กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1679: สู่ขอ
“ข้าขอปฏิเสธ”
ลั่วผินส่ายศีรษะโดยมิไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
นางไม่สามารถไปกับหลี่เทียนจีได้ อันที่จริงมันไม่
เกี่ยวกับหลี่เทียนจีเลย แต่เป็นเพราะนางตั้งใจจะใช้
ชีวิตอยู่กับ อู่ อวี้ ตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดหน้าไหน
ไม่มีทางแทนที่ อู่ อวี้ ของนางได้
การปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาของนางท าให้หลี่เทียน
จีเสียหน้าเป็นอย่างมาก
สีหน้าของมันหมองคล ้าลงทันที มันเห็น อู่ อวี้ ยืน
เคียงข้างอยู่กับลั่วผิน มันสามารถคาดเดาได้ทันทีว่า
ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองใกล้ชิดกันมากเพียงใด
สิ่งที่มันคาดเดาท าให้หลี่เทียนจีมองไปทาง อู่ อวี้
ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาแลดูถูก
“ สวะอย่างเจ้า มีคุณสมบัติใดมาเคียงคู่สตรีผู้งดงาม
เช่นนี้? ”
มันคิดเช่นนี้ในใจด้วยความรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
ช่วงเวลานี้มีเงาร่างของอาวุโสหลายคนอยู่ไม่ห่าง ใน
ที่สุดพวกเขาก็สังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและรีบพุ่งตรง
มายังทิศทางดังกล่าวทันที
ในกลุ่มผู้อาวุโสเหล่านี้มีเทพนาจามหาเทพสยบสมุทร
ซานถัน , เทพเจดีย์หลี่จิ้ง , ปรมาจารย์สุภูติ ผู้อาวุโส
ทั้งสามรีบมุ่งหน้าไปยังต าแหน่งดังกล่าวและพอ
เข้าใจสถานการณ์คร่าว ๆ อยู่บ้าง
” บัดซบ เจ้าลูกไม่รักดีมาที่นี่ไม่ทันไรก็ก่อเรื่องซะแล้ว
รีบมาที่นี่เดี๋ยวนี้? ”
เทพนาจาซึ่งยืนอยู่บนกงล้อวายุเพลิงแสดงสีหน้าไม่
พอใจ ภายในใจก็คิดว่าลูกตัวดีของเขาก่อปัญหาอีก
แล้ว แม้แต่สวรรค์ฤทัยมันก็ยังกล้าสร้างปัญหา บิดา
อย่างมันจะมองหน้าปรมาจารย์สุภูติติดได้อย่างไร?
ณ เวลานี้หลี่เทียนจีได้ท าผิดต่อ อู่ อวี้ กับศิษย์คนอื่น
ดังนั้นมันจึงรู้สึกหวาดกลัวเทพนาจาเล็กน้อย และรีบ
บินกลับไปหาเขาทันที
หลังจากที่เทพเจดีย์หลี่จิ้งไต่ถามสถานการณ์ มันก็ยิ้ม
แล้วกล่าวว่า ” ก็แค่เด็ก ๆ เล่นสนุกกัน ประลอง
ทดสอบฝีมือกันเล็กน้อย ขอแค่อย่ากระท ารุนแรง
เกินไปจนถึงขั้นตกตายก็พอ ”
เทพเจดีย์หลี่จิ้งรักใคร่เอ็นดูหลี่เทียนจีผู้เป็น
หลานชายมาโดยตลอด ในตระกูลหลี่ตัวตนของมัน
เทียบเท่ากับจักรพรรดิเซียนน้อย แม้แต่เทพนาจาก็
ยังไม่สามารถท าอะไรได้
ต้องรอให้เทพเจดีย์หลี่จิ้งไม่อยู่เทพนาจาถึงจะสั่งสอน
มอบบทเรียนให้แก่หลี่เทียนจีได้ แต่เมื่อเทพเจดีย์ห
ลี่จิ้งอยู่ที่นี่ เทพนาจาก็ไม่สามารถกล่าวอันใดได้
เมื่อหลี่เทียนจีได้ยินสิ่งที่เทพเจดีย์หลี่จิ้งกล่าว มันก็
รีบวิ่งเข้ามาหาเทพเจดีย์หลี่จิ้งทันที มันรู้ดีว่าใครที่รัก
และตามใจมันมากที่สุดซึ่งก็คือท่านปู่เทพเจดีย์หลี่จิ้ง
ทุกครั้งที่มันสร้างปัญหายุ่งยากมากมายเทพเจดีย์ห
ลี่จิ้งก็จะเข้ามาคลี่คลายช่วยเหลือ
นางเซียนเหยาอวิ๋นกับนางเซียนหลิงหมี่ก็วิ่งตามหลี่
เทียนจีไปอยู่ด้านหลังผู้อาวุโส
อย่างไรก็ตามเนื่องจากหลี่เทียนจีมีใจรักใคร่ในตัวนาง
เซียนเหยาอวิ๋นกับนางเซียนหลิงหมี่ทั้งสอง เทพ
เจดีย์หลี่จิ้งจึงหวังว่านางเซียนคนใดคนหนึ่งจะกลาย
มาเป็นหลานสะใภ้ของมัน
หลังจากที่ปรมาจารย์สุภูติมาถึง สิ่งแรกที่ท่านท าคือดู
อาการบาดเจ็บของจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา แล้ว
ท่านก็รีบรักษาให้หายเป็นปกติดี
อาการบาดเจ็บของจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา หนัก
หนาสาหัสกว่าตอนที่ต่อสู้ประลองกับ อู่ อวี้ ถ้าไม่ใช่
เพราะจักรพรรดิเซียนวัฏพินาศ , อู่ อวี้ กับศิษย์คน
อื่น ๆ เข้ามาช่วยเหลือได้ทัน ป่านนี้เขาคงตกตายไป
แล้ว แต่ด้วยพลังอิทธิฤทธิ์ในการรักษาของ
ปรมาจารย์สุภูติ อาการบาดเจ็บของเขาจึงหายเป็น
ปกติอย่างง่ายดาย
ปรมาจารย์สุภูติเหลือบมองไปทางหลี่เทียนจี ท่าที
ของท่านเรียบง่าย มิได้กล่าวอันใดมาก
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ปรมาจารย์สุภูติก็เกียจคร้านเกิน
กว่าจะมานั่งเอาความเด็กรุ่นหลัง ไม่ว่ามันจะหยิ่งยโส
โอหังเพียงใดตระกูลหลี่ควรจะสั่งสอนบุตรหลานของ
ตนเอง ไม่ควรจะต้องให้ถึงมือของปรมาจารย์สุภูติ
ด้วยสีหน้าที่อ่อนโยนอยู่เสมอของปรมาจารย์สุภูติ ท า
ให้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่
บางทีท่านอาจจะไม่สนใจในเรื่องนี้เลยก็เป็นได้
หรือไม่ท่านอาจก าลังหาวิธีแก้ปัญหาอยู่
ไม่ว่าแบบไหน อู่ อวี้ ไม่สามารถเข้าใจได้ในตอนนี้
แต่หลี่เทียนจียังคงไม่ยอมส านึก แม้จะมีผู้อาวุโสอยู่
ที่นี่ มันก็ยังแสดงท่าทางไม่พอใจสายตายังคงจ้อง
เขม็งไปที่ลั่วผิน เมื่ออ่านจากสายตาก็ท าให้รู้ว่ามัน
ก าลังปรารถนาบางสิ่งบางอย่างอยู่ ท่าทางเช่นนี้ท า
ให้นางเซียนเหยาอวิ๋นกับนางเซียนหลิงหมี่ก็เริ่ม
กระสับกระส่ายไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“ ท่านปู่…ข้าอยากทราบว่าสตรีผู้นั้นคือใคร? ”
หลี่เทียนจีซึ่งอยู่ข้าง ๆ เทพเจดีย์หลี่จิ้ง รีบไปถาม
ขณะที่สายตาจ้องมองไปทางลั่วผิน มันเป็นคนมี
อุปนิสัยดื้อรัดแล้วรู้ว่าเทพเจดีย์หลี่จิ้งรักและตามใจ
มันมาก มันจึงเรียกร้องเรื่องที่ไม่สมควรอย่างไร้
ยางอาย
“นาง?”
เทพเจดีย์หลี่จิ้งไม่เคยพบลั่วผินมาก่อน ด้วยเพราะ
มันไม่เคยติดต่อกับตระกูลเทพมังกร มันจึงถามลั่วผิน
ว่า ” แม่นางเจ้ามีนามว่าอันใด? ”
เจดีย์ในมือของหลี่จิ้งตั้งตระหง่าน บนร่างสวมทับ
ด้วยเกราะเซียนสีทอง ขณะเอ่ยถามขึ้นด้วยประโยคที่
เรียบง่าย
เมื่อเห็นว่าหลี่เทียนจีสนใจลั่วผิน ทัศนคติของมันจึง
ค่อนข้างดี
” ผู้น้อยมีนามว่าลั่วผินมาจากตระกูลเทพมังกร ขอ
คารวะอาวุโส”
ในเมื่ออาวุโสเอ่ยถาม ลั่วผินจึงท าได้เพียงตอบ
กลับไปอย่างสุภาพเท่านั้น ส าหรับเรื่องแค่นี้ไม่
จ าเป็นต้องปกปิดอีกฝ่ายให้ขุ่นเคืองใจกันเปล่า ๆ
“ลั่วผินแห่งตระกูลเทพมังกร”
เทพเจดีย์หลี่จิ้งครุ่นคิด
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่เทียนจีก็แสดงท่าทางตื่นเต้น
อย่างที่สุด ในที่สุดมันก็รู้จักชื่อแซ่ของลั่วผิน หลังจาก
นั้นมันก็กล่าวชื่อของนางซ ้าสองครั้ง ” ลั่วผิน! ลั่ว
ผิน! เป็นชื่อที่ไพเราะจริง ๆ ท่านปู่ข้าต้องการ
แต่งงานกับนาง ข้าจะแต่งงานกับนางได้หรือไม่? ”
เมื่อได้ยินค าพูดเช่นนี้หลุดมาจากปากของหลี่เทียนจี
นางเซียนเหยาอวิ๋นกับนางเซียนหลิงหมี่ต่างก็พากัน
ตื่นตกใจ พวกนางไม่เคยคิดว่าพวกเขาทั้งสองเพิ่งจะ
พบหน้ากันแท้ ๆ แต่หลี่เทียนจีกลับต้องการจะ
แต่งงานกับนางทันที
พวกมันทั้งสามฝึกฝนอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลาหลาย
หมื่นปี ตั้งแต่ทั้งสองยังเยาว์ก็ไล่ตามหลี่เทียนจีมาโดย
ตลอด แต่หลี่เทียนจีกลับมิได้แสดงท่าทีว่ามีใจเสน่ห์
หาให้พวกนาง ไม่คาดคิดว่ามันเพิ่งพานพบหน้าลั่ว
ผินเป็นครั้งแรก ก็ป่าวประกาศว่าตนเองต้องการจะ
แต่งงานกับนาง
เรื่องนี้ท าให้พวกนางทั้งสองโกรธเกรี้ยวเป็นอย่าง
มาก!
นอกจากนี้พวกนางยังรู้สึกริษยาลั่วผินเป็นอย่างยิ่ง
พวกนางแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะระบายความโกรธ
แค้นด้วยการปลิดชีวิตลั่วผิน
จากความเข้าใจของพวกนางไม่ว่าหลี่เทียนจี
ปรารถนาสิ่งใด เทพเจดีย์หลี่จิ้งจะตามใจขวนขวาย
หามาให้อย่างไม่มีเงื่อนไข แม้แต่ครั้งนี้ก็ไม่มี
ข้อยกเว้น พวกนางทั้งสองต่อสู้ขับเคี่ยวกันมานาน
แล้วอยู่ ๆ จะให้ผู้อื่นมาคว้าหลี่เทียนจีไปต่อหน้าต่อ
ตาได้งั้นหรือ?
โดยเฉพาะเมื่อพวกนางเห็นว่าลั่วผินมิได้ไยดีกับหลี่
เทียนจีแต่อย่างใด ท าให้พวกนางรู้สึกเสียใจมาก
แอบก่นด่าสาปแช่งลั่วผินอยู่ในใจ เพราะหลี่เทียนจี
เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนและโดดเด่นที่สุดบนสวรรค์
ส าหรับเซียนรุ่นเยาว์ แต่นางกลับมีตาหามีแววไม่
เสมือนคนไร้สติสมองมีปัญหา
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่นางเซียนเหยาอวิ๋นและนางเซียนห
ลิงหมี่คาดเดา
เมื่อเทพเจดีย์หลี่จิ้งได้ยินความปรารถนาของหลี่
เทียนจีว่าต้องการแต่งงานกับลั่วผิน มันก็พยักหน้า
เห็นด้วยแล้วกล่าวว่า ” ได้ ๆ ๆ เดี๋ยวปู่จะพาเจ้าไปที่
ตระกูลเทพมังกรสู่ขอนาง ปู่เชื่อว่าตระกูลเทพมังกร
จะต้องไม่ปฏิเสธงานแต่งครั้งนี้อย่างแน่แท้ ฮ่า ฮ่า! ”
ดูเหมือนยามนี้เทพเจดีย์หลี่จิ้งจะมีความสุขเป็นอย่าง
มาก ในที่สุดมันก็ได้เห็นหลานรักอย่างหลี่เทียนจี
ตัดสินใจชื่นชอบสตรีผู้หนึ่งจริง ๆ ซึ่งถือเป็น
สัญญาณที่ดี
เมื่อกล่าวค าเหล่านี้ทั้งลั่วผินและ อู่ อวี้ ก็ไม่อยากเชื่อ
ว่าจะมีคนเช่นนี้อยู่ในโลก
เทพเจดีย์หลี่จิ้งกับหลานชายหลี่เทียนจีเข้าขากันเป็น
ปี่เป็นขลุ่ย โดยไม่สนค าว่าผิดชอบชั่วดี? มันไม่สน
ด้วยซ ้าว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร มันตัดสินใจไปสู่
ขอลั่วผินให้กับหลานของตนเอง โดยไม่สนความ
ยินยอมของลั่วผินเลยแม้แต่น้อย นี่คืออุปนิสัยที่
จักรพรรดิเซียนระดับสูงบนสวรรค์ควรเป็นเช่นนั้น
หรือ?
ด้วยตัวตนหรือศักดิ์ฐานะของพวกมัน ท าให้ผู้อื่นไม่
สามารถปฏิเสธได้
ลั่วผินยังคิดไม่ออกว่าตนเองควรจะพูดอย่างไร ทันใด
นั้นปรมาจารย์สุภูติก็ยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า ” เทพ
เจดีย์หลี่จิ้งอย่าเพิ่งดีใจไปเกินไปนัก สาวน้อยผู้นี้ได้
สมรสกับ อู่ อวี้ มานานแล้ว ข้าว่าคงไม่เหมาะสมที่
จะให้นางมาเป็นหลานสะใภ้ของท่าน ”
” เป็นเช่นนั้นเองหรือ? ”
เมื่อได้ยินค ากล่าวของท่านปรมาจารย์ เทพเจดีย์ห
ลี่จิ้งก็แสดงท่าทางประหลาดใจ มันยิ้มแล้วกล่าวว่า ”
เช่นนั้นก็คงต้องปล่อยไป ”
เรื่องดังกล่าวท าให้หลี่เทียนจีรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่าง
ยิ่ง ส่งผลให้ความปรารถนาของมันรุนแรงยิ่งขึ้น เดิม
ทีแล้วไม่ว่าตัวมันต้องการสิ่งใดปู่ของมันจะจัดสรรหา
มาให้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แม้แต่เรื่องอิสตรีก็ไม่เว้น
มันเห็นว่าหลี่เทียนจียังคงมีความปรารถนาในตัวลั่ว
ผินเป็นอย่างยิ่ง ดูเหมือนมันจะต้องการนางจริง ๆ
ดังนั้นจึงไม่กล่าวอันใดมาก
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่าเทพเซียนทั้งสองได้
แต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่ถ้าสามีอย่าง อู่ อวี้ ตกตายไป การแต่งงานก็จะถือ
เป็นโมฆะ?
เมื่อถึงเวลานั้นถ้าหลี่เทียนจียังคงชื่นชอบปรารถนา
นาง มันยังใช้ศักดิ์ฐานะของตนเองตบแต่งนางเข้า
ตระกูลหลี่ได้
แน่นอนว่ามันต้องท าให้เห็นว่า อู่ อวี้ นั้นตกตายไป
จากโลกนี้แล้วจริง ๆ หากเขายังมีชีวิตอยู่เทพเจดีย์ห
ลี่จิ้งก็ไม่หาญกล้าถึงขนาดแย่งชิงสะใภ้ของศิษย์
ปรมาจารย์สุภูติอย่างเปิดเผย
ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องส าคัญในตอนนี้ก็คือบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน
เนื่องจาก อู่ อวี้ เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันบททดสอบ
จักรพรรดิเซียน จึงมีโอกาสสูงที่เขาจะตกตายไป
เมื่อไหร่ก็ได้ นี่คือสิ่งที่หลี่จิ้งคิดอยู่ในใจ
ส่วนอาการบาดเจ็บของจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้ดารา
อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของปรมาจารย์สุภูติ ในไม่
ช้าร่างกายของเขาจะฟื้นกลับมาเป็นปกติสมบูรณ์
ส่วนอสูรวิญญาณเมฆาที่คนทั้งสามได้จับเอาไว้
อาวุโสได้สั่งให้พวกมันปล่อยอสูรวิญญาณเมฆากลับ
สู่สวรรค์สมุทรเมฆา เท่ากับว่าเรื่องนี้ได้จบสิ้นลงแล้ว
อย่างไรก็ตามศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติรวมทั้ง
จักรพรรดิเซียนวัฏพินาศ , จักรพรรดิเซียนวัฏฌาน ,
หยั่งรู้เวหา ฯลฯ ต่างรู้สึกเกลียดชังหลี่เทียนจีเป็น
อย่างมาก นี่ขนาดอยู่ในสวรรค์ฤทัยกฎเกณฑ์ของที่นี่
ยังไม่สามารถท าอะไรกับมันได้ หากเป็นด้านนอกคง
แทบไม่ต้องกล่าวถึงความผิดถูกชั่วดี
แม้ว่าปรมาจารย์สุภูติจะไม่ติดใจเอาความ แต่ส าหรับ
ศิษย์คนอื่น ๆ ต่างก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับพวก
อภิสิทธิ์ชนเช่นนี้
ขณะที่ก าลังจะกลับจักรพรรดิเซียนหยั่งรู้เวหา ได้เดิน
เข้ามาหา อู่ อวี้ แล้วกล่าวอย่างขุ่นเคืองใจว่า ” อู่
อวี้ ระหว่างการแข่งขันในบททดสอบจักรพรรดิเซียน
เมื่อใดที่เจ้าได้เผชิญหน้ากับหลี่เทียนจีจงสั่งสอนให้
มันได้รู้ว่าพวกเราไม่ใช่ใครที่มันจะมายั่วยุได้ง่ายๆ! ”
” ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวล ”
อู่ อวี้ พยักหน้าอย่างจริงจังเคร่งขรึม
อันที่จริงไม่จ าเป็นต้องให้จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้เวหา
เอ่ยปาก เขาก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเมื่อใดที่ได้
เผชิญหน้ากับหลี่เทียนจีในบททดสอบจักรพรรดิ
เซียน เขาจะสั่งสอนบทเรียนให้มันได้รู้ส านึกเสียบ้าง
หลี่เทียนจีผู้เป็นลูกหลานรุ่นที่ 2 มีอุปนิสัยน่ารังเกียจ
เป็นอย่างยิ่ง ตราบใดที่ยังมีเทพเจดีย์หลี่จิ้งคอยหนุน
หลังตามใจ ใต้ฟ้าบนดินนี้ ไม่มีสิ่งใดที่มันไม่กล้า
กระท า
เพราะ อู่ อวี้ สังหารโม่หลี่อิ๋น ท าให้เขาโดนลงโทษ
ด้วยการถูกจองจ าไว้ในแดนสงครามมารฟ้าเป็นเวลา
หมื่นปี แต่ทางฝ่ายหลี่เทียนจีมันก็ก่อวีรกรรมสังหาร
จักรพรรดิเซียนเช่นกัน ทว่ามันอยู่ภายใต้การ
คุ้มครองของเทพเจดีย์หลี่จิ้ง กลับโดนแต่กักบริเวณ
ให้ส านึกผิดเป็นเวลาหมื่นปี
หนึ่งคนถูกจองจ าอยู่ในแดนสงครามมารฟ้าถูกมาร
ฟ้ากัดกินจิตเซียน อีกหนึ่งก็ถูกกักขังเป็นเวลาหมื่นปี
เช่นกัน แต่ความร้ายแรงของบทลงโทษมันกลับ
ต่างกันราวฟ้ากับดิน ชนิดที่เรียกว่ามากกว่าหมื่นเท่า
ด้วยซ ้า
ถ้าไม่มีผู้ใดสั่งสอนบทเรียนให้กับชายผู้นี้ เกรงว่ามัน
จะหลงคิดว่าตนเองเป็นราชาสวรรค์อย่างแท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้นหลี่เทียนจีผู้นี้ยังกล้าที่จะออกตัวอย่าง
เต็มปากว่าปรารถนาจะแต่งงานกับลั่วผิน ส าหรับ อู่
อวี้ แล้วเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เขาทนไม่ได้จริง ๆ
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ หวังให้บททดสอบจักรพรรดิ
เซียนเริ่มขึ้นโดยเร็วที่สุด
จักรพรรดิเซียนหยั่งรู้เวหาพูดคุยกับ อู่ อวี้ โดยมิได้
ลดเสียงลง เมื่อหลี่เทียนจีซึ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
ได้ยินเข้า มันก็หัวเราะเย้ยหยันขึ้นทันที
หลี่เทียนจียิ้มขึ้นด้วยความเย่อหยิ่ง ” คนบางคนไม่
รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต ่า คิดว่าตนเองมีความสามารถเข้า
หน่อยแล้วจะหยิ่งผยองโอหังได้ คนเช่นนี้ไม่มีทางไป
ได้ไกลในบททดสอบจักรพรรดิเซียน หากข้าหลี่เทียน
จีได้รับโอกาสนั้น ข้าจะแสดงให้เห็นว่าผู้ทรงอ านาจที่
แท้จริงเป็นเช่นใด! ”
มันมิได้เอ่ยนามอย่างชัดแจ้ง แต่เห็นได้ชัดว่ามัน
กล่าวถึง อู่ อวี้
อู่ อวี้ มิได้สะทกสะท้านกับค ากล่าวของมันแม้แต่น้อย
พร้อมสวนกลับไปว่า ” ข้าก็หวังเช่นกันว่าใครบางคน
จะผ่านเข้าสู่รอบลึก ๆ ในทดสอบจักรพรรดิเซียนได้
ไม่ถูกก าจัดออกจากการแข่งขันตั้งแต่เริ่ม มิเช่นนั้น
แล้วคงอายเขาแย่ ”
หลี่เทียนจีย่อมรู้โดยธรรมชาติว่า อู่ อวี้ กล่าวถึงผู้ใด
ท าให้มันมีโทสะขึ้นทันที แต่หลังจากพิจารณาอย่างถี่
ถ้วน มันก็มิได้กล่าวสิ่งใด กระท าเพียงหัวเราะเยาะ
ว่า ” คนบางคนหยิ่งผยองได้แค่ตอนนี้ เมื่อใดที่บท
ทดสอบจักรพรรดิเซียนเริ่มต้นขึ้น เกรงว่าคงพ่ายแพ้
อย่างหมดรูปด้วยสภาพน่าสังเวชยิ่ง ”
ทั้งสองต่างถากถางกันโดยมิได้เอ่ยนามของกันและ
กัน ดังนั้นผู้อาวุโสจึงมิได้กล่าวอันใดมาก
อย่างไรก็ตามเหล่าศิษย์ของปรมาจารย์สุภูติกลับเต็ม
ไปด้วยความขุ่นเคือง ด้วยรู้สึกว่าหลี่เทียนจีผู้นี้ยโส
โอหังเกินไป?
————————-