กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1590: วาสนาในคราวเคราะห์
อัตราเวลาภายในเจดีย์ล่องกำเนิดปัจจุบันยังมีประโยชน์
ต่อจิ่วอิง ห้าร้อยปีด้านนอกเท่ากับห้าหมื่นปีในเจดีย์ล่อง
กำเนิด ในที่สุดเขาก็ก้าวเข้าสู่อาณาจักรเทวะเจ้าเขต
แดน
ต้องรู้ด้วยว่าหลังจากจิ่วอิงทะยานขึ้นมา เขาก็ถูกควบคุม
โดยโม่อิงดับโลกาทันที ส่งผลให้ระดับการฝึกฝนตนของ
เขานั้นค่อนข้างล่าช้า เมื่อเทียบกับ อู่ อวี้ แล้วยังถือว่า
เขาด้อยกว่ามาก และจะแย่ยิ่งไปกว่านั้นหากเขาถูกโม่อิง
ดับโลกากำจัด
โชคดีที่ตอนนี้มีเจดีย์ล่องกำเนิดคอยช่วยเหลือ ทำให้เขา
มีโอกาสไล่ตามทัน
หลังจากกลืนกินหัวของโม่อิงดับโลกา อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ
พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เว้นแต่อู่จวินที่เขากลืนกินหัว
หนึ่งเข้าไปแล้ว หลังจากดูดซับย่อยสลายทำความเข้าใจ
เต๋าทั้งหมดที่มีอยู่ในหัว เขาก็ยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่
อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ ซึ่งเป็นก้าวต่อไปได้
ขอบเขตดังกล่าวคือการเปลี่ยนแปลงผ่านอันใหญ่หลวง
ฉะนั้นความยากลำบากในการเข้าถึงจึงใหญ่หลวงตามไป
ด้วย ซึ่งมิใช่สิ่งที่การกลืนกินหัวของจักรพรรดิปีศาจจะ
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ได้ ฉะนั้นต่อให้กลืนกิน
ซารกศพจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ตนเดียวกันมากกว่านี้ก็
จะไม่เห็นผลอะไรเพิ่มเติม ผลลัพธ์ยังคงเป็นเช่นเดียวกับ
ก่อนหน้านี้
แม้มันจะน่าเสียดาย แต่อู่จวินก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอันใด
เช่นกัน เนื่องจากเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายตั้งแต่
แรกอยู่แล้ว
“มีใครบางคนกำลังมา”
จิ่วอิงยังคงฝึกฝนอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิด เขาต้องการตี
เหล็กขณะกำลังร้อนทะยานขึ้นสู่อาณาจักรที่สูงกว่า แต่
เวลานี้ อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงค่ายกลป้องกันที่เขาจัดเรียงไว้
กำลังถูกผู้บุกรุกบดขยี้ทำลายทีละชุด!
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ อู่ อวี้ ตื่นตัวในทันที เขาไม่
อาจรู้ได้ว่าผู้ใดบุกรุกเข้ามาที่นี่ และมันคือเรื่องบังเอิญ
หรือจงใจ
เมื่อได้ยินข่าวดังกล่าวอู่จวินก็ดูสนอกสนใจเป็นอย่างมาก
เขาเดินมาหา อู่ อวี้ พร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าว
ว่า ” ไม่แน่ว่าผู้ที่กำลังมาที่นี่อาจจะเป็นราชันมังกร
โลกันตร์? ”
” อาจจะเป็นเช่นนั้น ”
อู่ อวี้ พยักหน้าอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก ด้วยเพราะกลืน
วิญญาณของราชันมังกรโลกันตร์ได้ถูกจิ่วอิงกลืนกินไป
หมดแล้ว ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะหาตำแหน่งของ
พวกเขาพบ
อู่ อวี้ กับอู่จวินจึงทำได้เพียงเฝ้ารอการมาถึงของอีกฝ่าย
หากมีการลงไม้ลงมือต่อสู้เกิดขึ้นที่นี่ถือเป็นสถานที่ที่
เหมาะสม เพราะถ้าหากการต่อสู้ลุกลามใหญ่โตอาจจะ
ทำให้รอยแยกแห่งความว่างเปล่าเกิดความผันผวน จน
ไม่มีผู้ใดสามารถหลบหนีได้
ไม่นานนักร่างขนาดใหญ่ของราชันปีศาจทั้งสี่ก็ปรากฏตัว
อยู่ตรงเบื้องหน้าพวกเขาทั้งสอง
“เป็นเจ้าพวกนี้จริง ๆ ” อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ
เล็กน้อย เมื่อเห็นว่าผู้ที่ปรากฏตัวอยู่ตรงเบื้องหน้าเขาก็
คือราชันมังกรโลกันตร์ ราชันปีศาจจอมตะกละ และ
ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ทั้งสองซึ่งก็คือราชันปีศาจหงส์
เพลิงมารและราชันปีศาจกิเลน!
ไม่คาดคิดว่าคนทั้งสี่จะไล่ล่าพวกเขามาจนถึงส่วนลึก
ขนาดนี้
” เจ้าอยู่ที่นี่จริง ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า!” ราชันปีศาจจอมตะกละ
หัวเราะออกมาอย่างดุร้าย เนื่องจากมันตามหา อู่ อวี้ มา
นานเหลือเกิน และสาเหตุที่ทำให้พวกมันไม่ยอมแพ้ก็
เป็นเพราะส่วนหัวโม่อิงดับโลกา ด้วยเหตุนี้มันกับราชัน
มังกรโลกันตร์จึงพยายามตามหาเขาอย่างไม่ลดละ!
เมื่อหลายร้อยปีก่อนราชันมังกรโลกันตร์บอกว่ามันสัมผัส
ได้ถึงกลืนวิญญาณเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นเพียงร่องรอยที่
หลงเหลืออย่างเบาบาง แต่ก็สามารถทำให้มันค้นหา
ร่องรอยของจิ่วอิงได้
ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงตามแกะรอยมา แต่ก็ไม่คาดคิดว่า
จะเจอพวกของ อู่ อวี้ อยู่ในส่วนลึกของรอยแยกความ
ว่างเปล่านี้
ปัจจุบันผู้ที่ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของกลุ่มราชันมังกร
โลกันตร์ก็คือ อู่ อวี้ และอู่จวิน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน
รอยแยกแห่งความว่างเปล่าเปี่ยมไปด้วยความเงียบสงบ
วังเวงยิ่ง ถึงกระนั้นก็ยังมีร่องรอยของอายปราณมหา
จักรพรรดิปีศาจโม่อิงหลงเหลือให้พวกมันสัมผัสได้
กลิ่นอายปราณของมหาจักรพรรดิปีศาจโม่อิงยังคง
รุนแรงเป็นอย่างมาก ถึงแม้ อู่ อวี้ จะกลืนกินไปแล้วเป็น
เวลานานกว่าห้าร้อยปี แต่กลิ่นอายดังกล่าวก็ยังคง
กระจายทั่วทั้งบริเวณนี้
” ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของโม่อิงดับโลกา แต่มันถูก
สองคนนี้กลืนกินไปแล้ว! ” ดวงตาของราชันมังกร
โลกันตร์ลุกโชนราวกับเพลิงเผาผลาญ ขณะจ้องมองไปที่
อู่ อวี้ กับอู่จวิน และคิดว่าส่วนหัวโม่อิงดับโลกาคงเคย
อยู่ที่นี่มาก่อน
ราชันปีศาจจอมตะกละหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน
ดวงตานับหมื่นทั่วร่างของมันสาดประกายความเย็นยะ
เยือก ” พวกมันเพิ่งกลืนกินไปได้ไม่นาน ฉะนั้นไม่น่าจะ
ย่อยสลายไปจนหมด ตราบใดที่พวกเราสามารถสังหาร
พวกมันได้ เราก็ยังใช้ประโยชน์ที่เหลืออยู่ได้ ”
สำหรับราชันปีศาจทั่วไปแล้ว ต่อให้มันกลืนกินซากศพ
จักรพรรดิปีศาจแม้เพียงเล็กน้อย พวกมันก็ต้องใช้เวลา
ในการย่อยสลายนับหมื่นปี
ด้วยปริมาณกลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่ในบริเวณนี้ คาดว่า
ซากศพของมหาจักรพรรดิปีศาจโม่อิงเพิ่งถูกกลืนกินไป
เมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อน ดังนั้นพวกมันจึงสรุปได้ว่า อู่ อวี้ ยัง
ไม่สามารถย่อยสลายซากศพจักรพรรดิปีศาจได้ทั้งหมด
ทว่าช่างน่าเศร้าที่พวกมันไม่รู้ว่า อู่ อวี้ มีความสามารถ
ในการกลืนกิน ยามนี้เขากลืนกินหัวของมหาจักรพรรดิ
โม่อิงจนหมดเกลี้ยง ทั้งยังย่อยสลายแปรเปลี่ยนเป็น
ความแข็งแกร่งของตนเองเรียบร้อยแล้ว
” ช่างบังเอิญยิ่ง ข้ากำลังต้องการทดสอบความแข็งแกร่ง
ของตนเองอยู่พอดิบพอดี ” เมื่อ อู่ อวี้ เห็นคู่ต่อสู้ปรากฏ
ตัวขึ้น เขาก็รู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาในทันที เจตจำนงแห่ง
การต่อสู้ของยุทธวิชัยพุทธะทำให้เขาใคร่กระหายการ
ต่อสู้ โดยเฉพาะหลังจากช่วงเวลาที่ความแข็งแกร่งของ
ตนเองยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด
“ เช่นนั้นเราก็แยกกันจัดการดีหรือไม่? ”
อู่จวินยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวกับ อู่ อวี้
“ตกลง” อู่ อวี้ พยักหน้า เขาสามารถเผชิญหน้ากับราชัน
มังกรโลกันตร์หรือราชันปีศาจจอมตะกละได้เพียงหนึ่ง
ตนเท่านั้น หากทั้งสองร่วมมือกันเขาคงไม่ใช่คู่ต่อกรของ
มันอย่างแน่นอน
อู่จวินสามารถต่อสู้แบบ 2 ต่อ 1 ได้ แต่เนื่องจาก อู่ อวี้
ปรารถนาจะทดสอบความแข็งแกร่ง จึงมิใช่ปัญหาอันใด
ที่เขาจะปล่อยให้ อู่ อวี้ จัดการกับคู่ต่อสู้หนึ่งตน
สำหรับราชันหงส์เพลิงมารกับราชันปีศาจกิเลนแค่มอบ
ให้หนานซานหวางเยว่และเย่ซีซีจัดการก็น่าจะเพียงพอ
แล้ว ด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของ
พวกเขา มากเพียงพอแล้วที่จะต่อกรกับคู่ต่อสู้ใน
อาณาจักรราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์ได้อย่างสมบูรณ์
ต้องการด้วยว่าความแข็งแกร่งของอู่จวิน คือราชันเทวะ
เก้าสวรรค์ ดังนั้นราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจจอม
ตะกละย่อมไม่อยู่ในสายตาของเขาอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามพวกมันไม่ทราบด้วยซ้ำว่าอู่จวินแข็งแกร่ง
เพียงใด!
กลืนวิญญาณของราชันมังกรโลกันตร์เคยพบเห็นอู่จ
วินมาแล้ว เพียงแต่มันเห็นอู่จวินจัดวางค่ายกลมังกร
เซียนบรรพกาลหมื่นเสาฟื้นฟูเพียงเท่านั้น จึงไม่ทราบว่า
เขาแข็งแกร่งมากเพียงใด อย่างไรก็ตามจากความเข้าใจ
ของมัน การที่ อู่ อวี้ เรียกผู้สนับสนุนมาช่วยเหลือ ความ
แข็งแกร่งของคนผู้นั้นย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แต่ก็
ไม่น่าจะถึงอาณาจักรราชันเทวะเก้าสวรรค์ได้
แม้อู่จวินจะเป็นราชันเทวะแปดสวรรค์ พวกมันก็ไม่
จำเป็นต้องหวาดกลัว เพราะพวกมันมีราชันปีศาจแปด
สวรรค์ถึงสองตน!
“มาดูกันว่าคราวนี้เจ้าจะหลบหนีไปไหนได้!”
ราชันมังกรโลกันตร์แสดงสีหน้าดุร้าย ขณะจ้องมองไปยัง
อู่ อวี้ กับอู่จวินอย่างโหดเหี้ยม เมฆาตลบฟ้าของ อู่ อวี้
ทำให้มันขุ่นเคืองมีโทสะเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามตอนนี้พื้นที่โดยรอบนั้นเต็มไปด้วยรอยแยก
ความว่างเปล่า หาก อู่ อวี้ ใช้เมฆาตลบฟ้าเพื่อหลบหนี
อีกครั้ง มีโอกาสเป็นไปได้ว่าเขาจะตกเข้าไปในรอยแยก
ความว่างเปล่า ซึ่งความอันตรายของมันนั้นก็มากกว่า
การเผชิญหน้ากับราชันมังกรโลกันตร์เสียอีก
สรุปก็คือ อู่ อวี้ ไม่กล้าใช้วิชาหลบหนีแปลก ๆ ใน
สถานที่แห่งนี้
มันสามารถหยุด อู่ อวี้ ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เขาไม่
สามารถหลบหนีไปไหนได้
หลังจากทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ก็เริ่มจับคู่เล็ง
เป้าหมายของตนเองที่จะต่อสู้ด้วย จากนั้นก็เปิดฉาก
โจมตี โดยมิได้เอื้อนเอ่ยวาจาเหลวไหลอีก!
ราชันมังกรโลกันตร์แค่นเสียงเย็นเยียบแล้วกระโจน
ทะยานเข้าใส่ อู่ อวี้ เห็นได้ชัดว่ามันเก็บงำความไม่พอใจ
มานานแสนนาน มันจึงต้องการกำจัด อู่ อวี้ ก่อนใคร
ฉับพลันราชันมังกรโลกันตร์ก็ระเบิดเงาอันน่าสะพรึงกลัว
ออกมา จากนั้นก็กลายเป็นเมฆสีดำทะมึนแผ่ขยายปก
คลุมรอยแยกความว่างเปล่า ต่อมามังกรเก้าหัวก็ปรากฏ
ขึ้นอยู่ภายในม่านเมฆาสีดำทมิฬ ทำให้ดูทรงพลังน่าเกรง
ขามเป็นอย่างยิ่ง!
แต่น่าสะพรึงกลัวแล้วอย่างไร ในเมื่อเวลานี้ อู่ อวี้ มอง
ราชันมังกรโลกันตร์เป็นเพียงคู่ต่อสู้ที่เขารับมือได้ เมื่อ
เห็นอีกฝ่ายทะยานเข้ามาใกล้เขาก็กลายร่างเป็นเซียน
วานรทองคำทันที พร้อมปลดปล่อยกฎสวรรค์กายเนื้อกับ
กฎสวรรค์สัประยุทธ์แทบจะในเวลาเดียวกัน!
เจตจำนงแห่งการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวของการต่อสู้
พลุ่งพล่านแผ่ขยายออกมาจากศีรษะ จากนั้นก็ปกคลุม
ไปทั่วร่างเซียนวานรทองคำ ต่อด้วยพลังกฎสวรรค์กาย
เนื้อระเบิดพวยพุ่งออกมาสู่ภายนอกปกคลุมร่างเซียน
วานรทองคำ เวลานี้ทั่วร่างของเซียนวานรทองคำปก
คลุมไปด้วยสีแดงฉานปานโลหิต
กฎสวรรค์สัประยุทธ์เสริมสร้างเจตจำนงความแข็งแกร่ง
ในการต่อสู้ให้กับผู้ใช้ ส่วนกฎสวรรค์กายเนื้อเพิ่มพลัง
ความแข็งแกร่งให้กับกายเนื้อของผู้ใช้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เมื่อรวมพลังกฎสวรรค์ทั้งสองชนิดเข้าด้วยกันทำให้
ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ พุ่งทะยานสูงขึ้นในระดับที่ไม่
เคยเป็นมาก่อน
“ลมหายใจมังกรห้วงอเวจีทมิฬ!”
ร่างของราชันมังกรโลกันตร์อาบท่วมไปช่วยเมฆาทมิฬ
ปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์ลมหายใจมังกรห้วงอเวจีทมิฬ
อันน่าสะพรึงกลัวออกมาจากหัวมังกรทั้งเก้า ควบแน่น
กลายเป็นลำแสงสีดำอันมืดทมิฬน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่ง
ผ่านท้องเวหาพุ่งดิ่งไปหา อู่ อวี้
พลังอิทธิฤทธิ์ชนิดนี้เป็นวิชาอันยอดเยี่ยมของราชันมังกร
โลกันตร์ โดยพื้นฐานมันคิดที่จะสังหาร อู่ อวี้ ให้ตกตาย
ไปในการโจมตีเดียว แม้แต่ราชันปีศาจเจ็ดสวรรค์เมื่อ
เผชิญหน้ากับพลังอิทธิฤทธิ์ดังกล่าวก็ไม่สามารถหลบหนี
รอดไปได้ ด้วยเพราะพลังทำลายล้างของมันนั้นมากมาย
เหลือคณา
ลมหายใจราชันมังกรโลกันตร์มุ่งเน้นไปที่การทำลาย
ร่างกายของคู่ต่อสู้โดยเฉพาะ โดยกายเนื้อของคู่ต่อสู้จะ
ถูกกัดเซาะจนเกิดความเสียหายสลายไปด้วยปราณ
โลกันตร์ นับเป็นการโจมตีที่สร้างความเสียหายให้กับ
กายเนื้ออย่างใหญ่หลวง
ถ้าเป็น อู่ อวี้ ในอดีตหากต้องเผชิญหน้ากับพลัง
อิทธิฤทธิ์ของราชันมังกรโลกันตร์ เขาคงไม่มีพลังอันใด
มาต่อต้าน ทำได้แค่เพียงใช้เมฆาตลบฟ้าหลบหนีออกไป
จากพื้นที่ดังกล่าวเท่านั้น
แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าฝีมือของเขาพอฟัดพอเหวี่ยงที่จะ
ต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้แล้ว!
กฎสวรรค์สัประยุทธ์และกฎสวรรค์กายเนื้อผสานรวมเข้า
กับเซียนวานรทองคำพร้อมยืนหยัดต่อสู้ ณ เวลานี้เขา
ไม่ได้ใช้ความว่างเปล่าหวนกลับ เพื่อจัดการกับลม
หายใจมังกรห้วงอเวจีทมิฬ แต่กลับใช้กฎสวรรค์อัคคี
ทองคำซึ่งเป็นกฎสวรรค์ชนิดแรกออกไป!
ทันใดนั้นพลังเพลิงสีทองก็ระเบิดออกมา ปกคลุมไปทั่ว
ร่างเซียนวานรทองคำ จากนั้นก็เริ่มบุกทะลวงฝากเข้าใส่
ลมหายใจมังกรห้วงอเวจีทมิฬของฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่
กลัวเกรง
ร่างสีทองคำปะทะกับลมหายใจมังกรทมิฬของมังกร
โลกันตร์ในทันที ทว่าสิ่งที่ทำให้ราชันมังกรโลกันตร์ต้อง
ตกตะลึงก็คือ พลังรบของ อู่ อวี้ ได้บรรลุถึงระดับที่น่า
กลัวยิ่ง เดิมทีมันคิดว่า อู่ อวี้ ที่หาญกล้าเผชิญหน้ากับ
ลมหายใจมังกรทมิฬ ไม่ต่างจากการรนหาที่ตาย เขาคง
ถูกกัดกร่อยแหลกสลายหายไปในบันดล
เพียงแต่ตอนนี้ภายใต้การโจมตีของร่างทองคำนั้น ส่งผล
ให้ลมหายใจมังกรห้วงอเวจีทมิฬเริ่มระเบิดแผ่กระจาย
ออกไปทั่วทุกทิศทาง!
พลังรบที่ อู่ อวี้ แสดงออกมาให้เห็นนั้น ไม่ต่างจากการ
บุกทะลวงฝ่าลำไผ่จนราบเป็นหน้ากลอง เงาร่างของ
เซียนวานรทองคำเฉกเช่นดังเทพสงครามจุติ แค่
ปลดปล่อยอำนาจเพียงเล็กน้อย ก็สามารถบดขยี้ลม
หายใจมังกรห้วงอเวจีทมิฬจนสูญสิ้นอย่างสิ้นเชิง ส่งผล
ให้พื้นที่โดยรอบแสดงให้เห็นถึงสัญญาณผันผวนจากการ
สั่นไหวของคลื่นพลัง
ภายใต้เสียงกู่ร้องคำราม อู่ อวี้ สามารถยืนยันระดับ
ความแข็งแกร่งของตนเองในปัจจุบันได้แล้ว ทำให้เขา
รู้สึกมั่นใจว่าราชันมังกรโลกันตร์ต้องมิใช่คู่ต่อสู้ของตน
อย่างแน่นอน!
อาจกล่าวได้ว่าอันตรายที่มาจากราชันมังกรโลกันตร์กับ
ราชันปีศาจจอมตะกละเป็นเสมือนดั่งการฝึกฝนขัดเกลา
ให้ อู่ อวี้ กับพรรกพวกแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจจอมตะกละไม่เคย
คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะแข็งแกร่งทรงพลังถึงเพียงนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราชันปีศาจจอมตะกละเผชิญหน้า
กับอู่จวิน มันก็พบว่ามังกรเซียนเบื้องหน้าของตนเองมี
ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับราชันเทวะเก้าสวรรค์!
——————