กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1635: กลับแดนจักรพรรดิมังกรเซียน
หลังจากอำลาจิ่วอิงเป็นที่เรียบร้อย อู่จวินก็เก็บเจดีย์
ล่องกำเนิดมุ่งออกจากภพเทพปีศาจขึ้นสู่สวรรค์
ส่วน อู่ อวี้ , หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี อยู่ในเจดีย์
ล่องกำเนิด หากพวกเขาต้องกลับสวรรค์ เกรงว่าเขา
จะไม่สามารถออกมาจากเจดีย์ล่องกำเนิดได้ มิฉะนั้น
แล้วหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เขาคงต้องพบเจอ
จุดจบแสนอนาถอย่างแน่นอน ทั้งยังเป็นไปได้ว่าเขา
จะถูกจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ทั้งหมดตามไล่ล่า ทำให้
อู่จวินกับคนอื่น ๆ ถูกหางเลขไปด้วย
” เราต้องกลับไปที่แดนจักรพรรดิมังกรเซียนก่อน! ”
อู่จวินพาพวกเขากลับไปยังแดนจักรพรรดิมังกรเซียน
มุ่งหน้าไปยังสถานที่พำนักของราชันมังกรป๋ายอิ้
นกับราชันมังกรป๋ายฉิน พา อู่ อวี้ ไปพบพวกเขาทั้ง
สองก่อน
หลังจากนั้นอู่จวินก็แยกกับคนอื่น ๆ เพื่อไปหา
จักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์ ไปถามไถ่ข่าวคราว
เกี่ยวกับลั่วผินว่าเป็นอย่างไร
แดนจักรพรรดิมังกรเซียน!
การกลับมาที่นี่อีกครั้งทำให้ อู่ อวี้ เปี่ยมไปด้วย
อารมณ์ความรู้สึกอันซับซ้อน หวนนึกถึงครั้งแรกที่
เขาแอบเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ เขาพยายามทุก
วิถีทางเพื่อได้พบกับลั่วผิน
จนในที่สุดราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋ายฉินก็
ยอมรับในตัวเขา ทำให้เขาสามารถเข้ามาหาลั่วผินได้
อย่างเปิดเผย
แต่ปัจจุบันเข้าแอบเข้ามาอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะไม่มี
โอกาสได้พบเจอลั่วผิน
ทั้งหมดล้วนเกิดจากความไม่แน่นอนของชีวิต ทำให้
ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งไม่มีอะไรมากไป
กว่านั้น
พอออกมาจากเจดีย์ล่องกำเนิดเขาได้พบกับราชัน
มังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋ายฉินอีกครั้ง
เมื่อผู้อาวุโสทั้งสองได้พบกับ อู่ อวี้ พวกเขาก็แสดง
ท่าทางประหลาดใจทันที
” ข้าได้ยินมาว่าเจ้าอยู่ที่ภพเทพปีศาจ ไม่เพียงเจ้าจะ
สบายดีแต่ระดับการฝึกตนอย่างรุดหน้าอย่างรวดเร็ว
เห็นเจ้าปลอดภัยเช่นนี้ พวกเราก็รู้สึกเบาใจ สภาพ
ของเจ้าดีกว่าที่พวกเราคิดไว้มาก” ราชันมังกรป๋ายอิ้
นกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจไปด้วยกับ อู่ อวี้
ถ้าถามว่าพวกเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร คงต้องบอกว่า
พวกเขาได้ยินข่าวนี้จากอู่จวิน เพราะนอกเหนือจาก
อู่จวินแล้วไม่มีผู้ใดล่วงรู้เบาะแสขอ อู่ อวี้ ทั้งสิ้น
ซึ่งก็เท่ากับว่าราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋าย
ฉินล่วงรู้ถึงการดำรงอยู่และความเป็นไปของ อู่ อวี้
สำหรับเขาแล้วนอกจากอู่จวินเขาก็ยังสามารถไว้ใจ
คนทั้งสองได้ พวกเขาเป็นเหมือนครอบครัวญาติพี่
น้องที่อยู่ด้วยกันมานานหลายปี
ตอนที่ อู่ อวี้ หลบหนีออกจากแดนจักรพรรดิมังกร
เซียนราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋ายฉินรู้สึก
ห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่ง คงไม่ต้องกล่าวว่ามันมากมาย
เพียงใด เพราะทันทีที่พวกเขาได้เห็นหน้า อู่ อวี้ ด้วย
สองตาของตนเอง มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกโล่งใจอย่าง
สมบูรณ์
“ ว่ากันว่าฝีมือของเจ้าเทียบเท่ากับราชันเทวะเก้า
สวรรค์ เช่นนั้นเจ้าคงเหนือกว่าพวกเราแล้วสินะ
พรสวรรค์ของเจ้านายช่างน่าทึ่งเหลือคณา สมแล้วที่
เป็นเด็กของข้า ฮ่าฮ่า! ” หลังจากตรวจสอบว่าเขา
ปลอดภัยดีจนมั่นใจ ราชันมังกรป๋ายอิ้นก็เริ่มอารมณ์
ดีขึ้นมา
ทั้งราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋ายฉินมีอายุยืน
ยาวกว่า อู่ อวี้ มากนัก แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้
ของ อู่ อวี้ อีกต่อไป
สิ่งนี้ทำให้อารมณ์ความรู้สึกของพวกเขาซับซ้อนจน
บอกไม่ถูก
ราชันมังกรป๋ายฉินมองสามีของนางอย่างว่างเปล่า ”
เดี๋ยวนะ∼ เขาเป็นเด็กของเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเป็น
ของผินเอ๋อต่างหาก ”
” จ้า ๆ ๆ ” ตอนนี้ราชันมังกรป๋ายอิ้นมีความสุขเป็น
อย่างยิ่ง ทำให้เขาไม่สนใจอะไรมากนัก ถ้าหากมอง
ย้อนกลับไปถ้าไม่ใช่ราชันมังกรป๋ายฉินเป็นคนตาถึงมี
วิสัยทัศน์ มีหรือคนอย่างเขาให้ อู่ อวี้ ผ่านด่านพ่อตา
ไปได้ง่าย ๆ …
เมื่อได้พบเจอราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋าย
ฉินอีกครั้ง อู่ อวี้ ก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากมาถึงแดนมังกรวิญญาณเซียนคนทั้งสองก็
ต้อนรับขับสู้เขาเป็นอย่างดี ไม่แสดงท่าทางลำบากใจ
แต่อย่างใด
เป็นความจริงที่ว่าต่อให้เทพอสูร , ท้าวจตุมหาราช
หรือจักรพรรดิเซียนนิรันดร์คนอื่นจะมีศักดิ์ฐานะ
สูงส่งเพียงใด ก็ไม่สามารถควบคุมแดนจักรพรรดิ
มังกรเซียนได้ และถึงแม้ว่าจักรพรรดิมังกรเซียน
ประกาศิตสวรรค์จะมีอคติกับราชันมังกรป๋ายอิ้
นกับราชันมังกรป๋ายฉิน แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับ
พวกเขาทั้งสองมากนัก
ที่ไม่ยังไม่ยอมปล่อยวางเรื่องนี้ก็เป็นหน้าตาศักดิ์ศรี
ก่อนหน้านี้ราชันมังกรป๋ายอิ้นเคยห่วงเรื่องศักดิ์ศรี
หน้าตาของตนเองเป็นสำคัญ ทว่าตอนนี้เขา
เปลี่ยนไปแล้วขอให้ อู่ อวี้ กับลั่วผินปลอดภัยดีก็พอ
เขาไม่ได้สนใจเรื่องหน้าตาอันใดมากนัก ตราบใดที่
คนมีพรสวรรค์อย่าง อู่ อวี้ ยังมีชีวิตอยู่ อีกไม่นาน
เขาก็จะสร้างความครั่นคร้ามไปทั่วสวรรค์อีกครั้ง เมื่อ
ถึงเวลานั้นเขาจะมีหน้ามีตาได้มากตามที่ใจต้องการ
หลังจากผ่านสามวันอู่จวิน ก็กลับมาจากการเข้าเฝ้า
จักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์ นำข่าวของลั่วผิน
มาให้ อู่ อวี้
พวกเขาแอบพบกันอย่างลับ ๆ ที่ยอดเขาอิ้นฉิน
ดินแดนวิญญาณเซียน โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าครั้งหนึ่ง
อู่ อวี้ เคยอาละวาดสร้างปัญหาอยู่ในเส้นทางเซียนไร้
ลักษณ์ จนจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ตามหาตัวเขากัน
ให้ควัก จะหาญกล้ากลับมาที่นี่อีก
” ตอนนี้ลั่วผินถูกกักบริเวณ อยู่ในสถานที่ที่เรียกว่า
‘แดนมังกรศักดิ์สิทธิ์’ มันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของ
ตระกูลเทพมังกร แม้แต่ข้าก็ยังเข้าไปที่นั่นไม่ได้เลย ”
เมื่อได้ยินข่าวดังกล่าวจากอู่จวิน อู่ อวี้ ก็ถึงกับหน้า
นิ่วคิ้วขมวด
” แล้วการป้องกันของแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์เป็นเช่นไร
ถ้าข้าจะแอบเข้าไป? ” อู่ อวี้ ไต่ถาม
อู่จวินส่ายศีรษะ ” แดนมังกรศักดิ์สิทธิ์นั้นศักดิ์สิทธิ์
เป็นอย่างยิ่ง ที่นั่นมีประวัติศาสตร์ยาวนานมี ‘ค่ายกล
ทัณฑ์มังกรศักดิ์สิทธิ์หมื่นบรรพกาล’ พิทักษ์ป้องกัน
อยู่ ไม่ต้องกล่าวถึงข้ากับเจ้าแม้แต่ระดับจักรพรรดินิ
รันดร์ก็ยังแอบเข้าไปไม่ได้เลย ”
” ถ้าเช่นนั้นคงลำบาก แล้วท่านพอมีวิธีใดบ้าง? ” อู่
อวี้ รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย
การคุ้มกันของแดนมังกรศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งเป็นอย่าง
มาก นอกจากลั่วผินจะถูกกักบริเวณอยู่ในนั้น นางยัง
ถูกราชันมังกรประกาศิตสวรรค์เฝ้าจับตาดูอย่างลับ
ๆ โดยตลอด ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยากมากเข้าไป แทบ
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่จะพานางออกมาเลยทีเดียว
“เรายังมีหวังถึงแม้จะริบหรี่”
อู่จวินกล่าวอย่างเคร่งขรึม ” ตราบใดที่ข้าสามารถฝ่า
ทะลวงเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ ข้าก็
จะมีคุณสมบัติเข้าสู่แดนมังกรศักดิ์สิทธิ์ เมื่อถึงเวลา
นั้นข้าก็จะแอบไปหานางได้ ”
” ใช่… มีเพียงเก้ามหาจักรพรรดิมังกรกับพันธมิตร
อาวุโสมังกรเท่านั้นถึงจะเข้าออกที่นั่นได้อย่างอิสระ
แต่การเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์มัน
ยากเย็นมากเลยมิใช่หรือ? ราชันมังกรและราชันเทวะ
มากมายนับไม่ถ้วนติดอยู่ในอาณาจักรนี้ ไม่อาจฝ่า
ทะลวงไปได้ตราบชั่วชีวิต ” ราชันมังกรป๋ายอิ้นทอด
ถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง
แต่ดวงตาของ อู่ อวี้ สว่างวาบขึ้น เมื่อได้ยินคำกล่าว
ที่แฝงนัยของอู่จวิน ” ท่านลุงหมายความว่าเมื่อไม่
นานมานี้ท่านมีความก้าวหน้าบางอย่าง ทำให้มี
โอกาสก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ใช่
หรือไม่?”
“ใช่… แต่ข้ามั่นใจแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึง
ต้องการลองดูก่อน ” อู่จวินยิ้มแล้วพยักหน้า
“ เยี่ยม!!! ต่อให้เล็กน้อยแค่ไหน เช่นนั้นท่านลุงก็ลอง
ดูก่อนเถิด ” อู่ อวี้ หัวเราะออกมาเสียงดัง
นี่เป็นวิธีสุดท้าย หากอู่จวินไม่สามารถฝ่าทะลวงขึ้นสู่
ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์และกลายเป็นอาวุโส
มังกรได้ เขาก็สามารถเข้าสู่แดนมังกรศักดิ์สิทธิ์ได้
เช่นเดียวกัน นับประสาอะไรกับเรื่องพาลั่วผินออกมา
ในช่วงเวลานี้ราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋าย
ฉินต่างพากันตกตะลึง
พวกเขารู้ว่าอู่จวินไม่กล่าวอะไรออกมาพล่อย ๆ
อย่างแน่แท้ เมื่อเขาบอกว่าตนเองมีโอกาสที่จะฝ่า
ทะลวงเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ ก็เป็น
เช่นดังที่เขากล่าว เช่นนั้นก็เท่ากับว่าการที่อู่จวิน
ติดตาม อู่ อวี้ ไปภพเทพปีศาจทำให้เขามี
ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ใช่หรือไม่?
ราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋ายฉินต่างมอง
หน้ากัน แววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความประหลาด
ใจ
สำหรับความตระหนักรู้และความรู้แจ้งของพวกเขา
ทั้งสองการทะลวงเข้าสู่จักรพรรดิเซียนนิรันดร์นั้นถือ
ว่ายังเร็วเกินไปสำหรับพวกเขา
แต่อู่จวินนั้นแตกต่างออกไป เขาห่างจากอาณาจักร
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์แค่ครึ่งก้าวเพียงเท่านั้น ตราบ
ใดที่เขาก้าวหน้าตระหนักรู้จนได้รับความรู้แจ้ง มี
ความเป็นไปได้สูงมากที่จะทะลวงเข้าสู่อาณาจักร
ดังกล่าว
” แต่อย่าคาดหวังมากเกินไปนักล่ะ เจ้าจะได้ไม่
ผิดหวัง แต่ข้าจะพยายามลองดูอย่างเต็มที่ อย่างไร
เสียขั้นตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของเทพ
เซียนและเทพมังกร ตลอดเวลาที่ผ่านมามีเทพเซียน
และเทพมังกรล้มเหลวกับขั้นตอนนี้แล้วไม่รู้เท่าไหร่
… ” อู่จวินออกตัวอย่างระมัดระวัง
สิ่งที่เขากล่าวออกมา อู่ อวี้ เข้าใจความหมายดีว่า
เขากำลังหมายถึงอันใด นี่คือฟางเส้นสุดท้ายเป็นวิธี
เดียวที่ต้องลองเสี่ยง ทว่าก็ไม่อาจฟันธงได้ว่ามันจะ
สำเร็จราบรื่นหรือไม่ แต่เขาจะพยายามอย่างถึงที่สุด
” เช่นนั้นท่านลุงก็ปิดด่านไปเถิด ไม่ต้องห่วงข้า ” อู่
อวี้ กล่าว แม้ว่าการอยู่ในแดนจักรพรรดิมังกรเซียน
จะค่อนข้างเสี่ยงสำหรับเขา แต่ถ้าเขายังคงหลบซ่อน
ตัวอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดก็จะไม่มีปัญหาอะไร
เกิดขึ้น
ดังนั้นเขาจึงไม่กังวลเกี่ยวกับตัวเอง ไม่ว่าอู่จวินจะปิด
ด่านฝึกตนนานแค่ไหนเขาก็จะรอ
อู่ อวี้ คิดถึงลั่วผินมากเหลือเกิน ไม่ว่าสถานการณ์
ในตอนนี้จะยากเย็นเพียงใดเขาก็จะฝ่าฟันอุปสรรค
แล้วพบกับนางให้จงได้ ฉะนั้นการรอคอยอู่จวินจึง
เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยสำหรับเขา
ระหว่างการรอคอยเขายังสามารถศึกษาแล้วทำความ
เข้าใจกับสิ่งที่บันทึกไว้ในลูกทองสัมฤทธิ์ รวมถึงการ
จัดเรียงค่ายกลของวงเวทย์เซียนกำเนิดภพการจะ
ประสบความสำเร็จเพียงชั่วข้ามคืนเป็นแค่ความฝัน
เท่านั้น หรือแม้แต่การจัดเรียงค่ายกลวงเวทย์เซียน
กำเนิดภพยังต้องใช้เวลาหลายหมื่นปี เขาจะต้องทำ
ความเข้าใจมันก่อนถึงจะประสบความสำเร็จ
อย่างไรเสียเขาก็ต้องเสียเวลาไปกับการศึกษาเรื่องนี้
ดังนั้นการรอคอยจึงไม่ใช่เรื่องเสียเวลาสำหรับเขา
ต่อจากนี้อู่จวินก็เริ่มปิดด่านฝึกตอนอยู่ในแดน
วิญญาณเซียน
ส่วนราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋ายฉินก็ใช้
ชีวิตตามปกติอย่างที่ควรจะเป็น บางครั้งบางคราทั้ง
สองก็ติดต่อกับ อู่ อวี้ บนยอดเขาอิ้นฉิน เพื่อป้องกัน
ความลับรั่วไหลเขาจึงไม่ค่อยออกมาเตร็ดเตร่ และ
เขาจะออกจากเจดีย์ล่องกำเนิดต่อเมื่อมีเรื่องสำคัญ
เท่านั้น
แต่แล้วข่าวเรื่องอู่จวินปิดด่านฝึกตนทะลวงขึ้นสู่
อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ก็แพร่กระจาย
ออกไป
คงต้องบอกก่อนว่าแดนจักรพรรดิมังกรเซียน ไม่มี
เทพมังกรทะลวงขึ้นสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์มานานแล้ว แม้เริ่มต้นข่าวเรื่องอู่จวินทะลวงฝ่า
ด่านจะแพร่กระจายในพื้นที่เล็ก ๆ แต่ในไม่ช้าก็ขยาย
ใหญ่ไปสู่วงนอก จนเทพมังกรทั้งหมดในแดน
จักรพรรดิมังกรต่างให้ความสนใจในเรื่องนี้
คนแรกที่มาสอดส่องสถานการณ์ก็คือจักรพรรดิมังกร
ประกาศิตสวรรค์
เนื่องจากผู้ที่มีความสัมพันธ์กับลั่วผินในแดน
จักรพรรดิมังกรเซียน มีเพียงมังกรวิญญาณเซียน
บรรพกาลทั้งสามตนเท่านั้น ซึ่งก็คือ อู่จวิน , ราชัน
มังกรป๋ายอิ้น , ราชันมังกรป๋ายฉิน ดังนั้นจักรพรรดิ
มังกรจึงให้ความสนใจกับข่าวนี้ ในไม่ช้าก็ไปถึงหู
ราชันมังกรประกาศิตสวรรค์
แล้ววันหนึ่งราชันมังกรประกาศิตสวรรค์และราชัน
มังกรทั้งสามตนเดินทางไปยังแดนมังกรวิญญาณ
เซียน
ทว่าปัจจุบันอู่จวินกำลังปิดด่านฝึกตนอยู่ ดังนั้นเมื่อ
ราชันมังกรประกาศิตสวรรค์กับพรรคพวกเดินทาง
มายังแดนมังกรวิญญาณเซียน ราชันมังกรป๋ายอิ้
นกับราชันมังกรป๋ายฉินจึงต้องออกมารับหน้า เวลานี้
อู่ อวี้ กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด
ซึ่งถูกเก็บไว้กับตัวของราชันมังกรป๋ายอิ้น ทำให้เขา
สามารถแอบดูความเคลื่อนไหวสถานการณ์ภายนอก
ได้อย่างลับ ๆ
เขาไม่ได้เจอราชันมังกรประจักษ์สวรรค์กับราชัน
มังกรเงาสวรรค์มาหลายปี แต่พวกมันทั้งสองก็ยัง
เหมือนเดิมยังคงแสดงรอยยิ้มเหยียดหยามบนใบหน้า
เสมอ
“คารวะจักรพรรดิมังกร”
เมื่อราชันมังกรป๋ายอิ้นกับราชันมังกรป๋ายฉินได้พบ
เจอกับราชันมังกรประกาศิตสวรรค์ เป็นเรื่องธรรมดา
ที่เขาต้องทักทายคารวะตามมารยาท ด้วยเพราะอีก
ฝ่ายมีตัวตนสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ตระกูลเทพ
มังกรยังให้ความสำคัญกับมารยาทมาก
ส่วนทางด้านของราชันมังกรประกาศิตสวรรค์ก็ยังคง
ดูสงบเยือกเย็น ในฐานะจักรพรรดิมังกรมันไม่
สามารถแสดงท่าทางไม่พอใจที่มีต่อพวกเขาทั้งสาม
ออกมาได้ การที่มันถ่อมาที่นี่ก็เพื่อดูสถานการณ์จะได้
เตรียมรับมือ
ดังนั้นมันจึงเอ่ยปากถามขึ้นว่า ” ดูเหมือนว่าอู่จวิ
นมีความมั่นใจในระดับหนึ่ง ถึงได้ปิดด่านฝึกตน
ทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ แต่ข้าไม่รู้
ว่าเขามีความมั่นใจแค่ไหน?”
สำหรับเรื่องนี้ ก่อนที่อู่จวินจะปิดด่านเขามิได้อธิบาย
ละเอียดไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นราชันมังกรป๋ายอิ้นจึง
กล่าวได้เพียงว่า ” พวกเราเองก็ไม่ทราบ แต่การ
ยกระดับสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์คงไม่มี
ผู้ใดสามารถยืนยันได้ว่ามันจะประสบความสำเร็จใช่
หรือไม่? ด้วยเหตุนี้จึงกระทำได้เพียงลองทดสอบดู
เท่านั้น ”
ราชันมังกรป๋ายอิ้นไม่ทราบสถานการณ์ของอู่จวินแน่
ชัด ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถยืนยันเรื่องนี้ได้อย่าง
ชัดเจน กระทำได้เพียงบอกปัด เพื่อหลีกเลี่ยงคำ
ครหา ในกรณีที่อู่จวินมิอาจฝ่าทะลวงได้สำเร็จและ
ตกเป็นขี้ปากของผู้คน
เขาต้องการรักษาหน้า แต่ก็ไม่อยากเร่งเร้าจนเกินไป
ด้วยเพราะจะทำให้ตนเองตกเป็นเป้าสายตา
นอกจากนี้บนร่างของเขายังมี ‘อู่ อวี้’ หลบซ่อนตัว
อยู่อีกด้วย หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป
สถานการณ์คงเลวร้ายยิ่งขึ้น
เมื่อจักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์ได้ยินเช่นนั้น มัน
ก็พยักหน้าอย่างสงบพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ดี ตราบใดที่มี
หวังก็ลองทดสอบดู ข้าหวังว่าตระกูลมังกรประกาศิต
สวรรค์ของเราจะมีจักรพรรดิเซียนเพิ่มขึ้นอีกคน! ”
คำกล่าวนี้ออกมาจากใจจริงของมัน หากอู่จวินบร
รลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียน คงดีกับมันไม่น้อย ด้วย
เพราะตำแหน่งของตระกูลประกาศิตสวรรค์ภายใน
แดนจักรพรรดิมังกรเซียนจะมั่นคงแข็งแกร่งมาก
ยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามสีหน้าของมันแฝงไปด้วยร่องรอยแห่ง
ความเศร้าเสียใจเล็กน้อย หากผู้ที่ฝ่าทะลวงสู่ระดับ
จักรพรรดินิรันดร์เป็นบุตรของมัน จะดีแค่ไหนกันนะ?
จบตอน