โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 329 ชนเผ่าชั่วร้ายนอกเขตแดน
ความเร็วในการดำดิ่งของเย่ชิวไป่นั้นช้ามากจริงๆ
มีคนไม่กี่คนที่เข้ามาในคุนหลุนเทียนฉือแล้วดำลึงมาถึงสามสิบจั้ง (75 เมตร)
แน่นอนว่ามีบางคนที่ไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้ และถอยขึ้นไปสิบจั้ง (25 เมตร)
แต่เมื่อมองลงไปที่หลินเจี่ยและมู่ฉีเฉิงแล้ว พวกเขาอยู่ลึกถึงห้าสิบจั้ง! (125 เมตร)
แน่นอนว่า เย่ชิวไป่ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะแข่งขันกับผู้อื่น
สำหรับเขาแล้ว
การบ่มเพาะต้องทำอย่างช้าๆ และมั่นคง
แม้ว่าเจ้าจะสามารถทะลุทะลวงผ่านขอบเขตได้ แต่เจ้ายังต้องระงับมันไว้ จนกว่าเจ้าจะไม่สามารถระงับมันได้อีกต่อไป แล้วค่อยทะลวงผ่านอย่างธรรมชาติ เพื่อทำให้รากฐานเต๋ามั่นคง เมื่อใดที่เจ้าทะลวงผ่านในตอนที่รากฐานมั่นคงที่สุดนั้น มันจะทำให้เส้นทางเต๋าของเจ้าในอนาคตราบรื่นอย่างมาก
อาจกล่าวได้ว่า รากฐานของเย่ชิวไป่นั้นมั่นคงมาก
ในบรรดาศิษย์ทั้งหมดของศาลาเฉาถัง เขามีฐานบ่มเพาะด้อยที่สุดแต่รากฐานเต๋ามั่นคงมากที่สุด
ตอนนี้ ณ ภายในคุนหลุนเทียนฉือ
ความคิดของเย่ชิวไป่ก็คือ ต้องค่อยๆ เบาะเพาะเช่นกันเหมือนกับตอนที่อยู่ภายนอก
ถ้าเขาไม่สามารถปรับตัวเข้ากับแรงกดดันที่นี่ได้อย่างสมบูรณ์ เขาจะไม่ยอมดำดิ่งลงไป!
ในความคิดของเขานั้น
มีวิธีนี้เท่านั้นที่เขาจะสามารถดำดิ่งลึกลงไปจนถึงก้นบึ้งได้
แม้ว่ามันจะใช้เวลานานซักหน่อยก็ตาม
แต่ผลประโยชน์ของมันก็มหาศาลเช่นกัน!
แม้ว่ายิ่งเจ้าดำลึกเข้าไป เจ้าก็ยิ่งรู้สึกกดดันมากขึ้นเท่านั้น
แต่ออร่าปราณภายในนั้นกลับบริสุทธิ์และเข้มข้นมากยิ่งขึ้น!
ทำให้ตอนนี้ ระดับของเย่ชิวไป่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว!
จนเขาสามารถสัมผัสได้แล้วว่า
ตอนนี้เขาอยู่ไม่ไกลจากขั้นปลายเสมือนเทพแล้ว
เมื่อเย่ชิวไป่ ไปถึงระดับความลึกยี่สิบจั้ง (50 เมตร)
ความรู้สึกของแรงกดดันที่รุนแรงกว่าสิบจั้ง (25 เมตร) หลายเท่า ก็กวาดทับเขามันที!
เมื่อรู้สึกถึงแรงกดดันของปราณจิตสังหารอันบริสุทธิ์นี้ เย่ชิวไป่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ใช้ดาบของเขาเพื่อปกป้องตัวเอง
ด้วยการใช้เพียงร่างกายของเขาเท่านั้น ที่จะทำให้เขาสามารถเข้าถึงระดับบ่มเพาะได้สูงสุด และดูดซับออร่าปราณบริสุทธิ์เหล่านี้ได้
ปราณจิตสังหารอันบริสุทธิ์เหล่านี้ถูกบีบลงบนผิวหนัง ไล่ตามผิวหนัง เจาะเข้าไปในไขกระดูกและเส้นลมปราณ
ตามเส้นลมปราณลงไปจนถึงตันเถียน!
ในตอนนี้ เย่ซิวไป่ใช้ทักษะตำราดาบไท่จูอย่างสุดกำลัง เพื่อกลืนปราณจิตสังหารอันบริสุทธิ์เหล่านี้เข้าไปในตันเถียนของเขาทีละนิด!
ด้วยวิธีนี้ ทำให้ปราณจิตวิญญาณในตันเถียนเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!
ในเวลาเดียวกัน
เย่ชิวไป่พยายามอย่างถึงที่สุด เพื่อยับยั้งขอบเขตของเขาเอง
ไม่อย่างนั้นเขาจะก้าวหน้ารวดเร็วเกินไป!
รากฐานเต๋ามีความสำคัญมากกว่าฐานบ่มเพาะ!
นี่คือสิ่งที่เย่ชิวไป่กำลังคิด….
และนำไปสู่การปฏิบัติอยู่เสมอ
…
อีกด้านหนึ่งนั้น
บนเทียนฉือ เสี่ยวเฮยได้เก็บทวนมารเก้าชั้นฟ้าไว้แล้ว
แน่นอนซือเฉิงก็เก็บขวานหมิงหวงซวนเฮยของเขาด้วย แล้วมองไปที่เสี่ยวเฮยและกล่าวว่า “ศิษย์พี่สี่ เราจะทำอะไรต่อไป?”
เสี่ยวเฮยเกาหัวด้วยใบหน้าที่เรียบง่ายและซื่อสัตย์
ไม่มีแววตาท่าทางของเทพมาร ผู้ดูถูกดูหมิ่นสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลก เหมือนเมื่อก่อนแม้แต่น้อย!
ตอนนี้เสี่ยวเฮยดูเหมือนคนธรรมดาๆ ผู้หนึ่งเท่านั้น
“ไปรวมตัวกับศิษย์พี่ใหญ่กันเถอะ”
รวมตัวกับศิษย์พี่ใหญ่
ซือเฉิงพยักหน้า ท่านอาจารย์ของเขาเคยกล่าวไว้ว่า พรสวรรค์ของเขายังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก
และกล่าวกันว่าคุนหลุนเทียนฉือสามารถปรับปรุงพรสวรรค์ได้
มันเป็นเรื่องดีที่เขาจะลองดู!
เมื่อคิดเรื่องนี้ได้แล้ว
ซือเฉิงก็กล่าวว่า: “ศิษย์พี่สี่ ข้าจะลงไปก่อนะ”
เสี่ยวเฮยพยักหน้า
เมื่อเห็นเช่นนั้น ซือเฉิงก็ใช้ปราณแห่งดวงดาวห่อหุ้มร่างกายแล้วดำลงไปในเทียนฉือ!
แลแรงกดดันที่เกิดจากปราณจิตสังหารอันบริสุทธิ์รอบตัวเขา
มันไม่มีผลกระทบต่อซือเฉิงแม้แต่น้อย!
เพราะปราณแห่งดวงดาวนั้น
มีความหนาแน่นมากและมีผลในการยับยั้งปิดผนึกนั่นเอง
ในเวลาเดียวกัน มันเป็นเพราะเขาไม่ได้ใช้ปราณจิตวิญญาณในการบ่มเพาะด้วย ทำให้แรงกดดันที่เกิดจากปราณจิตสังหารอันบริสุทธิ์เหล่านี้ก็อ่อนแอลงอย่างมาก
เมื่อซือเฉิงเห็นว่าเย่ชิวไป่อยู่ตรงจุดไหน เขาก็รีบเข้ามาอยู่ข้างๆ ทันที อย่างสบายๆ โดยไม่มีแรงกดดันอยู่รอบตัวเขาเลย
เมื่อมีคนเห็นฉากนี้ พวกเขาก็เบิกตากว้าง!
เชี่ย….ไม่จำเป็นต้องปรับตัวเลยเหรอ?
เมื่อเห็นผู้ที่ลงมาใหม่ ทำราวกับว่าไม่โดนแรงกดดันแม้แต่น้อย พวกเขาก็รู้สึกตกใจ!
ซือเฉิงยืนอยู่ข้างๆเย่ชิวไป่และกล่าวว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ ทุกคนที่อยู่ข้างบนถูกจัดการหมดแล้ว”
เย่ชิวไป่ลืมตาขึ้นและพยักหน้าเล็กน้อย
“งั้นข้าจะลงไปก่อน”
เมื่อพูดอย่างนั้นแล้ว ขณะที่เขากำลังจะดำดิ่งลงไป
ก็มีเงาดำวูบผ่านทุกคนโดยตรง!
เขาดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งเทียนฉือด้วยความเร็วที่รวดเร็วมาก!
ความเร็วนี้เกินกว่าหลินเจี่ยและมู่ฉีเฉิงโดยตรง!
หลินเจี่ยลืมตาขึ้น มองดูเงาดำและขมวดคิ้วเล็กน้อย
นี่คือคนที่บ่มเพาะกายเนื้อที่อยู่ข้างบนเมื่อครู่นี่นา?
ความลึกคือห้าสิบจั้ง (125 เมตร)
แม้ว่าแต่เขาก็ต้องรับแรงกดดันอย่างยากลำบาก
อย่างไรก็ตาม ผู้บ่มเพาะกายคนนี้เมินเฉยอย่างสิ้นเชิง!
เมื่อซือเฉิงเห็นฉากนี้ เขาก็ยิ้มและกล่าวว่า “ศิษย์พี่เสี่ยวเฮย ยังคงนิสัยไม่ดี! ข้าจะช้าไปกว่าเขาไม่ได้!”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ไล่ตามเสี่ยวเฮยไปทันที!
พวกเขาทั้งสองดำดิ่งลงไป ภายใต้การจ้องมองด้วยสีหน้าหวาดกลัวของทุกคน!
ทั้งสองลงไปที่ตำแหน่งหนึ่งร้อยจั้งในพริบตา! (250 เมตร)
เย่ชิวไป่หัวเราะเบาๆ เมื่อเขาเห็นฉากนี้
เขาไม่แปลกใจในความแข็งแกร่งของศิษย์น้องทั้งสองคน
มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
ร่างกายของเสี่ยวเฮ่ยแข็งแกร่งผิดปกติมากแค่ไหน?
ผู้คนในศาลาเฉาถังรู้ดีมากที่สุด
แรงกดดันที่นี่ ไม่สามารถทำให้เสี่ยวเฮยกดดันได้เลย
อย่าลืมว่า ในตอนที่เขาเผชิญกับความปั่นป่วนของมิติอวกาศ เขาก็ยังใช้ร่างกายต่อต้านได้
ในตอนนี้ แรงกดดันที่ระดับความลึกหนึ่งร้อยจั้งนั้น เริ่มเหมาะสมสำหรับเสี่ยวเฮยที่จะใช้ฝึก
เมื่อเขาอยู่ที่ความลึกหนึ่งร้อยจั้ง เสี่ยวเฮยได้ใช่ทักษะกายมารนิรันดร์ออกมา โดยปรากฎเส้นสามแถบส่องแสงบนร่างกายพร้อมกัน
แม้ว่าปราณงจิตวิญญาณจะไม่ส่งผลต่อเขา แต่ก็สามารถใช้แรงกดดันนี้เพื่อทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นได้
…
ณ ราชวงศ์ไร้ขอบเขต
ในฐานะผู้ปกครองแต่เพียงผู้เดียวของเขตแดนไร้พรมแดน
ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งหรือชื่อเสียง การปกครองของราชวงศ์ไร้ขอบเขตก็ไม่สั่นคลอน!
ด้วยเหตุนี้ ในฐานะจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ไร้ขอบเขต มู่เจิ้งถิงจึงไม่ต้องกังวลอะไร
แต่ ณ ขณะนี้
เขากำลังขมวดคิ้วและมีสีหน้าเคร่งขรึม!
ด้านหน้าเขามีชายชราผู้หนึ่ง
ชายชรามีผมสีขาวและลำตัวโค้งงอ มีความรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังจะตาย
“หลี่เทียนซือ คำทำนายของท่านถูกต้องหรือไม่?”
“เทียนซือ” (ปรมาจารย์สวรรค์) นั้นเป็นอาชีพพิเศษ
ในเวลาเดียวกัน ในเขตแดนใร้พรมแดนทั้งหมด
ทายาทของเทียนซือ สามารถพบได้ในราชวงค์ไร้ขอบเขตเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว เทียนซือสามารถทำนายอนาคตได้ และในขณะเดียวกันก็สามารถอนุมานการมีอยู่ของเต๋าสวรรค์ได้!
ความสามารถอันทรงพลังนี้ มักมาพร้อมกับผลข้างเคียงมากมาย
เทียนซือทั้งหลายมักจะมีอายุขัยที่สั้นมาก
เป็นเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้จำนวนเทียนซือมีน้อยมาก
ในตอนนี้ หลี่เทียนซือถอนหายใจเล็กน้อย ดวงตาของเขาขุ่นมัว และเขาถือไม้ค้ำยัน บนไม้ค้ำยัน มีกลิ่นอายเล็กๆ ของเจตจำนงแห่งชีวิต
สิ่งนี้ใช้เพื่อรักษาพลังชีวิตของหลี่เทียนซือ
“การทำนายนี้ ใช้อายุขัยนับพันปีของข้า ดังนั้นจึงไม่ควรมีข้อผิดพลาด”
เมื่อได้ยินคำพูดยืนยันของหลี่เทียนซือ ใบหน้าของมู่เจิ้งถิงก็ดูน่าเกลียดมาก
“หรืออีกนัยหนึ่ง ชนเผ่าชั่วร้ายที่อยู่นอกเขตแดนได้เริ่มบุกเข้ามาในพื้นที่โดยรอบแล้ว?”
หลี่เทียนซือ พยักหน้าและกล่าวว่า: “การกีดขวางและการยับยั้งของภูเขาหลินเจี่ย(ภูเขาแห่งวิกฤต) ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่ชนเผ่าชั่วร้ายจากนอกเขตแดนจะบุกเข้ามาในเขตแดนนี้อย่างรวดเร็ว แล้วบุกทะลวงมาได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง”
“และด้านนอกนั้น มีเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายอยู่นอกเขตแดนอยู่แล้ว”
“ในหมู่พวกเขาเขตแดนอัคคีสวรรค์(เทียนฮั่ว) และเขตแดนสายฟ้าม่วง(สือเหล่ย) ต่างก็ถูกครอบครองโดยเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายจากนอกเขตแดน”
“อาศัยทั้งสองเขตแดนนี้เป็นจุดเริ่มต้น ชนเผ่าชั่วร้ายก็กำลังแพร่กระจายไปยังเขตแดนโดยรอบ”
“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้ากลัวว่าเขตแดนมิติโลกระดับต่ำทั้งหมดจะถูกยึดครองโดยเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายจากนอกเขตแดน…”
มู่เจิ้งถิงถามว่า: “เขตแดนใดที่ใกล้กับเขตแดนอัคคีสวรรค์ และเขตแดนสายฟ้าม่วงมากที่สุด?”
หลี่เทียนซือ คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า: “เขตแดนวิญญาณสวรรค์ … “