กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1813 : เมล็ดพันธุ์อสูร
ต่อมา อู่ อวี้ ก็เริ่มกลืนกินซากศพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
เหล่านี้ เพื่อสร้างวงล้อนิรันดร์ในพิภพอรหันต์ทองคำ
ของเขา
ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้ก้าวเข้าสู่อาณาจักรจักรพรรดิเซียน
ขั้นที่ 8 แล้ว ทั้งยังสร้างวงล้อนิรันดร์ขึ้นในพิภพ
จักรพรรดิกลืนสวรรค์ได้เป็นที่เรียบร้อย แต่
อาณาจักรฝึกตนในฐานะอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ของเขาอยู่
แค่ขั้นที่เจ็ดเท่านั้น เมื่อใดที่เขาสามารถสร้างวงล้อนิ
รันดร์ขึ้นในพิภพอรหันต์ ความแข็งแกร่งของเขาก็จะ
ถูกยกระดับขึ้นอีกขั้น
ซึ่งตอนในการกลืนกินซากศพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
จำนวนนับไม่ถ้วนนี้ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร แต่ อู่
อวี้ ต้องกลืนกินมันทั้งหมด!
ช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ กำลังกลืนกินซากศพอรหันต์
ศักดิ์สิทธิ์ โพธิสัตว์กวนอิมต้องคอยเฝ้าระวังความ
ปลอดภัยไม่สามารถผ่อนคลายหละหลวมได้แม้แต่
น้อย อีกทั้งยังต้องคอยตรวจสอบควบคุมไม่ให้การ
กลืนกินส่งผลกระทบเกินควบคุม เมื่อใดที่เริ่มมี
อาการนางก็จะท่องมนต์รัดเกล้าคอยยับยั้งเขาทันที
อาจกล่าวได้ว่าท่าทีของ อู่ อวี้ ยามนี้เหมือนกับตอน
ที่เขากลืนกินซากศพจักรพรรดิปีศาจในสุสาน
จักรพรรดินิรันดร์เมื่อแสนปีก่อน ต่างกันตรงที่ยามนี้
อู่ อวี้ สร้างวงล้อนิรันดร์ขึ้นภายในพิภพจักรพรรดิ
ซึ่งเขาก็เคยมีประสบการณ์มาก่อนแล้ว
การฝึกฝนของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์จักรพรรดิเซียนมี
บางอย่างที่เหมือนกัน
ในอีกแง่มุมหนึ่ง อู่ อวี้ ยังได้รับประสบการณ์มากมาย
เพียงพอ จากการกินซากศพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์จำนวน
มากเหล่านี้
ดูจากปริมาณ อู่ อวี้ น่าจะต้องใช้เวลากว่าสามหมื่นปี
ถึงจะกลืนซากศพของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ได้
ทั้งหมด
ระหว่างการกลืนเขาไม่สามารถแยกแยะหรือบอกได้
ว่าชิ้นส่วนที่เขากลืนกินอยู่นี่เป็นของผู้ใดบ้าง เพราะ
ผลจากการต่อสู้มันดุเดือดทำให้อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
เหล่านี้ไม่มีคนใดมีชิ้นส่วนซากศพที่สมบูรณ์เลย แต่
ละคนล้วนอยู่ในสภาพถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ
ทว่ามันก็ไม่ได้มีผลต่อการกลืนกินของ อู่ อวี้ เพียงแค่
ทุกครั้งที่กลืนกินเขาจะรู้สึกเหมือนหัวใจลุกโชนไป
ด้วยเปลวเพลิง
พระสุคตเสวียนจั้งสร้างวงล้อสรรพชีวิตขึ้นมาเพื่อ
กักขังอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในดินแดน จากนั้นก็ให้
พวกเขาต่อสู้ประหัตประหารห้ำหั่นกันเอง นับเป็น
การกระทำเหี้ยมโหดอำมหิตเป็นอย่างยิ่ง จน อู่ อวี้
ไม่สามารถยอมรับได้
การกลืนกินซากศพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ภายใต้ความ
โกรธแค้นเหล่านี้ ทำให้อัตราความเร็วในการสร้างวง
ล้อนิรันดร์ทวีเพิ่มขึ้น
ความโกรธแค้นยิ่งทำให้เขามีเจตจำนงที่แรงกล้ามาก
ขึ้น ซึ่งหมายความว่ายิ่งทำให้เขาตกอยู่ใน
สถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้เช่นกัน
หากไม่มีโพธิสัตว์กวนอิมคอยช่วยเหลือเขาคงไม่
สามารถกลืนกินซากศพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ได้
อย่างราบรื่นแน่นอน แค่เวลาเพียงสามหมื่นปีเขาก็
ยกระดับเข้าสู่อาณาจักรอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เทิดหล้าขั้น
ที่แปด
เมื่อใด อู่ อวี้ ก้าวเข้าสู่อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์และ
จักรพรรดิเซียนขั้นที่แปด พลังการต่อสู้ของพวกเขา
จะเหนือกว่าโพธิสัตว์กวนอิมเล็กน้อย ซึ่งนับว่าเข้า
ใกล้ระดับพระสุคตเสวียนจั้งและจักรพรรดิหยก!
อันที่จริงระดับดังกล่าว อู่ อวี้ ยังยากที่จะจัดการกับ
จักรพรรดิหยกหรือพระสุคตเสวียนจั้ง แต่เมื่อใดที่ถึง
ระดับนี้เขาสามารถร่วมมือกับโพธิสัตว์กวนอิมกระทำ
หลายสิ่งร่วมกันได้
“ โพธิสัตว์กวนอิม… ท่านเคยเล่าให้ข้าฟังว่าถูกอสูร
ร้ายนอกสวรรค์กลืนกินจนถูกควบคุมเป็นหุ่นเชิดและ
สูญเสียความทรงจำเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ”
หลังจาก อู่ อวี้ ก้าวขึ้นสู่อาณาจักรอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์
เทิดหล้าขั้นที่แปด เขาจึงซักถามเรื่องที่ค้างคาใจกับ
โพธิสัตว์กวนอิม ” ไม่ทราบว่าตอนนั้นโพธิสัตว์
กวนอิมหลุดจากการควบคุมของอสูรร้ายนอกสวรรค์
ได้อย่างไร?”
“เช่นนั้นข้าจะเล่าให้ฟัง”
โพธิสัตว์กวนอิมยิ้มแล้วตอบว่า “เหตุผลที่จักรพรรดิ
เซียนและจักรพรรดิมารกลายเป็นหุ่นเชิดของอสูร
ร้ายนอกสวรรค์ เพราะหลังจากที่พวกเขาถูกกลืนกิน
แล้วคลายออกมา มันจะฝังสื่งที่เรียกว่า ‘เมล็ดพันธุ์
อสูร’ ลงในร่างของเป้าหมาย ”
” ตราบใดที่เมล็ดพันธุ์อสูรยังคงอยู่ในตัวของ
จักรพรรดิเซียน พวกเขาก็ยังคงเป็นหุ่นเชิดของสัตว์
อสูรนอกสวรรค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อใดที่อสูรตัวนั้นตื่น
ขึ้นมา มันก็จะใช้เมล็ดพันธุ์อสูรควบคุมจักรพรรดิ
เซียนและจักรพรรดิมารทั้งหมด ”
” ปัจจุบันจักรพรรดิเซียนกับจักรพรรดิมารสูญเสีย
ความทรงจำเกี่ยวกับสงครามครั้งก่อน ด้วยเหตุนี้การ
ใช้ชีวิตของพวกเขาบนสวรรค์จึงตอบสนองตาม
สัญชาตญาณอย่างที่เจ้าเห็น ”
” ส่วนข้าเป็นเพราะวันหนึ่งบังเอิญชำระเมล็ดพันธุ์
อสูรหลุดออกมาจากร่าง ความทรงจำของข้าถึง
กลับคืนมา! ”
เมื่อฟังคำบอกเล่าของโพธิสัตว์กวนอิม อู่ อวี้ ก็ตา
สว่างทันที
“ เช่นนั้นข้าจะสามารถฟื้นฟูความทรงจำของ
จักรพรรดิเซียนจักรพรรดิมารได้ด้วยวิธีใดบ้าง?”
อู่ อวี้ รีบถาม
เขาตั้งหน้าตั้งตารอคำตอบ หากเขาสามารถชำระ
‘เมล็ดพันธุ์อสูร’ ออกจากจักรพรรดิเซียนและ
จักรพรรดิมารได้ ก็เท่ากับเขาจะช่วยเหลือผู้คนได้
มากมายมิใช่หรือ?
แม้ว่าอสูรร้ายนอกสวรรค์จะแข็งแกร่งไร้เทียมทาน
มากเพียงใด แต่ถ้าเขามีผู้ช่วยเหลืออยู่เป็นจำนวน
มากก็อาจจะสามารถเอาชนะมันได้ เขาจึงคิดที่จะ
ช่วยเหลือจักรพรรดิเซียนเหล่านี้ก่อนที่อสูรร้ายนอก
สวรรค์จะตื่นขึ้นมา แล้วควบคุมพวกเขาเป็นหุ่นเชิด
“ความจริงมันก็พอมีวิธี”
โพธิสัตว์กวนอิมพยักหน้า แล้วก็กล่าวออกมาด้วย
ความรู้สึกเศร้าโศก ” การที่จะชำระล้างเมล็ดพันธุ์
อสูรจะต้องใช้น้ำทิพย์กิ่งหยาง แต่ติดตรงที่ว่าพลัง
ของข้ามีจำกัดจึงชำระล้างได้แค่เมล็ดพันธุ์อสูรที่อยู่
ในตัวข้าเท่านั้น การจะช่วยผู้อื่นด้วยวิธีนี้แทบเป็นไป
ไม่ได้เลย เพราะมันต้องใช้เวลาในการชำระล้าง
ค่อนข้างนาน จึงเป็นวิธีที่ไม่ค่อยดีเท่าใด ”
” แล้วโพธิสัตว์กวนอิมมีหนทางอื่นหรือไม่? ” อู่ อวี้
ขมวดคิ้วแล้วถาม
” ถ้าข้าจำไม่ผิดมังกรสวรรค์แปดลักษณ์มีพลัง
อิทธิฤทธิ์ที่เรียกว่า ‘ภพพิสุทธิ์’ วิชานี้สามารถชำระ
ล้างความชั่วร้ายทั้งหมดในโลกาได้! แต่น่าเสียดายที่
มังกรสวรรค์แปดลักษณ์ถูกสังหารจนตกตายไปจาก
การต่อสู้ครั้งนั้นเสียแล้ว ”
โพธิสัตว์กวนอิมยิ้มเล็กน้อย ” แต่…โชคดีที่ภรรยา
ของเจ้ามีมรดกของมังกรสวรรค์แปดลักษณ์ เมื่อใดก็
ตามที่นางสามารถกระตุ้นสายโลหิตมังกรสวรรค์แปด
ลักษณ์ เมื่อนั้นนางก็จะสามารถใช้ ‘ภพพิสุทธิ์’ ได้
บางทีนางอาจจะช่วยค่าชำระล้างจักรพรรดิเซียน
จักรพรรดิมารกลับมาเป็นปกติได้ทีละคน! ถึงแม้
จำนวนจะไม่มาก แต่การที่เราสามารถช่วยชีวิตได้
บางคนอย่างไรก็ย่อมดีกว่า ”
” นั่นสิ ” อู่ อวี้ พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
เมื่อมีเป้าหมาย การดำเนินแผนการต่อไปก็ไม่ใช่เรื่อง
ยากอันใด
สิ่งเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือเพิ่มความแข็งแกร่ง
ของลั่วผิน เพื่อให้นางกระตุ้นสายโลหิตมังกรสวรรค์
แปดลักษณ์ และได้รับมรดกที่สมบูรณ์!
นี่เป็นสิ่งเดียวที่ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ สามารถทำได้ยาม
นี้
ดังนั้น อู่ อวี้ กับโพธิสัตว์กวนอิมจึงเริ่มฝึกฝนลั่วผิน
ปัจจุบันพลังฝีมือของลั่วผินอยู่ในระดับจักรพรรดิ
เซียนขั้นที่สาม อาณาจักรของอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ก็อยู่
ในระดับเดียวกัน แต่ระดับดังกล่าวยังไม่มากพอที่จะ
กระตุ้นสายโลหิตของมังกรสวรรค์แปดลักษณ์ จึงต้อง
ยกระดับพื้นฐานฝึกตนให้สูงขึ้น
โชคดีที่ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ เพิ่งกลืนกินซากศพ
จักรพรรดิปีศาจและอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์มาจำนวนนับไม่
ถ้วน ทำให้เขามีประสบการณ์มากมายที่จะ ‘ส่งต่อ’
ให้กับนาง
ต่อจากนี้เขาจะต้องส่งต่อข้อมูลข้อมูลให้กับลั่วผิน!
ทว่ากระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลานาน
ถึงแม้ความสามารถในการ ‘ส่งต่อ’ ของอสูรกลืน
สวรรค์จะทรงพลังเพียงใด แต่ก็ยังด้อยกว่า
ความสามารถในการ ‘กลืนกิน’ ด้วยเหตุนี้ความเร็ว
ในการก้าวหน้าของนางจึงไม่ดีเท่า อู่ อวี้ เอง
ลั่วผินใช้เวลาห้าหมื่นปีรับข้อมูลเชิงลึกจาก
ความสามารถในการ ‘ส่งต่อ’ ของ อู่ อวี้ และย่อย
สลายประสบการณ์เหล่านั้นจนพื้นฐานฝึกตนของนาง
ยกระดับขึ้นสู่ขั้นที่ห้าไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิเซียนนิ
รันดร์หรืออรหันต์ศักดิ์สิทธิ์เทิดหล้า!
หากยังคงก้าวหน้าพัฒนาต่อไปในไม่ช้านานจะ
สามารถสร้าง ‘สายธาราแห่งกาลเวลา’ ขึ้นในพิภพ
จักรพรรดิและพิภพอรหันต์ได้
ด้วยเวลาที่มีไม่มากนักทำให้ลั่วผินต้องรีบยกระดับ
พื้นฐานฝึกตนจนขึ้นสูงขั้นที่ห้า เพื่อปลุกสายโลหิต
มังกรสวรรค์แปดลักษณ์ที่หลบซ่อนอยู่ภายในร่าง
กลายเป็นผู้รับสืบทอดมรดกอย่างสมบูรณ์ และ
สายโลหิตที่ซ่อนอยู่ภายในกายนี้ทำให้นาง
วิวัฒนาการได้ในที่สุด!
——————–