โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 284 เสริมวิถีแห่งสวรรค์
ในเขตแดนวิญญาณสวรรค์
จักรวรรดิหยุนหวง ได้สถาปนารากฐานของตนในโลกนี้ อย่าง
สมบูรณ์แล้ว
ไม่เพียงเพราะการยอมจำนนของนิกายวิญญาณสวรรค์ และกอง
กำลังอื่นๆ เท่านั้น
ในตอนนี้ ความแข็งแกร่งของหงหยิง ก็กลับคืนสู่ขอบเขตครึ่ง
ก้าวมหาจักรพรรดิแล้ว!
และนางยังเป้นครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิ ที่สามารถก้าวข้ามได้อีก
ด้วย
ตราบใดที่ปราณจิตวิญญาณเพียงพอ นางสามารถทะลุผ่าน
ขอบเขตได้ตลอดเวลา
ยิ่งไปกว่านั้น หงหยิงฝึกฝนทักษะเก้าวัฏจักร นางมีประสบการณ์
การกลับชาติมาเกิดถึงเก้าครั้ง และพรสวรรค์ของแต่ละชีวิตก็ถูกทับ
ซ้อนในตัวนาง
นอกเหนือจากทักษะที่หลู่ฉางเซินมอบให้แล้ว นางยังมีหัวใจแห่ง
ขอบเขตทุรกันดานอีกด้วย
ด้วยทุกอย่างที่นางมี
มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่หงหยิงจะฟื้นความแข็งแกร่งได้อย่าง
รวดเร็วมาก!
ในปัจจุบันนี้
นอกเหนือจากการบ่มเพาะแล้ว ภารกิจของหงหยิงคือ การจัด
ระเบียบจักรวรรดิหยุนหวง และบุกพื้นที่ลับแดนต้องห้ามในเขตแดน
วิญญาณสวรรค์!
และสิ่งที่สำคัญที่สุด
นั่นคือการเชื่อมโยงเขตแดนทรุกันดานเข้ากับเขตแดน
วิญญาณสวรรค์
เพื่อให้ปราณจิตวิญญาณ ในเขตแดนทรุกันดานกลับสู่สภาวะ
ปกติ
ในพระราชวังหยุนหวง
หงหยิงสวมชุดคลุมเฟิ่งหวง(ฟีนิกซ์) อย่างหรูหรา โดยมีมงกุฎ
เฟิ่งหวงอยู่บนศีรษะ และนางนั่งอยู่บนบัลลังก์
ในตอนนี้ กลิ่นอายจักรพรรดิของนาง เปิดเผยออกมาโดยไม่
รู้ตัว
ต่อหน้านาง มหาเสนาบดียืนอยู่กับกงเจียงหาน ผู้นำนิกาย
วิญญาณสวรรค์
นางนั่งเพียงฟังรายงานของกงเจียงหาน : “ปราณจิตวิญญาณ
ในเขตแดนทุรกันดานนั้นเบาบางเกินไป ซึ่งเป็นต้นตอของความ
เสื่อมถอยของเต๋าในเขตแดน”
“ถ้าพระองค์ต้องการแก้ปัญหา แม้ว่าเราจะเชื่อมต่อกับเขตแดน
วิญญาณสวรรค์ และถ่ายโอนปราณจิตวิญญาณ มันก็จะไม่ช่วยอะไร
ได้มากนัก”
หงหยิงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “แล้วเราควรทำอย่างไร
ดี?”
มหาเสนาบดีรายงานว่า: “ฝ่าบาท ข้าได้ศึกษาประเด็นนี้เมื่อหมื่น
ปีที่ผ่านมาด้วย”
“ในที่สุด ข้าก็ได้ข้อสรุปแล้ว”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองไปที่มหาเสนาบดี
มหาเสนาบดีเหยียดนิ้วชี้ขึ้นไปบนฟ้าแล้วกล่าวด้วยน ้าเสียงทุ้ม:
“ปราณจิตวิญญาณในเขตแดนทุรกันดานนั้นเบาบางมาก ข้าคิดว่า
สาเหตุที่แท้จริงคือการล่มสลายและขาดวิถีแห่งสวรรค์”
“ถ้าเราต้องการฟื้นฟูปราณจิตวิญญาณ ไม่เพียงแต่เราต้อง
เชื่อมต่อกับเขตแดนวิญญาณสวรรค์เท่านั้น แต่เราต้องเสริมวิถีแห่ง
สวรรค์ด้วย!”
ถูกตัองแล้ว
หลังจากการต่อสู้บนเส้นทางสวรรค์
วิถีแห่งสวรรค์ในเขตแดนทุรกันดานก็พังทลายลง
นอกจากนี้เนื่องจากการล่มสลายของวิถีแห่งสวรรค์และการขาด
แคลนมรดก
มันนำไปสู่ความเสื่อมโทรมของเต๋าในเขตแดนสวรรค์โดยตรง
หลังจากยุคอันรุ่งโรจน์ของสมัยโบราณ!
ไม่มีแม้แต่มหาจักรพรรดิที่แข็งแกร่ง!
หลังจากฟังมหาเสนาบดีแล้ว
หงหยิงก็พยักหน้า
“เอาล่ะทุกคน เรามีวิธีเสริมวิถีแห่งสวรรค์ไหม?”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้นั้น
มหาเสนาบดีก็ส่ายหัว และกล่าวอย่างช่วยไม่ได้: “ข้าชราแล้ว
และไร้ความสามารถ ข้าคิดหาวิธีจัดการมันไม่ได้เลย”
กงงเจียงหานก็ส่ายหัวเช่นกัน
พวกเขาคิดหาวิธีแก้ไขในเรื่องนี้ไม่ได้เลย
วิถีแห่งสวรรค์คือเต๋าระดับสูงสุด
ในขณะเดียวกันก็ลึกลับอย่างยิ่ง และไม่มีใครเข้าใจ
ในเขตแดนมิติโลกระดับต ่านี้ ไม่มีใครสามารถควบคุมวิถีแห่ง
สวรรค์ได้
ไม่เมื่อไม่มีใครเข้าใจ แล้วจะเสริมวิถีแห่งสวรรค์ได้อย่างไร?
ทันใดนั้น
จู่ๆ ใจกลางพระราชวังหยุนหวง
ก๊ปรากฎช่องว่างมิติแตกออก!
มีร่างสองร่างเดินออกมาจากมิติช่องว่างนั้น
“หือ? เรามาถึงแล้วงั้นเหรอ?”
ทุกคนเห็นชายหนุ่มขุดขาว และหญิงสาวที่แกะสลักราวกับหยก
ออกมา
หงหยิงผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ท่านอาจารย์
เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ได้?”
มหาเสนาบดีและกงเจียงหาน ก็หันหน้าไปดูเช่นกัน
แต่ดวงตาของทั้งสองแตกต่างกันเล็กน้อย
มหาเสนาบดีมองดูหลู่ฉางเซินด้วยความเคารพในสายตา!
เหตุเพราะอีกฝ่ายคืออาจารย์ของฝ่าบาท และความแข็งแกร่ง
ของเขาก็ไม่อาจหยั่งรู้ได้!
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณหลู่ฉางเซิน ที่พวกเขาสามารถเอาชนะ
เขตแดนวิญญาณสวรรค์ และมาถึงจุดสูงสุดในปัจจุบันได้
ส่วนกงเจียงหานนั้น เอ่อ น่าจะกลัวนิดหน่อย…
คิดดูสิ มหาจักรพรรดิทั้งหมดรวมทั้งตัวเขา ไม่สามารถต้านทาน
หลู่ฉางเซินได้เลย แม้แต่น้อย!
ข้าเกรงว่า ความแข็งแกร่งของเขา น่าจะทะลุขอบเขตมหา
จักรพรรดิไปแล้ว…
มู่ว่านเอ๋อกระเด้งและวิ่งไปที่บัลลังก์
กองพลเก้าสวรรค์ที่อยู่ด้านข้างรีบเข้ามาปิดกั้นทันที
แต่หงหยิงโบกมือแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร น้องสาวว่านเอ๋อ มานั่ง
นี่สิ”
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ทุกคนในกองพลเก้าสวรรค์ต่างยิ้มแย้มทันที
มีเพียวคนจากศาลาเฉาถังเท่านั้น ที่ฝ่าบาทจะทรงใกล้ชิดมาก
หงหยิงรีบยืนขึ้น และเดินเข้าไปหาหลู่ฉางเซิน
ท่านอาจารย์ยืนอยู่ จะให้นางนั่งได้อย่างไร?
“ท่านอาจารย์ ท่านว่างแล้วใช่ไหม ถึงได้มาที่นี่?”
หลูฉางเซินไม่ได้กล่าวอะไรสักคำ มองไปรอบๆ แล้วกล่าวว่า “เฮ้
ห้องครัวอยู่ที่ไหน?”
ห้องครัว… ทำอาหารเหรอ?
กงเจียงหาน และคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง
หงหยิงมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น
ขณะที่นางกำลังจะกล่าวอะไรบางอย่าง หลู่ฉางเซินก็กล่าวอย่าง
ตรงไปตรงมา: “รีบทำซุปปลาให้ข้าหน่อย ข้าใช้พลังงานสมองไป
มากจริงๆ ในการสร้างค่ายกลเคลื่อนย้าย ข้ารู้สึกเหนื่อยมาก”
ค่ายกลเคลื่อนย้าย?
กงเจียงหานผงะและถามว่า: “ท่านผู้อาวุโส ท่านต้องการเชื่อมต่อ
ค่ายกลเคลื่อนย้าย กับเขตแดนวิญญาณสวรรค์ใช่ไหม?”
“ข้าคิดว่ามันเป็นการยากที่จะทำได้”
เขามองไปที่ใบหน้าที่งุนงงของหลู่ฉางเซิน
กงเจียงหานขมวดคิ้วและกล่าวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว: “เราต้องใช้
กำลังคน และทรัพยากรจำนวนมากในการตั้งค่าค่ายกลเคลื่อนย้าย
เขตแดนประเภทนี้ และต้องใช้เวลานานมาก แม้ว่านิกายวิญญาณ
สวรรค์ข้าจะถูกขายทิ้งทั้งนิกาย แต่ก็ไม่สามารถจ่ายค่าติดตั้งได้เลย”
“ยิ่งกว่านั้น จำเป็นต้องรู้พิกัดมิติ เพื่อส่งสัญญาณให้เกิดการส่ง
ข้อมูลแบบจุดคงที่ระหว่างขอบเขต”
แต่เมื่อมองดูหลู่ฉางเซินแล้ว ก็เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้จักพิกัดมิติ
พื้นที่
ในเมื่อไม่รู้พิกัด จะเดินทางได้งั้นหรือ?
ให้ตายเถอะ…ทำไม่ได้อย่างแน่นอน!
ในตอนนี้ หลูฉางเซินเกาหัว คิดอยู่พักหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ใช้
กำลังคนงั้นเหรอ ข้าทำด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นจึงไม่น่าจะแพงเกินไป”
“ทรัพยากรข้าก็มีหมดแล้ว ส่วนเวลานั้น อือ ยาวนานมากจริงๆ
มันใช้เวลาตั้งสองวันเต็มๆ!”
สองอะไร…
สองวันอะไร? ?
ค่ายกลเคลื่อนย้ายเนี้ยนะ!
แม้ว่าปรมาจารย์ค่ายกลทั้งหมดในเขตแดนวิญญาณทั้งหมด จะ
มารวมตัวกันเพื่อจัดเรียงค่ายกลร่วมกัน
ในกรณีที่ไม่นับเรื่องทรัพยากร สามปียังไม่ทันเลยด้วยซ ้า!
ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นค่ายกลเคลื่อนย้ายแบบระยะสั้น ที่ไม่ต้อง
ใช้พิกัดมิติ!
ส่วนค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกลนั้น ในความเข้าใจของกงเจียง
หาน
คงมีเพียงเขตแดนที่ไร้ขอบเขตเท่านั้นละมั๊งที่มี!
หงหยิงยิ้มและกล่าวว่า: “อย่าคิดมาก ระดับการฝึกฝนของท่าน
อาจารย์นั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้”
“เอ่อ….ได้ ได้” กงเจียงหานเหม่อลอยเล็กน้อยก่อนตอบ
หลังจากนั้น หลู่ฉางเซินก็ตระโกนอย่างไม่อดทน: “เร็วเข้า ซุป
ปลา ข้าต้องการซุปปลา!”
มหาเสนาบดียิ้มแล้วกล่าวว่า: “ท่านผู้อาวุโส โปรดรอสักครู่ ข้า
จะขอให้ในครัวทำให้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หงหยิงก็ยิ้มและกล่าวว่า “ข้าจะทำมันเอง”
เอ๋……
“ฝ่าบาททำเองงั้นเหรอ?”
“แน่นอน ตอนที่ข้าอยู่ที่ศาลาเฉาถัง ข้ามีหน้าที่ทำซุป”
ภายใต้การจ้องมองอย่างตกตะลึงของทุกคน หงหยิงหยิบผ้ากัน
เปื้อนออกมาจากแหวน แล้วเดินไปที่ด้านนอกของห้องโถง
แม้ผู้ฝึกตนจะไม่กลัวคราบน ้ามันหรืออะไรก็ตาม
แต่ตามคำกล่าวของหลู่ฉางเซิน
ถ้าเจ้าทำอาหารโดยไม่มีผ้ากันเปื้อน เจ้าจะดูเหมือนคน
ทำอาหารได้อย่างไร?
ไม่เวลานาน ซุปปลาก็มาเสิร์ฟ
หลู่ฉางเซินนั่งบนบัลลังก์และดื่มอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นแตะท้อง
ของเขาแล้วกล่าวว่า “พอแล้ว เพียงพอแล้ว ข้าดื่มเสร็จแล้ว และข้า
จะกลับไปหลับซักงีบ”
หงหยิงยิ้มแล้วกล่าวว่า: “ท่านอาจารย์ อย่าเพิ่งรีบไป เรามีปัญหา
ที่ต้องการให้ท่านช่วยแก้ไข”
หลู่ฉางเซิน: “…”
ดูเหมือนซุปปลานี้ จะไม่ช่วยอะไรข้าแน่เลย…