กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1695: สามเศียรหกกร
น่าเสียดาย แม้จะเผชิญหน้ากับศาสตราเซียนก าเนิด
ภพของเจียงไท่จี๋ก็ตาม หยางเชียนกับสุนัขเห่าฟ้า
‘ทรราช’ ก็หาได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย
‘ทรราช’ สุนัขเห่าฟ้าตัวนี้แข็งแกร่งเหนือกว่าสุนัขฟ้า
ค ารามของ ‘เจ้าเทวะกู่หั่ว’ ที่ อู่ อวี้ เคยพบเจอมา
ก่อน ร่างของมันเป็นสีด าสนิทท่าทางเย็นชาอ ามหิต
มิได้ด้อยไปกว่าหยางเชียนผู้เป็นนายแต่อย่างใด
หลังจากปรากฏตัวมันก็คอยยืนคุมเชิงอยู่เคียงข้างกับ
นายของมัน
เมื่อเจียงไท่จี๋ใช้ออกด้วยกายาทองค าเหลืองสูงสุด
และเข้าจู่โจมศัตรูด้วยกระบี่จักรพรรดิธรณีศักดิ์สิทธิ์
เทียนหวง หยางเชียนกับสุนัขฟ้าค าราม ‘ทรราช’ ก็
เริ่มเคลื่อนไหว
การเคลื่อนไหวนี้ท าให้ความว่างเปล่าเบื้องหน้าของห
ยางเชียนแตกเป็นเสี่ยง ๆ พลังอันน่าสะพรึงกลัว
สั่นสะเทือนทุกสรรพสิ่งที่อยู่โดยรอบอย่างรวดเร็ว
ราวกับมหาคลื่นยักษ์วารี นี่คือพลังที่สามารถท าลาย
ความว่างเปล่าได้ สุนัขเห่าฟ้า ‘ทรราช’ กับหยาง
เชียนสองแรงร่วมมือเป็นหนึ่ง ระเบิดอ านาจให้
ร่างกาย จนสามารถสร้างผลกระทบอันน่า
สะพรึงกลัวเช่นนี้ได้!
เจียงไท่จี๋ในร่างกายาทองค าเหลืองสูงสุด อยู่
ท่ามกลางความปั่นป่วนอันน่าตกตะลึง ท าให้มันไม่
สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อีก ส่วนกระบี่จักรพรรดิ
ธรณีศักดิ์สิทธิ์เทียนหวงในมือ สามารถตวัดกวัดแกว่ง
แสงสีทองออกไปได้เพียงเท่านั้น แต่ก็ถูกความว่าง
เปล่าที่อยู่ตรงใจกลางบดขยี้ท าลายเป็นเสี่ยง ๆ
แม้จะเป็นเพียงการเคลื่อนไหวในช่วงสั้น ๆ แต่การ
ร่วมมือระหว่างหยางเชียนกับสุนัขเห่าฟ้า ‘ทรราช’ ก็
สามารถท าให้ผู้ชมตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
กล่าวได้ว่านี่เป็นครั้งแรกของหยางเชียนได้แสดงฝีมือ
อย่างเต็มที่ในบททดสอบจักรพรรดิเซียน และ
เนื่องจากนี่คือช่วงท้ายของการแข่งขันจึงเป็นเรื่อง
ปกติที่มันจะแสดงทักษะความสามารถที่เก็บซ่อนอยู่
ออกมา
คลื่นพลังที่บังเกิดขึ้นในสนามประลองท าให้ความว่าง
เปล่าสั่นสะเทือนระเบิดออก ส่งผลให้เจียงไท่จี๋ไม่
สามารถเข้าใกล้หยางเชียนได้เลย มิหน าซ ้ามันยังถูก
คลื่นกระแทกอัดเข้าใส่ร่างอย่างต่อเนื่อง จนร่างกาย
ของมันเกิดรอยบาดแผลหนึ่งการอัดกระแทกต่อหนึ่ง
บาดแผล คลื่นพลังที่ท าให้ความว่างเปล่าแตกสลาย
เหล่านี้ เจียงไท่จี๋ไม่สามารถต้านทานพลังของมันได้
แม้จะใช้กระบี่จักรพรรดิธรณีศักดิ์สิทธิ์เทียนหวงใน
มือก็ตาม
ภายใต้การสะกดข่มอย่างต่อเนื่องเจียงไท่จี๋มิอาจทาน
ทนได้อีกต่อไป ในที่สุดร่างของมันก็ลอยกระเด็นปลิว
ออกนอกสนามประลอง เท่ากับว่าการต่อสู้ครั้งนี้ได้
สิ้นสุดลง โดยชัยชนะได้ตกเป็นของฝั่งหยางเชียน
เสียงปรบมือดังกระหึ่มกึกก้องมาจากบริเวณที่นั่งของ
ผู้รับชม จักรพรรดิเซียนหลายต่างรับรู้ถึงแข็งแกร่งใน
ปัจจุบันของหยางเชียน แม้แต่หลี่เทียนจีคงไม่อาจ
เผชิญหน้าต่อสู้กับมันได้ หรือเป็นใครก็ตามหากต้อง
เผชิญหน้ากับมันคงได้พบเจอแต่ทางตันอย่าง
แน่นอน!
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น อู่ อวี้ จับตาเฝ้าดูด้วยท่าทาง
เคร่งขรึมเล็กน้อย
หากเขาต่อสู้กับหลี่เทียนจีและได้รับชัยชนะมาครอง
ผู้ที่เขาจะเผชิญหน้าในท้ายสุดก็คือหยางเชียน หาก
มันผนึกก าลังต่อสู้กับสุนัขเห่าฟ้า ‘ทรราช’ เป็นอะไรที่
รับมือได้ยากยิ่ง
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาต้องพิจารณาวิธีการที่จะ
จัดการกับหลี่เทียนจีก่อน
ชายผู้นี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าหยางเชียนอย่างแน่นอน!
บรรดาจักรพรรดิเซียนผู้มาในฐานะแขกต่างส่งเสียง
ให้ก าลังใจกันอื้ออึง ส่วนทางด้านศิษย์ของ
ปรมาจารย์สุภูติแห่งสวรรค์ฤทัยต่างแสดงท่าทางไม่
พอใจอยู่ไม่น้อย พวกเขารู้สึกว่าการต่อสู้ในรอบต่อไป
ท่าจะดูไม่ดีแล้ว จากฝีมือความแข็งแกร่งที่ อู่ อวี้
แสดงให้เห็นในรอบก่อนท าให้ผู้ชมสามารถตัดสินได้
ว่าคงเป็นเรื่องยากที่เขาจะเอาชนะหลี่เทียนจี
มิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ เพียงแค่โอกาสเป็นไปได้นั้นน้อย
นิดเหลือเกิน โดยเฉพาะพลังอิทธิฤทธิ์ที่หลี่เทียนจี
แสดงออกมาให้เห็นก่อนหน้านี้มันช่างกดขี่ข่มเหง
เป็นอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับ อู่ อวี้ แล้วเขาดูมีฝีมือด้อย
กว่ามันมาก
ที่ส าคัญคือหลี่เทียนจีมีศาสตราเซียนก าเนิดภพอยู่กับ
ตัวมากกว่าหนึ่งชิ้น และนี่คือความได้เปรียบอัน
ยิ่งใหญ่ของชายผู้นี้ในบททดสอบจักรพรรดิเซียน!
” ข้าได้ยินมาว่าสุนัขเห่าฟ้าของหยางเชียนมีนามว่า
‘ทรราช’ ส่วนของเทพสามตามีชื่อว่า ‘ประกาศิต’
สายเลือดของสุนัขเห่าฟ้าตัวนี้ช่างน่าริษยาเป็นอย่าง
ยิ่ง คงจะดีไม่น้อยหากทายาทของข้ามีสัตว์อสูรระดับ
นี้เคียงข้าง?”
เหล่าจักรพรรดิเซียนที่มาเป็นแขกยังคงพูดคุย
เกี่ยวกับการต่อสู้ยามนี้
พวกเขาแทบไม่ได้มองด้วยซ ้าว่า อู่ อวี้ เดินเข้าไปใน
สนามแล้ว ในสายตาของพวกมัน อู่ อวี้ ไม่มีโอกาส
ชนะหลี่เทียนจีแม้แต่น้อย คนที่พวกมันสนใจมีแค่หลี่
เทียนจีกับหยางเชียนว่า ผู้ใดจะชนะขึ้นเป็นอันดับ
หนึ่ง
ชัยชนะของบททดสอบจักรพรรดิเซียนครั้งนี้ไม่มีทาง
ที่จะตกอยู่ในมือของ อู่ อวี้ ได้
หลี่เทียนจีก็คิดเช่นเดียวกับพวกมัน นับตั้งแต่ถือ
ก าเนิดเกิดมาจวบจนปัจจุบันมันยังไม่เคยพ่ายแพ้
ให้กับผู้ใด ดังนั้นแทบไม่ต้องกล่าวถึงหากมันพ่ายแพ้
ให้แก่ อู่ อวี้ คงเป็นความอัปยศที่ไม่อาจลบล้างไปชั่ว
ชีวิตนี้ของมันแน่
มันจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับ อู่ อวี้ อย่างเด็ดขาด!
” อู่ อวี้ ในที่สุดเจ้าก็ได้พบกับข้า เป็นอย่างไรบ้าง
รู้สึกหวาดกลัวหรือไม่? ”
เมื่อเห็น อู่ อวี้ ก้าวเข้ามาในสนามประลอง สีหน้า
ของหลี่เทียนจีก็เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
หลังจากนั้นมันก็ค่อย ๆ เดินไปที่สนามประลอง
ในขณะที่มันก้าวเดินเข้าสู่สนามประลอง สายตาของ
มันก าลังจับจ้องไปยังทิศทางที่ลั่วผินอยู่ แววตาของ
มันเปล่งประกายด้วยความรักใคร่ปรารถนา ” อู่ อวี้
หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ลั่วผินจะได้เห็นความต่างชั้น
ระหว่างเจ้ากับข้า! เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะให้ท่านปู่ของ
ข้าไปที่ตระกูลเทพมังกรเพื่อสู่ขอนาง ดูซิว่าจะมีผู้ใด
กล้าปฏิเสธ? ”
” พล่ามเรื่องเหลวไหลอะไรอยู่ได้ เอาชนะข้าให้ได้
ก่อนแล้วค่อยพูดจาใหญ่โต ”
อู่ อวี้ ดูเย็นชาเคร่งขรึม สิ่งที่เขาเกลียดชังมากที่สุด
คือคนที่เอาคนรอบตัวของเขามาข่มขู่ ไม่ต้อง
กล่าวถึงความคิดที่หลี่เทียนจีต้องการกระท า ตอนนี้
มันก าลังมุ่งเป้ามาที่คนส าคัญสุดในชีวิตของเขาซึ่งก็
คือลั่วผิน!
นี่คือการกระท าที่เขาไม่สามารถให้อภัยได้ ฉะนั้นการ
ต่อสู้ครั้งนี้ อู่ อวี้ จะทุ่มเทอย่างสุดชีวิตเพื่อชัยชนะ
เขาจะต้องไม่พ่ายแพ้อย่างเด็ดขาด
เมื่อค ากล่าวสิ้นสุดลงรอบกายของเขาก็เต็มไปด้วยกฎ
สวรรค์อัคคีทองค า รวมตัวควบแน่นเป็นแสงสีทอง
พวยพุ่งไปหาหลี่เทียนจี พลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้
เกือบจะแผดเผาความว่างเปล่า ท าให้อุณหภูมิอันสูง
ลิ่วแพร่กระจายไปทั่วทุกทิศทาง!
“ กฎสวรรค์อ่อนแอเช่นนี้ เจ้ายังกล้าแสดงออกมาอีก
งั้นรึ? ”
หลี่เทียนจีไม่สนใจกฎสวรรค์ที่เขาแสดงออกมาแถม
ยังกล่าวเยาะเย้ยด้วยความดูถูก จากนั้นมันก็ใช้ออก
ด้วยกฎสวรรค์อัคคีผลาญกระบวนท่านี้ท าให้เปลว
เพลิงจ านวนนับไม่ถ้วนตกลงมาจากฟากฟ้า
เผชิญหน้ากับกฎอัคคีทองค าของ อู่ อวี้ ท่ามกลาง
ความว่างเปล่ากฎสวรรค์ของปลดปล่อยอ านาจสะกด
ข่มเขาเล็กน้อย
“กฎสวรรค์จักรพรรดิเพลิง จักรพรรดิเพลิง … อู่ อวี้
หากคิดจะมาต่อสู้กับข้ายังไวไปหนึ่งแสนแปดพันปี
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” หลี่เทียนจีหัวเราะอย่างเย่อหยิ่ง กฎ
สวรรค์จักรพรรดิเพลิงของมันสามารถระงับกฎ
สวรรค์อัคคีทองค าของ อู่ อวี้ ได้จริงๆ!
ในความว่างเปล่ากฎสวรรค์อัคคีทองค าของ อู่ อวี้
ค่อย ๆ มอดดับลง กล่าวได้ว่าพลังกฎสวรรค์
จักรพรรดิเพลิงของฝ่ายตรงข้ามมันไม่ใช่ย่อยเลย
ทีเดียว
อย่างไรก็ตามกฎสวรรค์อัคคีทองค าของ อู่ อวี้ เป็น
เพียงกฎสวรรค์ชนิดแรกเท่านั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่
พลังของมันจะอ่อนแอ อู่ อวี้ หาได้สนใจกับค ากล่าว
เหลวไหลไร้สาระของหลี่เทียนจีแต่อย่างใดไม่
เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะต่อล้อต่อเถียงกับคน
ประเภทนี้
มีทางเดียวที่จะตอกหน้าหลี่เทียนจีคู่นี้ได้คือการ
เอาชนะมัน!
“กฎสวรรค์สัประยุทธ์!”
“กฎสวรรค์เนตรเพลิง!”
อู่ อวี้ ใช้พลังของกฎสวรรค์สองชนิดในเวลาเดียวกัน
ทันที เมื่อกฎสวรรค์สัประยุทธ์ถูกใช้ออกและราย
ล้อมรอบกายเขา ความแข็งแกร่งของเขาก็พุ่งทะยาน
สูงขึ้นทันที ขณะเดียวกันดวงเนตรของเขาก็เปล่ง
ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพลันพวยพุ่งออกไปทันที
พลังดังกล่าวบดขยี้เข้าใส่หลี่เทียนจีในบัดดล
พลังกฎสวรรค์เนตรเพลิงที่ถูกปลดปล่อยออกมา
แม้แต่หลี่เทียนจีก็ยังประหลาดใจ และดูเหมือนมันจะ
ไม่ทันระวังตัวกับการโจมตีนี้
กระท าเพียงสะบัดมือ ฉับพลันศาสตราเซียนก าเนิด
ภพก็ปรากฏขึ้นในมือของมัน นั่นคือหอกยาวที่ถูก
ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิง เพียงแค่กระตุ้นใช้ความว่าง
เปล่าโดยรอบก็บังเกิดพายุเปลวเพลิงควบแน่นขึ้น!
เมื่อเปลวเพลิงดังกล่าวปะทะเข้ากับกฎสวรรค์เนตร
เพลิงของ อู่ อวี้ พลังของทั้งสองก็ถูกท าลายหายไป
ท่ามกลางความว่างเปล่าทันที
” อู่ อวี้ เจ้าคนอวดดี ข้าหลี่เทียนจีจะท าให้เจ้ารู้ว่า
ฟ้าสูงแผ่นดินต ่าเป็นเช่นใด!”
หลังจากประมือลองเชิงกันสองครั้ง หลี่เทียนจีก็ทนไม่
ไหวอีกต่อไป มันกู่ร้องค ารามโกนออกมาเสียงดังลั่น
หลังจากนั้นรูปร่างหน้าตาของมันก็เปลี่ยนไปอย่าง
ฉับพลัน จากเดิมที่ดูหล่อเหลาส าอางก็แปรเปลี่ยน
เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวมีสามเศียรหกกร
“พลังอิทธิฤทธิ์สามเศียรหกกร!”
แม้แต่ผู้ชมบนแท่นรับชมทุกคนร้องตะโกนออกมา
ด้วยความตื่นตะลึง นี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ที่มีชื่อเสียง
ของเทพนาจา พลังอิทธิฤทธิ์นี้จะช่วยเพิ่มความ
แข็งแกร่งให้กับผู้ใช้ถึงสามเท่าในฉับพลัน!
ไม่เพียงแค่นั้น
เมื่อพลังอิทธิฤทธิ์ได้เปลี่ยนรูปร่างให้หลี่เทียนจีเป็น
สามเศียรหกกร ศาสตราเซียนก าเนิดภพอีกสามชิ้นก็
ปรากฏขึ้นบนตัวของมัน เมื่อรวมหอกยาวอัคคีเข้าไป
แล้วศาสตราเซียนก าเนิดภพของมันก็มีทั้งหมดสี่ชิ้น
การต่อสู้บททดสอบจักรพรรดิเซียนก่อนหน้านี้ แต่ละ
ครั้งหลี่เทียนจีจะใช้ศาสตราเซียนก าเนิดภพเพียงหนึ่ง
หรือสองชิ้นเท่านั้น จากนั้นก็เสริมด้วยกฎสวรรค์ก็
สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้แล้ว
แต่เพื่อเอาชนะ อู่ อวี้ ให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ให้เขาตกอยู่ในสภาพสิ้นหวังอย่างสุดขีด หลี่เทียนจี
จึงแสดงพลังอิทธิฤทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา ซึ่งก็
คือพลังอิทธิฤทธิ์สามเศียรหกกร พร้อมกับศาสตรา
เซียนก าเนิดภพทั้งสี่ชิ้น
ศาสตราเซียนก าเนิดภพทั้งสี่ชิ้น แต่ละชิ้นล้วนเป็น
สมบัติที่หาได้ยากยิ่งบนสรวงสวรรค์ โดยที่ท้าวหลี่
มหาราชคัดสรรมาเป็นอย่างดีเลือกคุณสมบัติที่
เหมาะสมกับหลี่เทียนจีมากที่สุด
ส่วนที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของมันก็คือ ‘กงล้อวายุเพลิงพิภพ
คู่’ ซึ่งเป็นตัวแทนถึงพิภพเพลิงคู่ แม้ว่าพิภพอัคคีคู่
จะมิใช่พิภพจักรพรรดิของจักรพรรดิเซียน มิใช่เก้า
หมื่นพิภพขนาดเล็ก แต่มันคือพิภพที่อยู่ภายนอกซึ่ง
ถูกเรียกว่า ‘พิภพใบเล็ก’ ทั้งหมดล้วนถูกหลอมสร้าง
กลายเป็นศาสตราเซียนก าเนิดภพ
ศาสตราเซียนก าเนิดภพที่ถูกหลอมสร้างขึ้นมาจาก
พิภพใบเล็ก มีพลังที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง พลัง
ที่มีอยู่ในพิภพอัคคีของกงล้อวายุเพลิงพิภพคู่ มัน
แข็งแกร่งยิ่งกว่ากระบี่จักรพรรดิยอดบูรพาของนาง
เซียนเหยาอวิ๋นเสียอีก
ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นเพียงหนึ่งในศาสตราเซียนก าเนิด
ภพของหลี่เทียนจีเท่านั้น
“วงแหวนเจ็ดดารา , ผ้าไหมเทวะพันธนาการ , หอก
อัคคีเก้าทิวา , กงล้อวายุเพลิงพิภพคู่! กล่าวได้ว่า
ศาสตราเซียนก าเนิดภพที่หลี่เทียนครอบครองด้อย
กว่าเทพนาจาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น! ”
“ใช่แล้ว… ศาสตราเซียนก าเนิดภพทั้งสี่ชิ้นด้อยกว่า
เทพนาจาเล็กน้อย คาดว่าท้าวหลี่มหาราชคงตั้งใจ
สรรค์สร้างศาสตราเซียนก าเนิดภพที่เหมาะสมกับ
หลานชายมากที่สุด! ”
” ปกติแล้ว แม้แต่จักรพรรดิเซียนก็ยังมิได้ครอบครอง
ศาสตราก าเนิดภพพร้อมกันมากมายขนาดนี้ การที่
หลานชายตระกูลหลี่ครอบครองศาสตราเซียนก าเนิด
ภพถึงสี่ชิ้นเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่ามันเป็นคนโปรดของ
ท้าวหลี่มหาราชอย่างแท้จริง! ”
บนแท่นรับชม เมื่อจักรพรรดิเซียนทั้งหลายเห็นหลี่
เทียนจีแสดงพลังพลังอิทธิฤทธิ์สามเศียรหกกรพร้อม
กับศาสตราเซียนก าเนิดภพทั้งสี่ชิ้น พวกมันก็เริ่ม
พูดคุยกันทันที
ในสายตาของพวกมันทั้งหลายต่างคิดว่า หลี่เทียนจี
ใช้ความสามารถนี้จัดการกับหยางเชียนเช่นเดียวกัน
แล้วถ้าน ามันมาใช้จัดการกับ อู่ อวี้ ล่ะ?
พลังอ านาจดังกล่าวเสมือนค้อนขนาดใหญ่บดขยี้เข้า
ใส่คู่ต่อสู้!
อู่ อวี้ สัมผัสได้อย่างลึกซึ้งว่าพลังอ านาจที่แผ่ออกมา
จากคู่ต่อสู้นั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด พลังของ
ศาสตราเซียนก าเนิดภพทั้งสี่ชิ้นแทบจะบดขยี้เขาได้
โดยที่ยังไม่ทันได้ท าอะไร บรรยากาศแรงกดดัน
แพร่กระจายไปทั่วทั้งห้วงอเวจีมหาดารา ท าให้ทุก
คนต่างวิตกกังวล
———————-