กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1611: แท่นหยกขาว
อู่ อวี้ ถูกขังอยู่ภายในโลงศพแก้วสีฟ้าอ่อน ขนาดพื้นที่
ภายในคับแคบเป็นอย่างมาก เมื่อกวาดตามองไปรอบ ๆ
เขาไม่พบร่องรอยของห้องแห่งความลับที่เขาถูกขังก่อน
หน้านี้อยู่เลย
เขาพยายามเปิดโลงศพแก้วออก แต่ก็พบว่าเขาไม่
สามารถทำมันได้แม้จะใช้ผนึกเมฆาเร้นแล้วก็ตาม และดู
เหมือนว่าเวลานี้เขาต้องมาติดอยู่ในโลงแก้วนี้อีกครั้ง
ถึงกระนั้นก็ยังดีกว่าตอนที่ติดอยู่ในห้องแห่งความลับ
เพราะเขาไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่ติดอยู่ในโลงศพแก้ว
ถัดจากโลงศพแก้วที่เขาอยู่มีโลงแก้วอีก 6 โลง รวม
ทั้งหมดตอนนี้มีโลงแก้วอยู่ทั้งหมด 7 โลงวางเรียงราย
เคียงข้างกันบนแท่นหยกขาว แท่นหยกขาวแห่งนี้เป็น
พื้นที่ว่างเปล่าขนาดเล็ก และดูเหมือนจะเป็นที่เดียวที่ยัง
ปลอดภัยอยู่
เป็นเพราะบรรยากาศด้านนอกแท่งหยกขาวเต็มไปด้วย
ลมพายุฝนฟ้าคะนองอันน่าสะพรึงกลัว เพียงแรกเห็นก็รู้
ได้เลยว่าพลังของมันน่าตกตะลึงมากเพียงใด ด้วยความ
แข็งแกร่งในปัจจุบันของ อู่ อวี้ หากร่วงตกลงไป
ท่ามกลางพวกมันสิ่งที่เขาพบเจอคงมีแต่ทางตันเท่านั้น
“พวกเขาทั้งหมดอยู่ในโลงศพแก้ว”
อู่ อวี้ เห็นจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าและอู่จวินอยู่ในโลงแก้ว
ข้าง ๆ เขา
และทันทีที่เห็นอู่จวินยังคงปลอดภัยดีอยู่ เขาก็ทอดถอน
หายใจออกมาด้วยความโล่งอก ส่วนสภาพของ
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากอู่จวิน
และในตอนนี้มีเพียง อู่ อวี้ คนเดียวที่ตื่นขึ้นมา ส่วนคน
อื่น ๆ อยู่ในสภาพหลับใหลหมดสติ
ในโลงศพจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าอยู่ในรูปร่างมนุษย์ ด้วย
ขนาดของแท่นหยกขาวทำให้พวกมันไม่สามารถใช้ร่าง
จริงของตนเองได้ หรือต่อให้พวกมันอยู่ในร่างจริงหาก
ต้องเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงที่อยู่ด้านนอกแท่น
หยกขาว พวกมันก็มีแต่จะต้องพบเจอกับหายนะเพียง
เท่านั้น
“ ข้าสงสัยว่าพวกนั้นจะอยู่ในห้องลับเช่นเดียวกับเรา
หรือไม่? ” อู่ อวี้ รู้สึกสงสัยเล็กน้อย แต่เห็นได้ชัดว่า
ตอนนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้
หากเขายังไม่สามารถเปิดโลงศพแก้วนี้ออกไป เกรงว่า อู่
อวี้ คงทำได้เพียงแค่รออย่างเดียวเท่านั้น
สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือเขาเพิ่งจะหลบหนีออกมาจากห้อง
แห่งความลับได้หมาด ๆ แต่ก็ต้องมาติดอยู่ภายในโลง
แก้วนี้อีกครั้ง มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกดีกว่าครั้ง
ก่อนเล็กน้อยก็คือมีคนอื่นอยู่ในโลงแก้วใกล้ ๆ กับเขา
ด้วย
เดิมทีเขาเห็นจักรพรรดิปีศาจสามตนเข้ามาในนี้ แต่สิ่งที่
อยู่ตรงหน้าแสดงว่าจักรพรรดิปีศาจอีกสองตนได้เข้ามา
ที่นี่ก่อนหน้านี้แล้ว
เรื่องนี้ทำให้เขาผ่อนคลายลงเล็กน้อย บางทีเขาอาจจะ
ต้องรอให้ทุกคนตื่นก่อนบททดสอบถึงจะเริ่มขึ้นมาใหม่
อีกครั้ง
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ได้ผ่อนคลาย เขายังคงพยายามเปิด
โลงศพแก้วนี้ต่อไป พยายามงัดสารพัดวิธีออกมาใช้ แม้
จะลองนำจี้ทองสัมฤทธิ์ออกมาลองเปิดหลายครั้ง จน
เวลาล่วงเลยผ่านไปสามปี อู่ อวี้ พยายามทุกวิถีทาง
แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถออกจากโลงแก้วนี้ไปได้ เขาจึง
ยอมแพ้
เขาอยากจะพยายามต่อไป แต่ทันใดนั้นคนที่อยู่ข้าง ๆ
เขาก็ตื่นขึ้น ซึ่งก็นั่นคือสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุด!
นับตั้งแต่จักรพรรดิปีศาจทั้งห้ารวมตัวกันจนเกิดการต่อสู้
วุ่นวายเพราะตัวปลอมปรากฏ นับตั้งแต่นั้นมา อู่ อวี้ ก็
ไม่เคยเห็นสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุดอีกเลย ไม่คาดคิดว่ามันก็
เข้ามาที่ ‘ตำหนักเฝ้าสุสาน’ แห่งนี้ด้วยเช่นกัน
หลังจาก อู่ อวี้ ลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นระยะเวลา 3 ปี สมุทร
ทมิฬไร้สิ้นสุดก็ตื่นขึ้น ทันทีที่ตื่นมามันก็พบว่าตนเองถูก
ขังอยู่ในโลงแก้วส่วนคนอื่น ๆ ยังหลับใหลหมดสติมี
เพียง อู่ อวี้ เท่านั้นที่ยังตื่นอยู่!
แล้วเวลานี้มันพยายามที่จะพูดคุยสื่อสารกับ อู่ อวี้ ถึงแม้
ทั้งสองจะเป็นศัตรูกัน แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันจะเป็น
การดีกว่าที่ทั้งสองจะพูดคุยสื่อสารกัน
ไม่นานนักทั้งสองก็พบว่าพวกเขาไม่สามารถพูดคุย
สื่อสารผ่านโลงแก้วนี้ได้ ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่าย
กล่าว สุดท้ายแล้วก็ต้องยอมแพ้ไปโดยปริยาย
หลังจากสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุดลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วพบว่า
ไม่สื่อสารกับ อู่ อวี้ ได้ ต่อจากนั้นมันก็เริ่มหาวิธีออกจาก
โลงแก้วที่กักขังมันไว้
สำหรับ อู่ อวี้ เขาลองทุกอย่างที่ควรจะลองแล้ว ถึง
กระนั้นเขาก็ยังไม่สามารถออกจากโลงศพแก้วนี้ไปได้
ปัจจุบันเขาก็ไม่รีบร้อนกระวนกระวายอีกต่อไป ในทาง
กลับกันเวลานี้สมุทรทมิฬไร้สิ้นสุดกำลังพยายามดิ้นรน
ทุกวิถีทางเพื่อทำลายโลงแก้วออกไปให้ได้ ส่วน อู่ อวี้
พยายามเรียนรู้ทำความคุ้นเคยกับกฎสวรรค์ต่าง ๆ ของ
ตนเอง
ระหว่างนี้เขาแอบสังหรณ์ใจว่าหากจักรพรรดิปีศาจ
ทั้งหมดทยอยตื่นขึ้นมาทีละตน หรือแม้ว่าในที่สุดอู่จวิน
จะตื่นขึ้นมาก็ตาม เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาทั้งสองคงต้อง
เผชิญหน้ากับจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าอยู่ดี
นี่เป็นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สูงมาก สำหรับพวกเขา
สถานการณ์บนแท่งหยกขาวเป็นอะไรที่เลวร้ายมาก ไม่มี
ใครรู้หรือคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ อีกข้างนอกแท่ง
หยกยังมีลมพายุฟ้าคะนองรุนแรงซึ่งถือเป็นอันตราย
อย่างยิ่งยวด
แล้วถ้าหาก อู่ อวี้ ใช้เมฆาตลบฟ้ากระโดดหลบหนีเข้าไป
ในพายุ เมื่อต้องเผชิญกับลมพายุฟ้าคะนองรุนแรงเขาคง
พบเจอกับจุดจบสถานเดียว
ดังนั้นหากดูแล้วไม่มีโอกาสดี ๆ อู่ อวี้ จะไม่เสี่ยงใช้เมฆา
ตลบฟ้าอย่างเด็ดขาด ซึ่งหากตัวเขากับอู่จวินเผชิญหน้า
กับพวกมันแบบ 5 รุม 2 พวกเขาก็จะตกเป็นฝ่าย
เสียเปรียบมีโอกาสเพลี่ยงพล้ำได้ง่าย
ความแข็งแกร่งมีความสำคัญในกระแสการต่อสู้ การที่
พวกเขาถูกปล่อยให้นอนอยู่ในโลงแก้วเฉย ๆ เช่นนี้ มัน
อาจจะเป็นบททดสอบอีกบทที่เตรียมไว้ให้สำหรับพวก
เขา และ อู่ อวี้ ก็ต้องคิดเผื่อในตอนที่ตนเองต้อง
เผชิญหน้ากับจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าพร้อมกัน
10 ปีต่อมา
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าค่อย ๆ ทยอยตื่นขึ้นมาทีละตน
หลังจากสมุทรทมิฬไร้สิ้นสุดตื่นขึ้นมา ก็ตามมาด้วย
พฤกษาพิภพอนันต์ , ภูผาทองหมื่นบรรพกาล , ดาว
มฤตยูราชันนภา , และตนสุดท้ายก็คืออสูรลาวาเทิดหล้า
เมื่อจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าตื่นขึ้นพวกมันก็พบว่าไม่
สามารถพูดคุยสื่อสารกันได้ ซึ่งมองภาพรวมจาก
สถานการณ์ในตอนนี้ อู่ อวี้ ค่อนข้างตกอยู่ในสภาพ
เสียเปรียบ
อีกทั้งจนป่านนี้อู่จวินก็ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ ทุกครั้งที่
อู่ อวี้ กวาดตามองโลงแก้วที่อยู่รอบ ๆ เขาก็พบว่า
สายตาที่จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าจับจ้องมองมาที่เขาเต็มไป
ด้วยจิตสังหารรุนแรง
โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่มีโลงแก้วโลงใดถูกเปิดออก แต่เมื่อใด
ที่มันเปิดออกแน่นอนว่าจะต้องเป็นผลเสียอย่างมากต่อ
อู่ อวี้
เมื่อมองจากสายตาของจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าเห็นได้ชัด
ว่าพวกมันต้องจัดการกับ อู่ อวี้ ก่อนเป็นอันดับแรก
อย่างไรก็ตามเวลานี้อู่จวินยังคงหมดสติหลับใหลอยู่
ความรู้สึกถึงวิกฤตของ อู่ อวี้ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โชคดีที่
ตลอด10 ปีที่ผ่านมานี้ เขาทำความคุ้นเคยเกี่ยวกับกฎ
สวรรค์ทั้ง 6 ชนิด โดยทั่วไปแล้วหากต้องเผชิญหน้ากับ
หนึ่งในจักรพรรดิปีศาจ เขาย่อมสามารถจัดการคู่ต่อสู้ได้
อย่างง่ายดาย
แต่มันแย่ตรงที่ เมื่อถึงเวลานั้นจักรพรรดิปีศาจทั้งห้า
ผนึกกำลังร่วมมือกันเพื่อจัดการเขา!
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดหาวิธีออกจากโลงแก้วนี้ได้เลย
คาดว่ามันคงจะเป็นเงื่อนไขของโลงแก้ว ต่อให้พวกเขา
แข็งแกร่งมากเพียงใดหรืองัดสารพัดวิธีมาทำลายโลง
แก้ว หากไม่ได้รับอนุญาตก็จะไม่สามารถออกมาได้
ในที่สุดช่วงเวลาสุดท้ายก็มาถึง หลังจากอสูรลาวาเทิด
หล้าตื่นขึ้น อีกสองปีต่อมาอู่จวินก็ลืมตาตื่นขึ้น หลังจาก
นั้น อู่ อวี้ ก็สังเกตเห็นว่าโลงศพแก้วค่อย ๆ ระเหย
กลายเป็นไออย่างช้า ๆ
“ กำลังจะเริ่มแล้ว ” อู่ อวี้ พยายามเตือนตัวเองกวาด
ตามองไปยังโลงแก้วที่อยู่รอบ ๆ เมื่อเห็นว่าโลงศพแก้ว
ทั้งหมดเริ่มระเหยเกือบจะพร้อมกัน หากประเมินจากที่
ตาเห็นคาดว่ามันน่าจะใช้เวลาไม่ถึงถึงหนึ่งทิวา
เมื่อเวลานั้นมาถึงเขากับอู่จวินจะต่อสู้กับจักรพรรดิ
ปีศาจทั้งห้าบนแท่นหยกขาว
อู่จวินเพิ่งตื่นขึ้นมาเป็นคนสุดท้าย เขาจึงไม่ค่อยรู้เรื่องรู้
ราวกับสถานการณ์ปัจจุบันสักเท่าไหร่นัก โลงแก้วค่อย ๆ
ระเหยกลายเป็นไอเขายังมีเวลาอีกหนึ่งทิวาก่อนที่จะ
ประสบพบเจอกับปัญหาใหญ่ ในช่วงเวลานี้ที่เหลือเขา
จึงต้องรีบเข้าใจสถานการณ์ให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด เช่น
ดังท่าทางที่ดูจริงจังของ อู่ อวี้
เพราะสิ่งที่กำลังตามมาก็คือการต่อสู้ที่ยากลำบาก!
สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเป็นหนึ่งในความเป็นไปได้ที่ อู่
อวี้ เคยคาดการณ์เอาไว้ว่า เมื่อโลงศพแก้วก็ถูกเปิดออก
พวกเขาทั้งหมดจะต้องห้ำหั่นกันเอง
โชคดีที่เขาเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้มาก่อนล่วงหน้า
แล้วเช่นกัน
ในขณะที่โลงศพแก้วทั้งเจ็ดโลง กำลังระเหยกลายเป็นไอ
อย่างต่อเนื่อง อู่ อวี้ ก็พยายามคิดหาวิธีหลบหนี ทว่า
เวลาเพียงไม่ถึงวันฝาบนโลงแก้วก็ระเหยกลายเป็นไอ
หายไปอย่างสมบูรณ์ ในที่สุดพวกเขาทั้งเจ็ดก็สามารถ
ออกมาจากโลงศพแก้วได้
ทุกคนค่อย ๆ ทยอยออกมาจากโลง หลังจากออกมากัน
จนหมดทุกคน ขณะนี้บนแท่นหยกขาวก็เริ่มแบ่งออกเป็น
สองกลุ่มอย่างชัดเจน
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือกลุ่มของจักรพรรดิปีศาจทั้งห้า!
ด้วยสถานการณ์และพื้นที่จำกัดทำให้จักรพรรดิปีศาจทั้ง
ห้าไม่สามารถอยู่ในร่างจริงของตนเองได้ และถึงแม้พวก
มันจะอยู่ในร่างมนุษย์ ด้วยพลังฝีมือที่สูงส่งของพวกมัน
ทั้งห้า เมื่อใดที่ร่วมมือกันแล้วก็มากพอที่จะบดขยี้ อู่ อวี้
กับอู่จวินลงได้อย่างง่ายดาย
ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ อู่ อวี้ กับอู่จวิน ตอนนี้พวกเขาทั้ง
สองมายืนอยู่ด้วยกันในมุมหนึ่งบนแท่งหยกขาว เตรียม
ตัวต่อสู้กับจักรพรรดิปีศาจทั้งห้า
ทว่าเวลานี้ยังไม่มีกลุ่มใดลงมือ ด้วยเพราะสถานการณ์ที่
ทุกคนพบเจอในปัจจุบันค่อนข้างแปลกประหลาด อาจมี
การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นทุก
คนจึงระมัดระวังตัวไม่หุนหันพลันแล่นเกินไป
อู่จวินถือโอกาสไต่ถาม อู่ อวี้ ” ตอนนี้เจ้าเป็นอย่างไร
แน่ใจหรือไม่ว่าสามารถรับมือกับพวกมันได้? ”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะ ” ข้ายังไม่แน่ใจมากนัก แต่จะขอลอง
ดูก่อนเนื่องจากเวลานี้พวกมันไม่สามารถใช้ร่างจริงใน
การต่อสู้ ทำให้พวกมันไม่สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่
เราจึงต้องลองดูก่อนต่อให้พวกมันต่อสู้แบบ 5 รุม 2 แต่
ก็ไม่สามารถจัดการกับพวกเราได้อย่างง่ายดาย ”
” ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น ข้าจะพยายามทำอย่าง
เต็มที่! ”
อู่จวินพยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงพลังความแข็งแกร่งแผ่
ออกมาจากร่างกายของ อู่ อวี้ มากกว่าแต่ก่อนอย่างเห็น
ได้ชัด ถ้าหาก อู่ อวี้ ยกระดับหลังจากเข้ามาในตำหนัก
เฝ้าสุสาน บางทีฝ่ายเขาอาจจะมีลุ้นจนสามารถต้านทาน
จักรพรรดิปีศาจทั้งห้าได้
“ แต่ที่น่าเป็นห่วงอีกเรื่องก็คือลมพายุฟ้าคะนองที่อยู่
โดยรอบแท่งหยกขาว ดูเหมือนมันจะเป็นแก่นเซียน
ระดับสูง หากต้องสัมผัสมันเพียงครั้งรับรองจบเห่แน่! ”
อู่จวินกวาดตามองสภาพแวดล้อมแล้วเตือน อู่ อวี้ ”
ลมพายุนี้คือ ‘วายุกลืนวิญญาณไร้จุดจบ’ สามารถกลืน
วิญญาณของเทพเซียนได้อย่างง่ายดาย ส่วนเปลวไฟก็
คือ ‘เพลิงโกลาหลหุบเขามาร’ พลังของมันสร้างความ
ปั่นป่วนโกลาหลเป็นพลังทำลายล้างไร้สิ้นสุด และ
น้ำแข็งก็คือ ‘เหมันต์เยือกแข็งราตรีนิรันดร์’ ต่อให้เป็น
ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์หากแต่ต้องสัมผัสมันเข้า
คนผู้นั้นจะถูกแช่แข็งในพริบตา และสุดท้ายก็คือสาย
อัสนีมันคือ ‘อัสนีพิพากษา’ พลังพิพากษาของมัน
สามารถทำลายจิตเซียนของเทพเซียนได้โดยตรง เป็น
พลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ”
สำหรับสิ่งเหล่านี้อู่จวินที่อยู่บนสวรรค์และใช้เวลาอยู่ที่
นั่นมานานมากพอ ย่อมจดจำมันได้ดี
อู่ อวี้ พยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว ห้ามแตะต้องพวกมัน
อย่างเด็ดขาด”
เมื่อใดที่สัมผัส เมื่อนั้นชีวิตของเขาหาไม่
ยามนี้สถานการณ์เริ่มล่อแหลมขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเหตุผล
หลักเป็นเพราะทุกคนพยายามป้องกันตัวเองเตรียมรับ
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังออกมาจากโลงศพ
อย่างไรก็ตามเนื่องจากเวลาล่วงเลยมานานพอสมควร
แล้วก็ยังไม่มีอันใดเกิดขึ้น ดังนั้นจักรพรรดิปีศาจทั้งห้า
ต้องลงมืออย่างแน่นอน
” จัดการพวกมันก่อน แล้วค่อยมาว่ากันทีหลัง ”
ในที่สุดจักรพรรดิปีศาจทั้งห้าก็ตกลงร่วมกันว่าจะโจมตี
สังหาร อู่ อวี้ ก่อน
ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง พลังกฎสวรรค์จากคุณสมบัติธาตุทั้ง
ห้าที่แตกต่างกัน สาดประเคนเข้าใส่ อู่ อวี้ อย่างพร้อม
เพรียง แม้ว่าพวกมันจะมิได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่พลัง
ของพวกมันก็มีมากพอที่จะบดขยี้ อู่ อวี้ จนไม่เหลือซาก!
ระหว่างที่วิกฤตแห่งความตายกำลังถาโถมเข้ามา ในชั่ว
อึดใจนั้น อู่ อวี้ กับอู่จวินไม่มีเวลามากพอจะตอบโต้
กลับไป พวกเขากระทำได้เพียงหลบเลี่ยงไปก่อนเท่านั้น
อู่จวินเคลื่อนไหวเป็นอันดับแรก พลังกฎสวรรค์ของมังกร
วิญญาณเซียนบรรพกาลถูกปลดปล่อยออกไปฉับพลัน
ทันใดนั้นร่างของเขาก็หายออกจากความว่างเปล่าไปสู่
สถานที่แห่งอื่น
ขณะเดียวกันจิตใจของ อู่ อวี้ ก็สงบเยือกเย็นเป็นอย่าง
ยิ่ง แม้การโจมตีของฝ่ายตรงข้ามจะถาโถมเข้ามา แต่
ทันใดนั้นเองร่างของเขาก็กลายเป็นภาพติดตาหายไป
ทันที แน่นอนว่าพลังอิทธิฤทธิ์เมฆาตลบฟ้าที่เขาใช้ก็คือ
‘ร่างเงาจำแลง’ อู่ อวี้ ทะลวงฝ่าพื้นที่ขนาดเล็ก
ท่ามกลางความว่างเปล่า จนสามารถหลบเลี่ยงวิกฤติ
อันตรายจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามมาได้
——————-