กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1601: อู่จวินตัวจริงตัวปลอม
อู่จวินก็ไม่ได้ลังเลเช่นกันเขาพุ่งทะยานเข้าไปโจมตีตัว
ปลอม ทันที ส่งผลให้ ‘อู่จวิน’ ตัวปลอมสลายกลายเป็น
หมอกหายไป
ขณะที่พวกเขาทั้งสองกลุ่มโจมตีตัวปลอมอยู่นั้น ‘อู่จวิน’
ตัวปลอมก็ฉีกยิ้ม จากนั้นก็สลายกลายเป็นหมอกหายไป
กลายเป็นว่าพวกเขาทั้งสองโจมตีเข้าใส่อากาศธาตุว่าง
เปล่า
พลังอำนาจการโจมตีของทั้งสองเมื่อระเบิดออกมาพร้อม
กัน ทำให้หมอกหนาแน่นในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวถูกพัด
พาเคลื่อนออกไปเล็กน้อย เพียงไม่นานนักพวกมันก็
กลับมารวมตัวกันเช่นเดิม
เมื่อกวาดตามองไปรอบ ๆ นอกเหนือจากหมอกหนาทึบ
แล้ว ยังมีหมอกขาวโพลนแผ่ขยายกว้างใหญ่ ทำให้พวก
เขาทั้งสองมองไม่เห็นอะไรเลย
อู่ อวี้ ไร้ทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าต่อไปพร้อม
กับอู่จวิน แต่ทันใดนั้นอยู่ ๆ ร่างของอู่จวินก็ถูกปกคลุม
ด้วยหมอกแล้วหายไปอย่างกะทันหัน เหมือนตอนที่ ‘อู่จ
วิน’ ตัวปลอมหายไป เหลือแต่ความเงียบสงบวังเวง
อู่ อวี้ ถึงกับผงะ เพราะยามนี้เหลือเพียงเขาลำพังผู้เดียว
เขาพยายามเดินตามหาบริเวณรอบ ๆ แต่ก็ไม่พบ
ร่องรอยของอู่จวินแม้แต่น้อย เขาจึงทำได้เพียงส่งยันต์
เซียนสื่อสารออกไป
ไม่นานนักเขาก็พบว่าไม่มีการตอบสนองใด ๆ จากยันต์
เซียนสื่อสารที่เขาส่งไป ราวกับว่าอู่จวินหายไปจากโลกนี้
เสียดื้อ ๆ ทำให้เขารู้สึกขนลุกเป็นอย่างยิ่ง
“ มันแปลกเกินไปแล้ว ”
อู่ อวี้ ขมวดคิ้ว ถึงแม้เวลานี้เขาจะหาตัวของอู่จวินไม่
พบ แต่การดึงดันเสียเวลาอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเดินหน้าไปเพียงลำพัง
หมอกนี้แผ่ขยายอาณาเขตกว้างไกลไร้สิ้นสุด ไม่อาจรู้ว่า
จุดจบที่แท้จริงของมันอยู่ที่ใด ซึ่งยามนี้ อู่ อวี้ ก็ถูกทิ้ง
เพียงลำพัง บรรยากาศโดยรอบยิ่งเงียบสงัดมากขึ้น ราว
กับว่าเขาอยู่ในโลกใบนี้เพียงลำพัง ส่งผลให้ทุกย่างก้าว
เขาจำเป็นต้องใช้เนตรเพลิงคอยจับจ้องอยู่เสมอ
ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลปริศนาปรากฏตัว
ออกมาอย่างกะทันหัน จนสามารถเข้าประชิดตัวเขาได้
โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว อีกทั้งเขายังไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าบุคคล
ที่ปรากฏตัวนั้นเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม
กล่าวได้ว่าเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ ‘อู่จวิน’ ถึงสองคน
พร้อมกันในทีเดียวทำให้ อู่ อวี้ ต้องตื่นตัวเป็นอย่างมาก
หมอกหนาทึบนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้คน
แล้วสิ่งนี้ทำลายได้ด้วยเนตรเพลิงเท่านั้น
ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ อีกทั้ง
เขายังรู้สึกว่าอุณหภูมิที่อยู่โดยรอบสูงขึ้นอย่างไม่มี
เหตุผล แต่เขากระทำได้เพียงมุ่งหน้าต่อไปอย่าง
ระมัดระวัง ในที่สุดเขาก็พบเจอกับเงาร่างคุ้นเคย ซึ่งก็คือ
‘จักรพรรดิปีศาจเทิดหล้า’ หรือ อสูรลาวาเทิดหล้า!
ทั่วทั้งร่างของอสูรลาวาเทิดหล้าเป็นเพลิงลาวา มีแค่
เพียงปากขนาดใหญ่อย่างเดียวเท่านั้น มันเองก็
สังเกตเห็นถึงการมาถึงของ อู่ อวี้ แทบจะในเวลา
เดียวกัน จากนั้นมันก็แสยะยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ไม่คาดคิด
ว่าจะได้พบเจ้าที่นี่!”
เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิปีศาจเทิดหล้ายังคงจดจำประตู
ทองสัมฤทธิ์สองชิ้นบนร่างของ อู่ อวี้ ได้เป็นอย่างดี ซึ่ง
มันคือ ‘กุญแจ’ เปิดเข้าสู่สุสานจักรพรรดินิรันดร์ ถึงแม้
ในเวลานี้มันจะเข้ามาภายในสุสานแล้ว แต่มันก็คิดว่า
บางทีประตูทองสัมฤทธิ์ทั้งสองชิ้นอาจจะใช้ประโยชน์อื่น
ๆ ได้อีก
ด้วยเหตุนี้มันจึงต้องการครอบครองจี้ประตูทองสัมฤทธิ์
ขนาดเล็กทั้งสองชิ้น!
ซึ่งแน่นอนว่า อู่ อวี้ จะไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้สม
ปรารถนา ดูเหมือนว่าหลังจากเข้าสู่ทะเลหมอก
จักรพรรดิปีศาจทั้ง 5 ก็ถูกแยกจากกันคนละทิศคนละ
ทาง เช่นเดียวกับตัวเขาและอู่จวิน เนื่องจากตอนนี้อีก
ฝ่ายอยู่เพียงลำพัง จึงไม่จำเป็นต้องล่าถอยหลบหนี
“สู้!”
อู่ อวี้ ตัดสินใจต่อสู้ เมื่อไม่นานมานี้ความแข็งแกร่งของ
เขามีความก้าวหน้าสูงขึ้น ก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่
ทดสอบฝีมือกับอู่จวิน ยังไม่เคยใช้ในการต่อสู้จริง ๆ และ
เวลานี้ถือเป็นโอกาสที่เขาจะทดสอบความสามารถว่าอยู่
ในระดับใด
ปัจจุบันเขาจ้องมองไปยังร่างของฝ่ายตรงข้ามด้วยเนตร
เพลิง แล้วก็พบว่าแท้จริงแล้วมันก็คือ ‘อสูรลาวาเทิด
หล้า’ ที่สำคัญมันเป็นตัวจริงไม่ใช่ตัวปลอม
อสูรลาวาเทิดหล้ารีบเปิดฉากโจมตีก่อนทันที
“กฎสวรรค์ระเบิดลาวา!”
จักรพรรดิปีศาจเทิดหล้าคำรามอย่างดุเดือด ทันใดนั้น
ปากขนาดใหญ่บนร่างของลาวาก็อ้าออก ลูกลาวาที่
สามารถเผาผลาญพื้นที่ได้ทั้งหมดระเบิดโพยพุ่งออกมา
ชั่วพริบตามันก็มาอยู่ตรงเบื้องหน้าของ อู่ อวี้ จากนั้นก็
ระเบิดทันที
ทันทีที่กฎสวรรค์ระเบิดลาวาถูกปลดปล่อยออกมา
อุณหภูมิโดยรอบก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน อู่ อวี้ รู้สึก
ราวกับกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงลาวา เส้นขนบนร่างกายขด
ม้วนงอบ่งบอกว่ามันกำลังไหม้!
ราชันปีศาจเก้าสวรรค์ทรงพลังอย่างยิ่ง เขาประมาท
ไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ยิ่งไปกว่านั้นกฎสวรรค์ระเบิดลาวาของอีกฝ่ายพวยพุ่ง
เข้าใส่เขารวดเร็วกะทันหันเกินไป มันจึงระเบิดปะทุออก
ตรงหน้าของ อู่ อวี้ ทำให้เขาไม่ทันได้ตั้งตัวหลบหนี เขา
ทำได้เพียงตอบสนองไปตามสัญชาตญาณ ใช้ออกด้วย
‘ความว่างเปล่าหวนกลับ’ ส่งผลให้พิภพแห่งความว่าง
เปล่าและมิติพิภพกลับตาลปัตรทันที พร้อมบดขยี้ทำลาย
กฎสวรรค์ระเบิดลาวาของคู่ต่อสู้!
อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้ ค่อนข้าง
กะทันหันเป็นอย่างยิ่ง หากเขาเชื่องช้ากว่านี้เล็กน้อย
เขาคงถูกกฎสวรรค์ระเบิดลาวาทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ
อย่างแน่นอน
ยามนี้อสูรลาวาเทิดหล้าอยู่ในพิภพแห่งความว่างเปล่า
ถึงแม้พิภพแห่งความว่างเปล่าจะก่อตัวขึ้น ไปทั่วทั้งพื้นที่
ก็เต็มไปด้วยหมอกหนาปกคลุมทำให้มองเห็นอะไรได้ไม่
ไกลนัก
กฎสวรรค์ระเบิดลาวาของฝ่ายตรงข้ามถูกพลิกกลับ
ระเบิดออกสู่ด้านนอก ส่งผลให้อุณหภูมิความร้อนที่พุ่ง
สูงขึ้นไม่สามารถส่งผลกระทบต่อ อู่ อวี้ ได้ในพิภพแห่ง
ความว่างเปล่าได้
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้อสูรลาวาเทิดหล้ามีโทสะอยู่ไม่น้อย
เวลานี้เพลิงลาวาขนาดใหญ่พวยพุ่งระเบิดกระจายออก
จากทั่วทั้งร่างของมัน เปลวเพลิงสีดำแดงขนาดใหญ่ลุก
โชนขึ้นนี่คือ : ‘กฎสวรรค์เพลิงอเวจี’ !”
เปลวเพลิงสีดำแดงเหล่านี้ดูราวกับว่ามันระเบิดออกมา
จากขุมนรกอเวจี โอบล้อมรอบร่างอสูรลาวาเทิดหล้า ทำ
ให้บรรยากาศรอบตัวทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เพียงช่วง
สั้น ๆ กฎสวรรค์ระเบิดลาวาก็โหมกระหน่ำปกคลุมไปทั่ว
ทั้งร่างของมัน ซึ่งช่วยเพิ่มพลังรบให้แก่มันอีก
หลายเท่าตัว
นี่คือกฎสวรรค์ที่คล้ายคลึงกับกฎสวรรค์กายเนื้อและกฎ
สวรรค์สัประยุทธ์ของ อู่ อวี้ เมื่อใช้งานกฎสวรรค์นี้
ออกไป จะช่วยเสริมพลังความแข็งแกร่งให้กับตนเอง
แต่เขาก็เห็นได้ชัดว่ากฎสวรรค์เพลิงอเวจีมิอาจใช้งานได้
อย่างง่ายดาย เพราะทันทีที่กฎสวรรค์เพลิงอเวจีถูกใช้
ออก มันต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมากในการ
ควบแน่นกดสวรรค์นี้อย่างสมบูรณ์
อู่ อวี้ จึงลงมือทันที ด้วยรู้ว่าหากปล่อยให้ฝ่ายตรงข้าม
ใช้กฎสวรรค์เพลิงอเวจีอย่างสมบูรณ์ บางทีมันอาจ
สังหารเขาได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
“ผนึกเมฆาเร้น!”
อู่ อวี้ กลายร่างเป็นวานรทองคำ หลังจากใช้ออกด้วยกฎ
สวรรค์กายเนื้อและกฎสวรรค์สัประยุทธ์พลังก็เอ่อล้นไป
ทั่วร่าง ผนวกกับเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง พลังอันหวาดกลัว
ก็ทวีเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลทันที
ฉับพลันความว่างเปล่าที่อยู่โดยรอบของอสูรลาวาเทิด
หล้า ก็ระเบิดออกด้วยผนึกเมฆาเร้นและพิภพแห่งความ
ว่างเปล่า ภายใต้พลังอันมหาศาลจากผนึกเมฆาเร้น
ทันใดนั้นกฎสวรรค์เพลิงอเวจีของอสูรลาวาเทิดหล้าก็
ระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ !
ซึ่งปกติแล้วกฎสวรรค์เพลิงอเวจีจะถูกทำลายแตกเป็น
เสี่ยง ๆ เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ถึงกระนั้นพระเพลิงสีดำแดงที่ยังหลงเหลืออยู่ส่วนหนึ่ง
ยังคงล้อมรอบปกคลุมอสูรลาวาเทิดหล้า สามารถทำให้
ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิปีศาจเทิดหล้าทวีเพิ่มขึ้น
ในระดับหนึ่ง
หลังจากกฎสวรรค์เพลิงอเวจีของฝ่ายตรงข้ามถูกทำลาย
โดยผนึกเมฆาเร้นของ อู่ อวี้ กฎสวรรค์เพลิงอเวจีของ
อสูรลาวาเทิดหล้าไม่มีทางใช้งานได้อย่างสมบูรณ์อีก
ต่อไป ถึงกระนั้นส่วนที่หลงเหลือก็ยังช่วยเสริมพลังให้แก่
จักรพรรดิปีศาจเทิดหล้า ซึ่งทำให้ อู่ อวี้ ไม่พอใจเป็น
อย่างยิ่ง
แล้วทันใดนั้นพลังอำนาจก็ระเบิดออกจากร่างของราชัน
ปีศาจเก้าสวรรค์ ” กฎสวรรค์ลาวาหลอม! ”
ฉับพลันเสาเพลิงก็พวยพุ่งลงมาจากฟากฟ้า พลังกฎ
สวรรค์ลาวาหลอมกลายเป็นเสาเพลิงพวยพุ่งเข้าใส่ อู่
อวี้ ในชั่วประกายหินเหล็กไฟ อุณหภูมิของมันสูงมาก
พอที่จะละลายร่างของ อู่ อวี้ ได้ในทันที
นอกจากนี้เปลวเพลิงสีดำแดงของพลังกฎสวรรค์อเวจีที่
ฝ่ายตรงข้ามใช้ออกมาเพื่อเพิ่มพลัง ยังผสมผสานอยู่
ภายในกฎสวรรค์ลาวาหลอมดังกล่าวด้วย จึงทำให้พลัง
ดังกล่าวน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปกติ
อู่ อวี้ ไม่กล้าประมาทรีบระเบิดร่างอวตารนอกวิถีจำนวน
นับล้านออกมาในทันที ร่างอวตารนอกวิธีทั้งหมดอยู่ใน
รูปลักษณ์ของเซียนรวานรทองคำ ขณะนี้รวมตัวกันเป็น
‘กฎสวรรค์ร่างอวตาร’
ทันใดนั้นร่างอวตารจำนวนนับล้านก็ระเบิดการโจมตี
ออกไปแทบจะในเวลาเดียวกัน กฎสวรรค์ร่างอวตาร
แปรเปลี่ยนกลายเป็นลำแสงถล่มฟ้าถล่มปฐพี บดขยี้เข้า
ใส่เสาเพลิงจากกฎสวรรค์ลาวาหลอมของฝ่ายตรงข้าม
อย่างรุนแรง!
อำนาจพลังของทั้งสองฝ่ายระเบิดเข้าใส่กันท่ามกลาง
ความว่างเปล่า ส่งผลให้หมอกหนาทึบที่อยู่โดยรอบ
กระจายตัวออกไปในทันที
เสาเพลิงของกฎสวรรค์ลาวาหลอม และกฎสวรรค์ร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ พวยพุ่งปะทะเข้าใส่กันอย่างรุนแรง
แต่ผลลัพธ์กับไม่มีผู้ใดตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และเสมอ
กันในที่สุด
ปัจจุบัน อู่ อวี้ มีวิธีการต่อสู้มากมาย และถึงแม้ว่าเขาใช้
กฎสวรรค์ร่างอวตารที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่งโจมตีเข้าใส่
ฝ่ายตรงข้าม แต่ก็ยังไม่สามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้ แสดงให้
เห็นว่าความแข็งแกร่งของอสูรลาวาเทิดหล้านั้นยอด
เยี่ยมมากเพียงใด เขาคงไม่อาจสังหารมันตกตายได้อย่าง
ง่าย ๆ แน่นอน
แต่เขาก็ไม่ท้อถอย
หลังจากฝ่ายตรงข้ามปลดปล่อยพลังดังกล่าวออกมา ดู
เหมือนว่ามันจะต้องพักฟื้นสักระยะ เมื่อเห็นจุดอ่อนใน
ข้อนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกฮึกเหิมอยู่ไม่น้อย ทันใดนั้นกฎสวรรค์
ในร่างเขาก็ระเบิดออกอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ใช้ ‘เทียม
ฟ้าจรดดิน’ ขยายร่างใหญ่ในทันที
ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ในปัจจุบันเหนือกว่าก่อนหน้า
นี้มาก ทันใดนั้นดวงเนตรของเขาก็ระเบิดแสงสีทองเจิด
จ้าท่ามกลางสายหมอก
” กฎสวรรค์เนตรเพลิง! ”
ท่ามกลางสายหมอก กฎสวรรค์เนตรเพลิงกลายเป็น
ตัวตนเพียงหนึ่งเดียวซึ่งเป็นประกายเจิดจ้าแพรวพราว
มากที่สุด เพียงชั่วพริบตาอำนาจทำลายล้างก็พุ่งทะลุ
ทะลวงฝ่าสายหมอกระเบิดเข้าใส่ร่างลาวาของจักรพรรดิ
ปีศาจเทิดหล้าทันที
” กฎสวรรค์โล่ศิลา! ”
ฉับพลันทั่วทั้งร่างของจักรพรรดิปีศาจเทิดหล้าก็ถูกปก
คลุมไปด้วยชั้นศิลาหนาแน่น เฉกเช่นดังชุดเกราะโล่ศิลา
ก็ไม่ปาน ซึ่งอันที่จริงมันต้องเผชิญหน้ากับกฎสวรรค์
เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ อย่างกะทันหันเช่นนี้ การ
ตอบสนองเดียวที่มันพอจะทำได้คือกฎสวรรค์ชนิด
ดังกล่าว
ทว่าช่างน่าเศร้า ที่กฎสวรรค์เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ได้รับ
การยกระดับพลังจาก กฎสวรรค์กายเนื้อ กฎสวรรค์
สัประยุทธ์ เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง และ เทียมฟ้าจรดดิน
วิชาทั้งหมดถูกใช้ผสานรวมไปในการโจมตีนี้ ส่งผลให้
อำนาจทำลายล้างของกฎสวรรค์เนตรเพลิงแทบจะบด
ขยี้ได้ทุกสรรพสิ่ง
ชั่วอึดใจต่อมาเกราะที่ควบแน่นมาจากกฎสวรรค์โล่ศิลา
ก็พังทลายลงด้วยการโจมตีจากกฎสวรรค์เนตรเพลิง
ลำแสงทองคำพุ่งทะลวงฝ่าการป้องกันของฝ่ายตรงข้าม
ราวกับไร้ซึ่งสิ่งกีดขวางใด ๆ แม้กระทั่งกฎสวรรค์เพลิง
อเวจีของฝ่ายตรงข้ามก็ยังถูกบดขยี้ทำลายจนไม่มีเหลือ
แล้วทันใดนั้นลำแสงทองคำก็พุ่งทะลวงเข้าใส่ร่างของคู่
ต่อสู้โดยตรง
จักรพรรดิปีศาจเทิดหล้ากรีดร้องคำรามด้วยความ
เจ็บปวด จากน้ำเสียงของมันเห็นได้ชัดว่ามันได้รับ
บาดเจ็บสาหัสจากกฎสวรรค์เนตรเพลิงของ อู่ อวี้
“เจ้าทำได้แสบมาก!”
จักรพรรดิปีศาจเทิดหล้าคำราม จากนั้นก็หันหลังและ
หลบหนีไปทันที
เมื่อ อู่ อวี้ ได้เปรียบ เขาย่อมไม่มีทางปล่อยฝ่ายตรงข้าม
หลุดมือไปแน่ แต่ท่ามกลางสายหมอก แค่คลาดสายตา
เพียงชั่วอึดใจ คู่ต่อสู้ก็หายตัวไปแล้ว
ท่ามกลางสายหมอก หากจะตามหาฝ่ายตรงข้ามคงไม่
ต่างจากงมเข็มในมหาสมุทร เมื่อเห็นเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็
ขมวดคิ้วแน่น
หลังจากโจมตีจนจักรพรรดิปีศาจเทิดหล้าได้รับบาดเจ็บ
สาหัส ไม่คาดคิดว่าในที่สุดแล้วอีกฝ่ายจะหลบหนีไป
หากเขาสามารถจัดการฝ่ายตรงข้ามได้ คงช่วยขจัด
ปัญหาใหญ่ไปได้อีกหนึ่งเปราะ
น่าเสียดายที่ตอนนี้ อู่ อวี้ กระทำได้เพียงไล่ติดตามมันไป
ในสายหมอกเท่านั้น
โชคดีที่เวลาล่วงเลยผ่านไปไม่นานนัก เบื้องหน้าของเขา
ก็มีเสียงการต่อสู้ก็ดังขึ้นอีกครั้ง อีกทั้งเสียงของมันยัง
รุนแรงยิ่งกว่าการต่อสู้ระหว่างเขากับจักรพรรดิปีศาจ
เทิดหล้าเสียอีก
————————