กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1748: ฟ้อง
ทว่าปรมาจารย์ไท่อี้ยังไม่มาที่นี่
ดังนั้นหลังจาก อู่ อวี้ ออกจากอารามสุูภูติ เขาก็
วางแผนไปฝึกฝนต่อ ส่วนเรื่องของปรมาจารย์ไท่อี้
เขาต้องค่อย ๆ คิดว่าจะมีวิธีอื่นใดบ้าง
ตอนนี้ลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซีได้ก้าวขึ้น
สู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์เป็นที่เรียบร้อย
ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของพวกเขาอยู่ในระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่สาม
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ อู่ อวี้ รู้สึกเหมือนว่า
ตนเองก าลังถูกไล่ล่าติดตามมา ปัจจุบันเขาสามารถ
จัดการกับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่ห้าได้แล้ว ซึ่ง
เหนือกว่าพวกเขาเพียงสองระดับเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เขาจึงตั้งใจฝึกฝนบ าเพ็ญตนที่มีระดับสูง
กว่านี้
ซึ่งขั้นต่อไปของเขา คือการก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิ
เซียนนิรันดร์ขั้นที่สี่ เรียกว่า ‘วัฏสงสาร’
การฝึกฝนด้วยการกลืนกินจะมีประสิทธิภาพในระดับ
หนึ่ง บางครั้ง อู่ อวี้ ก็ไปยังสุสานจักรพรรดินิรันดร์
บางคราก็กลืนกินพระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ท าเช่นนี้
สลับไปมา วิธีดังกล่าวช่วยท าให้เขายกระดับพัฒนา
ได้รวดเร็วกว่าจักรพรรดิเซียนทั่ว ๆ ไป
ถ้าหากเขากลืนกินรวดเร็วมากเกินไป พิภพกลืน
สวรรค์ของเขาก็จะเต็มไปด้วยปราณสีด า
ด้วยเหตุนี้ระดับความถี่ในการกลืนกินของเขาจึงไม่สูง
นัก พยายามทยอยกินเป็นระยะระยะจะได้ไม่เกิด
ปัญหา
” หากต้องการสร้างวัฏสงสารในพิภพจักรพรรดิกลืน
สวรรค์ ขาก็จ าเป็นต้องมีสถานที่ในการจัดเก็บ
วิญญาณ เช่นดั่ง ‘นรกอเวจี’ ในต านานของโลก
มนุษย์”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดกับตัวเอง ส าหรับเข้าแล้วการสร้าง
วัฏสงสารในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์มิใช่เรื่องง่าย
สิ่งที่เขาต้องการสร้างคือสถานที่ที่เรียกว่า ‘คุก
จักรพรรดิ’ มีไว้เพื่อเก็บวิญญาณมนุษย์ที่ตกตายอยู่
ภายในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์
ด้วยวิธีนี้เขาจะสร้างวงจรชีวิตในพิภพจักรพรรดิกลืน
สวรรค์ได้ส าเร็จ ซึ่งถือเป็นการบรรลุวัฏสงสาร
“วัฏสงสาร” คือขั้นที่สี่ของจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
ทว่ายามนี้ อู่ อวี้ รู้สึกหลงทางเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะ
กลืนกินพระธาตุอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ไปหลายชิ้นกับ
ซากศพจักรพรรดิปีศาจไปเป็นจ านวนมากแล้วก็ตาม
แต่ก็ยังเป็นเรื่องยากส าหรับเขาที่จะฝ่าทะลวงไปยัง
ระดับดังกล่าว
ราวกับว่ามีม่านบาง ๆ ปิดกั้นเขาอยู่ ท าให้เขาไม่
สามารถสร้าง ‘คุกจักรพรรดิ’ และวัฏสงสารได้อย่าง
สมบูรณ์
แต่ อู่ อวี้ มิได้รีบร้อน เขารู้ดีว่าการฝึกฝนของ
จักรพรรดิเซียนไม่ได้ประสบความส าเร็จเพียงชั่ว
ข้ามคืน
ด้วยความสามารถในการ ‘กลืนกิน’ รวดเร็วกว่า
จักรพรรดิเซียนสามัญธรรมดาหลายเท่า เทียบเท่ากับ
การใช้ทางลัด
แต่ในขั้นตอนส าคัญบางอย่างขั้นตอนอาศัยการกลืน
กินได้ก็จริง แต่ก็ไม่สามารถท าให้เสร็จสมบูรณ์ ทุก
อย่างยังต้องพึ่งพาตนเอง
…….
อู่ อวี้ ทุ่มเทสมาธิไปกับการฝึกฝน
ภายในถ ้าประกายแสงทอง ณ สวรรค์ก าเนิดฟ้า
เทพนาจามหาเทพสยบสมุทรซานถัน ในที่สุดก็มาพบ
อาจารย์ของตนเองซึ่งก็คือปรมาจารย์ไท่อี้!
ณ เวลานี้ปรมาจารย์ไท่อี้ก าลังกังวลเกี่ยวกับพลอง
ทองสมปรารถนา
ถึงแม้เขาจะแพร่ข่าวลือว่า อู่ อวี้ ไม่ปฏิบัติตามค า
สัญญาที่ให้ไว้กับตนเอง ท าให้ อู่ อวี้ และปรมาจารย์
สุภูติแห่งสวรรค์ฤทัยสูญเสียชื่อเสียง แต่ก็มิได้ผล
เท่าใด
เขาต้องการได้รับพลองทองสมปรารถนาคืนกลับมา
แต่ก็ไม่สามารถท าได้
ด้วยเหตุนี้เขาจึงเฝ้ารอความหวังอยู่ภายในถ ้า
ประกายแสงทองสวรรค์ก าเนิดฟ้า ทุกครั้งที่ออกไปดู
ก็พบว่าไม่มีผู้ใดมารบกวนถ ้าเซียนแดนสวรรค์
และในวันนี้เทพนาจาก็มาหาปรมาจารย์ไท่อี้
“ ท่านอาจารย์ศิษย์มีเรื่องอยากจะแจ้งให้ทราบ! ”
ทันทีที่เทพนาจามาถึงก็พูดคุยกับปรมาจารย์ไท่อี้
อย่างตรงไปตรงมา
ครั้งหนึ่งปรมาจารย์ไท่อี้เคยช่วยชีวิตเขาด้วยดอกบัว
นิรันดร์เช่นเดียวกัน เขาจึงเคารพปรมาจารย์ไท่อี้เป็น
อย่างมาก
และครั้งนี้อาจารย์ปรมาจารย์ไท่อี้สูญเสียพลองทอง
สมปรารถนาไป เขาจึงต้องมาช่วย
“มีอะไร?”
ปรมาจารย์ไท่อี้จิบสุราอย่างเกียจคร้าน
” ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์ได้ยินข่าวเกี่ยวกับ อู่ อวี้
หรือยัง เขาเพิ่งเอาชนะจักรพรรดิมังกรประกาศิต
สวรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้ามหาจักรพรรดิมังกรของ
ตระกูลเทพมังกรได้ส าเร็จ? ”
เทพนาจาเดินมาข้างหน้าอย่างเคารพแล้วถามอย่าง
ตรงไปตรงมา
“ หืม? มีเรื่องแบบนี้ด้วยรึ? ”
ปรมาจารย์ไท่อี้จิบสุราด้วยความเบื่อหน่ายมาได้สัก
พักหนึ่งแล้ว แต่ไม่เคยได้ยินข่าวนี้มาก่อน
ถ้าวิเคราะห์ตามหลักเหตุผลปรมาจารย์ไท่อี้ย่อมไม่
คาดคิด อู่ อวี้ จะปรากฏตัวหลังจากหายตัวไป แถม
ยังเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเอาชนะจักรพรรดิ
มังกรประกาศิตสวรรค์!
เมื่อได้ยินสิ่งที่เทพนาจากล่าว ปรมาจารย์ไท่อี้ก็วาง
แก้วสุราลงแล้วเริ่มให้ความสนใจกับอีกฝ่ายในทันที
” ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง! ยิ่งไปกว่านั้นเขายังใช้
ศาสตราเซียนก าเนิดภพพลองทองสมปรารถนา
ระหว่างการต่อสู้กับจักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์
ของสิ่งนั้นน่าจะเป็นของที่ท่านอาจารย์ปรารถนาใช่
หรือไม่?” เทพนาจาเล่าให้ฟังถึงสถานการณ์
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ปรมาจารย์ไท่อี้ก็แสดง
สีหน้าเย้ยหยัน
” อู่ อวี้ ผู้นี้ไม่ยอมโผล่หัวออกมา แต่ทันทีที่ปรากฏ
ตัวก็ใช้พลองทองสมปรารถนาของข้าเอาชนะ
จักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์ ช่างไร้เหตุผลสิ้น
ดี! ”
“ ศิษย์เอ๋ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ที่
ใด?” ปรมาจารย์ไท่อี้เอ่ยถามขึ้นทันที
” ตอนนี้ไม่ทราบ แต่ศิษย์เดาว่า เขาน่าจะอยู่กับ
ปรมาจารย์สุภูติหรือไม่ก็หายตัวไปเช่นเดียวกับก่อน
หน้านี้!”
เทพนาจาครุ่นคิดจากนั้นก็เอ่ยว่า ” ถ้าเขาอยู่กับ
ปรมาจารย์สุภูติ ต่อให้เราไปเยือนถึงหน้าประตูส านัก
ก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่าปรมาจารย์สุภูติอาจจะไม่
ยอมรับ และพยายามปกป้องเด็กหนุ่มผู้นั้น!”
ปรมาจารย์ไท่อี้พยักหน้าอย่างจริงจังแล้วเอ่ยถามว่า
” เจ้าคิดว่าควรท าเช่นใด? ”
เขารู้ดีว่าหากไปหาปรมาจารย์สุภูติก็อาจจะไม่มี
ประโยชน์อันใด
เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาก็ไปหาปรมาจารย์สุภูติแล้ว
แต่ก็ต้องคว้าน ้าเหลว ทั้งยังหงุดหงิดไม่พอใจกลับมา
อีกด้วย
เทพนาจาลดเสียงของตนเองลงแล้วเอ่ยกระซิบว่า
” ท่านอาจารย์ข้ามีวิธี นับตั้งแต่ที่ อู่ อวี้ เอาชนะ
จักรพรรดิมังกรประกาศิตสวรรค์ได้ เขาก็ถือเป็นเทพ
เซียนชั้นสูงบนแดนสวรรค์แล้ว หากเราร้องขอให้
จักรพรรดิหยกเป็นผู้จัดการเรื่องนี้ เขาต้องทวงคืน
ความยุติธรรมให้แก่เราอย่างแน่นอน! ”
เมื่อปรมาจารย์ไท่อี้ได้ยินเช่นนั้น เขาก็พยักหน้ายังพึง
พอใจแล้วเอ่ยว่า ” วิธีนี้ไม่เลวทีเดียว เช่นนั้นก็มา
ลองดูก่อน หากจักรพรรดิเป็นผู้ออกหน้าด้วยตนเอง
ปรมาจารย์สุภูติคงมิกล้าปกป้องเจ้าเด็กปลิ้นปล้อน
นั่นอีก พลองทองสมปรารถนาเป็นของข้า ช่างน่า
โมโหจริง ๆ ที่ปล่อยให้มันแย่งชิงไปนานขนาดนั้น! ”
” ท่านอาจารย์โปรดวางใจ! หากจักรพรรดิหยกเป็นผู้
ออกราชโองการด้วยตนเอง เจ้าเด็กผู้นั้นคงมิกล้า
หลบหนีอีกต่อไป!” เทพนาจากล่าวพร้อมรอยยิ้มด้วย
ความมั่นอกมั่นใจ
” ไปเถอะ ไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิหยกกัน ให้ท่านเรียก
เจ้าเด็กผู้นั้นมา!” ปรมาจารย์ไท่อี้หยุดดื่มสุรา จากนั้น
ก็รีบพาเทพนาจาบินทะยานมุ่งหน้าขึ้นไปบนวัง
สวรรค์ชั้นสูงสุด สวรรค์รุ่งอรุณ!
……
วันหนึ่งขณะที่ อู่ อวี้ ก าลังฝึกฝนอยู่ในสวรรค์หฤทัย
ทันใดนั้นเขาก็ได้รับยันต์เซียนสื่อสารจากปรมาจารย์
สุภูติ
” เง็กเซียนฮ่องเต้แห่งแดนสวรรค์ มีราชโองการให้
เจ้าไปเข้าเฝ้า! ”
อู่ อวี้ ตกใจกับข้อความที่ปรมาจารย์สุภูติส่งมาถึง
ตนเอง
สิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขาเป็นอย่างแรก คือเรื่องนี้
ต้องเกี่ยวข้องกับปรมาจารย์ไท่อี้อย่างแน่นอน
เขารีบกลับไปที่อารามสุภูติทันที เมื่อพบปรมาจารย์สุ
ภูติ ท่านก็พยักหน้าให้เขา บอกเป็นนัยว่าเรื่องนี้
เกี่ยวข้องกับปรมาจารย์ไท่อี้จริง ๆ ฝ่ายตรงข้าม
รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกับจักรพรรดิหยก ให้จักรพรรดิ
หยกเป็นผู้จัดการปัญหานี้ด้วยตนเอง
” นี่มิใช่เรื่องเล่น ๆ อีกต่อไปแล้ว ” อู่ อวี้ รู้สึกไม่ค่อย
ดีเท่าเท่าใดนัก
จักรพรรดิหยกคือผู้แข็งแกร่งที่สุดในวังสวรรค์แปด
พันชั้น หรือกล่าวว่าท่านคือนายเหนือหัวของแดน
สวรรค์แห่งนี้เลยก็ได้
หากจักรพรรดิหยกเป็นผู้เรียกตัวเขาเข้าเฝ้าด้วย
ตนเอง อู่ อวี้ ย่อมมิกล้าปฏิเสธอย่างแน่นอน
แล้วเขาจะรับมือกับเหตุการณ์นี้อย่างไร?
“ ไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องไปที่สวรรค์รุ่งอรุณก่อน แล้ว
ค่อยคิดหาวิธีแก้ปัญหาระหว่างทาง ”
ปรมาจารย์สุภูติกล่าวพร้อมพา อู่ อวี้ ออกจาก
สวรรค์ฤทัย แล้วมุ่งหน้าไปยังบ่อน ้านิรันดร์
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าปรมาจารย์ไท่อี้จะน าเรื่องนี้ไปแจ้ง
กับจักรพรรดิหยก ให้จักรพรรดิหยกเรียกเขาเข้าเฝ้า
ด้วยตนเอง
” หากไร้ซึ่งหนทางจริง ๆ เจ้าคงท าได้เพียงส่งมอบ
พลองทองสมปรารถนาไปเท่านั้น”
ปรมาจารย์สุภูติถอนหายใจ ด้วยไม่รู้ว่าจะจัดการ
เรื่องนี้อย่างไร
แม้ว่าท่านจะเคยแนะน าให้ อู่ อวี้ ส่งมอบพลองทอง
สมปรารถนาไป แต่ในเวลานี้ท่านกลับรู้สึกลังเล
เล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าปรมาจารย์สุภูติรู้ดีว่าพลองทองสม
ปรารถนามีความส าคัญกับ อู่ อวี้ มากเพียงใด
” คงต้องรอดูก่อนว่าจักรพรรดิหยกจะกล่าวเช่นใด ”
อู่ อวี้ รู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อย
ต้องรู้ด้วยว่าปัจจุบัน จักรพรรดิหยกเป็นเทพเซียน
อันดับหนึ่งในแดนสวรรค์แห่งนี้ ทั่วทั้งแดนสวรรค์อยู่
ภายใต้การควบคุมของจักรพรรดิหยก!
มีความเป็นไปได้สูงว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับฉีเทียนต้า
เซิ่น ภพเทพปีศาจหรือแม้กระทั่งแดนเซียนอรหันต์
สวรรค์ ล้วนเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิหยกแทบทั้งสิ้น!
แม้ว่าสถานการณ์ของแดนเซียนอรหันต์สวรรค์กับ
แดนเซียนวังสวรรค์จะแตกต่างกัน แต่เมื่อ อู่ อวี้
หวนนึกไปถึงพระสุคต ‘เสวียนจั้ง’ เขาก็รู้สึก
หวาดกลัวขึ้นมาทันที
ถ้าตอนนี้ให้เขากลับไปที่แดนเซียนอรหันต์สวรรค์ อู่
อวี้ พูดได้เต็มปากเลยว่าตนเองมิกล้า หากถูกเสวียน
จั้งพบตัว เขาคงมีจุดจบที่น่าสังเวชยิ่ง
หากจักรพรรดิหยกเป็นผู้น าเหล่าจักรพรรดิเซียนจาก
แดนสวรรค์ปิดล้อมท าลายภพเทพปีศาจด้วยตนเอง
เช่นนั้นเขาย่อมมีหนทางมุ่งหน้าไปยังภพเทพปีศาจ
ด้วยเหตุนี้ต่อให้ อู่ อวี้ ซ่อนตัวในภพเทพปีศาจไปก็ไร้
ประโยชน์อยู่ดี
ในเมื่อจักรพรรดิหยกเป็นผู้เรียกตัวเขาเข้าเฝ้าด้วย
ตนเอง อู่ อวี้ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปพบท่าน
เท่านั้น
ส่วนเรื่องพลองทองสมปรารถนา คงต้องหยิบยกเรื่อง
นี้มาพูดคุยในภายหลัง
แต่ตอนนี้สิ่งที่ อู่ อวี้ กังวลมากยิ่งกว่า หากจักรพรรดิ
หยกเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เขาจะรู้เรื่องมรดกใน
พลองทองสมปรารถนาของตนหรือไม่?
หากรู้แล้ว จักรพรรดิหยกจะคิดเช่นใดกับตนเอง?
อย่างไรก็ตามตอนนี้เขากระท าได้เพียงขึ้นไปบนแดน
สวรรค์ เพื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดิหยกเท่านั้น
“บางทีนี่อาจเป็นโอกาสก็ได้”
อู่ อวี้ กล่าวกับตนเอง โดยมิได้ตื่นตระหนกมาก
เกินไป
ท้ายสุดแล้วโอกาสที่เขาจะได้พบภพจักรพรรดิหยก
บนแดนสวรรค์แทบเป็นไปไม่ได้เลย
สาเหตุคงเป็นเพราะเขาเอาชนะจักรพรรดิมังกร
ประกาศิตสวรรค์ ท าให้ตัวตนของเขาเทียบเคียงได้
กับพวกมัน ปรมาจารย์ไท่อี้จึงเลือกน าเรื่องนี้ไปฟ้อง
จักรพรรดิหยก
การพบเจอกับจักรพรรดิหยกด้วยวิธีนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่า
น่าเหลือเชื่อเล็ก บางทีอาจเป็นจุดเปลี่ยนบางอย่าง
ส าหรับเขาก็เป็นได้
ส าหรับ อู่ อวี้ แล้ว เขายังมีภารกิจค้นหาความจริง
อยู่
ไม่ว่าอย่างไรการได้พบกับจักรพรรดิหยกก็ถือว่ามี
ประโยชน์ เพียงแต่เขาต้องใช้พลองทองสมปรารถนา
เป็นข้อแลกเปลี่ยนที่สูงมากก็เท่านั้น
” หากถึงยามนั้นจริง คงต้องลองตกลงกับปรมาจารย์
ไท่อี้ดูว่ามีสิ่งอื่นที่ใช้แลกเปลี่ยนได้หรือไม่! ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดกับตนเอง
ปัจจุบัน ณ บ่อน ้านิรันดร์ในสวรรค์ฤทัย มีบุคคล
มากมายบนแดนสวรรค์ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า
ปรมาจารย์สุภูติ กับ อู่ อวี้
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็คุ้นเคยกับคนเหล่านี้เป็นอย่างดี
เพราะพวกมันคือศัตรูเก่าของเขา ท้าวธตรัฐมหาราช!
ท้าวธตรัฐมหาราชเป็นหนึ่งในท้าวจตุมหาราชแห่ง
แดนสวรรค์ ซึ่งอยู่ภายใต้บัญชาของจักรพรรดิหยก
เมื่อใดที่จักรพรรดิหยกเรียกผู้ใดเข้าเฝ้า ท้าวจตุ
มหาราชจะมีหน้าที่พาคนผู้นั้นไปบนสวรรค์รุ่งอรุณ
และผู้ที่อยู่ข้าง ๆ ท้าวธตรัฐมหาราชคือศัตรูเก่าอีกคน
ของ อู่ อวี้ เทพอสูรบรรพกาล ไม่คาดคิดว่ามันจะมา
ที่นี่พร้อมกับ ท้าวธตรัฐมหาราช!
หลังจากปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า อู่ อวี้ ท้าวธตรัฐ
มหาราชกับเทพอสูรบรรพกาลก็หัวเราะเยาะขึ้นด้วย
ความย่ามใจ
————————–