กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1571: การเผชิญหน้าระหว่างราชันปีศาจผู้
ยิ่งใหญ่
ถึงแม้จอมตะกละหมื่นตาได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว แต่ด้วย
เพราะเวลานี้หงส์เพลิงมารถูกบดบังวิสัยทัศน์จากพลัง
กฎสวรรค์ของอสูรมารโลหิต ทำให้นางไม่เห็นว่าจอม
ตะกละหมื่นตาได้มาถึงแล้ว
ถึงกระนั้นก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังแรงกดดันบางอย่าง มาก
พอที่จะทำให้นางคาดเดาได้ว่าตนเองกำลังตกอยู่ใน
สถานการณ์วิกฤติอันตราย ดังนั้นนางจึงหลบหนีไปยัง
ทิศทางตรงกันข้ามอย่างไม่คิดชีวิต
แต่จอมตะกละหมื่นตาจะปล่อยให้นางหลบหนีไปไหนได้
อย่างไร?
ทันทีที่มาถึงดวงตาทั่วร่างของมันก็ระเบิดแสงคุม
วิญญาณออกมาทันที นี่คือ ‘หมื่นเนตรคุมวิญญาณ’
พลังอิทธิฤทธิ์ของจอมตะกละหมื่นตา แสงคุมวิญญาณที่
ถูกปลดปล่อยออกมาจากดวงตานับหมื่นนี้ สามารถ
ควบคุมจิตวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามได้
ตราบใดที่คนผู้นั้นมีขอบเขตพื้นฐานฝึกตนด้อยกว่าจอม
ตะกละหมื่นตา โดยปกติแล้วจะไม่สามารถต้านทานการ
ควบคุมของพลังนี้ได้ ด้วยเหตุนี้หงส์เพลิงมารจึงไม่
สามารถควบคุมตนเอง กระทำได้เพียงเชื่อฟังคำสั่งของ
มันอย่างว่าง่าย ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะถามอะไรนางจะ
บอกเล่าออกมาทั้งหมด หากจอมตะกละหมื่นตาทำได้
สำเร็จ ความลับของแดนมังกรทมิฬก็จะถูกเปิดเผย
ซึ่งหมายความว่าหนานซานหวางเยว่ที่คอยสะกดรอย
ตามอยู่ข้าง ๆ จะรับรู้เรื่องราวความลับต่าง ๆ ไปโดย
ปริยาย และ อู่ อวี้ ก็จะนำข้อมูลความลับที่ได้มาทำการ
ตัดสินใจในลำดับต่อไป เขาจะได้รู้ว่าค่ายกลมังกรบรรพ
กาลกลืนฟ้านิรันดร์เป็นอันตรายต่อจิ่วอิงจริงหรือไม่?
สถานการณ์ของจิ่วอิงยามนี้เป็นเช่นไร ทั้งสองเหตุการณ์
อาจจะเชื่อมโยงกัน ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้สูง
ในเวลานี้ดวงเนตรทุกดวงของจอมตะกละหมื่นตากำลัง
ระเบิดแสงคุมวิญญาณกลืนกินร่างของหงส์เพลิงมาร
พลังของมันจะแทรกซึมเข้าไปทรมานจิตวิญญาณของ
เป้าหมาย บั่นทอนเจตจำนงของนางไปทีละนิด ๆ จน
การต่อต้านของหงส์เพลิงมารอ่อนแรงลง ในที่สุดก็ถึง
ระดับที่นางไม่สามารถต่อต้านได้อีกต่อไป และแล้วนางก็
ถูกจอมตะกละหมื่นตาควบคุมอย่างสมบูรณ์
แต่ทันใดนั้นพลังแรงกดดันที่ใกล้เคียงกับจอมตะกละ
หมื่นตาก็ปรากฏขึ้น พลังที่ระเบิดออกมาทั้งรุนแรงและ
เยือกเย็น ซึ่งมันก็บดขยี้ลงมาจากฟ้าในทันที กลิ่นอาย
แรงกดดันอันน่าสยดสยองยิ่ง พวยพุ่งลงมาขัดจังหวะ
แสงคุมวิญญาณของจอมตะกละหมื่นตา ตัดการเชื่อมต่อ
ลำแสงจากหงส์เพลิงมารในบันดล
ด้วยวิธีนี้ ทำให้จอมตะกละหมื่นตาสามารถมองเห็น
ความสำเร็จได้รำไร แต่แล้วอยู่ ๆ ความหวังของมันก็
พังทลายลงในฉับพลันจึงทำให้มันโกรธเกรี้ยวเป็นอย่าง
ยิ่ง แต่แล้วมันก็พบว่าอีกฝ่ายนั้นคือมังกรเก้าเศียร ผู้มี
เรือนกายมืดมิดทมิฬราชันมังกรโลกันตร์!
ราชันมังกรโลกันตร์ปรากฏตัวในช่วงเวลาวิกฤตได้อย่าง
พอดิบพอดี สามารถขัดจังหวะ ‘หมื่นเนตรคุมวิญญาณ’
ของจอมตะกละหมื่นตา จนไม่อาจควบคุมหงส์เพลิงมาร
ได้
เมื่อถูกขัดจังหวะเช่นนี้ความลับของแดนมังกรทมิฬก็จะ
ไม่ถูกเปิดเผย และปัจจุบันราชันปีศาจแปดสวรรค์ทั้งสอง
ได้เผชิญหน้ากันแล้ว นี่คือสองขั้วมหาอำนาจของภพ
เทพปีศาจเจ้าผู้ครองดินแดนอาณาจักรบรรพกาลหมื่น
ปีศาจและนครทมิฬหมื่นปีศาจ พลังการต่อสู้ใกล้เคียงสูสี
พอกัน
และทันทีที่ทั้งสองฝ่ายพบเจอกัน ราชันมังกรโลกันตร์ก็
สามารถขัดขวางพลังอิทธิฤทธิ์หมื่นเนตรคุมวิญญาณที่
กำลังควบคุมหงส์เพลิงมารได้ในที่สุด
แล้วสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายสามารถขัดขวางได้ เป็นเพราะ
จอมตะกละหมื่นตาไม่ได้เตรียมการรับมือกับเหตุการณ์
กะทันหันที่อาจจะเกิดขึ้น หากมันรู้ว่าราชันมังกร
โลกันตร์อยู่ใกล้ ๆ มีหรือมันจะไม่ป้องกัน ฉะนั้นเหตุครั้ง
นี้สามารถกล่าวได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็คือราชันมังกร
โลกันตร์ได้คำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้ว
เห็นได้ชัดว่าสาเหตุที่อสูรมารโลหิตไล่ตามหงส์เพลิงมาร
มาได้นั้น เป็นเพราะหงส์เพลิงมารตั้งใจแสดงร่องรอย
ของตนให้ฝ่ายได้รับรู้ เพื่อหลอกล่ออสูรมารโลหิตให้มา
ติดกับ จากนั้นราชันมังกรโลกันตร์จะอาศัยโอกาสนี้
จัดการกับอสูรมารโลหิต
แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายต่างคำนวณเหตุการณ์คร่าว ๆ
มาดีทีเดียว ถึงกระนั้นจิ้งจอกเฒ่าทั้งสองก็ไม่คาดคิดว่า
จะได้พบกับตัวการใหญ่เช่นนี้ แต่ละคนล้วนมีแผนชั่ว
ของตนเอง แล้วในที่สุดราชันปีศาจสวรรค์แปดผู้ยิ่งใหญ่
ทั้งสองก็ได้เผชิญหน้ากัน
” เป็นอย่างไรสบายดีหรือไม่ตาเฒ่าเล่ห์หมื่นตา ดูเหมือน
เจ้ายังต่ำช้าเช่นเดิม ชอบใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการ
รังแกผู้อ่อนแอ ”
ทันทีที่ราชันมังกรโลกันตร์ปรากฏตัว มันก็มองไปที่จอม
ตะกละหมื่นตาพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงถ้อยคำดูถูก
เหยียดหยาม
ส่วนทางด้านจอมตะกละหมื่นตาผู้ถูกขัดจังหวะพลัง
อิทธิฤทธิ์หมื่นเนตรคุมวิญญาณ ก็รู้สึกหงุดหงิดอารมณ์
เสียอยู่มากพอแล้ว ยิ่งมาเจอถ้อยคำดูถูกของฝ่ายตรง
ข้ามอีก จึงทำให้โทสะของมันทวีเพิ่มขึ้น พร้อมตะโกน
สวนกลับไปว่า ” มังกรเก้าหัว∼ เจ้าเองก็ไม่ได้ดีไปกว่า
ข้านักหรอก ไหน ๆ ก็โผล่หัวออกมาแล้วเช่นนั้นก็ช่วย
ชี้แจงแถลงไข ว่าเจ้าทำอันใดในแดนมังกรทมิฬ เจ้า
กำลังจัดเรียงค่ายกลอันใดอยู่? ”
” แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า? ที่นี่คือดินแดนของข้า ข้าจะ
ทำอะไรก็ได้! ”
ราชันมังกรโลกันตร์ตะคอกกลับอย่างเย็นชา เห็นได้ชัด
ว่ามันไม่คิดจะบอกหรืออธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะเรื่องนี้มีความสำคัญอย่าง
ยิ่งยวดสำหรับมัน เพราะเกี่ยวกับการยกระดับฝึกฝน
บำเพ็ญตน
” กล่าวตามตรง ข้าแค่กังวลว่าเจ้าจะไม่รู้ว่ากำลังทำอัน
ใดอยู่ การกระทำของเจ้าอาจทำให้พื้นที่โดยรอบพัง
พินาศเสียหายจนหมด แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นขึ้นมาเจ้าจะ
ทำอย่างไร แม้แต่เจ้าก็คงไม่อาจแบกรับความผิดพลาด
ใหญ่หลวงครั้งนี้ได้ ”
จอมตะกละหมื่นตากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา แม้ว่าพลัง
อิทธิฤทธิ์หมื่นเนตรคุมวิญญาณจะถูกขัดจังหวะโดยราชัน
มังกรโลกันตร์ แต่แรงกดดันก็ไม่ได้ด้อยกว่าฝ่ายตรงข้าม
แต่อย่างใด
ทั้งสองเป็นเจ้าอาณาจักรที่มีความแข็งแกร่งสูสีกัน พลัง
ความสามารถของมันอยู่ในระดับราชันปีศาจแปดสวรรค์
และยังเป็นราชันปีศาจอันดับต้น ๆ ในภพเทพปีศาจ
ถึงแม้พวกมันทั้งสองจะเผชิญหน้ากัน แต่ถ้าให้ถึงขั้นลง
มือต่อสู้ก็คงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่นัก เพราะการต่อสู้ครั้ง
นี้จะเป็นการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ภพเทพปีศาจต้อง
ตกตะลึง ถึงกระนั้นจอมตะกละหมื่นตาก็ยังไม่ยอมแพ้
ยังคงพยายามซักไซ้ไล่ถามต่อไป เกี่ยวกับค่ายกลที่กำลัง
จัดเรียงในแดนมังกรทมิฬ
แน่นอนว่าราชันมังกรโลกันตร์จะไม่ยอมปริปากบอกเล่า
เกี่ยวกับเรื่องนี้ สายตาของจอมตะกละหมื่นตายังคงจ้อง
มองไปที่อีกฝ่าย แต่ละฝ่ายไม่ยอมลดราวาศอกให้กันและ
กัน ถึงแม้ทั้งสองจะไม่กล้าลงมือต่อสู้ ทว่าก็ยังไม่ยอม
ถอยกลับแยกย้ายทางใครทางมันง่าย ๆ เช่นกัน
ในที่สุดราชันมังกรโลกันตร์ก็ไม่อาจทนเสียเวลาโดยเปล่า
ประโยชน์ไปกับที่นี่ได้ หลังจากช่วยเหลือหงส์เพลิงมาร
แล้ว มันก็ตะโกนใส่จอมตะกละหมื่นตาด้วยความเกรี้ยว
กราดว่า ” เจ้ามาทางไหนก็รีบกลับไปทางนั้น ไม่เช่นนั้น
อย่าหาว่าข้าไม่เตือน ข้าเองก็ไม่ได้รังเกียจที่จะลงมือ เจ้า
คิดว่าข้าไม่กล้างั้นหรือ? ”
จอมตะกละหมื่นตารู้สึกไม่พอใจที่ราชันมังกรโลกันตร์ใช้
วาจาข่มขู่กับมันเยี่ยงนี้ ราวกับว่าอีกฝ่ายไม่เห็นตนเอง
อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ถึงแม้ใจจริงมันจะเข้าใจ
ความคิดของราชันมังกรโลกันตร์ก็ตาม
หากพวกมันทั้งสองฝ่ายถึงขั้นลงไม้ลงมือต่อสู้ แทบไม่
ต้องถามว่าหายนะกับผลกระทบที่ตามมาจะมากมาย
เพียงใด เนื่องจากที่นี่คือนครทมิฬหมื่นปีศาจอาณาเขต
ของราชันมังกรโลกันตร์ ผู้มาเยือนอย่างจอมตะกละหมื่น
ตากับอสูรมารโลหิตย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันอย่างแน่นอน
ถ้ากล่าวในแง่ของความแข็งแกร่งโดยรวมระหว่าง
อาณาจักรบรรพกาลหมื่นปีศาจกับนครทมิฬหมื่นปีศาจ
อาณาจักรบรรพกาลหมื่นปีศาจนั้นอ่อนแอกว่าเล็กน้อย
ดังนั้นเมื่อเห็นราชันมังกรโลกันตร์หมดความอดทน มัน
จึงรู้สึกว่าไม่สามารถดื้อแพ่งอยู่ต่อไปได้อีกต่อไป
ไม่เช่นนั้นแล้วมันจะต้องพบเจอกับปัญหาใหญ่เป็นแน่
ดังนั้นมันจึงเรียกอสูรมารโลหิต จากนั้นก็หันไปแล้วกล่าว
ขึ้นด้วยเสียงเย็นชาว่า ” ข้าหวังว่าเจ้าจะรู้ตัวว่าตนเอง
กำลังทำอะไรอยู่! ”
นี่คือสิ่งที่มันกล่าวทิ้งท้าย แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะ
ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป
แม้ว่ามันจะไม่สามารถต่อกรกับพลังของราชันมังกร
โลกันตร์ได้ แต่มันก็สามารถสั่งให้อสูรมารโลหิตค้นหา
ข้อมูลจับตาเฝ้าดูความเคลื่อนไหวภายในนครทมิฬหมื่น
ปีศาจต่อไป โดยไม่สนใจว่าแดนมังกรทมิฬจะกำลัง
วุ่นวายมากเพียงใด ในสายตาของจอมตะกละหมื่นตาผู้ที่
กำลังวิตกกังวลมากที่สุดในยามนี้ก็คือราชันมังกร
โลกันตร์
หากอสูรมารโลหิตก็ไม่ได้จากไปไหน สักวันมันจะ
กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างปัญหาให้แก่นคร
ทมิฬหมื่นปีศาจ ส่วนทางด้านราชันมังกรโลกันตร์ก็ยังไม่
กล้าลงมือดำเนินการต่อแม้แต่วันเดียว เวลานี้มันทำได้
เพียงแค่เลื่อนเวลาออกไปเพื่อมิให้เป็นที่สนใจของจอม
ตะกละหมื่นตา
อย่างไรเสียเรื่องนี้มันไม่เป็นผลดีต่อศัตรู แต่เป็นผลดีกับ
ตัวมันเอง!
จอมตะกละหมื่นตารู้ได้ทันทีว่าเวลานี้ราชันมังกร
โลกันตร์เต็มไปด้วยความหงุดหงิด หากมันยังคงดื้อแพ่ง
รบกวนต่อไปเกรงว่าอีกฝ่ายคงจะเชือดไก่ให้ลิงดูด้วยการ
สังหารระบายโทสะกับใครบางคน
ทว่าจอมตะกละหมื่นตาก็มิได้หวาดกลัวแต่อย่างใด หาก
เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นจริง ตัวมันก็ยังสบายดีไร้กังวล ด้วย
เพราะราชันมังกรโลกันตร์ไม่กล้าต่อสู้สร้างความเสียหาย
ให้กับนครทมิฬหมื่นปีศาจ
กลยุทธ์ของมันคือการถ่วงเวลาให้ช้าลง ขึ้นอยู่กับว่าฝ่าย
ใดจะหมดความอดทนมากกว่ากัน!
หลังจากจอมตะกละหมื่นตาจากไป มันก็สั่งให้อสูรมาร
โลหิตวนเวียนหาเบาะแสรอบ ๆ นครทมิฬหมื่นปีศาจไป
ก่อน จากนั้นก็หาโอกาสสร้างความวุ่นวายให้กับแดน
มังกรทมิฬ
สำหรับจอมตะกละหมื่นตาผู้มีอาณาจักรอยู่ในระดับ
ราชันปีศาจแปดสวรรค์ ด้วยแรงกดดันและกลิ่นอายที่
ปลดปล่อยออกมานั้นรุนแรงเกินไป อาจทำให้ที่นี่เกิด
ความวุ่นวายโดยไม่จำเป็นเอาได้ง่าย ๆ
ส่วนอสูรมารโลหิตผู้มีความสามารถในการปกปิดกลิ่น
อายของตนเอง ซึ่งจะทำให้มันสะดวกสบายในการค้นหา
เบาะแสได้มากขึ้น ดีไม่ดีมันอาจจะสามารถชะลอความ
คืบหน้าของราชันมังกรโลกันตร์ให้ช้าลงเข้าไปอีก
ไม่ว่าอย่างไร ทุกสายตาต่างคิดว่าสิ่งที่ราชันมังกร
โลกันตร์กำลังกระทำต้องมิใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน
ไม่เช่นนั้นมันคงไม่แสดงท่าทางกระอักกระอ่วน ไม่ยอม
บอกเหตุผลถึงสิ่งที่มันกำลังกระทำอย่างตรงไปตรงมา
การปะทะกันระหว่างสองราชันปีศาจแปดสวรรค์ผู้
ยิ่งใหญ่ จบลงด้วยการที่ทั้งสองฝ่ายโต้วาทีกันอย่าง
รุนแรง แต่ก็ยังมิได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวม
หงส์เพลิงมารฟื้นตัวจากอาการสับสน หลังจากนั้นราชัน
มังกรโลกันตร์ก็พานางกับสู่แดนมังกรทมิฬทันที
หนานซานหวางเยว่นั่งหย่อนก้นอยู่ข้าง ๆ พวกมัน โดย
ใช้ความสามารถของเขตแดนสวรรค์ไร้รอย จนไม่มีผู้ใด
สามารถพบเห็นร่องรอยของเขาได้ แม้กระทั่งราชัน
ปีศาจแปดสวรรค์ก็ยังคิดไม่ถึงว่าใต้จมูกของมัน จักมีผู้ใด
บางคนที่พวกมันมองไม่เห็น รับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกมัน
พูดคุยและกระทำ
เมื่อจอมตะกละหมื่นตาจากไป หนานซานหวางเยว่ก็
ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างแข็งขัน แอบเฝ้า
ติดตามประกบอยู่ไม่ห่าง เมื่อเห็นว่ามันกับอสูรมารโลหิต
แยกตัวกัน เขาก็เปลี่ยนเป้าหมายมาติดตามอสูรมาร
โลหิตแทน
ในสถานการณ์เช่นนี้หนานซานหวางเยว่กับ อู่ อวี้ ล้วน
เห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คืออสูรมารโลหิตถือ
เป็นกุญแจสำคัญในการช่วยเหลือจิ่วอิง ดังนั้นพวกเขา
จึงต้องมุ่งความสนใจไปที่มัน ส่วนจอมตะกละหมื่นตา ไม่
ต้องกล่าวถึงว่าการติดตามมันไปนั้นจะมีอันตรายมาก
เพียงใด เพียงแต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่ายังมิใช่เวลา
เหมาะสมที่มันจะแสดงตน
ดังนั้นมันจึงปล่อยให้อสูรมารโลหิตเป็นผู้ลงมือ นี่คือ
เหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกติดตามอสูรมารโลหิต
ทางด้านของ อู่ อวี้ ในตำหนักปีศาจโลหิตบนแดนมังกร
ทมิฬ ได้รับรู้ข่าวคราวการเผชิญหน้าระหว่างสองราชัน
ปีศาจแปดสวรรค์จากหนานซานหวางเยว่ สำหรับเขา
แล้วนี่มิใช่สัญญาณที่ดีเท่าใดนัก หากไม่รีบคว้าโอกาสนี้
ไว้ เขาเองก็ไม่ทราบว่ากว่าโอกาสครั้งต่อไปจะมาถึงต้อง
ใช้เวลานานมากเพียงใด
นอกจากนี้จอมตะกละหมื่นตายังไม่ยอมล้มเลิกง่าย ๆ มัน
สั่งอสูรมารโลหิตคอยสร้างปัญหาและเฝ้าระวังต่อไป
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงสามารถใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้
ได้!
นอกจากนี้ด้วยสถานการณ์ระหว่างจอมตะกละหมื่นตา
กับราชันมังกรโลกันตร์ หากมันรู้ว่าราชันมังกรโลกันตร์
กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากว่า
มันจะเข้ามาขัดขวาง หรือแม้กระทั่งเปิดฉากสงคราม
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมันจึงสั่งให้อสูรมารโลหิตคอยหลบ
ซ่อนตัวและสร้างปัญหาในแดนมังกรทมิฬ ด้วย
ความสามารถของอสูรมารโลหิต หากมันไม่คิดจะปรากฏ
ตัวด้วยตนเอง แม้กระทั่งราชันมังกรโลกันตร์ก็ยังต้องใช้
เวลาพอสมควรในการค้นหามัน
ดังนั้นอสูรมารโลหิตคือขุนพลผู้เหมาะสมมากที่สุดของ
จอมตะกละหมื่นตา
ตอนนี้ราชันมังกรโลกันตร์กลับมาพร้อมกับหงส์เพลิงมาร
ดังนั้นราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์อีกสองตนย่อมกลับมา
เช่นกัน
หลังจากค้นหามานานแต่ก็ยังคงไร้ซึ่งเบาะแสของคุนเผิง
จันทราแดง เป็นไปได้ว่ามันอาจซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ แต่มิ
กล้าแสดงตัวตนเท่านั้น ในกรณีนี้พวกมันก็ไม่จำเป็นต้อง
กังวลว่าข่าวคราวเรื่องการจัดวางค่ายกลมังกรมารบรรพ
กาลกลืนฟ้านิรันดร์ในนครทมิฬหมื่นอสูรจะรั่วไหล
ออกไป
—————–