กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1693: ตีแสกหน้า
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น
นางเซียนเหยาอวิ๋นได้เปรียบแบบลอยล ามั่นใจว่า
ตนเองต้องชนะแน่นอน แต่ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ใช้พลอง
ทองทุบเข้าใส่นางอย่างรุนแรง ท าให้นางเซียน
เหยาอวิ๋นนิ่งอึ้งตะลึงงัน?
ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ อู่ อวี้ จะไม่ปล่อยโอกาสดี ๆ
เช่นนี้ไป
“สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น!”
เขารีบคว้าโอกาสที่นางเซียนเหยาอวิ๋นยังคงอยู่ใน
อาการมึนงง อู่ อวี้ รีบฟาดพลองทองสมปรารถนาใน
มืออัดกระแทกเข้าใจร่างกายของนางทันที ส่งผลให้
ร่างของนางลอยละลิ่วปลิวละล่องขึ้นไปบนอากาศ
พลังมหาศาลนี้ท าให้แม้แต่ความว่างเปล่าก็ยัง
สั่นสะเทือน!
หากไม่เพราะช่วงเวลาสุดท้าย อู่ อวี้ ยั้งมือเอาไว้
นางเซียนเหยาอวิ๋นคงจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการ
โจมตีครั้งนี้
ถึงแม้เขาจะยั้งมือแล้วก็ตาม ทว่าหลังจากโดนพลอง
ฟาดเข้าใส่นางก็ยังไม่ได้รู้สึกตัว สองลมหายใจต่อมา
เมื่อนางหายจากอาการมึนงง ความเจ็บปวดก็ถาโถม
เข้าใส่ร่างกายของนางอย่างรุนแรง ราวกับว่านางถูก
ทุบตีจนน่วมไปทั้งสรรพางค์กาย
ปัจจุบันร่างของนางอยู่ใกล้ขอบสนามประลองเป็น
อย่างยิ่ง อู่ อวี้ ก็ใช้โอกาสนี้โจมตีท าให้ร่างของนาง
กระเด็นออกไปนอกสนาม ส่งผลให้นางพ่ายแพ้ใน
การต่อสู้แข่งขันครั้งนี้!
“ต ่าช้านัก!”
นางเซียนเหยาอวิ๋นต้องทนทุกข์ทรมานกับความ
เจ็บปวดตามร่างกายอันแสนบอบบางของนาง
ท่าทางการแสดงออกของนางยามนี้ดูไม่ได้เอาเสียเลย
ดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหารขณะจับจ้องมองไปยัง อู่
อวี้
ส่วนกระบี่จักรพรรดิยอดบูรพาเพียงคงลอยอยู่ข้าง ๆ
นางยังต้องการใช้กระบี่ต่อสู้อีก แต่จักรพรรดิเซียนที่
อยู่ด้านหลังนางก็หยุดนางเอาไว้
” การต่อสู้ครั้งนี้ อู่ อวี้ เป็นฝ่ายชนะผ่านเข้าสู่รอบ
รองชนะเลิศ!”
ด้วยการประกาศของจักรพรรดิเซียนขจรพิศวง
กลายเป็นว่า อู่ อวี้ เป็นคนแรกที่ผ่านเข้าสู่รอบรอง
ชนะเลิศ โดยที่ในช่วงสุดท้ายเขาท าให้นางเซียน
เหยาอวิ๋นตกอยู่ในอาการมึนงงไปชั่วขณะ จากนั้นก็
ฉวยโอกาสนี้จู่โจมเขาใส่นางอย่างรุนแรง ซึ่งมันคือ
กุญแจส าคัญที่จะน าไปสู่ชัยชนะ
ไม่มีใครคาดคิดว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะออกมาเป็น
เช่นนี้ ตลอดการต่อสู้นางเซียนเหยาอวิ๋นถือครอง
ความได้เปรียบสยบ อู่ อวี้ อย่างต่อเนื่อง ทว่าเมื่อ อู่
อวี้ ตอบโต้สวนกลับนางเซียนเหยาอวิ๋นก็กลายเป็น
ฝ่ายพ่ายแพ้ถูกส่งลอยกระเด็นออกนอกสนาม
ประลองโดยไม่สามารถตอบโต้ได้แม้แต่น้อย
จวบจนปัจจุบันนางเซียนเหยาอวิ๋นก็ยังไม่อยากจะ
เชื่อว่าตนเองพ่ายแพ้ให้แก่เด็กบ้านนอกผู้แสนต้อยต ่า
อย่าง อู่ อวี้ ได้อย่างไร?
ความเจ็บปวดที่นางได้รับทั่วร่างยามนี้นางแทบจะ
ทานทนไม่ไหว ในทางกลับกันถ้าความเจ็บปวด
ดังกล่าวเป็นของ อู่ อวี้ เขาจะไม่หน้านิ่วคิ้วขมวด
เช่นเดียวกับนาง นี่แหละคือความแตกต่างอันใหญ่
หลวงระหว่างทั้งสองฝ่าย
นับตั้งแต่นางเซียนเหยาอวิ๋นหมั่นเพียรฝึกฝนจวบจน
ปัจจุบัน นางยังไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับผู้ใดมาก่อน อีก
ทั้งอาการบาดเจ็บที่ได้รับจากการต่อสู้ก็น้อยมาก ไม่
ถึงขั้น ‘รุนแรง’ เช่นนี้
ความจริงแล้วนางไม่รู้เลยว่าในช่วงสุดท้าย อู่ อวี้ ยั้ง
มือโจมตี ไม่เช่นนั้นนางคงจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
หรือไม่ก็ตกตายถึงแก่ชีวิต
ฉะนั้นอาการบาดเจ็บที่นางเซียนเหยาอวิ๋นได้รับอยู่ใน
ยามนี้ ในมุมมองของ อู่ อวี้ มันเป็นเพียงแค่อาการ
บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น แต่ส าหรับนางแล้วมันคือ
อาการบาดเจ็บที่รุนแรงเจ็บปวดที่สุดในชีวิตของนาง
เลยก็ว่าได้ ด้วยเพราะความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทั้ง
ร่าง ท าให้นางไม่สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง
นางไม่เคยรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน แต่ถ้า
ให้เปรียบเทียบระหว่างความเจ็บปวดทางร่างกายกับ
จิตใจ คงต้องกล่าวว่าความเจ็บปวดทางด้านจิตใจที่
นางได้รับนั้นร้ายแรงมากกว่า
ส าหรับนาง ๆ คิดว่าตนเองมีโอกาสชนะ แต่กลับพ่าย
แพ้ซะอย่านั้น?
แม้แต่ผู้ชมยังตกตะลึงกับผลลัพธ์และเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้น จน อู่ อวี้ เดินออกจากสนามประลองกลับสู่
แทนผู้รับชม เหล่าจักรพรรดิเซียนที่อยู่โดยรอบต่าง
ส่งเสียงไชโยโห่ร้องกันอื้ออึง ซึ่งเสียงเหล่านี้มิใช่ใคร
อื่นมันมาจากศิษย์พี่ศิษย์น้องจักรพรรดิเซียนของ
สวรรค์ฤทัยนั่นเอง
พวกเขาทั้งหมดแอบคิดว่า อู่ อวี้ คงปราชัยในศึกครั้ง
นี้เป็นแน่แท้ แต่ที่ไหนได้เขากับสร้างจุดเปลี่ยนในช่วง
ท้ายการต่อสู้ ใครเล่าจะคาดคิดว่าจะมีเรื่องเช่นนี้
เกิดขึ้น
“ฮ่า ๆ ๆ ! เห็นหรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าเหล่าอู่ไม่เคย
แพ้คู่ต่อสู้ในระดับเดียว และจะไม่มีข้อยกเว้นกับใคร
ทั้งนั้น เท่ากับว่าตอนนี้เขาเข้าสู่รอบสี่คนสุดท้ายแล้ว
ใช่หรือไม่?” หนานซานหวางเยว่หัวเราะแล้วโบก
สะบัดพัดอย่างสง่างาม
ส่วนศิษย์คนอื่น ๆ ของปรมาจารย์สุภูติที่อยู่ด้านข้าง
ต่างก็พากันหัวเราะสรวลเสเฮฮาเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ว่าอย่างไรหากสามารถเข้าสู่รอบรองชนะเลิศสี่
อันดับสุดท้ายได้ก็ถือเป็นเรื่องดีมิใช่น้อย ส าหรับผล
การต่อสู้ในอนาคตนับจากนี้ไม่ว่าชนะหรือแพ้ก็หาใช่
เรื่องส าคัญอีกต่อไป ในความคิดของศิษย์ร่วมส านัก
ทุกคน อู่ อวี้ ได้พิสูจน์ตนเองแล้ว เขาได้พิสูจน์ให้
เห็นว่ามนุษย์ที่ฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรจนกลายเป็นเซียน
อมตะมีพลังฝีมือไม่ได้ด้อยไปกว่าเหล่าทายาท
จักรพรรดิเซียนเลย ดีไม่ดีอาจจะเหนือกว่าด้วยซ ้าไป!
” ตั้งแต่รอบรองชนะเลิศจนถึงรอบชิงชนะเลิศ คู่ต่อสู้
ที่เขาต้องเจอล้วนแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหยาง
เชียนหรือหลี่เทียนจี พวกเขามีฝีมือร้ายกาจจนน่า
กลัวยากที่จะเอาชนะได้” เหล่าศิษย์ปรมาจารย์สุภูติ
หลายคนพูดคุยกันเบา ๆ ถึงการต่อสู้ครั้งต่อไปของ อู่
อวี้ ว่าเขาไม่มีแนวโน้มชนะได้เลย
อย่างไรก็ตามการที่ อู่ อวี้ เอาชนะนางเซียน
เหยาอวิ๋นได้ ถือเป็นระเบิดโจมตีเข้าใส่กลุ่มทายาท
จักรพรรดิเซียนเลยก็ว่าได้
ซึ่งหมายความว่าทายาทของเหล่าจักรพรรดิเซียนจะ
ถูกก าจัดออกไปสี่คนในรอบนี้ และ อู่ อวี้ ก็ติดอยู่ใน
รอบสี่คนสุดท้ายซึ่งเรื่องนี้สร้างความอับอายให้แก่
จักรพรรดิเซียนสวรรค์เป็นอย่างยิ่ง
” บัดซบ ไอ้เด็กผู้นี้ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก!”
มหาเทพตงหัวกล่าวขึ้นด้วยท่าทางเย็นชาเป็นอย่าง
ยิ่ง มันไม่เคยคิดว่า อู่ อวี้ จะสามารถพลิกกระแสการ
ต่อสู้กลับมาได้ในช่วงสุดท้าย จนท าให้บุตรสาวของ
มันได้รับ ‘บาดเจ็บสาหัส’
นางเซียนเหยาอวิ๋นถูกประคบประหงมดูแลปานไข่ใน
หินมาตั้งแต่เล็กจนโต แม้แต่ตัวมันเองก็ไม่เคยทุบตี
นาง แล้ว อู่ อวี้ เป็นใครกันถึงท าให้บุตรสาวสุดที่รัก
ของมันบาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้!
มันจ้องเขม็งไปยัง อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย
ความโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการที่ อู่ อวี้ เอาชนะบุตรสาวของ
มัน ท าให้มันจะเกลียดชัง อู่ อวี้ ปานใด แต่มันก็ไม่
อยากคิดมากกับเรื่องนี้ เพราะการแข่งขันต่อสู้เต็มไป
ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เมื่อตัดสินใจเข้าร่วมการ
แข่งขันจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจมาให้พร้อมส าหรับ
ความพ่ายแพ้ มิเช่นนั้นจะมีเกียรติเหลืออยู่ได้
อย่างไร?
ดังนั้นมันจึงไม่กล่าวอันใดให้มากความ แต่รีบท าการ
รักษานางเซียนเหยาอวิ๋นบุตรสาวสุดที่รัก
ระหว่างการรักษานางเซียนเหยาอวิ๋นยังคงกระสับ
กระส่ายด้วยความเจ็บปวดร้องโอดโอยไปพลาง
สาปแช่ง อู่ อวี้ ไปพลาง หลังจากรักษาเสร็จสิ้นนางก็
รีบวิ่งไปยืนอยู่ข้าง ๆ หลี่เทียนจีทันที
” เทียนจี∼ ถ้าเจ้าพบเจอ อู่ อวี้ เมื่อใดช่วยแก้แค้น
สอนบทเรียนให้กับมันด้วย!” นางเซียนเหยาอวิ๋นก
ล่าวด้วยความโกรธจัด
“นางเซียนเหยาอวิ๋น เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
บัดนี้หลี่เทียนจีเต็มไปด้วยโทสะ ถึงแม้มันจะชื่น
ชอบลั่วผินมากก็จริง แต่มันก็ถือว่านางเซียน
เหยาอวิ๋นกับนางเซียนหลิงหมี่เป็นสตรีของมันเช่นนี้
มานานแล้ว
ถึงแม้มันจะตกหลุมรักลั่วผิน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า
มันไม่ต้องการสตรีทั้งสองอีกต่อไป เพียงแค่มัน
ต้องการสตรีเพิ่มอีกคนเท่านั้น ส าหรับมันแล้วการมี
คนรักสามคนไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอันใด
ทว่ายาม อู่ อวี้ ท าให้ผู้หญิงที่มันชื่นชอบคนหนึ่ง
ได้รับบาดเจ็บ แล้วมันจะทนได้อย่างไร?
” ข้าถูกชายผู้นั้นทุบตีจนปวดไปทั่วทั้งตัว มันช่างต ่า
ช้านัก!” นางเซียนเหยาอวิ๋นก่นด่าตะคอกดูถูก อู่ อวี้
อีกครั้ง
” นางเซียนมิต้องกังวล หากข้าหลี่เทียนจีได้พบกับ อู่
อวี้ ข้าจะท าให้มันรู้ว่าความสิ้นหวังแลฟ้าสูงแผ่นดิน
ต ่าเป็นเช่นใด!” หลี่เทียนจีตะคอกอย่างเย็นชา พร้อม
แผ่จิตสังหารขณะจ้องเขม็งไปยัง อู่ อวี้ จากระยะไกล
มันอยากเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ มานานแล้ว แต่วงล้อห
ยินหยางของปรมาจารย์สุภูติ มิได้จับคู่มันกับ อู่ อวี้
ให้เผชิญหน้ากัน
สิ่งนี้ท าให้มันรู้สึกร าคาญใจเล็กน้อย ในความคิดของ
มันตราบใดที่มันได้เผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ มันย่อม
เอาชนะและก าจัดเขาออกจากการแข่งขันได้อย่าง
ง่ายดาย มีหรือ อู่ อวี้ จะได้อาละวาดแสดงความ
โอหังอยู่ในบททดสอบจากจักรพรรดิเซียนนานถึง
เพียงนี้?
นี่เป็นเรื่องของโชค แต่ในท้ายสุดมันก็โชคไม่ดี
หลี่เทียนจีมั่นใจเป็นอย่างมากว่าตนเองจะเข้าสู่รอบ
รองชนะเลิศได้อย่างแน่นอน เป้าหมายของมันคือการ
ได้รับอันดับหนึ่ง ดังนั้นไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร มันก็
มิได้สนใจมากนัก
ตราบเท่าที่เขาเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ความเป็นไปได้
ที่จะเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ ก็จะสูงมากยิ่งขึ้น เมื่อถึง
ยามนั้นมันจะสอนบทเรียนให้กับ อู่ อวี้ อย่างแน่นอน
เหล่าแขกเหรื่อจักรพรรดิเซียน ต่างมุ่งความสนใจไป
ที่มหาเทพตงหัว พวกมันทั้งหมดต่างเข้ามาสนับสนุน
แลปลอบโยนนางเซียนเหยาอวิ๋น ในขณะเดียวกัน
จักรพรรดิเซียนหลายคนก็รู้สึกไม่พอใจ อู่ อวี้ เป็น
อย่างมาก ใครใช้ให้เขา ‘กลั่นแกล้ง’ นางเซียน
เหยาอวิ๋นกันเล่า?
หากทายาทของมันรังแกผู้อื่นย่อมมิใช่เรื่องผิดปกติ
อันใด
แต่ถ้าผู้อื่นรังแกทายาทของมัน พวกมันไม่มีทางยอม
อย่างแน่นอน!
มิฉะนั้นแล้วพวกมันจะพยายามอย่างหนัก ปีนป่าย
ขึ้นมาบนสวรรค์เผื่อได้รับสถานะสูงส่งเช่นนี้ไปเพื่อ
อันใด?
ทั้งหมดมิใช่เพื่อทายาทของตนเองเช่นนั้นหรือ?
การแข่งขันในรอบรองชนะเลิศยังคงด าเนินต่อไป ซึ่ง
ในช่วงเวลาหลังจากนี้ อู่ อวี้ คอยเฝ้าดูการต่อสู้ของ
ทุกคน แต่บางครั้งก็จะมีศิษย์พี่บางคนร่วมแสดง
ความยินดีชื่นชมในความสามารถของเขา
อู่ อวี้ ตอบรับแต่ละคนอย่างสุภาพ เนื่องจาก
จักรพรรดิเซียนเหล่านี้ล้วนเป็นศิษย์ของปรมาจารย์สุ
ภูติและคอยอยู่เคียงข้างเขา
อย่างไรก็ตามแม้จักรพรรดิเซียนเหล่านี้จะร่วมแสดง
ความยินดีกับเขา แต่ อู่ อวี้ ก็สังเกตเห็นจากดวงตา
ของเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้อง พวกเขามิได้คิดว่าตนมี
โอกาสในรอบต่อไปมากนัก
เมื่อการต่อสู้ในรอบก่อนรองชนะเลิศเพื่อค้นหาผู้เข้า
แข่งขัน สี่คนสุดท้ายสิ้นสุดลง บัดนี้ผู้เข้าแข่งขัน 4
คนสุดท้ายได้ถูกก าหนดแล้ว นอกจาก อู่ อวี้ ที่
เอาชนะนางเซียนเหยาอวิ๋นเป็นคนแรก คนต่อไปคือห
ยางเชียนบุตรชายของเทพสามตา , หลี่เทียนจี
บุตรชายของเทพนาจามหาเทพสยบสมุทรซานถัน
และคนสุดท้ายก็คือเจียงไท่จี๋บุตรชายของมหาเทพ
เจียวหวงประมุขเหลืองสูงสุด ในสายตาของ อู่ อวี้
คนผู้นี้นับว่าไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง มันแข็งแกร่ง
พอที่จะต่อกรกับหลี่เทียนจีและหยางเชียน หากพบ
เจอในรอบรองชนะเลิศ เขาคงต้องระวังตัวเช่นกัน
อู่ อวี้ , หยางเจียน , หลี่เทียนจี , เจียงไท่จี๋
การรวมตัวกันของผู้เข้าแข่งขันสี่อันดับแรก แสดงให้
เห็นว่าการแข่งขันในบททดสอบจักรพรรดิเซียนได้
มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ยังเหลือการแข่งขันอีกสาม
รอบเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวก าหนดว่าผู้ใดจะได้รับอันดับ
หนึ่งในบททดสอบจักรพรรดิเซียน
ผู้ที่ได้อันดับหนึ่ง จักได้รับโอกาสในการเข้าสู่แดน
สงครามสู่นิรันดร์ มีโอกาสมากที่คนผู้นั้นจะทะลวงฝ่า
ด่านบรรลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
หากพลาดโอกาสนี้ไป แม้เหล่าทายาทจักรพรรดิ
เซียนจะมีทรัพยากรเพียงพอ หรือต้องการผลักดัน
เด็ก ๆ เข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียน อย่างน้อยก็
ต้องรอเวลาอีกหลายหมื่นปีหรือหลายแสนปี
แน่นอนว่าส าหรับจักรพรรดิเซียน เวลามิได้มี
ความหมายอันใดมากนัก
แต่กุญแจส าคัญก็คือเมื่อใดที่บรรลุกลายเป็น
จักรพรรดิเซียน คนผู้นั้นจะมีชีวิตเป็นนิรันดร์
หากไม่รีบฉวยโอกาสในบททดสอบจักรพรรดิเซียน
แล้วมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เป็นไปได้ว่าพวกมันอาจ
ไม่มีโอกาสในการก้าวเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียน
นิรันดร์ตลอดไปเลยก็ว่าได้ เช่นนั้นพวกมันจะยอม
ปล่อยให้ชีวิตโรยรายกตกตายไปงั้นหรือ?
ดังนั้นอันดับหนึ่งในบททดสอบจักรพรรดิเซียนนี้
แม้กระทั่งจักรพรรดิเซียนสวรรค์ก็ยังรู้สึกวิตกกังวล
เช่นกัน
ผู้ใดจะได้รับอันดับหนึ่งสามารถมองเห็นได้จากการ
ต่อสู้ในรอบรองชนะเลิศ
หลังจากผ่านไปหนึ่งปี ในที่สุดบททดสอบจักรพรรดิ
เซียนก็มาถึงช่วงเวลาส าคัญ
การต่อสู้ในรอบรองชนะเลิศได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
อู่ อวี้ , หยางเชียน , หลี่เทียนจี , เจียงไท่จี๋ เหล่า
สหายและพี่น้องที่อยู่ข้าง ๆ เขา แสดงออกด้วย
ท่าทางจริงจังเล็กน้อย เมื่อการแข่งขันมาถึงขั้นนี้ ไม่
ว่าผู้ใดที่ถูกก าหนดให้ประลองกันล้วนมีความส าคัญ
เป็นอย่างยิ่ง ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจท าให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงอย่างไม่คาดคิด
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าส าหรับทายาทจักรพรรดิเซียนอีก
สามคน อู่ อวี้ เป็นผู้ที่รับมือได้ง่ายที่สุด
บนสนามประลอง หยางเชียน , หลี่เทียนจี หรือ
แม้แต่เจียงไท่จี๋ต่างมองไปที่ อู่ อวี้ เป็นตาเดียว เห็น
ได้ชัดว่าพวกมันหวังว่าตนเองจะได้ต่อสู้กับ อู่ อวี้
เพื่อโอกาสในการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
ทุกคนต่างเห็นการต่อสู้ระหว่าง อู่ อวี้ กับนางเซียน
เหยาอวิ๋น ซึ่ง อู่ อวี้ ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล ้าถูกกดดัน
อยู่ตลอดเวลา ถ้ามิใช่เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ในช่วงสุดท้าย เขาคงไม่มีทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
ได้
ดังนั้นในสายตาของสามคนที่เหลือ อู่ อวี้ คือคนที่
อ่อนแอที่สุด
————————