กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1588: จิ่วอิงถือกำเนิดใหม่
ต่อจากนี้คือการกลืนกินเพียงฝ่ายเดียว
เมื่ออยู่ภายใต้ภายใต้ค่ายกลมังกรเซียนบรรพกาลหมื่น
เสาฟื้นฟูทำให้จิ่วอิงได้รับพลังสนับสนุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้
จิตสำนึกของแข็งแกร่งมากพอที่จะสยบกลืนวิญญาณได้
ในที่สุด ขณะที่จิตสำนึกของจิ่วอิงกลืนกินกลืนวิญญาณ
ของราชันมังกรโลกันตร์มันก็ส่งเสียงกรีดร้องอย่าง
ต่อเนื่อง หลังจากนั้นมันก็รวมเป็นส่วนหนึ่งของพลังจิ่
วอิง
ส่วนเศษเสี้ยววิญญาณของโม่อิงดับโลกาก็ส่งเสียงกรีด
ร้องออกมาด้วยโทสะอย่างต่อเนื่อง กลิ่นอายหยินเย็นยะ
เยือกยังคงปะทุออกมาอย่างเนือง ๆ แต่ไม่ว่ามันจะกรีด
ร้องหรือโกรธแค้นอย่างไรก็เปล่าประโยชน์ เพราะในที่สุด
มันก็ถูกจิ่วอิงกลืนกินจนหมดสิ้น
ในตอนนี้จิตวิญญาณส่วนเกินที่ไม่ใช่ของจิ่วอิงได้ถูก
กำจัดทิ้งจนหมดสิ้นแล้ว ส่งผลให้จิตสำนึกของเขา
พัฒนาขึ้นมาก ถึงแม้ค่ายกลมังกรเซียนบรรพกาลหมื่น
เสาฟื้นฟูจะถูกปลดออกไปแล้ว แต่ความแข็งแกร่งของ
เขาก็เทียบเคียงได้กับระดับที่กลืนวิญญาณและเศษเสี้ยว
วิญญาณร่วมมือกันก่อนหน้านี้
หลังจากนั้นจิ่วอิงคงต้องพักผ่อนพักฟื้นสักระยะหนึ่ง
จนกว่าเขาจะปรับสภาพทำความคุ้นเคยกับความเข้มข้น
ของจิตสำนึกในปัจจุบัน แล้วค่อยกลับมาฟื้นฟูพลัง
ร่างกายอีกครั้ง
เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาถูกกักขังอยู่ภายในจิตปีศาจนาน
เกินไป ไม่สามารถควบคุมร่างกายตนเองได้ เมื่อเขา
สามารถกลับมาควบคุมร่างกายของตนเองได้อีกครั้ง เขา
จะต้องฝึกฝนทำความคุ้นชินในการควบคุมให้เกิดสมดุล
คงที่ ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง
อู่ อวี้ จึงไม่รบกวนเขา ปล่อยให้เขาฝึกฝนปรับสภาพ
ด้วยตนเอง
จิ่วอิงต้องรอให้ตนเองฟื้นตัวเต็มที่เสียก่อน จึงจะสามารถ
พูดคุยหารือกับ อู่ อวี้ ได้ เวลานี้เขาจะต้องรวบรวมจิต
ปีศาจให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้จิตเซียนของเขามี
พลังมาก แต่อาณาจักรของเขาค่อนข้างต่ำ ซึ่งมิใช่เรื่องดี
สำหรับเทพปีศาจ
ดังนั้นขณะจิ่วอิงกำลังพักฟื้น อู่ อวี้ จึงคิดใช้
ความสามารถส่งต่อให้แก่จิ่วอิง ทำให้พื้นฐานฝึกตนของ
เขาก้าวกระโดดเช่นเดียวกับหนานซานหวางเยว่และเย่ซี
ซี
อีก 500 ปีต่อมา ในที่สุดจิ่วอิงก็สามารถรวบรวม
จิตสำนึกของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ และเขาก็เริ่มคุ้นชิน
กับการควบคุมร่างกายของตนเอง จากนั้นก็ลืมตาตื่น
ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์
ทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นแล้วพบว่าตนเองอยู่ภายในพิภพ
ปีศาจบรรพกาล ดวงตาของเขาก็เอ่อล้นไปด้วยหยาด
น้ำตาด้วยใจที่ตื้นตัน เพราะรู้ว่าในที่สุดตนเองก็รอดชีวิต
จากปากเหยี่ยวปากกามาได้
ก่อนหน้านี้จิตปีศาจของเขาถูกครอบครองโดยเศษเสี้ยว
วิญญาณของมหาจักรพรรดิปีศาจโม่อิงและกลืน
วิญญาณของราชันมังกรโลกันตร์ จนเขาไม่มั่นใจว่า
ตนเองจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือไม่ เขารู้สึกว่า
ชีวิตของตนเองกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายเกือบจะตาย
แหล่ไม่ตายแหล่ เขาโชคร้ายที่ต้องมาพบเจอกับราชัน
มังกรโลกันตร์กับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของโม่อิงดับโลกา
โดยบังเอิญ จนเขาต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนอยู่บนปาก
ประตูแห่งความตายมาพักใหญ่ ๆ
ในช่วงเวลานั้นโลกของจิ่วอิงช่างมืดมนเป็นอย่างยิ่ง เขา
มืดแปดด้านไม่เห็นหนทางที่ตนเองจะรอด เว้นเสียแต่ว่า
‘กลืนวิญญาณ’ ของราชันมังกรโลกันตร์และ ‘เศษเสี้ยว
วิญญาณ’ ของโม่อิงดับโลกาจะทำลายกันเองจนสูญเสีย
ทั้งคู่ …
อีกอย่างกลืนวิญญาณและเศษเสี้ยววิญญาณมีพลังมาก
เหลือเกิน ต่อให้พวกมันจะมีพลังเหลือแค่หนึ่งส่วน แต่ก็
สามารถกลืนกินจิตสำนึกของจิ่วอิงได้อย่างง่ายดาย
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดทั้งมวลทำให้จิ่วอิงไม่ค่อยมี
ความหวังว่าตนเองจะรอด
แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏตัวขึ้น มัน
ทำให้เขาเริ่มเห็นความหวังแม้ว่ามันจะดูริบหรี่ก็ตาม ถึง
อู่ อวี้ จะมีความสามารถสูง แต่ก็ยังยากที่จะช่วยเหลือ
เขาให้รอดพ้นมาจากเงื้อมมือของราชันมังกรโลกันตร์
ตั้งแต่ต้นจวบจนถึงตอนนี้เขาได้เห็นทุกการกระทำทุก
ความใส่ใจของ อู่ อวี้ มันทำให้เขารู้สึกตื้นตันท่วมท้น
เป็นอย่างยิ่ง
กล่าวได้ว่าการที่เขายังมีชีวิตอยู่บนโลกได้มาจนถึงทุก
วันนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะความช่วยเหลือของ อู่ อวี้ หาก
ไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ ป่านนี้เขาคงตกตายไปแล้วจากนั้น
ร่างกายของเขาจะกลายเป็นร่างแยกของราชันมังกร
โลกันตร์
แล้วตอนนี้เขาก็ถือกำเนิดใหม่!
” ก่อนที่เราจะกลับไปแก้แค้น ข้าจะใช้ความสามารถ ‘ส่ง
ต่อ’ ให้เจ้าก่อน อาณาจักรฝึกตนของเจ้าจะได้ยกระดับ
สูงขึ้น” อู่ อวี้ มิได้พูดคุยกับเขามาพักใหญ่ หลังจากเขา
ฟื้นคืนสติ อู่ อวี้ ก็ตัดสินใจที่จะตีเหล็กขณะที่มันยังร้อน
ด้วยการส่งข้อมูลเชิงลึกบางส่วนให้แก่เขาก่อน
ความสามารถของ อู่ อวี้ นับว่ามีความได้เปรียบเป็น
อย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้เขาได้กลืนกินโลหิตจักรพรรดิปีศาจ
ต่อมาก็ได้กลืนกินชิ้นส่วนซากศพจักรพรรดิปีศาจ จนทำ
ให้เขามีความรู้ความเข้าใจลึกล้ำยิ่ง ทำให้เขาสามารถส่ง
ต่อส่วนหนึ่งให้แก่จิ่วอิงได้
เมื่อข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังจิ่วอิง อาณาจักร
ฝึกตนของเขาก็พุ่งทะยานชนิดที่เรียกว่าก้าวกระโดด เขา
ยกระดับวันละ 1 ขั้น ด้วยความเร็วเช่นนี้ถ้าบอกว่าเขา
สามารถไล่ตามหลัง อู่ อวี้ มาได้ติด ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเกิน
จริงหรือเป็นไปไม่ได้
แล้วเนื่องจากข้อมูลเชิงลึกของ อู่ อวี้ เขาสามารถส่งต่อ
ได้อย่างไม่จำกัด อีกทั้งความเร็วในการฝึกตนของเขายัง
ก้าวกระโดดเกินไป ทำให้การควบคุมพื้นฐานฝึกตนของจิ่
วอิงอ่อนแอลงพอสมควร ซึ่งจะต้องใช้เวลาฝึกฝน
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ยุติการส่งต่อ
หลังจากจิ่วอิงสิ้นสุดการยกระดับอย่างต่อเนื่อง สิ่งแรกที่
เขากระทำก็คือโผเข้ากอด อู่ อวี้ แน่น ไม่ว่าจะเป็นคำพูด
ใด ๆ ไม่สามารถใช้แทนความรู้สึกที่เขามีในตอนนี้ได้
เขามิได้กล่าวคำขอบคุณ เพราะสำหรับพี่น้องแล้วคำ
กล่าวขอบคุณมิได้สลักสำคัญ สิ่งสำคัญคือใจที่สื่อถึงกัน
อย่างไรก็ตามเขาได้นำข่าวดีมาบอก อู่ อวี้ ด้วยเช่นกัน “
ครั้งนี้ข้ากลืนกินเศษเสี้ยววิญญาณของมหาจักรพรรดิโม่
อิง ทำให้รู้ตำแหน่งศีรษะของซากศพ หากย้อนกลับไปที่
ภพเทพปีศาจ พวกเราจะสามารถเก็บเกี่ยวมันได้
โดยตรง! ”
“ซากศพโม่อิงดับโลกา คือเป้าหมายสูงสุดของราชัน
ปีศาจจอมตะกละกับราชันมังกรโลกันตร์ พวกมัน
ต้องการสิ่งนี้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเอง
… อีกทั้งส่วนหัวยังถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดของจักรพรรดิ
ปีศาจนิรันดร์ มีความรู้ความเข้าใจและมรดกที่สามารถ
สืบทอดได้อยู่มากมายมหาศาล ยากจะจินตนาการได้ว่า
หากพวกเราได้กลืนกินมัน จักช่วยส่งเสริมความก้าวหน้า
พัฒนาขึ้นไปถึงระดับใด” อู่ อวี้ เอ่ยขึ้นด้วยความยินดี
“ อู่ อวี้ เจ้ามีความสามารถในการกลืนกิน หน้าที่นี้คง
ต้องยกให้เจ้าแล้ว ท้ายสุดแล้วหากข้าเป็นผู้กลืนกินเอง
คงต้องใช้เวลาย่อยสลายนับแสนปี อีกทั้งยังสูญเสีย
คุณประโยชน์ที่ควรได้รับ ด้วยอาณาจักรฝึกตนใน
ปัจจุบันของข้าการสืบทอดความรู้ความเข้าใจเหล่านั้น
คงตระหนักได้ไม่ถึงหนึ่งในร้อยส่วนด้วยซ้ำ ” จิ่วอิง
กล่าวอย่างจริงจัง
นี่คือโอกาสใช้ความสามารถกลืนกินของ อู่ อวี้
นับเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว เนื่องจาก อู่ อวี้ มี
ร่างกายและความสามารถของอสูรกลืนสวรรค์ เขาอาจ
ใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนในการกลืนกินหัวของมหาจักรพรรดิ
โม่อิง ยิ่งไปกว่านั้นการตระหนักรู้จากทุกสรรพสิ่งที่ได้รับ
หลังกลืนกินยังมากกว่าผู้อื่นอีกด้วย
เท่ากับว่าตราบใดที่เขาส่งต่อความรู้ความเข้าใจหนึ่งใน
สิบส่วนไปให้จิ่วอิง ผลที่ได้รับก็มากกว่าที่จิ่วอิงกลืนกิน
เองเสียอีก
ความสามารถในการกลืนกินคือทักษะที่ทรงพลังยิ่งของ
อู่ อวี้ หากเขาได้รับซากศพ ผลที่ได้จากการกลืนกินคือ
100 ส่วน ต่อให้เป็นตัวตนระดับราชันปีศาจจอมตะกละ
และราชันมังกรโลกันตร์ผลที่ได้จากการกลืนกินก็เพียงแค่
10 ส่วนหรือส่วนเดียวเท่านั้น
” ฟังดูไม่เลว เช่นนั้นเราก็ไปตามหาศีรษะของมหา
จักรพรรดิโม่อิงในภพเทพปีศาจกันเถอะ ท่านลุงอู่จวินก็
จะไปกับเราด้วย ” อู่ อวี้ กล่าว
อันที่จริงแล้วเขารู้สึกตื่นเต้นพอสมควร ด้วยตัวตนของ
อู่จวิน ในภพเทพปีศาจ เขาจะมิใช่ผู้ถูกกลั่นแกล้งรังแก
เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป การดำรงอยู่ของราชันปีศาจเก้า
สวรรค์ในภพเทพปีศาจ ถือเป็นตัวตนระดับสูงสุด ซึ่ง
เทียบเคียงได้กับจักรพรรดิปีศาจที่มีเพียงไม่กี่ตนเท่านั้น
ตราบใดที่พวกเขาบีบจักรพรรดิปีศาจจนถึงขั้นที่พวกมัน
ต้องตกลงยอมร่วมมือกัน อู่ อวี้ กับพรรคพวกก็อยู่ยงคง
กระพันในภพเทพปีศาจเลยก็ว่าได้
“ ท่านลุงอู่จวิน หากพบซากศพจักรพรรดิปีศาจ ท่านก็
กลืนกินส่วนหนึ่งไปด้วยแล้วกัน มันน่าจะมีประโยชน์
สำหรับท่านที่กำลังฝ่าทะลวงไปยังอาณาจักรจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ ” อู่ อวี้ กล่าวกับอู่จวิน
เนื่องจากดินแดนของอู่จวินสูงกว่า อู่ อวี้ มาก ดังนั้น อู่
อวี้ จึงไม่อาจใช้ความสามารถส่งต่อกับเขาได้ กระทำได้
เพียงปล่อยให้เขากลืนกินด้วยตนเอง อีกฝ่ายจะได้รับ
ประโยชน์จากมันมากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวของอู่จวินเอง
แล้ว
“ตกลง”
อู่จวินยิ้มอย่างผ่อนคลาย โดยมิได้เรียกร้องอันใดมากนัก
เขาเพิ่งติดอยู่ในขอบเขตที่กำลังก้าวเข้าสู่ระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์แค่หนึ่งหรือสองพันปีเท่านั้น มิได้
ยาวนานถึงหมื่นปี ดังนั้นจึงมิได้รีบร้อน เพราะเขายังมี
ชีวิตอยู่อีกนาน แม้ว่าคราวนี้จะมิได้รับอันใด แต่ก็ยังมี
โอกาสอีกในอนาคต
แน่นอนว่าถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่เขาก็จะพยายามต่อสู้ฝ่า
ฟันเพื่อโอกาส บางทีเขาอาจจะก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ได้โดยตรง ขอบเขตแห่งชีวิตและอาณาจักร
ฝึกตนเปลี่ยนแปลงไปแบบพลิกฟ้าพลิกปฐพี
ท้ายสุดแล้วอายุยืนกับมีชีวิตนิรันดร์นั้น ถือเป็นสอง
แนวคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“ไปกันเถอะ”
อู่ อวี้ นำทุกคนมุ่งสู่ภพเทพปีศาจอีกครั้ง เขามีประตู
พิภพปีศาจบรรพกาลอยู่ในมือทำให้สามารถกลับมาที่นี่
ได้ทุกเมื่อ ดังนั้นการกลับไปยังภพเทพปีศาจจึงมิใช่
ปัญหาอันใด
หากเปลี่ยนเป็นเทพปีศาจตนอื่น ๆ ในภพเทพปีศาจแล้ว
เมื่อมีโอกาสออกมา พวกมันย่อมไม่ยินยอมกลับไปยัง
สถานที่ไร้ซึ่งความหวังเช่นนั้นอีกแน่
แต่สำหรับ อู่ อวี้ สถานที่แห่งนี้คือขุมทรัพย์สำหรับเขา
เลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่มีซากศพจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์อยู่
มากมาย ทุกครั้งที่พบเจอมันจะช่วยยกระดับอาณาจักร
ฝึกตนของเขาขึ้นอีกหลายขั้น!
ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เขาจะ
ช่วยเหลือจิ่วอิงได้สำเร็จเท่านั้น ทว่าเขายังได้รับ
ตำแหน่งหัวของโม่อิงดับโลกาอีกด้วย หากมีโอกาสได้
กลืนกินคงช่วยยกระดับฝึกตนของ อู่ อวี้ ขึ้นอย่างใหญ่
หลวง
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวเท่านั้น แต่ทุกคนรอบกายของ อู่ อวี้
ก็ได้รับประโยชน์จากการกลืนกินครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
ในช่วงเวลานั้นเอง อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ก็หายตัวไปจาก
พิภพปีศาจบรรพกาล ณ ยอดเขาพิภพพฤกษาในภพเทพ
ปีศาจซึ่งอยู่ห่างไกลจากนครทมิฬหมื่นปีศาจพอสมควร
กลุ่มของพวกเขาได้ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง
แม้ราชันมังกรโลกันตร์จะเดินทางมาที่นี่ด้วยตนเอง มันก็
ยังต้องใช้เวลาหลายปี เพียงแต่สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ
ราชันมังกรโลกันตร์ไม่มีทางรู้ว่า อู่ อวี้ กับพรรคพวกอยู่
ที่นี่
ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่เดินทางมาจากพิภพปีศาจบรรพกาล
พวกเขาจะปรากฏกายขึ้นบนยอดเขาพิภพพฤกษา
โชคยังดีที่ตำแหน่งของศีรษะมหาจักรพรรดิโม่อิง อยู่ใกล้
กับยอดเขาพิภพพฤกษาแห่งนี้ จึงใช้เวลาในการเดินทาง
ไม่นานนัก
เมื่อเดินทางมาถึงผู้ที่อยู่ภายนอกส่วนใหญ่คือ อู่ อวี้ กับ
อู่จวิน ส่วนคนอื่น ๆ ก็ฝึกฝนบำเพ็ญตนรออยู่ในเจดีย์
ล่องกำเนิด
เมื่อทั้งสองร่วมเดินทางไปด้วยกัน เหล่าเทพปีศาจหรือ
แม้กระทั่งราชันปีศาจเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวก
เขา พวกมันก็จะพากันหลบลี้หนีหายไปทันที ด้วยกลัว
ว่าตนเองจะไปยั่วยุตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวเข้า
แม้จะมิได้ตั้งใจก็ตาม แต่อู่จวินก็แผ่บรรยากาศกดดันอัน
เป็นเอกลักษณ์ของราชันเทวะเก้าสวรรค์ ซึ่งสำหรับเจ้า
ปีศาจและราชันปีศาจแล้ว เขาถือเป็นบุคคลอันสูงส่งใน
ดินแดนแห่งนี้เลยก็ว่าได้
สำหรับ อู่ อวี้ แม้อาณาจักรฝึกตนในปัจจุบันของเขาจะมิ
อาจทำให้ราชันปีศาจตนอื่น ๆ หวาดกลัวได้ แต่ถ้าเกิด
การต่อสู้ขึ้นจริงๆ แม้กระทั่งราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ก็ยัง
มิใช่คู่มือของเขา
หลังจากนี้อีกไม่นาน เกรงว่าแม้กระทั่งราชันปีศาจแปด
สวรรค์ก็ยังมิใช่คู่ต่อกรของเขา แน่นอนทั้งหมดขึ้นอยู่กับ
ว่าหลังจากกลืนกินหัวของมหาจักรพรรดิโม่อิงแล้ว อู่ อวี้
จะพัฒนาขึ้นมากน้อยเพียงใด
ตำแหน่งของศีรษะมหาจักรพรรดิโม่อิง อยู่ภายในส่วน
ลึกของรอยแยกความว่างเปล่า
รอยแยกความว่างเปล่าอันไร้สิ้นสุด มีขนาดใหญ่กว่า
นครทมิฬหมื่นปีศาจหลายเท่า ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสำหรับ
เทพปีศาจตนอื่น ๆ นี่อาจเป็นสถานที่อันสิ้นหวัง พวกมัน
อาจคิดว่าไม่มีพื้นที่ใดปลอดภัยภายในรอยแยกความว่าง
เปล่านี้
อย่างไรก็ตามจิ่วอิงที่กลืนกินเศษเสี้ยววิญญาณของโม่อิง
ดับโลกา ทำให้เขารู้ว่าซากศพของมหาจักรพรรดิโม่อิง
อยู่ในรอยแยกความว่างเปล่า เมื่อดูจากขนาดและความ
กว้างใหญ่ของมัน ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไป
สำรวจในสถานที่แห่งนี้
ต่อให้เป็น อู่ อวี้ กับอู่จวิน เมื่อเข้าไปในส่วนลึกของเรา
แยกความว่างเปล่า พวกเขาก็ยังต้องร่วมมือกันเพื่อข้าม
ผ่านรอยแยกเหล่านั้นไปให้ได้ มิฉะนั้นแล้วคงถูกดูดกลืน
เข้าไปในรอยแยกความว่างเปล่าเป็นแน่
เดินทีรอยแยกความว่างเปล่าเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของภพ
เทพปีศาจ แต่มันถูกทำลายไปแล้วจากสงครามครั้งก่อน
เป็นผลให้ขอบเขตที่แท้จริงของภพเทพปีศาจนั้นเล็กลง
เป็นอย่างมาก
———————-