ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 250 ขัดเกลาผลทองคำ
ไม่รอให้หลิวอู๋เสียตอบสนอง ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ปล่อยพลังดูดกลืนท่วมท้นออกมา
เบื้องบนหุบเขา หลุมดำมืดมิดบดบังดวงอาทิตย์จนมืดมัว
ทันใดนั้นงูหลามทองคำที่นอนอยู่บนพื้นก็ลอยขึ้นฟ้า ราวกับเป็นภาพที่น่าตื่นตะลึง
ปากหลุมดำนั้นปลดปล่อยพลังดูดมหาศาล ดึงดูดงูหลามทองคำทั้งตัวเข้าไปจนหายวับไปกับตา
แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายสิบลี้ก็ยังมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลุมดำอันตรธานหายไป ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์กลับสู่โลกไท่หวงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลิวอู๋เสียอ้าปากค้าง เขาเคยรู้มาก่อนว่าติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์กลืนกินสัตว์อสูรได้
งูหลามทองคำยักษ์ยาวร้อยจั้งก็ถูกกลืนเข้าไปได้อย่างง่ายดาย นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
เปลวไฟมารจากนรกพวยพุ่ง งูหลามทองคำขนาดมหึมาเข้าสู่ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ ในชั่วพริบตาก็ถูกเปลวไฟห่อหุ้ม ไขมันจำนวนมากส่งเสียงฉ่าดังซู่ซ่า
ของเหลววิญญาณหยดแล้วหยดเล่าค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น สิ่งเหล่านี้คือแก่นแท้ในร่างกายของงูหลามทองคำ
ความเร็วในการกลั่นตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที งูหลามทองคำยาวร้อยจั้งก็หายไปจนหมดสิ้น เหนือติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์มีของเหลววิญญาณไหลเวียนอยู่กว่าพันหยด
“ของเหลววิญญาณมากมาย!”
หลิวอู๋เสียตกตะลึง การหลอมระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงสุดได้ของเหลวไม่กี่สิบหยดเท่านั้น
เทของเหลวทั้งหมดลงในโลกไท่หวง พลังงานอันบ้าคลั่งพัดพาอำนาจเทพยิ่งใหญ่ กวาดล้างไปทั่วหุบเขาทั้งลูก
ลมหมุนรุนแรงก่อตัวขึ้นโดยมีหลิวอู๋เสียเป็นศูนย์กลาง เศษหินที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นดินถูกพัดไปจนสิ้น
ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ ธรณีแห่งระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นห้าก็ถูกพังทลายลงอย่างป่าเถื่อน
ถูกต้องแล้ว มันคือความป่าเถื่อน!
หลิวอู๋เสียเพิ่งเคยพบวิธีการแบบนี้ครั้งแรก มันไม่เปิดโอกาสให้ตอบสนอง ระดับพลังยุทธ์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
ตีเหล็กเมื่อร้อน!
เขารีบนำผลทองคำออกมาและกลืนลงไปคำใหญ่ จากนั้นรวบรวมพลังทั้งหมดบุกสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นหก
หลังจากที่ปล้นสะดมหินวิญญาณมาเป็นจำนวนมาก เขาไม่ต้องกังวลเรื่องทรัพยากรมิเพียงพออีกต่อไป
ทันทีที่เข้าปากก็ละลาย!
มันกลายเป็นของเหลวบริสุทธิ์ไหลเวียนทั่วร่างกาย ก่อเป็นคลื่นพลังที่เหนือกว่าพลังของงูหลามทองคำเสียอีก
อีกครั้งที่ธรณีแห่งขอบเขตถูกพังทลายลงอย่างป่าเถื่อน มุ่งตรงสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นหกสูงสุด
ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน เขาสามารถทะลวงระดับได้ถึงสองขั้น นี่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ในวันเดียวกันนั้นเอง สถานที่อื่น ๆ เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ สมุนไพรวิญญาณและผลไม้วิญญาณหายากปรากฏขึ้นต่อเนื่อง หลายคนต่างพากันทะลวงระดับพลัง
เขานั่งขัดสมาธิ ต้องใช้เวลาสักระยะในการทำให้พลังยุทธ์มั่นคง
เคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์ทำงานอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณถูกกลืนกินจนหมดสิ้น
แม้แต่ของเหลววิญญาณในดอกไม้ใบหญ้าก็ถูกสกัดออกมา หุบเขาเล็ก ๆ แห่งนี้กลายเป็นดินแดนรกร้าง
สองวันต่อมา ความเร็วในการเพิ่มพลังยุทธ์เริ่มช้าลง เขาจึงหยุดฝึกฝน
หลังจากลุกขึ้นยืน ร่างกายพลันเปล่งเสียงกึกก้องราวกับเสียงฟ้าคำราม ข้อต่อทุกข้อปล่อยเสียงดังกรอบแกรบ
เมื่อเขากำหมัด อากาศก็ส่งเสียงดังลั่น เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงรอบตัว
เขาเก็บซ่อนพลัง ปิดบังพลังยุทธ์ไว้ที่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสี่ เหมือนกับตอนที่เขามาถึง
เขานำแผนที่ออกมา กวาดตามองพื้นที่โดยรอบ
สถานที่ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยลี้น่าจะมีคนเคยเหยียบย่างเข้ามาแล้ว หากมีสมบัติล้ำค่าอยู่จริง มันน่าจะถูกขโมยไปหมดแล้ว
หลิวอู๋เสียมีเป้าหมายชัดเจนมาก เขาต้องทะลวงสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงภายในยี่สิบวัน จึงจะคว้าผลการแข่งขันที่ดีในสงครามร้อยดินแดนได้
ยิ่งไปกว่านั้น สัญญาหนึ่งปีใกล้เข้ามาทุกที หากตระกูลเซวียยังไม่ถูกทำลาย จิตใจก็ไม่อาจสงบได้
“ที่นี่แหละ!”
สายตาจับจ้องไปยังพื้นที่แห่งหนึ่ง ระยะทางดูไกลมาก ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณสามวัน
เมื่อใช้กระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้า เขาลอยขึ้นไปในอากาศราวกับนกกระเรียนเหินทะยานอยู่บนหมู่เมฆ ต้นไม้เบื้องหลังค่อย ๆ ถอยห่างออกไป
ระหว่างทางเขาหยุดพักเป็นระยะ มักพบร่องรอยการต่อสู้ เหมือนที่คาดไว้ บริเวณโดยรอบหลายร้อยลี้ถูกค้นหาจนหมดสิ้น
ยังมีศพอีกมากมายนอนอยู่ข้างทาง ไม่มีแม้แต่คนมาเก็บศพ
สามวันต่อมา!
ทะเลสาบธรรมชาติปรากฏขึ้นต่อหน้าหลิวอู๋เสีย ที่นี่เรียกว่าทะเลสาบหวังซาน ว่ากันว่าเมื่อสิบปีก่อนมีคนพบร่องรอยของเพลิงโลหิตมารคราม
เมื่อหลิวอู๋เสียเดินทางมาถึง ก็พบว่ามีผู้คนหลายร้อยคนมาถึงที่นี่แล้ว รอคอยการปรากฏตัวของเพลิงโลหิตมารคราม
เพลิงโลหิตมารครามเป็นสมบัติล้ำค่าหายากชนิดหนึ่ง สภาพแวดล้อมที่เติบโตนั้นเข้มงวดมาก จำเป็นต้องดูดซับพลังปราณมารที่ล่องลอยในฟ้าดิน จึงจะหยั่งรากและแตกหน่อได้
ทันทีที่หลิวอู๋เสียร่อนลง ก็ดึงดูดสายตาจำนวนมาก ทุกคนต่างมองมาที่เขา
“นั่นหลิวอู๋เสีย ว่ากันว่าเขาได้ผลทองคำมา!”
ขาทั้งสองข้างยังไม่ทันจะยืนมั่นคง สายตากว่าร้อยคู่ก็จับจ้องมาที่เขาอย่างไม่ปิดบัง
ผลทองคำหนึ่งผลมีมูลค่ามหาศาล หากผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงกลืนกิน ย่อมมีโอกาสสูงที่จะทะลุผ่านไปยังระดับพลังแก่นวิสุทธิ์
ในวันนั้น นอกจากอู๋เฮ่อแล้ว ยังมีคนอื่น ๆ ที่ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในการแย่งชิงผลทองคำ พวกเขาจึงจงใจปล่อยข่าวลือออกไป หวังจะใช้นักฝึกตนคนอื่นกำจัดหลิวอู๋เสีย
“เขายังอยู่แค่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสี่ น่าจะยังไม่ได้กลั่นพลังจากผลทองคำ”
ทุกคนมองหลิวอู๋เสียด้วยสีหน้าสะใจ
ผู้คนต่างพากันฮือฮาเมื่อได้ยินเรื่องผลทองคำ
“หลิวอู๋เสีย ได้ยินว่าเจ้าได้ผลทองคำมา!”
ทั้งห้าคนพุ่งตรงไปยังหลิวอู๋เสีย พวกเขาแข็งแกร่งมาก ทุกคนอยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้า อายุก็มากแล้ว คนที่อายุมากที่สุดดูเหมือนจะอายุห้าสิบปี
หลิวอู๋เสียขมวดคิ้ว มองไปที่คนทั้งห้าด้วยสายตาเย็นชา
พูดถึงกลุ่มคนเหล่านี้ หลิวอู๋เสียไม่แปลกใจเลย จางซู่ลี่ก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย รองอาจารย์ใหญ่ของสำนักศึกษาเทียนมู่ถึงกับวิ่งเข้ามาด้วย
อ๋องยงเสียนล้ม สำนักศึกษาเทียนมู่ก็ถูกยุบ ศิษย์ต่างก็จากไปทีละคน อาจารย์ที่ปรึกษาและรองอาจารย์ใหญ่ยังคงอยู่ในเมืองหลวง
จางซู่ลี่อยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูง
ขอเพียงได้ผลทองคำก็ทะลวงสู่ระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ได้ในคราวเดียว นับจากนี้ไปย่อมผงาดทั่วราชวงศ์ต้าเยี่ยน
เมื่อรู้ว่าหลิวอู๋เสียมีสมบัติล้ำค่าเช่นผลทองคำ จึงรีบพาอาจารย์ที่ปรึกษาอีกหลายคนมาล้อมหลิวอู๋เสียไว้
“รองอาจารย์ใหญ่จางต้องการแย่งชิงผลทองคำจากข้า?” หลิวอู๋เสียถามด้วยรอยยิ้ม
เขาฉายแววเหยียดหยัน ไม่รู้ว่าฆ่าผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้าไปแล้วกี่คน กลุ่มคนเหล่านี้ยังไม่รู้จักความเป็นความตายอีก
เสี่ยงอันตรายเพื่อลาภยศ เมื่อผลประโยชน์มีค่ามากกว่าชีวิต มนุษย์ทุกคนย่อมเลือกที่จะเสี่ยง
เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับพลังแก่นวิสุทธิ์จึงจะถือว่าก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกยุทธ์อย่างแท้จริง อายุขัยก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
“หลิวอู๋เสีย ก่อนหน้านี้พวกเรามีเรื่องบาดหมางกันบ้าง แต่ตอนนี้ไม่สำคัญแล้ว ขอเพียงเจ้ามอบผลทองคำให้ข้า ข้ายินดีมอบหินวิญญาณห้าหมื่นก้อนเป็นการแลกเปลี่ยน”
ก่อนหน้านี้ต่างคนต่างอยู่ ทั้งสองฝ่ายจึงมีความบาดหมางกันบ้าง
เรื่องราวผ่านไปแล้ว ใต้หล้านี้มีเพียงผลประโยชน์ ไม่มีศัตรูที่แท้จริง
สำหรับผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกทั่วไป ผลทองคำอย่างมากที่สุดก็ช่วยเพิ่มพลังยุทธ์ได้เพียงหนึ่งขั้นเท่านั้น หินวิญญาณห้าหมื่นก้อนมีมูลค่าสูงกว่าผลทองคำมาก
“ไม่แลก!”
หลิวอู๋เสียตอบอย่างเย็นชา เขาขัดเกลาผลทองคำไปแล้ว
ต่อให้ไม่ได้ขัดเกลา เขาก็ไม่แลกเปลี่ยน
จางซู่ลี่ผู้นั้น หากก้าวข้ามระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ เป้าหมายแรกคือฆ่าหลิวอู๋เสียแน่นอน
เว้นเสียแต่ว่าสมองของเขาจะกลับด้านไปแล้ว
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้น จางซู่ลี่มีสีหน้าบึ้งตึง
“หลิวอู๋เสีย อย่าทำเป็นไม่รู้จักกาลเทศะไปเลย เจ้าคิดว่าแค่ฆ่าผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้า แล้วพวกเราจะกลัวเจ้า?”
อาจารย์ที่ปรึกษาแห่งสำนักศึกษาเทียนมู่ก้าวออกมา ปลดปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัวจากร่างกาย เขาเข้าใกล้ระดับพลังแก่นวิสุทธิ์แล้ว
เหล่าผู้คนที่มามุงดูต่างกอดอกหัวเราะชอบใจ
“ต้องการจะสู้ก็รีบเข้ามา อย่าพูดพล่ามให้มาก”
หลิวอู๋เสียไม่อยากเสียเวลาพูดไร้สาระกับพวกเขา
“รองอาจารย์ใหญ่จาง ท่านยังสุภาพกับเขาอยู่อีก พวกเราร่วมมือกันโจมตี ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะรับมือกับพวกเราห้าคนได้”
ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขานั้น ทุกคนต่างรู้ดีแก่ใจว่าไม่มีทางเป็นมิตรกันได้
จะเสียเวลาพูดมากความอะไรอีก ฆ่าเสียก็สิ้นเรื่อง
“หลิวอู๋เสีย ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย พวกข้าก็จะสนองให้!”
ใบหน้าของจางซู่ลี่เผยร่องรอยไอสังหาร ปรากฏกระดิ่งทองเหลืองรูปร่างประหลาดขึ้นมา
ทันทีที่จางซู่ลี่หยิบกระดิ่งออกมา ดวงตาของหลิวอู๋เสียก็เบิกกว้าง กระดิ่งทองเหลืองคงเป็นอาวุธลับที่ทำให้พวกเขามั่นใจนักหนา
คนเหล่านี้รู้ดีว่าเขาฆ่าผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้าได้อย่างง่ายดาย แต่กลับยังกล้าหาญท้าทายเขาโจ่งแจ้ง มีเพียงความเป็นไปได้เดียว พวกเขามั่นใจว่าต้องชนะ
หลิวอู๋เสียแอบระแวดระวังตัวอยู่ภายในใจ เขาไม่ได้กลัวคนทั้งห้า แต่เขาระวังกระดิ่งทองเหลืองในมือของจางซู่ลี่เป็นอย่างมาก
ครั้งที่แล้วที่เขาประสบกับหายนะในมือของเหยียนจวิน สวีหลิงเสวี่ยต้องเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือ เขาจึงรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด เขาจะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นซ้ำสอง
“ลงมือ!”
จางซู่ลี่ออกคำสั่ง เสียงคำรามดังกึกก้อง ทั้งห้าคนต่างพุ่งเข้าใส่หลิวอู๋เสียพร้อมกับอาวุธในมือ ผิวน้ำในทะเลสาบหวังซานปั่นป่วน เกิดเป็นเสาน้ำพุ่งสูงขึ้นมาห้าเสา
หนึ่งต่อสู้กับห้า!
ไม่มีใครรู้ว่าหลิวอู๋เสียจะมีโอกาสชนะมากน้อยเพียงใด
ผู้คนมากมายที่มุงดูไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว
“หลิวอู๋เสียผู้นี้… ฆ่ายอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้าได้จริงหรือ?”
แท้จริงแล้ว ผู้คนเกือบทั้งหมดในที่นี้ ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของหลิวอู๋เสียมาก่อน อย่างมากก็แค่เคยเห็นรูปวาด และได้ยินเรื่องราววีรกรรมของเขาเท่านั้น
“คงเป็นแค่ข่าวลือ การท้าประลองข้ามระดับพลังไม่ใช่เรื่องง่าย เขาเพิ่งอยู่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสี่ คาดว่าคงใช้วิธีลอบโจมตีถึงสำเร็จ หากต่อสู้กันจริง ๆ คงรับมือได้ไม่เกินสิบกระบวนท่า”
สิ่งที่เห็นกับตา ย่อมน่าเชื่อถือกว่าสิ่งที่ได้ยินมา
มีเพียงได้เห็นกับตา จึงจะทำให้คลายความสงสัยได้
ชั่วพริบตา ทั้งหกคนก็ปะทะกัน หลิวอู๋เสียไม่ได้ชักดาบเสียเหริน เพียงอาศัยวิชาตัวเบา เคลื่อนไหวหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว ทั้งห้าคนโจมตีพลาดเป้า
ต่อสู้กันหลายร้อยกระบวนท่า หลิวอู๋เสียไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ยังคงบ่ายเบี่ยงหลบหลีกต่อไป
เขากำลังรอคอย!
ยอดฝีมือมากมายขนาดนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องเปิดเผยไพ่ตายทั้งหมด
ควรแสร้งทำเป็นว่าเฉียดฉิวเอาชนะมาได้ จึงจะปิดบังพวกเขาได้
“ที่แท้ เจ้าเด็กนี่ก็แค่ใช้วิชาตัวเบาต่อกรกับระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้า พลังต่อสู้ที่แท้จริงมีเพียงเท่านี้เอง!”
เสียงเยาะเย้ยดังมาจากทุกสารทิศ ทุกคนต่างก็รู้แก่นแท้ของหลิวอู๋เสียแล้ว
“ดูสิว่าเขาจะทนได้อีกนานแค่ไหน!”
จากด้านหลังฝูงชน ชายหนุ่มที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยเจตจำนงสังหารเดินออกมา
“เซวียซื่อหง ตระกูลเซวียของเจ้าคิดอาศัยโอกาสนี้ฆ่าหลิวอู๋เสีย ผ่านมาหลายวัน ทำไมถึงยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ”
ชายหนุ่มที่เดินออกมาคือศิษย์ตระกูลเซวีย นามเซวียซื่อหง เขามีพลังต่อสู้แข็งแกร่งยิ่งนัก อยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้า
“ฮึ่ม! เขาต้องตายแน่!”
เซวียซื่อหงไม่ได้อธิบาย ไม่มีใครรู้ว่าตระกูลเซวียวางกับดักอะไรไว้
การต่อสู้ดำเนินมาถึงขั้นดุเดือด พวกจางซู่ลี่เริ่มรู้สึกกังวล พวกเขาต่างงัดไม้ตายออกมา แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรหลิวอู๋เสียได้
ทั้งห้าคนเคลื่อนไหวต่างออกไป พวกเขากลายเป็นรูปห้าเหลี่ยม แต่ละคนถือกระดิ่งในมือซึ่งเหมือนกับที่จางซู่ลี่ถือทุกประการ
กระดิ่งไม่ได้ใหญ่โต มีขนาดเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่เท่านั้น
“ตั้งค่ายกล!”
จางซู่ลี่ตะโกนเสียงดัง ทั้งห้าคนเคลื่อนไหวรวดเร็ว กระดิ่งในมือส่งเสียงแหลมคม ดังราวกับเสียงมารร้ายปกคลุมหลิวอู๋เสีย
เสียงแหลมคมพุ่งเข้าใส่ทะเลวิญญาณ เขารู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว สายตาพร่ามัวขึ้นเรื่อย ๆ
มันมีพลังดึงวิญญาณผู้อื่นได้จริง ๆ
“นี่มันกระดิ่งสะกดวิญญาณ เจ้าหนูนี่ตายแน่!”
เซวียซื่อหงเผยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ตระกูลเซวียมีความสัมพันธ์อันดีกับสำนักศึกษาเทียนมู่
สำนักศึกษาจักรวรรดิมีศิษย์ตระกูลเซวีย สำนักศึกษาเทียนมู่ก็มีศิษย์ตระกูลเซวียเช่นกัน เซวียซื่อหงเป็นศิษย์อักษรฟ้าของสำนักศึกษาเทียนมู่
– โปรดติดตามตอนต่อไป –