กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1573: กฎสวรรค์กระแสวังวนโลหิต
หลังจาก อู่ อวี้ ใช้ความสามารถเผาผลาญเขาก็ระเบิด
พลังโจมตี ท่ามกลางค่ายกลเซียนภพต้องห้ามกับค่ายกล
มายาสวรรค์เก้าชั้นฟ้าทันที
โดยมีเป้าหมายอยู่ที่อสูรมารโลหิตซึ่งติดอยู่ในค่ายกล
มายา อู่ อวี้ ยกมือขึ้นพลังกฎสวรรค์สัประยุทธ์ก็สำแดง
เดช อำนาจอหังการของพลังกฎสวรรค์เสมือนดั่งดวง
ตะวันสาดแสง แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วร่างของเขา ส่งผล
ให้ความแข็งแกร่งก็ทะยานสูงขึ้นทันที
กฎสวรรค์สัประยุทธ์คือกฎสวรรค์ชนิดที่สองของ อู่ อวี้
เมื่อมันสำแดงเดชจะช่วยเพิ่มความสามารถรอบด้าน
ให้กับเขา นี่คือพลังกฎสวรรค์ที่เหมาะเอาไว้ใช้สำหรับ
การต่อสู้เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
ของยุทธวิชัยพุทธะ เมื่อมันสำแดงเดช อสูรมารโลหิต
รู้สึกราวกับว่ามีดวงตะวันขนาดเล็กส่องสว่างเจิดจ้าอยู่
ตรงเบื้องหน้าของมัน
เมื่อรับรู้ถึงอันตรายมันก็รีบตื่นตัวในทันที จากนั้นก็
พยายามหาหนทางออกจากค่ายกลมายา ถึงมันพยายาม
อย่างไรก็สูญเปล่าเพราะเป็นไปไม่ได้ที่มันจะหลบหนีออก
จากค่ายกลเซียนทั้งสองชนิดนี้
“รับไปซะ!”
ในขณะที่อสูรมารโลหิตยังคงงุนงง อู่ อวี้ ยกพลองฟ้า
เทวราชเพลิงอัสนีขึ้น พร้อมปลดปล่อยกฎสวรรค์เพลิง
อัสนี ฟาดกระแทกลงมาทันที เพียงชั่วอึดใจพลังพลิกฟ้า
พลิกสมุทรก็บดขยี้เข้าใส่ศีรษะของอสูรมารโลหิต!
เมื่อเห็นสถานการณ์เข้าสู่ช่วงวิกฤต ร่างสีแดงโลหิตของ
อสูรมารโลหิตก็รวมผสานเข้ากับบรรยากาศโดยรอบ
จากนั้นก็กลายเป็นสระโลหิตสีแดงสดพวยพุ่งออกมาจาก
ร่างของมัน ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งฟุ้งกระจายไปทั่ว คือกฎ
สวรรค์วิถีแรกของมัน นามว่า ‘กฎสวรรค์สระโลหิต’
เมื่อกฎสวรรค์สระโลหิตถูกนำออกมาใช้ มันจะทำให้พลัง
รบของศัตรูอ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายแล้วพลัง
จะเหลือเพียงหนึ่งในสิบจากทั้งหมดที่มี
ยิ่งไปกว่านั้นหากกฎสวรรค์สระโลหิตขยายออกไป จนไป
ปกคลุมร่างของศัตรูคู่ต่อสู้จะทำให้พลังของฝ่ายตรงข้าม
ลดลงเป็นอย่างมาก ด้วยวิธีนี้จึงทำให้อสูรมารโลหิต
สามารถเอาชนะราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ที่อยู่ในอาณาจักร
เดียวกันมามากมายนับไม่ถ้วน นี่คือความสามารถหลักที่
มันรู้สึกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะความสามารถนี้ทำให้
มันกลืนกินฝ่ายตรงข้ามมานักต่อนัก
เมื่อกฎสวรรค์สระโลหิตระเบิดออกมา ละอองสีแดงเข้มก็
ละลายกลายเป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่แผ่กระจาย
ออกไปโดยรอบอย่างฉับพลัน
สำหรับพลองฟ้าเทวราชเพลิงอัสนีของ อู่ อวี้ ที่ตวัดฟาด
ลงมาบนศีรษะของอสูรมารโลหิต ก็ตกเข้าสู่กฎสวรรค์
สระโลหิตอย่างฉับพลัน ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงแรงหนืด
มหาศาล ซึ่งจำกัดการเคลื่อนไหวของพลองฟ้าเทวราช
เพลิงอัสนี จนทำให้ อู่ อวี้ ไม่สามารถรักษาความ
แข็งแกร่งได้อีกต่อไป
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะคิดถึงเรื่องนี้ เมื่อเห็นอีกฝ่ายใช้
กฎสวรรค์สระโลหิตแผ่ขยายออก อู่ อวี้ ก็ใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์เมฆาตลบฟ้า ความว่างเปล่าหวนกลับตอบโต้
ในทันที
ภายใต้ความว่างเปล่าหวนกลับพิภพแห่งความว่างเปล่า
ได้ก่อตัวขึ้นรอบ ๆ ตัวของ อู่ อวี้ จากนั้นมิติพิภพก็กลับ
ตาลปัตรอย่างรวดเร็ว เมื่อพลังทั้งสองปะทะกันกฎ
สวรรค์สระโลหิตก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว เวลานี้ร่าง
ของอสูรมารโลหิตถูกดูดเข้าสู่พิภพแห่งความว่างเปล่า
แม้กระทั่งหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีก็ถูกดึงเข้าสู่พิภพ
แห่งความว่างเปล่าด้วยเช่นกัน ถึงกระนั้นเมื่ออสูรมาร
โลหิตเข้ามาอยู่ภายในพิภพแห่งความว่างเปล่ามันก็
สัมผัสได้ถึงพลังกดขี่มหาศาล ซึ่งพลังนี้ทำให้มันอ่อน
กำลังลงเป็นอย่างมาก ม่านตาของมันแผ่ขยายแสดงให้
เห็นว่ามันกำลังตื่นตัวเต็มที่
เดิมทีมันต้องการดึงคู่ต่อสู้เข้าสู่กฎสวรรค์สระโลหิต แต่
กลับกลายเป็นว่าตัวมันถูกดึงเข้าสู่พิภพความว่างเปล่า
ของอีกฝ่ายเสียเอง สถานการณ์ของมันยามนี้อยู่ในช่วง
วิกฤตคับขันอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงแม้ฝ่ายตรงข้ามของ
มันจะเป็นเพียงเด็กน้อยสามคนที่เพิ่งเข้าสู่อาณาจักร
ปีศาจไร้ลักษณ์ …
ดังนั้นมันรีบฉวยโอกาสส่งยันต์เซียนสื่อสารออกไปแจ้ง
ข่าวให้กับจอมตะกละหมื่นตาได้รับทราบ ว่าเวลานี้มันได้
ติดกับดักของศัตรู เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ต้องเป็นแผนการที่
เตรียมการมาอย่างดี
อสูรมารโลหิตจำต้องระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก แม้จะดู
เหมือนว่าคนทั้งสามที่อยู่เบื้องหน้าของมันยามนี้ ไม่น่า
สร้างภัยคุกคามอันใดกับมันได้
ทว่าเมื่อเริ่มต่อสู้มันก็พบว่าทั้งสามแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
ไม่เคยพบเจอผู้ที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับราชัน
ปีศาจไร้ลักษณ์ขั้นที่ 2 ทรงพลังน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มา
ก่อน
ยามนี้อสูรมารโลหิตยังคงสงบสุขุม มันจะอดทนรอ
จนกว่าจอมตะกละหมื่นตาจะมาถึง
แต่แล้วมันก็พบว่ายันต์เซียนสื่อสารไม่สามารถส่งออกไป
แจ้งข่าวได้ เพราะถูกค่ายกลเซียนภพต้องห้ามสกัดกั้น
เอาไว้ ส่งผลให้เวลานี้สีหน้าของมันดูน่าเกลียดเป็นอย่าง
ยิ่ง
” พวกเจ้าเป็นใคร? มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับราชัน
ปีศาจดึกดำบรรพ์อย่างไร? ”
อสูรมารโลหิตครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ คิดว่าพวกเขา
อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับราชันปีศาจดึกดำบรรพ์
อาจมีความเป็นไปได้ว่าราชันปีศาจดึกดำบรรพ์คิดหัก
หลัง เพราะในตอนนี้มันได้ไปอยู่ในแดนมังกรทมิฬสมใจ
แล้ว ดังนั้นมันจึงล่อให้อสูรมารโลหิตมาติดกับดัก?
แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คนที่มันต้องเจอก็ไม่น่าจะเป็น
ปีศาจน้อยสามคนนี้…
อันที่จริงในมุมมองสายตาของอสูรมารโลหิต มันไม่คิด
พวกเขาทั้งสามเป็นเพียง ‘เด็กน้อย’ เพียงแค่เผชิญหน้า
กันในช่วงเวลาสั้น ๆ มันก็สามารถสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม
ร้ายแรงจาก อู่ อวี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าในวันนี้อาจจะ
มีผู้ใดผู้หนึ่งตกตายอยู่ที่นี่
นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่อสูรมารโลหิตอยากเจอเลยจริง ๆ
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามพวกเขาทั้งสามไม่อาจมานั่งเสียเวลา
กับคำถามของอสูรมารโลหิต ในสายตาของพวกเขาอสูร
มารโลหิตนั้นตกตายไปแล้ว และตัวตนของมันจะถูก อู่
อวี้ ครอบครองมาแทนที่
เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ตอบโต้ อสูรมารโลหิตจึงกล่าวขึ้น
อย่างรวดเร็ว ” ช้าก่อน มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดคุยกันอย่า
เพิ่งลงไม้ลงมือ พวกเจ้ามีจุดประสงค์อันใดก็เชิญกล่าว
มาตามตรงอย่าได้อ้อมค้อม บางทีราชันปีศาจผู้นี้อาจ
ช่วยเหลือเจ้าได้ ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่มันกล่าว อู่ อวี้ ก็แปลกใจเล็กน้อย เพราะ
มันไม่เคยเห็นพวกราชันปีศาจจะโน้มน้าวจิตใจผู้ใดมา
ก่อน
ตอนนี้พวกเขามีพลังฝีมืออยู่แค่อาณาจักรปีศาจไร้ลักษณ์
ขั้นที่ 2 ซึ่งแตกต่างจากอสูรมารโลหิตถึงห้าขั้น แล้วอีก
ฝ่ายจะยอมจำนนงั้นหรือ?
แต่ในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่ในใจ ดวงตา
ของอสูรมารโลหิตก็ฉายแววดุร้าย จากนั้นโลหิตภายใน
กายของมันก็หลั่งไหลออกมา ไม่คาดคิดว่ามันจะแสดง
พลังกฎสวรรค์อีกชนิด ซึ่งก็คือ : กฎสวรรค์กระแสวังวน
โลหิต!
นี่คือพลังกฎสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัว โลหิตที่ไหลออกมา
จากร่างของอสูรมารโลหิตได้มารวมตัวกันเป็นทรงกลมสี
แดง ซึ่งมีพลังกฎสวรรค์กระแสวังวนอยู่ หากสิ่งมีชีวิตใด
ๆ อยู่ภายใต้อาณาเขตวังวน โลหิตภายในกายจะถูกสูบ
กลืนจนสิ้นชีพตกตาย
ทันทีกฎสวรรค์กระแสวังวนได้ก่อตัวขึ้น อู่ อวี้ กับพรรค
พวกต่างก็รู้สึกว่าโลหิตภายในกายของตนเองกำลังเดือด
พล่าน ราวกับว่ามันไม่ใช่ของตนเองอีกต่อไป โลหิตแทบ
จะระเหยออกตามรูขุมขนเข้าไปในกฎสวรรค์กระแสวัง
วน!
พวกเขาไม่คาดคิดว่าอสูรมารโลหิตจะมีเล่ห์เหลี่ยมแพรว
พราวถึงเพียงนี้ ไม่น่าแปลกใจที่ภพเทพปีศาจยกย่องมัน
นักหนา หากผู้ที่รับมือกับมันอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่พวกเขาทั้ง
3 คาดว่ามันคงจะหลบหนีไปได้จริง ๆ
แต่น่าเสียดายที่ อู่ อวี้ จะไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้เล่นลูกไม้ใด
ๆ อีก ซึ่งเขาก็คิดเช่นเดียวกับหนานซานหวางเยว่และเย่
ซีซี
เมื่อกฎกระแสวังวนของฝ่ายตรงข้ามปรากฏขึ้น กระแส
วังวนโลหิตก็กลั่นสกัดควบแน่นกลายเป็นเขตแดน
ในตอนเริ่มต้นพลังแรงดึงดูดของมันยังไม่รุนแรงมาก แต่
ต่อมาแรงดึงดูดของมันก็เริ่มทวีมากขึ้นเรื่อย ๆ น่า
เสียดายที่พวกเขาทั้งสามไม่อาจทนรอให้พลังของมัน
สำแดงเดชได้อย่างเต็มที่
” กำเนิดพฤกษาคลั่ง พิภพพฤกษา! ”
หนานซานหวางเยว่เปิดฉากโจมตี ทันใดนั้นอยู่ ๆ ก็มีจุด
สีเขียวปรากฏขึ้น ในตอนแรกมันเป็นเพียงแค่จุดเล็ก ๆ
อยู่ท่ามกลางโลหิตสีแดงสด จากนั้นไม่นานมันก็ขยายตัว
ใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่โลหิตที่อยู่โดยรอบก็ยังถูกดูด
ซับ
ตอนนี้มันได้เติบใหญ่กลายเป็นมหาสมุทรพฤกษาอัน
เขียวขจี สามารถสกัดกั้นกฎสวรรค์กระแสวังวนโลหิต
ของอสูรมารโลหิตได้ฉับพลัน ด้วยเพราะถูกต้นพฤกษา
ขยายใหญ่โตมากเกินไปทำให้พลังดูดกลืนของกฎสวรรค์
กระแสวังวนโลหิต ไม่มีผลต่อพวกเขาทั้งสามอีกต่อไป!
ถึงกระนั้นโลหิตของพวกเขาทั้งสามก็ยังคงเอ่อล้นออกมา
จำนวนมาก กล่าวได้ว่าเวลานี้ช่องว่างแห่งความว่าง
เปล่าตรงเบื้องหน้าเต็มไปด้วยโลหิต
แต่สิ่งนี้ไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรงถึงแก่ชีวิต นอกจากนี้
พวกเขาทั้งสามยังไม่ได้บาดเจ็บแต่อย่างใด เพียงแค่มี
โลหิตออกมาจากร่างเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีผลกระทบต่อ
ประสิทธิภาพการต่อสู้ของพวกเขาแม้แต่น้อย
แต่ถ้ายังถูกกฎสวรรค์กระแสวังวนโลหิตของฝ่ายตรงข้าม
ดูดกลืนต่อไป พวกเขาทั้งสามจะต้องตกตายกลายเป็น
ซากศพไร้วิญญาณอย่างแน่นอน ทว่ายามนี้ฝ่ายตรงข้าม
ถูกพลังอิทธิฤทธิ์พิภพพฤกษาของหนานซานหวางเยว่
ขจัดขัดขวาง จนกฎสวรรค์ไม่อาจแสดงผลได้อย่าง
เต็มที่
แล้วนี่ยังไม่ใช่ทั้งหมด
” วัฏจักรแดนอเวจี ห้วงวังวนวัฏจักรเวียนว่าย! ”
และแล้วเย่ซีซีก็ลงมือในช่วงเวลาที่ดีที่สุด อสูรมารโลหิต
ตัวสั่นเทิ้มไม่น้อย เมื่อเห็นว่ากระแสวังวนกฎสวรรค์ของ
ตนเองถูกสกัดกั้นขัดขวาง ทันใดนั้นพลังห้วงวังวนวัฏ
จักรแดนอเวจี ก็ก่อตัวขึ้นด้านหน้าอสูรมารโลหิต
กลายเป็นกระแสวังวนที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า ทั้งยังแผ่
กลิ่นอายอันเย็นยะเยือกออกมาจากด้านในอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้นภูตผีซึ่งเปี่ยมไปด้วยความหนาวเย็นถึงขีดสุด
ปรากฏตัวออกมาจากวังวนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า
นี่จะเป็นแค่เพียงเศษเสี้ยววิญญาณ แต่เมื่อถูกพลัง
อิทธิฤทธิ์ของเย่ซีซีเพิ่มพลังความแข็งแกร่งขึ้นให้กับพวก
มัน เศษเสี้ยววิญญาณเหล่านี้ก็สร้างผลกระทบอย่างใหญ่
หลวงให้แก่อสูรมารโลหิต
ชั่วขณะนั้นเอง อสูรมารโลหิตก็รู้สึกปวดศีรษะจนแทบ
ระเบิด แล้วพบว่าตนเองไม่อาจหนีจากห้วงวังวนนรกได้!
” จะ … เจ้าเป็นเทพมาร! เหตุใดถึงมาอยู่ในภพเทพ
ปีศาจได้ … อ๊าก!” อสูรโลหิตรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ แต่
ห้วงวังวนวัฏจักรเวียนว่ายทำให้มันสูญเสียจิตสำนึกและ
ความสามารถในการคิดไตร่ตรองไปอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งเดิมทีแล้วมันยังสามารถขบคิดเบาะแสบางอย่างบาง
เรื่องได้เลือนราง แต่ตอนนี้ทุกสรรพสิ่งได้หายไปจนหมด
สิ้น
แล้วในช่วงเวลานี้เองพิภพพฤกษาของหนานซานหวาง
เยว่ ก็หดตัวลงทันที เถาวัลย์ยักษ์จำนวนนับไม่ถ้วน
พันธนาการอสูรมารโลหิตไว้ตรงใจกลาง ทำให้มันขยับ
เขยื้อนได้อย่างยากลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ
อสูรมารโลหิตเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วยิ่ง ทั้งยัง
เชี่ยวชาญวิชาหลบซ่อนตัว หากไม่พันธนาการมันไว้ อู่
อวี้ คงไม่อาจสังหารมันได้อย่างแน่นอน
แน่นอนว่าหนานซานหวางเยว่กับเย่ซีซีกักขังอสูรมาร
โลหิตไว้ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อใดที่มันคุ้นชินกับพลังของ
ห้วงวังวนวัฏจักรเวียนว่าย เป็นไปได้สูงมากที่มันจะดิ้น
รนฝ่าออกจากพัฒนาการ ทว่า อู่ อวี้ ไม่เปิดโอกาสให้มัน
ทำเช่นนั้น
อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของหนานซานหวางเยว่
กับเย่ซีซีค่อนข้างอ่อนแอ จึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะ
กักขังอสูรมารโลหิตได้นานนัก
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
ชั่วอึดใจต่อมา อู่ อวี้ ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นเซียนวานร
ทองคำ เสียงคำรามของเขาดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้ง
พิภพแห่งความว่างเปล่า ผสานไปกับเคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของเขาก้าวกระโดดขึ้นอีก
หลายเท่า
“ผนึกเมฆาเร้น!”
ภายใต้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง กฎสวรรค์สัประยุทธ์ และ
พลังอิทธิฤทธิ์ความว่างเปล่าหวนกลับ ส่งผลให้อำนาจ
ทำลายล้างของผนึกเมฆาเร้นพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด พลัง
มหาศาลบดขยี้เข้าใส่อสูรมารโลหิตที่ถูกพันธนาการไว้
จนความว่างเปล่าแตกเป็นเสี่ยง ๆ
เสียงกรีดร้องโหยหวนของมันไม่อาจดังลอดค่ายกลเซียน
ออกไปได้ เพียงชั่วอึดใจร่างของอสูรมารโลหิตกระดูกบด
ขยี้เป็นชิ้น ๆ ตกตายสิ้นชีวาภายใต้ผนึกเมฆาเร้นอย่าง
สมบูรณ์ โดยที่มันไม่มีโอกาสให้ดิ้นรนแม้แต่น้อย
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันและความสามารถในการ
เผาผลาญของ อู่ อวี้ มากพอที่จะสังหารราชันปีศาจเจ็ด
สวรรค์ได้ ดังนั้นขณะที่อสูรมารโลหิตตกอยู่ภายใต้
พันธนาการ มันก็ถูกบดขยี้ด้วยอำนาจอันเบ็ดเสร็จ ไม่
อาจต้านทาน และถูกสังหารตกตายไปในทันที
—————-