โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 292 ศิลาดวงดาว
งานประมูลยังคงดำเนินต่อไป
ในช่วงเวลานี้ สินค้าประมูลที่ปรากฏออกมา ทำให้ฝูงชนตื่นเต้น
หอการค้าเสินหยิงนั้น สมกับเป็นหอการค้าอันดับหนึ่งในแขต
แดนไร้พรมแดน
งานประมูลที่จัดขึ้นนั้น ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายโดยธรรมชาติ
ต่อมา สินค้าประมูลชิ้นถัดไป ดึงดูดความสนใจของซือเฉิง!
บนเวทีประมูล
แท่นเสาค่อยๆ สูงขึ้น โดยมีหินขนาดเท่ากำปั้นวางไว้
หินมีรูปร่างเป็นทรงกลม ไม่มีส่วนที่ยื่นออกมาหรือสึกหรอใดๆ
เลย!
หินดูเรียบเนียนมาก
อย่างไรก็ตาม ซือเฉิงรู้สึกถึงออร่าที่คุ้นเคยอย่างมาก บนหินทรง
กลมที่ดูธรรมดานั้น!
ออร่านี้คือปราณแห่งดวงดาว!
ในตอนนี้เอง ตงเสี่ยวฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม: “สินค้าชิ้นนี้ เป็น
สมบัติล ้าค่าสำหรับผู้ที่ใช้ประโยชน์มันได้ แต่สำหรับผู้ที่ไร้ประโยชน์
สิ่งของนี้ธรรมดามาก มันเป็นเพียงแค่เศษหินเท่านั้น”
“ทุกท่านควรจะสัมผัสได้ว่า ภายในหินนี้เต็มไปด้วยปราณแห่ง
ดวงดาว!”
“ปราณแห่งดวงดาวเป็นสิ่งที่พิเศษอย่างยิ่งในหมู่ผู้ฝึกตน ตอนนี้
วิธีการฝึกฝนปราณแห่งดวงดาวได้สูญหายไปแล้ว”
“นั่นคือเหตุผลที่เราวางหินก้อนนี้ไว้ตรงกลาง ไม่ใช่ชุดแรงหรือ
ชุดท้ายๆ”
ทุกคนพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากได้ยินสิ่งนี้
หลายๆ คนต่างเข้าใจเป็นอย่างดี
แท้จริงแล้ว ปราณแห่งดวงดาวถูกบันทึกไว้ในหนังสือโบราณ
ยิ่งผู้ที่มีอิทธิพลมากก็ยิ่งรู้ในเรื่องนี้มากกว่าผู้อื่น
แต่ไม่ว่าอย่างไร ทักษะบ่มเพาะแราณแห่งดวงดาวได้สูญหายไป
นานแล้ว
ดังนั้นจึงไม่มีอะไรผิดกับสิ่งที่ตงเสี่ยวฉินกล่าว
หินนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้ฝึกตนที่ครอบครองปราณแห่ง
ดวงดาวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ไม่ได้บ่มเพาะปราณแห่งดวงดาว มันก็
เป็นเพียงหินก้อนหนึ่ง
ตงเสี่ยวฉินมองดูสีหน้าไม่สนใจของทุกคนและไม่ผิดหวัง
ท้ายที่สุด นี่เป็นเรื่องปกติ
ในเขตแดนไร้พรมแดน อาจไม่มีผู้ใดที่สามารถบ่มเพาะปราณ
แห่งดวงดาวได้!
“เอาล่ะ มาเริ่มงานประมูลศิลาดวงดาว กันดีกว่า ราคาเริ่มต้นอยู่
ที่ ห้าหมื่นหยวนจิง”
ห้าหมื่นหยวนชิง ซึ่งถือเป็นสินค้า ประมูลที่มีราคาต ่าที่สุดในงาน
ประมูลเสินหยิงแล้ว
และคาดได้ว่าคงไม่ค่อยมีผู้ใดร่วมประมูล
เว้นแต่จะมีหยวนจินมากมายจนไม่มีอะไรทำ
แน่นอนว่า มักจะมีกองกำลังบางส่วนที่สนใจสิ่งเหล่านี้
“ห้าหมื่นหยวนจิง”
มันคือสำนักเซ่าฮัว(สรรค์สร้าง)
นิกายฉือเหยียน(เปลวเพลิงแดง) เยาะเย้ยและกล่าวว่า: “เหตุใด
จึงมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถบ่มเพาะปราณแห่งดวงดาวในสำนักเซ่าฮัว
ได้”
น ้าเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เห็นได้ชัดว่า เขายังคงโกรธเรื่องโอสถในการประมูลรอบแรก
ผู้อาวุโสสำนักหัวเราะเบาๆ และตอบอย่างไม่เร่งรีบ: “มันก็แค่ไม่
แพงอยู่ ถ้าเจ้าซื้อมันมาเพื่อศึกษา เจ้าอาจจะสามารถคิดหาวิธีบ่ม
เพาะปราณแห่งดวงดาวได้ ใครจะรู้?”
นางฟ้าแห่งนิกายหานหลิงกล่าวว่า: “หากวิธีการบ่มเพาะปราณ
แห่งดวงดาวสามารถเข้าใจได้ง่ายเช่นนี้ คงมีผู้คนฝึกฝนได้มาเป็น
แสนปีแล้ว!?”
ในห้องพิเศษม่วงทองบนชั้นสาม
เย่ชิวไป่มองดูสีหน้าของซือเฉิงง ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ศิษย์
น้อง สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์กับเจ้าหรือไม่?”
ซือเฉิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น: “ปราณดวงดาวที่มีอยู่ในนั้น
เพียงพอสำหรับข้าที่จะบ่มเพาะโดยไม่ต้องเข้าสู่ค ่าคืนที่มืดมิด ข้า
สามารถฝึกฝนได้ตลอดเวลา”
กล่าวคือ.
ตราบใดที่ซือเฉิงมีศิลาดวงดาวนี้ เขาก็สามารถบ่มเพาะได้ใน
ระหว่างวัน!
ในเวลาเดียวกันเขายังสามารถใช้ปราณแห่งดวงดาวทำสิ่งต่างๆ
ได้มากมาย
เย่าชิวไป่ครุ่นคิด ถ้าเป็นเช่นนี้ก็……
เย่ชิวไป่ปลอมเสียงของเขาเล็กน้อย และกล่าวว่า “หกหมื่นหยวน
จิง”
เมื่อได้ยินเสียง ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้น และมองไปที่ห้องพิเศษม่วง
ทอง
นี่เป็นครั้งแรก ที่ได้ยินเสียงมาจากห้องพิเศษม่วงทอง!
สำนักเซ่าฮัวยังเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและมองไปยังชั้นสาม
หลังจากนั้น เขาประสานหมัดแน่น และกล่าวว่า: “เนื่องจากผู้
อาวุโสบนชั้นสามต้องการหินก้อนนี้ พวกเราสำนักเซ่าฮัวจะถอยให้
ท่าน”
ชัดเจนแล้ว
สำนักเซ่าฮัวคิดว่าคนในห้องพิเศษม่วงทอง เป็นมหาอำนาจชั้น
ยอด!
ดังนั้น จึงเขาให้ความเคารพอย่างสูง
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่มีตราคำสั่งม่วงทอง ย่อมไม่ใช่ตัวตนธรรมดา
คนประเภทนี้ไม่สามารถเป็นศัตรูได้
ไม่เช่นนั้นอสจจะนำหายนะมาสู่สำนักเซ่าฮัว!
ตราคำสั่งม่วงทองง หอการค้าเสินหยินได้ออกมาเพียงสามชิ้นใน
รอบหมื่นปีที่ผ่านมา! (หอการค้ายังไม่บอกตัวตนของเย่ชิวไป่ให้แก่
พวกเขา)
เย่ชิวไป่ก็แกล้งทำเป็นกล่าวว่า: “ขอบคุณมาก”
ผู้อาวุโสจากสำนักเซ่าฮัวรู้สึกยินดี ประสานกำปั้นขึ้นแล้วตอบว่า
“ข้าสงสัยว่าข้าจะเชิญผู้อาวุโสไปที่สำนักเซ่าฮัวเป็นแขกได้หรือไม่?”
การแสดงออกของชายผู้มีอำนาจจากนิกายฉือเหยียนเปลี่ยนไป
หากผู้คนจากสำนักเซ่าฮัวและผู้แข็งแกร่งที่มีตราคำสั่งม่วงทอง
มีความสัมพันธ์กันจริงๆ มันจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพวกเขา!
พวกเขากำลังรอฟังเสียงตอบรับ
ในที่สุด นิกายฉือเหยียนแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ กับคำตอบที่
ออกมาจากห้องพิเศษม่วงทองได้
“ไม่จำเป็น.”
ผู้อาวุโสสำนักเซ่าฮัวถอนหายใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดมาก
เกี่ยวกับเรื่องนี้
ท้ายที่สุดแล้ว มันคงจะบ้ามาก ถ้าคิดว่าชายผู้แข็งแกร่งในระดับ
นี้ ามารถสร้างความสัมพันธ์ได้อย่างง่ายดาย
ตงเสี่ยวฉินก็ไม่แปลกใจเช่นกัน
หินก้อนนี้ต้องถูกครอบครองโดยผู้ฝึกฝนปราณแห่งดวงดาว
เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม
สิ่งนี้ึืคือการกระทำโดยเจตนาของหอการค้าเสินหยิงเช่นกัน
หากเป็นวันทั่วไป ฟอการค้าเสินหยิงจะไม่ประมูลหินนี้ แต่จะเก็บ
มันไว้ในสินค้าคงคลังของตัวเองแทน
ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าบอกว่าของแบบนี้มีประโยชน์ มันก็มีประโยชน์
ถ้าบอกว่าเปล่าประโยชน์ มันก็ไร้ประโยชน์จริงๆ
มันไม่สามารถขายได้ในราคาที่สูง
ได้แต่เก็บไว้ใช้เองในภายหลังเท่านั้น
แต่ว่า นับตั้งแต่เห็นซือเฉิง
ตงเสี่ยวฉินก็เปลี่ยนใจ
นางจึงนำศิลาดวงดาวนี้มาประมูล
เจ้าอาจถามว่าทำไมไม่ให้เขาโดยตรงล่ะ?
บางครั้ง หากเจ้าพยายามมากเกินไปที่จะเอาใจอีกฝ่าย
อีกฝ่ายอาจจะรู้สึกต่อต้านแทนก็ได้
นี่คือเหตุผลที่ตงเสี่ยวฉินนำหินนี้มาประมูล
นางคิดว่า คงมีเพียงซือเฉิงเท่านั้นที่จะประมูลมันไป
หลังจากที่ค้อนไม้อันเล็กเคาะลงสามครั้ง
ตงเสี่ยวฉินยิ้มและกล่าวว่า: “ราคาเป็นอันสิ้นสุด ศิลาดวงดาวนี้
จะเป็นของแขกผู้มีเกียรติในห้องพิเศษม่วงทอง”
หลังจากนั้น งานประมูลดำเนินไปอย่างช้าๆ
ท่ามกลางฝูงชน ถึงแม้ว่าไฟจะลุกโชนเต็มที่ก็ตาม
แต่บนชั้นสอง รวมเย่ชิวไป่ทั้งสามคน
พวกเขาทั้งหมดไม่สนใจสินค้าประมูลหลังจากนี้เลย
พวกเขากำลังรอสองชิ้นสุดท้ายอยู่!
ชิ้นแรกแรก มรดกของผู้แข็งแกร่งในขอบเขตรวบรวมเต๋า!
ชิ้นที่สองคือสมบัติศักดิ์สิทธิ์
ในที่สุด
ครึ่งวันก็ผ่านไป
ตงเสี่ยวฉินยิ้มและกล่าวว่า: “ข้าเดาว่าทุกท่านคงมางานประมูล
เสิงหยิงของเราก็เพื่อสองสิ่งนี้”
“ตอนนี้ สิ่งที่เราจะประมูลคือมรดกของขอบเขตรวบรวมเต๋าอัน
ทรงพลังที่ควรถูกวางไว้ในชุดแรก!”
หลังนางจากกล่าวสิ่งนี้ เสาก็โพล่ขึ้นมา
บนเสานั้น
มีม้วนหนังแกะสีเหลืองวางอยู่เงียบๆ บนเสา
ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ บนนั้น
แต่มันกลับดึงดูดความสนใจของทุกคน
เพราะบนเสานั้น มรดกของผู้แข็งแกร่งในขอบเขตรวบรวมเต๋า
ถูกบันทึกไว้!
ขอบเขตรวบรวมเต๋า!
แม้แต่ในเขตแดนไร้พรมแดนก็มีไม่มาก!
ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตรวบรวมเต๋าได้นั้น เป็น
มหาอำนาจชั้นนำในเขตแดนนี้ แม้จะอยู่ในเขตแดนมิติโลกระดับต ่า
ทั้งหมดก็ตาม!
ตงเสี่ยวฉินยิ้มและโบกค้อนไม้เล็กๆ ในมือของนาง แล้วกล่าวว่า:
“ต่อไป เป็นการประมูลมรดกของขอบเขตรวบรวมเต๋า!”