมบูรณ์ได้
แต่ในช่วงเวลานี้!
หมอแผนกรังสีวิทยาที่อยู่ในห้องถ่ายภาพรังสีวิ่งออกมาด้วยความร้อนใจ
“ศาสตราจารย์เฉิน มีปัญหาจริงๆ ครับ!”
แพทย์เวรคนนี้ตกใจจริงๆ
ติดตามศาสตราจารย์เฉินได้เปิดโลกทัศน์ขนานแท้!
เรื่องที่ศาสตราจารย์เฉินสันนิษฐานไว้ก่อนหน้านี้เป็นความจริงขึ้นมาแล้ว!
พอคิดมาถึงตรงนี้ ความนับถือและความเคารพส่วนตัวที่แพทย์เวรมีต่อเฉินชางพุ่งกระฉูดถึงขีดสุด!
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณเข้ามาดูเถอะครับ”
เฉินชางพยักหน้า เดินเข้าไปในห้อง
เฉินชางเอ่ยกับเสี่ยวเคอว่า “เสี่ยวเคอ เธอกลับไปก่อนเถอะ บอกผู้อำนวยการเฉียวว่าผลตรวจอาซ้อออกแล้ว เป็นเนื้องอกต่อมใต้สมอง
ให้เขาช่วยกลับไปเอาบัตรประกันสุขภาพที่บ้านมา
แล้วก็…พฤติกรรมของอาซ้อในตอนนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นผลจากต่อมใต้สมอง[1]”
พูดจบ เฉินชางก็รีบเดินเข้าห้องถ่ายภาพรังสี ทิ้งเสี่ยวเคอที่มีสีหน้าสับสนเอาไว้!
ป่วยจริงๆ สินะ
แต่ว่า…
ป่วยกับมีชู้มันคนละเรื่องกันนี่นา?!
พอคิดมาถึงตรงนี้ เสี่ยวเคอก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ รีบวิ่งกลับไปยังห้องทำงานแผนกฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน
ส่วนเฉินชางที่ดูผล MRI ของกัวเป่าเย่อยู่กำลังขมวดคิ้วนิดๆ!
แพทย์เวรชี้ภาพแล้วเอ่ยกับเฉินชางว่า
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณดูตรงนี้สิครับ ต่อมใต้สมองใหญ่มาก ตรงนี้มีเนื้องอกที่เห็นเด่นชัดอยู่!
แต่เนื้องอกก้อนนี้ถึงแม้จะค่อนข้างใหญ่ แต่น่าจะเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงครับ ในส่วนนี้ไม่ต้องกังวลไป!”
เฉินชางก็มองออกเหมือนกัน!
เนื้องอกต่อใต้สมองของผู้ป่วยเป็นแบบทั่วไป
พอคิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ เฉินชางก็คิดว่าบังเอิญเกินไปแล้ว…
หน้ากลมอูม หลังค่อม พุงป่อง!
รวมถึง…
มีหนวดรอบปาก ทั้งหมดนี้คืออาการของโรค!
ถ้าให้อธิบายด้วยศัพท์วิชาการก็คือ ภาวะคุชชิงซินโดรม[2]!
[1]Pituitary Gland เป็นต่อมขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่ว ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระบบการทำงานของร่างกายประกอบด้วย ฮอร์โมนควบคุมการเจริญเติบโตฮอร์โมนควบคุมการสร้างน้ำนม ฮอร์โมนควบคุมการทำงานของต่อมเพศ ต่อมไทรอยด์และต่อมหมวกโต
[2] เกิดจากร่างกายมีระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูง ซึ่งอาจเป็นเพราะใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์มากเกินไป หรือร่างกายอาจผลิตฮอร์โมนนี้ออกมามากกว่าปกติ ทำให้มีอาการ เช่น น้ำหนักเพิ่มขึ้น มีภาวะอ้วน ใบหน้ากลมผิดปกติ มีก้อนไขมันด้านหลังช่วงระหว่างไหล่ และผิวหนังหน้าท้องแตกลายเป็นสีม่วงหรือสีชมพู