กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1591: ฆ่า
หากคิดที่จะหลบหนีเอาป่านนี้คงบอกได้คำเดียวว่ามัน
สายเกินไป
หลังจากราชันปีศาจจอมตะกละพบว่าพลังฝีมือของอู่จวิ
นอยู่ในอาณาจักรราชันเทวะเก้าสวรรค์ มันก็ร้องขอ
ความช่วยเหลือจากราชันมังกรโลกันตร์อย่างร้อนรน มัน
ต้องการให้ราชันมังกรโลกันตร์ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
เพื่อดึงความสนใจของอู่จวิน มันจะได้หาโอกาสหลบหนี
ทว่าตอนนี้แม้แต่ราชันมังกรโลกันตร์ก็ยังเอาตัวไม่รอด
เลย มันยังอยู่ในอาการตกตะลึงกับพลังต่อสู้ของ อู่ อวี้
ไม่นานนักมันก็ตระหนักได้ว่าสภาพของตนเองไม่ต่างจาก
เนื้อเข้าปากเสือ ฉะนั้นมันจะต้องผนึกกำลังร่วมมือกับ
ราชันปีศาจจอมตะกละหลบหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็ว
ที่สุด และในขณะที่มันเตรียมตัวจะหลบหนี อู่ อวี้ ก็ดึง
มันเข้าสู่พิภพแห่งความว่างเปล่าทันที!
ชั่วเวลาเดียวกันนั้นราชันหงส์เพลิงมารกับราชันปีศาจ
กิเลนก็ตื่นตกใจไม่แพ้พวกมันทั้งสอง เมื่อพวกมันเห็น
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่างก็รู้ดีว่าพวกมันไม่สามารถทำอัน
ใดได้เลย หลังจากอยู่ ๆ อู่จวินก็ระเบิดพลังอันน่าสะพรึง
ของราชันเทวะเก้าสวรรค์ ส่วน อู่ อวี้ ก็สามารถต้านทาน
พลังการโจมตีของราชันมังกรโลกันตร์ได้
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เหนือการคาดหมายอย่างไม่ต้องสงสัย!
เดิมทีมันคิดว่าตัวเองเสมือนนายพรานที่กำลังล่าเหยื่อ
หลังจากการล่าประสบความสำเร็จ พวกมันจะได้
ครอบครองซากศพจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์โม่อิงดับโลกา
แต่ตอนนี้พวกมันกลับรู้สึกว่าตนเองเหมือนแมลงเม่าบิน
เข้ากองไฟ เดินเข้ามาติดกับดักด้วยตัวเอง อีกทั้งยังเป็น
กับดักที่ยากจะหลบหนี
ถึงแม้ราชันหงส์เพลิงมารกับราชันปีศาจกิเลนจะไม่ได้มี
ส่วนร่วมในการต่อสู้ด้วย แต่พวกมันก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าถ้า
ราชันมังกรโลกันตร์กับราชันปีศาจจอมตะกละตกตายอยู่
ที่นี่ทั้งคู่ พวกมันก็ไม่มีทางรอดไปได้อย่างแน่นอน ต่อให้
มันหันหลังวิ่งหนีจนสุดชีวิตก็ไม่มีทางรอด
ดังนั้นพวกมันจะต้องทำให้ดีที่สุด โดยพวกมันจะต้อง
จัดการกับ อู่ อวี้ ให้ได้ก่อน แล้วค่อยร่วมมือกันปิดล้อม
อู่จวิน วิธีนี้แม้จะเป็นความหวังอันแสนริบหรี่ แต่
ความหวังเล็ก ๆ นี้อาจจะทำให้พวกมันหลบหนีออกไป
จากได้
ด้วยเหตุนี้ราชันหงส์เพลิงมารกับราชันปีศาจกิเลนจึงพุ่ง
ทะยานเข้าสู่พิภพแห่งความว่างเปล่าปิดล้อม อู่ อวี้ พวก
มันอยากจะลองเสี่ยงจัดการกับ อู่ อวี้ ดูก่อน ตอนนี้ อู่
อวี้ เป็นแค่ตัวเลือกเดียวของพวกมันเท่านั้น เนื่องจาก
พลังฝีมือของอู่จวินอยู่ในระดับราชันเทวะเก้าสวรรค์ ไม่
มีทางที่ระดับอย่างพวกมันจะต่อสู้ด้วยได้ พลังฝีมือของ
อีกฝ่ายสามารถสังหารพวกมันตกตายได้ในพริบตา
ตัวตนของอู่จวินเทียบเท่าได้กับจักรพรรดิปีศาจที่ยืนอยู่
จุดสูงสุดของภพเทพปีศาจ!
ส่งผลให้ราชันปีศาจทั้งสี่ต่างมีคำถามอยู่ภายในใจ
มากมายว่า มังกรเซียนตัวนี้มีอาณาจักรอยู่ในระดับราชัน
เทวะเก้าสวรรค์ได้อย่างไร?
คนกลุ่มนี้มันอะไรกันแน่? ไฉนถึงมาที่ภพเทพปีศาจ?
หรือพวกเขาต้องการค้นหาซากศพจักรพรรดิปีศาจนิ
รันดร์?
พวกมันไม่เข้าใจ!
เมื่อความแข็งแกร่งของอาณาจักรราชันเทวะเก้าสวรรค์
สำแดงเดชออกมา ราชันปีศาจจอมตะกละย่อมไม่
สามารถต้านทานได้เลย แต่ด้วยพลังอิทธิฤทธิ์และพลัง
กฎสวรรค์ทำให้มันสามารถหลบหนีจากการโจมตีของอู่จ
วินได้อย่างเฉียดฉิวชนิดที่เรียกว่าเส้นยาแดงผ่าแปด
ถึงกระนั้นราชันปีศาจจอมตะกละก็ยื้อชีวิตยื้อเวลาได้ไม่
นานนัก ในไม่ช้ามันก็จะต้องพ่ายแพ้ถูกสังหารตกตายไป
ในที่สุด
ทางด้านของ อู่ อวี้ เมื่อเห็นราชันหงส์เพลิงมารกับราชัน
ปีศาจกิเลนพยานเข้ามาร่วมวงด้วย เขาก็ตะโกนเรียก
หนานซานหวางเยว่แล้วกับเย่ซีซีให้ออกมาจากเจดีย์ล่อง
กำเนิด ทำหน้าที่คอยสกัดทั้งสองจากพิภพแห่งความว่าง
เปล่า
เย่ซีซีต่อสู้กับราชันหงส์เพลิงมาร ส่วนหนานซานหวาง
เยว่ต่อสู้กับราชันปีศาจกิเลน!
หนานซานหวางเยว่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ไม่ได้รู้สึก
ตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับราชัน
ปีศาจกิเลน เขาเปิดฉากด้วยพลังอิทธิฤทธิ์กำเนิดพฤกษา
คลั่งขั้นที่ 7 เมื่อ ‘พิภพพฤกษา’ ถูกปลดปล่อยออกมา
ก็ปรากฏเป็นต้นพฤกษาเขียวขจีจำนวนนับไม่ถ้วนเติบโต
งอกงามขึ้นอย่างดุเดือดท่ามกลางความว่างเปล่า
กลายเป็นเถาวัลย์สีเขียวเข้มที่มีพลังไร้สิ้นสุดพุ่งทะยาน
ขึ้นอย่างฉับพลัน พันธนาการรัดตรึงร่างราชันปีศาจ
กิเลนไว้
ตอนนี้ราชันย์ปีศาจกิเลนถูกพลังอำนาจแข็งแกร่งกักขัง
ไว้ภายในพิภพพฤกษา ทำให้พลังของมันลดน้อยลงไป
หลายส่วน ทันใดนั้นก็กรีดร้องคำราม พร้อมปลดปล่อย
เมฆาสีดำออกจากร่าง ‘กฎสวรรค์นิมิตทมิฬ’ พวยพุ่งปก
คลุมหนานซานหวางเยว่ไว้ทันที!
มันเป็นกลุ่มเงาทมิฬอันน่าสะพรึงกลัวราวกับว่าหลุดมา
จากนรกโลกันตร์ กลิ่นอายท่วมท้นหนาแน่นห่อหุ้มร่าง
ของหนานซานหวางเยว่ไว้ในฉับพลัน
เมื่อเจอกับพลังดังกล่าวร่างของหนานซานหวางเยว่
ถึงกับสั่นสะท้าน ในช่วงเวลาต่อมาเขาได้ใช้ออกด้วย
พลังอิทธิฤทธิ์เขตแดนสวรรค์ไร้รอย จากนั้นร่างของเขาก็
พลันหายไปจากความว่างเปล่า
ราชันปีศาจกิเลนตกตะลึงไปชั่วขณะ มันไม่เคยเห็นผู้ใด
อยู่ ๆ ก็หายไปจากการต่อสู้เช่นนี้ นอกจากนี้มันยังสัมผัส
ไม่ได้ถึงการดำรงอยู่ของหนานซานหวางเยว่แม้แต่น้อย
เรื่องนี้ทำให้มันรู้สึกงงงวยแล้วมีโทสะเป็นอย่างยิ่ง
ตอนนี้มันติดพันอยู่กับเถาวัลย์สีเขียวเข้มไร้สิ้นสุดจำนวน
นับไม่ถ้วน และมันก็ต้องการจัดการกับหนานซานหวาง
เยว่ แต่มันไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน การหายตัวของ
ฝ่ายตรงข้ามทำให้มันวิตกกังวลเป็นยิ่งนัก มันจึงระบาย
อารมณ์แรงกดดันด้วยการแผดเสียงตะโกนออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง แต่ไม่ว่ามันจะพยายามดิ้นรนแผดเสียงตะโกน
อย่างไรก็ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
หนานซานหวางเยว่ใช้เขตแดนสวรรค์ไร้รอยแล้วหายตัว
ไปอย่างไร้ร่องรอย จากนั้นก็ใช้พลังอิทธิฤทธิ์กำเนิด
พฤกษาคลั่งรัดพันร่างราชันปีศาจกิเลน ซึ่งพลังดังกล่าว
แทบอยู่ยงคงกระพันเลยก็ว่าได้ และตอนนี้เขาแค่รอเวลา
เท่านั้น ไม่ช้าไม่นานเขาก็จะสามารถสังหารราชันปีศาจ
กิเลนตกตายลงอย่างสมบูรณ์
ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ช่วงเวลาที่เขายังไม่ได้รับการ ‘ส่งต่อ’
จาก อู่ อวี้ พลังอิทธิฤทธิ์กำเนิดพฤกษาคลั่งของเขาคงไม่
สามารถดักจับราชันปีศาจกิเลนได้อย่างแน่นอน แม้ว่าคู่
ต่อสู้จะไม่สามารถค้นหาร่องรอยของเขาพบ หลังจากที่
เขาใช้เขตแดนสวรรค์ไร้รอยสถานะของเขาก็อยู่จะใน
สภาพล่องหน ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่สามารถสกัดกั้นการ
กระทำของอีกฝ่ายได้
แต่ตอนนี้ความสามารถของเขาแตกต่างจากอดีต พลัง
ความสามารถของเขามีมากพอที่จะเผชิญหน้ากับราชัน
ปีศาจกิเลนได้ และเขายังสามารถบดขยี้มันจนตกตายได้
อย่างสมบูรณ์อีกด้วย
ส่วนทางด้านเย่ซีซี สถานการณ์ของนางชัดเจนเป็นอย่าง
ยิ่งหลังจากเผชิญหน้ากับราชันหงส์เพลิงมาร
สิ่งที่นางได้พบเจอก็เป็นเช่นเดียวกับหนานซานหวางเยว่
ราชันหงส์เพลิงมารโจมตีเข้าใส่นางอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากนั้นนางก็กลายเป็นทรายทมิฬหายตัวไปจาก
อาณาเขตการต่อสู้ทันที แล้วอยู่ ๆ นางก็ไปปรากฏตัว
ขึ้นอยู่ภายในรอยแยกแห่งความว่างเปล่าอื่น จากนั้นก็
โจมตีเข้าใส่ราชันหงส์เพลิงมาร
ราชันหงส์เพลิงมารถือเป็นตัวตนอันทรงพลังในภพเทพ
ปีศาจ ถ้ากล่าวถึงเทพปีศาจที่อยู่ภายในนครทมิฬหมื่น
ปีศาจ นางถือเป็นผู้ยิ่งใหญ่รองจากราชันมังกรโลกันตร์
เพียงเท่านั้น และก็เป็นเวลานานมากแล้วที่นางไม่ได้พบ
เจอกับคู่ต่อสู้ที่ตึงมือจัดการได้อย่างยากลำบากเช่นนี้
ในสายตาของนาง เย่ซีซีเป็นผู้ฝึกตนนอกรีตตัวน้อยที่ไป
มาไร้ร่องรอยเฉกเช่นดั่งภูตพราย ไม่สามารถจับตำแหน่ง
ได้เลย หากนางปล่อยให้สถานการณ์ยังคงดำเนินไปอยู่
เช่นนี้ ตัวนางที่จะกลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำตกตายเสีย
เอง
” เจ้าจะเก็บงำฝีมืออยู่ไปไย? มีความสามารถอะไรก็งัด
ออกมาให้หมด มาต่อสู้กันอย่างสมศักดิ์ศรี! ” ราชันหงส์
เพลิงมารโทสะท่วมท้นล้นเหลือจนอกแทบแตกต่าง นาง
กรีดร้องคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวเหลืออด
ถ้าเย่ซีซีไม่ใช่กลวิธีต่อสู้เพื่อให้ตนเองได้เปรียบแล้ว นาง
จะมาต่อสู้ทำไม?
เช่นเดียวกับหนานซานหวางเยว่ นางเองก็ต้องอาศัยพลัง
อิทธิฤทธิ์เล่นงานฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้ตนเองได้เปรียบ
เป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า อีกอย่างถ้าหากนางสามารถ
หลีกเลี่ยงการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้โดยตรง แล้วทำไมนาง
ต้องเผชิญหน้าแบบทื่อ ๆอย่างคนโง่เขลาด้วยเล่า? ผู้ใด
จะต้องการให้ตนเองเจ็บตัว?
โดยพื้นฐานแล้วรูปแบบการต่อสู้ของหนานซานหวางเยว่
และเย่ซีซี เป็นการถ่วงเวลาเพื่อรอผลลัพธ์ แล้วอีกไม่
นานต่อจากนี้จะถึงเวลาที่พวกเขาสามารถลงมือสังหาร
ราชันหงส์เพลิงมารกับราชันปีศาจกิเลนได้
หลังจาก อู่ อวี้ ดึงราชันมังกรโลกันตร์เข้าสู่พิภพแห่ง
ความว่างเปล่าได้สำเร็จ เขาก็ใช้
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ผนึกเมฆาเร้น!”
อู่ อวี้ เปลี่ยนร่างเป็นเซียนวานรทองคำ จากนั้นก็
ปลดปล่อยพลังกฎสวรรค์สัประยุทธ์และพลังกฎสวรรค์
กายเนื้อ แล้วก็ต่อด้วยเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง กล่าวได้ว่า
ขณะนี้พลังความแข็งแกร่งของเขาพุ่งทะยานสู่จุดอย่าง
ไม่เคยปรากฏมาก่อน ผนึกเมฆาเร้นน่าสะพรึงกลัวระเบิด
พลังอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ภายในพิภพแห่ง
ความว่างเปล่า พลังทำลายล้างไร้สิ้นสุดปกคลุมราชัน
มังกรโลกันตร์อย่างสมบูรณ์!
ทันใดนั้นความว่างเปล่ารอบกายราชันมังกรโลกันตร์ก็
พังทลายลง ทำให้มันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามร้ายแรง พลัง
กฎสวรรค์ทมิฬหลั่งไหลออกมาจากร่างของมันอย่าง
ต่อเนื่อง
“กฎสวรรค์เขตแดนทมิฬ!” เมื่อกฎสวรรค์ดังกล่าวถูก
ปลดปล่อยออกมา ท้องเวหาอันมืดทมิฬก็แผ่กระจาย
ออกไปเสมือนดั่งเมฆาสีทมิฬ แปรเปลี่ยนเป็นความว่าง
เปล่าโดยรอบให้กลายเป็นเฉกเช่นดั่งดินแดนนรกภูมิ เมื่อ
อยู่ภายใต้เขตแดนดังกล่าวทำให้ราชันมังกรโลกันตร์มี
ความแข็งแกร่งเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ทันใดนั้น
พลังผนึกเมฆาเร้นก็ระเบิดออกมารอบกายของมัน ทำให้
มันไม่อาจรอดพ้นจากอันตรายไปได้อย่างสมบูรณ์
ส่งผลให้เวลานี้หัวของราชันมังกรโลกันตร์ถูกบดขยี้ด้วย
ผนึกเมฆาเร้นไปแล้วหนึ่งหัว ตอนนี้มันเหลือเพียงแค่
แปดหัวเท่านั้นทำให้ความแข็งแกร่งของมันลดน้อย
อ่อนแอถอยลงมาก
และถึงแม้ว่าราชันมังกรโลกันตร์จะอยู่ในช่วงเวลาวิกฤต
คับขัน แต่มันก็ยังคอยเฝ้าสังเกตการณ์สถานการณ์ของ
ราชันปีศาจจอมตะกละอยู่อย่างต่อเนื่อง และมันก็รู้ว่า
สถานการณ์ของราชันปีศาจจอมตะกละหนักหนาสาหัส
สากรรจ์กว่ามันมากนัก ตอนนี้ราชันจอมตะกละอยู่ใน
สภาพสะบักสะบอมบาดเจ็บสาหัส ร่างกายกว่าครึ่งถูก
บดขยี้ทำลายแหลกละเอียดเป็นชิ้น ๆ สลายหายไปใน
ความว่างเปล่า
ดวงตาที่เคยมีอยู่นับหมื่นทั่วร่าง บัดนี้เหลือไม่ถึงห้าพัน
ดวง เนื่องจากพวกมันถูกระเบิดทำลายไปพร้อมกับ
ร่างกายกว่าครึ่ง ด้วยสภาพเช่นนี้สามารถรอดได้เพียงวิธี
เดียวเท่านั้น คือมันต้องรีบล่าถอยปิดด่านฝึกตนรักษา
อาการบาดเจ็บหลายแสนปี มิเช่นนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่
ร่างกายของมันจะฟื้นฟูกลับคืนมาดังเดิม
ราชันปีศาจจอมตะกละรู้สึกเจ็บปวดเสียใจ และเกลียด
ชังราชันมังกรโลกันตร์เป็นอย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะ
ความเกลียดชังละโมบโลภมากมาบังตา มันคงสังเกตเห็น
ว่าอู่จวินมีพลังฝีมืออยู่ในอาณาจักรใด
สิ่งที่มันได้ตัดสินใจก่อนหน้านี้ไม่ต่างจากคนโง่เขลาที่
กระโจนเข้ากองไฟด้วยตนเอง เท่ากับว่างานนี้มันต้องตก
ตายด้วยเพราะการตัดสินใจของตนเองโดยแท้
ตอนนี้สถานการณ์บีบคั้นยากจะหลบหนี ถ้ามันมีโอกาส
รักษาชีวิตอันน้อยนิดของตนเองไว้ได้ แล้วปล่อยเวลาให้
ล่วงเลยผ่านไปซักแสนปี รอให้ความแข็งแกร่งของมัน
ยกระดับสูงขึ้น เมื่อนั้นมันค่อยกลับมาท้าทายอีกครั้งก็ยัง
ไม่สาย แต่อู่จวินจะมอบโอกาสเช่นนั้นให้กับมันหรือ?
ดูเหมือนว่าอีกไม่นานราชันปีศาจจอมตะกละจะไม่
สามารถต้านทานได้อีกต่อไป
ท่ามกลางพิภพความว่างเปล่า ราชันมังกรโลกันตร์รู้ดีว่า
หลังจากราชันปีศาจจอมตะกละถูกสังหาร ผู้ที่จะตกตาย
เป็นรายต่อไปก็คือมัน ดังนั้นมันจึงรีบก้มหัวศิโรราบให้แก่
อู่ อวี้ ในสภาพที่เหลือเพียงแปดหัวทันที ” ข้าสำนึกผิด
แล้ว ๆ ! ตราบชั่วชีวิตนี้ข้าจะไม่ท้าทายท่านอีก! ต่อให้
เป็นนครทมิฬหมื่นปีศาจหรือแดนมังกรทมิฬข้าก็มอบให้
ท่านได้!”
กว่าจะฝึกฝนบำเพ็ญมาจนถึงระดับนี้ได้มันต้องทุ่มเท
ความพยายามไปมากมาย จนอาณาจักรฝึกตนของมัน
อยู่ห่างจากจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์แค่สองเก้าเท่านั้น
แล้วมันจะยอมตกตายภายใต้เงื้อมมือของชายนิรนามผู้นี้
ได้อย่างไร?
โดยเฉพาะหากมันตกตายในสถานที่แห่งนี้ คงไม่มีผู้ใด
รับรู้หรือล้างแค้นให้มันเป็นแน่แท้ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง
ความคิดของมันก่อนหน้านี้ว่าเมื่อใดที่สามารถสังหาร อู่
อวี้ ได้ มันจะพบวิธีออกจากภพเทพปีศาจเพื่อไป
แสวงหาโชควาสนาอื่น ๆ
แต่ตอนนี้ทุกสรรพสิ่งเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันเท่านั้น ชีวิต
ของมันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ดังนั้นมันจึงพยายามกรีดร้องขอความเมตตาจาก อู่ อวี้
อย่างมุ่งมั่น ด้วยต้องการให้เขาไว้ชีวิตมัน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่สามารถอภัยให้มันได้ แน่นอนว่า
มิใช่เพราะราชันมังกรโลกันตร์มีความขัดแย้งกับเขา แต่
สาเหตุที่เขามิอาจปล่อยมันไป เนื่องจากกลัวว่าราชัน
มังกรโลกันตร์จะตระบัดสัตย์ เมื่อใดที่มันหลบหนีออกไป
ได้ คาดว่ามันคงแพร่กระจายข่าวเรื่องนี้ และหาคนมาแก้
แค้นเขาอย่างแน่นอน
เมื่อถึงยามนั้นเรื่องราวคงมิได้ง่ายดายอย่างราชันปีศาจ
แปดสวรรค์สองตน คาดว่าตัวตนระดับจักรพรรดิปีศาจ
คงออกหน้าด้วยตนเอง ทั้งยังมีโอกาสที่จักรพรรดิปีศาจ
สองตนหรือมากกว่านั้นจะร่วมมือกันเพื่อจัดการเขา หาก
เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นจริงแม้กระทั่งอู่จวินก็คงไม่อาจ
ต้านทานได้
ดังนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ที่ อู่ อวี้ จะปล่อยราชันมังกร
โลกันตร์ไป เมื่อเห็นมันยอมจำนน เขาก็ยังคงแสดงสีหน้า
เรียบเฉยไร้ซึ่งความเมตตาใด ๆ พร้อมปลดปล่อยกฎ
สวรรค์ออกไปทันที
“กฎสวรรค์ร่างอวตาร”
ร่างอวตารนับล้านปรากฏขึ้นในรอยแยกความว่างเปล่า
เพียงชั่วอึดใจต่อมา ราชันมังกรโลกันตร์ที่เหลือเพียง
แปดหัวก็ถูกปิดล้อมไว้ตรงใจกลางอย่างสมบูรณ์
หลังจากนั้นภายใต้คำสั่งของ อู่ อวี้ ร่างอวตารนับล้านก็
ปลดปล่อยพลังกฎสวรรค์ชนิดที่ 4 ‘กฎสวรรค์ร่าง
อวตาร’ ออกไปในฉับพลัน!
พลังกฎสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัว ระเบิดออกจากร่าง
อวตารนับล้าน ควบแน่นท่ามกลางความว่างเปล่า พลัง
กฎสวรรค์ชนิดนี้คือการปลดปล่อยความแข็งแกร่งจาก
ร่างอวตารล้านตน ส่งผลให้อำนาจทำลายล้างของมัน
เหนือยิ่งกว่าผนึกเมฆาเร้นนับสิบเท่า!
ปัจจุบันนี่คือกฎสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดของ อู่ อวี้ เมื่อ
ร่างอวตารนับล้านปรากฏขึ้น กฎสวรรค์ร่างอวตารก็ถูก
ปลดปล่อยออกไปทันที ราชันมังกรโลกันตร์ไม่มีโอกาส
แม้แต่จะสาปแช่ง แลถูกอำนาจทำลายล้างอันมหาศาล
จากกฎสวรรค์บดขยี้เข้าใส่ จนหัวทั้งแปดที่เหลืออยู่ของ
มันสูญสลายหายไปในพริบตา
——————–