โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 262 อั้นหยู!
อีกเหตุผลที่ต้องรีบปฎิเสธคือ
ลึกลับและเข้าใจยาก
(ตรงนี้จีนใช้คำว่า 玄之又玄 ซวนจื่อโหย่วซวน ซึ่งเป็นสำนวน
ที่มาจากคัมภีร์เต๋าเต๋อจิง ใช้อธิบายความละเอียดอ่อนและไร้รูปร่าง
ของเต๋า และต่อมาอธิบายว่ามันลึกลับและเข้าใจยาก)
หลู่ฉางเซินต้องการหลีกเลี่ยง
ถ้าไม่มั่นใจ ก็อย่าออกไป
ต้องติดต่อผู้อื่นให้น้อยที่สุด
เมื่อทุกสิ่งกำหนดด้วยเรื่องเหตุและผลแล้ว เหตุการณ์ที่ตามมา
เราจะควบคุมไม่ได้
เขาคิดๆ ดูแล้ว
ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจาก การรับลูกศิษย์…
หลู่ฉางเซินต้องการจะกล่าวอะไรบางอย่าง…
เริ่มจากเย่ชิวไป่ ไอ้เด็กสารเลวนั่น!
คำกล่าวปฎิเสธของหลู่ฉางเซิน
มันทำให้ร่างสีดำประหลาดใจ
“เจ้าแตกต่างจากคนที่ข้าเคยพบมา นิดหน่อย…”
“อย่างไรก็ตาม เจ้ารู้หรือไม่ว่า ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไรสำหรับ
ผู้ที่ปฏิเสธเรา”
หลู่ฉางเซินยิ้มออกมา
พร้อมตามมาด้วยเสียงหัวเราะ ที่เต็มไปด้วยความสงบ
ในสายตาเขา หลังจากได้ยินคำกล่าวของร่างในชุดดำ แสงเย็น
วาบก็ผ่านดวงตาไปเช่นกัน!
“ข้าเข้าใจได้ว่า นี่เจ้ากำลังคุกคามข้า?”
ร่างในชุดดำพยักหน้า
“เจ้าก็เข้าใจได้ว่า มันคือคำเตือนที่ดี”
อาฮะ!
หลู่ชางเซิงหัวเราะเบา ๆ
เขากลัวเหตุและผลที่ตามมา
แถมกลัวปัญหาด้วย
แต่ในขณะเดียวกัน.
หลู่ฉางเซินยังเป็นปรมาจารย์ที่กินของอ่อนแต่ไม่ชอบของแข็ง
ก็เหมือนตามปกติ แม้ว่ากลุ่มเด็กเหลือขออย่าง เย่ชิวไป่ จะสร้าง
ปัญหาให้เขาเสมอ
เขาเองก็ค่อนข้างหงุดหงิดในเรื่องนี้
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่ออีกฝ่ายรังแกกันมากเกินไป
หลู่ฉางเซินก็จะโกรธมากเช่นกัน
นี่อาจเป็นข้อบกพร่องของเขา ก็เป็นได้!
“เป็นไปได้ไหมว่า ข้าไม่ยอมรับคำเตือนของเจ้า”
ร่างในชุดดำพยักหน้า
และไม่กล่าวอะไรอีก
ฝ่ามือโบกออกไป
ในพื้นที่ เต็มไปด้วยภาพมายาของกริชสีดำทันที!
บนภาพลวงตาของกริชสีดำ มีแสงจากเหล็กเย็น
แสงอันเยือกเย็น เช่น เจตนาฆ่าฟัน ล็อคเข้าที่หลู่ฉางเซินทันที!
ลมปราณน่ากลัวมาก!
หงหยินมองฉากนี้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
กริชแบบนี้ ข้าเกรงว่าแม้ในช่วงที่นางทรงพลังมากที่สุด นางก็ไม่
อาจจับมันได้
ลมปราณนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!
หลังจากนั้น มือของร่างสีดำก็วางลง
กริชสีดำก็พุ่งไปทางหลู่ฉางเซินในทันที!
พลังปราณท้วมท้น!
มีดสั้นทุกเล่มดูเหมือนจะเจาะเข้าไปในมิติอวกาศ
ในพริบตา มันก็มาอยู่ต่อหน้าหลู่ฉางเซินแล้ว!
หลู่ฉางเซินขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไอ้หนุ่มชุดดำคนนี้ไม่กล่าวพล่าม!
ลงมือโดยไม่กล่าวอะไรสักคำเนี้ยนะ
รู้สึกว่า ก็…ก็คงประมาณเดียวกับข้า
ในตอนนี้ ทุกคนต่างจับตามองหลู่ฉางเซิน
ทุกคนต่างสงสัยว่า เขาจะต้านทานกริชที่ทรงพลังนี้ได้อย่างไร!
ใช้ค่ายกล?
หรือ… พึ่งพละกำลังของตัวเอง?
ในไม่ช้า หลู่ฉางเซินให้คำตอบ
ทุกคนเห็นเขายกมือขึ้นอย่างตั้งใจ
ไร้เสียง.
ท่าทีระมัดระวัง
อย่างไรก็ตาม ทุกคนรู้สึกได้ว่า มีแสงสีขาวเล็กน้อยบนแขนของ
หลู่ฉางเซิน
แสงสีขาว ที่เต็มไปด้วยพลังงานที่แตกต่างกัน!
กงเจียงหานก็เบิกตากว้างเช่นกัน
เมื่อเห็นฉากนี้
เขารู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของวิถีเต๋า(เต๋าหยุน)ในแสงสีขาวจางๆ!
ร่างในชุดดำ ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเช่นกัน
อารมณ์เต๋า?
อารมณ์เต๋า คือวิถีแห่งเต๋า
ในความรู้ความเข้าใจของเขา มีเพียงคนไม่มากเท่านั้น ที่ได้
เข้าถึงวิถีแห่งเต๋า
ไม่น่าแปลกใจ แต่มันก็ทำให้ร่างสีดำประหลาดใจได้เล็กน้อย
เท่านั้น
ผู้ที่ข้าคิดว่าสมควรอยู่ในรายชื่อทมิฬ
การมีวิถีเต๋าเช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
แต่สิ่งที่ทำให้ชุดดำแปลกใจมากกว่าคือ
หลักการวิถีเต๋าที่อยู่ในนั้น มันซับซ้อนจนน่าแปลกใจ!
ทำให้เขาเดาไม่ได้ว่า มันคือเต๋าอะไีีร!?
จริงๆแล้วเรื่องนี้ ถ้าเดาได้ก็คงเป็นผีแล้วล่ะ!
หลู่ฉางเซินมีหลักการเต๋ามากมาย
เพียงแต่เขาไม่รู้วิธีใช้มัน
ที่ทำมาทั้งหมด เป็นไปตามสัญชาตญาณล้วนๆ!
ในตอนนี้เอง หลู่ฉางเซินชี้นิ้วของเขาเบาๆ
รัศมีสีขาวที่คลุมแขนของเขารวมตัวกันที่ปลายนิ้วของหลู่ฉาง
เซิน
ชี้เพียงนิ้วเดียวเท่านั้น
ในพริบตา รัศมีสีขาวกลายเป็นจุดสีขาวของดวงดาวนับพันดวง!
จุดสีขาวมุ่งหน้าไปยังกริชสีดำ!
การโจมตีจากทั้งสองฝ่าย ปะทะกันรุนแรงมาก!
มิติอวกาศพังทลายลงในทันที!
ความปั่นป่วนในมิติอวกาศนับไม่ถ้วน รวมตัวกันเป็นพายุมิติ
อวกาศ กวาดล้างโลก!
ทำให้ทุกคน ปลดปล่อยปราณป้องกันอีกครั้ง และต้านทานพายุ
มิติอวกาศ
แต่สัตว์ยักษ์มิติว่างเปล่า เปิดปากของมันออกมาเหมือนหุบเหว
มันสูดพายุมิติอวกาศเข้าปาก…
ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของทุกคน สัตว์ยักษ์มิติว่างเปล่าถึงกับ
สะอึก…
“ฮิค…”
แค่เสียงสะอึก ยังสั่นสะเทือนโลก
ณ ตอนนี้.
จุดสีขาวของดวงดาวนับพันที่มีวิถีเต๋ามากมาย ชนเข้ากับกริชสี
ดำที่ทะลวงอวกาศ!
ผลที่ได้ช่างน่าประหลาดใจ
จุดสีขาวนับพันดวงนั้น ทุบกริชสีดำเป็นชิ้นๆ!
หลังจากนั้น จุดสีขาวเหล่านั้น ก็พุ่งไปที่ร่างชายในชุดดำ!
สีหน้าของร่างในชุดดำไม่เปลี่ยนแปลง
ในทางกลับกัน เขาก้าวถอยหลังทันทีและแบมือออก
ด้านหลังของชายในชุดดำ มีเงาแผ่ออกมา!
เงาปกคลุมสวรรค์และโลกแห่งนี้
พื้นที่ทั้งหมดก็ถูกปกคลุมไปด้วยเงา
แสงแดดภายนอกส่องเข้ามาไม่ได้
มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือ
ร่างในชุดดำกล่าวว่า: “ข้ารู้ว่าอาณาเขตระดับนี้ ไม่สามารถ
ป้องกันประสาทสัมผัสทั้งห้าของเจ้าได้”
“แต่มันสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของข้า ข้าสงสัยว่าเจ้าจะ
ต้านทานมันได้หรือไม่?”
เพิ่มความแข็งแกร่ง?
อาณาเขต?
ได้! ไม่เป็นไร
หลู่ฉางเซินพยักหน้าอย่างจริงจังและกล่าวว่า “’งั้นข้าก็แค่เพิ่ม
แสง”
เพิ่มแสงในอาณาเขตมืดมิด?
ร่างในชุดดำหัวเราะและกล่าวว่า “เจ้าลองดูก็ได้”
อาณาเขตนี้ ถ้าไม่มีพละกำลังที่จะบดขยี้เขาให้แหลกสลาย มัน
ก็ไม่สามารถทำลายได้
หลู่ฉางเซินได้ฟังแล้วพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว ข้าจะลองดู”
หลังจากกล่าวจบ ร่างกายของหลู่ฉางเซินก็ถูกล้อมรอบด้วยรัศมี
สีขาว ที่เต็มไปด้วยวิถีเต๋าที่ผสมผสานกัน!
ทันใดนั้น หลู่ฉางเซินก็ก้าวไปข้างหน้า
รัศมีสีขาวทั่วร่างของเขาก็ระเบิดออกมาทันที!
เหมือนแสงของตะวันในคืนเดือนมืด
แสงฝ่าความมืดมิดนี้ออกมา
หลังจากแสงแรก ก็มีแสงตะวันนับพันดวง ผลิบานในอาณาเขต
มืดมิดแห่งนี้!
ภายใต้ดวงตาที่ตกตะลึงของร่างในชุดดำ
อาณาเขตมืดทั้งหมด ก็ถูกทำลาย
ร่างในชุดดำก็ถอยห่างออกไปอย่างบ้าคลั่ง!
เกิดรอยเลือดสีแดงสดปรากฏบนเสื้อคลุมสีดำ
กงเจียงหานดูฉากนี้ และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว
ความแข็งแกร่งของชายผู้นี้ ไม่อาจหยั่งรู้ได้
ไม่ว่าจะเป็นค่ายกลหรือการบ่มเพาะ!
ร่างในชุดดำก็มีสีหน้าเคร่งขรึมเช่นกัน
ชายผู้นี้กล่าวในตอนนั้นว่า: แค่เพิ่มแสง!
แค่พูดแค่นั้น
เขาก็ทำมันได้แล้ว และอย่างง่ายดายด้วย!
ร่างในชุดดำครุ่นคิดอยู่ในใจ
ดูเหมือนว่าอันดับในรายการทมิฬของเขา ข้าน่าจะคาดเดาผิด
อันดับของเขาควรอยู่ในสิบอันดับแรก
และผู้ที่อยู่ในรายการทมิฬสิบอันดับแรก
ล้วนคู่ควรแก่การถูกเชื้อเชิญโดยอั้นหยู(สนามทมิฬ)
ถ้าเขาสามารถเชิญชายผู้นี้เข้ามาได้
มูลค่าของชายผู้นี้ จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!
คนระดับนี้ ไม่ใช่ผู้ที่เขาจะเอาชนะได้อีกต่อไป
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว
ร่างในชุดดำก็ถอนลมหายใจและกล่าวว่า “หยุดแค่ตรงนี้เถอะ”
หลู่ฉางเซินยิ้ม : “หยุดต่อสู้?”
ร่างในชุดดำพยักหน้าเล็กน้อย และกล่าวอย่างจริงจัง: “ข้า
เอาชนะเจ้าไม่ได้”
“อย่างไรก็ตาม ข้ายังหวังว่าเจ้าจะเข้าร่วมอั้นหยู(สนามทมิฬ)
ได้”
“ข้าก็ยังกล่าวเหมือนเดิม ข้าแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ” หลู่ฉาง
เซินย ้าคำตอบ
ร่างในชุดดำก็ไม่แปลกใจเช่นกัน
เขาพยักหน้าและกล่าวว่า: “หลังจากนี้ จะมีพวกระดับสูงเข้ามา
เอาชนะเจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะยังคงสามารถรักษาความตั้งใจเดิมของ
เจ้าไว้ได้”
การแสดงออกของหลู่ฉางเซินเปลี่ยนไป
เชี้ย!!!!
ข้ายังคงตกเป็นเป้าหมาย
ร่างในชุดดำเหยียบศีรษะของสัตว์ยักษ์มิติว่างเปล่าอีกครั้ง
ตบที่มุมเขาอันแหลมคม
สัตว์ยักษ์มิติว่างเปล่าคำราม และเริ่มล่าถอย
ร่างในชุดดำมองลงมาที่หลู่ฉางเซินและกล่าวว่า “จำไว้ กอง
กำลังของเราเรียกว่าอั้นหยู(สนามทมิฬ)…”
หลังจากกล่าวจบ สัตว์ยักษ์มิติว่างเปล่าก็ถอยกลับไปที่หลุมดำ
ในมิติอวกาศ