กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1543: พิภพทองคำกำเนิดวิบัติ
” บอกให้เย่ซีซีรีบมาจะดีกว่า การค้นพบครั้งนี้มี
ความสำคัญอย่างยิ่ง มีภูตวารีจำนวนมากที่นี่ คาดว่ามัน
จะนำทางพวกเราไปหาซากศพของจักรพรรดิปีศาจ ”
เมื่อหนานซานหวางเยว่กล่าวจบ เขาก็ส่งยันต์เซียน
สื่อสารเขียนข้อความแจ้งข่าวไปให้เย่ซีซี
ในไม่ช้าพวกเขาก็รู้ว่าเย่ซีซีกำลังจะมา เพราะตำแหน่งที่
นางอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากพวกเขามาก
” ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไล่มันไปก่อนแล้วกัน แล้วให้นาง
ตามเรามาทีหลัง ”
เมื่อหนานซานหวางเยว่กล่าวจบ เขาก็ไล่ล่าติดตามกลุ่ม
ภูตวารีต่อไป
อู่ อวี้ รู้สึกว่ามันก็คงจะดีเหมือนกัน เมื่อพิจารณาจาก
การเคลื่อนไหวของภูตวารีจำนวนมากในวารีทมิฬหยิน
ผสาน
ดังนั้นเขากับหนานซานหวางเยว่จึงไล่ตามหลังภูตวารี
ต่อไป
ในวารีทมิฬหยินผสานมีกลิ่นอายของความน่าเกรงขาม
ของสรรพเทวะวิญญาณผสมปนเปอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ดังนั้นการค้นหาตัวพวกมันจึงเป็นเรื่องยากเย็นอย่างยิ่ง
พวกเขาติดตามไล่ล่าภูตวารีมาได้ระยะหนึ่ง
ทันใดนั้นภายในวารีทมิฬหยินผสานที่อยู่เบื้องหน้าก็
บังเกิดความปั่นป่วน
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่ใกล้กับภูตวารี เมื่อ
เงาร่างนั้นปรากฏ อู่ อวี้ กับหนานซานหวางเยว่ก็ถึงกับ
ตกตะลึง
” พวกมันคือราชันปีศาจ พวกมันทั้งหมดวางกับดักซุ่ม
โจมตีภูตวารีอยู่ที่นี่! ”
สีหน้าของ อู่ อวี้ เปลี่ยนไป เมื่อเห็นราชันปีศาจเหล่านั้น
ปรากฏขึ้น ทำให้ภูตวารีทั้งหมดตื่นตระหนกแตกกระเจิง
กระจายตัวออกไปคนละทิศคนละทาง!
อู่ อวี้ รู้จักกลุ่มราชันปีศาจเหล่านี้ เพราะราชันปีศาจแรด
ทองได้บอกเล่าข้อมูลต่าง ๆ ให้เขาฟังมาก่อนแล้ว ใน
กลุ่มพวกมันมีหนูสีทองตัวยักษ์ปะปนอยู่ด้วย เวลานี้มัน
ปรากฏตัวอยู่ตรงเบื้องหน้า อู่ อวี้ ซึ่งไม่ไกลจากเขามาก
นัก
นี่คือหนูทองดึกดำบรรพ์หรือ ‘ราชันปีศาจดึกดำบรรพ์’
มันมีอุปนิสัยเห็นแก่ตัว โหดเหี้ยมอำมหิต พลังฝีมือของ
มันอยู่ในระดับราชันปีศาจหกสวรรค์!
นอกจากนี้ยังมีราชันปีศาจยุงสีม่วงทองดูหรูหราและมีปีก
สี่คู่ ซึ่งก็คือ ‘ยุงม่วงทองแปดปีก หรือ ‘ราชันปีศาจม่วง
ทอง’
ดวงตาทั้งคู่ของมันดูเย็นชา มีพลังฝีมืออยู่ในระดับราชัน
ปีศาจห้าสวรรค์
ซึ่งมันก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีอุปนิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบายชั่วช้า
อำมหิตไม่แพ้กัน ณ เวลานี้มันก็อยู่ตรงเบื้องหน้าของ อู่
อวี้ ช่วยเหลือคนอื่น ๆ สกัดกั้นภูตวารี
ราชันปีศาจม่วงทองผู้นี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของ
การพัฒนา หากมันสามารถคืบหน้าต่อไปพลังฝีมือของ
มันจะทะลุขึ้นสู่อาณาจักรปีศาจไร้ลักษณ์ขั้นที่ 6
ดังนั้นราชันปีศาจม่วงทองจึงมุ่งมั่นตามหาซากศพ
จักรพรรดิปีศาจเป็นอย่างยิ่ง มันจำเป็นต้องใช้สิ่งนี้
ทะลวงผ่านขึ้นสู่ขั้นต่อไป
ในวารีทมิฬหยินผสานมีต้นไม้สีทองขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น
มันกำลังลอยคว้างสกัดกั้นขวางทางภูตวารีอยู่กลาง
อากาศ
มันต้องการหาเบาะแสของซากศพจักรพรรดิปีศาจ
นี่คือ ‘ราชันปีศาจพฤกษาทอง’ ร่างจริงของมันก็คือ
พฤกษาลิขิตทองบรรพกาล
ถึงแม้พลังฝีมือของมันจะอยู่ในระดับราชันปีศาจห้า
สวรรค์ แต่โดยด้วยเพราะความแข็งแกร่งท่างร่างกาย
และความสามารถในการป้องกันอันสูงส่ง ทำให้แม้แต่
ราชันปีศาจหกสวรรค์ยังไม่สามารถสังหารมันได้
ตัวสุดท้ายที่อยู่ห่างออกไปคือวานรอัคคีแปดตา หรือ
‘ราชันปีศาจแปดเนตร’ มันอยู่ด้านล่างทางขวาของ อู่
อวี้ แล้วตัวอื่น ๆ
ทั่วทั้งร่างของมันลุกโชนโหมกระหน่ำไปด้วยเปลวเพลิง
อันน่าสะพรึงกลัว แม้แต่วารีทมิฬหยินผสานก็ยังเดือด
พล่านเมื่อถูกเปลวเพลิงของมันเผาไหม้จนค่อย ๆ ระเหย
เหงือกหายกลายเป็นไอ
อย่างไรก็ตามสองพี่น้องราชันปีศาจทองวิบัติกับราชัน
ปีศาจทองกำเนิดยังไม่ปรากฏตัวยามนี้ และราชันปีศาจ
แรดทองก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ใด เท่าที่พอจะบอกได้การผนึก
กำลังของราชันปีศาจตรงเบื้องหน้ากลุ่มนี้ค่อนข้างน่า
สะพรึงกลัวมากทีเดียว
แม้ว่าวานรเพลิงแปดเนตรจะมีฝีมืออยู่ในระดับราชัน
ปีศาจห้าสวรรค์ แต่มันมีความคล่องตัวสูง อีกทั้งพลัง
อิทธิฤทธิ์และพลังกฎสวรรค์ของมันยังค่อนข้างยืดหยุ่น
กล่าวได้ว่าในบรรดาราชันปีศาจทั้งหมดถ้ามีการต่อสู้
ระยะประชิดเกิดขึ้นไม่มีทางที่มันจะเสียเปรียบอย่าง
แน่นอน
มือข้างหนึ่งที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงไขว่คว้าภูตวารีที่
กำลังหลบหนี แต่น่าเสียดายที่ภูตวารีเหล่านี้มีความ
ยืดหยุ่นคล่องตัวสูงมาก ส่งผลให้ร่างของภูตวารีสามารถ
เลื่อนหลุดออกจากฝ่ามือที่ปกคลุมด้วยเปลวเพลิงของมัน
“ไล่ตามไป!”
ดูเหมือนราชันปีศาจเหล่านี้ไม่สนใจ อู่ อวี้ กับหนานซาน
หวางเยว่เลยแม้แต่น้อย
เนื่องจากในสายตาของพวกมัน พลังฝีมือของพวกเขาทั้ง
สองนั้นช่างต่ำต้อยอยู่แค่อาณาจักรเทวะเจ้าเขตแดน
เพียงเท่านั้น พวกมันจะจัดการกับเขาเมื่อไหร่ก็ได้เหมือน
ลูกไก่ในกำมือที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด
ดังนั้นพวกมันทุกตัวตนจึงมุ่งความสนใจไปที่ภูตวารี
มีความเป็นไปได้ว่าหากพวกมันติดตามภูตวารีเหล่านี้ไป
จะค้นพบเบาะแสของซากศพจักรพรรดิปีศาจ
ด้วยเหตุนี้ทันทีที่ภูตวารีแตกฮือกระจัดกระจายด้วยความ
ตื่นตระหนก กลุ่มราชันปีศาจต่างก็มุ่งเป้าหมายไปที่ภูต
วารีตัวใดตัวหนึ่ง แล้วตอนนี้มีภูตวารีหลายตัวกำลังตก
เป็นเป้าหมายที่พวกมันกำลังไล่ล่าติดตาม
แม้ว่าทิศทางจะแตกต่างกัน แต่พวกมันต่างมีจุดหมาย
ปลายทางเดียวกันนั่นก็คือที่ซ่อนของพวกมัน จากการ
คาดเดาของราชันปีศาจพวกมันต่างคิดว่าภูตวารีเหล่านี้
จะนำพาพวกมันทุกคนไปยังซากศพจักรพรรดิปีศาจ
กลุ่มราชันปีศาจกำลังแยกย้ายสลายตัวกันไปคนละทิศ
คนละทางหายไปในมหาสมุทรทมิฬ
ส่วน อู่ อวี้ กับหนานซานหวางเยว่ก็กำลังเฝ้ามองภูตวารี
ว่าพวกมันหลบหนีไปยังทิศทางใด เวลานี้เขามองภูตวารี
สามตัวที่กำลังหลบหนีภายในมหาสมุทรทมิฬด้วยความ
ตื่นตระหนก จากนั้นก็ไล่ล่าติดตามมันไป
ด้วยความเร็วระดับนี้ คาดว่าจะได้พบเจอกับซากศพ
จักรพรรดิปีศาจในไม่ช้า
ตอนนี้ไม่อาจทราบว่าราชันปีศาจตนอื่น ๆ กำลังไล่น่า
ติดตามภูตวารีไปยังทิศทางใดบ้าง แต่คาดว่าอีกไม่นาน
พวกมันจะพบที่ซ่อนของภูตวารี
เนื่องจากภูตวารีมีอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อให้มันหนีหาย
กระจัดกระจาย ทว่าเหล่าราชันปีศาจก็ยังสามารถ
ติดตามพวกมันได้อยู่ดี
แต่กว่าจะไปถึงรังของพวกภูตวารีก็คงต้องใช้เวลาไม่
น้อย ระหว่างการไล่ล่าอยู่ ๆ สีหน้าของ อู่ อวี้ กับหนาน
ซานหวางเยว่ก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
สาเหตุเป็นเพราะพวกเขาได้รับข้อความร้องขอความ
ช่วยเหลือจากเย่ซีซี
นางแจ้งข่าวมาว่าระหว่างทางที่นางกำลังเดินทางมาหา
พวกเขา นางได้ถูกราชันปีศาจทองวิบัติและราชันปีศาจ
ทองกำเนิดจับตัวเอาไว้ได้
จากยันต์เซียนสื่อสารที่นางแจ้งข่าวมา ทำให้ อู่ อวี้ กับ
หนานซานหวางเยว่ล่วงรู้ทันทีว่า เย่ซีซีพยายามหลบหนี
อย่างไม่ทิ้งร่องรอย เป็นเพราะพลังอิทธิฤทธิ์ของราชัน
ปีศาจทองวิบัติกับราชันปีศาจทองกำเนิดไม่ธรรมดาเลย
ทำให้นางไม่อาจหลบหนีและถูกพวกมันดักจับได้ในที่สุด
หลังจากได้รับข่าวนี้ พวกเขาทั้งสองก็เลิกไล้ล่าติดตาม
ภูตวารีทันที ถึงแม้ซากศพจักรพรรดิปีศาจจะมี
ความสำคัญ แต่ก็ไม่อาจเทียบเคียงกับเย่ซีซี
ต่อให้ซากศพจักรพรรดิปีศาจนับหมื่นก็ยังไม่สำคัญเท่าเย่
ซีซี
ต่อให้ซากศพจักรพรรดิปีศาจหายไป พวกเขาก็ยัง
สามารถค้นหามันได้ใหม่อีกครั้ง แต่ถ้าเย่ซีซีหายไปมันจะ
หายไปตลอดกาล ดังนั้นทั้งสองจึงไม่ลังเลที่จะหันหลัง
กลับแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางตรงกันข้าม
“ไปเร็ว!”
อู่ อวี้ กับหนานซานหวางเยว่ ใช้วิธีแข็งแกร่งและ
รวดเร็วที่สุดพุ่งไปในมหาสมุทรทมิฬข้างหน้า
ผ่านไปเพียงไม่นานนัก พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงลำแสงสี
ทองที่ระเบิดออกมาจากมหาสมุทรทมิฬที่อยู่ด้านหน้า
ในไม่ช้าเขาก็พบเห็นตำแหน่งที่ราชันปีศาจทองวิบัติกับ
ราชันปีศาจทองกำเนิด ใช้พลังอิทธิฤทธิ์กักขังเย่ซีซี
เมื่อมาถึงที่นี่ พวกเขาทั้งสองสามารถได้ยินบทสนทนา
และเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะของราชันปีศาจทองวิบัติ
กับราชันปีศาจทองกำเนิด
” เมื่อพิภพทองคำกำเนิดวิบัติถูกเอาออกมาใช้ แม้แต่
ราชันปีศาจหกสวรรค์ก็ยังไม่สามารถหลบหนีไปได้ ไม่
ต้องกล่าวถึงฝีมือต่ำต้อยระดับอาณาจักรเทวะเจ้าเขต
แดน มารีบเข้ามานอนในอ้อมแขนของพี่ชายกำเนิดวิบัติ
เร็วเข้า เจ้าจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมาน ” เสียงชั่วร้ายของ
ราชันปีศาจทองกำเนิดยังคงดังก้องกังวานอย่างต่อเนื่อง
” พวกเราใช้พลังอิทธิฤทธิ์พร้อมกัน พื้นที่แห่งนี้
กลายเป็นพื้นที่ปิดสนิท แค่ความสามารถอันเล็กกระจ้อย
ของเจ้าไม่มีทางหลบหนีออกจากที่นี่ได้ หรือต่อให้
หลบหนีไปได้ ก็จะถูกจับกลับมาได้อย่างรวดเร็ว !” ราชัน
ปีศาจทองวิบัติกล่าวอย่างมั่นใจ
เมื่อ อู่ อวี้ กับหนานซานหวางเยว่มาถึง เขาก็พบว่า
ราชันปีศาจทองวิบัติกับราชันปีศาจทองกำเนิดได้สร้าง
พื้นที่ขนาดใหญ่ แสงสีทองเปล่งประกายออกมาจาก
มหาสมุทรทมิฬ
พวกมันยืนอยู่ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา หัวราชสีห์ของมัน
เทียบเท่าได้กับทรงกลมสีทองขนาดใหญ่ ฟังจากคำกล่าว
ของราชันปีศาจทองกำเนิดมันคงจะเป็น ‘พิภพทองคำ
กำเนิดวิบัติ’
ด้วยพลังความสามารถของพวกมันทั้งสอง หากผนึก
กำลังร่วมต่อสู้แม้แต่ราชันปีศาจหกสวรรค์ก็ยังสามารถ
จัดการได้อย่างไรปัญหา เวลานี้มันไม่ร่วมมือกันสร้างกรง
ขังเย่ซีซี จนนางไม่สามารถหลบหนีไปได้
เย่ซีซีถูกขังอยู่ในพิภพทองคำกำเนิดวิบัติ ลำแสงสีทอง
ส่องสว่างอย่างต่อเนื่อง นี่คือ ‘แสงทองกำเนิดวิบัติ’
เมื่ออยู่ภายใต้แสงสีทองเหล่านี้ แม้เย่ซีซีจะพยายาม
ป้องกันอย่างสุดชีวิต แต่นางก็ยังได้รับบาดเจ็บ แสงสี
ทองสาดส่องเข้าใส่นางจากทางด้านซ้ายทีขวาที สภาพ
ของนางยามนี้น่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง
ผิวหนังของนางที่ถูกฉาบด้วยแสงทองกำเนิดวิบัติ เวลานี้
ไหม้เกรียมจนดำเป็นตอตะโก
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ อู่ อวี้ กับหนานซานหวางเยว่โมโหเป็น
อย่างยิ่ง
ในขณะนี้ราชันปีศาจทองกำเนิดแล้วราชันปีศาจทอง
วิบัติกำลังเพ่งสมาธิไปกับการควบคุมพิภพทองคำกำเนิด
วิบัติ พวกมันสองพี่น้องกำลังจดจ่ออยู่กับการใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์ ไม่เช่นนั้นจะเกิดอันตรายตีกลับระหว่าง
ดำเนินการได้
ทำให้พวกมันไม่ทันได้สังเกตเห็น อู่ อวี้ กับหนานซาน
หวางเยว่ที่กำลังซุ่มดูอยู่อย่างเงียบ ๆ
โดยเฉพาะราชันปีศาจทองกำเนิดมันกำลังจดจ่ออยู่กับ
การเล่นงานเย่ซีซี
มันชื่นชอบเย่ซีซีมานานแล้ว ต้องการครอบครองนางมา
โดยตลอด ในที่สุดมันก็จับตัวเย่ซีซีไว้ในพิภพทองคำ
กำเนิดวิบัติได้สำเร็จ แทบไม่ต้องกล่าวถึงว่ามันกำลัง
ตื่นเต้นมากเพียงใด
มันไม่เคยลิ้มรสชาติของนางมารมาก่อน ดังนั้นจึงตั้งตา
รอคอยเป็นอย่างยิ่ง
“จิ๊จิ๊จิ๊ ดูเรือนร่างของสาวน้อยผู้นี้สิ บางทีนางอาจยัง
เยาว์ด้วยซ้ำ ช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก สวัสดีแม่ลูกเจี๊ยบ รีบ
ยอมแพ้แล้วมาแนบอิงอ้อมกอดของพี่ชายทองกำเนิดผู้นี้
เสียที? วางใจได้ หลังจากพี่ชายทองกำเนิดรู้สึกดีแล้ว ข้า
จะไม่ปฏิบัติกับเจ้าอย่างโหดร้าย และส่งสหายทั้งสอง
ของเจ้าตามไปอย่างแน่นอน!”
น้ำเสียงของราชันปีศาจทองกำเนิดฟังดูแล้วช่างต่ำช้า
ทำให้ผู้คนรู้สึกโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หนานซานหวางเยว่พยายาม
ระงับโทสะไว้เต็มที่ พร้อมใช้ออกด้วย ‘เขตแดนสวรรค์ไร้
รอย’ ย่างกายเข้าไปหาราชันปีศาจทองกำเนิดอย่างเงียบ
ๆ
เขาฉวยโอกาสในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามลดความระมัดระวัง
ปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์ ‘กำเนิดพฤกษา’ ขั้นที่ 7 ‘พิภพ
พฤกษาพันธนาการชีพ’ เข้าใส่ศัตรูทันที!
ในชั่วพริบตานั้น เถาวัลย์สีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนซึ่ง
เปี่ยมไปด้วยพลังอันไร้สิ้นสุดก็ปรากฏขึ้นบนร่างของ
ราชันปีศาจทองกำเนิด จากนั้นก็ชอนไชเจาะทะลุทะลวง
เข้าไปในร่างของมัน พร้อมพันธนาการรัดตรึงไว้ทันที
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นกะทันหันเกินไป
ดังนั้นราชันปีศาจทองวิบัติจึงไม่มีเวลาตอบสนองได้
อย่างทันท่วงที
สำหรับราชันปีศาจทองกำเนิด ยามนี้มันกำลังส่งเสียง
กรีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด ภายใต้พิภพพฤกษา
พันธนาการชีพ
สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือ อู่ อวี้ ปลดปล่อย
ความสามารถ ‘เผาผลาญ’ ด้วยโทสะ!
ด้วยช่วงเวลาอันกระชั้นชิด ดังนั้นเขาจึงต้องการสังหารคู่
ต่อสู้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
เขาจึงเลือกใช้ความสามารถ ‘เผาผลาญ’!
แม้จะเป็นการเผาผลาญอย่างเบาบาง หลังจากหนาน
ซานหวางเยว่ใช้พิภพพฤกษาพันธนาการชีพตรึงร่าง
ราชันปีศาจทองกำเนิดไว้เรียบร้อยแล้ว การบดขยี้
ทำลายคู่ต่อสู้จึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา
หลังจากใช้ความสามารถเผาผลาญ เปลวเพลิงทมิฬก็ลุก
โหมกระหน่ำปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง
“ ผนึกเมฆาเร้น! ”
พลังอิทธิฤทธิ์นี้ทรงพลังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อ
ราชันปีศาจทองกำเนิดตกอยู่ภายใต้พิภพพฤกษา
พันธนาการชีพจนไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย
ได้ ทันใดนั้นอำนาจทำลายล้างจากเมฆาตลบฟ้า ซึ่งบด
ขยี้ทำลายความว่างเปล่าก็ ระเบิดออกทันที!
พลังของผลึกเมฆาเร้น ผสานร่วมไปกับความสามารถใน
การ ‘เผาผลาญ’ ของ อู่ อวี้ ทันใดนั้นเมื่อมันบดขยี้เข้า
ใส่ราชันปีศาจทองกำเนิด ร่างของมันก็สูญสลายตกตาย
ไปในทันที!
ในช่วงเวลานั้นเอง วารีทมิฬหยินผสานที่อยู่โดยรอบก็
เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
สองพี่น้องราชสีห์ทองกำเนิดวิบัติร่วมกันปลดปล่อยพิภพ
ทองคำกำเนิดวิบัติ แต่เพราะการตายของราชันปีศาจ
ทองกำเนิด ในที่สุดมันก็เริ่มพังทลาย เป็นผลให้เย่ซีซี
สามารถหลบหนีออกมาได้ทันที