โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 326 จักรพรรดิดาบดาวตก!
เมื่อมู่ฟู่เฉิงได้ยินคำถามนี้ เขาก็กลอกตาแล้วกล่าวว่า “ข้ามาเพื่อเตือนเจ้าเท่านั้น”
“เตือนเรื่องอะไร?” เย่ชิวไป่จิบสุราร้อนแล้วคิดกับตัวเองว่า แม้ว่าสุรานี้จะไม่ดีเท่ากับสุราขาวที่อาจารย์ของเขาบ่ม แต่มันก็ยังค่อนข้างกลมกล่อมและเขาสามารถนำมันติดตัวไปได้สองสามขวด
เมื่อถึงเวลา เขาต้องบังคับให้มู่ฟู่เฉิงเอามาให้เขาให้ได้
เมื่อมู่ฟู่เฉิงมองไปยังทิศทางของคุนหลุนเทียนฉือ หลังจากนั้นสักพัก เขาก็กล่าวว่า: “เจ้าคิดว่าคุนหลุนเทียนฉือ เกิดขึ้นได้อย่างไร?”
เย่ชิวไป่มองมู่ฟูเฉิงอย่างสงสัย และถามว่า “มันเป็นแหล่งปราณจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ไม่ใช่หรือ?”
หลังจากได้ยิน มู่ฟู่เฉิงก็ส่ายศรีษะ
“แล้วปราณจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์นี้มาจากไหน?”
“ยิ่งกว่านั้น หากมีแค่นี้ มันจะปรับปรุงพรสวรรค์ของเราได้อย่างไร?”
ใช่แล้ว!
หากเป็นเพียงแหล่งปราณจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์อย่างเดียว
หลังจากถูกดูดซับ มันจะปรับปรุงขอบเขตอย่างมากและทำให้รากฐานของเต๋ามั่นคงขึ้นเท่านั้น
แต่การพัฒนาพรสวรรค์ล่ะ?
นั่นเป็นเรื่องไร้สาระล้วนๆ
พรสวรรค์นั้นเป็นสิ่งที่กำหนดมาตั้งแต่ตอนถือกำเนิด
มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะเปลี่ยนแปลงด้วยปราณจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์?
ถ้าทำอย่างนั้นได้จริงละก็ การเพิ่มระดับพรสวรรค์ก็มีราคาถูกพอๆ กับกะหล่ำปลีในตลาดแล้วซิ
เมื่อเห็นว่าพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนเริ่มสับสน
มู่ฟู่เซิงก็แสดงนัยน์ตาที่ภาคภูมิใจ กระแอมคอให้โล่งและแสร้งทำเป็นจริงจัง: “อะแฮ่ม การก่อตัวของคุนหลุนเทียนฉือนั้น เกิดจากการที่อุกกาบาตจากท้องฟ้าตกลงมาที่ภูเขาหิมะคุนหลุน เมื่อเวลาผ่านไป มันดูดซับออร่าปราณของภูเขาหิมะแล้วสะสมไว้”
เมื่อถึงจุดนี้ มู่ฟูเฉิงชี้นิ้วขึ้นไปด้านบน ใบหน้าของเขาค่อยๆ จริงจังขึ้น และกล่าวว่า: “อุกกาบาตลูกนี้ตกลงมาจากด้านบน”
เสี่ยวเฮยขมวดคิ้วและเอียงศีรษะด้วยความสับสน
“เขาบอกว่ามันเป็นอุกกาบาต เป็นไปได้ไหม มันไม่ได้ตกลงมาจากด้านบน หรือว่ามันมาจากพื้นดิน?”
มู่ฟูเฉิงกลอกตาของเขา
เย่ชิวไป่หัวเราะเบาๆ และกล่าวว่า “เจ้าหมายถึง มันไม่ใช่อะไรบางอย่างจากเขตแดนมิติโลกระดับต่ำนี้ใช่ไหม?”
มู่ฟู่เฉิงพยักหน้า
“เมื่อหมื่นปีก่อน จักรพรรดิดาบดาวตก ผู้ก่อตั้งนิกายดาบดาวตก เคยสัมผัสหินก้อนนี้ ในเวลานั้นขอบเขตพลังยุทธ์ของเขาก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด และเขายังได้รับทักษะบางอย่างจากในนั้น ที่ทำให้ไม่มีคู่แข่งในเขตแดนไร้พรมแดนแห่งนี้!”
“ในเวลานั้น แม้แต่พวกข้า ราชวงศ์ไร้ขอบเขต ก็ยังต้องระวังจักรพรรดิดาบดาวตก”
“ในเวลานั้น เมื่อข้าถามจักรพรรดิดาบดาวตกว่า อะไรอยู่ภายใต้คุนหลุนเทียนฉือ เขาเพียงแต่บอกว่า มันไม่ได้มาจากเขตแดนมิติโลกนี้”
เย่ชิวไป่พยักหน้าหลังจากได้ยินสิ่งนี้
“เจ้าหมายถึง อยากให้ข้าไปดูเหรอ?”
มู่ฟูเฉิงยิ้มและกล่าวว่า “ถูกต้อง ข้าขอแลกเปลี่ยนสุราขวดนี้ กับข่าวจากเจ้า ตกลงไหม?”
เย่ชิวไป่ยังยิ้ม “ในรอบหมื่นปี นอกจักรพรรดิดาบดาวตกแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดทำได้เหมือนเขาอีก เจ้าเชื่อถือข้ามากขนาดนั้นเลยเหรอว่าข้าจะทำได้?”
“แน่นอน ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า”
มู่ฟู่เฉิงเกิดความคิดนี้ขึ้นมา เมื่อครั้งแรกที่เจอพวกเขาทั้งสามคน แม้ว่าความรู้สึกว่ามันจะดูคลุมเครืออยู่สักหน่อยก็ตาม
ท้ายที่สุดแล้ว จักรพรรดิดาบดาวตกคือผู้ใด?
เมื่ออายุได้สามขวบ เขาเข้าใจเจตจำนงดาบ
เป็นนักดาบเมื่ออายุสี่ขวบ
ตอนอายุสิบขวบ เขาได้มาถึงขอบเขตบรรพจารย์ดาบขั้นสูงสุดแล้ว!
นักดาบสัตว์ประหลาดเช่นนี้ จะมีผู้ใดเทียบได้?
แต่ถึงอย่างนั้น
เมื่อมู่ฟู่เฉิงเห็นพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคน เขาก็มีความคิดที่ยอดเยี่ยมอยู่ในใจและอยากให้พวกเขาลองทำดู
เย่ชิวไป่กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นสุราขวดนี้ก็อาจจะน้อยเกินไป”
“เจ้าต้องการเท่าไหร่?”
“ยี่สิบขวดได้ไหม?”
“เจ้าคิดว่านี่คือผักกาดขาวปลีงั้นเหรอ!?”
“ถ้าเจ้าไม่ให้ ข้าก็จะไม่บอกสิ่งใดกับเจ้า แม้ว่าข้าจะรู้ก็ตาม”
“…” มู่ฟูเฉิงหยิบสุราสิบเก้าขวดจากแหวนมิติด้วยใบหน้าเขียวเข้มแล้วกล่าวว่า “ข้ามีแค่นี้!”
เย่ซิวไป่พยักหน้า จากนั้นหยิบกระดาษและพู่กันออกมา แล้วผลักมันไปที่หน้ามู่ฟู่เฉิง
มู่ฟูเซิงตกตะลึงและกล่าวว่า “เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
เย่ชิวไป่ยอมรับ “เขียนสัญญา เจ้าติดค้างข้าอีกหนึ่งขวด”
ซือเฉิงและเสี่ยวเฮยต่างก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้
เมื่อฟังคำกล่าวนี้
จู่ๆ มู่ฟู่เซิงก็มีความคิดที่จะสังหารเย่ชิวไป่ทิ้งซะ…
อย่างไรก็ตาม ข้าก็ยังคงเขียนสัญญานี้อยู่ดี!
หลังจากอ่านแล้ว เย่ชิวไป่ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ดื่มสุราในแก้วจนหมด แล้วหันหลังกลับและจากไปพร้อมกับซือเฉิงและเสี่ยวเฮย
รอจนกว่าทั้งสามคนจะจากไป
มู่ฟู่เฉิงจิบสุราร้อนแล้วตระหนักได้ในภายหลัง
“มันไม่ถูกต้องนี่?”
“องค์ชายผู้นี้เป็นคนบอกเขาเรื่องนี้ไม่ใช่หรือ? แม้ว่าสุดท้ายเขาจะได้มันมา แต่พวกเขาก็จะได้ประโยชน์จากมันนี่นา?”
“แล้วทำไมข้าถึงยังทำเหมือนข้าเป็นหนี้เงินกู้ล่ะ?”
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ มู่ฟู่เฉิงก็กระแทกโต๊ะด้วยความโกรธและกล่าวว่า “ข้าถูกหลอกแล้ว!”
…
เวลาเที่ยงคืน
คุนหลุนเทียนฉือ เปิดตรงเวลา
องค์ชายมู่ฟู่เฉิงก็ยืนอยู่กลางอากาศเช่นกัน โดยมีองครักษ์คอยปกป้อง และกล่าวเสียงดัง “คุนหลุน เทียนฉือเปิดแล้ว และผู้ที่มีโควต้าสามารถเข้าไปได้”
“ระวังอย่าเข้าไปลึกมาก ถ้าเจ้าไม่ไหว อย่าฝืน ไม่งั้นเจ้าจะตายในนั้น”
“นอกจากนี้ คุนหลุนเทียนฉือจะอยู่ได้เพียงสามสิบวันเท่านั้น หากเจ้าไม่ออกมาภายในสามสิบวัน เจ้าจะถูกสังหารด้วยพลังของคุนหลุนเทียนฉือ”
เมื่อบอกสิ่งที่ควรบอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว
องค์ชายมู่ฟู่เฉิงก็หยิบตราสัญลักษณ์ออกมา
ปราการกั้นที่มองไม่เห็นรอบๆ คุนหลุนเทียนฉือก็เปิดออกภายใต้ระลอกคลื่น
ผู้ที่มีโควต้าจะต้องเข้ารับการตรวจสอบ
แน่นอน พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคนก้าวเข้าไปในนั้นได้โดยธรรมชาติ
เมื่อเข้าไป พวกเขาก็สังเกตุว่า คุนหลุนเทียนฉีนั้นตั้งอยู่บนยอดเขาหิมะคุนหลุน
ตอนนี้พวกเขาอยู่ตรงตีนเขาเท่านั้น พวกเขายังต้องขึ้นไปต่ออีกหลายพันจั้ง
เมื่อพวกเขาก้าวเข้าไปข้างใน พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงปราณจิตวิญญาณบริสุทธิ์อันท่วมท้นที่กวาดเข้าหาทุกคน!
ปราณจิตวิญญาณบริสุทธิ์ประเภทนี้ มีความหนาแน่นมากกว่าโลกภายนอกอย่างน้อยหลายสิบเท่า!
และนี่ยังไม่ถึงคุนหลุนเทียนฉือด้วยซ้ำ!
ระหว่างทางการเดินทาง
มีคนสี่คนปรากฏตัวต่อหน้าพวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคน
ผู้นำคนหนึ่งเป็นชายหนุ่มที่ดูมืดมน ได้ยินเพียงเขากถามว่า: “เจ้าคือเย่ชิ่วไป่และซือเฉิง?”
เย่ชิวไป่มองข้ามพววกเขาและเดินผ่านคนทั้งสี่โดยไม่ตอบกลับ
เมื่อเห็นแบบนั้น ชายหนุ่มที่ดูมืดมนก็กล่าวว่า “แม้ว่าข้าจะสังหารเจ้าที่นี่ไม่ได้ แล้วในคุนหลุนเทียนฉือล่ะ?”
“เมื่อถึงเวลา สิ่งที่ข้าต้องทำคือบอกว่าเจ้าดำดิ่งลงสู่ส่วนลึกและถูกเทียนฉือกดดันจนตาย”
เย่ชิวไป่หยุดเล็กน้อย หัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “แล้วเราจะได้รู้กัน”
ชายหนุ่มที่ดูมืดมนนี้อาจเป็นบุคคลจากผาซวนหมิงก็เป็นได้
ไม่ไกลออกไป มีผู้หญิงห้าคนในชุดสีเขียวที่คลุมใบหน้าด้วยผ้าไหม
หญิงสาวทั้งห้าในชุดสีเขียวดูเหมือนจะกลมกลืนกับฉากที่เต็มไปด้วยหิมะ และมีออร่าเย็นๆ ล้อมรอบพวกนางเพื่อป้องกันไม่ให้คนแปลกหน้าเข้ามาใกล้!
เหมือนภูเขาน้ำแข็งห้าลูก!
แม้ว่าทั้งห้าคนนี้จะมองไปที่พวกเย่ชิวไป่ทั้งสามคน แต่พวกนางก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
อย่างไรก็ตาม จิตสังหารในดวงตาของพวกนาง ไม่สามารถซ่อนมันจากเสี่ยวเฮยได้
เสี่ยวเฮยเดินมาข้างเย่ชิวไป่แล้วกล่าวว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ ผู้หญิงทั้งห้าคนนั้นมีปัญหา?”
เย่ชิวไป่ก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน เขาพยักหน้าและกล่าวว่า “บางทีพวกนางอาจมาจากนิกายหานหลิง?”
สุดท้ายแล้ว เขามีเพียงสองนิกายนี้เท่านั้นที่เป็นศัตรู
ดูเหมือนว่าการเดินทางไปคุนหลุนเทียนฉือครั้งนี้น่าจะไม่ราบรื่นเกินไป
อย่างไรก็ตาม เป็นการดีที่สามารถแก้ไขภัยคุกคามได้ ณ ตรงนี้
มิฉะนั้น เมื่อพวกเขาออกไปข้างนอก แล้วค่อยแก้ปัญหา
การทำเช่นนั้นมันค่อนข้างลำบาก…