กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1780 : ความผิดปกติของวานรตัวน้อย
หลังจากอู่หยูถูกเคลื่อนย้ายพาตัวออกไป อู่ อวี้ ก็จม
อยู่ในห้วงความคิด
พอพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนดูเหมือนว่า
จักรพรรดิหยกอาจไม่ต้องการชีวิตเขามากนัก ถ้าหาก
จักรพรรดิหยกต้องการสังหารตนจริง ๆ เขาคงมี
โอกาสมากมาย
จนถึงตอนนี้ อู่ อวี้ เองก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า
จักรพรรดิหยกต้องการสังหารเขาหรือไม่
พอออกมาจากเตาหลอมแปดลิขิต เขาก็เอาชนะองค์
ไท่ซ่างเหล่าจวิน จากนั้นก็มุ่งหน้าบุกทะลวงไปในคุก
สวรรค์อย่างยากลำบาก แต่แล้วในที่สุดจักรพรรดิ
หยกชิงตัดหน้าพรากอู่หยูไปจากเขาอีกครั้ง
คุกสวรรค์เป็นเหมือนสัญลักษณ์แลศักดิ์ศรีของ
สวรรค์
คนที่ละเมิดกฎสวรรค์จะถูกพาตัวไปจองจำไว้ในคุก
สวรรค์ได้รับความทุกข์ทรมานชั่วนิรันดร์ เรื่องนี้ทำ
ให้เทพเซียนบนแดนสวรรค์หวาดหวั่นพรั่นพรึงยอม
จำนนต่อกฎสวรรค์แต่โดยดี
แต่คุกสวรรค์แห่งนี้กลับถูก อู่ อวี้ บุกทะลวงโดยตรง
ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่!
อู่ อวี้ รู้สึกได้ว่าเหล่าขุนพลทหารสวรรค์จำนวนมาก
รีบทะยานลงมาจากวังสวรรค์ ลงมาปิดล้อมคุก
สวรรค์อย่างสมบูรณ์
ซึ่งเขาย่อมไม่รอให้พวกมันมาจับกุมตัวอย่างแน่นอน
เมื่อใช้ออกด้วยพลังอิทธิฤทธิ์เมฆาตลบฟ้า เขาก็
กระโดดออกห่างคุกสวรรค์ภายในพริบตา
“ คงต้องกลับไปที่ภพเทพปีศาจก่อน”
อู่ อวี้ พยายามระงับสติอารมณ์เรื่องอู่หยู
เพราะรู้ดีว่าเป้าหมายของจักรพรรดิหยกก็คือตัวเขา
หาใช่อู่หยูนางมิได้มีความสำคัญใด ๆ เลยต่อ
จักรพรรดิหยก
ตราบใดที่เขาไม่ปรากฏตัวจักรพรรดิหยกจะไม่ทำ
อะไรอู่หยูอย่างแน่นอน
เขาจึงกลับไปตั้งหลักคิดหาวิธีแก้ไขที่พิภพเทพปีศาจ
ก่อน
เพราะสิ่งที่เขาทำทั้งหมดมันร้ายแรงเกินไป
ทั้งเอาชนะจักรพรรดิเซียนระดับสูงอย่างองค์ไท่ซ่าง
เหล่าจวิน ทั้งยังบุกทะลวงคุกสวรรค์ทำลายวงเวทย์
เซียนกำเนิดภพ …
วีรกรรมที่ทำมาทั้งหมด อู่ อวี้ คงถอยหลังไม่ได้แล้ว
ไม่ว่าจะทางไหนจุดที่เขายืนอยู่คือฝั่งตรงข้าม
จักรพรรดิหยกอย่างปฏิเสธไม่ได้
เขารีบกลับมาสมทบกับลั่วผินและคนอื่น ๆ ที่ภพเทพ
ปีศาจ และต้องการพาหมิงซวงมาพักฟื้นที่นี่
” ยังคิดจะกลับไปที่พระราชวังรุ่งอรุณพิสุทธิ์อีกงั้น
หรือ?”
ใบหน้างดงามไร้ที่ติของลั่วผินเต็มไปด้วยความกังวล
” ถ้ายังจะกลับไปอีกคาดว่าครั้งนี้จักรพรรดิหยก
อาจจะไม่ให้โอกาสเจ้าอีกก็ได้ ฉะนั้นเจ้าควรไตร่ตรอง
อย่างรอบคอบ ”
” บางทีอาจมีวิธีอื่นอีก? ”
หนานซานหวางเยว่โบกสะบัดพัดจีบ ภายในหัวก็
พยายามคิดหาวิธีต่าง ๆ
ในไม่ช้าเขาก็รวบพัดแล้วเงยหน้าขึ้นพร้อมกับแววตา
ที่สาดประกายไปด้วยความหวัง ” เหล่าอู่เจ้าคิดว่า
บนสวรรค์ พวกเราพอจะไว้ใจใครได้บ้าง? ”
” ไว้ใจได้งั้นหรือ? มีเพียงปรมาจารย์สุภูติกับโพธิสัตว์
กวนอิมเท่านั้น! ”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะหลังจากคิดเรื่องนี้ ขณะนึกถึงผู้
อาวุโสทั้งสอง
แต่สถานการณ์เช่นนี้ทั้งปรมาจารย์สุภูติและโพธิสัตว์
กวนอิมคงไม่สามารถช่วยเหลือ อู่ อวี้ ได้
ปรมาจารย์สุภูติคงมิอาจพบหน้าจักรพรรดิหยกได้
ชั่วคราว แม้ท่านจะร้องขอความเมตตาแทน อู่ อวี้
แต่เหล่าจักรพรรดิเซียนบนพระราชวังรุ่งอรุณพิสุทธิ์
คงจะกดดันท่านอย่างมาก อีกทั้งคำขอดังกล่าวคงไม่
มีประโยชน์อันใด
อันที่จริง อู่ อวี้ ไม่ต้องการให้ปรมาจารย์สุภูติต้อง
ออกหน้าช่วยเหลือหรือทำอะไรเพื่อเขาอีก
แม้ว่าปรมาจารย์สุภูติต้องการออกหน้า อู่ อวี้ ก็ไม่
ต้องการให้ท่านเข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องนี้
เพราะอย่างไรเสียในสายตาของ อู่ อวี้ ปรมาจารย์สุ
ภูติคือผู้อาวุโสที่เขาไว้วางใจมากที่สุด หากปล่อยให้
ท่านเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับตนเองมากเกินไป มี
โอกาสเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาทั้งสองจะถูกลากลงสู่
หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง ไม่มีโอกาสได้หวน
คืนกลับมาตราบชั่วนิรันดร์
ส่วนโพธิสัตว์กวนอิมที่อาศัยอยู่ในอาณาเขตทะเล
ทักษิณอย่างสันโดษเป็นเวลาหลายหมื่นหลายแสนปี
ดูไม่น่าจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
ท้ายสุดแล้วดูเหมือนว่านางจะมิได้สนใจเรื่องทางโลก
อย่างสิ้นเชิง
หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าไม่มีใคร
ที่สามารถช่วยเหลือเขาได้เลย
ในเมื่อไม่มีผู้ใดยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เขาคงพึ่งพา
ตนเองได้เพียงเท่านั้น!
” อย่าได้กังวล ข้ายังมีองค์ไท่ซ่างเหล่าจวินกับราชินี
มารดรวิญญาณเร้นอยู่ในมือ ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
ว่า “ครั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้จักรพรรดิหยกใช้วิธีต่ำ
ทรามอีก ข้าจะไม่ปล่อยตัวพวกเขาออกไปทั้งหมดใน
คราวเดียว! ”
ก่อนหน้านี้ที่เขาอยู่ในพระราชวังรุ่งอรุณพิสุทธิ์ เขาไร้
เดียงสาเกินไป ที่ยอมเชื่อใจคำกล่าวไร้สาระของ
จักรพรรดิหยก จากนั้นก็ปล่อยตัวเทพสามตาหยาง
เจียนกับคนอื่น ๆ ออกไปพร้อมกัน
และผลที่ได้คืออู่หยูถูกจักรพรรดิหยกชิงตัวกลับไป
อย่างไร้ยางอาย!
ครั้งนี้ อู่ อวี้ มิได้ไร้เดียงสาอีกต่อไปแล้ว
ทั้งหมดก็เพราะก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ไม่ทราบจริง ๆ ว่า
จักรพรรดิหยกใจคอคดเคี้ยวหน้าหนาเป็นอย่างยิ่ง
ท้ายสุดแล้วเขาคือนายเหนือหัวสูงสุดของแดนสวรรค์
ผู้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังอันไร้สิ้นสุด แลอำนาจที่ไม่มี
ผู้ใดเทียบเทียม แล้วเหตุใดถึงต้องใช้วิธีน่ารังเกียจ
เช่นนี้ด้วย?
เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ความประทับใจที่ อู่ อวี้ มีต่อ
จักรพรรดิหยกย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง
“ เหล่าอู่ เจ้าต้องระวังตัวให้ดี โอกาสของเรามีน้อย
มาก!”
สีหน้าของหนานซานหวางเยว่แปรเปลี่ยนเป็น
จริงจัง
สำหรับเรื่องนี้เขาคงเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากไม่ได้ หากฝืน
ดึงดันจะช่วยเหลือ บางทีอาจทำให้ อู่ อวี้ เดือดร้อน
ต้องคอยมาห่วงหน้าพะวงหลังเรื่องของตนเองอีก
ดังนั้นสิ่งเดียวที่เขาพอทำได้ในปัจจุบันคืออยู่ในพิภพ
เทพปีศาจอย่างสงบ แลเฝ้าอธิษฐานให้ อู่ อวี้ โชคดีมี
ชัยเอาชีวิตรอดกลับมาได้สำเร็จ
” อย่าได้กังวล เชื่อใจข้า ข้าจะพาพี่หญิงกลับมา
อย่างปลอดภัยแน่นอน ”
อู่ อวี้ จับจ้องไปยังผู้คนที่อยู่เบื้องหน้า
บัดนี้ใบหน้างามล่มเมืองของลั่วผิน เปรอะเปื้อนไป
ด้วยคราบน้ำตา นางไม่ต้องการให้เขากลับไปที่
พระราชวังรุ่งอรุณพิสุทธิ์
แต่ไม่ว่าอย่างไร อู่ อวี้ ก็ต้องไป!
มิเช่นนั้นเขาคงต้องเสียใจไปตราบชั่วชีวิต
ตอนที่หมิงซวงอยู่ในพลองทองสมปรารถนา จิตใจ
ของนางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นหาญท้า
ชะตาฟ้า ไม่เกรงกลัวสิ่งใด แต่หลังจากฟื้นคืนชีพ ดู
เหมือนความรู้สึกของนางจะอ่อนไหวเล็กน้อย
แต่ประเด็นสำคัญก็คือนางรู้สึกอยู่ตลอดว่าปัญหา
ทั้งหมดที่ อู่ อวี้ พบเจอ ล้วนเกิดขึ้นเพราะนาง
ถ้ามิใช่เพราะนาง อู่ อวี้ จะถูกปรมาจารย์ไท่อี้เกลียด
ชัง จนต้องร้องขอความยุติธรรมที่พระราชวังรุ่งอรุณ
พิสุทธิ์ได้อย่างไร?
แม้ว่าเพราะเรื่องของพลองทองสมปรารถนา จะทำ
ให้ อู่ อวี้ มีโอกาสได้คารวะจักรพรรดิหยกเป็น
อาจารย์ แต่ต่อมานางก็ถูกบรรพชนมารกลืนสวรรค์
ควบคุม ทั้งยังกระตุ้นสัญชาตญาณอสูรกลืนสวรรค์
ในตัวของ อู่ อวี้ จนเขากลืนกินลูกท้อทั้งหมดในสวน!
เมื่อมาถึงขั้นนี้ จะไม่ให้นางโทษตัวเองได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ พานางไปหาโพธิสัตว์กวนอิม จน
เวลาต่อมาเขาก็ถูกเหล่าขุนพลทหารสวรรค์นับแสน
นายปิดล้อม
หมิงซวงรู้สึกว่าปัญหาที่ อู่ อวี้ ต้องพบเจอมาจนถึง
ตอนนี้ เป็นเพราะนาง
“ หมิงซวงอย่าได้โทษตัวเองเลย ข้าไม่เป็นไร ”
อู่ อวี้ เห็นการแสดงออกของหมิงซวง เขาก็รู้แล้วว่า
นางกำลังคิดสิ่งใดอยู่
เขายิ้มให้หมิงซวง แสร้งทำเป็นกล่าวอย่างผ่อนคลาย
ว่า “ต่อให้ไม่มีเรื่องของเจ้า พวกเราก็ต้องทำภารกิจที่
ได้รับมอบหมายจากฉีเทียนต้าเซิ่น และชำระหนี้แค้น
โลหิตภายในภพเทพปีศาจ ในไม่ช้าก็เร็วเราต้อง
เผชิญหน้ากับจักรพรรดิหยกอยู่ดี แต่สถานการณ์
ปัจจุบัน ข้ากลับได้กลืนกินลูกท้อมากมายโดยไม่
สูญเสียสิ่งใด คงต้องขอบคุณเจ้าที่ทำให้ข้ามีความ
แข็งแกร่งถึงขั้นนี้ ”
” ถ้าเป็นแบบที่เจ้าพูดก็ดี ”
หมิงซวงไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
แม้กระทั่งยามนี้ อู่ อวี้ ก็ยังคงใส่ใจความรู้สึกของนาง
จนนางไม่รู้จะกล่าวกับ อู่ อวี้ อย่างไรดี
” เอาล่ะ ข้าจะรีบไปรีบกลับมาโดยเร็วที่สุด ”
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็บอกลาทุกคน แล้วหันหลังกลับเพื่อ
จากไป
ทันทีที่หันหลังกลับมา การแสดงออกของเขาก็แปร
เปลี่ยนเป็นมั่นคงเด็ดเดี่ยวขึ้น!
“พี่ชายอวี้ รอก่อนดูนี่เร็วเข้า!”
แต่ขณะนั้นเองเย่ซีซีที่เงียบมานานก็เอ่ยขึ้นด้วยความ
ประหลาดใจ
ทุกคนหันไปมองตามทิศทางเสียง แลเห็นวานรน้อยสี
เทาตัวน้อยบังเกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้นอย่างไม่
คาดคิด
เดิมที่วานรสีเทาตัวนี้เคยหยอกล้อเล่นสนุกกับลั่วผิน
และคนอื่น ๆ อยู่ในสุสานจักรพรรดินิรันดร์ แต่ก็ไม่
เคยทำตัวผิดปกติเลยแม้แต่น้อย
ทว่าปัจจุบันทั่วทั้งร่างของวานรสีเทาเปล่งประกายไป
ด้วยแสงสีทอง ร่างเล็ก ๆ นั้นดูราวกับกำลังกลับคืนสู่
จุดกำเนิดดั้งเดิม!
ในขณะเดียวกันน้ำเสียซึ่งเปี่ยมไปด้วยความลึกลับอัน
ไร้สิ้นสุด ก็ดังออกมาจากปากของวานรตัวน้อย…
———————