กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1728: ยกระดับเคล็ดแปลงกาย
ตอนที่เขาอยู่ในส านักถ ้าจันทร์เสี้ยวไตรดารา อู่ อวี้
ได้ฝึกฝนเคล็ดเทวะจักรพรรดิเซียน ‘มอบวิญญาณ’
ด้วยเช่นกัน นี่คือเคล็ดจักรพรรดิเซียนซึ่งมีเพียง
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์เท่านั้นที่ฝึกฝนได้
ปกติแต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างอยู่แล้ว ทว่า
ปัจจุบันเขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
ขั้นที่สอง อู่ อวี้ รู้สึกว่าถ้าเขาไม่สร้างมนุษย์ขึ้นมา
การพัฒนาของพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์จะช้า
เกินไป
ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์ที่เขาสร้างขึ้นตอนนี้ เทียบเท่าได้
กับการปรับแต่งจิตวิญญาณด้วยเจตจ านงของตนเอง
ซึ่งมนุษย์เหล่านี้เทียบเท่าได้กับอัตลักษณ์ของเขา
ทารกทั้งหมดคือรากฐาน และอยู่ในสภาวะอ่อนแอ
ที่สุดเช่นกัน
หากสร้างขึ้นได้เร็วเท่าใด ทารกเหล่านี้ก็จะเติบโตได้
รวดเร็วขึ้นตามล าดับ
ไม่นานนักพิภพกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็สร้างมนุษย์
ขึ้นหลายร้อยคน มนุษย์หลายเหล่านี้เป็นมนุษย์
ปุถุชนคนธรรมดาที่อ่อนแอไร้ซึ่งพลังฝีมือ พวกเขายัง
เป็นแค่เด็กทารก ฉะนั้นแทบไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องของ
การฝึกฝนบ าเพ็ญเพียร แค่เอาชีวิตรอดในแบบ
พื้นฐานก็ยังมีปัญหา
แต่ที่แน่ ๆ จะไม่มีอันตรายจากภายนอกเข้าไปท าร้าย
พวกเขา นั่นเป็นเพราะทุกอย่างภายในพิภพกลืน
สวรรค์อยู่ภายใต้การควบคุมของ อู่ อวี้ อู่ อวี้ เป็นผู้
ควบคุม ส่วนมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นเหล่านี้จ าเป็นต้องใช้
สัญชาตญาณเอาตัวรอด ถึงจะสามารถอยู่รอดใน
พิภพกลืนสวรรค์ได้
ส าหรับการฝึกฝนบ าเพ็ญตน เป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์
เหล่านี้จะมีทักษะการฝึกฝนบ าเพ็ญตน เขาท าได้แค่
เพียงเฝ้ารอให้พวกมนุษย์เติบโตเรียนรู้ด้วยตัวเอง
เช่นดั่งมนุษย์ในพิภพขนาดเล็กใบอื่น ๆ
สามารถกล่าวได้ว่ามนุษย์เหล่านี้มีความเกี่ยวโยงทาง
สายเลือดกับ อู่ อวี้ ดังนั้นจึงไม่อยากให้พวกเขา
เหล่านี้ต้องเจ็บปวด
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการสังหารพวกเขาเป็นการส่วนตัว
ถ้ากล่าวถึงเรื่องนี้ก็ท าให้เขานึกถึงการต่อสู้ระหว่าง
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง พวกมันสรรค์สร้างสรรพ
ชีวิตขึ้นมาบนพิภพอรหันต์ หลังจากนั้นมันก็กลืนกิน
สรรพชีวิตเหล่านี้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงเสริมสร้างพลัง
ให้กับตนเอง วิธีเช่นนี้ช่างไร้มนุษยธรรมอย่างน่า
เหลือเชื่อ เป็นการกระท าที่โหดเหี้ยมอ ามหิตไร้ปรานี
พวกมันเข่นฆ่าชีวิตมนุษย์ราวกับเป็นผักปลา ประดุจ
ว่ามันได้สูญเสียเหตุผลไปอย่างหมดสิ้น
หลังจากสรรค์สร้างมนุษย์หลายร้อยคนขึ้นมา อู่ อวี้
ก็เลิกคิดเรื่อยเปื่อยแล้วลงมือกระท าแทน
” ไม่รู้ว่าตอนนี้บนสวรรค์เป็นอย่างไรบ้าง? ” อู่ อวี้
ทอดถอนหายใจ
เวลาล่วงเลยไปหลายพันปีแล้วนับตั้งแต่เขามาที่แดน
เซียนอรหันต์สวรรค์ แต่ในอีกฟากสวรรค์เรื่องราว
ของหนานกงเหว่ยกับหมิงซวงยังไม่ได้รับการแก้ไข
ท าให้เขากังวลอยู่ไม่น้อย
หนานกงเหว่ยมีท่าทางที่เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่า อู่ อวี้
จะอยู่บนแดนสวรรค์ แต่ก็ยังยากที่จะบอกได้ว่านาง
เปลี่ยนแปลงไปเพราะอะไร ท าให้เขาไม่สามารถช่วย
อะไรนางได้
ทว่าหมิงซวงก็เป็นอีกหนึ่งที่ใกล้ชิดกับเขามากที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้นหมิงซวงไม่รู้จักผู้ใดบนสวรรค์นอกจาก
เขา นางต้องต่อสู้กับเศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่ของ
บรรพชนมารกลืนสวรรค์เพียงล าพัง คงไม่จ าเป็นต้อง
กล่าวว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอันตรายมากเพียงใด
อู่ อวี้ รู้สึกกลัวจริง ๆ กลัวว่าตอนที่เขากลับสวรรค์
จะไม่มีข่าวคราวของหมิงซวงอีก
” เหล่าอู่… ลองใช้ลูกทองสัมฤทธิ์ดูซิว่าเราจะกลับไป
ที่สุสานจักรพรรดินิรันดร์ได้หรือไม่? ” หนานซาน
หวางเยว่เสนอ
ตอนนี้ถ้าให้อยู่ที่แดนเซียนอรหันต์สวรรค์ต่อไปก็ไร้
ประโยชน์อยู่ดี ถ้าสามารถกลับไปที่สุสานจักรพรรดินิ
รันดร์ได้ก็หมายความว่าพวกเขาจะไปที่แดนสวรรค์
ได้เช่นกัน
“ ข้าไม่แน่ใจว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือไม่ ถ้าคราวนี้เรา
จากไป แล้วจะกลับมาที่แดนเซียนอรหันต์สวรรค์ได้
อย่างไร? ” อู่ อวี้ ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ลั่วผินส่ายศีรษะ ” ข้าคิดว่าเราควรอยู่ที่นี่แล้วรอดู
สถานการณ์อีกสักหน่อยก่อนดีกว่า การที่พลองทอง
สมปรารถนาส่งพวกเรามาที่นี่จะต้องมีจุดประสงค์
บางอย่างแน่ ๆ ถ้าเรารีบจากไปกลางคันเช่นนี้อาจจะ
พลาดโอกาสดี ๆ ก็ได้ ”
” นั่นสิ! พูดอีกก็ถูกอีกนั่นแหละ ”
หนานซานหวางเยว่เคาะหัวตนเอง ” บางทีฉีเทียน
ตาเซิ่นนอาจอยากจะบอกอะไรบางอย่างกับเราก็ได้
สิ่งนั้นอาจจะซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในแดนเซียน
อรหันต์แห่งนี้ เช่นนั้นเราออกไปค้นหากันใหม่อีกครั้ง
ดีหรือไม่? ”
“ อย่าเพิ่งรีบร้อน แดนเซียนอรหันต์สวรรค์นั้นกว้าง
ใหญ่เกินไป หากเราต้องการค้นหาในสิ่งที่ก าลังตาม
หาคงไม่สามารถท าได้ในชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอน
พวกเราควรฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้อีกหน่อย ให้
มีก าลังมากพอที่จะออกไปส ารวจถ้าเจออะไรขึ้นมา”
อู่ อวี้ เสนอความคิดเห็น
พวกเข้าทั้งสามเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ของ อู่ อวี้
เพราะคิดว่าการวิเคราะห์ของเขาค่อนข้าง
สมเหตุสมผล พวกเขาไม่ควรเร่งรีบควรเพิ่มความ
แข็งแกร่งให้กับตนเองจนมั่นใจเสียก่อน
ในท้องนภาที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดารา ไม่มีปราณ
วิญญาณเซียนให้พวกเขาฝึกฝน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ อยู่ในอาณาจักรจักรพรรดิเซียน
แล้ว สามารถให้คนทั้งสามไปอยู่ในพิภพกลืนสวรรค์
ของเขาได้ นอกจากนี้ อู่ อวี้ เพิ่งกลืนพระธาตุอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ ท าให้เขาสามารถส่งต่อพลังที่กลืนกินให้กับ
คนอื่น ๆ ได้
อันที่จริงปัจจุบันลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่ และ
เย่ซีซี พยายามพากเพียรฝึกฝนอย่างหนัก เนื่องจาก
พวกเขาทั้งสามเฝ้าดู อู่ อวี้ ก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ พวกเขาทั้งสามจึงไม่อยากเป็นตัวถ่วง
หรือถูกทิ้งรั้งท้ายไว้ข้างหลัง
ขณะ อู่ อวี้ ส่งต่อพระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ให้กับ
พวกเขาในครั้งนี้ พวกเขาทั้งหมดก็เริ่มก้าวไปสู่ชีวิตนิ
รันดร์
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ , จักรพรรดิปีศาจนิรันดร์ ,
จักรพรรดิมารนิรันดร์ ทั้งสามฝึกฝนด้วยรูปแบบ
วิธีการที่แตกต่างกัน ทว่าหลักการไปสู่ชีวิตนั้น
เชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะพลังอ านาจสูงสุดที่มีอยู่ใน
พระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ ท าให้พวกเขาทั้งสามเข้า
ใกล้อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิรันดร์มากขึ้นเรื่อย ๆ
แน่นอนกว่าจะมีชีวิตนิรันดร์ต้องพบเจอกับอุปสรรค
อย่างใหญ่หลวง แม้คนผู้นั้นจะก้าวขึ้นสู่ระดับราชัน
เทวะเก้าสวรรค์แล้วก็ตาม แต่การก้าวข้ามอุปสรรค
เหล่านี้มิใช่เรื่องง่ายเลย พวกเขาจะต้องใช้ความ
พยายามของตนเองล้วน ๆ เท่านั้น
ขณะ อู่ อวี้ ส่งต่อพลังและความเข้าใจทั้งหมดให้กับ
พวกเขาทั้งสามคน เขาเองก็เริ่มคิดถึงทิศทางในการ
ยกระดับตนเองเช่นกัน
นอกจากจากปรับปรุงพัฒนาอาณาจักรพลังฝีมือของ
ตนเอง ยามนี้ดูเหมือนว่าเขาน่าจะสามารถยกระดับ
ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ได้สองอย่าง อีกอย่างก็คือ
ปลดผนึกพลองทองสมปรารถนาให้เพิ่มขึ้นอีกขั้น
ปัจจุบันพลองทองสมปรารถนาของเขาปลดผนึกได้
ถึงสามขั้นแล้ว หากปลดผนึกได้มากขึ้นพลองทองสม
ปรารถนาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่การปลดผนึกพลองทองสมปรารถนา
จะต้องพึ่งโชควาสนาด้วย ไม่ใช่ว่า อู่ อวี้ อยากจะ
ปลดผนึกก็จะสามารถปลดผนึกได้ตามต้องการ ด้วย
พลังฝีมือในปัจจุบันของเขาคงเป็นไปไม่ได้ที่จะฝืน
บังคับปลดผนึกพลองทองสมปรารถนา
ปกติเขาจะปลดผนึกพลองทองสมปรารถนาได้โดย
บังเอิญเท่านั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นเวลาที่เขาต่อสู้และ
ประสบพบเจอกับวิกฤติอันตราย อีกทั้งความ
แข็งแกร่งของเขาต้องผสานเป็นหนึ่งกับพลองทองสม
ปรารถนา เมื่อนั้นถึงท าลายผนึกได้
ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับโอกาสและองค์ประกอบ
ครบถ้วนตามเงื่อนไข ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ส าหรับ อู่
อวี้ ที่จะสร้างสภาวะเหมาะสมดังกล่าวขึ้นมาด้วย
ตนเอง
นอกเหนือจากการปลดผนึกพลองทองสมปรารถนา
แล้ว ยังมี ‘เคล็ดแปลงกายอสูร’ เช่น เคล็ดตรึงกาย ,
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง , เคล็ดก้าวเทวะ , เคล็ด
ประจักษ์แจ้งเร้นลับ , เคล็ดสะบั้นจิต ฯลฯ รวมถึง
‘เจ็ดสิบสองรูปแบบอิทธิฤทธิ์’
เมื่อ อู่ อวี้ ก้าวเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ เคล็ดแปลงกายอสูรถือเป็นความสามารถใหม่
ล่าสุด หากเขาทบทวนฝึกฝนมันอีกครั้ง เมื่อนั้นจะ
สามารถยกระดับจนกลายเป็น ‘เคล็ดเทวะจักรพรรดิ
เซียน’ ได้ หากแม้กระทั่งระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
ก็ยังใช้งานมันได้แล้วล่ะก็ อู่ อวี้ คงสามารถควบคุม
ทิศทางการต่อสู้ได้มากขึ้นไปอีก
นี่คือสิ่งที่ อู่ อวี้ สามารถท าได้ในตอนนี้ เขาจะต้อง
ยกระดับพัฒนาเคล็ดแปลงกายอสูรให้กลายเป็นเคล็ด
เทวะจักรพรรดิเซียนให้จงได้!
จากนั้นเขาใช้เวลาหลายหมื่นปีในการฝึกฝนพลัง
อิทธิฤทธิ์เหล่านี้ขึ้นมาใหม่ จากพลังอิทธิฤทธิ์ให้แปร
เปลี่ยนเป็นเคล็ดเทวะจักรพรรดิเซียน ซึ่งสามารถน า
มันมาใช้ประโยชน์ได้มากในการต่อสู้ปัจจุบัน
ล าดับแรกก็คือเคล็ดตรึงกาย อู่ อวี้ ยังจดจ าได้เสมอ
ว่าพลังอิทธิฤทธิ์นี้ช่วยเขาได้มากเพียงใด การต่อสู้
หลายครั้งหลายหนที่ผ่านมาหากมิได้รับความ
ช่วยเหลือจากเคล็ดตรึงกาย เขาคงตกตายอยู่ใน
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ไปนานแล้ว คงไม่มีโอกาสได้
เห็นโลกอันกว้างใหญ่อย่างแดนเซียนอรหันต์สวรรค์
แน่นอน
แต่เป็นเพราะเขาเคยหยิบมันมาใช้เมื่อนานมาแล้ว
จนเกือบจะหลงลืมเคล็ดตรึงกายไปแล้วก็ว่าได้ ไม่ใช่
ว่าเขาไม่อยากหยิบเอาเคล็ดวิชานี้มาใช้ แต่เป็น
เพราะการต่อสู้ที่ผ่าน ๆ มา เขาเจอแต่คู่ต่อสู้ที่
เหนือกว่าทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้เคล็ดตรึงกายจึงยากจะมี
ส่งผลกับอีกฝ่ายได้
ส่วนคู่ต่อสู้ในบททดสอบจักรพรรดิเซียน พลังฝีมือ
ของพวกมันแต่ละคนก็เทียบชั้นได้กับระดับจักรพรรดิ
เซียน ดังนั้นเคล็ดตรึงกายจึงใช้ไม่ได้ผล ทั้งหมดเป็น
เพราะว่าเคล็ดตรึงกายยังไม่ถึงระดับ ‘เคล็ดเทวะ
จักรพรรดิเซียน’ และเขาจะต้องพยายามท ามันให้ได้
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาแตกต่างจาก
เดิม เขาจึงพยายามเปลี่ยนเคล็ดตรึงกายให้เป็น
‘เคล็ดเทวะจักรพรรดิเซียน’ เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะ
ควบคุมพลังจักรพรรดิเซียนตรึงคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามได้
ในทันที เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้เป็นจักรพรรดิเซียน
ระดับสูงกว่าเขาหนึ่งหรือสองขั้น หรือต่อให้เป็น
อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม เขาสามารถใช้เคล็ดตรึงกาย
จัดการพวกมันได้!
ยิ่งคู่ต่อสู้อ่อนแอกว่าเขา มันจะยิ่งท าให้เขาสามารถ
ตรึงร่างกายของพวกมันได้นานยิ่งขึ้น ต่อให้เป็น
จักรพรรดิเซียนขั้นที่สองที่เหมือนกับ อู่ อวี้ เคล็ดตรึง
กายของเขาก็สามารถยื้อมันได้หนึ่งหรือสองลม
หายใจ แค่เพียงเท่านี้ก็มากพอแล้วที่เขาจะกลายเป็น
ผู้ชนะ
แต่ถ้าเจอกับคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่า อู่ อวี้ ยังสามารถมอง
หาโอกาสเหมาะ ๆ แล้วใช้เคล็ดตรึงกายตรึงร่างศัตรู
ถ่วงเวลาให้กับเขา ซึ่งเคล็ดวิชานี้จะช่วยเพิ่ม
ประสิทธิภาพการต่อสู้ให้กับเขาเป็นอย่างมาก
เขาเลือกที่จะฝึกฝนพลังอิทธิฤทธิ์ชนิดนี้อีกครั้ง โดย
ใช้พลังเซียนพิภพจักรพรรดิเป็นตัวขับเคลื่อน
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะต้องแตกต่างเดิมอย่างสิ้นเชิง
นอกจากเคล็ดตรึงกายแล้วยังมีเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
อีกด้วย
อู่ อวี้ เคยใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่งตั้งแต่ก่อนที่เขาจะ
ก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิเซียน เขาจึงรู้ดีว่าเคล็ดนี้มีพลัง
รุนแรงมากเพียงใด แล้วยามนี้เขาได้หยิบเคล็ดวิชา
ก้นหีบเอาออกมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง พลังความรุนแรง
ของมันจะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นอย่างแน่นอน
หากน าเคล็ดวิชาเหล่านี้มาใช้ร่วมกับพลังอิทธิฤทธิ์
เทียมฟ้าจรดดิน อู่ อวี้ รู้สึกว่าสามารถต่อสู้กับผู้มี
พลังฝีมือเหนือกว่าเขาเกินสองขั้นได้ แม้ว่าเคล็ด
ระเบิดพลังคลั่งจะถูกเปลี่ยนเป็น ‘เคล็ดเทวะ
จักรพรรดิเซียน’ แล้วก็ตาม แต่ผลกระทบจากการใช้
วิชานี้ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นไปด้วย
ท้ายสุดแล้วความสามารถของเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
คือการเพิ่มพลังต่อสู้เกินขีดจ ากัดของตนเอง ต้องน า
พลังเซียนพิภพจักรพรรดิมาใช้ล่วงหน้า ส่งผลให้เมื่อ
เขาส าแดงเดชเคล็ดวิชานี้ เขาจะหมดเรี่ยวแรงทันที
ซึ่งหมายความว่าถ้าเขาไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ใน
กระบวนท่าเดียวได้ หลังจากนั้นเขาคงตกอยู่ในสภาพ
ย ่าแย่เป็นแน่แท้
ฉะนั้นเคล็ดระเบิดพลังคลั่งไม่ควรเอาออกมาใช้ถ้าไม่
จ าเป็นหรือเจอกับวิกฤตคับขันจริง ๆ
เคล็ดตรึงกาย , เคล็ดระเบิดพลังคลั่งในอดีตที่ผ่านมา
ได้ช่วยเหลือ อู่ อวี้ ไว้มากมาย รวมถึงเคล็ดก้าวเทวะ
, เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ , เคล็ดสะบั้นจิตซึ่งมี
ประโยชน์กับเขาเป็นอย่างมาก ตลอดเส้นทางการ
ฝึกฝนบ าเพ็ญ หากไม่มีเคล็ดวิชาเหล่านี้เกรงว่าเขา
คงตกตายอยู่ที่ไหนสักแห่งไปนานแล้ว
โดยเฉพาะเคล็ดสะบั้นจิต คงไม่ต้องกล่าวถึงว่ามัน
ทรงพลังและมีประโยชน์มากเพียงใด หากมิใช่เพราะ
เคล็ดวิชานี้ช่วยกระตุ้นจิตวิญญาณที่หายไปของ
หนานกงเหว่ยให้กลับคืนมา มิเช่นนั้นนางคงไม่มีชีวิต
อยู่มาถึงป่านนี้
ส่วนเคล็ดก้าวเทวะช่วยให้ความเร็วของ อู่ อวี้
เพิ่มขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อยิ่งขึ้น
แม้ว่าเขาจะมีพลังอิทธิฤทธิ์เทียมฟ้าจรดดิน ซึ่งช่วย
ให้เขาย่อหดร่างกายจนมีขนาดเท่าฝุ่นธุลีเพิ่ม
ความเร็วของเขาขึ้นเป็นหลายร้อยเท่า แต่โดย
พื้นฐานแล้วมันสามารถใช้หลบหนีได้เท่านั้น
อย่างไรก็ตามเคล็ดก้าวเทวะสามารถใช้ในการต่อสู้ได้
ทั้งยังไม่ส่งผลกระทบต่อพลังความแข็งแกร่งของเขา
ช่วยให้เขาโต้ตอบโต้หรือหลบเลี่ยงการโจมตีของศัตรู
เพิ่มความยืดหยุ่นในระหว่างการต่อสู้ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ยังมีพลังอิทธิฤทธิ์เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้น
ลับ ซึ่งเขาไม่ค่อยหยิบเอามาใช้ในการต่อสู้สักเท่าใด
นัก แต่ส าหรับ อู่ อวี้ เขาใช้มันเพื่อท าความเข้าใจวง
เวทย์ค่ายโคตรเซียนต่าง ๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มความเร็ว
การฝึกฝนพลังอิทธิฤทธิ์ได้อีกด้วย
เมื่อเปลี่ยนพลังอิทธิฤทธิ์เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ
เป็นเคล็ดเทวะจักรพรรดิเซียน จะท าให้ อู่ อวี้ มี
ความเข้าใจในรูปแบบค่ายกลเซียนหรือการสร้างวง
เวทย์เซียนก าเนิดภพขึ้นอีกมาก บางทีมันอาจจะ
เพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสองเท่า ปัจจุบันเขารู้สึกว่าตนเอง
สามารถท าความเข้าใจมันได้อย่างรวดเร็ว หากเขา
กลับไปยังสุสานจักรพรรดินิรันดร์ แล้วต้องปลดวง
เวทย์เซียนก าเนิดภพอีกครั้ง คงไม่จ าเป็นต้องใช้
เวลานานเหมือนแต่ก่อน
เมื่อเวลาผ่านไป ‘เคล็ดแปลงกายอสูร’ เหล่านี้ได้ขัด
เกลาโดย อู่ อวี้ เพื่อให้มันกลายเป็น ‘เคล็ดเทวะ
จักรพรรดิเซียน’ ท าให้พลังการต่อสู้ของเขาแข็งแกร่ง
ทรงพลังมากกว่าเดิมหลายเท่า!
———————–