กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1761: เบิกภพสวรรค์
คุกสวรรค์เป็นสถานที่จองจ าอันแสนสิ้นหวังทรมาน
ที่สุดบนสวรรค์ เมื่อถูกคุมขังอยู่ในนั้นจะต้องได้รับ
ความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสไปตราบชั่วนิรันดร์
นับตั้งแต่อดีตแทบไม่มีผู้ใดมีชีวิตรอดออกจากคุก
สวรรค์มาได้เลย
การที่จักรพรรดิหยกลั่นวาจาว่าให้ขังพวกเขาไว้ใน
นั้น ไม่ว่าผู้ใดก็รู้ว่าท่านก าลังมีโทสะมากเพียงใด
ด้วยเหตุนี้จักรพรรดิหยกเลยมุ่งเป้าหมายไปที่สหาย
สนิททั้งสามอย่าง ลั่วผิน , หนานซานหวางเยว่ , เย่ซี
ซีเป็นอันดับแรก ทั้งหมดก็เพื่อต้องการบีบคั้นให้ อู่
อวี้ ยอมจ านนโดยสมัครใจ
ท้ายสุดแล้วเป็นเพราะว่า อู่ อวี้ มีพลังอิทธิฤทธิ์เมฆา
ตลบฟ้า เขาจึงสามารถหลบหนีจากราชินีมารดรและ
จักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ ได้ จึงต้องคิดวิธีอะไรสัก
อย่างเพื่อจับตัวเขาให้อยู่หมัดอย่างแท้จริง
เพื่อคลี่คลายปัญหาเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดจักรพรรดิหยก
จึงออกค าสั่งให้จับตัวพวกเขาทั้งสามแล้วส่งไปยัง
‘คุกสวรรค์’
ด้วยค าสั่งดังกล่าวจึงท าให้จักรพรรดิเซียนหลายคน
มุ่งหน้าไปยังบ่อน ้านิรันดร์!
ในบรรดาจักรพรรดิเซียนเหล่านี้มีเทพสามตาและเท
พนาจามหาเทพสยบสมุทรซานถัน ทั้งสองถูก
คัดเลือกให้ไปยังบ่อน ้านิรันดร์เพื่อไปตามจับตัวพวก
เขาทั้งสาม
แต่ อู่ อวี้ ได้ก้าวเข้าสู่บ่อน ้านิรันดร์ตัดหน้าก่อนเสีย
แล้ว
ก่อนหน้านั้นปรมาจารย์สุภูติได้ส่งยันต์เซียนสื่อสาร
มาแจ้ง อู่ อวี้ ตราบใดที่ทั้งสองสามารถพบกันก่อน
ลั่วผินกับคนอื่น ๆ ก็จะปลอดภัย
แต่ถ้าเทพสามตากับจักรพรรดิเซียนคนอื่น ๆ จับทั้ง
สามคนไปได้ก่อน สถานการณ์ก็จะเลวร้ายมากยิ่งขึ้น
อู่ อวี้ เห็นด้วยอย่างยิ่ง
จากสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นท าให้เขาเห็นได้
อย่างชัดเจนว่าปรมาจารย์สุภูติยังคงอยู่เคียงข้างเขา
เสมอ แม้กระทั่งตอนนี้จักรพรรดิหยกจะออกค าสั่ง
อย่างเปิดเผย
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงต้องการเข้าสู่บ่อน ้านิรันดร์โดยเร็ว
ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แต่เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้เขาได้กลืนกินลูกท้อใน
สวนทั้งหมดเข้าไปในร่าง ส่งผลให้ร่างกายของเขา
แทบจะระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยสภาพดังกล่าวไม่มี
ทางที่เขาจะเร่งความเร็วได้เลย
ปราณวิญญาณเซียนไร้สิ้นสุดที่ระเบิดออกมาจาก
จากลูกท้อแทบจะไม่สามารถระงับได้
ยิ่งเวลาผันผ่านไป เขาก็ไม่สามารถสะกดข่มมันได้อีก
” ไม่ได้! ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ถ้าเรา
ไม่สามารถไปพบท่านปรมาจารย์สุภูติได้ทันเวลา ลั่ว
ผินกับคนอื่น ๆ จะต้องตายแน่!” อู่ อวี้ รู้ดีว่าเขาไม่มี
ทางปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้น
เขาจะต้องใช้เวลาเดินทางอยู่ภายในบ่อน ้านิรันดร์
ประมาณหนึ่งหรือสองปีกว่าจะไปถึงสวรรค์ฤทัย แต่
แค่เพียงระยะเวลาดังกล่าว อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองแทบ
จะไม่สามารถอยู่รอดได้
ส าหรับจักรพรรดิเซียนบนสวรรค์ ระยะเวลาแค่หนึ่ง
หรือสองปีสั้นเพียงหนึ่งหรือสองวันเท่านั้น
แต่ส าหรับ อู่ อวี้ ทุกเสี้ยวอึดใจของเขาเต็มไปด้วย
ความทุกข์ทรมานอย่างแท้จริง ทั้งหมดทั้งมวลเป็น
เพราะว่าเขากลืนกินผลลูกท้อเข้าไปมากเกินไป
ส่งผลให้ร่างกายของเขาแทบไม่สามารถแบกรับได้
ไหว
จากสถานการณ์ในตอนนี้เขาท าได้เพียงปล่อยให้
ร่างกายลงไปในบ่อน ้านิรันดร์เท่านั้น ขณะเดียวกัน
เขาก็พยายามดูดซับปราณวิญญาณเซียนของผลลูก
ท้อ ค่อย ๆ ย่อยพลังงานด้วยการกลืนกิน
“จักรพรรดิเซียนขั้นที่ห้าคือ เบิกภพสวรรค์!”
“หลังจากสร้างวัฏสงสารแล้ว ข้าต้องเบิกภพสวรรค์
ขึ้นภายในพิภพจักรพรรดิ ซึ่งเทียบเท่าได้กับการเปิด
โอกาสให้มนุษย์ในพิภพจักรพรรดิบรรลุกลายเป็น
เซียนอมตะ… ”
อู่ อวี้ เคยกลืนกินร่างของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์และ
จักรพรรดิปีศาจเป็นจ านวนมากมาก่อน เขาจึงมี
ความเข้าใจเกี่ยวกับการเบิกภพสวรรค์ซึ่งอยู่ในระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่ห้า
ตอนนี้ด้วยความช่วยเหลือจากพลังมหาศาลของลูก
ท้อ เขาจึงเริ่มใช้วิธีของตนเองเพื่อเปิดพิภพ
จักรพรรดิกลืนสวรรค์โดยตรง
ในพื้นที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่ง หลังจากปราณวิญญาณ
เซียนจ านวนนับไม่ถ้วนผสานรวมเข้าด้วยกัน จากนั้น
มันก็เริ่มรวมตัวกลายเป็นพื้นที่อิสระ
พื้นที่แห่งนี้เสมือนกับวังสวรรค์แปดพันชั้น ซึ่งเป็น
อิสระจากเก้าหมื่นพิภพขนาดเล็ก แต่มีขนาดเล็กกว่า
มาก
ปราณวิญญาณเซียนของลูกท้อที่ อู่ อวี้ กลืนกินนั้น
แข็งแกร่งเหลือเกิน หากเป็นผู้อื่นถ้าต้องการเบิกภพ
สวรรค์จะต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก และใช้
เวลาอย่างน้อยหลายหมื่นหรือหลายแสนปี
แต่ อู่ อวี้ สามารถเบิกภพสวรรค์ได้ในเวลาเพียงหก
เดือน!
มิฉะนั้นแล้วเขาคงไม่สามารถย่อยสลายปราณ
วิญญาณเซียนที่อัดแน่นอยู่ภายในร่าง และเพื่อไม่ให้
ร่างกายของเขาระเบิด เขาจะต้องย่อยสลายมันให้เร็ว
ที่สุด โดยไม่ปล่อยให้สูญเปล่าแม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนี้ไม่เพียงแต่เบิกภพสวรรค์เท่านั้น แต่
พื้นฐานฝึกตนของเขายังสามารถก้าวเข้าสู่ระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่ห้าได้อีกด้วย แม้แต่กลิ่น
อายของปราณวิญญาณไร้สิ้นสุดยังรวมเข้าไปใน
พิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ของเขา
เดิมทีมนุษย์ภายในพิภพจักรพรรดิกลืนสวรรค์ของ
เขา เมื่ออยู่ภายใต้ปราณวิญญาณเซียนอันมหาศาลก็
ท าให้มนุษย์ทั้งหมดทะยานขึ้นสู่ภพสวรรค์ กลายเป็น
สิ่งมีชีวิตเทียบเท่ากับระดับเทพเซียน!
สิ่งนี้ท าให้ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ พุ่งทะยานสูงขึ้น
ตอนที่เขาอยู่ในระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่
สาม เขาสามารถเอาชนะเทพอสูรบรรพกาลกับ
ท้าวธตรัฐมหาราชซึ่งอยู่ในระดับจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์ขั้นที่ห้าได้
ทว่าตอนนี้เขาบรรลุถึงระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์
ขั้นที่ห้าแล้ว แค่กระบวนท่าเดียวก็สามารถจัดการ
จักรพรรดิเซียนระดับนี้ได้อย่างง่ายดาย
หรือต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิเซียนที่
แข็งแกร่งกว่าระดับดังกล่าว อู่ อวี้ ก็จะมีพลังที่จะ
ต่อสู้กับพวกมัน
ถ้าให้ยกตัวอย่างคร่าว ๆ ก็คงจะเป็นระดับเทพสาม
ตา , เทพนาจามหาเทพสยบสมุทรซานถัน
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็ไม่มีเวลามากพอที่จะมาต่อสู้กับ
พวกมัน เนื่องจากสถานการณ์ในตอนนี้ช่างตึงเครียด
เหลือเกิน
เมื่อมีความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจจะเกิดผล
กระทบรุนแรงจนไม่สามารถแก้ไขได้
ระหว่าง อู่ อวี้ อยู่ในบ่อน ้านิรันดร์ เขาก็ย่อยสลายลูก
ท้ออย่างรวดเร็วจงบังเกิดความก้าวหน้าขึ้น
แต่ทันใดนั้นเขาก็พบว่าด้านบนมีจักรพรรดิเซียนทรง
พลังสองคนได้ทะยานลงมาจากฟากฟ้าไล่ล่าติดตาม
เขามาติด ๆ
หนึ่งในนั้นคือเทพสามตาหยางเจียน อีกหนึ่งก็คือเท
พนาจามหาเทพสยบสมุทรซานถัน พวกมันใช้
ประโยชน์จากขณะที่ อู่ อวี้ ย่อยสลายพลังของลูกท้อ
ที่อยู่ภายในร่างกาย ไล่ลาติดตามเขาลงมาจากบ่อน ้า
นิรันดร์ของสวรรค์คุนหลุน!
พวกมันก าลังจะไปจับกุมลั่วผิน , หนานซานหวาง
เยว่ , เย่ซีซี
แต่ตอนนี้พวกมันพบเจอกับ อู่ อวี้ แล้ว จะปล่อยเขา
ไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?
” เจ้าหัวขโมยน้อย อู่ อวี้ คิดจะหนีไปไหน! ”
เทพสามตาจ้องมองเขาด้วยโทสะในมือถือจับ
ศาสตราเซียนก าเนิดภพ ‘ง้าวสามแฉกสองคม’ พลัง
อันมหาศาลของมันท าให้ความว่างเปล่าแตกกระจาย
ขณะที่ตวัดฟาดเข้าหา อู่ อวี้!
นี่คือการโจมตีจากจักรพรรดิเซียนชั้นสูงในสวรรค์
หาก อู่ อวี้ กล้าที่จะเพิกเฉยต่อมัน เกรงว่าหลังจากนี้
เขาคงถูกกวาดล้างภายใต้พลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้
“สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น!”
ทว่าปัจจุบัน อู่ อวี้ รู้สึกราวกับว่าภายในร่างมีพลัง
เอ่อล้นอย่างไม่จบสิ้น ดังนั้นเขาจึงตวัดพลองทองสม
ปรารถนาสวนกลับไปทันที!
หลังจากย่อยสลายพลังผลลูกท้อทั้งหมดที่กลืนกินเข้า
ไป ไม่เพียงจะท าให้เขาสามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับ
จักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่ห้าแล้ว มนุษย์ที่อยู่
ภายในร่างกายของเขายังทะยานขึ้นสู่ภพสวรรค์ ซึ่ง
มันยิ่งท าให้พลังความแข็งแกร่งของเขาทวีเพิ่มมาก
ขึ้น
เมื่อใช้ออกด้วยพลังอิทธิฤทธิ์สวรรค์ปฐพีพินาศสิ้น
พลองทองสมปรารถนาในมือของ อู่ อวี้ ก็ตวัดเหวี่ยง
ออกไปด้านหลังเป็นแนวนอน
ไม่ว่าจะเป็นง้าวสามแฉกสองคมหรือพลองทองสม
ปรารถนา อาวุธทั้งสองชิ้นล้วนเป็นศาสตราเซียน
ก าเนิดภพชั้นสูงทั้งสิ้น ส่งผลให้บังเกิดเป็นคลื่น
กระแทกความว่างเปล่าแผ่กระจายไปทั่วทั้งบ่อน ้านิ
รันดร์!
พลองทองสมปรารถนาขยายใหญ่ขึ้นทันที แสงสีทอง
สาดส่องไปทั่วทั้งสวรรค์โลกา ผืนแผ่นดินสั่นสะเทือน
อย่างรุนแรง!
แต่ในขณะเดียวกันพลังง้าวสามแฉกสองคมก็
ปลดปล่อยคมง้าวไร้ลักษณ์จ านวนนับไม่ในความว่าง
เปล่า ระเบิดออกล้อมรอบพลองทองสมปรารถนาไว้
ทันที
เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ในบ่อน ้าแห่งชีวิตนิรันดร์โดยไม่
มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า
คมง้าวจ านวนนับไม่ถ้วนฉวัดเฉวียนอยู่ท่ามกลาง
ความว่างเปล่า เมื่อพลังของทั้งสองฝ่ายห ้าหั่นเข้า
ปะทะกันความว่างเปล่าก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรง แม้แต่บ่อน ้านิรันดร์ยังสั่นสะเทือน
อ านาจการกดขี่ข่มเหงถึงขีดสุดระเบิดออก!
หมอกควันฟุ้งกระจายไปทั่วทุกแห่งหน แต่ทันใดนั้น
เบื้องหน้าเทพสามตาก็ปรากฏร่าง อู่ อวี้ ที่ก าลัง
เปล่งแสงสีทองสาดกระจายเจิดจ้า
ภายในดวงตาเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้า ถือจับ
พลองทองสมปรารถนาอันเปี่ยมล้นไปด้วยพลัง
อ านาจมหาศาล ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นด้วยพลัง
อิทธิฤทธิ์เทียมฟ้าจรดดิน เสมือนคนยักษ์ทองค าใน
บ่อน ้านิรันดร์!
เทพสามตาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า อู่ อวี้ ‘เทพเซียน
ตัวเล็ก ๆ ’ ที่เคยถูกเนตรแห่งการจองจ าของมัน
กักขังมาก่อนจนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้
บัดนี้หาได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป…
อัตราการเติบโตก้าวกระโดดอย่างน่าใจหายเกินไป!
ตอนที่อยู่ในสวรรค์ฉีเทียนต้าเซิ่น เด็กผู้นี้มิได้อยู่ใน
สายตาของเทพสามตาด้วยซ ้า?
ในสายตาของมัน อู่ อวี้ เป็นเพียงแค่ตัวตลกที่จับ
พลัดจับผลูโชคดีอย่างก้าวกระโดดเท่านั้น ต่อให้มี
บางอย่างที่ดูแปลก ๆ ไปบ้างแต่มันก็ไม่รู้สึก
หวาดกลัวแม้แต่น้อย
แต่กลับกลายเป็นว่าการเติบโตของ อู่ อวี้ ในปัจจุบัน
มาถึงจุดที่เป็นภัยคุกคามสร้างหายนะให้แก่มันได้แล้ว
ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธนี้ท าให้สีหน้าของมันจริงจัง
ขึ้นอย่างฉับพลัน
พื้นฐานฝึกตนของมันอยู่ในระดับเดียวกับเทพนาจา
ซึ่งก็คือจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่เจ็ด ด้วยพลัง
ความสามารถระดับนี้นับว่าเป็นจักรพรรดิเซียนชั้น
แนวหน้าอย่างแท้จริงบนสวรรค์
ไม่น่าเชื่อว่าเวลานี้ อู่ อวี้ กลับท าให้พวกมันสัมผัสได้
ถึงอันตราย
“ต้องร่วมมือกัน!”
เมื่อเห็นระดับความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา เทพ
สามตากับเทพนาจาจึงไร่ซึ่งความลังเลใด ๆ
ในเวลานี้ไม่จ าเป็นต้องคิดอะไรให้วุ่นวาย มีแต่ต้อง
ผนึกก าลังร่วมมือกันเท่านั้น!
“วังวนไร้ลักษณ์ทลายเก้าสวรรค์!”
เทพสามตาถือจับถือง้าวสามแฉกสองคมทะลวงแทง
อู่ อวี้ ด้วยพลังอันแหลมคมของมันท าให้ความว่าง
เปล่าแยกออกกลายเป็นกระแสวังวนในความว่าง
เปล่า
วังวนไร้ลักษณ์ทลายเก้าสวรรค์ปกคลุมร่างของ อู่ อวี้
ทันที ง
เมื่อถูกดูดเข้ามาในกระแสวังวนคมง้าวจ านวนนับไม่
ถ้วนก็ปิดล้อมเขา คมง้าวไร้ลักษณ์สามารถตัดเฉือน
ความว่างเปล่าออกจากกันได้เลยทีเดียว วังวนไร้
ลักษณ์ทลายเก้าสวรรค์แทบจะบดขยี้ท าลายความ
ว่างเปล่าจนไม่เหลือชิ้นดี
“สามเศียรหกกร!”
เมื่อเทพนาจาส าแดงเดชพลังอิทธิฤทธิ์สามเศียรหก
กร ทันใดนั้นร่างของมันก็ปรากฏศีรษะเพิ่มขึ้นสอง
เศียรกับแขนขึ้นอีกสี่กร ขณะเดียวกันศาสตราเซียน
ก าหนดภพแทบทุกชนิดก็ปรากฏขึ้น
ทั้ง หอกอัคคี , กงล้อวายุเพลิง , ผ้าไหมผสานสวรรค์
, ห่วงจักรวาล…
สิ่งแรกที่ปรากฏออกมาคือหอกอัคคี
ขณะที่เทพนาจาถือหอกอัคคีไว้ มันก็เอ่ยกระซิบอย่าง
แผ่วเบา ทันใดนั้นเปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฏ
ขึ้นในความว่างเปล่า โหมกระหน ่าครอบคลุม อู่ อวี้
กับบ่อน ้านิรันดร์ไว้ทั้งหมด!
เมื่อวังวนไร้ลักษณ์ทลายเก้าสวรรค์กับเพลิงขาว
พิสุทธิ์ปรากฏขึ้น ท าให้ อู่ อวี้ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่
ยากล าบากยิ่ง
บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยคมง้าวไร้ลักษณ์และเพลิง
ขาวพิสุทธิ์แผดเผา ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีแบบใดหาก
เป็น อู่ อวี้ ก่อนหน้านี้แล้วคงไม่สามารถต้านทานมัน
ได้เลย
ทว่าปัจจุบันเขากลืนกินและย่อยสลายลูกท้อไปเกือบ
สามพันลูก ท าให้พื้นฐานฝึกตนของเขาพุ่งทะยาน
สูงขึ้น
นอกจากความมั่นใจแล้ว สัญชาตญาณของเขาก็บอก
แบบนั้นเช่นกัน
ต่อให้เทพนาจากับเทพสามตาหยางเจียนร่วมมือกัน
ก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดี!
“ เผาผลาญ! ”
อู่ อวี้ ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย จากนั้นก็กระตุ้น
ความสามารถในการ ‘เผาผลาญ’ ของอสูรกลืน
สวรรค์ เผาผลาญพลังเซียนพิภพจักรพรรดิในร่าง
ทันที!
เมื่อพลังเซียนพิภพจักรพรรดิในร่างของเขาถูกเผา
ผลาญ เรือนกายของเขาก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวเข้าไปอีก
“โล่วัชระ!”
อู่ อวี้ ถือพลองทองสมปรารถนาไว้ในมือ ฉับพลันก็
ปรากฏแสงสีทองห้อมล้อมรอบตัวปกป้องเขาไว้อย่าง
แน่นหนา
หยางเชียนกับนาจารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อเห็น
เช่นนั้น
ทักษะที่พวกมันใช้ล้วนเป็นวิถีจักรพรรดิเชื่อมสวรรค์
ที่ทรงพลังยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นวังวนไร้ลักษณ์ทลายเก้า
สวรรค์หรือหอกอัคคีเพลิงขาวพิสุทธิ์ไม่มีจักรพรรดิ
เซียนคนใดสามารถต้านทานได้
แม้ว่า อู่ อวี้ จะทรงพลัง หากเขาเลือกจะต่อต้าน ผล
ที่ได้รับคงต้องบาดเจ็บสาหัสเป็นเป็นแน่
เมื่อโล่วัชระของ อู่ อวี้ ปรากฏขึ้น การโจมตีจากคน
ทั้งสองวังวนไร้ลักษณ์ทลายเก้าสวรรค์หรือหอกอัคคี
เพลิงขาวพิสุทธิ์ก็ถาโถมกลืนกินเข้าใส่ อู่ อวี้ อย่าง
สมบูรณ์
คมง้าวกรีดเฉือนความว่างเปล่า เพลิงขาวพิสุทธิ์แผด
เผา
พลังทั้งสองผสานใส่กันอย่างรุนแรง บังเกิดเสียงหวีด
หวิวดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งฟ้าดิน ราวกับว่าโล่
วัชระของ อู่ อวี้ ถูกพลังทั้งสองกลืนกินเข้าใส่อย่าง
สมบูรณ์ ส่งผลให้แสงสีทองจากตัวโล่มืดสลัวลง