กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1596: กับดักจักรพรรดิปีศาจ
อู่ อวี้ กับอู่จวินไม่ทราบถึงแผนการของจักรพรรดิปีศาจ
ทั้งห้า
ตอนนี้พวกเขาพยายามระมัดระวังตัวไม่ให้ตกเป็นที่
สนใจในภพเทพปีศาจ ขณะเดียวกันก็ยังคงค้นหาร่าง
ของซากศพจักรพรรดิปีศาจในภพเทพปีศาจต่อไป ซึ่งใน
ครั้งนี้พวกเขาได้รับกำไรติดไม้ติดมือมาแค่เพียงเล็กน้อย
จี้ ‘ประตูทองสัมฤทธิ์’ สองชิ้นในมือของ อู่ อวี้ มี
ปฏิกิริยาตอบสนองเกิดขึ้น ทำให้พวกเขารู้ทันทีว่า
ซากศพจักรพรรดิปีศาจอยู่ใกล้ ๆ แต่หลายครั้งหลายครา
ที่พวกเขาเข้าไปค้นหาในส่วนลึกรอยแยกแห่งความว่าง
เปล่า พวกเขาก็แทบไม่พบเจออะไรเลย สิ่งที่เขาพบเจอ
เป็นเพียงแค่ชิ้นส่วนเล็ก ๆ เช่น อุ้งเท้าและเส้นขน
เท่านั้น
แม้ว่า อู่ อวี้ จะกลืนกินมันลงไปจนสามารถปรับปรุง
ความเข้าใจในเต๋าและขอบเขตการฝึกตนให้ทวีเพิ่มขึ้น
แต่มันแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แทบไม่สลักสำคัญสำหรับ
เขาเลย ตอนนี้พวกเขาทำได้แค่เพียงค้นหาต่อไปเรื่อย ๆ
ปัจจุบันดูเหมือนว่าภพเทพปีศาจจะลืมเลือนพวกเขาไป
หมดสิ้น ถึงได้ไร้ซึ่งข่าวคราวใด ๆ เกี่ยวกับพวกเขา
“ ดูแปลก ๆ อย่างไรชอบกล ในเมื่อมหาสมุทรดาราไร้
ขอบเขตได้พบเจอพวกเราแล้ว ทั้งยังรู้ถึงตัวตนของพวก
เรา แต่เหตุใดมันถึงหายเข้ากลีบเมฆเช่นนี้? นอกจากนี้
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้ายังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ แม้แต่
น้อย ” อู่ อวี้ สับสนเล็กน้อย
สถานการณ์สงบเงียบเช่นนี้มันดูน่าเหลือเชื่อเกินไป ราว
กับว่าพวกเขาไม่เคยพบเจอมหาสมุทรดาราไร้ขอบเขต
มาก่อน
หลังจากพวกเขาได้พบเจอมหาสมุทรดาราไร้ขอบเขต
สถานการณ์ภายในภพเทพปีศาจก็สงบสุขมานานเกือบ
พันปี
นับตั้งแต่เกิดเรื่องพวกเขาก็ยังไม่เห็นว่าจักรพรรดิปีศาจ
ตนใด ออกคำสั่งให้ตามหาพวกเขา
ข่าวเรื่องเทพเซียนเข้ามายังภพเทพปีศาจไม่ได้
แพร่กระจายออกไปแม้แต่น้อย ทำให้เขาชักเริ่มไม่มั่นใจ
กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในภพเทพปีศาจ
” ข้าก็ไม่ทราบ แต่ความสงบที่เกิดขึ้นทำให้เราไปไหนใน
ภพเทพปีศาจได้สะดวกสบายมากขึ้น ”
อู่จวินยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ แม้เขาเองก็รู้สึกงงงวยกับ
สถานการณ์เงียบสงัดจนผิดสังเกตเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่ค่อย
สนใจอะไรมากนัก เพราะเขามั่นใจว่าต่อให้ต้องพบ
จักรพรรดิปีศาจพวกเขาก็สามารถหลบหนีได้
เมื่อใดที่ได้พบเจอกับพวกจักรพรรดิปีศาจ การต่อสู้อัน
ดุเดือดย่อมไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเขาไม่อยากตก
หลุมพรางของพวกมัน
ทั้งสองยังคงสืบเสาะค้นหาอยู่ภายในภพเทพปีศาจต่อไป
ส่วนคนอื่น ๆ ก็เข้าไปฝึกฝนสลับหมุนเวียนพักผ่อนอยู่
ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด หลังจากเวลาผ่านไปหลายปีพลัง
ฝีมือของพวกเขาก็ยกระดับพัฒนาดีขึ้นบางส่วน
นับตั้งแต่เกิดเรื่องกับมหาสมุทรดาราไร้ขอบเขต เวลาก็
ผันผ่านไปนับร้อยนับพันปี แต่ข่าวคราวเกี่ยวกับเซียนเห
รินที่เข้ามาภายในภพเทพปีศาจก็ยังสงบเงียบไร้วี่แวว
แต่ในที่สุด อู่ อวี้ กับอู่จวินก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง เวลานี้
จี้ ‘ประตูทองสัมฤทธิ์’ มีปฏิกิริยาขึ้นอีกครั้ง
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วรีบตอบสนองทันที พวกเขามุ่ง
หน้าผ่านซากโบราณสถานและรอยแยกแห่งความว่าง
เปล่ามากมาย ซึ่งใช้เวลาประมาณสองสามปีกว่าจะ
มาถึงสถานที่อันเงียบสงบไร้ซึ่งวี่แววผู้คน แน่นอนว่าสิ่ง
ที่พวกเขาพบเจอก็คือเลือดเนื้อของจักรพรรดิปีศาจ ที่
กำลังล่องลอยอยู่บนอากาศ!
” แม้ชิ้นส่วนนี้จะเทียบไม่ได้กับส่วนหัวของโม่อิงดับโลกา
แต่อย่างน้อยเราก็จะได้รับอะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง มัน
อาจจะทำให้ข้ายกระดับก้าวหน้าขึ้น ” เมื่อ อู่ อวี้ พบ
เห็นชิ้นส่วนเลือดเนื้อของจักรพรรดิปีศาจ เขาก็ยิ้ม
ออกมาอย่างชื่นใจ อย่างน้อยในเวลาหลายพันปีที่ทำการ
ค้นหาก็มิได้สูญเปล่า
ทว่าเมื่อเขาต้องการก้าวไปข้างหน้า เพื่อจะกลืนกินเนื้อ
หนังของจักรพรรดิปีศาจ สีหน้าของอู่จวินก็แปรเปลี่ยน
ไป
“ไม่ดีแล้ว! มีค่ายกลเซียนอยู่ที่นี่! ”
เมื่ออู่จวินสัมผัสได้ถึงสิ่งผิกปกติก็รีบตักเตือน อู่ อวี้
อย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนมันจะไม่ทันการเสียแล้ว
ฉับพลันค่ายกลเซียนอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้นกลาง
อากาศกักขังทั้งสองไว้ในพื้นที่แห่งนี้ทันที!
มันคือค่ายกลเซียนไร้ลักษณ์ระดับสูง ซึ่งแข็งแกร่งกว่า
ค่ายกลมังกรมารบรรพกาลกลืนฟ้านิรันดร์หลายสิบเท่า
ทันทีที่มันปรากฏขึ้นแรงกดดันก็ท่วมท้นอย่างไรเปรียบ
ปกคลุมร่างของ อู่ อวี้ กับอู่จวิน
” มันใช้ชิ้นส่วนซากศพของจักรพรรดิปีศาจเป็นเหยื่อล่อ
พวกเรา! ดูเหมือนว่าจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าเป็นผู้ลงมือ
ด้วยตนเอง แต่ข้าไม่รู้ว่าพวกมันทั้งหมดสุมหัวร่วมมือกัน
หรือไม่? ” เมื่อ อู่ อวี้ ถูกขังอยู่ภายในค่ายกลเขาก็
ตอบสนองทันที
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความจริงจัง โชคดีที่ค่ายกลไม่
โจมตีพวกเขา เพียงแค่กักขังเขาไว้เท่านั้น
หลังจากนั้นสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏกายขึ้นที
ละตน ๆ ออกมาจากความว่างเปล่าโดยรอบ เริ่มจากภู
ผาทองหมื่นบรรพกาล ตามมาด้วยสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุด
และพฤกษาพิภพอนันต์ตามลำดับ
และสองตนสุดท้ายที่ปรากฏในทิศทางอื่นก็คือ อสูรลาวา
เทิดหล้ากับดาวมฤตยูราชันนภาปิดล้อมขวางกั้นเส้นทาง
หลบหนีของพวกเขาไว้
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าตนปรากฏกายที่นี่!
พวกมันเดินทางผ่านความว่างเปล่า มาจนถึงกับดักที่
จัดเตรียมไว้ แน่นอนว่าก่อนมุ่งหน้ามาพวกมันเห็น ‘เทพ
เซียน’ ทั้งสองติดอยู่ในกับดักนี้แล้ว
ในช่วงขณะนั้นจักรพรรดิปีศาจทั้งห้ารู้สึกว่าการอดทน
อดกลั้นซุ่มโจมตีศัตรูมานับพันปีนั้นช่างคุ้มค่ายิ่งนัก
อย่างไรก็ตามพวกมันมิได้แสดงท่าทางตื่นเต้นมากนัก
เนื่องจากจักรพรรดิปีศาจเหล่านี้เป็นเช่นดั่งขิงแก่ที่มีชีวิต
อยู่มาอย่างยาวนาน ดังนั้นห้วงอารมณ์ของมันจึง
ค่อนข้างเย็นชาสงบนิ่ง ท่ามกลางจักรพรรดิปีศาจทั้งห้า
จักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุดเอ่ยขึ้นเป็นอันดับแรกว่า ” เทพ
เซียนทั้งสองอย่าได้วิตกกังวลไป เรามิได้มีเจตนาร้าย แค่
ต้องการให้พวกเจ้าร่วมมือด้วยเท่านั้น ”
เดิมที อู่ อวี้ เตรียมพร้อมหลบหนีแล้ว แต่เมื่อได้ยินอีก
ฝ่ายกล่าวเช่นนี้ เขาก็หยุดเพื่อดูว่าพวกมันจะกล่าวอะไร
ในสถานการณ์เช่นนี้ อู่จวินเหมาะสมที่จะพูดคุยกับอีก
ฝ่ายมากกว่า ดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามว่า ” พวกเจ้าต้องการ
ให้ข้าร่วมมือเรื่องใด? ”
อันที่จริงเมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าว อู่ อวี้ กับอู่จวินก็รู้อยู่
แล้วว่าสิ่งที่พวกมันต้องการก็คือ ออกจากภพเทพปีศาจ
ขณะนั้นอสูรลาวาเทิดหล้าผู้มีอารมณ์ฉุนเฉียว ก็เอ่ยขึ้น
ด้วยเสียงต่ำว่า ” พวกเราต้องการออกจากภพเทพปีศาจ
หากเจ้ามีหนทาง ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์หรือนรกพวกเราก็
ยินดีไป!”
ภพเทพปีศาจในปัจจุบันล้วนพังพินาศสิ้น ทรัพยากรฝึก
ตนก็แห้งแล้ง ปราณวิญญาณเซียนเบาบาง การที่พวก
มันต้องการออกจากภพเทพปีศาจจึงมิใช่เรื่องแปลก
ประหลาดอันใด
หากพิจารณาจากสิ่งที่มันกล่าว การที่จักรพรรดิปีศาจทั้ง
ห้า วางกับดักล่อให้ อู่ อวี้ กับอู่จวินมาติดกับ ถือเป็นการ
กระทำที่หมดสิ้นหนทางเช่นกัน จึงมิใช่เรื่องผิดนัก
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ กับอู่จวินหันมามองหน้ากัน โดยคิด
ว่าข้อตกลงดังกล่าวยากจะบรรลุผล ด้วยเพราะก่อนหน้า
นี้ทั้งสองเคยถกเรื่องดังกล่าวมาบ้างแล้ว ประการแรก
สภาพของ อู่ อวี้ ในปัจจุบันไม่ต่างจะตัวหายนะบน
สวรรค์ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะพาพวกมันออกไป
ส่วนอู่จวินก็ยังไม่บรรลุถึงระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
หรือต่อให้เขามีความก้าวหน้ามากกว่านี้ แต่ก็ยังไม่เคย
เห็นผู้ใดจากภพเทพปีศาจขึ้นมาบนสวรรค์ ดังนั้นเขาจึง
ไม่อาจแบกรับผลที่ตามมาได้ หากการกระทำของตนผิด
ต่อกฎสวรรค์
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นไปได้ที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงเงื่อนไข
ร่วมมือกัน
ดังนั้นอู่จวินจึงกล้ำกลืนฝืนทนเผชิญหน้ากับปัญหาที่จะ
ตามมา พร้อมส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า “ขออภัยด้วย เรา
ไม่อาจปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของพวกเจ้าได้”
ทันที่คำปฏิเสธดังขึ้น สีหน้าของจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าก็
แปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดในบัดดล
ดาวมฤตยูราชันนภาตะโกนข่มขู่พวกเขาขึ้นในทันที ”
อย่าลืมว่าตอนนี้เจ้าอยู่ที่ไหน! หากเจ้าไม่พาเราออกจาก
ภพเทพปีศาจ เกรงว่าวันนี้พวกเจ้าจะไม่มีโอกาสได้
กลับไป!”
เมื่อมันเปล่งเสียงคำรามข่มขู่ ดวงดาราบนฟากฟ้าก็ดู
เหมือนจะสั่นไหว กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวจากราชัน
ปีศาจเก้าสวรรค์ระเบิดออก พร้อมแผ่ขยายปกคลุม อู่
อวี้ กับอู่จวินไว้ในทันที
ไม่เพียงเท่านั้น จักรพรรดิปีศาจอีกสี่ตนที่เหลือก็
ปลดปล่อยอำนาจสะกดข่มอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
เช่นกัน ซึ่งทำให้อู่จวินรู้สึกกดดันหนักอึ้ง
แม้ทั้งสองฝ่ายจะอยู่ในอาณาจักรราชันเทวะเก้าสวรรค์
เช่นเดียวกัน ทว่าภายใต้แรงกดดันของจักรพรรดิปีศาจ
ทั้งห้า มันก็แทบจะทำให้เขาหายใจหายคอไม่ทั่วท้องเลย
ทีเดียว
เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายต้องการต่อสู้แลกชีวิต อู่ อวี้ รู้ได้ทันที
ว่ายามนี้ เขาสามารหลบหนีได้เพียงเท่านั้น
เขาฉวยโอกาสในขณะที่อีกฝ่ายประมาท รีบดึงอู่จวินเข้า
สู่เจดีย์ล่องกำเนิด จากนั้นก็ใช้ออกด้วยพลังอิทธิฤทธิ์
เมฆาตลบฟ้า พลิกตลบตีลังกาออกไปทันที แน่นอนว่า
ต่อให้เป็นค่ายกลเซียนไร้ลักษณ์ระดับสูงก็ไม่อาจหยุดยั้ง
เขาไว้ได้!
เพียงชั่วพริบตา อู่ อวี้ กับอู่จวินก็หายตัวไปจากความ
ว่างเปล่า โดยที่จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขา
หายไปไหน
เหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทำให้จักรพรรดิปีศาจทั้ง
ห้า โกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด พวกมันไม่คิดว่าแผนการที่วาง
มานับพันปีจะล้มเหลวไม่เป็นท่าในชั่วอึดใจ อีกทั้ง อู่ อวี้
ยังไม่แม้แต่จะสนใจข้อตกลงของมันด้วยซ้ำ การกระทำ
เช่นนี้ถือเป็นการหมิ่นเกียรติของพวกมันอย่างสิ้นเชิง
” ค้นหาพวกมันให้ทั่วภพเทพปีศาจ อย่าปล่อยให้มันหนี
รอดไปได้! ”
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าออกคำสั่งเรียกระดมพลจากมหา
อาณาจักรจักรพรรดิทั้งห้าแทบจะในเวลาเดียวกัน
ก่อนหน้านี้พวกมันตั้งใจวางกับดักเพื่อลอบสังหาร อู่ อวี้
ดังนั้นจึงมิได้แพร่งพรายข่าวสารให้ผู้ใดรับทราบ แต่
ตอนนี้เป้าหมายของพวกมันถูกเปิดเผยแล้ว ดังนั้นไม่
จำเป็นต้องปกปิดอีกต่อไป
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทั่วทั้งภพเทพปีศาจ ปรากฏ
มรสุมกระโชกแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน…
ขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ที่พาอู่จวินหลบหนีออกมาจากค่าย
กลเซียนไร้ลักษณ์ด้วยเมฆาตลบฟ้า อดไม่ได้ที่จะถอด
ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ถึงแม้เขาจะรู้สึกมั่นใจในเมฆาตลบฟ้าของตนเอง แต่
อำนาจสยบจากจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าก็ทรงพลังมาก
เกินไป ทำให้เขารู้สึกกดดันเป็นอย่างยิ่ง
“ ช่างอันตรายนัก ถ้าไม่ใช่เพราะวิชาลึกลับของ อู่ อวี้
เกรงว่างานนี้คงยากจะหลบหนีออกมาได้” อู่จวินออกมา
จากเจดีย์ล่องกำเนิด พร้อมทอดถอนหายใจอย่างโล่งอก
เช่นกัน
“ ต่อจากนี้เราต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น คาดว่า
จักรพรรดิปีศาจคงไม่ยอมเลิกลาง่าย ๆ พวกมันต้องออก
ค้นหาเราไปทั่วทั้งภพเทพปีศาจอย่างแน่นอน ” อู่ อวี้
กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามเขามียอดฝีมืออยู่ข้างกาย ทั้งยังมั่นใจใน
ความสามารถของตนเองมาก ดังนั้น อู่ อวี้ จึงยังไม่คิด
จะออกไปจากที่นี่ เพราะอย่างไรเสียต่อให้ออกไปก็ไม่รู้จะ
หลบหนีไปแห่งหนใด
สองเป้าหมายที่เขาตั้งใจไว้ในภพเทพปีศาจยังไม่
สัมฤทธิผล
ทางด้านอู่จวินก็ไม่คิดจะจากไปเช่นกัน ในฐานะผู้ที่อยู่ใน
อาณาจักรของราชันเทวะเก้าสวรรค์ ถูกฝ่ายตรงข้ามบด
ขยี้หมดจดเช่นนี้ ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของมังกร
วิญญาณเซียนบรรพกาล ย่อมไม่มีทางยอมรับได้อย่าง
แน่นอน
ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจทำตามเป้าหมายต่อไปในภพ
เทพปีศาจ แม้จะมีเทพปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนตามหาตัว
พวกเขาให้ควัก แต่ทั้งสองก็หาได้หวาดกลัวไม่
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าได้รับข่าวคราวเกี่ยวกับร่องรอย
ของพวกเขาหลายครั้ง ทว่าช่างน่าเสียดายที่ อู่ อวี้ กับ
พรรคพวกก็ไหวตัวทันเช่นกัน เมื่อจักรพรรดิปีศาจทั้งห้า
มาถึง พวกเขาก็มักจากไปแล้วเสมอ
สถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ดำเนินไปกว่า 300 ปี แต่
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าก็ยังคว้าน้ำเหลวมิได้รับสิ่งใดเป็น
ชิ้นเป็นอัน ไม่มีโอกาสแม้แต่จะจับตัว อู่ อวี้ กับพรรค
พวกด้วยซ้ำ
หลังจากเวลาล่วงเลยมาสามร้อยปี วันหนึ่งขณะที่ อู่ อวี้
เดินเดินทางสำรวจอยู่ในภพเทพปีศาจ จี้ ‘ประตูทอง
สัมฤทธิ์’ ทั้งสองชิ้นในมือของ อู่ อวี้ ก็แสดงปฏิกิริยา
อย่างรุนแรง ปฏิกิริยาของมันนั้นเหนือกว่า