กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1723: การต่อสู้ระหว่างอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
อู่ อวี้ พาลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซีส ารวจ
พื้นที่อันกว้างใหญ่ของแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
จากสถานการณ์ในยามนี้พวกเขาไม่สามารถแยกกัน
ได้ ถ้าทั้งสามบังเอิญพบเจอกับ ‘อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์’ ที่
โจมตีไม่เลือกหน้าเช่นดังก่อนหน้านี้ พวกเขาทั้งสาม
คงไม่สามารถต้านทานพวกมันได้อย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้พวกเขาทั้งสี่จึงรวมตัวกัน จากนั้นก็เลือก
ทิศทางส ารวจแดนเซียนอรหันต์สวรรค์อันกว้างใหญ่
ไร้สิ้นสุดนี้
พวกเขาไม่รู้ว่าเดินทางมาไกลแค่ไหนกันแล้ว แต่
เวลานี้พวกเขาได้ยินเสียงอันน่าสะพรึงกลัวดังมาจาก
ทิศทางด้านหน้าอยู่ลิบ ๆ เป็นเสียงของคนสองคน
ก าลังต่อสู้กัน คาดว่าคู่ต่อสู้ทั้งสองคงเป็นระดับเซียน
อย่างแน่นอน
ซึ่งมันดึงดูดความสนใจของ อู่ อวี้ กับพรรคพวกคน
อื่น ๆ เป็นอย่างยิ่ง
“ไปดูกันเถอะ”
อู่ อวี้ กับคนทั้งสามมองหน้ากัน พร้อมทะยานมุ่งหน้า
ไปยังต าแหน่งทิศทางที่มีการต่อสู้เกิดขึ้น
พวกเขาทั้งสี่สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในความว่าง
เปล่าอย่างต่อเนื่อง อันเกิดจากการต่อสู้ที่อยู่ห่างไกล
พอสมควร ราวกับว่าพลังการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัว
นี้ก าลังสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับพื้นที่หรือชั้น
บรรยากาศโดยรอบ
“เป็นการต่อสู้ของ ‘อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์’ สองคน!”
อู่ อวี้ พร้อมกับพรรคพวกค่อย ๆ เข้าใกล้จุดเกิดเหตุ
มากยิ่งขึ้น ในที่สุดพวกเขาก็พบว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
ทั้งสองที่ก าลังต่อสู้กันอยู่ด้านหน้า น่าจะมีฝีมืออยู่ใน
ระดับ ‘อาณาจักรอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เทิดหล้า’ ขั้นที่
สามเป็นอย่างน้อย ซึ่งสูงกว่าระดับฝีมือในปัจจุบัน
ของ อู่ อวี้
ด้วยพลังฝีมือการต่อสู้ของทั้งสองที่อยู่ในระดับสูง
มากเกินไป ท าให้ทุกการเคลื่อนไหวของพวกมันสร้าง
แรงสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวแก่ชั้นบรรยากาศ
ความว่างเปล่าโดยรอบ ท าให้ อู่ อวี้ กับพรรคพวก
ท าได้แค่เพียงเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ ไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้
ด้านหลังอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง มีพระพุทธรูปสีด า
ขนาดใหญ่สององค์ปรากฏอยู่ เฉกเช่นเดียวเกี่ยวกับ
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์กายาทองค าก่อนหน้านี้ ปัจจุบัน
พวกมันใช้กายาแท้อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ต่อสู้กัน
พระพุทธรูปสีด าขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของพวก
มันก าลังลอยคว้างอยู่ในท้องนภาที่เต็มไปด้วยหมู่
มวลดาราไร้สิ้นสุด
แม้ว่าพวกเขาจะเฝ้าดูการต่อสู้อยู่ห่าง ๆ ทว่า อู่ อวี้
ก็สามารถมองเห็นมนุษย์ปุถุชนและอรหันต์อมตะ ทุก
สรรพชีวิตยังคงใช้ชีวิตเติบโตอยู่บนพระพุทธรูปสีด า
ต่อไป
การต่อสู้ระหว่างอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง ส่งผล
กระทบต่อสรรพชีวิตที่อาศัยอยู่บนพระพุทธรูปสีด าที่
อยู่เบื้องหลังพวกมันบาดเจ็บล้มตายไปบ้าง
” อรหันต์นมัสจันทรามณีเจ้ากล้าที่จะดูหมิ่นข้าผู้นี้
การกระท าของเจ้าถือเป็นบาปมหันต์สมควรตาย
อย่างที่สุด! มหาฝ่ามืออรหันต์กุศลทาน! ”
กายาแท้อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่งร้องตะโกนด้วย
น ้าเสียงดุร้าย ฉับพลันฝ่ามือขนาดใหญ่ก็ควบแน่นขึ้น
เบื้องหน้าพระพุทธรูปทมิฬ พร้อมบดขยี้ท าลายความ
ว่างเปล่าเข้าใส่กายาแท้อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์อีกคนหนึ่ง
ไปตลอดทาง
“ อรหันต์นมัสกุสุมาทาน ต่อให้ข้าผู้นี้ดูหมิ่นเจ้า แล้ว
เจ้าจะท าอันใดได้? จงตายซะ!”
กายาแท้อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ดูโกรธเกรี้ยว
เป็นอย่างยิ่ง การโจมตีอันแสนดุดันโหดเหี้ยมอ ามหิต
ของพระพุทธรูปสีด าพวยพุ่งลงมาจากท้องฟ้าปก
คลุมพื้นที่ทั้งหมด ส่งผลให้พื้นที่ทั้งหมดถูกบดขยี้เป็น
เสี่ยง ๆ
แม้แต่ อู่ อวี้ ที่เฝ้าดูการต่อสู้จากระยะไกล ๆ ยัง
สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากชั้น
บรรยากาศ พลังฝีมือความแข็งแกร่งของพวกมันทั้ง
สองเหนือกว่า อู่ อวี้ มาก หาก อู่ อวี้ ต้องต่อสู้กับ
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เทิดหล้าทั้งสอง เขาคงพ่ายแพ้ใน
ไม่กี่อึดใจอย่างแน่นอน
การต่อสู้ระหว่างอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทมิฬทั้งสอง ท าให้
พื้นที่ความว่างเปล่าที่อยู่โดยรอบเกิดการสั่นสะเทือน
อย่างรุนแรง ส่วนสาเหตุของการต่อสู้นั้น อู่ อวี้ ยังไม่
คิดออกมาจนถึงตอนนี้
ดูเหมือนสาเหตุการต่อสู้น่าจะเกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรี
บางอย่าง?
อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ไม่เข้าใจสถานการณ์
เฉพาะเจาะจงที่แท้จริงว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่
แต่ดูเหมือนอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองจะดูหงุดหงิดอยู่
ไม่น้อย อารมณ์ที่พลุ่งพล่านของพวกมันไม่ต่างจาก
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์กายาทองค าก่อนหน้านี้
“ อย่าบอกนะว่าสาเหตุของการต่อสู้ครั้งนี้เป็นเพราะ
พวกมันแค่พูดจาผิดหูกัน?” หนานซานหวางเยว่
เฝ้าดูการต่อสู้อยู่ห่าง ๆ ฟังเสียงค ารามของพวกมัน
ทั้งสองที่ดังกึกก้องไปทั่วท้องเวหา ท าให้เขาอดจะ
คาดเดาสาเหตุอย่างช่วยไม่ได้
” ข้าเองก็จนปัญญาที่จะคาดเดา ว่าแต่เราแอบซุ่มดู
พวกมันเช่นนี้จะไม่ส่งผลกระทบอันใดต่อพวกเรา
หรือ? ” เย่ซีซีก็อยากรู้อยากเห็นมากเช่นกัน แต่ก็
เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใกล้ เพื่อไถ่ถามสถานการณ์ต้น
สายปลายเหตุ
ถ้าหากอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองโจมตีพวกเขาพร้อม
กันแล้วล่ะก็ พวกเขาคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก
หลบหนีไปรอบ ๆ
อรหันต์นมัสจันทรามณีกับอรหันต์นมัสกุสุมาทาน
พวกมันต่อสู้ชิงชัยเดิมพันกันด้วยศักดิ์ศรีท่ามกลาง
ความว่างเปล่า พวกมันโต้เถียงก่นด่ากันด้วยถ้อยค า
รุนแรง ค ากล่าวที่มันปรามาสใส่กันดูโหดร้ายเป็น
อย่างยิ่งบ่งบอกว่าพวกมันจะฉีกอีกฝ่ายให้แหลกเป็น
ชิ้น ๆ
ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง จะดู
ไร้เหตุผลยิ่งกว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์กายาทองค าก่อน
หน้านี้เสียอีก
ราวกับว่าพวกมันทั้งสองเป็นศัตรูเก่าแก่มาช้านาน
เมื่อได้ประสบพักตร์ก็ต่อสู้กันแบบเป็นตายแลกชีวิต
หากการต่อสู้เช่นนี้เกิดขึ้นบนแดนเซียนวังสวรรค์
หมายความว่าทั้งสองต้องเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันอย่าง
ลึกซึ้ง ถึงกระนั้นก็สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแม้
การต่อสู้การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มขึ้น แต่ทั้งสองก็
ปลดปล่อยการโจมตีก้นหีบเข้าใส่กันเสียแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์หรือพลังอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์เชื่อมสวรรค์ล้วนถูกปลดปล่อยออกมาอย่าง
เต็มก าลัง หมายมาดบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามให้ดับสูญคา
มือ
หลังจากเฝ้าดูการต่อสู้และฟังเสียงก่นด่าของพวกมัน
ทั้งสองอยู่สักพัก ในที่สุด อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ ก็เข้าใจ
ถึงสาเหตุของการต่อสู้ครั้งนี้
โดยพื้นฐานแล้วอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองมิได้มีความ
เกลียดชังกันเป็นทุนเดิม แต่ขณะที่พวกมันก าลัง
เดินทางอยู่ท่ามกลางท้องนภาที่เต็มไปด้วยหมู่มวล
ดาราแห่งนี้ ต้องมาประสบพบหน้ากันโดยบังเอิญ
หลังจากนั้นการต่อสู้ก็เกิดขึ้น
แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนมองหน้ากันก่อน แต่
ดูเหมือนมันจะท าให้อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์อีกคนหนึ่งไม่
พอใจ จนเกิดการต่อสู้ขึ้น
หลังจากนั้นความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ไม่
สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้การต่อสู้ครั้งใหญ่ของ
สองอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นขึ้น
เมื่อรู้ถึงชนวนเหตุของการต่อสู้ก็ท าให้ อู่ อวี้ และคน
อื่น ๆ รู้สึกฉงนแปลกใจอยู่ไม่น้อย
” อะไรกันเนี่ย? แค่ผ่านทางแล้วมองหน้ากันเป็น
ชนวนเหตุของการต่อสู้ครั้งนี้เลยหรือ?” ลั่วผินถึงกับ
อึ้ง ในใจก็แอบคิดว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่
แต่หลังจากที่เฝ้าดูการต่อสู้และฟังเสียงก่นด่าของ
พวกมันทั้งสอง ก็สามารถยืนยันได้ว่าชนวนเหตุเกิด
จากการมองหน้ากันจริง ๆ
อรหันต์นมัสจันทรามณีกับอรหันต์นมัสกุสุมาทาน
มิได้เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาก่อน เพียงแค่พวกมันทั้ง
สองมองหน้ากันแล้วก็ต่อสู้กันอย่างไร้เหตุผล จากนั้น
ก็ลุกลามใหญ่โตถึงขนาดจะฆ่าจะแกงกัน ทั้งหมดนี้
ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี
ดูเหมือนว่าอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองจะสูญเสียการ
ควบคุมอารมณ์และเหตุผลไปอย่างสิ้นเชิง ท าให้พวก
มันกลายเป็นคนดุร้ายหัวรุนแรงกระหายโลหิตเช่นนี้
พลังอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เชื่อมสวรรค์กับเคล็ดอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ สาดประโคมโจมตีเข้าใส่กันไม่ยั้ง อีกทั้งการ
ต่อสู้ของพวกมันยังเป็นการต่อสู้อย่างสุดก าลัง ซึ่งจะ
น าไปสู่ความสิ้นหวังในที่สุด เนื่องจากพวกมันทั้งสอง
ใช้แต่กระบวนท่าโจมตีเข้าใส่กันไม่มีหลบหลีกหรือ
ป้องกันเลยแม้แต่น้อย พวกมันงัดพลังอิทธิฤทธิ์
สารพัดกลเม็ดวิธีออกมาใช้ แม้ว่าตนเองจะได้รับ
บาดเจ็บสาหัส แต่ก็ต้องการท าให้คู่ต่อสู้ได้รับ
บาดเจ็บสาหัสยิ่งกว่า
สารพัดเคล็ดอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์และพลังอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์เชื่อมสวรรค์ถูกน าออกมาใช้ ท าให้พื้นที่ว่าง
เปล่าขนาดใหญ่ตรงหน้าถูกบดขยี้ท าลายเป็นเสี่ยง ๆ
ไม่นานนักอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองก็ได้รับบาดเจ็บ
สาหัสด้วยกันทั้งคู่ ถึงกระนั้นแล้วพวกมันก็ไม่ยอม
ถอยร่นปล่อยวาง ยังคงดึงดันต่อสู้โรมรันห ้าหั่นกัน
และกันต่อไป ความรุนแรงในการต่อสู้ทวีเพิ่มขึ้นเรื่อย
ๆ
ส่งผลให้พวกมันทั้งสองบาดเจ็บสาหัสปางตาย ชนิด
ที่เรียกว่าไม่สามารถยืนหยัดต่อได้ พวกมันทั้งสองจึง
ถอยร่นกลับไปในพิภพอรหันต์ทมิฬหรือพระพุทธรูปสี
ด าขนาดใหญ่ของตนเอง
หลังจากพวกมันกลับเข้าไปในพิภพอรหันต์ทมิฬหรือ
พระพุทธรูปสีด าขนาดใหญ่ของตนเอง พระพุทธรูปสี
ด าขนาดใหญ่ทั้งสองเคลื่อนไหวอย่างไม่คาดคิด
“เป็นไปได้หรือไม่ว่า พวกมันต้องการจะต่อสู้ทั้ง ๆ ที่
อยู่ในคราบพิภพอรหันต์?”
อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ต่างตะลึง
นั่นเพราะในพิภพอรหันต์มีสรรพชีวิตอาศัยอยู่หลาย
ร้อยล้านชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ปุถุชนหรืออรหันต์
อมตะรวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่อยู่ตามธรรมชาติ
กล่าวได้ว่าขณะนี้สรรพชีวิตที่อยู่ในพิภพอรหันต์
ก าลังตกอยู่ในความเสี่ยงมหันต์
เมื่อพิภพอรหันต์ถูกโจมตี ทุกสรรพชีวิตที่อาศัยอยู่
ต้องพบเจอกับความสิ้นหวัง ไม่มีทางรอดอย่าง
แน่นอน!
ขณะที่ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ แทบไม่น่าเชื่อสายตาของ
ตนเอง พระพุทธรูปทมิฬทั้งสองหรือพิภพอรหันต์ก็
เริ่มเปิดฉากการต่อสู้กันอีกครั้ง
พระพุทธรูปสีด าขนาดยักษ์ทั้งสองเริ่มพุ่งปะทะชนกัน
พลังอันน่าสยดสยองสามารถบดขยี้มนุษย์ให้แหลก
เหลวเป็นชิ้น ๆ ระเบิดออกถึงขีดสุด ถึงแม้บนพื้นผิว
ของมันจะมีโล่สีด าเคลือบอยู่ แต่ทุก ๆ การปะทะกัน
ที่เกิดขึ้น สามารถท าให้ทุกสรรพชีวิตจ านวนนับไม่
ถ้วนพินาศล้มตายกันเป็นเบือ!
แม้ว่าภาพฉากที่เกิดขึ้นจะดูอลังการเป็นอย่างยิ่ง แต่
ส าหรับ อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ มันคือภาพที่น่าเหลือเชื่อ
น่าตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง
กล่าวได้ว่าอรหันต์นมัสจันทรามณีกับอรหันต์นมัส
กุสุมาทานไม่สนใจไยดีสรรพชีวิตที่อาศัยอยู่ในพิภพ
อรหันต์ของมันเลยแม้แต่น้อย ไม่สนใจว่ามีสิ่งมีชีวิต
ตกตายกันไปมากเท่าใด
หลังจากพระพุทธรูปสีด าขนาดใหญ่ทั้งสองระเบิด
การโจมตีเข้าใส่กัน ทุกสรรพชีวิตจ านวนนับไม่ถ้วนที่
อยู่บนพื้นผิวพิภพอรหันต์ได้ผสานรวมกับผืนปฐพี
และนี่คือกายาพิภพอรหันต์ของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
ดูเหมือนระหว่างที่อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองโรมรันต่อสู้
กัน สรรพชีวิตจ านวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ภายในพิภพได้
ถูกดูดกลืนแปรเปลี่ยนเป็นพลังส่วนหนึ่งให้กับตนเอง
ด้วยวิธีนี้สรรพชีวิตที่อยู่ภายในหลายล้านชีวิตอาจจะ
มีชีวิตรอดจากสงครามการต่อสู้ครั้งนี้ก็เป็นได้ หรือไม่
ก็อาจบาดเจ็บล้มตายพร้อมกันในคราวเดียว เท่ากับ
ว่าพระพุทธรูปสีด าขนาดยักษ์ทั้งสองอาจจะไม่มี
สรรพชีวิตอาศัยอยู่อีกต่อไป ไม่มีสรรพชีวิตใดรอด
จากการต่อสู้ครั้งนี้!
หลังจากสิ่งมีชีวิตจ านวนนับไม่ถ้วนภายในพิภพ
อรหันต์ทั้งสองถูกดูดกลืน ความแข็งแกร่งของพวก
มันทั้งสองก็ทวีเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน บัดนี้พวกมันใช้
พิภพอรหันต์พุ่งโรมรันต่อสู้กันอย่างไร้ปรานี
การที่พวกเขาทุกคนได้เห็นพวกมันทั้งสองใช้พิภพ
อรหันต์โรมรันต่อสู้ปะทะกัน นับเป็นภาพที่น่าตื่น
ตกใจเป็นอย่างยิ่ง มากเสียยิ่งกว่าตอนที่ใช้กายาแท้
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ต่อสู้กันเสียอีก ทุก ๆ การโจมตีล้วน
บังเกิดเป็นคลื่นกระแทกสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งชั้น
บรรยากาศ คลื่นพลังนี้กวาดผ่านมาถึงต าแหน่งของ
อู่ อวี้ และคนอื่น ๆ ที่ก าลังเฝ้าดูเหตุการณ์การต่อสู้
จากระยะไกล เรื่องนี้ท าให้พวกเขาตื่นตระหนกตกใจ
กันเป็นอย่างยิ่ง
การด ารงอยู่ของอาณาจักรอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เถิดหล้า
ขั้นที่สาม แข็งแกร่งกว่าขั้นแรกหรือขั้นที่สองมากนัก
การต่อสู้ระดับนี้ ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของ
อู่ อวี้ นับเป็นเรื่องยากที่จะเข้าไปแทรกแซง การต่อสู้
ของพิภพพระพุทธรูปทมิฬทั้งสอง แค่การเคลื่อนไหว
ของพวกมันเพียงเล็กน้อยก็สามารถบดขยี้ อู่ อวี้ จน
แหลกเหลวได้เลยทีเดียว
การต่อสู้ของพวกมันทั้งสองนับเป็นการต่อสู้ที่
ตรงไปตรงมา หมัดแลกหมัด บาทาแลกบาทา ทุก
การเคลื่อนไหวของมันสามารถท าให้ความว่างเปล่า
แตกเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อพิภพอรหันต์ทั้งสองปะทะกัน
ก่อให้เกิดเป็นคลื่นกระแทกความว่างเปล่าแผ่ขยายไป
ทั่วทั้งหมู่มวลดาราไร้สิ้นสุดนี้
การต่อสู้ของพวกมันเริ่มดุเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ บน
พิภพพระพุทธรูปเริ่มบังเกิดร่องรอยความเสียหาย
แสดงให้เห็น
ล าดับแรกบริเวณช่วงแขนของพิภพพระพุทธรูปข้าง
หนึ่งแตกเป็นเสี่ยง ๆ ขณะเดียวกันช่วงไหล่ของฝ่าย
ตรงข้ามก็ถูกบดขยี้ท าลายไปในพริบตาเช่นกัน
โดยปกติการต่อสู้เช่นนี้จะเป็นการต่อสู้ที่นองเลือด
ชนิดที่เรียกว่าโลหิตสาดกระเซ็นไปทั่ว แต่เป็นเพราะ
ทั้งสองใช้พิภพพระพุทธรูปในการต่อสู้จึงไม่มีเลือด
สาดกระเซ็นให้เห็น แต่การต่อสู้ด้วยวิธีนี้มันน่าตื่น
ตกใจอลังการงานสร้างยิ่งกว่ามากนัก
พิภพพระพุทธรูปทั้งสองฝ่ายถูกฉีกกระชากออกเป็น
ชิ้นเล็กชิ้นน้อย การต่อสู้อันแสนดุเดือดนี้สร้างความ
สูญเสียอย่างหนักให้แก่ทั้งสองฝ่าย จากความ
เสียหายที่ได้รับไม่มีทางที่พวกมันจะฟื้นคืนสภาพ
สมบูรณ์ด้วยเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน
” การต่อสู้ระหว่างอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ช่างดุเดือดรุนแรง
ยิ่งนัก? แต่มันก็เป็นการต่อสู้ที่ตรงไปตรงมาเรียบง่าย
กว่าจักรพรรดิเซียนมาก!” หนานซานหวางเยว่กล่าว
ด้วยความอึ้งตะลึง
โดยเฉพาะภาพฉากที่มนุษย์ปุถุชนกับอรหันต์ที่อาศัย
อยู่ภายในพิภพพระพุทธรูปทั้งสองตกตายไปอย่าง
ฉับพลัน ภาพฉากนี้ท าให้เขาอึ้งตะลึงไม่อยากจะเชื่อ
เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนนับตั้งแต่ฝึกฝนบ าเพ็ญ
ตนมา
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขารู้สึกว่ามีภาพเหตุการณ์คล้ายกับ
สถานการณ์ในยามนี้ ก็คือตอนที่เขาได้เห็นภาพฉาก
การท าลายล้างภพเทพปีศาจในสุสานจักรพรรดินิ
รันดร์
“ ดูนั่นสิ! ดูเหมือนพวกนั้นจะทนไม่ไหวแล้ว พวกมัน
ก าลังหลบหนี ” ลั่วผินซึ่งเฝ้าดูการต่อสู้อันรุนแรง
เรียบง่ายตรงเบื้องหน้า อุทานขึ้นเมื่อเห็นพวกมันทั้ง
สองพร้อมใจที่จะล่าถอยหลบหนี
สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ หายจากอาการตื่น
ตะลึง หลังจากได้เห็นสรรพชีวิตตกตายเป็นจ านวน
มากในคราวเดียว ท าให้พวกเขารู้สึกใจชื้นขึ้นมาก
ถ้าหากพวกเขาต้องการทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในแดน
เซียนอรหันต์สวรรค์ น่าเริ่มจากอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์รูป
ใดรูปหนึ่งนี้!
———————-