กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1769 : น ้าทิพย์กิ่งหยาง
เมื่อ อู่ อวี้ สัญญาว่าจะสวมมงคลรัดเกล้าโพธิสัตว์
กวนอิมก็ยิ้มเล็กน้อย
” การที่เจ้าต้องสวมมงคลรัดเกล้านี้ ทั้งหมดก็เพื่อทุก
สรรพชีวิต! ”
ขณะเจ้าแม่กวนอิมก าลังกล่าวอยู่นั้น นางก็สวม
มงคลรัดเกล้าลงไปบนศีรษะของ อู่ อวี้
เมื่อมงคลรัดเกล้านี้สวมลงไปบนศีรษะของ อู่ อวี้
ขนาดของมันก็หดลดพอดีกับศีรษะของเขา จนเขา
แทบไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของมันเลยทีเดียว แต่ไม่นาน
เขาก็ค้นพบว่าหลังจากรัดเกล้าสวมใส่ลงมาเขาก็ไม่
สามารถถอดมันออกได้อีก ท าให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึก
ปวดหัว
เดิมทีเขาคิดว่าถ้าอยากถอดมงคลรัดเกล้าออกก็
สามารถถอดได้
แต่หลังจากได้สวมมันลงไป เขาก็พบว่ามงคลรัดเกล้า
ปรับขนาดให้เข้ากับศีรษะของตนเองอย่างพอดิบ
พอดี
และถ้าหากต้องการจะถอดมงคลรัดเกล้าออก ต่อให้
ตัดศีรษะก็ไม่สามารถเอาออกได้
ตอนสวมใส่ครั้งแรก อู่ อวี้ รู้สึกกังวลเล็กน้อย
แต่ไม่นานนักเขาก็พบว่าโพธิสัตว์กวนอิมมิได้มีเจตนา
ร้ายกับเขา ดูเหมือนมันจะเป็นอย่างที่ท่านได้กล่าวไว้
ว่ามันจะบีบรัดศีรษะของเขาก็ต่อเมื่อ เขาไม่สามารถ
ควบคุมสติสัมปชัญญะของตนเองได้ เมื่อถึงตอนนั้น
ท่านจะสวด ‘มนต์รัดเกล้า’ เพื่อควบคุมพฤติกรรม
ความบ้าคลั่งของเขาทันที
หลังจากนั้นโพธิสัตว์กวนอิมก็ไม่เสียเวลา ท่านหยิบ
ศาสตราเซียนก าเนิดภพ ‘แจกันพิสุทธิ์’ ออกมาทันที
นางใช้มืออันแสนบอบบางเทน ้าทิพย์กิ่งหยางออกมา
จากแจกันพิสุทธิ์ลงมาเบา ๆ หลังจากน ้าทิพย์กิ่ง
หยางหยดลงบนร่างกายาศักดิ์สิทธิ์บัวสวรรค์ของหมิ
งซวง ปราณวิญญาณอันบริสุทธิ์ก็แทรกซึมเข้าสู่กา
ยาศักดิ์สิทธิ์บัวสวรรค์
ตอนแรกบรรพชนมารกลืนสวรรค์ยังไม่มีการ
ตอบสนองใด ๆ
หลังจากนั้นไม่นานน ้าทิพย์กิ่งหยางก็ไหลเข้าสู่กายา
ศักดิ์สิทธิ์บัวสวรรค์มากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดก็แทรกซึม
ไปถึงเศษเสี้ยววิญญาณบรรพชนมารกลืนสวรรค์ที่
หลบซ่อนอยู่!
พลังบริสุทธิ์ของจากน ้าทิพย์กิ่งหยาง สร้างความ
เจ็บปวดอย่างมากให้กับบรรพชนมารกลืนสวรรค์
“อันใดกัน!?”
ฉับพลันกายาศักดิ์สิทธิ์บัวสวรรค์ก็เปลี่ยนเป็นมีเส้น
ผมสีขาวนัยน์ตาสีโลหิตทันที บัดนี้นางพยายามดิ้นรน
อย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าซีดขาวราวกับภูตผี หมอกสีขาว
ออกมาจากทั่วร่าง!
หมอกสีขาวนี้คือวิญญาณบรรพชนมารกลืนสวรรค์ที่
ก าลังถูกน ้าทิพย์กิ่งหยางช าระล้าง
“ไม่! ม่ายยยยย!”
เมื่อบรรพชนมารกลืนสวรรค์สัมผัสได้ถึงพลังบริสุทธิ์
ของน ้าทิพย์กิ่งหยาง มันก็จมอยู่ในห้วงแห่งความ
หวาดกลัวอย่างสุดขีด
นางมีลางสังหรณ์ว่าวันนี้นางจะถูกก าจัดออกไปจน
สิ้นซาก นางจึงพยายามดิ้นรนอย่างไม่ยินยอม
นัยน์ตาสีแดงโลหิตของนางค่อย ๆ ซีดจางลง จับจ้อง
มอง อู่ อวี้ ที่ก าลังยืนตระหง่านอยู่ตรงเบื้องหน้า นาง
อ้าปากราวกับต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่เมื่อน ้าทิพย์กิ่งหยางแทรกซึมลงไปปราณเซียน
บริสุทธิ์ก็แพร่กระจายช าระล้างไปทั่วร่างหมิงซวง
ฉับพลันกายาศักดิ์สิทธิ์บัวสวรรค์ก็ขับควันสีขาว
ออกมา!
ควันสีขาวเหล่านี้เกิดจากการช าระล้างวิญญาณ
บรรพชนมารกลืนสวรรค์
เสียงกรีดร้องของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ดังขึ้น
เพียงไม่นาน ในที่สุดเสียงกรีดร้องดิ้นรนนี้ก็เบาลง
เรื่อย ๆ
เมื่อ อู่ อวี้ ได้เห็นภาพฉากดังกล่าวก็รู้สึกทั้งตื่นเต้น
และลุ้นระทึกหวาดกลัวในคราเดียวกัน เพราะกลัวว่า
โพธิสัตว์กวนอิมจะช าระล้างบรรพชนมารกลืนสวรรค์
ไม่ส าเร็จ
ขณะนี้เส้นเกศาสีขาวในตาสีโลหิตของกายาศักดิ์สิทธิ์
บัวสวรรค์ค่อย ๆ กลับมาเป็นสีด าเหมือนดังเดิม
หัวใจของ อู่ อวี้ ก็ลุ้นระทึกแทบจะตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เมื่อเห็นความว่างเปล่าค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในดวงตา
ของนางและความรู้สึกดีใจที่ได้เห็น อู่ อวี้ เขาก็รู้ทันที
ว่าบัดนี้หมิงซวงได้กลับมาเป็นหมิงซวงคนเดิมอย่าง
สมบูรณ์แล้ว!
ณ เวลานี้ภายในร่างกายาศักดิ์สิทธิ์บัวสวรรค์ไม่มี
ร่องรอยของบรรพชนมารกลืนสวรรค์หลงเหลืออีก
ต่อไป มันได้ถูกช าระล้างหายไปด้วยน ้าทิพย์กิ่งหยาง
ของโพธิสัตว์กวนอิม
“อู่ อวี้?”
หมิงซวงค่อย ๆ ฟื้นสติกลับคืนมา เมื่อนางเห็น อู่ อวี้
นางก็ยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มที่แสนโรยราอ่อนแรง
” หมิงซวง… นี่ข้าเอง เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง? ”
อู่ อวี้ รู้สึกตื่นเต้นจริง ๆ มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับ
ตอนที่ปรมาจารย์ไท่อี้ชุบชีวิตนางจนฟื้นกลับคืนมา
แต่ครั้งนี้ความตื่นเต้นของเขามันมากมายยิ่งกว่าเดิม
เขาต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก จนต้องสวม
มงคลรัดเกล้าเอาไว้บนศีรษะ
” ไม่เป็นไร… ข้าแค่รู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย ”
เมื่อหมิงซวงเหลือบไปเห็นมงคลรัดเกล้าบนศีรษะ
ของ อู่ อวี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้นมาว่า ” นั่นมัน
อะไรกัน… พอใส่แล้วท าให้เจ้าดูทึ่มยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
”
” … ”
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดเลยว่านางจะสังเกตเห็นมงคลรัด
เกล้าบนศีรษะของเขาได้อย่างรวดเร็ว
เขารู้สึกว่าไม่จ าเป็นต้องอธิบายเรื่องนี้ให้นางเข้าใจ
อย่างชัดเจน เขาเลยบอกไปสั้น ๆ ว่า “ นี่เป็น
ศาสตราเซียนก าเนิดภพที่โพธิสัตว์กวนอิมสวมให้ข้า
หากอนาคตข้าไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ท่านจะ
ท่อนมนต์รัดเกล้าควบคุมความประพฤติของข้า จะได้
ไม่ไปท าร้ายผู้อื่น ”
” และโพธิสัตว์กวนอิมคือผู้ที่ช่วยช าระล้างจิต
วิญญาณของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ออกจากร่าง
ของเจ้าอย่างสมบูรณ์ มิฉะนั้นในไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะถูก
บรรพชนมารกลืนสวรรค์กลืนกินจิตวิญญาณอย่าง
สมบูรณ์”
อู่ อวี้ แนะน าโพธิสัตว์กวนอิมให้แก่นาง
หมิงซวงพยักหน้า นางเข้าใจสถานการณ์แล้วว่า
เพราะ อู่ อวี้ ต้องการช่วยชีวิตนาง ดังนั้นเขาจึงเต็ม
ใจสวม ‘มงคลรัดเกล้า’ ไว้บนศีรษะ
สิ่งนี้ท าให้นางรู้สึกสะเทือนใจมาก
ครั้งแรกที่เขาท าให้นางกลับมามีชีวิตอีกครั้ง อู่ อวี้ ก็
เต็มใจมอบพลองทองสมปรารถนาให้กับปรมาจารย์
ไท่อี้ ทว่าตอนนี้เขากลับยอมสละอิสรภาพของ
ตนเอง…
หมิงซวงรู้สึกว่าตนเองไร้ประโยชน์เล็กน้อย
แต่ตอนนี้นางฟื้นคืนชีพกลับมาแล้ว นางจึงต้อง
พยายามฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อที่จะช่วยเหลืออยู่เคียง
ข้าง อู่ อวี้ ได้
อย่างไรก็ตามตอนนี้นางยังอ่อนแออยู่ ดังนั้นจึงไม่
สามารถช่วยเหลือ อู่ อวี้ ได้มากนัก
ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่นางถูกเข็มล่าวิญญาณของ อู่ อวี้
นางก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเคล็ดโปรดนิทรา
ท าให้นางไม่มีเวลาได้ฝึกฝนฝ่าทะลวงเข้าสู่อาณาจักร
จักรพรรดิเซียน
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของ อู่ อวี้ หากนางไม่
บรรลุกลายเป็นจักรพรรดิเซียน คงยากจะช่วยเหลือ
เขาได้
“ โพธิสัตว์กวนอิม ในเมื่อหมิงซวงฟื้นแล้ว ผู้เยาว์ขอ
พานางกลับก่อน ”
อู่ อวี้ กล่าวกับโพธิสัตว์กวนอิมด้วยความเคารพ
ตอนนี้เขารู้สึกตึงเครียดเล็กน้อย เนื่องจากเขาสวม
มงคลรัดเกล้าไว้บนศีรษะ
แม้เขาจะรู้สึกว่าโพธิสัตว์กวนอิมมิได้มีเจตนามุ่งร้าย
ต่อตนเอง แต่ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น สิ่งเดียวที่รอ
เขาอยู่คงมีเพียงความตายเท่านั้น
โชคดีที่โพธิสัตว์กวนอิมมิได้มีเจตนาร้ายต่อเขา ทุกสิ่ง
ที่ท่านกล่าวก่อนหน้านี้ล้วนเป็นความจริงแทบทั้งสิ้น
เมื่อ อู่ อวี้ ขอตัว โพธิสัตว์กวนอิมก็พยักหน้า “ไป
เถอะ”
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงพาหมิงซวงเข้าสู่พิภพจักรพรรดิ
กลืนสวรรค์ของตนเอง ให้นางมุ่งมั่นฝึกฝนบ าเพ็ญ
เพื่อทะลวงเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียนต่อไป
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเขาก็พร้อมจะออกจากที่นี่แล้ว
แต่สิ่งที่เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นก็คือ โพธิสัตว์กวนอิม
นั้นจับจ้องมองแผ่นหลังของเขาที่จากไปด้วยอารมณ์
ความรู้สึกซับซ้อนยิ่ง
สิ่งที่นางแสดงออกนั้นดูเหมือนจะมีความคาดหวัง
บางอย่างในตัว อู่ อวี้ แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไป
ด้วยความวิตกกังวลด้วย ไม่รู้ว่านางก าลังคิดสิ่งใด
อยู่
……
หลังจาก อู่ อวี้ พาหมิงซวงเข้าสู่พิภพจักรพรรดิกลืน
สวรรค์ของตนเองแล้ว ต่อมาเขาก็ออกจากพิภพ
อรหันต์สีขาวขนาดใหญ่ของโพธิสัตว์กวนอิม
แน่นอนว่าตอนนี้เขาคงกลับไปที่ภพเทพปีศาจได้
เพียงเท่านั้น เพื่อมุ่งมั่นฝึกฝนต่อไปในสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์
ไปในขณะที่เขาก าลังออกไปยังอาณาเขตทะเลทักษิณ
เด็กชายผู้เป็นบริวารของโพธิสัตว์กวนอิม ‘สุธน
กุมาร’ ‘หรือกุมารทองก็เดินเข้ามากล่าวเตือนเขาว่า
“ ด้านนอกมีจักรพรรดิเซียนจากแดนสวรรค์ปิดล้อม
อยู่ หากท่านต้องการจากไป เกรงว่าคงไม่ง่ายนัก ”
เมื่อได้ยินค ากล่าวเช่นนั้น สีหน้าของ อู่ อวี้ ก็แปร
เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาไม่คาดคิดว่าเพียงชั่วขณะ เบาะแสของเขาก็
รั่วไหลออกไปแล้ว!
—————————