กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1598: อัคคีพิภพเปลวเพลิงทองคำ
อู่ อวี้ กับอู่จวินเฝ้ามองดูทางเข้าประตูสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์ อยู่ไม่ไกลนัก
พวกเขาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของจักรพรรดิปีศาจ
ทั้งห้าเวลานี้มันกระหน่ำโจมตีไปยังประตูทองสัมฤทธิ์
ทว่าจากข่าวที่หนานซานหวางเยว่แจ้งมา ดูเหมือนพลัง
การโจมตีของจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าดูเหมือนจะไม่
สามารถทำอะไรกับประตูได้เลย
แล้วหนานซานหวางเยว่รีบแจ้งข่าวกลับมาทันที ” เหล่า
อู่… ดูเหมือนจะมีร่องเล็ก ๆ อยู่ตรงกลางของประตูทั้ง
สองบาน ดูจากขนาดของมันแล้วจี้ประตูทองสัมฤทธิ์
ขนาดเล็กน่าจะใส่ได้ เป็นไปได้หรือไม่ที่จี้นั้นเป็นกุญแจ
เอาไว้เปิดประตู? ”
อู่ อวี้ คิดสักพักแล้วจึงส่งข้อความกลับไป ” เจ้าจงเฝ้าดู
สถานการณ์ต่อไป จักรพรรดิปีศาจทั้งห้ายังเฝ้าอยู่ตรงนั้น
ไม่ยอมไปไหน ข้ายังทำอะไรไม่ได้ตอนนี้ ”
หนานซานหวางเยว่รู้ดีแก่ใจว่า นี่มิใช่ช่วงเวลาเหมาะสม
เท่าใดนักหาก อู่ อวี้ จะเดินทางมาที่ประตูทองสัมฤทธิ์
ดังนั้นเขาจึงคอยเฝ้าสังเกตการณ์ต่อไป ท่าทีของ
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าดูให้ความสนใจในประตูทอง
สัมฤทธิ์เหนือสิ่งอื่นใดในภพเทพปีศาจ
ในเวลานี้จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าเริ่มลงมือจัดเรียงค่ายกล
เซียน ไร้ลักษณ์ระดับสูงป้องกันประตูทองสัมฤทธิ์เอาไว้
ทุกทิศทาง พลังอำนาจของมันน่าสะพรึงกลัวกดขี่ข่มเหง
เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเหตุผลในการจัดเรียงมีอยู่ 2 ประการ
ประการแรกเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้ามา ประการที่ 2
มันหวังว่าค่ายกลเซียนที่มันจัดเรียงจะช่วยเปิดสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์
หนานซานหวางเยว่ไม่สามารถเข้าใกล้ไปได้มากกว่านี้
เนื่องจากอีกฝ่ายได้จัดเรียงค่ายกลป้องกันคนภายนอก
เข้ามา ส่งผลให้เวลานี้รอบประตูสุสานจักรพรรดินิรันดร์
ถูกปิดล้อมไปด้วยค่ายกลเซียนอันน่าสะพรึงกลัวสารพัด
ชนิด
แม้ว่าหนานซานหวางเยว่จะไม่สามารถเข้าใกล้ประตูได้
แต่เขาก็ยังสามารถเฝ้าดูสถานการณ์ที่เกิดกับประตูทอง
สัมฤทธิ์ได้อย่างใกล้ชิดอยู่ดี
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้ายังคงพยายามคิดค้นหาวิธีการ
ระดมโจมตีเข้าใส่ประตูทองสัมฤทธิ์ แต่น่าเสียดายที่
ประตูทองสัมฤทธิ์ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย
ส่วนทางด้านของ อู่ อวี้ เวลานี้เขากำลังพูดคุยหารือกับ
อู่จวิน
“ นี่อาจเป็นสุสานที่มีซากศพจักรพรรดิปีศาจฝังอยู่ใช่
หรือไม่? แทบไม่ต้องคิดเลยว่าผู้ที่สร้างสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์นี่ขึ้นมาจะน่ากลัวมากเพียงใด?” อู่จวินทอดถอน
หายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
เขาอยู่ในดินแดนวิญญาณเซียนมานาน บนสวรรค์เขาก็
เคยพบเห็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์จำนวนมาก ทำให้เขา
รู้ดีว่าต่อให้เป็นระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ก็ยังยากที่จะ
สร้างสุสานฝังศพจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ ฉะนั้นการที่
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าผู้มีฝีมืออยู่ในระดับราชันปีศาจเก้า
สวรรค์ระดมโจมตีเข้าใส่ประตูทองสัมฤทธิ์ไม่ยั้ง แต่ก็ยัง
ไม่สามารถทำอันใดได้ เพียงเท่านี้ก็แสดงให้เห็นถึงความ
แข็งแกร่งของผู้สร้างแล้ว
หลายร้อยปีต่อมาจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าก็ยังคงจัดเตรียม
ค่ายกลเซียนไว้อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยเพิ่มความ
แข็งแกร่งให้แก่ตนเอง
หลังจากจัดเตรียมค่ายกลเซียนไร้ลักษณ์ช่วยเสริมพลัง
โจมตีให้แก่ตนเองเสร็จสิ้น พวกมันทั้งห้าก็ผนึกกำลัง
ระเบิดการโจมตีขึ้นมาพร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งความ
แข็งแกร่งนี้เทียบเท่าได้กับจักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ ถึง
กระนั้นประตูทองสัมฤทธิ์ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาเคลื่อนไหวใด
ๆ
นับตั้งแต่พบเจอประตูทองสัมฤทธิ์จวบจนบัดนี้เวลาก็ผัน
ผ่านมาหลายร้อยปี มันยังคงลอยคว้างอยู่ท่ามกลางเวหา
ปล่อยให้จักรพรรดิปีศาจทั้งห้ากระหน่ำโจมตีใส่มันต่อไป
แต่มันก็หาได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย อีกทั้งยัง
ไม่มีแม้แต่ร่องรอยขีดข่วนใด ๆ
ราวกับว่าประตูทองสัมฤทธิ์คือตัวตนผู้แข็งแกร่งมาก
ที่สุดในโลกใบนี้ แม้แต่จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าก็ไม่มีทาง
จัดการกับมันได้
ท้ายที่สุดเวลาก็ล่วงเลยผันผ่านไปกว่าสองพันปี หลังจาก
นั้นจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าก็ให้สั่งราชันปีศาจแปดสวรรค์
มาช่วยเหลือ ให้พวกมันทดลองระดมโจมตีเข้าใส่ประตู
ทองสัมฤทธิ์อย่างสุดกำลังซ้ำหลายครั้ง สุดท้ายก็ไม่
สามารถสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่ประตูทองสัมฤทธิ์ได้
เลยแม้แต่นิดเดียว
ปัจจุบันราชันปีศาจระดับต้น ๆ หลายคนในภพเทพ
ปีศาจทั้งหมดมารวมตัวกันหน้าประตูทองสัมฤทธิ์นี้ แต่ก็
ไม่สามารถทำอะไรกับประตูทองสัมฤทธิ์ได้เลย
ในที่สุดวันหนึ่งจักรพรรดิปีศาจทั้งห้า ก็กลับมารวมตัวกัน
อีกครั้ง จักรพรรดิปีศาจไร้สิ้นสุดทบทวนเกี่ยวกับ อู่ อวี้
กับอู่จวิน ว่าพวกเขาทั้งสองจะมีวิธีเปิดประตูได้หรือไม่
ก่อนหน้านี้พวกมันต้องการเปิดประตูทองสัมฤทธิ์ด้วย
ตัวเอง เพราะที่นี่คือสุสานจักรพรรดินิรันดร์ ทว่ายามนี้ดู
เหมือนว่าเป้าหมายแรกของมันจะทำไม่ได้แล้ว ดังนั้น
พวกมันจึงคิดค้นหาวิธีอื่น และวิธีเดียวที่มันคิดได้ก็คือ อู่
อวี้
ด้วยเพราะก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ อยู่ในสถานที่แห่งนี้มาก่อน
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาพวกมันคงไม่พบสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์ ฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าเขามีวิธีเปิดประตูทอง
สัมฤทธิ์!
ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงปล่อยข่าวออกไปว่าตนเองต้องการ
ร่วมมือกับ อู่ อวี้ ข่าวนี้ก็แพร่กระจายออกไปทั่วภพเทพ
ปีศาจ เพื่อต้องการให้ อู่ อวี้ ทราบเรื่องนี้
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ หลบซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากพวก
มัน เพียงแต่จักรพรรดิปีศาจหาพวกเขาไม่พบเท่านั้น
ไม่นานนักเขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการร่วมมือกับตนเอง
หลังจากเวลาล่วงเลยไปสองพันปี อู่ อวี้ ก็มิได้อดทนรอ
อยู่เฉย ๆ
ตอนแรกเขาตั้งใจรอจนกว่าจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าจะยอม
แพ้แล้วจากไป หลังจากนั้นเขาค่อยหาวิธีเปิดประตูทอง
สัมฤทธิ์นี้ แต่สถานการณ์ปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิ
ปีศาจทั้งห้าจะไม่ยอมล้มเลิกเด็ดขาด ดังนั้น อู่ อวี้ จึงยัง
ไม่มีโอกาสให้ลงมือ
หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป มีโอกาสเป็นไปได้ว่า
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่นับแสนปี อู่ อวี้
ไม่สามารถทนรอตลอดไปได้ แต่เขาก็ไม่อาจสังหาร
จักรพรรดิปีศาจเหล่านี้ได้เช่นกัน
ดังนั้นในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ จึงตัดสินใจฝึกฝนบำเพ็ญตน
ยกระดับความแข็งแกร่งของตนเอง
แม้จะได้รับข่าวว่าจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าต้องการร่วมมือ
กับ อู่ อวี้ แต่เขายังคงฝึกฝนบำเพ็ญตนอย่างต่อไป ก่อน
หน้านี้เขาได้กลืนกินเต๋าจากซากศพโม่อิงดับโลกา ซึ่งมัน
ยังไม่ถูกย่อยสลายอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเขาจึงค่อย ๆ ทำ
ความเข้าใจมันอย่างช้า ๆ
ปัจจุบันเขาทุ่มความสนใจไปที่การยกระดับอาณาจักรฝึก
ตนของตนเอง ซึ่ง อู่ อวี้ คาดว่าตนเองจะได้รับอะไร
บางอย่างบ้าง
ดังนั้นยามนี้จึงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการฝึกฝน ด้วย
ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของ อู่ อวี้ เขายังไม่สามารถ
ยืนหยัดร่วมมือกันของจักรพรรดิปีศาจได้ อย่างน้อยก็รอ
จนกว่าเขาจะมีพลังมากพอจะต่อสู้กับราชันปีศาจเก้า
สวรรค์
อย่างไรก็ตามหากไม่มีประตูทองสัมฤทธิ์ขนาดเล็กที่อยู่ใน
มือเขา เป็นไปไม่ได้เลยที่จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าจะเข้าสู่
สุสานจักรพรรดินิรันดร์ ดังนั้นเขาจึงสามารถฝึกบำเพ็ญ
ตนได้อย่างมั่นใจ!
ในช่วงสองพันปีนี้ เขาได้ฝึกฝนยกระดับพลังอิทธิฤทธิ์
เนตรเพลิงเป็นลำดับแรก หลังจากไตร่ตรองทำความ
เข้าใจอยู่นาน ในที่สุดเนตรเพลิงของเขาก็ฝ่าทะลวงขึ้นสู่
ระดับใหม่ เรียกว่า ‘พิภพเปลวเพลิงทองคำ’ เขา
สามารถปลดปล่อยพลังผ่านดวงเนตรเผาผลาญคู่ต่อสู้
ด้วย ‘อัคคีพิภพเปลวเพลิงทองคำ’
หลังจากบรรลุพลังอิทธิฤทธิ์พิภพเปลวเพลิงทองคำ ช่วย
ให้ อู่ อวี้ สามารถทำความเข้าใจและควบแน่นกฎสวรรค์
ชนิดใหม่
ดังนั้นเขาจึงมิได้แยแสข่าวการร่วมมือกันของจักรพรรดิ
ปีศาจทั้งห้าแต่เขายังคงฝึกฝนบำเพ็ญ และควบแน่นกฎ
สวรรค์ชนิดที่ ห้าต่อไป นี่คือกฎสวรรค์ชนิดใหม่ที่มีพลัง
อิทธิฤทธิ์พิภพเปลวเพลิงทองคำเป็นรากฐาน นามว่า
‘กฎสวรรค์เนตรเพลิง’ !
อย่างไรก็ตามอาศัยเพียงแค่อัคคีพิภพเปลวเพลิงทองคำ
ยังยากที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้เบื้องหน้าของเขาได้ ทว่า
ปัจจุบันภายใต้การควบแน่นกฎสวรรค์ชนิดที่ 5 กฎ
สวรรค์เนตรเพลิง ส่งผลให้อำนาจทำลายล้างของพลัง
กฎสวรรค์นี้ ก็พุ่งทะยานไปถึงระดับของผนึกเมฆาเร้น
ผสานกับความว่างเปล่าหวนกลับ
ยิ่งถ้าใช้ผสานกับเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง เทียมฟ้าจรดดิน
และกฎสวรรค์กายเนื้อ กล่าวได้เลยว่ามันถือเป็นหนึ่งใน
วิชาที่มีพลังพลังทำลายล้างมากที่สุดของ อู่ อวี้
หลังจากบรรลุถึงอาณาจักรเซียนไร้ลักษณ์ พลังกฎ
สวรรค์ถือเป็นวิธีต่อสู้หลักของเทพเซียน
เช่นเดียวกับพลังอิทธิฤทธิ์ที่ทรงพลังมากสุดของ อู่ อวี้
ในยามนี้ก็คือผนึกเมฆาเร้นผสานความว่างเปล่าหวน
กลับ ทว่าเขามีกฎสวรรค์ 2 ชนิดที่ทรงพลังยิ่งกว่า
ลำดับแรกก็คือกฎสวรรค์ร่างอวตารมีความสามารถใน
การปลดปล่อยพลังจากร่างอวตารนับล้านรวมเป็นหนึ่ง
และลำดับสองก็คือกฎสวรรค์ชนิดที่ 2 คือกฎสวรรค์เนตร
เพลิง
อาจกล่าวได้ว่ากฎสวรรค์ทั้ง 2 ชนิดไม่จำเป็นต้องใช้
ผสานร่วมกัน ซึ่งสะดวกต่อการใช้งานและเรียบง่ายมาก
ยิ่งกว่า ผนึกเมฆาเร้นที่ต้องใช้ผสานกับความว่างเปล่า
หวนกลับ
เขากับอู่จวินกำลังฝึกฝนบำเพ็ญอยู่ใกล้ ๆ ภายในเจดีย์
ล่องกำเนิด โดยมีหนานซานหวางเยว่คอยเฝ้าจับตามอง
สถานการณ์ทางฝั่งของจักรพรรดิปีศาจอยู่ตลอดเวลา
หลังจากเวลาล่วงเลยไปสามหมื่นปี ในที่สุดเขาก็
ควบแน่นกฎสวรรค์วิถีที่ 5 ได้สำเร็จ ขณะที่ฝ่าทะลวงไป
ถึงอาณาจักร ‘ราชันเทวะห้าสวรรค์ง’ อู่ อวี้ ก็ทุ่มความ
สนใจไปที่การยกระดับเทียมฟ้าจรดดิน จนก้าวเข้าสู่
ระดับใหม่เช่นกัน
ปัจจุบันเทียมฟ้าจรดดิน ทำให้เขาระเบิดพลังความ
แข็งแกร่งได้มากกว่าเดิมสองเท่า กล่าวได้ว่าการฝึกฝน
บำเพ็ญตลอดระยะเวลา 30,000 ปีที่ผ่านมานั้นได้
ผลลัพธ์น่าทึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งช่วยให้ความ
แข็งแกร่งของเขาบรรลุขึ้นสู่ระดับใหม่
“ด้วยความแข็งแกร่งของข้าในปัจจุบัน คงสามารถ
เผชิญหน้ากับราชันเทวะเก้าสวรรค์ได้แล้ว ถึงแม้จะไม่
อาจเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ แต่ก็ไม่มีทางเพลี่ยงพล้ำอย่าง
แน่นอน!” อู่ อวี้ รู้สึกมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
สามหมื่นปีผ่านไป กิจวัตรของจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าใน
ภพเทพปีศาจก็ยังมิได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก พวกมัน
ยังคงตามหา อู่ อวี้ ขณะเดียวกันก็ศึกษาทำความเข้าใจ
ความลับของประตูทองสัมฤทธิ์ไปด้วย
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่รีบร้อนออกจากเจดีย์ล่องกำเนิด
หนานซานหวางเยว่ที่พกเจดีย์ล่องกำเนิดติดตัวไปด้วยไม่
มีทางถูกค้นพบอย่างแน่นอน
ซึ่งปัจจุบันมีข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วว่า อู่ อวี้ กับพรรค
พวกได้ออกไปจากภพเทพปีศาจนานแล้ว แต่จักรพรรดิ
ปีศาจทั้งห้าก็ยังไม่สามารถยืนยันเรื่องนี้ได้อย่างแน่ชัด
ดังนั้นพวกมันจึงตามหาตัวเขาต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดเพื่อตรวจสอบความแข็งแกร่งใน
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ดังนั้นเขากับอู่จวินจึงประมือกัน
“ อู่ อวี้ จงระวังตัวไว้ให้ดี เพราะข้าจะไม่ออมมือให้เจ้า
” อู่จวินกล่าวอย่างจริงจัง
ด้วยการพูดคุยกันก่อนหน้านี้ เขาจึงต้องการทดสอบ
ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของ อู่ อวี้ ในปัจจุบันว่าไปถึง
ขั้นไหนแล้ว อีกทั้งเขายังเชื่อว่า อู่ อวี้ คงไม่ปล่อยเวลา
สามหมื่นปีไปอย่างเปล่าประโยชน์แน่นอน
เขาเคยเห็นความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ในส่วนลึกของ
ความว่างเปล่ามาก่อน เมื่อรู้ว่า อู่ อวี้ สามารถสังหาร
ราชันปีศาจสวรรค์ทั้งแปดได้ พลังรบของ อู่ อวี้ ก็อยู่ไม่
ห่างจากราชันเทวะเก้าสวรรค์แล้ว
ยิ่งตอนนี้เวลาสามหมื่นปีล่วงเลยผ่านไป ความแข็งแกร่ง
ของ อู่ อวี้ ต้องยกระดับขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นอู่จวินจึง
ไม่จำเป็นต้องกังวลว่า อู่ อวี้ จะสังหารจนตกตายด้วย
พลังทั้งหมดของตนเอง
“ทราบแล้ว” อู่ อวี้ พยักหน้าอย่างจริงจัง
พื้นที่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด คนทั้งสองต่างประมือกัน
ด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มี อู่จวินเปิดฉากโจมตีด้วย
การควบแน่นปราณวิญญาณเซียนปลดปล่อย ‘กฎ
สวรรค์ลมหายใจมังกร’ เข้าใส่ อู่ อวี้ ซึ่งนี่เป็นกฎสวรรค์
เดียวกันกับที่เขาใช้โจมตีมหาสมุทรดาราไร้ขอบเขต ทว่า
ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายของมหาสมุทรดาราไร้
ขอบเขตทำให้การโจมตีนี้ไร้ผล
อันที่จริงแล้วกฎสวรรค์ลมหายใจมังกรถือเป็นหนึ่งใน
วิชาโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของอู่จวิน ลมหายใจมังกร
ควบแน่นปราณวิญญาณเซียนมหาศาลไว้ภายใน ทันใด
นั้น อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวถา
โถมเข้ามาอย่างไรสิ้นสุด
“ความว่างเปล่าหวนกลับ!”
ขณะที่กฎสวรรค์ลมหายใจมังกรควบแน่น อู่ อวี้ ก็ใช้
ออกด้วยความว่างเปล่าหวนกลับผสานด้วยผนึกเมฆา
เร้นในทันที ยังไม่หมดแค่นั้นเขายังปลดปล่อยพลังกฎ
สวรรค์สัประยุทธ์และกฎสวรรค์กายเนื้อเพื่อเพิ่มความ
แข็งแกร่งให้กับเรือนกายของตนเอง ชั่วพริบตาที่กฎ
สวรรค์ลมหายใจมังกรพวยพุ่งเข้ามา อาณาเขตความ
ว่างเปล่าก็เริ่มปริแตกพังทลายเป็นชิ้น ๆ หยุดยั้งการ
โจมตีของกฎสวรรค์ลมหายใจมังกรไว้ในบัดดล!
พลังอำนาจทั้งสองปะทะกันภายในเจดีย์ล่องกำเนิด แต่
มันก็ยังไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเจดีย์ล่อง
กำเนิดแม้แต่น้อย
อู่จวินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ถึงแม้เขาจะคิดไว้แล้วว่า
อู่ อวี้ สามารถต้านทานความแข็งแกร่งสูงสุดของตนเอง
ได้ แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะหยุดยังได้อย่างสมบูรณ์เช่นนี้
ด้วยความสนอกสนใจเขาเริ่มปลดปล่อยการโจมตีอีกครั้ง
” เตรียมรับมือ กฎสวรรค์อัสนีเทวะคลั่ง! ”
อู่จวินปลดปล่อยการโจมตีออกไปอีกครั้ง ซึ่งถือว่าน้อย
ครั้งนักที่เขาจะใช้กฎสวรรค์อัสนีเทวะคลั่ง แม้อำนาจ
ทำลายล้างของมันจะทรงพลังยิ่งกว่ากฎสวรรค์ลมหายใจ
มังกร แต่หลังจากที่เขาใช้กฎสวรรค์อัสนีเทวะคลั่งแล้ว
มันจะทำให้เขาสูญเสียพลังไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น
เขาจึงไม่ค่อยใช้กฎสวรรค์ชนิดนี้
เมื่อกฎสวรรค์อัสนีเทวะคลั่งถูกปลดปล่อย ปรากฏเป็น
สายอัสนีอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นภายในเจดีย์ล่องกำเนิด
แล้วทันใดนั้นมันก็ฟาดผ่าเข้าใส่ อู่ อวี้ จากทุกทิศทาง!
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง เทียมฟ้าจรดดิน… ”
“กฎสวรรค์เนตรเพลิง!”
อู่ อวี้ ซึ่งแปรเปลี่ยนกลายเป็นเซียนวานรทองคำ กู่ร้อง
คำรามขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมใช้ออกด้วยเคล็ดระเบิด
พลังคลั่งและเทียมฟ้าจรดดินแทบจะในเวลาเดียวกัน
ผสานไปกับกฎสวรรค์สัประยุทธ์และกฎสวรรค์กายเนื้อ
ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของเขาพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
ชั่วอึดใจนั้นเองแสงสีทองก็เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้น
ภายในดวงเนตรของเขา สาดส่องปกคลุมไปทั่วทุกแห่ง
หน
กฎสวรรค์อัสนีเทวะคลั่งปะทะกับกฎสวรรค์เนตรเพลิง
อำนาจพลังทั้งสองระเบิดออกในฉับพลัน อย่างไรก็ตาม
สามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อู่ อวี้ หาได้ตกเป็นฝ่าย
เพลี่ยงพล้ำแม้แต่น้อย
ต่อให้อู่จวินปลดปล่อยการโจมตีที่ทรงพลังมากสุดของ
ตนเองแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถจัดการกับ อู่ อวี้ ได้ แสดง
ให้เห็นว่าความแข็งแกร่ง อู่ อวี้ พุ่งทะยานไปไกลมาก
เพียงใด!