แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 243 พี่หนานของข้าอยู่ขั้นกลั่นลมปราณจริง ๆ นะ
หรือว่าจะเป็นยายเฒ่าคนนั้นที่ลักพาตัวหลิงหลงไป เย่หนานขมวดคิ้วครุ่นคิด
ในสายตาของเขา เมี่ยวเฉิงเทียนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยดูน่าสงสัยที่สุด
ผู้อาวุโส เป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นกลุ่มคนที่เคยแย่งชิงสมบัติวิเศษของหลิงหลงไปก่อนหน้านี้ ดูจากการลงมือ เป้าหมายของพวกมันชัดเจนมาก นั่นคือตัวหลิงหลง
แถมยังไม่มีร่องรอยการต่อสู้เลย หากดูจากนิสัยของหลิงหลง สิ่งแรกที่นางจะทำคือระเบิดตูมตามใส่พวกมันอย่างแน่นอน เห็นได้ชัดว่าคนพวกนี้เตรียมการมาเป็นอย่างดี อวี้เซียนไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยความคิดเห็นของนางออกมา
เมื่อได้ยินการวิเคราะห์ของอวี้เซียน เย่หนานก็หรี่ตาลง เขาเกือบลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ก่อนหน้านี้หลิงหลงเคยบ่นให้ฟังว่ามีคนมาแย่งร่มของนางไป แต่ตอนนั้นเขาเพียงแค่ปลอบใจและไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
ดูเหมือนว่าคนกลุ่มนี้จะหมายตาหลิงหลงเข้าให้แล้ว
พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกมันเป็นใคร เย่หนานหันไปถามอวี้เซียน
ไม่ทราบเจ้าค่ะ เคยประมือกันมาก่อน แต่ไม่รู้ว่าเป็นตระกูลหรือขุมกำลังใด อวี้เซียนตอบด้วยความรู้สึกผิด
ข้าจะออกไปตามหา เย่หนานไม่พูดพร่ำทำเพลง บังคับเรือเหาะพุ่งออกไปทันที
อวี้เซียนรีบติดตามไปติดๆ ส่วนคนอื่นๆ เกรงว่าจะเป็นตัวถ่วง จึงได้แต่ช่วยคนของสำนักเมี่ยวอินออกตามหาในบริเวณใกล้เคียง
คนของสำนักเมี่ยวอินเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่างกระจายกำลังออกค้นหาไปทั่วบริเวณ
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ หลิงหลงน่าจะยังปลอดภัย ถึงปากจะพูดเช่นนั้น แต่แววตาของเย่หนานกลับฉายแววเย็นเยียบ
ผู้อาวุโส ท่านมีสมบัติวิเศษหรือวิชาลับใดที่สามารถระบุตำแหน่งของหลิงหลงได้โดยตรงหรือไม่เจ้าคะ อวี้เซียนเอ่ยเตือนด้วยความระมัดระวัง
ในความคิดของนาง เย่หนานที่สามารถถ่ายทอดวิชาลับระดับฟ้าถล่มดินทลายให้แก่ศิษย์ได้มากมาย ย่อมต้องมีวิธีตามหาคนได้อย่างแน่นอน
มี แต่อยู่ที่ตัวหลิงหลง หากนางตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตจริงๆ ข้าจะรู้ตำแหน่งของนางทันที เย่หนานอธิบาย
สิ่งที่เขาหมายถึงคือ หากศิษย์ของเขาตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตถึงแก่ชีวิต ระบบจะแจ้งพิกัดให้เขาทราบทันที
แต่ในกรณีอื่นๆ เขาแทบจะไม่สามารถระบุตำแหน่งของศิษย์ได้เลย
ยังมีสมบัติวิเศษอีกชิ้นที่มีลักษณะคล้ายนกหวีด ซึ่งเย่หนานสามารถรับรู้ตำแหน่งได้ แต่มีข้อแม้ว่าหลิงหลงต้องเป่ามันเสียก่อน
จากสถานการณ์ตอนนี้ หลิงหลงอาจจะรับมือได้ด้วยตัวเอง หรือไม่ก็ถูกพันธนาการจนไม่สามารถเป่านกหวีดได้
หวังว่าจะเป็นอย่างแรกนะ! เย่หนานภาวนาในใจ
ขณะนี้ เย่หนานและอวี้เซียนเปรียบเสมือนแมลงวันไร้หัวที่บินว่อนไปทั่วอย่างไร้จุดหมาย
ในขณะเดียวกัน ณ อีกสถานที่หนึ่ง กลุ่มคนกำลังจ้องมองหลิงหลงเขม็ง
อาจเป็นเพราะคิดว่าปลอดภัยแล้ว วิชาลับที่ปิดปากหลิงหลงจึงถูกคลายออก
ไอ้พวกคนเลว ไอ้หน้าโง่… ทันทีที่ปากเป็นอิสระ หลิงหลงก็สาดคำด่าใส่กลุ่มคนตระกูลฉีอย่างไม่ยั้ง
เล่นเอาคนตระกูลฉีหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ
นังหนู รีบสารภาพมา จะเปิดแหวนมิติวงนี้ได้อย่างไร ฉีเซวียนจ้องหลิงหลงด้วยความโลภ ในมือของเขากำแหวนมิติของหลิงหลงเอาไว้แน่น
ฮึ! ฝันไปเถอะ! แหวนวงนี้มีตราประทับของพี่หนานอยู่ นอกจากพี่หนานแล้ว ใครก็เปิดไม่ได้หรอก หลิงหลงเชิดปาก โกหกคำโต
โกหก! ก่อนหน้านี้เจ้าก็หยิบของวิเศษออกมาได้ไม่ใช่หรือ ฉีเซวียนถลึงตาใส่
นั่นมันเมื่อก่อน ตอนหลังพี่หนานกลัวข้าจะก่อเรื่องวุ่นวายอีก เลยลงคาถาอาคมผนึกแหวนมิติเอาไว้ เจ้าคิดว่าคนธรรมดาอย่างข้าจะเปิดมันได้งั้นหรือ สมองน้อยๆ ของหลิงหลงแล่นเร็วปรื๋อ
พี่หนานของเจ้า ได้ยินคำพูดของหลิงหลง ฉีไห่เริ่มระแวดระวังตัว
อันที่จริง พวกเขาค่อนข้างเชื่อคำพูดของหลิงหลง
เขาได้ตรวจสอบแหวนมิติวงนี้แล้ว ภายในเต็มไปด้วยค่ายกลและคาถาอาคมซับซ้อนซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ อย่าว่าแต่จะเปิดเลย ขนาดเขาที่เป็นถึงผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณสวรรค์ยังมองไม่ออก นับประสาอะไรกับคนธรรมดาอย่างหลิงหลง หากบุ่มบ่ามทำอะไรลงไป แหวนมิติอาจระเบิดใส่หน้าได้ ซึ่งทำให้เขาหัวเสียเป็นอย่างมาก
แต่นั่นก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ของที่อยู่ในแหวนมิติวงนี้ต้องล้ำค่ามหาศาล ยิ่งทำให้เขาคันไม้คันมืออยากได้มาครอบครองจนตัวสั่น
พี่หนานของเจ้าอยู่ขั้นไหน ฉีเซวียนถามคำถามสำคัญ
คนที่มีความรู้ด้านค่ายกลสูงส่ง ไม่ได้หมายความว่าจะมีระดับพลังยุทธ์สูงส่งตามไปด้วย
ขอเพียงเตรียมตัวรับมือให้ดี แม้แต่ปรมาจารย์ค่ายกลก็อาจพ่ายแพ้ให้กับพวกเขาได้ (อ่านฟรีตอนต่อไปได้ที่)
แต่หากระดับพลังยุทธ์สูงเกินไป ก็จะเป็นฝ่ายบดขยี้พวกเขาแทน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่พวกเขารับมือไม่ไหวแน่
ขั้นกลั่นลมปราณน่ะสิ หลิงหลงตอบตามความจริงโดยไม่ปิดบัง
ขั้นกลั่นลมปราณ
ได้ยินคำตอบของหลิงหลง คนตระกูลฉีต่างพากันอึ้งกิมกี่
ครู่ต่อมา ฉีไห่ถึงได้สติกลับมา นังเด็กบ้า กล้าหลอกพวกข้าเรอะ เชื่อไหมว่าข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งเดี๋ยวนี้!
ข้าจะหลอกพวกเจ้าทำไม พี่หนานของข้าอยู่ขั้นกลั่นลมปราณจริงๆ เมื่อเห็นสายตาที่จ้องมองมาราวกับฝูงหมาป่าหิวโหย หลิงหลงก็เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว
เมื่อเห็นท่าทางของหลิงหลงที่ดูเหมือนไม่ได้โกหก คนตระกูลฉีต่างหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
พวกเขาต่างคิดว่า ต่อให้เป็นเด็กปากแข็งแค่ไหน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่ดูดุร้ายน่ากลัวอย่างพวกเขา ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้สึกหวาดกลัวเลย
งั้นเจ้าสาบานสิ สาบานให้หนักๆ เลย เพื่อความแน่ใจ ฉีไห่ยังคงต้องการทดสอบหลิงหลง
คำสาบานมีผลผูกพันอย่างยิ่งต่อผู้บำเพ็ญเพียร แม้หลิงหลงจะดูเหมือนคนธรรมดา ซึ่งผลกระทบอาจจะน้อยกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีบทลงโทษ
เพียงแต่บทลงโทษนั้นจะรุนแรงและชัดเจนกว่าสำหรับผู้ที่มีพลังกล้าแกร่ง ซึ่งรวมถึงปรมาจารย์ค่ายกลระดับสูงด้วย
ได้สิ! จะให้ข้าสาบานว่าอะไรล่ะ หลิงหลงตอบรับอย่างไม่ลังเล ก็ในเมื่อนางไม่ได้โกหกนี่นา พี่หนานของนางอยู่ขั้นกลั่นลมปราณจริงๆ
ข้าเห็นเจ้าดูสนิทสนมกับคนที่ชื่อพี่หนานอะไรนั่นมาก งั้นก็เอาตัวเจ้ากับเขานั่นแหละมาเป็นเดิมพันในการสาบาน ฉีไห่กล่าวเสียงเหี้ยม
ตกลง! ถ้าข้าโกหกพวกเจ้า ขอให้ข้ากับพี่หนานตายไม่ดี ให้ฟ้าผ่าตายไปเลย! หลิงหลงเชิดหน้าขึ้น สาบานต่อฟ้าดินฉอดๆ
สิ้นเสียงคำสาบานของหลิงหลง ท้องฟ้าก็ส่งเสียงคำรามลั่น เปรี้ยงปร้างดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนจะกลับสู่ความสงบในเวลาต่อมา
เมื่อเห็นว่าคำสาบานสัมฤทธิผล กลุ่มคนตระกูลฉีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
คำสาบานต่อสวรรค์เสร็จสมบูรณ์ แสดงว่าหลิงหลงไม่ได้โกหก
นังหนู เรียกไอ้พี่หนานของเจ้ามาซะ จำไว้ ห้ามพาใครมาด้วย ให้มันมาคนเดียว เมื่อแน่ใจแล้ว ฉีไห่ก็สั่งการทันที
แค่พวกมดปลวกขั้นกลั่นลมปราณ ต่อให้มีพรสวรรค์ด้านค่ายกลสูงส่งแค่ไหน จะทำอะไรได้
พวกเจ้าก็แก้มัดให้ข้าก่อนสิ ไม่งั้นข้าจะเรียกได้ยังไง หลิงหลงทำหน้ามุ่ยใส่คนตระกูลฉี
แต่ในใจนางกำลังลิงโลด
ขอแค่เรียกพี่หนานมาได้ เจ้าพวกนี้ตายเรียบแน่นอน!
จะแก้มัดให้โง่เรอะ! บอกมาว่าจะทำยังไง พวกข้าจะทำให้ ถ้าขืนปล่อยเจ้า แล้วเจ้าปาลูกบอลระเบิดนั่นใส่พวกข้าจะทำยังไง ฉีไห่มองหลิงหลงอย่างรู้ทัน แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
เฮ้อ! ก็ได้ๆ เจ้ายัดนกหวีดที่ห้อยคอข้าเข้าปากข้าหน่อยสิ หลิงหลงจำใจต้องยอม
อันที่จริง นางคิดแผนนั้นไว้จริงๆ นั่นแหละ ถ้าหลุดไปได้เมื่อไหร่ แม่จะปาไข่ดำอัดหน้าพวกมันให้กระจุย!
แต่นางก็แค่ลองหยั่งเชิงดู ไม่นึกว่าเจ้าพวกนี้จะฉลาดไม่เบา
ฉีไห่ทำตามที่หลิงหลงบอก เขาพบนกหวีดอันหนึ่งห้อยอยู่ที่คอของนาง
ดูท่าจะเป็นสมบัติวิเศษที่ไม่เลวเหมือนกันนะ แค่ดูจากวัสดุก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดา อันนี้ข้าขอก็แล้วกัน ฉีไห่ปลดนกหวีดออกจากคอหลิงหลง แล้วเอามาพินิจพิจารณาในมือ
นี่! จะเอาก็เอาไป แต่อย่าเพิ่งเอาไปตอนนี้ได้ไหม ให้ข้าเป่ามันก่อนเถอะ เห็นสายตาโลภมากของพวกตระกูลฉีที่จ้องมองนกหวีดตาเป็นมัน หลิงหลงก็อดบ่นไม่ได้
ได้ยินเสียงหลิงหลง ฉีไห่ถึงได้สติกลับมา
เป่าซะ เรียกพี่หนานของเจ้ามา ฉีไห่จ่อนกหวีดไปที่ปากของหลิงหลง
เมื่อเห็นนกหวีดอยู่ตรงหน้า หลิงหลงก็ฉีกยิ้มกว้าง
นางงับนกหวีดไว้แน่น แล้วออกแรงเป่าสุดแรงเกิด
หวีดดดดด!
ทันใดนั้น เสียงแหลมใสราวนกกระจิบก็ดังกังวานไปทั่วสารทิศ