กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1819 : รากฐานแดนเซียน
เปลวเพลิงทมิฬปกคลุมท้องฟ้าร่วงหล่นลงมาจากทุก
ทิศทาง
หงส์เพลิงที่อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงทมิฬคือหนานกง
เหว่ย?
ทันทีที่หงส์เพลิงทมิฬปรากฏตัวมันก็โจมตีเข้าใส่
จักรพรรดิเซียนกับจักรพรรดิมารจำนวนมากที่เพิ่ง
ฟื้นความทรงจำอย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงจำนวนนับ
ไม่ถ้วนลุกลามไปทั่วทั้งสวรรค์คุนหลุน
” ดูนางสิ… นางกำลังขัดขวางไม่ให้เราชำระล้าง
จักรพรรดิหยก! ”
การแสดงออกของ อู่ อวี้ เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาเห็นว่าหนานกงเหว่ยที่กลายเป็นหงส์เพลิงทมิฬ
กำลังป้องกันผนึกกำลังร่วมมือกับจักรพรรดิหยก
ต่อต้านจักรพรรดิเซียนแลจักรพรรดิมารทั้งหลาย!
เดิมทีจักรพรรดิเซียนจักรพรรดิมารทั้งหลายพยายาม
ดิ้นรนใช้พลังทั้งหมดที่มีต่อสู้
แต่ตอนนี้หนานกงเหว่ยที่กลายร่างเป็นหงส์เพลิง
ทมิฬ กลับมีความแข็งแกร่งเทียบเคียงกับจักรพรรดิ
หยก อยู่เคียงข้างจักรพรรดิหยกอย่างสมบูรณ์!
การกระทำของหนานกงเหว่ยยามนี้ราวกับคนเสียสติ
ไม่ได้มีความยับยั้งชั่งใจ แววตาของนางช่างว่างเปล่า
การโจมตีของนางดุเดือดรุนแรงเป็นอย่างมาก ราว
กับว่าถูกบางสิ่งควบคุมอยู่
“เหตุใดนางถึงมีพลังมากเพียงนี้?”
” ไฉนนางถึงคลุ้มคลั่ง? ”
อู่ อวี้ รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
อย่างที่รู้กันว่าหนานกงเหว่ยเป็นเทพเซียนที่ทะยาน
ขึ้นมาจากโลกมนุษย์ แม้แต่เจ้าหงส์ระบำเพลิงบุตรี
ของจักรพรรดิหงส์หยวนจู่ไม่มีทางที่จะมีส่วน
เกี่ยวข้องกับอสูรร้ายนอกสวรรค์
ท้ายสุดแล้วดูเหมือนว่าอสูรร้ายนอกสวรรค์จะกลืน
กินทุกสรรพสิ่งไปเมื่อหลายร้านปีก่อนแล้ว
ตอนนั้น อู่ อวี้ กับหนานกงเหว่ยยังไม่เกิดเลยด้วย
ซ้ำ…
หลังจากอสูรร้ายนอกสวรรค์หลับไป สิ่งมีชีวิตที่ถือ
กำเนิดเกิดใหม่ก็ไม่ควรถูกควบคุม?
เมื่อกล่าวถึงประเด็นนี้คงไม่มีใครคิดออก
โดยเฉพาะยามนี้หนานกงเหว่ยผนึกกำลังร่วมมือกับ
จักรพรรดิหยกโจมตีเหล่าจักรพรรดิกับเซียน
จักรพรรดิมารและ อู่ อวี้ ด้วยพลังเซียนพิภพ
จักรพรรดิ พวกเขาทั้งหมดก็ไม่อาจต้านทานได้อีก
ต่อไปจนต้อง…
“ ถอยก่อน! ”
เมื่อเห็นสถานการณ์เลวร้ายโพธิสัตว์กวนอิมจึง
ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
ราชินีมารดรก็รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะ
จักรพรรดิหยก ดังนางจึงเลือกจะยืนหยัดปล่อยให้
จักรพรรดิเซียนกับจักรพรรดิมารถอยร่นไป จนใน
ที่สุดนางก็กลับไปที่สุสานจักรพรรดินิรันดร์พร้อมกับ
อู่ อวี้
มิฉะนั้นเกรงว่าจักรพรรดิเซียนกับจักรพรรดิมารคง
บาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ใช่ภาพฉาก
ที่พวกเขาอยากเห็น
” นางยังเป็นหนานกงเหว่ยอยู่เปล่า? แต่ก็ไม่น่าจะใช่
จักรพรรดิหงส์ระบำเพลิง? ”
คำถามนี้ยังคงก้องอยู่ในใจของ อู่ อวี้
พอกลับมาถึงสุสานจักรพรรดินิรันดร์ สถานการณ์ได้
สงบลงดีแล้ว ทุกคนจึงถามไถ่เรื่องนี้กับราชินีมารดร
แต่คำตอบที่ได้จากราชินีมารดรก็คือ นางเองก็ไม่ค่อย
รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
เพราะจักรพรรดิหงส์ระบำเพลิงได้ฝึกฝนอยู่เคียงข้าง
ราชินีมารดรมาโดยตลอด แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกถึงความ
ผิดปกติใด ๆ
” แต่ที่แน่ ๆ กลิ่นอายที่แผ่มาจากร่างของจักรพรรดิ
หงส์ระบำเพลิง มันเป็นกลิ่นอายของอสูรร้ายนอก
สวรรค์ในวันนั้น” โพธิสัตว์กวนอิมกล่าวอย่างเคร่ง
ขรึม
คำกล่าวเหล่านี้ทำให้ท่าทีของทุกคนเปลี่ยนไป
” เป็นไปได้ไหมว่าราชินีมารดรได้รับผลกระทบจาก
อสูรร้ายนอกสวรรค์ ทำให้นางไม่รู้สึกว่าจักรพรรดิ
หงส์ระบำเพลิงผิดปกติใด ๆ … ”
จักรพรรดิเซียนกับจักรพรรดิมารหลายคนก็คิด
เช่นนั้นเหมือนกัน
หากหนานกงเหว่ยไม่ได้ผิดปกติจริง ๆ ก็เป็นไปไม่ได้
ที่นางจะถูกควบคุม การเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็น
หลังมือเช่นนี้อสูรร้ายนอกสวรรค์จะต้องมีส่วน
เกี่ยวข้องอย่างแน่แท้
“ ถ้าอสูรร้ายนอกสวรรค์ล่วงรู้การเคลื่อนไหวของเรา
เกรงว่ามันน่าจะตื่นในอีกไม่ช้า! ”
สีหน้าท่าทางของจักรพรรดิเซียนทั้งหลายดูน่าเกลียด
เป็นอย่างยิ่ง
เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าอสูรร้ายนอกสวรรค์ในวันนั้น
น่าสะพรึงกลัวเกินไป มิหนำซ้ำครั้งหนึ่งจักรพรรดิ
เซียนกับจักรพรรดิมารในแดนเซียนวังสวรรค์ยังถูก
กลืนกินทั้งหมด แม้แต่อรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ของแดน
เซียนอรหันต์สวรรค์ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการ
อาละวาดของอสูรร้ายนอกสวรรค์ได้
ถ้าอสูรร้ายนอกสวรรค์ตื่นขึ้นมาจริง ๆ แล้วเข้ามา
ควบคุมแดนเซียนวังสวรรค์โดยตรงควรจะทำ
อย่างไร?
” จนป่านนี้จักรพรรดิหยกยังไม่ถูกชำระล้าง
สถานการณ์เช่นนี้ดูเหมือนจะไร้ซึ่งหนทางแล้ว … ”
จักรพรรดิเซียนจักรพรรดิมารหลายคนถึงกับสิ้นหวัง
พวกเขาทั้งหมดพูดคุยหารือ หลังจากนั้นก็หันมา
สนใจราชินีมารดรกับโพธิสัตว์กวนอิมเพราะต้องการ
ให้ทั้งสองตัดสินใจ
ราชินีมารดรเป็นจ้าวสวรรค์อันดับสอง ฉะนั้นการที่
ให้นางตัดสินใจแทนจักรพรรดิหยกจึงมิใช่เรื่องแปลก
อันใด คำกล่าวของนางจึงมีน้ำหนัก
อันที่จริงโพธิสัตว์กวนอิมเป็นอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ใน
แดนอรหันต์สวรรค์ก็น่าเชื่อเช่นกัน อีกอย่างนางยัง
จดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนแดนเซียนวังสวรรค์อย่าง
ชัดเจน
พวกเขาหารือกันเป็นการส่วนตัว จากนั้นก็หันไป
สบตากับ อู่ อวี้ อย่างพร้อมเพรียง
“ ตอนนี้พวกเรามีเวลาไม่มากนัก อสูรร้ายนอก
สวรรค์อาจจะตื่นขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ”
ราชินีมารดรมองไปที่ อู่ อวี้ แล้วกล่าวด้วยความหวัง
ว่า “ อู่ อวี้ เจ้ามีร่างอสูรกลืนสวรรค์ก็เปรียบเสมือน
เป็นลูกหลานของอสูรร้ายนอกสวรรค์ในวันนั้น บางที
เจ้าอาจมีหนทางก็ได้ ”
” หนทางงั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ แสดงท่าทีอย่างเคร่งขรึม
เขารู้สึกสังหรณ์ว่าร่างอสูรกลืนสวรรค์ของเขา
อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการกอบกู้แดนเซียนวัง
สวรรค์
แต่ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าตนเองควรทำเช่นใด จึงกระทำ
เพียงฟังคำแนะนำของราชินีมารดร
” เช่นนั้นก็ไปกลืนกิน ‘บ่อน้ำนิรันดร์’ ในแดนเซียน
วังสวรรค์กันเถอะ! ”
ราชินีมารดรกล่าวแนะนำ ” จักรพรรดิหยกเคยเป็น
จ้าวแดนเซียนวังสวรรค์ ความจริงแล้วแดนเซียนวัง
สวรรค์ทั้งหมดเคยเป็นพิภพจักรพรรดิของเขา การ
ขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเซียนนิรันดร์ขั้นที่เก้า คนผู้นั้น
จะต้องสร้างบ่อน้ำนิรันดร์! ”
” หากเจ้าต้องการก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดินิรันดร์ขั้น
เก้า เจ้าต้องสร้างบ่อน้ำนิรันดร์ในพิภพจักรพรรดิ
จากนั้นพิภพขนาดเล็ก ๆ ทั้งหมดจะเชื่อมต่อกันเพื่อ
สร้าง ‘รากฐานแดนเซียน’ บ่อน้ำนิรันดร์นี้คือกุญแจ
สำคัญของการเป็นจ้าวแห่งแดนเซียน ”
หลังจากได้ยินราชินีมารดรกล่าว จักรพรรดิเซียนกับ
จักรพรรดิมาร และ อู่ อวี้ ต่างก็เข้าใจว่านางหมายถึง
อะไร
นางกำลังจะบอกว่าบ่อน้ำนิรันดร์คือเส้นทางในการ
กลายเป็นจ้าวแห่งแดนเซียน
ทั้งหมดนี้เทียบเท่าได้กับการก้าวข้ามกฎเกณฑ์จึงต้อง
สร้างบ่อน้ำนิรันดร์ในพิภพจักรพรรดิเสียก่อน เพื่อจะ
กลายเป็นจ้าวแดนเซียนอย่างแท้จริง
หากต้องการต่อกับอสูรร้ายนอกสวรรค์ มีเพียงตัวตน
ระดับจ้าวแห่งแดนเซียนที่ทำเช่นนั้นได้
และผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะทำได้เช่นนั้นมากที่สุดในยาม
นี้คือ อู่ อวี้ ในร่างของอสูรกลืนสวรรค์!
เมื่อสร้าง ‘รากฐานแดนเซียน’ ได้แล้ว พิภพ
จักรพรรดิก็จะก้าวข้ามกฎเกณฑ์กลายเป็นแดนเซียน
ที่แท้จริง และ อู่ อวี้ ก็จะกลายเป็นจ้าวแห่งแดน
เซียนคนใหม่
“ ตอนนี้แดนเซียนได้ถูกทำลายไปแล้ว หากต้องการ
ช่วยเหลือจิตวิญญาณของสรรพชีวิตในโลกหล้า
ทั้งหมด หลบหนีจากเงื้อมมือของอสูรร้ายนอกสวรรค์
สิ่งเดียวที่พอกระทำได้คือการสร้างมันขึ้นมาใหม่ ”
ราชินีมารดรกล่าวอย่างจริงจัง “ อู่ อวี้ เจ้ามี
ความสามารถในการกลืนกินเติบโตขึ้นได้อย่างไร้
ขีดจำกัด เช่นนั้นเจ้าจงกลายเป็นจ้าวแห่งแดนเซียน
คนใหม่ จากนั้นก็ย้ายสิ่งมีชีวิตทั้งมวลในแดนเซียนวัง
สวรรค์ไปไว้ในพิภพจักรพรรดิของเจ้า! ”
คำกล่าวนี้ เรียกว่าอาจหาญเป็นอย่างยิ่ง
แต่หลังจากราชินีมารดรกับโพธิสัตว์กวนอิมหารือกัน
พวกนางรู้สึกว่ามีแค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้น
เรื่องนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกหนักใจอยู่ไม่น้อยที่จะต้อง
แบกรับความคาดหวังอันใหญ่หลวงของทุกคน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภพเทพปีศาจเป็นเหมือนดั่ง
ทะเลโลหิตแห่งความแค้น ความเกลียดชังของบรรพ
ชนและฉีเทียนต้าเซิ่น ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในแดน
เซียนอรหันต์สวรรค์ ทุกอย่างอยู่บนบ่าของเขา …
บางทีตอนนี้เขาอาจจะเป็นความคาดหวังของ
จักรพรรดิเซียนและจักรพรรดิมารทั้งหลาย
อู่ อวี้ รู้สึกว่าสิ่งที่ต้องแบกรับช่างหนักหนาเป็นอย่าง
ยิ่ง แต่เขาก็ไร้ซึ่งทางเลือกอื่น กระทำได้เพียงก้าว
ต่อไป!
———————