กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1656: กฎสวรรค์กลืนกิน
วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า
อู่ อวี้ ยังคงศึกษา ‘บอลวายุคมมีดเงิน’ วงเวทย์เซียน
กำเนิดภพต่อไป
ในช่วงพันปีแรกเขาใช้เวลาหมดไปกับการทำลาย
‘ดวงตาวงเวทย์’ จนกระทั่งเขาได้เห็น ‘ตาของพายุ’
เป็นครั้งแรก เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปสามพันปีแล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พยายามทำลายรากฐาน
ของวงเวทย์ต่อ
แม้ช่วงเวลาในการปลดฐานวงเวทย์จะสั้นมาก แต่มัน
ก็ทำให้เขาเชี่ยวชาญการทำลาย ‘ดวงตาวงเวทย์’
มากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้เขายังมีเวลาในการศึกษา
รากฐานวงเวทย์ ‘ตาพายุ’ นานขึ้นอีกด้วย
จนในที่สุดเขาก็สามารถปลดวงเวทย์ในเวลาจำกัด
เมื่อเขาปลดวงเวทย์ทั้งหมดได้เวลาก็ล่วงเลยผ่านไป
แปดพันปีแล้ว
ใช้เวลาแปดพันปีในการปลดวงเวทย์เซียนกำเนิดภพ
‘บอลวายุคมมีดเงิน’!
หากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป เกรงว่าเหล่าเทพ
เซียนบนสวรรค์และเทพมารในนรกคงตื่นตระหนกกัน
ยกใหญ่เป็นแน่ ความเร็วของเขานั้นฝืนชะตาฟ้าเป็น
อย่างยิ่ง หากเปลี่ยนเป็นเทพเซียนหรือเทพมารทั่วไป
หากพวกมันต้องศึกษาวงเวทย์เซียนกำเนิดภพ ไม่รู้
ว่าหนึ่งแสนปีพวกมันจะปลดวงเวทย์เซียนได้หรือไม่?
เนื่องจากครั้งนี้ อู่ อวี้ ได้รับคำแนะนำจาก ‘ลูกทอง
สัมฤทธิ์’ ดังนั้นความเร็วของเขาจึงเพิ่มขึ้นเป็นสิบ
เท่า
แน่นอนว่าต่อให้ไม่มีลูกทองสัมฤทธิ์ อู่ อวี้ ก็ใช้เวลา
แค่ 80,000 ปีในการทำลายบอลวายุคมมีดเงิน เพียง
เท่านี้ก็ถือว่าเร็วกว่าเทพเซียนคนอื่น ๆ มากแล้ว
ทั้งหมดก็เป็นเพราะเขาพยายามศึกษาทำความเข้าใจ
วงเวทย์อยู่ตลอด ไม่เคยละเลยหรือปล่อยเวลาให้สูญ
เปล่าแม้แต่น้อย ด้วยเพราะมีรูปแบบหลายอย่างที่
คล้ายคลึงกับวงเวทย์เซียนไร้ลักษณ์ ทำให้เขา
สามารถปลดวงเวทย์เซียนกำเนิดภพได้เร็วมาก
ยิ่งขึ้น
“ในที่สุดก็ปลดได้เสียที!”
เมื่อ ‘ตาของพายุ’ ถูกทำลาย อู่ อวี้ ก็ถอนหายใจ
ออกมาด้วยความโล่งอก ด้วยเพราะช่วงเวลาแปดพัน
ปีของเขาไม่สูญเปล่า
ในเวลานี้ไม่เพียงแต่เขาจดจำรูปแบบการจัดวางวง
เวทย์เซียนกำเนิดภพ ‘บอลวายุคมมีดเงิน’ ทั้งยัง
สามารถเปิด ‘หลุมศพมหาจักรพรรดิไร้ชีวา’ จากนั้น
ก็เริ่มเก็บเกี่ยวสิ่งต่าง ๆ ในหลุมศพจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์เป็นอันดับแรก
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ยังคงเก็บซากศพ ‘มหาจักรพรรดิ
เนตรม่วง’ ที่ถูกปรับแต่งกลายเป็นหุ่นเชิดไว้ ซึ่ง
สามารถกลืนกินมันได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามเนื่องจาก
ก่อนหน้านี้เขายังมิได้ตัดสินใจว่าจะล้างแค้นให้กับ
เหล่าบรรพชนจักรพรรดิปีศาจในภพเทพปีศาจ
หรือไม่ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่เคยแตะต้องซากศพของ
มหาจักรพรรดิเนตรม่วง
ทว่าตอนนี้เขาสามารถกลืนไปพร้อมกับซากศพของ
มหาจักรพรรดิไร้ชีวา แน่นอนว่ามันคงช่วยยกระดับ
พื้นฐานฝึกตนของ อู่ อวี้ ขึ้นอีกหลายเท่า
เมื่อ อู่ อวี้ ทำลายวงเวทย์เซียนกำเนิดภพบอลวายุ
คมมีดเงิน เขาก็แลเห็นหลุมฝังศพอันกว้างใหญ่ของ
มหาจักรพรรดิไร้ชีวา ขนาดของหลุมศพนี้ใหญ่ยิ่ง
กว่าพิภพขนาดเล็กเสียอีก
เบื้องหน้าของหลุมศพนี้ มีป้ายหลุมศพขนาดใหญ่ ซึ่ง
ป้ายหลุมศพนี้สลักภาพของ ‘มหาจักรพรรดิไร้ชีวา’
ในช่วงเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่
ลักษณะของมันดูเหมือนกับม่านเมฆาอันกว้างใหญ่ไร้
สิ้นสุด ราวกับว่าสิ่งที่อยู่บนป้ายหลุมศพนั้นมีชีวิตจริง
ๆ ซึ่งเมฆาอันไร้สิ้นสุดนี้ก็คือภาพของ ‘มหาจักรพรรดิ
ไร้ชีวา’ !
ด้านล่างป้ายหลุมศพถูกสลักไว้ด้วยอักษรขนาดเล็ก
จำนวนมาก อักษรขนาดเล็กเหล่านี้ล้วนบอกเล่าถึง
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของมหาจักรพรรดิไร้ชีวา
นี่คือจักรพรรดิปีศาจตัวตนระดับสูงสุดของภพเทพ
ปีศาจ!
มหาจักรพรรดิไร้ชีวา คือเมฆาที่เปิดภูมิปัญญาบรรลุ
กลายเป็นปีศาจได้สำเร็จ ทั้งยังสร้าง ‘นครจักรพรรดิ
ปีศาจไร้ชีวา’ ขึ้นภายในภพเทพปีศาจ รับผิดชอบ
หน้าที่ในการสังหารปีศาจต่ำช้าบางตนในภพเทพ
ปีศาจ ไม่รู้ว่ามีจักรพรรดิปีศาจกี่ตนต่อกี่ตนถูกบ่ม
เพาะปลูกฝังขึ้นภายใน ‘นครจักรพรรดิปีศาจไร้ชีวา’
ท่ามกลางสายธารแห่งประวัติศาสตร์ หากมีการ
สังหารปรากฏขึ้นภายในภพเทพปีศาจ สามารถคาด
เดาได้เลยว่านี่คือประกาศิตสังหารคนบาปของนคร
จักรพรรดิปีศาจไร้ชีวา
ก่อนที่เทพเซียนบนสวรรค์และเทพมารในนรกจะ
ร่วมมือบดขยี้ทำลายล้างภพเทพปีศาจ ดินแดนต่าง
ๆ ภายในภพเทพปีศาจนั้นสงบสุขเป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง
‘นครจักรพรรดิไร้ชีวา’ ก็ถือเป็นหนึ่งในวีรบุรุษคน
สำคัญของพบเทพปีศาจ
นี่คือตำนานตลอดชั่วชีวิตของจักรพรรดิปีศาจไร้ชีวา
จนในที่สุดเขาก็ตกตายภายใต้เงื้อมมือของ ‘มหา
เทวราชทั้งสี่’ ถูกสังหารโดยการร่วมมือกันระหว่าง
‘มหาเทพจื่อเว่ยสวรรค์แห่งทิศอุดร’ กับ ‘มหาเทพนิ
รันดร์แห่งทิศทักษิณ’ และถูกกลบฝังไว้ที่นี่ รอคอย
การมาถึงของ ‘ผู้สืบทอดความแค้น’
อู่ อวี้ อ่านข้อความทั้งหมดบนป้ายหลุมศพอย่าง
ละเอียดด้วยสีหน้าจริงจัง จากนั้นก็คุกเข่าก้มคารวะ
ให้กับหลุมศพเบื้องหน้า
“ ขอให้ฟ้าดินเป็นพยาน ข้า อู่ อวี้ สาบานว่าตราบ
ใดที่ข้ายังมีลมหายใจ ข้าจะติดตามค้นหาฆาตกรตัว
แท้จริงที่ทำลายล้างภพเทพปีศาจ แก้แค้นให้กับ
อาวุโสจักรพรรดิปีศาจ! ”
อู่ อวี้ กล่าวด้วยความเคารพเคร่งขรึมขณะสาบาน
ต่อสวรรค์!
ขณะเดียวกันนั้นเขานึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เทพเซียน
กับเทพมารร่วมมือกันกวาดล้างภพเทพปีศาจจนอาบ
ท่วมไปด้วยโลหิต นอกจากนี้เขายังเห็นภาพการบด
ขยี้ทำลายที่คล้ายกันบนแผ่นศิลาสวรรค์ฉีเทียน ภาพ
ของคนกลุ่มเดียวกันที่ร่วมมือกันไล่ล่าสังหารฉีเทียน
ต้าเซิ่น เมื่อนึกถึงมันเขาก็อดรู้สึกขุ่นเคืองอย่างช่วย
ไม่ได้
พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมเทพเซียนกับเทพมารถึงต้องร่วม
ด้วยกันกระทำต่ำช้าเช่นนี้?
ที่สำคัญเหตุใดพวกมันถึงลืมเรื่องราวที่ตนเองได้เคย
กระทำในอดีต!
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ จะพยายามค้นหา และแก้
แค้นฆาตกรตัวจริง นี่คือเป้าหมายต่อไปที่เขาจะทำ
หลังจากให้สัตย์สาบานต่อหน้าหลุมศพแล้ว อู่ อวี้ ก็
หยุดไว้อาลัยครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าเดินไปยัง
หลุมฝังศพขนาดใหญ่ ฝาโลงศพอันหนักอึ้งถูกเปิด
ออก ขนาดของโลงศพใหญ่โตเท่าพิภพขนาดเล็กใบ
หนึ่งทีเดียว ด้านในมีร่างของมหาจักรพรรดิไร้ชีวาที่
ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์หลับใหลอยู่
มันคือเมฆาไร้รูปไม่มีที่สิ้นสุด กลิ่นอายเก่าแก่โบราณ
แผ่ขยายออกมาอย่างไร้ที่เปรียบ บ่งบอกว่ามหา
จักรพรรดิไร้ชีวามีชีวิตมาอย่างยาวนานหลายสิบล้าน
ปี หรือไม่ก็อาจจะนานกว่านั้น ยากจะประเมินได้
อย่างชัดเจน
มหาจักรพรรดิไร้ชีวายังคงหลับใหลอยู่ภายในโลง
แก้ว จักรพรรดิปีศาจผู้นี้ เขาเต็มใจที่จะมอบร่างกาย
เลือดเนื้อของตนเองให้แก่ผู้สืบทอด เพื่อล้างแค้น
ให้กับสรรพชีวิตในภพเทพปีศาจที่ต้องตกตายไป นี่
คือปณิธานอันยิ่งใหญ่
ตลอดเวลาที่ผ่านจะมีสักกี่คนที่ยอมใช้ซากศพของ
ตนเองบ่มเพาะผู้สืบทอดเพื่อล้างแค้น?
ณ ตอนนี้ภายในสุสานจักรพรรดินิรันดร์มีซากศพของ
จักรพรรดิปีศาจอยู่มากมาย และจักรพรรดิปีศาจ
จำนวนมากเหล่านี้เต็มใจที่จะเสียสละเลือดเนื้อของ
ตนเองให้แก่ผู้สืบทอดได้ฝึกฝนยกระดับ สิ่งนี้แสดงให้
เห็นถึงความ ‘เกลียดชัง’ ที่มีอยู่ในใจว่ามากมาย
เพียงใด!
ช่วงเวลาที่เทพเซียนบนสวรรค์กับเทพมารจากนรก
ผนึกกำลังร่วมมือทำลายล้างภพเทพปีศาจ พวกเขา
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ก็คิดเรื่องนี้อยู่เช่นกัน มีความเป็นไป
ได้สูงว่ามีมือมืดที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง แล้วคน ๆ
นั้นจะต้องมีความแข็งแกร่งชนิดที่ว่าแม้แต่จักรพรรดิ
หยกกับคนอื่นก็เทียบได้ติด ไม่เช่นนั้นจะมีเหตุผลใด
มาอธิบายเรื่องที่พวกเขาลืมเลือนเรื่องราวที่ตนเองก่อ
ขึ้นในอดีตจนหมดสิ้นเช่นนี้เล่า?
“ผู้อาวุโสขอให้ท่านพักผ่อนอย่างสงบ”
อู่ อวี้ หันหน้าไปทางหลุมฝังศพของมหาจักรพรรดิไร้
ชีวา คุกเข่าพร้อมก้มศีรษะคารวะแสดงความเคารพ
จากนั้นเขาก็เดินก้าวเข้าไปในโลงแก้ว แล้วเริ่มกลืน
กินซากศพมหาจักรพรรดิไร้ชีวา
ระหว่างขั้นตอนนี้ อู่ อวี้ คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง แต่ครั้งนี้
แตกต่างจากครั้งอื่น ๆ หัวใจของเขาหนักอึ้งด้วย
เพราะต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่หลวง
มหาจักรพรรดิไร้ชีวาถึงขนาดยอมเสียสละร่างกาย
เลือดเนื้อของตนเองเพื่อแก้แค้น เรื่องนี้ทำให้ อู่ อวี้
ทอดถอนใจด้วยความเศร้าสลดเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเขาตัดสินใจกลืนกินศพของมหาจักรพรรดิไร้ชีวา
หมายความว่าตลอดชีวิตนี้เขาจะต้องทำภารกิจล้าง
แค้นให้สำเร็จ
“อู่ อวี้ จะล้างแค้นให้กับท่านเอง!”
หลังจากกลืนกิน อู่ อวี้ ก็ครุ่นคิดอยู่ในใจ ถึง
จักรพรรดิปีศาจตนนี้จะเป็นเทพปีศาจระดับสูง แต่
เป็นเพราะเขาตกตายมานานเกินไป ทำให้ข้อมูลทรง
จำในอดีตหลายส่วนหายไป มีเพียงข้อมูลเกี่ยวกับ
ความรู้แจ้งในเต๋าเท่านั้นที่ยังคงอยู่ ทว่าต่อให้เหลือ
เพียงเท่านี้ข้อมูลดังกล่าวก็ช่วยเขาได้มาก
เขาต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลืนกินร่างของ
มหาจักรพรรดิไร้ชีวาจนหมดสิ้น ต่อจากนั้นก็กลืนกิน
ร่างของมหาจักรพรรดิเนตรม่วง
ความเข้าใจในเต๋าของสองจักรพรรดิปีศาจ ช่วย อู่
อวี้ ได้มากเลยทีเดียว หลังจากนั้นเขาก็สงบลงแล้ว
ฝึกฝน
พื้นฐานฝึกตนปัจจุบันของเขาคือราชันเทวะแปด
สวรรค์ ‘เต๋าแห่งการกลืนกิน’ มันเป็นวิถีเต๋าสุดท้ายที่
เขายังไม่สามารถควบแน่นมันให้กลายเป็นกฎสวรรค์
ได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงทุ่มเทเพ่งสมาธิจดจ่ออยู่กับเต๋า
ดังกล่าวอย่างสมบูรณ์
” สมควรแล้วที่มหาจักรพรรดิไร้ชีวาเป็นจักรพรรดิ
ปีศาจระดับสูงในภพเทพปีศาจ ความรู้แจ้งในเต๋าที่
เขามีนั้นมากมายเหลือคณา ทั้งหมดถูกเก็บซ่อนไว้ใน
เลือดเนื้อร่างเมฆานี้! ”
ยิ่ง อู่ อวี้ ฝึกฝนมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งฮึกเหิมคล้อย
ตามกับพลังความยิ่งใหญ่ของมหาจักรพรรดิไร้ชีวา
เขาสัมผัสได้ถึงพลังความแข็งแกร่งของมหา
จักรพรรดิไร้ชีวา ซึ่งไม่ได้ด้อยไปกว่า ท้าวธตรัฐ
มหาราชกับเทพอสูรแต่อย่างใด หรือต่อให้เทียบกับ
เทพสามตาทั้งสองน่าจะพอสูสีกัน
หากไม่ใช่เพราะสวรรค์กับนรกจับมือรวมกันรุกราน
ภพเทพปีศาจคงไม่ถูกบดขยี้ทำลายอย่างรวดเร็ว
เช่นนี้ ทำให้เหล่าจักรพรรดิปีศาจไม่ทันได้ตั้งตัวต่อสู้
กลับเฉกเช่นดั่งคนไร้ซึ่งกำลัง
ความรู้ความเข้าใจในเต๋าที่เขาได้มาจากมหา
จักรพรรดิไร้ชีวาและมหาจักรพรรดิเนตรม่วง ทำให้
ความก้าวหน้าของเขาคงทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างน่าอัศจรรย์ คงต้องขอบคุณกับความสามารถใน
การกลืนกินของอสูรกลืนสวรรค์ และถ้าหากตัวเขาไม่
ผสานรวมร่างกับร่างอสูรกลืนสวรรค์ เขาคงต้องใช้
เวลาหลายพันปีเพื่อกลืนกินซากศพจักรพรรดิปีศาจ
ตอนที่ฉีเทียนต้าเซิ่นทิ้งมรดกไว้ให้กับเขา ท่านคงไม่
คาดคิดว่าผู้สูบทอดมรดกจะได้รับร่างกลืนสวรรค์มา
ด้วย นอกจากนี้ทั้งสองยังรวมร่างเป็นหนึ่งเดียว ทำ
ให้เขามีความสามารถในการกลืนกินเช่นดั่งอสูรกลืน
สวรรค์ไปโดยปริยาย
ซึ่ง อู่ อวี้ พึ่งพาความสามารถนี้เป็นส่วนใหญ่ และ
มันยังมีประโยชน์ต่อมรดกของฉีเทียนต้าเซิ่นเป็น
อย่างยิ่ง
การที่ทั้งสองร่างรวมเป็นหนึ่งทำให้เกิดเป็น อู่ อวี้ ใน
ปัจจุบัน
ระหว่างทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้แจ้งในเต๋าของ
มหาจักรพรรดิไร้ชีวาและมหาจักรพรรดิเนตรม่วง อู่
อวี้ ยังคงตระหนักถึงความสามารถของร่างกลืน
สวรรค์ว่ามันช่วยเหลือเขามามากมายเพียงใด หาก
ไม่ใช่เพราะร่างเกินสวรรค์ คาดว่าป่านนี้เขาคงถูก
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงยึดครองร่างไปแล้ว
ส่วนตัวเขาก็จะหายไปจากโลกนี้อย่างสมบูรณ์ …
” แม้การกลืนกินเป็นวิธีที่ช่วยให้ข้ายกระดับ
พัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ข้าก็ไม่ควรหลงระเริง
กับความสามารถนี้มากเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้
เกิดมารในหัวใจขึ้นได้ เมื่อนั้นข้าคงต้องพบเจอกับ
หายนะอันใหญ่หลวง! ” อู่ อวี้ ตอกย้ำตนเองไม่ให้
ลืมตัวหลงระเริงไปกับความสามารถในการกลืนกิน
เขาคิดเพียงว่าความสามารถนี้เป็นแค่เครื่องมือที่ทำ
ให้เขาฝึกตนได้รวดเร็วเท่านั้น
ความเข้าใจในแก่นแท้ของความสามารถในการกลืน
กิน ทำให้เขาได้ผลลัพธ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยใช้
ความพยายามเพียงครึ่งเดียวทำความเข้าใจในกฎ
สวรรค์กลืนกิน
พันปีต่อมา!
กระแสวังวนหลากสีสันสดใสปรากฏขึ้นเหนือจิต
เซียนราชันเทวะของ อู่ อวี้ หลังจากฝึกฝนบำเพ็ญ
ตนมานานับพันปี ในที่สุดเขาก็สามารถควบแน่นกฎ
สวรรค์ชนิดที่เก้า กฎสวรรค์กลืนกินได้สำเร็จ!
เมื่อเขาเป็นบรรลุสู่ระดับราชันเทวะเก้าสวรรค์ได้ใน
ที่สุด อู่ อวี้ ก็ลืมตาตื่นขึ้น ปรากฏแสงสว่างสายหนึ่ง
สาดประกายออกมาจากดวงเนตรของเขา
พลังฝีมือความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาเหนือกว่า
คราที่เอาชนะอาวุโสมังกรภพสวรรค์เสียอีก ยามนี้ต่อ
ให้ต้องเผชิญกับอาวุโสมังกรภพสวรรค์สองตน มันก็
มิใช่คู่ต่อกรของเขาอีกต่อไป การที่กฎสวรรค์กลืนกิน
ก่อตัวขึ้น หมายความว่าเขาสามารถใช้มันในการ
ต่อสู้ได้แล้ว
พลังกฎสวรรค์กลืนกินนี้ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าพลังกฎ
สวรรค์ชนิดอื่น ๆ อย่างกฎสวรรค์เนตรเพลิงหรือกฎ
สวรรค์ร่างอวตาร กฎสวรรค์เหล่านี้มีพลังคล้ายคลึง
กับกฎสวรรค์กลืนกิน
เพียงแต่คุณสมบัติพิเศษของกฎสวรรค์กลืนกิน คือ
ความสามารถในการกลืนกินพลังของคู่ต่อสู้ได้ สิ่งนี้
ทำให้เขามีข้อได้เปรียบในเวลาต่อสู้มากยิ่งขึ้น ยามนี้
อู่ อวี้ แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งเขายังมี
พลองทองสมปรารถนาในมือ ยิ่งถ้าเขาใช้ผสานไปกับ
‘สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น’ พลังการต่อสู้ของเขาอาจจะ
เหนือกว่าอาวุโสมังกรภพสวรรค์ถึงสิบเท่า
นี่ถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่ จวบจนปัจจุบัน อู่ อวี้
ยังไม่ทราบว่าความแข็งแกร่งระหว่างเขากับเทพสาม
ตาห่างชั้นกันมากเพียงใด
” แม้ว่าข้าจะเอาชนะจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นแรก
ได้ก็จริง แต่ข้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจักรพรรดิเซียน
ระดับสูงอย่างเทพสามตาเอ้อหลาง หากข้าอยากสู้กับ
เทพสามตาจริง ๆ ข้าต้องบรรลุสู่ระดับจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ให้ได้เสียก่อน! ” อู่ อวี้ คิดเช่นนี้ แต่น่า
เสียดายที่เขาเพิ่งยกระดับขึ้นมาหมาด ๆ การฝ่าทาง
ขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ ซึ่งเป็นขั้นต่อไปก็
มิใช่เรื่องง่ายเช่นกัน
———————-